Masukแต่ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ดี! แค่นี้ก็ดีมากแล้ว! เขาแค่เดินไม่สะดวกเท่านั้นเอง แค่นี้ก็ดีมากแล้ว!เมื่อสองเดือนก่อน เขายังปรากฏตัวอยู่ที่นี่เป็น ๆ ด้วยซ้ำ!ต่อให้เธอไม่รู้ข่าวคราวที่แน่ชัดของเขาในตอนนี้ แค่นี้ก็มากพอแล้ว!เหมือนที่เจสสิก้าพูด ไม่มีข่าวก็คือข่าวดี!“เจสสิก้า?” เจี่ยนจือมองคนที่อยู่ข้างกาย ก่อนที่น้ำตาเม็ดโตจะไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่“คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?” เจ้าของที่พักเห็นเธอร้องไห้ขนาดนี้ก็ตกใจไม่น้อยเจี่ยนจือพยักหน้าแรง ๆ “ฉันไม่เป็นไร ฉันดีมาก ดีมากจริง ๆ! ขอบคุณนะคะ!” เพียงแต่น้ำตามันหยุดไหลไม่ได้เธอไม่ได้คิดว่าพอหาเวินถิงเยี่ยนเจอแล้วจะต้องทำอะไรกับเขา เพียงแต่หลังจากผ่านเรื่องราวมามากมายขนาดนี้ เธอหวังว่าทุกคนจะยังมีชีวิตอยู่ดีถึงแม้ตอนนี้เบาะแสของเวินถิงเยี่ยนจะยังเลือนรางจับต้องไม่ได้ แต่ก็เหมือนรอยเท้าห่านบนโคลนหิมะ อย่างน้อยก็ยังมีร่องรอยว่าเขาเคยผ่านมาที่นี่ อย่างน้อยคนคนนี้ก็ยังคงมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ เหมือนที่เจสสิก้าพูด เขาอาจกำลังใช้ชีวิตอย่างดีอยู่ที่มุมใดมุมหนึ่ง ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว…“คุณลุงคะ เขาเคยบอกไหมว่าหลังจากออกจากที่นี่แล้วจะไปไ
บนเครื่องบินที่มุ่งหน้าไปยังไอร์แลนด์ หัวใจของเจี่ยนจือตึงเครียดอยู่ตลอดเวลาหลังจากความตื่นเต้นในตอนแรกผ่านไป พอสงบสติลง เธอก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องนับตั้งแต่เวินถิงเยี่ยนจากไปโดยไม่บอกกล่าวจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ในช่วงหลายปีนี้ นอกจากช่วงเวลาที่เธอหลับไป เธอเดินทางมาไอร์แลนด์อยู่หลายครั้ง แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่ได้เบาะแสเกี่ยวกับเวินถิงเยี่ยน“หัวหน้าทีมคิดอะไรอยู่เหรอ?” ตี๋โยวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ สะกิดเธอเบา ๆ“หืม?” เจี่ยนจือเหมือนเพิ่งได้สติกลับมา“แอร์โฮสเตสเอาอาหารมาเสิร์ฟแล้ว” ตี๋โยวเอ่ย“ขอโทษนะคะ” เจี่ยนจือเอ่ยกับแอร์โฮสเตสที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอรับเมนูมาดูครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งคืนให้อีกฝ่าย “ขอน้ำร้อนหนึ่งแก้วก็พอค่ะ”“ดูเหมือนหัวหน้าทีมจะมีเรื่องหนักใจนะ” ตี๋โยวถามอย่างเป็นห่วง“อืม” เจี่ยนจือยอมรับ “ถึงไอร์แลนด์แล้วค่อยว่ากัน”ไม่ว่ายังไง ครั้งนี้ที่เธอมาที่นี่ ในมือก็มีที่อยู่แบบเจาะจงแล้ว อย่างน้อยก็คงไม่ต้องตามหาอย่างไร้จุดหมายหลังเครื่องบินลงจอดที่ไอร์แลนด์ คณะเต้นก็เข้าที่พัก และยังมีเวลาพักปรับตัวอีกหนึ่งวัน ตี๋โยวพาคนในคณะไปฝึกซ้อม ส่วนเธอ ครั้งนี
แต่สุดท้าย เหตุผลก็เป็นฝ่ายชนะอยู่ดี พี่สาวดีขนาดนั้น อย่าไปทำร้ายเธอเลยดีกว่า…“แต่พี่ชายฉันกับเธอก็เข้ากันได้ดีจริง ๆ นะ” เจี่ยงอวี๋ฝานต้องยอมรับเลยว่าสองคนนี้ต่างก็เป็นพวกติดแฟนหนักมาก แถมยังชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของสุด ๆ “ล็อกกันไว้เลยเถอะ คู่แท้ชัด ๆ”ไม่ว่าจะปล่อยฝ่ายไหนออกไปก็อยู่ในระดับที่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นได้ทั้งนั้น มีแค่ให้สองคนนี้อยู่ด้วยกัน ต่างฝ่ายต่างหวงกันเองถึงจะดีที่สุดน้ำชายามบ่ายครั้งนี้เป็นไปอย่างรื่นรมย์มากทั้งที่จากที่นี่ไปเพียงสามเดือน แต่เจี่ยนจือกลับรู้สึกราวกับผ่านมานานแสนนาน เพื่อนที่ได้เจอก็ดูราวกับเป็นเพื่อนจากชาติที่แล้ว ข่าวที่ได้ยินก็เป็นข่าวของเพื่อนจากชาติที่แล้วเช่นกัน…พอรู้ว่าเจี่ยงซื่อฝานใช้ชีวิตได้ดี เธอก็รู้สึกสบายใจเธอยังไปที่คลินิกแพทย์แผนจีนด้วยหมอจูสนใจอาการของเธอมากจริง ๆ เป็นอาการที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนในตลอดชีวิตของการเป็นหมอเลย“ช่วงสามเดือนที่เธอหลับไป เซลล์สมองของเธอมันทำอะไรกันอยู่ เธอมีสติรับรู้บ้างไหม?” หมอจูถามเธอเธอลังเลอยู่นาน ไม่ค่อยกล้าบอกว่าตัวเองกลับไปอยู่ในช่วงมัธยมปลายราวกับได้ย้อนกลับไปสัมผัสชีวิตใน
เจี่ยนจือเพิ่งได้รู้ความจริงว่าเธอหลับไปนานถึงสามเดือน ซึ่งนานกว่าช่วงเวลาที่เธออยู่ในความฝันเสียอีก……ตอนแรกพวกคุณป้าร้อนใจมากเลยรีบพาเธอส่งโรงพยาบาล แต่หลังจากพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลาหนึ่งเดือน ก็พบว่าร่างกายของเธอทำงานเป็นปกติดี ไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องมืออะไรเลยสักนิดครอบครัวจึงพาเธอกลับบ้านตอนอยู่ที่บ้านเธอได้รับสารอาหารผ่านทางน้ำเกลือ ส่วนคุณป้า คุณย่า รวมถึงพยาบาลพิเศษก็คอยพลิกตัวและนวดกล้ามเนื้อให้เธอเป็นระยะนอกจากหลับไม่ตื่นแล้ว เธอก็แทบไม่มีอะไรต่างจากคนปกติเลย นอนหลับอย่างสบายใจไปหลายเดือนโดยที่ร่างกายยังคงแข็งแรงดี ตอนนี้เธอกลายเป็นคนดังประจำโรงพยาบาลไปแล้วด้วยซ้ำ พวกพยาบาลพากันเรียกเธอว่าเจ้าหญิงนิทราดังนั้นทุกครั้งที่เธอกลับไปตรวจร่างกาย พวกพยาบาลก็จะบอกต่อกันด้วยความตื่นเต้นว่า:เจ้าหญิงนิทราฟื้นแล้วหลังตรวจร่างกายเสร็จและพบว่าทุกอย่างเป็นปกติดี พยาบาลก็เข้ามาแสดงความยินดีกับเธอ แถมยังถามอีกว่า:คุณฟื้นขึ้นมาได้ยังไงเหรอคะ?เพราะจุมพิตจากเจ้าชายหรือเปล่า?เธอไม่รู้เลยว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีในความฝันเธอก็มีผู้ชายอยู่หรอก แต่เขาไม่ใช่เจ้าชายที่โชค
ตามหมอ?เธอสบายดีนะ ไม่ได้ป่วยสักหน่อย ทำไมต้องตามหมอมาด้วย?กลิ่นหอมของดอกพุดยังคงอบอวลอยู่ที่ปลายจมูก เธอจ้องมองเพดาน ก่อนจะฉุกคิดได้ว่าเธอไม่ได้อยู่ที่บ้านในไห่เฉิง ตอนนี้เธออยู่ที่ลอนดอน ……เธอกลับมาแล้วถ้าอย่างนั้น ที่ผ่านมาเธอแค่หลับแล้วฝันไปอย่างนั้นเหรอ?ท่ามกลางสติอันเลือนราง คุณย่ากับพี่ชายก็เดินเข้ามาหาเธอทันทีที่คุณย่าเห็นเธอ ท่านก็ดีใจจนออกนอกหน้า “ในที่สุดก็ฟื้นสักทีนะ จือจือ คราวนี้หลานทำย่าตกใจแทบแย่เลย”“ขอโทษนะคะ คุณย่า” เพราะนอนหลับนานเกินไป น้ำเสียงของเธอจึงแหบแห้ง“ตื่นมาก็ดีแล้วล่ะ แค่ฟื้นก็พอ ไม่เป็นไรนะลูก” คุณย่าตบหลังมือเธอเบา ๆ ก่อนจะถามว่า “ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?รู้สึกไม่ดีตรงไหนไหม?”เจี่ยนจือส่ายหน้าไปมา เธอเพียงรู้สึกอ่อนล้าเหลือเกิน เป็นความเหนื่อยแบบเดียวกับเวลาที่นอนกลางวันในฤดูร้อนนาน ๆ ยิ่งนอนก็ยิ่งรู้สึกหมดแรง“ไม่ต้องรีบลูก นอนพักผ่อนก่อนเถอะ อยากกินอะไรไหม เดี๋ยวย่าไปทำให้”เจี่ยนจือไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไหร่ เธอนอนมองถุงน้ำเกลือตรงหน้า ตอนนี้ยังเหลืออยู่อีกประมาณครึ่งถุง จึงรู้ได้ทันทีว่า ระหว่างที่เธอหลับ คนในครอบครัวคงให้น้ำเกลือเพื
กลับมาที่เรื่องนี้——พาคุณย่าไปอยู่ที่ต่างประเทศ ถึงแม้เจี่ยนจือจะบอกท่านไปแล้วว่าหลังจบปริญญาตรีแล้วเธอก็จะตามไปอยู่ด้วย แค่คุณย่าย้ายไปก่อนเธอแค่นั้น แล้วอีกอย่างเธอเอาตัวรอดเองได้สบายมาก คุณย่าไม่ต้องเป็นห่วง แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรท่านก็ไม่ยอมไปอยู่ดี เพราะท่านทำใจทิ้งเจี่ยนจือไว้คนเดียวไม่ได้เจี่ยนหลานเองก็รับปากว่าจะจัดการเรื่องต่าง ๆ ในประเทศให้เรียบร้อย จะไม่ปล่อยให้เจี่ยนจือต้องลำบากหรือได้รับอันตรายอย่างแน่นอนแต่คุณย่าก็ยังคงส่ายหน้าสุดท้าย คุณป้ากับเจี่ยนหลานก็ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอย่างไร ก็คงเกลี้ยกล่อมคุณย่าไม่ได้แล้ว ดังนั้นเจี่ยนหลานจึงเปลี่ยนแผน ช่วงนี้เขาจึงออกไปสำรวจสถานการณ์และหาข้อมูลเกี่ยวกับบ้านในไห่เฉิงอยู่ตลอด“ผมดูบ้านไว้เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้พวกเราไปดูกันนะครับ ถ้าคุณยายชอบ เราจะซื้อเลย” เจี่ยนหลานเอ่ยเจี่ยนจือถามเขาว่าบ้านที่ดูไว้ตั้งอยู่แถวไหนเมื่อได้ยินที่อยู่ที่เจี่ยนหลานบอกแล้ว เจี่ยนจือก็ถึงกับชะงักไป นี่มันบ้านที่พี่เธอเคยซื้อไว้ไม่ใช่เหรอ?ตอนนี้ซื้อล่วงหน้าแล้ว?พอคุณย่าได้ยินว่าเป็นบ้านหลังใหญ่โต ก็รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน “ไม่เอา







