로그인“ใจเย็นๆ นะคะ ไม่เป็นอะไรค่ะ” นิตยารีบเอ่ยบอกจันทราให้ใจเย็นๆ
“หายใจเข้าออกแรงๆ ลึกๆ เดี๋ยวหมอจะช่วยเองนะ” หมอจรินทร์รีบบอกเด็กสาวที่กำลังร้องไห้เพราะเจ็บท้องคลอด ร่างนั้นบิดตัวไปมาด้วยท่าทีทุรนทุราย คุณหมอหนุ่มกับพยาบาลสาวรีบจัดการทำคลอดอย่างชำนาญ ไม่นานเสียงร้องไห้จ้าของทารกน้อยก็ดังขึ้น หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ดอกรักก็ให้กำเนิดทารกน้อยเพศหญิง
หมอหนุ่มกับพยาบาลสาวซึ่งเป็นคู่สามีภรรยากันพาคนเป็นแม่ไปพักฟื้นที่อนามัย โดยมีผู้เป็นยายตามติดไปช่วยดูแลอยู่ไม่ห่าง
ในชนบทแบบนี้ค่อนข้างทุรกันดาร แต่สองผัวเมียก็ไม่เคยกลัวความลำบาก คิดว่าที่นี่ขาดแคลนหมอ จึงมาเป็นหมออยู่ที่อนามัยแห่งนี้
“ยายจันทร์ได้หลานสาวนะครับ” คุณหมอหนุ่มเอ่ยบอกกับจันทรา ทำให้นางต้องชะโงกหน้าเข้าไปดูทารกน้อยที่ห่อเอาไว้ด้วยผ้าอ้อมสีขาวสะอาดตา
นึกเสียดายที่ไม่ได้หลานชาย ถ้ามีหลานชายก็คงดีจะได้ปกป้องแม่กับยายไม่ให้ใครมารังแก ได้หลานสาวแล้วมีหวังโดนรังแกอยู่ร่ำไป
“เสียดายจังเลยค่ะที่ไม่ได้หลานชาย” จันทราเปรยขึ้น
“ทำไมล่ะคะ” นิตยาเอ่ยถามจันทรา
“เป็นผู้ชายจะได้ไม่โดนรังแกยังไงล่ะคะ” จันทราพูดแล้วหน้าหมองลงไปถนัดตา
“ไม่ว่าจะหลานสาวหรือหลานชาย เราก็สอนให้รู้จักดูแลตัวเองและปกป้องตัวเองได้นะคะ ส่วนดอกรักน่ะเพราะเขาไม่เหมือนเด็กคนอื่น ทำให้ปกป้องตัวเองไม่ได้ น้าจันทร์อย่าคิดมากเลยนะคะ”
นิตยาบีบมือจันทรา ยิ้มให้กำลังใจ จันทราพยักหน้ายิ้มตอบกลับไป
“ยายจันทร์ตั้งชื่อหลานหรือยังคะ” นิตยาเอ่ยถาม พลางมองเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู
“ยังไม่ได้ตั้งชื่อเลยค่ะ” เพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับการทำคลอด ลุ้นว่าแม่กับลูกจะปลอดภัยกันไหม เลยยังไม่ได้คิดเรื่องการตั้งชื่อ
“งั้นให้หนูตั้งให้ไหมคะ พวกเราอยากมีลูกสักคน แต่แต่งงานมาหลายปีแล้วยังไม่มีลูกกันเลย ขอตั้งชื่อให้ยายหนูนี่แล้วกัน เผื่อพวกเราจะมีลูกกับเขาบ้าง”
นิตยาพูดยิ้มๆ จริงๆ การตั้งชื่อไม่เกี่ยวกับการมีลูก แต่เธอก็พูดให้จันทราผ่อนคลาย เพราะสีหน้าผิดหวังที่ได้หลานสาว ทำให้เธอกับสามีพยายามชวนจันทราคุยเรื่องอื่น เพื่อให้อีกฝ่ายดีใจกับสมาชิกใหม่ของครอบครัวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แทนที่จะกังวลไปกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
“แล้วแต่คุณๆ เลยค่ะ” จันทราเอ่ยอนุญาต นางเองก็คิดชื่อไม่ออกเหมือนกัน
“แม่ชื่อดอกรัก ให้ลูกชื่อดอกแก้วดีไหมคะ ชื่อเพราะสมตัวเชียวค่ะ”
“ได้ค่ะ ต่อจากนี้ไป น้าจะเรียกหลานว่าดอกแก้วนะคะ” จันทราตอบรับการตั้งชื่อจากหมอหนุ่มและเมียสาวที่ทำคลอดให้แก่บุตรสาว
ในขณะที่ดอกรักคลอดลูกสาวหน้าตาน่ารัก พิกุลเมียของกล้า ซึ่งเป็นลูกชายกำนันเพิ่มก็คลอดลูกสาวเช่นเดียวกัน
กำนันเพิ่มดีใจมากที่ได้หลานสาว จึงให้ชื่อว่าพิมพ์แก้ว
สมาชิกใหม่ของครอบครัวสร้างความดีใจให้กำนันเพิ่มเป็นอันมาก มีงานเลี้ยงฉลองเจ็ดวันเจ็ดคืน กับการมีทายาทคนแรกของครอบครัว
ในขณะที่ครอบครัวของกำนันเพิ่มกำลังมีความสุข ครอบครัวของจันทราก็ใช้ชีวิตเงียบๆ อยู่ในหมู่บ้านที่ห่างไกลออกไปจากบ้านหลังอื่นๆ มากโข
“เอ็งต้องกินเยอะๆ นะนังดอกรัก จะได้มีน้ำนมให้ลูก เราไม่มีเงินถุงเงินถัง จะได้ซื้อนมมาให้ลูก ต้องอาศัยเต้านมของเอ็งให้ลูกกินนมให้อิ่ม” จันทราเอ่ยกับบุตรสาวที่สติไม่ดี ไม่ว่ามีแรงกายแรงใจเท่าไหร่ท่านก็ออกไปรับจ้างหาเงินมาเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานจนหมด
แกงเลียงผักรวมจึงเป็นอาหารที่นางทำให้บุตรสาวกินทุกมื้อ โดยเฉพาะใส่ปลีกล้วยเยอะๆ ซึ่งก็ไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหน เก็บมาจากริมรั้วหรือจากสวนของชาวบ้านนี่แหละ เขาเมตตาก็ให้มา ขี้เหนียวหน่อยก็ไล่ส่งอย่างรังเกียจ ปลีกล้วยทำให้น้ำนมของดอกรักมีเพียงพอสำหรับให้ลูกกิน
การอยู่ชนบทก็มีข้อดีสำหรับนาง จันทราคิดว่าหากอยู่ในเมืองจะไปเที่ยวขอของในสวนคนอื่นแบบนี้คงไม่มีใครเขาให้กัน เพราะในเมืองใหญ่ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองหมด แต่ในหมู่บ้านแบบนี้ ตะไคร้ ใบมะกรูด ผักริมรั้วก็สามารถขอกันได้เลย ไม่ต้องควักเงินซื้อ หากไม่มีเงินก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ขอแค่มีผักหญ้าของกินประทังชีวิต
“ไม่อาหย่อย” คุณแม่คนใหม่ที่สติไม่ค่อยดีเบือนหน้าหนีแกงเลียงผักรวมที่มารดาทำให้กินทุกวัน
“กินเถอะ มันดีต่อเอ็งกับลูกนะ” ผู้หญิงที่เพิ่งคลอดใหม่ๆ ต้องกินผักเยอะๆ โดยเฉพาะปลีกล้วยจะได้มีน้ำนม จันทราพอรู้จึงให้ลูกสาวกินทุกวันจะได้มีน้ำนม
“ไม่อาหย่อย ไม่กิน ไม่กิน” คนพูดปัดชามแกงเลียงจนหกเต็มพื้น ทำเอาจันทราทั้งโกรธทั้งเสียใจ นางอุตส่าห์เดินเก็บผักมาทำอาหารที่มีประโยชน์ให้บุตรสาวกิน
“เอ็งนี่มันยังไง ไม่กินแล้วจะมีน้ำนมที่ไหนเลี้ยงลูกกันฮะ” จันทราขึ้นเสียง ทำท่าจะทุบตี ง้างมือค้างเมื่อเห็นท่าทีหวาดกลัวตัวสั่นลนลานของบุตรสาว
“กลัวแล้ว กลัวแล้ว กิน... กิน... กินก็ได้” ดอกรักรีบเก็บผักแกงเลียงบนพื้นมากินด้วยท่าทีลนลานเพราะกลัวมารดา
“อย่าทำแบบนั้นสิดอกรักมันสกปรก ในหม้อยังมี กินของในหม้อนะ กินของในหม้อกัน แม่ไม่ดุแล้วไม่ดุแล้ว โอ๋ ๆ ๆ” จันทรารีบดึงมือบุตรสาวขึ้นมาจากพื้นเมื่ออีกฝ่ายกำลังเก็บผักแกงเลียงจากพื้นขึ้นมากิน
“กล้วยจะเป็นพยานให้แก้ว จะช่วยกระชากหน้ากากของมันออกมา มันส่งยาหมู่บ้านอื่น แต่หมู่บ้านเรามันยังไม่กล้า แต่ถ้ามันหันมาทำ ลูกหลานบ้านเราน่าจะไม่เหลือ” เพราะอิทธิคิดว่าส่งยาเสพติดให้หมู่บ้านอื่นก่อน หมู่บ้านที่เขาอยู่จะได้ไม่โดนเพ่งเล็ง แต่พอทำให้ลูกหลานหมู่บ้านอื่นติดยาแล้ว ค่อยกลับมายังหมู่บ้านของตัวเอง มันเลยอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้หลังจากที่กล้วยนำหลักฐานไปให้ดอกแก้วในวันนั้น ไม่นานอิทธิก็ถูกรวบตัว โดนจับกุมหลายข้อหา ซึ่งเป็นคดีร้ายแรงแทบทั้งสิ้น ส่วนกล้วยนั้นถูกกันตัวเอาไว้เป็นพยาน เธอมีคลิปต่างๆ ที่อิทธิทำความผิดเอาไว้ เธอเคยรักเขา แต่เขาทำกับเธอเยี่ยงสัตว์ ตบตีสารพัด บังคับขืนใจให้ทำเรื่องชั่วๆ จากความรักจึงกลายเป็นความแค้นเขาจะแฉคลิปอะไรก็ช่าง เธอเป็นเพียงหญิงสาวบ้านป่า ไม่ได้เป็นที่รู้จักของใคร ช่างหัวมัน เธอไม่อายและคิดว่าการออกจากขุมนรกมันดีกว่าไปมัวแต่อายกับคลิปลามกพวกนั้น เพราะตอนนี้เธอไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วกล้วยถูกพาไปรักษาตัวให้เลิกยา ตรวจสุขภาพและอยู่ภายใต้การดูแลของหมอและเจ้าหน้าที่ กล้วยรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง“ฉันไม่ได้ทำคนเดียว พิมพ์แก้วเป็นคนสั่งให้ฉันท
การสืบหาตัวคนร้ายดูเหมือนจะได้เบาะแสเพิ่มขึ้น แต่ดอกแก้วก็ไม่ได้แหวกหญ้าให้งูตื่นว่าเธอพอจะรู้แล้วว่าเป็นใครคนที่ทำคือคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะทำ มันไม่น่าทำเลวๆ กับแม่ของเธอแบบนั้นเลยมีชาวบ้านเห็นว่าวันนั้นอิทธิพาพวกมารุมขืนใจแม่ของเธออย่างบ้าคลั่ง แต่แม่ของเธอดิ้น ต่อสู้จิกข่วน พวกมันเลยพลั้งมือฆ่าจนตาย ก่อนที่ยายของเธอจะมาเห็นเข้าและช็อกจนเป็นลมหมดสติไป และมาปรากฏในภายหลังว่าท่านได้เสียชีวิตไปเสียแล้วชาวบ้านที่เห็นไม่มีหลักฐาน ถ้าจะให้การก็คงเป็นแค่พยาน ซึ่งต้องสอบสวนกันอีกว่าให้การเท็จหรือไม่ แต่กลับมีอีกคนที่ช่วยเหลือดอกแก้วเอาไว้อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดดอกแก้วเชื่อแล้วว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เพราะคนที่ช่วยเธอคือกล้วย เพื่อนในหมู่บ้านที่เคยวางยาเธอนั่นเอง“ฉันถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย ที่ฉันมาบอกเรื่องนี้กับเธอก็เพราะว่าฉันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว” กล้วยกอดตัวเองอย่างหนาวสั่น ร่างกายดูไม่สาวสดเหมือนก่อน ทำให้ดอกแก้วเป็นห่วงยิ่งนัก“กล้วยมีอะไร เล่าให้ฉันฟังได้นะ” ดอกแก้วมองสภาพเพื่อนแล้วรู้สึกใจหายไม่น้อย จากเพื่อนสาวที่หน้าตาน่ารัก กลายเป็นคนผอมแห้งแรงน้อย ซูบซีดไปได้อย่างไรกัน“ไอ้อิทมันเ
สะโพกงอนงามหยัดขึ้นไปรับด้วยความรัญจวน ความเสียวกระสันเข้าโจมตีไม่แพ้ความคับแน่นที่เกิดขึ้นใจกลางร่างสาวเขาแช่กายเอาไว้นิ่งๆ ให้เธอได้ปรับตัว ความใหญ่โตแข็งคึกที่พักพิงอิงแอบอยู่ในกายสาวทำให้เธอต้องซู้ดปากเบาๆ พยายามผ่อนคลายโอบรัดทุกสิ่งอย่างที่สอดประสานเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวเธอครางเบาๆ ด้วยความกระสันซ่าน เนื้อกายสาวห่อหุ้มโอบอุ้มเสียดสี ผนังอ่อนนุ่มด้านในตอดรัดทุกทิศทาง ทำให้คนที่กำลังสอดเสียบเข้ามา หลุดเสียงครางอันแสนแหบพร่าออกมาไม่ต่างกันร่างกายของคุณหมอหนุ่มเริ่มโยกคลอนเข้าออกในความเป็นสาว มือหนาช้อนสะโพกงอนงามของเธอขึ้นรับ และบดบี้เข้าหากันอย่างล้ำลึกมันลึกจนเสียวซ่านไปถึงภายใน ร่างกายสั่นสะท้านโยกคลอนเข้าจังหวะอย่างไม่หยุดพักบทรักแสนเร่าร้อนรัวเข้าใส่หากันไม่ยั้งแรง ทั้งลึกทั้งเร็วเร่งเร้าให้ป่ายปีนไปถึงจุดหมายปลายทางสวาทที่กวักมือรอคอยอยู่เบื้องหน้าดอกแก้วร้องครางไม่เป็นส่ำ ใบหน้าของเธอส่ายไปกับหมอนใบโต พร้อมๆ กับกายสาวที่หยัดยกให้เขาซ้ำๆ อยู่แบบนั้น คุณหมอหนุ่มโอบอุ้มสะโพกน้อยๆ งอนงามของเธอเอาไว้ ยกขึ้นมาให้เขากระแทกย้ำๆ จนใบหน้าของเขาเริ่มเหยเก“พี่ไม่ไหวแล้ว พร้อมกันเลยน
เปลือกตาของเธอถูกจุมพิตเบาๆ สลับกัน มันร้อนผ่าวและให้ความอบอุ่นในเวลาเดียวกันแล้วจุมพิตจากริมฝีปากร้อนรุ่มของเขาก็ประทับไปทั่วใบหน้าหวานละมุน จนมาหยุดอยู่ตรงริมฝีปากนุ่มของเธอเขาขบเม้มริมฝีปากบนล่างของเธอ ทำให้เธอเผยอริมฝีปากแยกแย้มออกจากกัน แล้วเรียวลิ้นสากร้อนของเขาก็สอดแทรกเข้าไปพัวพันในโพรงปากนุ่มของเธอ“อื้ม...” ดอกแก้วหลุดเสียงครางออกมาเบาๆ ยามที่ลิ้นของเธอสัมผัสกับลิ้นของเขา เขาดูดรวบและกลืนกิน มันให้ความรู้สึกเสียวกระสันระคนอ่อนหวานในเวลาเดียวกันมือหนาของเขาเริ่มลูบไล้ไปทั่วเนื้อกายของเธอ เล้าโลมให้อารมณ์สาวพวยพุ่งไปด้วยความเสน่หาคุณหมอหนุ่มค่อยๆ จัดการปลดกระดุมเสื้อชุดนอนของภรรยาสาวออกอย่างเบามือ แล้วประทับริมฝีปากลงไปทุกครั้งที่กระดุมถูกปลดออกผิวกายหอมกรุ่นของเธอถูกปากร้อนสัมผัส จนเธอดีดเด้งแอ่นกายให้เขาด้วยความเสียวซ่านรัญจวนใจ ริมฝีปากน้อยหลุดเสียงครวญครางออกมาอย่างสะท้านหวั่นไหวมือหนาสัมผัสลูบโลมไปทั่วสรรพางค์กาย ความเป็นชายบดเบียดเสียดสีกับหน้าท้องเนียนนุ่ม ทำให้เธอต้องหลุดเสียงครางรับออกมาด้วยความสยิวเขาเลื่อนริมฝีปากขบเม้มไปทั่วผิวกายผุดผ่อง บดจูบไปตามปทุมถันอว
หมอจรินทร์กับนิตยาเดินทางมาครั้งนี้ก็พาแพทย์อาสาคนอื่นๆ มาในหมู่บ้านด้วย ซึ่งทุกคนเดินทางตามมาในอีกสามวันหลังจากนั้น เพื่อมารักษาชาวบ้าน ใครป่วยเป็นอะไร ก็จะช่วยดูแลรักษาให้ดีที่สุด คนไหนต้องส่งตัวเข้าเมืองก็จะมีรถคอยรับส่งและทำเอกสารต่างๆ ให้เป็นอย่างดีกำนันพร้าวจึงป่าวประกาศให้ชาวบ้านในหมู่บ้านของตนและหมู่บ้านใกล้เคียงมารับยา ข้าวสาร อาหารแห้ง และเข้ารับการตรวจสุขภาพกันอย่างถ้วนหน้า หากมีโรคอะไรก็จะได้ทำการรักษาต่อไปในวันที่แพทย์ทุกคนได้ลงพื้นที่รักษาชาวบ้าน จ่ายยา ทำฟันกันอย่างแข็งขัน ก็มีข่าวดีของหมอดรัณภพกับดอกแก้วด้วย ทั้งสองตัดสินใจแต่งงานกัน โดยไม่จัดงานแต่งให้สิ้นเปลือง แต่ดรัณภพใช้ทุนทรัพย์ที่เขามีเลี้ยงอาหารชาวบ้านที่มาตรวจสุขภาพกับหมอที่บิดามารดาพามารักษาชาวบ้าน ก่อนจะจดทะเบียนสมรสกับเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาจัดการให้ถึงหมู่บ้านหลังจากการจดทะเบียนสมรส ในตอนเย็นก็มีงานเลี้ยงเกิดขึ้น เป็นการรับประทานอาหารร่วมกันของทุกคน รวมถึงมีการเลี้ยงขอบคุณหน่วยแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่มาลงพื้นที่ตรวจสุขภาพให้ชาวบ้านด้วย“พ่อขอให้ลูกทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ดูแลซึ่งกันและกัน อยู่กัน
สรุปว่าอาหารเช้าต้องพับเก็บกันไปก่อน เพราะเพิ่งอิ่มเอมกับบทรักที่เกิดขึ้นก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูเรียกของเจ้าหน้าที่อนามัยที่กลับจากการลากลับบ้านดังอยู่หน้าประตูห้องพัก ทำให้ดรัณภพที่อยู่ในอาการง่วงงุนเดินไปเปิดประตูด้วยความเผลอไผล เขาลืมไปว่าบนเตียงอุ่นๆ ของเขามีสาวน้อยอีกคนนอนอยู่ด้วย“หมอรัณครับ คุณพ่อกับคุณแม่ของคุณมาหาครับ”ประโยคของนพสิทธิ์ ทำให้ดรัณภพหายง่วงนอนเป็นปลิดทิ้ง นพสิทธิ์เอ่ยขอตัวไปที่บ้านพักของเขาอีกหลังเมื่อแจ้งเรื่องกับคุณหมอหนุ่มนพสิทธิ์เจอเข้ากับหมอจรินทร์กับนิตยา บิดามารดาของดรัณภพที่เดินทางมาถึงอนามัยพร้อมๆ กัน พอรู้ว่าเป็นบิดามารดาของคุณหมอหนุ่มที่เพิ่งย้ายมาประจำอยู่ที่นี่ เขาก็รีบพาขึ้นมาหาที่ห้องในทันที เพราะบ้านเงียบกริบไม่เห็นใคร แต่ประตูไม่ได้ล็อก คิดว่าดรัณภพคงนอนพักผ่อนอยู่บนห้องนอนของตัวเอง“อะไรกันเรา ยังไม่ตื่นอีกรึ” นิตยาเอ่ยถาม แทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว ไม่ทันให้ดรัณภพได้ตั้งตัว“นั่นใครน่ะ รัณพาใครมานอนด้วยที่ห้อง” น้ำเสียงเข้มงวดของมารดาทำให้ดรัณภพตัวแข็งทื่อ“เสียงใครเหรอคะพี่หมอ” ดอกแก้วเอ่ยถาม พลางปรือตามอง เธอตาโตเมื่อเห็นว่า
“ตัวหนักขนาดนี้ พี่จะแบกไปยังไงล่ะ”“โน่นจ้ะ ไอ้ยอดมันเอารถเข็นมาแล้ว” รถเข็นหรือเรียกว่ารถรุน มาจอดลงตรงหน้าของดอกแก้ว เพื่อจะพาตัวคุณหมอหนุ่มกลับไปที่อนามัย“ช่วยกันหามเลยจ้ะพี่” เพลงรีบบอก ทำให้ดอกแก้วได้สติอีกครั้ง ช่วยเด็กๆ ยกร่างของดรัณภพไปไว้บนรถและรีบเข็นกลับไปยังบ้านพักของเขา โดยมีเด็กๆ ตา
“เป็นหมาหรือไงวะ ไอ้บ้า!” อิทธิพลร้องโอดโอย ผลักร่างของดอกแก้วอีกครั้งจนกระเด็น“อย่ามาล้อแม่กูอีก ไม่งั้นกูจะกัดหูมึงให้หูขาดเลยไอ้บ้า!” ดอกแก้วถ่มน้ำลายที่เต็มไปด้วยเลือดออกจากปาก สายตาบ้าดีเดือดไม่เหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไป ทำเอาอิทธิต้องกลืนน้ำลายลงคอ ไม่กล้าล้อเลียนดอกแก้วอีกดอกแก้วกลับมาถึงบ้าน
“คุณหมอกับคุณนิตช่างเป็นคนดีเสียจริง คนดีๆ แบบนี้ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” จันทราพูดอย่างซาบซึ้งใจ“ผมกับนิตมีเรื่องจะบอกด้วยครับ” หมอจรินทร์หันไปมองภรรยาสาว ก่อนจะหันมามองครอบครัวตรงหน้าอย่างเวทนา“คุณหมอมีเรื่องอะไรเหรอคะ” จันทราเอ่ยถามคุณหมอหนุ่มกับภรรยาสาว“พวกเราต้องย้ายกลับไปดูแลคุณแม่น่ะครับ
“นังดอกรักมันสำส่อนมีผัวไม่รู้กี่คนต่อกี่คน แถมยังบ้าจริงๆ เด็กมันก็พูดถูก หรือคุณหมอกับคุณนิตว่าไม่จริง”พิกุลแผดเสียงออกมา ไม่ได้ดั่งใจที่โดนว่า ทำท่าเหมือนแม่เสือ ไม่ชอบใจที่ใครมาด่าว่าลูกสาวตัวน้อยๆ ของเธอหมอจรินทร์กับนิตยาถึงกับมองสบตากัน ส่ายหน้าไปมาด้วยความระอากับความคิดของพิกุล“พอเถอะ ฟัง




![ห้าผัวแซ่บเกินต้าน [6P] + [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


