LOGINแก้วที่อดทนดูภาพความร่านร้อนอยู่ข้างหลังจนแทบจะระเบิด ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเอื้อมมือหนาไปกระชากสะโพกผายงามของดาวที่ฟุบอยู่ให้แอ่นยกขึ้นสูงในท่าโก้งโค้งทั้งที่เธอยังทับร่างลุงรงค์อยู่ แก้วไม่ยอมปล่อยให้ดาวได้หยุดพักหายใจ เขาจับแท่งควยที่แข็งปวดหนึบจนสั่นระริกจ่อเข้ากับรูหีที่ยังขมิบตอดรับแรงอารมณ์ที่คั่งค้างพรวด!แก้วกดกระแทกท่อนควยเข้าไปในรูหีที่ฉ่ำเยิ้มของดาวทีเดียวจนมิดโคน ความอุ่นร้อนที่จู่โจมเข้ามาใหม่ทำเอาดาวสะดุ้งสุดตัว"อูยยย... ซี๊ดดดด!" ดาวร้องครางเสียงหลง ใบหน้าสวยเกลือกกลิ้งไปกับอกหนาของลุงรงค์ด้วยความเสียวซ่านที่โถมเข้ามาอีกระลอก"อูยยย อีดาว... หีมึงตอดควยกูดีฉิบหาย ซี๊ดดดด!" แก้วครางอู้ออกมาอย่างสุดกลั้น เขากดสะโพกสอบให้หนอกควยหนาบดเบียดแนบชิดกับแคมอูมใหญ่ที่ปริปลิ้นออกมาด้านหลังจนแน่นขนัด ก่อนจะเริ่มเดินเครื่องสาวควยชักออกมาจนเกือบสุดปลายหัวแล้วกระแทกสวนเข้าไปอย่างรุนแรงตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ!"อูยยย... ซี๊ดดด ดีจัง... อูยยย!" ดาวครางอู้อยู่บนตัวลุงรงค์ ลิ้นเรียวเล็กของเธอเริ่มตวัดเลียหัวนมที่แข็งเป็นไตของรงค์ที่อยู่ตรงหน้าเพื่อระบายความเสียว รงค์เองก็สั่นสะท้านไปทั้งร่างจา
เวลาล่วงเลยผ่านไปพร้อมกับจำนวนขวดเบียร์ที่เพิ่มขึ้น ดีกรีความเข้มข้นในกระแสเลือดของแต่ละคนพุ่งสูงจนถึงขีดสุด แสงสุดท้ายจากขอบฟ้าภายนอกเลือนหายไปนานแล้ว ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่โอบล้อมบ้านไม้หลังเก่า มีเพียงแสงไฟสลัวภายในที่ส่องให้เห็นภาพความเมามายที่กำลังได้ที่“หนู...หนูคิดถึงที่นี่ หนูเสียใจที่ทิ้งที่นี่ไป...” ดาวพึมพำเสียงยานคางจนเกือบจะฟังไม่เป็นศัพท์ ดวงตาคู่สวยบัดนี้ฉ่ำปรือและเยิ้มไปด้วยฤทธิ์สุรา คอของเธอเริ่มพับไปพับมาอย่างคนทรงตัวไม่อยู่ ลิ้นเริ่มพันกันจนทุกถ้อยคำดูพร่ามัวไปหมด“คิดถึงก็มาสิวะ อีดาว! ที่นี่ยินดีต้อนรับโว้ย!” แก้วซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตะโกนสวนขึ้นมา เสียงดังฟังชัดตามประสาคนเมาที่กำลังคึกได้ที่“แต่หนู...หนูทำกับพี่ก้องไว้เยอะ...พี่ก้องคงไม่อยากเห็นหน้าหนูแล้ว” ดาวพูดพลางพยายามพยุงศีรษะให้ตั้งตรง เธอเหลียวมองไปรอบๆ บ้านเหมือนจะมองหาเงาร่างของคนที่เธอพาดพิงถึงด้วยความรู้สึกผิดที่หลงเหลืออยู่ในกมลสันดาน“โอ๊ย! ถ้าห่วงเรื่องนั้นน่ะไม่ต้องห่วงหรอก พี่ก้องเขาย้ายไปทำงานต่างจังหวัดโน่นแล้ว!” แอนพูดโพล่งออกมา ไม่ว่าจะเป็นเพราะความซื่อหรือตั้งใจจะทำลายบรรยากาศอันตึงเค
บรรยากาศเงียบเหงาภายในอาณาจักรที่กว้างใหญ่ของเสี่ยอำนาจยิ่งตอกย้ำความว้าเหว่ในใจของดาวมากขึ้นไปอีก เธอนั่งทอดอาลัยอยู่บนเก้าอี้ไม้สักแกะสลักหรูหราใต้ถุนบ้านทรงไทยประยุกต์ เสื้อผ้าไหมเนื้อดีราคาแพงที่สวมใส่พลิ้วไหวไปตามกระแสลมยามบ่ายที่พัดโชยมาเอื่อยๆ สายตาของเธอมองออกไปข้างหน้าอย่างมืดบอด เห็นเพียงกลุ่มแม่บ้านที่เดินทำงานกันขวักไขว่ แต่กลับไม่มีความหมายใดๆ ในโสตประสาท กาแฟถ้วยหรูที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าเย็นชืดจนหมดรสชาติไปนานแล้ว เช่นเดียวกับความรู้สึกของเธอในตอนนี้เสี่ยอำนาจออกเดินทางไปหัวหินตั้งแต่ทุ่มหนึ่งเมื่อคืนนี้แล้ว พร้อมกับนุ่น เด็กสาวขัดดอกคนใหม่ และนายชม คนสนิทเพียงสามคนเท่านั้น"หนูดาวไปด้วยกันมั้ย? เสี่ยอยากให้ไปนะ"คำชวนอย่างเสียไม่ได้ของเสี่ยอำนาจยังคงก้องอยู่ในหู แม้ใจหนึ่งจะอยากตามไปปรนนิบัติ แต่ทิฐิที่พุ่งสูงทำให้เธอเลือกที่จะปฏิเสธ ดาวไม่อยากไปเพื่อเป็นเพียง 'ตัวสำรอง' หรือเป็นแค่เครื่องระบายอารมณ์ในยามที่เสี่ยต้องการความดิบเถื่อนที่นุ่นยังเด็กเกินกว่าจะสนองได้ เธอต้องการจะสั่งสอนให้เสี่ยรู้ว่า หากไม่มีเธอ... ใครจะมานั่งรับรองอารมณ์วิปริตวิตถารที่แสนถึงใจของเสี่ยได้
เบื้องหลังรอยยิ้มที่สดใสราวกับดอกไม้บานในยามเช้าของ จุ๊บแจง แท้จริงแล้วมันคือหน้ากากที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกปิดรอยแผลเป็นอันฝังรากลึกที่สลักแน่นอยู่ในใจมาตั้งแต่เด็ก... ชีวิตของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนความสดใสน่ารักที่แสดงออกต่อหน้าผู้คนในที่ทำงาน แต่กลับถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากหยดน้ำตาและความหวาดระแวงในบ้านที่เปรียบเสมือนนรกบนดินจุ๊บแจงเติบโตมาในครอบครัวที่แตกแยก พ่อผู้เป็นสายเลือดทอดทิ้งไปตั้งแต่เธอยังจำความไม่ได้ ทิ้งให้แม่ต้องกลายเป็นผู้หญิงขี้เมาที่จมดิ่งอยู่กับความล้มเหลวของชีวิต และสุดท้ายแม่ก็เลือกที่จะคว้าเอาผู้ชายคนใหม่เข้ามาในบ้านเพื่อเป็นหลักประกันทางการเงิน โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือการพาสัตว์ร้ายเข้ามาขังไว้ร่วมกับลูกสาวทันทีที่จุ๊บแจงเริ่มโตขึ้นเป็นสาวสะพรั่ง รอยยิ้มจิ้มลิ้มและสัดส่วนที่เริ่มผลิบานก็กลายเป็นเป้าสายตาของพ่อเลี้ยงตัณหากลับ หลายต่อหลายครั้งที่เธอต้องนอนขดตัวสั่นเทาอยู่ใต้ผ้าห่ม คอยเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าที่เดินโงนเงนมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องนอน พร้อมกับเสียงหมุนลูกบิดประตูหน้าห้องของเธอ ความหวาดระแวงกัดกินใจเธอทุกวินาทีที่อยู่ในบ้านหลังนั้นแต่ท่ามกลางความ
ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืนที่ควรจะเงียบเหงา ดาวกลับต้องนอนลืมตาโพลงจ้องมองเพดานไม้สักที่มืดสลัว เธอทอดกายอยู่บนฟูกหนานุ่มราคาแพงที่เคยใฝ่ฝันอยากจะครอบครอง แต่บัดนี้มันกลับรู้สึกอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก สามวันแล้ว... สามวันที่เธอต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับความอัดอั้นที่ถาโถมเข้ามาสั่นประสาทเสียงที่ลอดผ่านผนังไม้สักหนาหนักมาจากห้องข้างๆ ไม่ใช่เสียงลมพัดหรือเสียงไม้ลั่น แต่มันคือเสียงกรีดร้องแห่งกามราคะของ นุ่น เด็กสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามาแย่งชิงพื้นที่ความโปรดปรานของเสี่ยอำนาจไปจากเธอ เสียงนั้นทั้งบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทและรัญจวนใจจนทำให้ร่างกายของดาวเริ่มสั่นสะท้าน ผิวพรรณเนียนละเอียดของเธอผ่าวร้อนขึ้นราวกับมีกระแสไฟแล่นผ่าน ดาวเผลอไผลยกมือนุ่มขึ้นลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าของตัวเองเพื่อระบายความต้องการที่พุ่งพล่าน“อูยยย... ซี๊ดดด... เบาๆ ก่อน... หนูเจ็บ... อูยยย... เสี่ยขา... ซี๊ดดดด!”เสียงครวญครางที่เจือไปด้วยความเจ็บปนเสียวซ่านของเด็กสาวดังชัดเจนจนดาวจินตนาการเห็นภาพกามกิจที่ดุเดือดเบื้องหลังฝาบ้านนั้นได้เป็นฉากๆ เสียงเนื้อกระทบเนื้อที่สอดประสานไปกับเสียงครางกระเส่าของเสี่ยอำนาจยิ่งตอ
เวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเสี่ยอำนาจก็ดังสะท้อนก้องลงมาจากบันไดไม้สักทอง แกเดินนำลงมาด้วยท่าทางองอาจน่าเกรงขาม โดยมีร่างอรชรของดาวเดินแนบชิดติดสอยห้อยตามมาไม่ห่าง ดาวอยู่ในชุดเสื้อผ้าชิ้นใหม่ที่เพิ่งสวมใส่เข้าไปอย่างลวกๆ กลิ่นอายราคะยังคงกรุ่นติดกายสาวจนคนมองสัมผัสได้สองแม่ลูกที่นั่งรออยู่ตรงใต้ถุนเรือนรีบหยัดกายยืนขึ้นด้วยท่าทางละล้าละลังและยำเกรงอย่างเห็นได้ชัดผู้เป็นแม่… ดูแล้วอายุน่าจะล่วงเข้าสู่วัยหลักสี่ ร่างกายที่สวมเพียงเสื้อยืดแขนยาวสีซีดกับผ้าถุงลายพื้นบ้านกลางเก่ากลางใหม่บอกเล่าถึงชีวิตที่ต้องตรากตรำ ผิวพรรณของเธอหยาบกร้านแดดและลมตามประสาชาวไร่ชาวนา ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาเสี่ยอำนาจกลับเป็นเด็กสาววัยกระเตาะที่ยืนอยู่เคียงข้าง แม้จะดูคล้ำไปบ้างจากการทำงานกลางแจ้ง แต่ผิวพรรณของเธอกลับดูสะอาดสะอ้านและเนียนละเอียดตามวัยสาว เครื่องหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรานั้นฉายแววสวยสะพรั่งที่ชวนให้ชายวัยดึกต้องหันมองด้วยความพึงใจทั้งสองรีบยกมือไหว้เสี่ยอำนาจแทบจะพร้อมกัน ทันทีที่เห็นแกเดินลงมาจากเรือนชั้นบน“สวัสดีค่ะเสี่ย...” หญิงอายุมากกว่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาแ







