เข้าสู่ระบบเวินถิงเยี่ยนเดินกลับเข้ามาในตัวบ้าน เขาแวะไปดูคุณย่าที่ห้องก่อนก็เห็นว่าท่านหลับไปแล้วแถมยังมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเมื่อเห็นภาพนั้น เขาก็คลี่ยิ้มบาง ๆ ก่อนเดินกลับมาที่ห้องของตัวเองเพื่ออาบน้ำเขาเอาของขวัญวันเกิดที่เมิ่งเฉิงซ่งให้วางไว้บนโต๊ะนอกจากเค้กแล้ว นี่เป็นของขวัญเพียงชิ้นเดียวที่เขาได้รับในวันเกิดปีนี้แน่นอนว่าเขาไม่ได้สนใจว่าเพื่อนร่วมชั้นจะให้ของขวัญเขาหรือเปล่า เพียงแต่ถึงแม้จะรอจนทุกคนแยกย้ายกลับไปหมดแล้ว เขาก็ยังไม่ได้เห็นลูกแก้วคริสตัลจำลองกาแล็กซีที่เธอเคยพูดถึงเลยวันนี้อากาศดีมาก ท้องฟ้าปลอดโปร่งจนตอนที่นั่งอยู่หน้าลานบ้านมองเห็นดวงดาวเต็มฟ้า ตลอดทั้งคืนนี้บ้านของเขาอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่าในใจของเขากลับรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไป เป็นช่องว่างที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเติมเต็มด้วยอะไรกล่องของขวัญที่เมิ่งเฉิงซ่งให้มีขนาดเล็กมาก เขาไม่รู้เลยว่าข้างในใส่อะไรไว้พอเขาเปิดมันออกก็ต้องชะงักไป ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงจะดึงสติกลับมาได้ของขวัญที่เมิ่งเฉิงซ่งให้คือพวงกุญแจสั่งทำจากแอปช็อปปิ้งออนไลน์แอปหนึ่ง เดิมทีมันก็เป็นแค่ข
“ใช่แล้ว พี่ใหญ่ พอถึงตอนนั้นนายก็จะไม่ต่างอะไรจากลิงในสวนสัตว์ นักเรียนทั้งระดับชั้นจะแห่มาดูนาย นายลองคิดดูสิว่ามันน่าขายหน้าแค่ไหน!” อาเฟิงคอยเติมเชื้อไฟอยู่ข้าง ๆ คราวนี้ นอกจากเจี่ยนจือกับเมิ่งเฉิงซ่งแล้ว เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ต่างก็พากันพูดเกลี้ยกล่อมเวินถิงเยี่ยน“คนที่ถูกทำโทษคือฉันนะ ทำไมพวกนายถึงดูร้อนใจกว่าอีกล่ะ?” เวินถิงเยี่ยนตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ทำภารกิจ”“ก็ได้” อาเฟิงกับหร่านเฉินได้แต่ถอยทัพกลับไปอย่างหมดท่า เพราะไม่สามารถล้วงความลับเรื่องคนที่เวินถิงเยี่ยนชอบออกมาได้แต่มีเหรอที่สองคนนี้จะยอมง่าย ๆ ?เกมจึงดำเนินต่อไปทั้งสองคนพยายามสุดชีวิต เพื่อที่จะให้เมล่อนลูกนั้น “หล่น” ใส่เวินถิงเยี่ยนอีกครั้งในที่สุด หลังจากเกมดำเนินไปหลายรอบ ความตั้งใจของพวกเขาก็สัมฤทธิ์ผล“พี่ใหญ่ ๆ ผู้หญิงที่นายชอบอยู่ห้องเดียวกับพวกเราหรือเปล่า?” อาเฟิงรีบโพล่งคำถามใส่ทันทีเวินถิงเยี่ยนเองก็ตอบโดยไม่ต้องคิดเช่นกัน “ไม่ใช่”ไม่ใช่เหรอ?แม้แต่เจี่ยนจือก็อดครุ่นคิดไม่ได้ว่า แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน?เมื่อก่อนเขาชอบลั่วอวี่เฉิง แต่ตอนนี้ทั้งสองคนยังไม่ได้เจอกันนี่นา……แต่เรื
“พี่ใหญ่ ๆ องุ่นหล่นหมดแล้ว” อาเฟิงรีบวิ่งเข้ามารับกะละมังจากมือเขาทันที “เอามาเยอะเกินไปจนหนักเหรอ?พี่ใหญ่?”“อืม……” เวินถิงเยี่ยนขานรับส่ง ๆ พลางย่อตัวลงเก็บองุ่นที่หล่นอยู่บนพื้น แต่หางตายังคงเหลือบมองไปทางนั้น ท่ามกลางแสงสลัวของค่ำคืน รอยยิ้มที่เธอมีให้เมิ่งเฉิงซ่งนั้นเจิดจ้าราวกับมีประกายแสงออกมาภาพนั้นทำให้เขานึกถึงบ่ายวันหนึ่งอีกครั้ง ใต้ต้นการบูรที่ปลูกอยู่หน้าตึกเรียน เธอวิ่งตรงเข้าไปหาเมิ่งเฉิงซ่งด้วยท่าทางที่เหมือนกับลูกกวางตัวน้อย ตอนนั้นเธอก็ยิ้มแบบนี้ ……“พี่ใหญ่ มันเปื้อนหมดแล้วนะ ทิ้งไปดีไหม?”อาเฟิงว่าพลางขยับเข้ามายืนตรงหน้า บดบังวิสัยทัศน์ของเขาจนหมด“อืม” เขาหยิบพวงองุ่นเหล่านั้นขึ้นมาโยนลงถังขยะ แล้วกลับไปนั่งที่เดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นตอนนี้ทุกคนกินกันจนอิ่มพอสมควรแล้ว แต่เวลายังไม่ดึกมาก อาเฟิงจึงเสนอให้ทุกคนอยู่เล่นเกมกันต่อบางคนเสนอให้เล่นไพ่ บางคนบอกให้เล่นต่อสำนวน แล้วก็มีบางคนถึงขั้นเสนอให้เล่นต่อกลอนด้วยแต่สุดท้าย ทุกคนกลับเลือกเกมสุดคลาสสิกอย่างจริงหรือกล้าและแน่นอนว่าเป็นอาเฟิงที่เลือกเพราะอย่างไรเสีย ในบรรดาเพื่อน ๆ เขานี่แหละเป็นตัวป่วน
เจี่ยนจือรีบรับเนื้อย่างสองไม้มาจากมือเขา “ขอบคุณนะ” ถ้าไม่รับต่างหากถึงจะดูแปลกน่ะ ใช่ไหม?แต่ที่เขาบอกว่าเนื้อวัวเธอรู้แล้วล่ะว่าเพราะอะไรมีอยู่ครั้งหนึ่ง เธอกับหร่านเฉินแล้วก็เพื่อนคนอื่น ๆ เคยซื้อเนื้อย่างไม้หมุนกินที่ร้านหน้าโรงเรียน เขาเองก็อยู่ด้วย ตอนนั้นเธอพูดว่า “ฉันเอาเนื้อวัว ไม่เอาเนื้อแพะ ไม่ชอบกลิ่นสาบ”เขาความจำดีจะตายก็แน่อยู่แล้วนี่?เขาเป็นถึงเด็กเรียนอันดับท็อปของโรงเรียนเลยนะขึ้นอยู่แค่ว่าเขาอยากจำหรือเปล่าเธอเคยใช้ชีวิตแต่งงานกับเขามาถึงห้าปี เธอคิดว่าเขาคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอชอบกินอะไร ไม่ชอบกินอะไร แต่ทำไมตอนนี้เขาจำได้ล่ะ?เธอกัดเนื้อเข้าไปหนึ่งคำอืม ย่างจนเนื้อค่อนข้างแห้งเลย อันที่จริงฝีมือทำอาหารของเขาก็ไม่ได้ดีอะไรขนาดนั้น หรือควรจะบอกว่า ฝีมือของเขาในตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้นมากกว่าแต่ดูเหมือนคืนนี้เขาจะสนุกกับการย่างเนื้อมาก เอาแต่ย่างอยู่นั่นแล้วตัวเขาเองก็ไม่หยิบกินเลยสักไม้ เอาแต่ย่างไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะย่างอะไรไม้สุดท้ายก็มักจะถูกส่งมาอยู่ในมือเธอจนกระทั่งเธอรับปลาไส้ตันย่างไม้สุดท้ายมา ก็รีบโบกมือ “ฉันไม่เอาแล้ว อิ่มแล้ว กินไม่ลงแล้ว
อาเฟิงกำลังโฆษณาสรรพคุณดักแด้ไหมให้เพื่อน ๆ ฟังอย่างออกรสออกชาติ แต่กลับไม่มีใครตอบรับเขาเลยแม้แต่คนเดียว ยิ่งกว่านั้นหร่านเฉินยังถอยห่างจากเขาด้วยความรังเกียจ เจี่ยนจือหันไปมองเมิ่งเฉิงซ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะแกล้งแหย่เขา “นายชอบของแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?”เมิ่งเฉิงซ่งส่ายหน้าพัลวัน “เป็นไปไม่ได้!ฉันไม่มีทางกินของแบบนี้เด็ดขาด!”ก็ได้……หรือว่าจริง ๆ แล้วดักแด้ไหมจะแตกต่างจากพวกหนอนหรือแมลงทอดกันนะ?ตอนที่เวินถิงเยี่ยนเข้ามาสมทบ ข้างกายเจี่ยนจือก็ไม่มีที่นั่งว่างเหลือแล้ว ฝั่งหนึ่งคือเมิ่งเฉิงซ่ง อีกฝั่งคือหร่านเฉิน เขาจึงนั่งลงตรงข้ามกับเจี่ยนจือทุกคนกำลังช่วยกันย่างเนื้อ ส่วนเจี่ยนจือกำลังง่วนอยู่กับการย่างกุยช่ายเสียบไม้ตอนที่เวินถิงเยี่ยนนั่งลง เขาก็หยิบเนื้อวัวเสียบไม้มาหนึ่งกำใหญ่ ๆ แล้วช่วยทุกคนย่าง“พี่ใหญ่ นี่นายย่างเป็นด้วยเหรอ?” อาเฟิงรู้สึกว่าพี่ใหญ่ของเขาดูไม่ใช่คนที่จะลงมาแตะต้องเรื่องวุ่นวายบนโลกมนุษย์แบบนี้เลย พี่ใหญ่ของเขาจะมายืนท่ามกลางเนื้อย่างและควันโขมงแบบนี้ได้ยังไง?เวินถิงเยี่ยนไม่ได้สนใจเขา เพียงหยิบผงยี่หร่าโรยลงบนเนื้อย่าง กลิ่นหอมของสมุนไพรลอยฟุ้งไป
เพราะคุณย่าเวินเพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน “หัวเรือใหญ่” ในการจัดปาร์ตี้ครั้งนี้อย่างอาเฟิงจึงไม่ได้จัดกิจกรรมอะไรภายในบ้าน แต่เลือกจัดเตาบาร์บีคิวไว้ที่ลานบ้านของตระกูลเวินแทนตอนนี้เตาย่างบาร์บีคิวถูกเตรียมไว้ที่หน้าลานบ้านเรียบร้อยแล้ว กลิ่นหอมของถ่านที่กำลังลุกไหม้เริ่มลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ เหลือเพียงรอให้ปาร์ตี้เนื้อย่างเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเท่านั้นแต่ก่อนจะเริ่ม อาเฟิงก็เสนอให้เป่าเทียนวันเกิดก่อนดังนั้น เค้กที่ทุกคนช่วยกันลงขันซื้อไว้จึงถูกนำออกมาเป็นเค้กผลไม้ธรรมดาที่มีขายตามร้านเค้กทั่วไป แต่เค้กก้อนนี้ทำออกมาได้สวยมาก แถมยังดูน่าอร่อยไม่น้อย ทว่าในตอนที่ทุกคนร้องเพลงวันเกิดเสร็จและเร่งให้เวินถิงเยี่ยนอธิษฐาน เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเจี่ยนจือตอนนี้เธอยืนอยู่ตรงกลางระหว่างหร่านเฉินกับเมิ่งเฉิงซ่ง นอกจากใบหน้าเปื้อนยิ้มแล้วก็ไม่มีอะไรอีก“ขอพรสิ เวินถิงเยี่ยน” หร่านเฉินพูดกับเขา“อืม” เวินถิงเยี่ยนหลับตาลงแล้วเริ่มอธิษฐานในใจ จากนั้นเขาก็ลืมตาขึ้นแล้วเป่าเทียนตรงหน้าอาเฟิงถามขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือ “อาเยี่ยน นายอธิษฐานอะไรไปเหรอ?”เวินถิงเยี่ยนก้มหน้าตัดเค้ก