เข้าสู่ระบบหลิงอี้หรานถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลาสามปีเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่คร่าชีวิตคู่หมั้นของอีจินลี่ชายผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองเฉิน เมื่อเธอได้รับการปล่อยตัวจากคุก อี้จิ่นหลีเกิดสนใจเธอขึ้นมาด้วยเหตุผลใดบางอย่าง เธอคุกเข่าลงบนพื้นและอ้อนวอนขอร้องเขา “อี้จิ่นหลีปล่อยฉันไปได้ไหม?” เขาแสยะยิ้มและพูดว่า “น้องสาว ฉันจะไม่มีวันปล่อยเธอไป” ว่ากันว่าอี้จิ่นหลีไม่แยแสหรือสนใจใครสักคนและทุกๆคน แต่ด้วยบางเหตุผลเขาทำทุกอย่างเท่าที่เขาจะทำได้เพื่อเอาใจคนงานสาวสุขาภิบาลผู้ซึ่งอยู่ในคุกตลอดสามปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามความจริงจากอุบัติเหตุในปีนั้นได้ปล้นความรักทั้งหมดของเธอที่มีให้กับเขาแล้วเธอก็วิ่งหนีไป หลายปีต่อมา เขาขอร้องเธอขณะที่อยู่บนพื้น “อี้หราน ตราบใดที่เธอกลับมาอยู่เคียงข้างฉัน ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ” เธอเพียงแค่จ้องมองไปที่เขาอย่างเยือกเย็นและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น ก็ไปตายซะ”
ดูเพิ่มเติมหลิงอี้หรานลุกขึ้นและกอดชินเหลียนอีเบา ๆ “ฉันขอโทษที่ทำให้เธอต้องเสียใจ”“เธอพูดเรื่องอะไรกัน? ฉันก็แค่อยากให้เธอโอเคแล้วก็ไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องในอดีต ยังไงซะ เธอก็ต้องเดินหน้าต่อไปใช่ไหมล่ะ?” ชินเหลียนอีพูดพร้อมสูดจมูกและฝืนยิ้มให้หลิงอี้หรานแต่หลิงอี้หรานรู้สึกแสบจมูกเมื่อเธอเห็นรอยยิ้มของเพื่อนรัก เหลียนอีนั้นยังเจ็บช้ำจากอาการอกหัก แต่ว่าเลือกทึ่จะกลบฝังความเจ็บปวด และเผชิญหน้ากับคนอื่นด้วยรอยยิ้ม“ฉันจะไม่เป็นอะไร เธอไม่ต้องห่วงฉันหรอก เธอสิเป็นคนที่ต้องไม่เป็นอะไร รีบ ๆ หายดีไว ๆ เธอต้องมาเล่นกับลูก ๆ ของฉันตอนที่พวกเขาเกิดมาแล้ว” หลิงอี้หรานบอก“พวกเราทุกคนจะต้องไม่เป็นอะไร” ชินเหลียนอีกอดเพื่อนรักเธอแน่นและก็พูดกับตัวเองอีกครั้ง “ฉันจะลืมไป๋ถิงซิน ฉันทำได้แน่ ๆ ฉันก็แค่ต้องมองว่า ความสัมพันธ์ของฉันและไป๋ถิงซินก็เป็นความทรงจำเรื่องหนึ่ง จากนี้ไปมันจะเป็นแค่ความทรงจำเท่านั้น”อาการเริ่มเย็นขึ้นเรื่อย ๆ และตอนนี้ก็ใกล้วันตรุษจีนเข้ามาทุกที หลิงอี้หรานเอามือลูบท้อง เธอไม่เห็นจินมาหลายวันแล้ว ทุกวันนี้เธอคิดถึงแต่เรื่องที่เหลียนอีพูด ‘เดินไปข้างหน้า’ เธอถามตัวเองว่า เธอรัก
”นายน้อยอี้แค่ต้องการปกป้องคุณให้ดีขึ้นแค่นั้นครับคุณผู้หญิง” เกาฉงหมิงบอก “เขาจะปกป้องฉัน หรือว่าคอยจับตาดูฉันกันแน่?” อี้หรานถาม เกาฉงหมิงเงียบไปทันที เพราะอย่างไรนายน้อยอี้ก็สั่งไม่ให้บอกอี้หรานเรื่องเลขาหวังเพื่อไม่ให้เธอต้องเป็นกังวลโดยเฉพาะตอนนี้เธอใกล้คลอดแล้ว หลิงอี้หรานเองก็ไม่ได้คาดคั้นเธอแค่ก้มหน้ามองหน้าท้องที่พองนูน เมื่อมาถึงโรงพยาบาลหลิงอี้หรานก็เจอชินเหลียนอี เธอดูท่าทางสดใสตอนนี้เธอดูแลตัวเองได้แล้ว เมื่อออกจากโรงพยาบาลและได้พักผ่อนสักหน่อย เธอก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ชินเหลียนอี้ทักหลิงอี้หราน “อี้หราน เธอมาแล้ว มาสิมา มานั่งเร็ว เธอเป็นคนท้องแล้วตอนนี้ก็เป็นช่วงต้องระวัง” หลังจากที่อี้หรานนั่ง เธอก็ถามว่า “เป็นยังไงบ้าง? หมอบอกไหมว่า เธอจะออกจากโรงพยาบาลได้วันไหน?”“หมอบอกว่า ฉันออกได้อาทิตย์หน้าน่ะ” ชินเหลียนอี้ยิ้มกริ่มพร้อมเอามือลูบหัวที่โล้นเลี่ยน หลังจากที่เธอผ่าตัดสมองผมของเธอก็โดนโกนออกจนเกลี้ยงและเธอก็อาจจะต้องใส่วิกไปสักพักหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล “เมื่อวานพี่โจวมาหาฉันแล้วบอกว่าเธอออกจากโรงพยาบาลแล้ว ฉันว่าเธอเหมือนรอดตายหวุดหวิดเลยห
อี้จิ่นหลีเกือบจะวิ่งออกจากห้องตรวจของหมอด้วยอาการตื่นตระหนก เขาสั่งหวงเซียนบอดี้การ์ดของหลิงอี้หรานแล้วหมอคนใหม่ให้กลับมาที่ห้องตรวจ หมอที่เคยตรวจหลิงอี้หรานนั้นโดนคนของกู้ลี่เฉินทำให้สลบ“นายน้อยอี้ คุณเป็นอะไรไหมครับ?” เกาฉงหมิงถาม เพราะว่าตอนนี้นายน้อยอี้ดูหน้าซีดมาก“ฉันไม่เป็นอะไร” อี้จิ่นหลีหายใจอย่างยากลำบาก เขาไม่คาดคิดว่า ตัวเองจะยังหวาดกลัวอยู่ เขานั้นกลัวว่า เธอจะตอบว่าเสียใจ แม้เธอจะยังไม่ได้คิดถึงเรื่องการหย่า เขาก็กลัวว่าสักวันเธอจะคิดขึ้นมา เขานั้นกลัวว่า เธออาจจะรักเขาไม่มากพอ.. เขากลัวหลายอย่างมาก“นายเจอเลขาหวังหรือยัง?” อี้จิ่นหลียกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากและถามเกาฉงหมิง“ยังครับ” เกาฉงหมิงตอบ ตั้งแต่งานศพของนายท่านอี้ เลขาหวังที่เคยทำงานให้นายท่านอี้ก็หายตัวไป แม้ว่าพวกเขาจะสั่งคนเพิ่มไปตามหาเลขาหวังก็ยังหาไม่เจอ“ตามหาต่อไป ตราบใดที่เขายังไม่ออกจากเมืองเฉินไป ถึงต้องพลิกแผ่นดินก็ต้องหาเขาให้ได้” อี้จิ่นหลีสั่ง สีหน้าเขามืดครึ้ม เลขาหวังนั้นเป็นคนเก็บความลับของปู่ ปู่ของเขาน่าจะทำมากกว่าแค่ส่งอีเมลข้อมูลความจริงไปหากู้ลี่เฉิน มันจะต้องมีอย่างอื่นอีก ไม่อย่า
ขณะที่พูดเขาก็เดินมาหาหลิงอี้หรานและจ้องเธอ “เธอเคยบอกว่าเธอจะไม่ทิ้งฉันตราบใดที่ฉันไม่ทิ้งเธอใช่ไหม? ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็จะไม่ทิ้งฉันไปตราบที่เธอยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม?” หลิงอี้หรานอึ้งไป สิ่งที่เธอเคยพูดก่อนหน้านี้ยังดังกังวาลในหูเธอ มือของเธอจับหน้าท้องซึ่งตอนนี้ใหญ่เท่าอายุครรภ์พร้อมคลอด เธอสูดหายใจลึกก่อนบอกว่า “ใช่ ฉันพูดแบบนั้น” จากนั้นเธอก็หันไปมองกู้ลี่เฉินและพูดว่า “กู้ลี่เฉิน คุณก็ได้ยินเขาแล้ว ฉัน… จะไม่ทิ้งจินไป” เมื่อเธอพูดคำว่า ‘จิน’ ออกมา ดวงตาของอี้จิ่นหลีก็เป็นประกายขณะที่เขายืนอยู่ข้างเธอ ความตื่นเต้นยินดีฉายผ่านใบหน้าเขาอย่างห้ามไม่อยู่ ‘เธอเรียกฉันว่าจินอีกครั้งแล้ว นี่หมายความว่าเธอยอมอภัยให้แล้วลืมเรื่องในอดีตใช่ไหม?’สีหน้ากู้ลี่เฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ว่าก็ไม่ได้รู้สีกแปลกใจมากนัก บางทีเขาก็อาจจะคาดคำตอบนี้ไว้แล้ว เขาแค่อยากรู้ว่า เธอจะยังอยู่กับอี้จิ่นหลีไหมหลังจากที่ได้รู้ความจริง “โอเค เข้าใจแล้ว ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณต้องการ” กู้ลี่เฉินพูดก่อนที่จะออกจากห้องตรวจของหมอไปพร้อมคนของเขา อี้จิ่นหลียังสั่งให้คนอื่นออกไปจากห้อง จู่ ๆ ก็เหลือ
“ฉัน... รู้สึกเหมือนไม่มีแรง” เขาพูดพลางทำท่าจะจับชามอีกครั้งเธอมองดูสภาพของเขาในตอนนี้แล้วพูดอย่างง่ายดายว่า “ช่างเถอะ ฉันป้อนคุณเองดีกว่า ก่อนที่คุณจะไม่มีแรงจนทำโจ๊กคว่ำทั้งชาม”เธอนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง ขณะที่เธอพูดเธอก็ช้อนตักโจ๊กขึ้นมา เธอเป่ามันเบา ๆ และยกขึ้นไปที่ปากของเขาเขาอ้าปากอย่างเชื่
อี้จิ่นหลีพูดตามตรง “หนึ่งในคฤหาสน์ต้นตระกูลของตระกูลอี้ แต่ไม่ค่อยมีใครรู้จักที่นี่หรอก เพราะตระกูลอี้ไม่เคยประกาศให้ใครรู้”เธออดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ‘นี่เขาคิดว่าคนนอกหาที่นี่ไม่เจอ เขาเลยเก็บฉันไว้ที่นี่เหรอ?’ “อีกอย่าง ไม่ใช่แค่เธอนะที่ติดอยู่ในคฤหาสน์นี้” เขาพูดเธอกะพริบตา “หมายความว่าไง?”“ครั้ง
ดูเหมือนเขาจะสัมผัสได้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ ริมฝีปากบางของเขาขยับเล็กน้อย “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ยอมให้ตาแก่นั่นทำอะไรเธอหรอก”เธอหลบตาลงเล็กน้อยและลุกขึ้นเก็บชามที่หมดแล้วไว้ด้านข้าง “พักผ่อนเถอะ ฉันจะกลับห้องตัวเองก่อน”ทว่าก่อนที่เธอจะได้หันไป มือของเขาก็จับแขนเสื้อเธอไว้ เขามองเธอด้วยคางที่เชิดขึ้นเล็กน้อ
“อี้ จิ่นหลี เมื่อไหร่เรื่องนี้จะจบลงสักที?” เธอถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบามือของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองเธอและส่งยิ้มให้เธอเหมือนกับรอยยิ้มที่เขาเคยมอบให้เธอตั้งแต่ที่พวกเขาอยู่ห้องเช่าด้วยกัน“พี่สาว เรื่องของเรามันไม่มีวันสิ้นสุดหรอก!” เขาพูดเขาไม่มีวันยอมให้เธอยุติความสัมพันธ์นี้
คะแนน
ความคิดเห็นเพิ่มเติม