Masukฐานะทางบ้านที่ยากจนอยู่แล้ว ยังต้องมีภาระเพิ่มขึ้นมาอีก ดอกรักกินจุและไม่รู้จักทำงานทำการอะไร วันๆ ก็เอาแต่กิน ไม่รับรู้ว่าตัวเองท้องและกำลังเป็นแม่คน
จันทราออกหางานทำ ดายหญ้ารับจ้างสารพัด กลับมาก็เจอเข้ากับพวกผู้ชายที่มาย่ำยีลูกสาว แม้จะตั้งท้องก็ไม่เว้น หัวอกคนเป็นแม่ชอกช้ำระกำทรวง อยากจะฆ่าตัวตายเสียให้พ้น ๆ
“แกมันหน้าโง่ ทำไมถึงได้เห็นแก่กินนักนะ นังลูกหน้าโง่เอ๊ย ไม่รู้จะเกิดมาทำไม แกเกิดมาทำไมฮะ! เกิดมาแล้วต้องเป็นแบบนี้ ไม่น่าเกิดมาเลย ฉันน่าจะเอาขี้เถ้ายัดปากแกตั้งแต่เล็กๆ จะได้ไม่ต้องมาเจอเรื่องเลวทรามต่ำช้าเช่นนี้”
จันทราเห็นเหล่าผู้ชายลงจากเรือนเก่าๆ ซอมซ่อของตนเองไป ก็รู้สึกไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เขาลือกันทั้งหมู่บ้านว่าลูกสาวของตนยิ่งกว่าโสเภณี ใครอยากระบายอารมณ์ใคร่ก็มาหาได้ทุกที่ทุกเวลา
จันทราเห็นลูกสาวนอนแกผ้าตาปรืออยู่ก็ตบอกตัวเองด้วยความเจ็บใจ อยากตีอกชกตัวให้ตายๆ ไปซะให้รู้แล้วรู้รอด นางตรงเข้าไปจิกด่าจิ้มหน้าผากอีกฝ่ายแรง ๆ ด้วยความเสียใจ
“แกไม่น่าเกิดมาเลย เกิดมาทำไมฮะ! นังดอกรัก เกิดมาแล้วเป็นแบบนี้ แกจะเกิดมาทำไม ทำไมแกไม่ตาย ๆ ไปซะ ฮือ ๆ ๆ” จันทราด่าซ้ำๆ ประโยคเดิม ด่าไปร้องไห้ไป เป็นความผิดของเธอเองที่คิดจะเก็บลูกคนนี้เอาไว้ เลยต้องมาเผชิญกับชีวิตเช่นนี้
“แม่จ๋า.. หนูเจ็บ เจ็บ! อย่าทำ อย่าทำหนูเลย หนูเจ็บ! ฮือ ๆ” ดอกรักมีท่าทีหวาดกลัวตัวสั่นเมื่อโดนมารดาทุบตีและจิ้มหน้าผากแรงๆ
จันทรารู้สึกสะท้อนใจ มองลูกสาวคนเดียวอย่างสมเพชเวทนา มองมือตัวเองแล้วกำแน่น รู้สึกผิดที่ทำร้ายทุบตีลูกแบบนี้
“แม่ขอโทษลูก แม่ขอโทษ” คนเราเกิดมาเวรกรรมไม่เหมือนกัน ท่านไม่ควรไปลงกับลูกสาวที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่แบบนี้ จันทราตีมือตัวเองไปมา ดอกรักเข้ามาจับมือเอาไว้ ไม่ยอมให้มารดาตีมือตัวเอง
จันทรานั่งลงร้องไห้โฮออกมา ดอกรักมองมารดาอย่างไม่เข้าใจ ขยับเข้าไปกอดท่านเอาไว้ ร้องว่าหิวๆ จันทราเบือนหน้าหนี ถึงจะโมโหยังไงก็รัก เพราะคนที่เข้ามากอดประจบประแจงก็คือลูก ยังรู้ว่าเธอโกรธเลยมาง้อมากอด แต่พอเธอดุมากๆ เข้า ทำเสียงแข็งใส่ก็จะหงอ รีบหนีไปหลบอยู่มุมหนึ่งของบ้าน นั่งตัวสั่นกอดเข่าหวาดกลัว กัดเล็บไปมาก้มงุดไม่กล้าสบตา
“หิวแล้วเหรอ” พอตวาดแล้วเห็นลูกสาวกลัว นางก็เข้าไปปลอบ มือเหี่ยวๆ หยาบกร้านของนางยื่นไปลูบศีรษะของบุตรสาวเบาๆ ดอกรักสะดุ้งตัวสั่นหัวหด
“อย่ากลัวแม่เลย เดี๋ยวแม่หาอะไรให้กินนะ ดอกรักมีลูก ต้องกินให้อิ่มๆ นะ ไม่งั้นลูกจะหิว เข้าใจไหม” เพราะแทบไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ จันทราจึงต้องต้มข้าวต้มและเจียวไข่ให้บุตรสาวพอประทังความหิว
“กินสิ” ข้าวต้มและไข่เจียวร้อนๆ ถูกวางลงตรงหน้า ส่วนตัวเองก็ยอมอดเหมือนเช่นทุกครั้ง
“อาหย่อย” เสียงนั้นเอ่ยขึ้นก่อนจะตักกินอีก พลางยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้กินของอร่อย แม้จะเป็นกับข้าวง่ายๆ แต่เมื่อเวลาหิว ดอกรักก็กินง่ายอยู่ง่าย หัวเผือกหัวมันต้มก็กินได้
จันทรากลืนน้ำลายด้วยความหิว เดินไปที่โอ่งน้ำฝนตรงนอกชาน ก่อนจะตักน้ำขึ้นมาดื่มกินประทังความหิว หันกลับมาอีกครั้งก็เจอบุตรสาวที่ถือชามข้าวต้มมายื่นให้ตรงหน้าด้วยท่าทีเงอะงะ
“กิน กินสิ อาหย่อย” แม้จะสมองช้าและสติไม่ค่อยดี แต่ก็รู้ว่าต้องกินด้วยกัน จันทราเบือนหน้าหนีก่อนจะร้องไห้
“กิน กิน อาหย่อยนะ อาอย่อยจริงๆ นะ”
เธอจูงมือมารดาไปนั่งกินด้วยกัน ตักมาป้อนให้จนถึงปาก แม้จะเลอะเทอะแต่ก็ทำเอาจันทรากินข้าวไปร้องไห้ไป สงสารในชะตาชีวิตที่แสนอาภัพของลูกสาวยิ่งนัก ถ้าดอกรักสติดีป่านนี้คงได้เรียนหนังสือหรือได้แต่งงานกับผู้ชายดีๆ ไปแล้ว แต่นี่กลับโดยย่ำยีเหมือนไม่ใช่คน เธอขอสาปแช่งให้คนพวกนั้นจงอย่าได้มีความสุขเลยในชาตินี้
จันทราพาลูกสาวออกไปทำงานด้วยกัน ไม่ปล่อยทิ้งเอาไว้ที่บ้านคนเดียวอีก ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้ก็จะเอาไม้หรือมีดพร้าไล่ฟัน ลูกสาวเป็นคนสวยแม้จะสติไม่ดี ใครเห็นใครก็ชอบ ทำให้ผู้ชายพวกนั้นฉวยโอกาส
“ฮือ... เจ็บ เจ็บจัง” จันทราได้ยินเสียงลูกสาวที่นอนร้องไห้อยู่ใต้ร่มไม้ระหว่างที่นางมารับจ้างดายหญ้าอยู่จึงรีบวิ่งไปดู เห็นลูกสาวกำลังดิ้นทุรนทุรายบอกว่าปวดท้อง
“เอ็งจะคลอดแล้วเหรอนังดอกรัก” จันทราเอ่ยถามด้วยท่าทีตกใจ ที่เห็นท่าทีของบุตรสาว
“เจ็บ อูย... เจ็บ!” ดอกรักร้องไห้สะอึกสะอื้นกุมหน้าท้องของตัวเองไปมาด้วยความเจ็บ
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ช่วยลูกฉันที ลูกฉันกำลังจะคลอด” จันทราตะโกนลั่น เพื่อขอความช่วยเหลือ “ใครอยู่แถวนี้ช่วยด้วย ช่วยหน่อย ช่วยพานังดอกแก้วไปหาหมอหน่อย”
หมออนามัยที่ชื่อจรินทร์กับพยาบาลนิตยา เป็นสามีภรรยากัน ขับรถผ่านมาทางนั้นพอดี เพราะกำลังจะเข้าไปอบรมคนในหมู่บ้านเรื่องไข้เลือดออก รีบจอดรถแล้วลงมาทำคลอดให้
“กล้วยจะเป็นพยานให้แก้ว จะช่วยกระชากหน้ากากของมันออกมา มันส่งยาหมู่บ้านอื่น แต่หมู่บ้านเรามันยังไม่กล้า แต่ถ้ามันหันมาทำ ลูกหลานบ้านเราน่าจะไม่เหลือ” เพราะอิทธิคิดว่าส่งยาเสพติดให้หมู่บ้านอื่นก่อน หมู่บ้านที่เขาอยู่จะได้ไม่โดนเพ่งเล็ง แต่พอทำให้ลูกหลานหมู่บ้านอื่นติดยาแล้ว ค่อยกลับมายังหมู่บ้านของตัวเอง มันเลยอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้หลังจากที่กล้วยนำหลักฐานไปให้ดอกแก้วในวันนั้น ไม่นานอิทธิก็ถูกรวบตัว โดนจับกุมหลายข้อหา ซึ่งเป็นคดีร้ายแรงแทบทั้งสิ้น ส่วนกล้วยนั้นถูกกันตัวเอาไว้เป็นพยาน เธอมีคลิปต่างๆ ที่อิทธิทำความผิดเอาไว้ เธอเคยรักเขา แต่เขาทำกับเธอเยี่ยงสัตว์ ตบตีสารพัด บังคับขืนใจให้ทำเรื่องชั่วๆ จากความรักจึงกลายเป็นความแค้นเขาจะแฉคลิปอะไรก็ช่าง เธอเป็นเพียงหญิงสาวบ้านป่า ไม่ได้เป็นที่รู้จักของใคร ช่างหัวมัน เธอไม่อายและคิดว่าการออกจากขุมนรกมันดีกว่าไปมัวแต่อายกับคลิปลามกพวกนั้น เพราะตอนนี้เธอไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วกล้วยถูกพาไปรักษาตัวให้เลิกยา ตรวจสุขภาพและอยู่ภายใต้การดูแลของหมอและเจ้าหน้าที่ กล้วยรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง“ฉันไม่ได้ทำคนเดียว พิมพ์แก้วเป็นคนสั่งให้ฉันท
การสืบหาตัวคนร้ายดูเหมือนจะได้เบาะแสเพิ่มขึ้น แต่ดอกแก้วก็ไม่ได้แหวกหญ้าให้งูตื่นว่าเธอพอจะรู้แล้วว่าเป็นใครคนที่ทำคือคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะทำ มันไม่น่าทำเลวๆ กับแม่ของเธอแบบนั้นเลยมีชาวบ้านเห็นว่าวันนั้นอิทธิพาพวกมารุมขืนใจแม่ของเธออย่างบ้าคลั่ง แต่แม่ของเธอดิ้น ต่อสู้จิกข่วน พวกมันเลยพลั้งมือฆ่าจนตาย ก่อนที่ยายของเธอจะมาเห็นเข้าและช็อกจนเป็นลมหมดสติไป และมาปรากฏในภายหลังว่าท่านได้เสียชีวิตไปเสียแล้วชาวบ้านที่เห็นไม่มีหลักฐาน ถ้าจะให้การก็คงเป็นแค่พยาน ซึ่งต้องสอบสวนกันอีกว่าให้การเท็จหรือไม่ แต่กลับมีอีกคนที่ช่วยเหลือดอกแก้วเอาไว้อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดดอกแก้วเชื่อแล้วว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เพราะคนที่ช่วยเธอคือกล้วย เพื่อนในหมู่บ้านที่เคยวางยาเธอนั่นเอง“ฉันถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย ที่ฉันมาบอกเรื่องนี้กับเธอก็เพราะว่าฉันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว” กล้วยกอดตัวเองอย่างหนาวสั่น ร่างกายดูไม่สาวสดเหมือนก่อน ทำให้ดอกแก้วเป็นห่วงยิ่งนัก“กล้วยมีอะไร เล่าให้ฉันฟังได้นะ” ดอกแก้วมองสภาพเพื่อนแล้วรู้สึกใจหายไม่น้อย จากเพื่อนสาวที่หน้าตาน่ารัก กลายเป็นคนผอมแห้งแรงน้อย ซูบซีดไปได้อย่างไรกัน“ไอ้อิทมันเ
สะโพกงอนงามหยัดขึ้นไปรับด้วยความรัญจวน ความเสียวกระสันเข้าโจมตีไม่แพ้ความคับแน่นที่เกิดขึ้นใจกลางร่างสาวเขาแช่กายเอาไว้นิ่งๆ ให้เธอได้ปรับตัว ความใหญ่โตแข็งคึกที่พักพิงอิงแอบอยู่ในกายสาวทำให้เธอต้องซู้ดปากเบาๆ พยายามผ่อนคลายโอบรัดทุกสิ่งอย่างที่สอดประสานเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวเธอครางเบาๆ ด้วยความกระสันซ่าน เนื้อกายสาวห่อหุ้มโอบอุ้มเสียดสี ผนังอ่อนนุ่มด้านในตอดรัดทุกทิศทาง ทำให้คนที่กำลังสอดเสียบเข้ามา หลุดเสียงครางอันแสนแหบพร่าออกมาไม่ต่างกันร่างกายของคุณหมอหนุ่มเริ่มโยกคลอนเข้าออกในความเป็นสาว มือหนาช้อนสะโพกงอนงามของเธอขึ้นรับ และบดบี้เข้าหากันอย่างล้ำลึกมันลึกจนเสียวซ่านไปถึงภายใน ร่างกายสั่นสะท้านโยกคลอนเข้าจังหวะอย่างไม่หยุดพักบทรักแสนเร่าร้อนรัวเข้าใส่หากันไม่ยั้งแรง ทั้งลึกทั้งเร็วเร่งเร้าให้ป่ายปีนไปถึงจุดหมายปลายทางสวาทที่กวักมือรอคอยอยู่เบื้องหน้าดอกแก้วร้องครางไม่เป็นส่ำ ใบหน้าของเธอส่ายไปกับหมอนใบโต พร้อมๆ กับกายสาวที่หยัดยกให้เขาซ้ำๆ อยู่แบบนั้น คุณหมอหนุ่มโอบอุ้มสะโพกน้อยๆ งอนงามของเธอเอาไว้ ยกขึ้นมาให้เขากระแทกย้ำๆ จนใบหน้าของเขาเริ่มเหยเก“พี่ไม่ไหวแล้ว พร้อมกันเลยน
เปลือกตาของเธอถูกจุมพิตเบาๆ สลับกัน มันร้อนผ่าวและให้ความอบอุ่นในเวลาเดียวกันแล้วจุมพิตจากริมฝีปากร้อนรุ่มของเขาก็ประทับไปทั่วใบหน้าหวานละมุน จนมาหยุดอยู่ตรงริมฝีปากนุ่มของเธอเขาขบเม้มริมฝีปากบนล่างของเธอ ทำให้เธอเผยอริมฝีปากแยกแย้มออกจากกัน แล้วเรียวลิ้นสากร้อนของเขาก็สอดแทรกเข้าไปพัวพันในโพรงปากนุ่มของเธอ“อื้ม...” ดอกแก้วหลุดเสียงครางออกมาเบาๆ ยามที่ลิ้นของเธอสัมผัสกับลิ้นของเขา เขาดูดรวบและกลืนกิน มันให้ความรู้สึกเสียวกระสันระคนอ่อนหวานในเวลาเดียวกันมือหนาของเขาเริ่มลูบไล้ไปทั่วเนื้อกายของเธอ เล้าโลมให้อารมณ์สาวพวยพุ่งไปด้วยความเสน่หาคุณหมอหนุ่มค่อยๆ จัดการปลดกระดุมเสื้อชุดนอนของภรรยาสาวออกอย่างเบามือ แล้วประทับริมฝีปากลงไปทุกครั้งที่กระดุมถูกปลดออกผิวกายหอมกรุ่นของเธอถูกปากร้อนสัมผัส จนเธอดีดเด้งแอ่นกายให้เขาด้วยความเสียวซ่านรัญจวนใจ ริมฝีปากน้อยหลุดเสียงครวญครางออกมาอย่างสะท้านหวั่นไหวมือหนาสัมผัสลูบโลมไปทั่วสรรพางค์กาย ความเป็นชายบดเบียดเสียดสีกับหน้าท้องเนียนนุ่ม ทำให้เธอต้องหลุดเสียงครางรับออกมาด้วยความสยิวเขาเลื่อนริมฝีปากขบเม้มไปทั่วผิวกายผุดผ่อง บดจูบไปตามปทุมถันอว
หมอจรินทร์กับนิตยาเดินทางมาครั้งนี้ก็พาแพทย์อาสาคนอื่นๆ มาในหมู่บ้านด้วย ซึ่งทุกคนเดินทางตามมาในอีกสามวันหลังจากนั้น เพื่อมารักษาชาวบ้าน ใครป่วยเป็นอะไร ก็จะช่วยดูแลรักษาให้ดีที่สุด คนไหนต้องส่งตัวเข้าเมืองก็จะมีรถคอยรับส่งและทำเอกสารต่างๆ ให้เป็นอย่างดีกำนันพร้าวจึงป่าวประกาศให้ชาวบ้านในหมู่บ้านของตนและหมู่บ้านใกล้เคียงมารับยา ข้าวสาร อาหารแห้ง และเข้ารับการตรวจสุขภาพกันอย่างถ้วนหน้า หากมีโรคอะไรก็จะได้ทำการรักษาต่อไปในวันที่แพทย์ทุกคนได้ลงพื้นที่รักษาชาวบ้าน จ่ายยา ทำฟันกันอย่างแข็งขัน ก็มีข่าวดีของหมอดรัณภพกับดอกแก้วด้วย ทั้งสองตัดสินใจแต่งงานกัน โดยไม่จัดงานแต่งให้สิ้นเปลือง แต่ดรัณภพใช้ทุนทรัพย์ที่เขามีเลี้ยงอาหารชาวบ้านที่มาตรวจสุขภาพกับหมอที่บิดามารดาพามารักษาชาวบ้าน ก่อนจะจดทะเบียนสมรสกับเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาจัดการให้ถึงหมู่บ้านหลังจากการจดทะเบียนสมรส ในตอนเย็นก็มีงานเลี้ยงเกิดขึ้น เป็นการรับประทานอาหารร่วมกันของทุกคน รวมถึงมีการเลี้ยงขอบคุณหน่วยแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่มาลงพื้นที่ตรวจสุขภาพให้ชาวบ้านด้วย“พ่อขอให้ลูกทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ดูแลซึ่งกันและกัน อยู่กัน
สรุปว่าอาหารเช้าต้องพับเก็บกันไปก่อน เพราะเพิ่งอิ่มเอมกับบทรักที่เกิดขึ้นก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูเรียกของเจ้าหน้าที่อนามัยที่กลับจากการลากลับบ้านดังอยู่หน้าประตูห้องพัก ทำให้ดรัณภพที่อยู่ในอาการง่วงงุนเดินไปเปิดประตูด้วยความเผลอไผล เขาลืมไปว่าบนเตียงอุ่นๆ ของเขามีสาวน้อยอีกคนนอนอยู่ด้วย“หมอรัณครับ คุณพ่อกับคุณแม่ของคุณมาหาครับ”ประโยคของนพสิทธิ์ ทำให้ดรัณภพหายง่วงนอนเป็นปลิดทิ้ง นพสิทธิ์เอ่ยขอตัวไปที่บ้านพักของเขาอีกหลังเมื่อแจ้งเรื่องกับคุณหมอหนุ่มนพสิทธิ์เจอเข้ากับหมอจรินทร์กับนิตยา บิดามารดาของดรัณภพที่เดินทางมาถึงอนามัยพร้อมๆ กัน พอรู้ว่าเป็นบิดามารดาของคุณหมอหนุ่มที่เพิ่งย้ายมาประจำอยู่ที่นี่ เขาก็รีบพาขึ้นมาหาที่ห้องในทันที เพราะบ้านเงียบกริบไม่เห็นใคร แต่ประตูไม่ได้ล็อก คิดว่าดรัณภพคงนอนพักผ่อนอยู่บนห้องนอนของตัวเอง“อะไรกันเรา ยังไม่ตื่นอีกรึ” นิตยาเอ่ยถาม แทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว ไม่ทันให้ดรัณภพได้ตั้งตัว“นั่นใครน่ะ รัณพาใครมานอนด้วยที่ห้อง” น้ำเสียงเข้มงวดของมารดาทำให้ดรัณภพตัวแข็งทื่อ“เสียงใครเหรอคะพี่หมอ” ดอกแก้วเอ่ยถาม พลางปรือตามอง เธอตาโตเมื่อเห็นว่า
“ตัวหนักขนาดนี้ พี่จะแบกไปยังไงล่ะ”“โน่นจ้ะ ไอ้ยอดมันเอารถเข็นมาแล้ว” รถเข็นหรือเรียกว่ารถรุน มาจอดลงตรงหน้าของดอกแก้ว เพื่อจะพาตัวคุณหมอหนุ่มกลับไปที่อนามัย“ช่วยกันหามเลยจ้ะพี่” เพลงรีบบอก ทำให้ดอกแก้วได้สติอีกครั้ง ช่วยเด็กๆ ยกร่างของดรัณภพไปไว้บนรถและรีบเข็นกลับไปยังบ้านพักของเขา โดยมีเด็กๆ ตา
“เป็นหมาหรือไงวะ ไอ้บ้า!” อิทธิพลร้องโอดโอย ผลักร่างของดอกแก้วอีกครั้งจนกระเด็น“อย่ามาล้อแม่กูอีก ไม่งั้นกูจะกัดหูมึงให้หูขาดเลยไอ้บ้า!” ดอกแก้วถ่มน้ำลายที่เต็มไปด้วยเลือดออกจากปาก สายตาบ้าดีเดือดไม่เหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไป ทำเอาอิทธิต้องกลืนน้ำลายลงคอ ไม่กล้าล้อเลียนดอกแก้วอีกดอกแก้วกลับมาถึงบ้าน
“คุณหมอกับคุณนิตช่างเป็นคนดีเสียจริง คนดีๆ แบบนี้ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” จันทราพูดอย่างซาบซึ้งใจ“ผมกับนิตมีเรื่องจะบอกด้วยครับ” หมอจรินทร์หันไปมองภรรยาสาว ก่อนจะหันมามองครอบครัวตรงหน้าอย่างเวทนา“คุณหมอมีเรื่องอะไรเหรอคะ” จันทราเอ่ยถามคุณหมอหนุ่มกับภรรยาสาว“พวกเราต้องย้ายกลับไปดูแลคุณแม่น่ะครับ
“นังดอกรักมันสำส่อนมีผัวไม่รู้กี่คนต่อกี่คน แถมยังบ้าจริงๆ เด็กมันก็พูดถูก หรือคุณหมอกับคุณนิตว่าไม่จริง”พิกุลแผดเสียงออกมา ไม่ได้ดั่งใจที่โดนว่า ทำท่าเหมือนแม่เสือ ไม่ชอบใจที่ใครมาด่าว่าลูกสาวตัวน้อยๆ ของเธอหมอจรินทร์กับนิตยาถึงกับมองสบตากัน ส่ายหน้าไปมาด้วยความระอากับความคิดของพิกุล“พอเถอะ ฟัง







