เข้าสู่ระบบรวมเรื่องราวความรัก 3 คู่ 3 รสชาติไว้ให้ในเรื่องนี้แล้วค่ะ พศิน/เอื้อมดารา "ลูกชายฉันจะกลับมารับตำแหน่งประธานแทนฉันในสัปดาห์หน้า และฉันอยากให้เธอเป็นเลขาส่วนตัวของเขา เธอโอเคไหมดาว" แล้วดาวเลือกอะไรได้ไหม เลือกที่จะไม่เป็นได้หรือเปล่า... ดรัณภพ/พัชชา "วันนี้คุณสวยมากนะ เกือบจำไม่ได้ถ้าไม่มองดี ๆ" "ขอบคุณที่ชมนะคะ ฉันรู้ตัวว่าฉันสวยค่ะ" ภาคภูมิ/เพียงออ เพียงอออยากตอบแทนบุญคุณภาคภูมิ ด้วยร่างกายเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทว่า...ครั้งเดียว คืนเดียว ไม่มีอยู่จริง!
ดูเพิ่มเติมเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังกึกก้องไปตามจังหวะการลงน้ำหนักของหญิงสาวรูปร่างผอมเพรียว ในชุดกระโปรงและเสื้อสูทสีเข้มบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า ในขณะนี้เจ้าของร่างสะโอดสะองกำลังหัวหมุนแค่ไหน
เอื้อมดารายกมือเรียวทัดปอยผมที่ร่วงหล่นลงมาคลอเคลียใบหน้าให้นึกรำคาญใจ เธออยากจะตะโกนออกมาดัง ๆ เหลือเกินว่า ทั้งบริษัทนี้มีเธอทำงานอยู่คนเดียวหรืออย่างไร ทำไมคนอื่นดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจหรืองานยุ่งเท่าเธอเลยสักนิด
“คุณดาวคะ ท่านประธานเรียกค่ะ” เอื้อมดาราที่กำลังก่นด่าโชคชะตาตัวเองต้องรีบหันกลับไปหาเจ้าของเสียง เธอจำได้ดีว่าเด็กคนนี้คือนักศึกษาฝึกงาน หรือผู้ช่วยของเลขาหน้าห้องคุณหญิงน้ำเพชร ประธานบริษัทคนปัจจุบันนั่นเอง
“เดี๋ยวพี่ไป ขอบใจมากพิพิมพ์”
“คุณดาวดูเหนื่อย ๆ นะคะ”
เอื้อมดาราอยากจะกรีดร้อง ในที่สุดก็มีคนสังเกตสักทีว่าเธอเหนื่อยมากแค่ไหน ใบหน้าหวานใสมีเครื่องสำอางปาดทับอยู่บางเบาดูอิดโรยจนคนมองอย่างพิพิมพ์รู้สึกได้ แล้วทำไมเจ้านายของเธออย่างคุณหญิงน้ำเพชรถึงไม่เห็นกันเล่า!
คิดไปก็ป่วยการ ขาเรียวสับเท้าไปยังคนที่กำลังนึกถึงอย่างรีบเร่าตามนิสัยของเลขาส่วนตัว ผู้ทำอะไรว่องไวและคล่องแคล่วอยู่เสมอ
“ขออนุญาตค่ะคุณหญิง”
เบื้องหน้าของเอื้อมดาราคือหญิงวัยกลางคน รูปร่างดีนั่งเหยียดหลังตรงดูสง่า กาลเวลาไม่สามารถพรากความสะสวยไปจากใบหน้าของเจ้านายเอื้อมดาราได้ คุณหญิงน้ำเพชรยังคงเค้าความสง่างาม สวยในแบบผู้ใหญ่อยู่เสมอ ไม่แปลกที่บางทีจะมีตาเฒ่าแก่ ๆ เข้ามาขายขนมจีบ
“นั่งลงสิหนูดาว”
“คะ?” คนถูกเชื้อเชิญให้นั่งเผลอหลุดปากออกไป ทว่าสายตาที่ได้รับกลับมาก็ยังคงความเรียบนิ่งไว้เช่นเดิม
คุณหญิงน้ำเพชรทอดสายตามองเลขาส่วนตัวที่เพิ่งเข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้ได้เพียงสามปีกว่า ทว่าฝีมือของเด็กตรงหน้ามีดีไม่แพ้คนผ่านงานมาเป็นสิบปีอย่างอดีตเลขาของหล่อนเลยสักนิด
เอื้อมดาราคล่องตัวไปเสียทุกอย่าง ทำให้ทุกวันนี้หล่อนเบาแรงและเบาใจกับงานในบริษัทไปมากทีเดียว
“ช่วงนี้โพรเจกต์เป็นอย่างไรบ้าง” หล่อนเอ่ยถามเลขาส่วนตัวด้วยน้ำเสียงทอดอ่อน ทำให้เอื้อมดาราผ่อนคลายอิริยาบถลงไปได้บ้าง
“ดีค่ะ วันนี้ดาวเพิ่งเขียนรายงานเสร็จ เดี๋ยวดาวกลับไปเอามาให้คุณหญิงดูนะคะ”
“ไม่ต้องหรอก”
หญิงวัยกลางคนขัดขึ้นเสียก่อนที่ร่างเพรียวจะได้ลุกจากเก้าอี้ ทำให้เอื้อมดาราต้องนั่งเหยียดหลังตรงประสานมือกันไว้บนหน้าตักเช่นเดิม ในใจก็รู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ เนื่องจากไม่เคยชินกับการต้องมานั่งเผชิญหน้ากับเจ้านายโดยไม่มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยว
“ที่ตามมาวันนี้แค่จะถามน่ะว่างานเป็นอย่างไรบ้าง ช่วงนี้เห็นเธอเครียด ๆ นะดาว หรือฉันใช้งานเธอหนักเกินไป”
“ไม่หรอกค่ะคุณหญิง...” เสียที่ไหนกันล่ะ เธอก็อยากจะตอบตามใจคิดเต็มแก่ แต่พอคิดถึงผลที่จะตามมา ทำให้กลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอแทบไม่ทัน!
คุณหญิงน้ำเพชรหลุดยิ้มออกมาโดยที่เอื้อมดาราไม่ทันได้เห็น ดูก็รู้ว่าเด็กสาวตรงหน้าหล่อนน่ะอิดโรยแค่ไหน เอื้อมดาราไม่เคยโอดโอยแม้งานจะหนักหนาสาหัส อีกทั้งงานที่เด็กคนนี้ทำออกมาก็ดีเสมอ สมแล้วที่หล่อนเลือกมาเองกับมือ
“เอาเป็นว่าพอจบโพรเจกต์นี้ฉันจะให้โควตาเธอพักร้อนยาว ๆ สักอาทิตย์นึงดีไหม”
“จริงหรือคะ! เอ่อ...ขอโทษค่ะ ดาวแค่ตกใจ แหะ ๆ” เอื้อมดาราแทบจะลุกขึ้นเต้นอยู่รอมร่อ เธอน่ะอยากหาวันลาเต็มแก่
“ดีใจขนาดนั้นเชียว”
“เปล่าค่า ดาวแค่คิดว่ากำลังจะขอวันลาอยู่พอดีเลย แต่กลัวว่าจะไม่มีคนช่วยคุณหญิงทำงาน”
“หึ ๆ เธอเนี่ยน้า เพลาเรื่องบ้างานลงบ้างก็ดีนะ” เอื้อมดารายิ้มรับคำหยอกเย้าของผู้เป็นเจ้านาย คุณหญิงน่ะ ดูดุแต่ใจดีอย่าบอกใครเรื่องนี้เอื้อมดารารู้ดีที่สุด
หลังจากกลับออกมาจากห้องของผู้บริหาร ตัวเธอก็ได้มีเวลาพักผ่อนกับเขาสักที ถึงแม้จะเป็นเวลาไม่กี่นาทีก็ตาม
“เอ้า ยัยดาว ไม่เจอหน้าแกหลายวันหายไปไหนมา” เสียงทักทายจากด้านหลัง ทำให้เอื้อมดาราที่กำลังจะลงลิฟต์ไปยังแคนทีนต้องหันกลับไปให้ความสนใจ
“เพื่อนรักกก แกจะไปเห็นฉันได้ไงมิทราบ อยู่คนละชั้นเลย อีกอย่างงานฉันกองจะท่วมหัวอยู่ทุกวัน”
“ฮิ ๆ บ้าบอแล้ว ทำงานจนเพี้ยนหรือไงเลขาท่านประธาน กับพนักงานฝ่ายบุคคลเนี่ยนะ”
“ฉันคงบ้าไปแล้วจริง ๆ ว่าแต่กินข้าวมายังกุล ฉันกำลังจะไปกินอะ หาเพื่อนพอดี” เอื้อมดาราหันมาชวนเพื่อนสนิทอย่างมีความหวัง
“จะขึ้นมาชวนนี่แหละ กะว่าถ้าไม่เจอแกฉันก็คงไปกินคนเดียว ว่าแต่แฟนแกล่ะ” พอพูดถึงแฟน เอื้อมดาราก็เพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ เธอและคนรักไม่ได้คุยกันมาจะหนึ่งสัปดาห์ได้แล้ว เหตุเพราะต่างฝ่ายต่างยุ่งวุ่นวายกับงานตัวเองนี่แหละ
“เดี๋ยวลองโทรชวน แต่ตอนนี้ลงลิฟต์ก่อน หิวไส้จะขาด”
สองเพื่อนซี้พากันลงไปยังศูนย์อาหารของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ เมื่อมาถึงมือเรียวก็รีบยกหูโทรศัพท์ต่อสายหาคนรักทันที ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาเป็นคำปฏิเสธ เอื้อมดาราทำเพียงยักไหล่เธอไม่ได้ซีเรียสเรื่องเล็กน้อยแบบนี้อยู่แล้ว
“สรุปยังไง ไม่มาหรือ”
“อือ เห็นว่าเคลียร์บัญชีโพรเจกต์ที่ฉันกำลังทำอยู่” กุลนิดาเหลือบมองเพื่อนด้วยแววตาเห็นใจ งานหนักทั้งคู่แบบนี้คงไม่ได้ใช้เวลาด้วยกันไปอีกนาน
“ช่วงนี้เป็นไงบ้างล่ะดาว ดูหน้าแกดิเหมือนคนไม่ได้นอนมาสิบวัน”
“อย่าให้ต้องพูด งานหนักมาก มาก มาก! แต่ฉันไหว ครั้งสุดท้ายที่หนักขนาดนี้ก็คงจะเป็นก่อนลูกชายคุณหญิงจะไปประจำที่อังกฤษ”
“เออ พูดถึงลูกชายคุณหญิง แกเคยเห็นหน้าเขาไหมอะ”
กุลนิดาเอ่ยถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น ทว่าเอื้อมดารากลับส่ายหน้ารัวเร็วกลับมา
“ใครจะไปเคยเห็น คุณหญิงบอกว่าคุณเขาไม่ออกสื่อ ไม่เปิดเผยตัว ขนาดตอนเรียนยังเปลี่ยนนามสกุลไม่ให้คนจับได้”
นึกถึงตรงนี้แล้วก็ขำ มีแต่คนอยากจะเป็นที่รู้จักทั้งนั้น ตระกูลพงงศ์ไพศาลมีอะไรน่าอายกัน รวยก็รวย ลูกชายคุณหญิงคงเป็นพวกติสต์แตกแน่นอน
“ยิ่งลึกลับยิ่งอยากค้นหาอะ เขาต้องหล่อมากแน่เลย”
“เพ้อเจ้อ แม้แต่ชื่อยังไม่รู้จัก ไปคาดเดาหน้าตาเขาซะแล้วหรือไงเพื่อนฉัน” เอื้อมดาราหัวเราะขันกับเพื่อนรักของตัวเอง ทว่าก็อดนึกถึงใบหน้าคนที่กำลังพูดถึงอยู่ไม่ได้เช่นกัน
“ขนาดฉันเป็นเลขาส่วนตัวคุณหญิงยังไม่เคยจะได้ยินชื่อลูกชายหลุดออกมาจากปากเขาเลย แต่เรื่องฝีมือการทำงานก็คงเก่งมากทีเดียว ไม่อย่างนั้นคุณหญิงไม่ส่งไปประจำที่สาขาอังกฤษหรอก”
“ก็จริง...”
เอื้อมดาราอยู่คุยกับเพื่อนรักต่ออีกไม่กี่ประโยคก็ต้องขอปลีกตัวออกมาจัดการงานของตัวเองต่อ หากช้าไปแม้นาทีเดียวมันจะผิดแพลนที่เธอวางไว้ งานล่าช้าให้เธอต้องมานั่งตามยิก ๆ อีก เหลือบมองนาฬิกาก็ได้แต่ถอนหายใจ เอาเถอะ เหลือแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้กลับบ้านแล้ว...
“กรไม่ต้องมาหาก็ได้ พักผ่อนไปเถอะค่ะ ดาวเหนื่อยด้วยวันนี้ลุยงานทั้งวัน” ระหว่างที่หญิงสาวนั่งเช็ดผมอยู่หน้ากระจก แฟนหนุ่มที่ทำงานก็ต่อสายมาหาจนเธอต้องพูดคุยอยู่นานสองนาน
“ดีค่ะ คุณก็พักเถอะ เห็นว่าวันนี้ทำบัญชีนี่”
[เอ่อ...ใช่ ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ฝันดีนะดาว]
ดวงตาหวานใสจ้องมองเครื่องมือสื่อสารนิ่งงัน นี่เธอไม่เจอคนรักมากี่วันแล้วนะ ทำไมความรู้สึกคิดถึงมันถึงตีขึ้นมามากมายขนาดนี้ ทว่าในใจกลับสั่นสะท้านอย่างประหลาด โดยที่เอื้อมดาราเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าเกิดจากอะไร ทำได้เพียงสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปแล้วมาทิ้งตัวนอนบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้าสะสม จึงทำให้หญิงสาวหลับไปอย่างง่ายดาย
ทว่าวันรุ่งขึ้นเธอกลับต้องเจองานยากอีกครั้ง เมื่อต้องเข้ามานั่งเผชิญหน้ากับคุณหญิงน้ำเพชรราวกับเหตุการณ์เดจาวู จะแตกต่างก็ตรงสิ่งที่เอื้อมดาราได้ฟังต่อจากนี้...
“ลูกชายฉันจะกลับมารับตำแหน่งประธานแทนฉันในสัปดาห์หน้า และฉันอยากให้เธอเป็นเลขาส่วนตัวของเขา เธอโอเคไหมดาว”
แล้วดาวเลือกอะไรได้ไหม เลือกที่จะไม่เป็นได้หรือเปล่า...
ภาคภูมิกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แต่คนทั้งสองที่เหลือต่างสบตากันอย่างหวาด ๆ ก็แค่ส่งคนไปซ้อมแต่ยังไม่ออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วน่ะหรือ! “เอ่อ เออดี ๆ คุณภาคทำถูกแล้ว คนเลว ๆ ใช้กฎหมายไม่ได้หรอก มันไม่รุนแรงพอ ต้องเจอแบบนี้แหละลูก” “แล้วสรุป คุณตุลาจะอนุญาตให้ผมกับเพียงรักกันได้หรือยังครับ ผมถือโอกาสนี้ขอลูกสาวคุณอย่างเป็นทางการเลยแล้วกัน” “ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ” ตุลาจ้องดวงตาคนอ่อนกว่าอย่างไม่ลดละ ถึงเขาจะเกรงใจอีกฝ่ายมากแค่ไหน ทว่าเรื่องของเพียงออเป็นข้อยกเว้น เขาแค่อยากจะรู้ว่าถ้าเกิดตัวเองดึงดันจะขัดขวาง ภาคภูมิจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร “ผมก็จะทำทุกอย่างจนกว่าคุณจะยอมนั่นแหละครับ ผมรักลูกสาวคุณจริง ๆ ถ้าไม่ได้แต่งกับเธอ ผมก็ไม่คิดจะแต่งกับใคร” “คุณภาค...” เพียงออน้ำตารื้น มันอาจจะเป็นประโยคง่าย ๆ ทว่ากลับมีน้ำหนักในใจเธอเหลือเกิน ไม่ว่าจะกี่ปี ผู้ชายคนนี้ก็ยังเป็นคนเดียวที่ทำหัวใจเธอเต้นแรงได้ขนาดนี้ “เอาละ ๆ น้องเพียงไม่ต้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ลูกคิดว่าพ่อจะขัดขวางความสุขของลูกได
ในเมื่อบิดาเธอกล้าถาม เธอก็กล้าตอบ แต่คนฟังถึงกับหงุดหงิดในคำตอบของลูกสาวตัวเอง ห่างกันแค่สามวันทำมาเป็นหมดอาลัยตายอยากมันน่านักนะ “ไม่คิดถึงพ่องั้นสิ หายไปเป็นเดือน ไม่อยากอยู่กับพ่อหรือไง” “คุณพ่อคะ เพียงก็ไม่ได้จะไปอยู่กับคุณภาค เพียงแค่อยากเจอหน้าเขาบ้าง คุณพ่อขังเพียงไว้แบบนี้เหมือนนักโทษเลยน้า” “พ่อแค่อยากแกล้งไอ้หนุ่มนั่น ไม่สิ ถ้านับตามอายุก็ห่างจากพ่อไม่ถึงยี่สิปีด้วยซ้ำ” เขานึกเจ็บใจก็ตรงนี้ ลูกสาวสวยปานนี้กลับไปคว้าคนที่ห่างกันถึงเก้าปีอย่างนั้น อีกอย่างภาคภูมิก็คนอันตราย คู่อริทางธุรกิจก็มากมาย “คุณพ่อจะเอาอายุมาเป็นตัวชี้วัดความรักของเพียงกับคุณภาคหรือคะ” “อะ เอ่อ ก็เปล่า พ่อก็แค่...” “หวงเพียง ใช่ไหม เพียงพูดถูกไหม” ตุลาได้ฟังก็ทำได้แค่พยักหน้า เพียงออเผยรอยยิ้มหยอกเย้าออกมาทันที “เพียงคิดไว้อยู่แล้ว” ตาแก่ใจดีของเขาน่ะหรือจะโกรธ ก็แค่ไม่อยากให้ลูกอยู่ห่างตัวเท่านั้นแหละ “ทำไมคะ กลัวเหงาเหรอ แต่เพียงได้ข่าวมาว่าคุณพ่ออยู่นู่นก็ไม่เหงานี่นา” ตุลาสะดุ้งเ
ชายหนุ่มในชุดสูทเต็มยศ นั่งมองเอกสารตรงหน้าด้วยแววตาเหม่อลอย เลขาส่วนตัวที่เพิ่งเดินหอบแฟ้มเอกสารเข้ามาให้เจ้านายก็สังเกตเห็นความผิดปกตินี้ “ท่านครับ ท่าน!” “ฮะ มีอะไรทิว” ภาคภูมิหลุดออกจากห้วงภวังค์ ทันทีเมื่อรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของใครอีกคนหนึ่ง ดวงตาคมตวัดมองเลขาหนุ่มอย่างไม่สบอารมณ์จนคนถูกมองสะดุ้งเบา ๆ “ผมเห็นท่านนั่งเหม่อ ก็เลยลองเรียกดูน่ะครับ ท่านมีอะไรให้ผมช่วยบอกได้นะครับ” “ขอบใจ แต่แกช่วยฉันไม่ได้หรอก” ภาคภูมิจะพูดออกไปอย่างไรว่าเมียไม่ยอมกลับบ้าน ตั้งแต่ว่าที่พ่อตากลับมาจากออกกองก็ไม่ยอมให้ลูกสาวออกมาเจอเขาเลยสักนาทีเดียว! “หรือว่า...เรื่องคุณเพียงออหรือครับ” “แกรู้ได้อย่างไร” ทิวเขาทอดถอนหายใจออกมายืดยาว เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร มีเรื่องไหนบ้างที่ทำให้เจ้านายของเขาอาการเป็นแบบนี้ได้บ้างนอกเสียจากหญิงสาวคนนั้น “เดาไม่ยากครับ แต่ที่ผมเดาไม่ได้คือ คุณเพียงทำอะไร ท่านถึงมีสภาพ เอ่อ มีอาการแบบนี้” “ตั้งแต่พ่อเขากลับมา ฉันยังไม่เจอหน้าเพียงอีกเลย จะสา
เธอไม่คิดจะเร่งเร้าให้ภาคภูมิทำอะไรให้มันถูกต้องตอนนี้ เธอรู้ดีว่าเรื่องภายในของบริษัทคนรักยังไม่เรียบร้อยดี ทว่าภาคภูมิกลับไม่คิดเช่นนั้น “ฮัลโหล ทิวเขา ได้เวลาปิดฉากความแค้นแล้ว” หญิงสาวตาเบิกโพลงเมื่อเห็นมือหนาคว้าโทรศัพท์มาต่อสายลูกน้อง คำพูดเหล่านั้นไม่ได้หมายถึงเขาจะสะสางเรื่องทั้งหมดให้เสร็จในวันนี้พรุ่งนี้ใช่ไหม... “เอ่อ คุณภาคคะ” “ฮื้ม? สงสัยอะไรหรือครับ” เพียงอออ้าปากพะงาบ ๆ หมดคำจะพูดเมื่อสบเข้ากับดวงตาวาววับเอาจริงเอาจังของคนตัวโต ยิ่งจ้องลึกเข้าไปยิ่งรู้สึกราวกับมีเปลวเพลิงไหวระริกอยู่ในนั้น เธอได้แต่นึกไว้อาลัยให้ธาดาล่วงหน้าไปเลยก็แล้วกัน... “ไฮโซหนุ่มอนาคตไกล ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินรายใหญ่พร้อมหลักฐานที่ดิ้นไม่หลุด เกี่ยวพันคดีเลี่ยงภาษี ภายหลังสืบทราบว่ามีการค้าประเวณีโดยใช้งานมอเตอร์โชว์บังหน้า โอ้โห ทำไมคดีเยอะจังคะ” เพียงอออ้าปากหวอ ตกใจไม่น้อยกับการกระทำของคู่แค้นของตระกูลพิพัฒนทรัพย์ก่อนหน้านี้ก็ทราบอยู่หรอกว่าบิดาของธาดาทำอะไรไว้บ้าง แต่ไม่คิดว่าลูกจะเจริญรอยตามขนาดนี้ “ม