Mag-log inหลิงอี้หรานถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลาสามปีเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่คร่าชีวิตคู่หมั้นของอีจินลี่ชายผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองเฉิน เมื่อเธอได้รับการปล่อยตัวจากคุก อี้จิ่นหลีเกิดสนใจเธอขึ้นมาด้วยเหตุผลใดบางอย่าง เธอคุกเข่าลงบนพื้นและอ้อนวอนขอร้องเขา “อี้จิ่นหลีปล่อยฉันไปได้ไหม?” เขาแสยะยิ้มและพูดว่า “น้องสาว ฉันจะไม่มีวันปล่อยเธอไป” ว่ากันว่าอี้จิ่นหลีไม่แยแสหรือสนใจใครสักคนและทุกๆคน แต่ด้วยบางเหตุผลเขาทำทุกอย่างเท่าที่เขาจะทำได้เพื่อเอาใจคนงานสาวสุขาภิบาลผู้ซึ่งอยู่ในคุกตลอดสามปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามความจริงจากอุบัติเหตุในปีนั้นได้ปล้นความรักทั้งหมดของเธอที่มีให้กับเขาแล้วเธอก็วิ่งหนีไป หลายปีต่อมา เขาขอร้องเธอขณะที่อยู่บนพื้น “อี้หราน ตราบใดที่เธอกลับมาอยู่เคียงข้างฉัน ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ” เธอเพียงแค่จ้องมองไปที่เขาอย่างเยือกเย็นและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น ก็ไปตายซะ”
view more"لقد كبُرت صغيرتي، وأصبح لديها معجبون."
في منتصف الليل في مدينة "الغسق"، كانت الأمطار تنهطل كالمزراب. كانت "روان" مُسنَدة قسرًا إلى النافذة الزجاجية الممتدة من الأرض إلى السقف، وصوت العاصفة المطيرة يطغى على صوت نشيجها. شدّ الرجل ذراعه، قابضًا على جهة عنقها الخلفية البيضاء الدقيقة بقوة واستبداد، بينما أنفاسه المفعمة برائحة الخمر القوية تترامى نحوها: "ألم أقل لكِ من قبل أن تبتعدي عن الرجال الآخرين؟" "يا صغيرة، أنتِ ملكي." احمرّت أطراف عيني "روان"، واهتز صوتها وهي تقاوم بصعوبة: "اياد! أنت ثمل، أنا روان، أنا..." كان صوت بكائها خافتًا وعاجزًا، يُثير في النفس رغبة بالجموح. تحركت تفاحة آدم لدى "اياد" بحدة، وتصبّب العرق الخفيف من جبينه، ثم قبضت يده الضخمة على خصرها الذي تكاد تطوقه كف واحدة، ودار بها لتواجهه. "من ربيته طوال هذه السنين... لم تكن أختًا قط!" انهالت قبلته الحارقة، لتلتهم كل مقاوَمة وتوسل من الفتاة، إنشًا بعد إنش... "روان؟ روان!" انتشل صوت "غادة" "روان" من ذكرياتها وعاد بها إلى الواقع. حدقت في شطيرة الشطائر التي لم تمسها تقريبًا أمامها، وقلبها يخفق كالمطرقة. قالت "غادة" باستياء واضح: "تتناولين الفطور وشاردة الذهن تمامًا، لو كنتُ أعلم، لما سمحت لكِ بإقامة حفلة عيد الميلاد تلك الليلة الماضية." "أعتذر." طأطأت روان رأسها وهي تدلك ذراعها المخدرة، بينما كانت أفكارها لا تزال عالقة في ذكريات الليلة الماضية. قبل خمسة عشر عاماً، أفلست عائلة روان، فاستقبلها "ماهر " -الصديق المقرب لوالدها- في منزل عائلة "الجوهري". وكان الابن الوحيد لعائلة جوهري، "اياد"، هو [أخوها بالتبني] لو علم أحد بما حدث بينها وبين "اياد" الليلة الماضية... والغريب في الأمر أنها لم تشرب سوى كأس واحدة في حفلة البارحة، ومع ذلك شعرت بجسدها يشتعل كأن النمل ينهشه. وعلى الرغم من أن "اياد" أخذها بغير رضاها في البداية، إلا أنها استسلمت له في النهاية... سألت "غادة " الخادمة " "ألم يستيقظ اياد بعد؟" "السيّد الشاب لم يعد إلى البلاد منذ سنتين، وقد شرب الكثير في الحفلة الليلة الماضية، لذا أتوقع..." وبينما كانت تتحدث، تردد صداً لخطوات قادمة من درج السلم. كان الرجل يرتدي قميصاً أبيض بسيطاً وبنطالاً أسود، وبطوله البالغ مئة واثنين وتسعين سنتيمتراً، كانت ساقاه طويلتين بشكل لافت، وبكتفين عريضين وخصر نحيف وبنية جسدية مثالية. شعره الأسود القصير والمحسّن بعناية يبدو عفوياً، لكن أكثر ما كان يشد النظر هي تلك الخدوش الحمراء على عنقه. نزل السلم واضعاً إحدى يديه في جيبه، ومسحت عيناه المليئتان بالجاذبية روان الجلسة عند طاولة الطعام كانت الفتاة تقبض بضراوة على الشوكة الفضية حتى ابيضّت أطراف أصابعها. انحنى طرف شفتيه بشكل خفيف جداً قبل أن يختفي الابتسام سريعاً، ثم جلس في المقابل لها. ضمت "غادة" عينيها وسألت: "ما الذي حدث لعنقك؟" رفع "اياد" كأس الحليب وقال بنبرة لامبالية: "خدشٌ من قطة صغيرة." ولأن "غادة" امرأة خاضت الحياة وتعرف هذه الأمور، فقد أدركت بنظرة واحدة أنها آثار أظافر امرأة. "ابني أصبح بالغاً، ووجود امرأة في حياته أمر طبيعي، طالما لم يأتِ بشخصية غير محترمة إلى المنزل." لم تعد تُلحّ في السؤال، بل أضافت: "بما أنك عدت إلى البلاد، حان الوقت لتركز في عملك. بعد أن تنهي طعامك، اذهب إلى الشركة لمساعدة والدك." أجابها "اياد" بنبرة مقتضبة: "أجل"، ثم مدّ يده ليأخذ شطيرة. أما روان، فكادت تدفن وجهها في طبقها، ونبضات قلبها تقرع كالقاطرة، بينما يتصاعد الوهج في وجنتيها كأنهما تحترقان. يقولون إن المرء حين يسكر ينسى أحداث الليلة السابقة... وكانت تتضرع في سرها أن يكون "اياد" كذلك أيضاً، ليمحو تلك الخطيئة والمهزلة التي حدثت البارحة من ذاكرته. وفجأة قالت "غادة": "روان، وبما أن طريق الشركة يمر بجانب جامعتك، ما رأيك أن يوصلكِ بنفسه..." "لا داعي!" قاطعتها روان وهي تنهض فجأة كمن تعرضت لصدمة أو خوف شديد. وحين التقت عيناها بنظرات "غادة" المتعجبة، ونظرات "اياد" العميقة التي لا يُسبر غورها، سارعت بإطراق رأسها خجلاً وارتباكاً: "سيكون الأمر زحاماً ومشقة عليه، سأذهب بمفردي أفضل." اتكأ "اياد" بكسل على ظهر الكرسي، والابتسامة الخفيفة تكاد لا تُرى على شفتيه وقال: "لقد أصبحتِ غريبة وبعيدة... سنتان لم نلتقِ فيها، ألم تعودي تعرفين كيف تنادينني بـ [أخي]؟" كانت كفّ روان المختبئة تحت الطاولة تعتصر عرقاً من شدة التوتر. فبعد ما حدث الليلة الماضية، كيف لها أن تنطق بكلمة [أخي] مجدداً؟ لكن برؤية تصرفاته الهادئة... يبدو أنه... لا يتذكر شيئاً؟ أتمنى من كل قلبي أن يكون قد نسي بالفعل.หลิงอี้หรานลุกขึ้นและกอดชินเหลียนอีเบา ๆ “ฉันขอโทษที่ทำให้เธอต้องเสียใจ”“เธอพูดเรื่องอะไรกัน? ฉันก็แค่อยากให้เธอโอเคแล้วก็ไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องในอดีต ยังไงซะ เธอก็ต้องเดินหน้าต่อไปใช่ไหมล่ะ?” ชินเหลียนอีพูดพร้อมสูดจมูกและฝืนยิ้มให้หลิงอี้หรานแต่หลิงอี้หรานรู้สึกแสบจมูกเมื่อเธอเห็นรอยยิ้มของเพื่อนรัก เหลียนอีนั้นยังเจ็บช้ำจากอาการอกหัก แต่ว่าเลือกทึ่จะกลบฝังความเจ็บปวด และเผชิญหน้ากับคนอื่นด้วยรอยยิ้ม“ฉันจะไม่เป็นอะไร เธอไม่ต้องห่วงฉันหรอก เธอสิเป็นคนที่ต้องไม่เป็นอะไร รีบ ๆ หายดีไว ๆ เธอต้องมาเล่นกับลูก ๆ ของฉันตอนที่พวกเขาเกิดมาแล้ว” หลิงอี้หรานบอก“พวกเราทุกคนจะต้องไม่เป็นอะไร” ชินเหลียนอีกอดเพื่อนรักเธอแน่นและก็พูดกับตัวเองอีกครั้ง “ฉันจะลืมไป๋ถิงซิน ฉันทำได้แน่ ๆ ฉันก็แค่ต้องมองว่า ความสัมพันธ์ของฉันและไป๋ถิงซินก็เป็นความทรงจำเรื่องหนึ่ง จากนี้ไปมันจะเป็นแค่ความทรงจำเท่านั้น”อาการเริ่มเย็นขึ้นเรื่อย ๆ และตอนนี้ก็ใกล้วันตรุษจีนเข้ามาทุกที หลิงอี้หรานเอามือลูบท้อง เธอไม่เห็นจินมาหลายวันแล้ว ทุกวันนี้เธอคิดถึงแต่เรื่องที่เหลียนอีพูด ‘เดินไปข้างหน้า’ เธอถามตัวเองว่า เธอรัก
”นายน้อยอี้แค่ต้องการปกป้องคุณให้ดีขึ้นแค่นั้นครับคุณผู้หญิง” เกาฉงหมิงบอก “เขาจะปกป้องฉัน หรือว่าคอยจับตาดูฉันกันแน่?” อี้หรานถาม เกาฉงหมิงเงียบไปทันที เพราะอย่างไรนายน้อยอี้ก็สั่งไม่ให้บอกอี้หรานเรื่องเลขาหวังเพื่อไม่ให้เธอต้องเป็นกังวลโดยเฉพาะตอนนี้เธอใกล้คลอดแล้ว หลิงอี้หรานเองก็ไม่ได้คาดคั้นเธอแค่ก้มหน้ามองหน้าท้องที่พองนูน เมื่อมาถึงโรงพยาบาลหลิงอี้หรานก็เจอชินเหลียนอี เธอดูท่าทางสดใสตอนนี้เธอดูแลตัวเองได้แล้ว เมื่อออกจากโรงพยาบาลและได้พักผ่อนสักหน่อย เธอก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ชินเหลียนอี้ทักหลิงอี้หราน “อี้หราน เธอมาแล้ว มาสิมา มานั่งเร็ว เธอเป็นคนท้องแล้วตอนนี้ก็เป็นช่วงต้องระวัง” หลังจากที่อี้หรานนั่ง เธอก็ถามว่า “เป็นยังไงบ้าง? หมอบอกไหมว่า เธอจะออกจากโรงพยาบาลได้วันไหน?”“หมอบอกว่า ฉันออกได้อาทิตย์หน้าน่ะ” ชินเหลียนอี้ยิ้มกริ่มพร้อมเอามือลูบหัวที่โล้นเลี่ยน หลังจากที่เธอผ่าตัดสมองผมของเธอก็โดนโกนออกจนเกลี้ยงและเธอก็อาจจะต้องใส่วิกไปสักพักหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล “เมื่อวานพี่โจวมาหาฉันแล้วบอกว่าเธอออกจากโรงพยาบาลแล้ว ฉันว่าเธอเหมือนรอดตายหวุดหวิดเลยห
อี้จิ่นหลีเกือบจะวิ่งออกจากห้องตรวจของหมอด้วยอาการตื่นตระหนก เขาสั่งหวงเซียนบอดี้การ์ดของหลิงอี้หรานแล้วหมอคนใหม่ให้กลับมาที่ห้องตรวจ หมอที่เคยตรวจหลิงอี้หรานนั้นโดนคนของกู้ลี่เฉินทำให้สลบ“นายน้อยอี้ คุณเป็นอะไรไหมครับ?” เกาฉงหมิงถาม เพราะว่าตอนนี้นายน้อยอี้ดูหน้าซีดมาก“ฉันไม่เป็นอะไร” อี้จิ่นหลีหายใจอย่างยากลำบาก เขาไม่คาดคิดว่า ตัวเองจะยังหวาดกลัวอยู่ เขานั้นกลัวว่า เธอจะตอบว่าเสียใจ แม้เธอจะยังไม่ได้คิดถึงเรื่องการหย่า เขาก็กลัวว่าสักวันเธอจะคิดขึ้นมา เขานั้นกลัวว่า เธออาจจะรักเขาไม่มากพอ.. เขากลัวหลายอย่างมาก“นายเจอเลขาหวังหรือยัง?” อี้จิ่นหลียกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากและถามเกาฉงหมิง“ยังครับ” เกาฉงหมิงตอบ ตั้งแต่งานศพของนายท่านอี้ เลขาหวังที่เคยทำงานให้นายท่านอี้ก็หายตัวไป แม้ว่าพวกเขาจะสั่งคนเพิ่มไปตามหาเลขาหวังก็ยังหาไม่เจอ“ตามหาต่อไป ตราบใดที่เขายังไม่ออกจากเมืองเฉินไป ถึงต้องพลิกแผ่นดินก็ต้องหาเขาให้ได้” อี้จิ่นหลีสั่ง สีหน้าเขามืดครึ้ม เลขาหวังนั้นเป็นคนเก็บความลับของปู่ ปู่ของเขาน่าจะทำมากกว่าแค่ส่งอีเมลข้อมูลความจริงไปหากู้ลี่เฉิน มันจะต้องมีอย่างอื่นอีก ไม่อย่า
ขณะที่พูดเขาก็เดินมาหาหลิงอี้หรานและจ้องเธอ “เธอเคยบอกว่าเธอจะไม่ทิ้งฉันตราบใดที่ฉันไม่ทิ้งเธอใช่ไหม? ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็จะไม่ทิ้งฉันไปตราบที่เธอยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม?” หลิงอี้หรานอึ้งไป สิ่งที่เธอเคยพูดก่อนหน้านี้ยังดังกังวาลในหูเธอ มือของเธอจับหน้าท้องซึ่งตอนนี้ใหญ่เท่าอายุครรภ์พร้อมคลอด เธอสูดหายใจลึกก่อนบอกว่า “ใช่ ฉันพูดแบบนั้น” จากนั้นเธอก็หันไปมองกู้ลี่เฉินและพูดว่า “กู้ลี่เฉิน คุณก็ได้ยินเขาแล้ว ฉัน… จะไม่ทิ้งจินไป” เมื่อเธอพูดคำว่า ‘จิน’ ออกมา ดวงตาของอี้จิ่นหลีก็เป็นประกายขณะที่เขายืนอยู่ข้างเธอ ความตื่นเต้นยินดีฉายผ่านใบหน้าเขาอย่างห้ามไม่อยู่ ‘เธอเรียกฉันว่าจินอีกครั้งแล้ว นี่หมายความว่าเธอยอมอภัยให้แล้วลืมเรื่องในอดีตใช่ไหม?’สีหน้ากู้ลี่เฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ว่าก็ไม่ได้รู้สีกแปลกใจมากนัก บางทีเขาก็อาจจะคาดคำตอบนี้ไว้แล้ว เขาแค่อยากรู้ว่า เธอจะยังอยู่กับอี้จิ่นหลีไหมหลังจากที่ได้รู้ความจริง “โอเค เข้าใจแล้ว ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณต้องการ” กู้ลี่เฉินพูดก่อนที่จะออกจากห้องตรวจของหมอไปพร้อมคนของเขา อี้จิ่นหลียังสั่งให้คนอื่นออกไปจากห้อง จู่ ๆ ก็เหลือ
นี่เป็นงานฉลองวันเกิดที่มีแค่พวกเขาสองคน หลิงอี้หรานเลือกชุดเดรสที่สีเดียวกันกับชุดที่อี้จิ่นหลีใส่ในวันนี้ จากนั้นพวกเขาก็ลงมารับประทานอาหารเช้าด้วยกัน เธอตั้งใจว่าจะทำอาหารเที่ยงด้วยตัวเอง แต่เขากลับรีบปฏิเสธคำขอนั้นด้วยเหตุผลว่าเธอท้องเขาพูดให้น่าฟังว่า เขากลัวว่าจะทำให้เธอเหนื่อยและใช้เรื่องสุขภ
ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสูดลมหายใจยาว สุดท้ายแล้วสายตาแปลก ๆ ก็หันมามองเมื่อพวกเขายืนอยู่ตรงนี้จากนั้นผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและเหล่าเจ้าหน้าที่ก็เห็นชายผู้ซึ่งไม่มีใครในเมืองเฉินกล้าทำให้ขุ่นเคืองใจประคองผู้หญิงในอ้อมแขนมานั่งลงบนเก้าอี้อย่างอ่อนโยน เขากดน้ำจากตู้กดน้ำแล้วส่งให้เธอนี่นายน้อยอี้... กำลัง
‘ไม่ใช่กวอซินหลี่เหรอที่อี้หรานสนใจ? ทำไมเธอถึงแต่งงานกับจิ่นหลี? เพื่อเด็กในท้องงั้นเหรอ?‘ไม่ได้การ ฉันต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้!’ทันทีที่วางสายกู้ลี่เฉินก็ลุกพรวดขึ้นและหยิบกุญแจรถก่อนจะตรงไปทางประตูทางออก“เฮ้ย เดี๋ยวก่อน! นายจะไปไหนเนี่ย?” เย่ฉงเว่ยถามขณะที่รีบมาขวางเขาไว้“ฉันจะไปหาอี้หราน จะได้รู้ส
มันฟังดูเป็นคำถามที่เขากำลังถามตัวเองมากกว่า เธอไม่เคยรู้เลยว่าเขาเป็นกังวลขนาดไหนในตอนที่ถามเธอว่าเสียใจไหม เขากังวลมากเสียจนรู้สึกเหมือนหัวใจและลมหายใจจะหยุดลงหลิงอี้หรานตัวสั่นเทา แต่น้ำเสียงของเขายังคงดังอยู่ในหูของเธอ “อี้หราน ตอนนี้เธอเสียใจไม่ได้แล้วนะ ฉันจะไม่ยอมให้เธอได้มีโอกาสเสียใจอีก ตั้
Mga Ratings
RebyuMore