LOGINนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
View More“พี่เขย”
(นวนิยายสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น)
ผู้เขียน : กาสะลอง
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
“พี่เขย”
ผู้เขียน
กาสะลอง
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
พุทธศักราช ๒๔๙๐
จังหวัดเชียงใหม่
ที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก ‘ไร่ล้อมตะวัน’ เมื่อเดินทางมาถึงศาลาสวดศพ ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของไร่ส้มรู้สึกตัวเบาหวิว จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในสมองของเขาว่างโหวงเหมือนท้องฟ้าในวันที่ไร้เมฆ หากแต่ในความว่างเปล่านั้น... มันช่างเวิ้งว้าง เคว้งคว้างทรมานจนรู้สึกใจหาย เขายังให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้... ว่าจะดำเนินชีวิตหลังจากนี้ต่อไปยังไง?
ชายหนุ่มยอมรับว่ารู้สึกมืดมนจนคิดอะไรไม่ออก สมองตีบตื้อเหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้ใต้ผิวน้ำแข็งขั้วโลก ยากเย็นเหลือเกินสำหรับคุณพ่อลูกสองที่จะต้องดำเนินชีวิตต่อไปโดยปราศจากคนเป็นแม่ของลูก เพราะว่า ‘รินรดา’ ซึ่งเป็นภรรยาสุดที่รักต้องมาลาจากโลกไปก่อนวัยอันควร ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อวานนี้
“เข้าไปไหว้ศพสิตะวัน... ทำใจให้ได้นะลูก”
กำนันเดชผู้เป็นบิดาเอามือรุนหลังลูกชายให้ก้าวเข้าไปในศาลาสวดศพ
ตะวันก้าวเดินเข้าไปช้าๆ แววตาเลื่อยลอย เหมือนมีร่างแต่ไร้ลมหายใจ เขาไม่มีกะจิตกะใจจะเอ่ยทักทายแขกเหรื่อและคนรู้จักที่มองมาด้วยความเศร้าโศก เห็นอกเห็นใจที่เขาต้องมาสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รัก
ชายหนุ่มเดินไปยังโลงซึ่งฉาบเอาไว้ด้วยสีทองอร่าม สลักเสลาเป็นลวดลายเครือเถาและประจำยามวิจิตรบรรจง
“เอ็งต้องทำใจนะลูก... เมียเอ็งเค้าไปดีแล้ว”
กำนันเดชเดินตามไม่ห่างลูกชาย เสียงปลุกปลอบให้กำลังใจแว่วดังมาจากด้านหลังของชายหนุ่ม
สายตาเศร้าสร้อยของตะวันมองไปยังโลงศพซึ่งประดับประดาไว้ด้วยดวงไฟเล็กๆ หลากสีสัน กระพริบพราวไปกับดอกกุหลาบสีขาวสะพรั่ง ซึ่งเป็นดอกไม้ที่ภรรยายชอบ เคียงขนาบด้วยพวงหรีดมากมาย ตั้งเรียงรายออกไปทั้งซ้ายขวา
แม้ว่าตะวันอยากจะกอดร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นภรรยาสักปานใด หากแต่ก็ทำได้เพียงก้มกราบด้วยธูปดอกเดียวในมือซึ่งสั่นน้อยๆ
โลกนี้ช่างโหดร้าย...
เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าการได้เจอหน้าภรรยาเมื่อเย็นวาน... จะเป็นครั้งสุดท้ายของเธอกับเขา รินรดาจากไปโดยไม่มีโอกาสได้ล่ำลาเขากับลูกๆ แม้แต่คำเดียว
“เอ็งต้องเข้มแข็งนะตะวัน อย่างน้อยก็เพื่อลูกตาดำๆ ทั้งสองคนที่ต้องมากำพร้าแม่ตั้งแต่ยังเล็กๆ”
เสียงของกำนันเดชสั่นเครือ เดินตามมานั่งลงใกล้ๆ ร่างสูงใหญ่ของลูกชาย ปลอบใจและให้สติ อยากให้ตะวันเข้าใจสัจธรรมของชีวิตที่ว่าการ ‘พบ’ แล้ว ‘พลัดพราก’ เป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอ
“ริน... พี่สัญญาว่าจะเข้มแข็ง พี่สัญญาว่าจะเลี้ยงดูลูกของเราให้ดีที่สุด รินหลับให้สบายนะครับคนดี จากนี้ไม่ต้องห่วงกังวลอะไรอีกแล้ว พี่ขอให้สัญญาด้วยชีวิต... ว่าจะรักและดูแลลูกๆ ของเราเท่าชีวิตของพี่”
ถ้อยคำที่ลูกชายของตนกำลังให้สัญญากับร่างไร้ลมหายใจของภรรยา ทำให้กำนันเดชผู้เป็นบิดาต้องเบือนหน้าออกไปจากภาพตรงหน้า พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้รินไหลออกมาให้ลูกชายเห็น
เหมือนว่าป้าชื่นจะรู้ล่วงหน้าเพราะได้ยินเสียงเช่นกัน หล่อนเดินเข้ามาพร้อมกับไม้กวาดและบุ้งเต้าตักขยะในมือรู้ว่าต้องเก็บกวาดข้าวของที่ตกแตกเพราะคนป่วยอาละวาด รีบก้าวยาวๆ ผ่านห้องรับแขกเข้าไปยังห้องซึ่งเป็นต้นเหตุของเสียงเมื่อครู่“ลูกชายฉันป่วย… ”วสันต์กล่าวพร้อมเสียงถอนใจ หลังจากใช้เวลาสั้นๆ กวาดสายตาอ่านข้อมูลในแผ่นกระดาษที่หญิงสาวกรอกรายละเอียดเอาไว้“เธอแน่ใจนะว่าจะดูแลลูกชายฉันได้”ดูท่าทางเขาพอใจ“ได้ค่ะ… ลูกชายคุณป่วยเป็นอะไรคะ… ”ความสงสัยนี้อันที่จริงวรินทร์อยากถามตั้งแต่ตอนที่ยังไม่กรอกใบสมัคร“ตาบอด… ”วสันต์ตอบวรินทร์ได้ยินก็รู้สึกสงสารคนป่วย…และรู้สึกโล่งใจในเวลาเดียวกันที่ลูกชายของเขาไม่ได้เป็นผู้ป่วยจิตเวช เพราะว่าตอนที่มาก็ไม่มีข้อมูลใดๆที่แอบนึกกลัวก็คือภาพของผู้ป่วยติดเตียงอาการเข้าขั้นโคม่า มีสายออกซิเจนห้อยระโยงระยางและสวมท่อช่วยหายใจอย่างที่จินตนาการเอาไว้“แค่ตาบอดหรือคะ… ”“ใช่… เป็นคนตาบอดที่ป่วยทางอารมณ์ด้วย ซึ่งฉันก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะทนไหว… ”ประโยคนี้เริ่มจะฟังดูน่ากลัว“ก่อนหน้านี้มีเคยจ้างคนมาดูแล แต่อยู่ได้ไม่กี่วันก็เผ่นแน่บ”“คะ… ”วรินทร์เผลอย่านหน้า
“สวัสดีค่ะหนูมาสมัครงานค่ะ ป้าดำบอกว่าที่นี่ต้องการคนดูแลคนป่วยใช่ไหมคะ”วรินทร์ถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ามาไม่ผิดบ้าน บอกไปตามข้อมูลที่ได้มา ป้าดำคือแม่ค้าขายปูม้าในเขาตะเกียบซึ่งวสันต์เป็นลูกค้าประจำ เคยสั่งปูม้านึ่งเป็นประจำจนรู้จักกัน“ใช่ครับ… เข้ามาคุยกันข้างใน”ครู่ต่อมา…วรินทร์เดินเข้ามาในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ สะดุดตากับเฟอร์นิเจอร์หนังสีเทาลายหินอ่อนสุดคลาสสิค ที่มุมห้องใกล้หน้าต่างปลูกต้นบอนหูช้างด่างในกระถางดินเผาสีดำการตกแต่งภายในบ่งบอกถึงฐานะเจ้าของบ้าน เดาว่าข้างในคงมีไม่ต่ำกว่าสามห้องอีกทั้งด้านหลังก็มีสนามหญ้าสีเขียวขจีและสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ โอบล้อมไว้ด้วยต้นปาล์ม ต้นลีลาวดีและต้นแก้ว ออกดอกขาวสะพรั่งไปทุกกิ่งก้าน“นั่งก่อน… ”วสันต์ผายมือมายังเก้าอี้“ขอบคุณค่ะ… ”วรินทร์กล่าวพลางทรุดกายลงนั่งบนโซฟาหนังสีดำ มีโต๊ะเล็กๆ กั้นตรงกลางระหว่างหล่อนกับเจ้าผู้เป็นของบ้าน“เดี๋ยวหนูกรอกข้อมูลให้ด้วย… ”เขายื่นแผ่นกระดาษมาให้…มันคือใบสมัคร วรินท์รับเอามาดู ใช้เวลากรอกข้อมูลไม่นานก็เสร็จ เป็นข้อมูลเบื้องต้นทั่วๆ ไปเหมือนต้องการรู้ประวัติและเงินเดือนที่ต้องการ.....เส
สั-ม-ผั-สพิศวาสนวนิยายโรมานซ์ผู้เขียนดอกบัวแดง (กาสะลอง)ย้อนกลับไปเมื่อเดือนที่แล้วรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างยี่ห้อยามาฮ่าฟินน์ที่วรินทร์จ้างมาจากหน้าห้างสรรพสินค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน พาหล่อนมาส่งที่หน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นจุดหมายอยู่ด้านหลังเขาตะเกียบ เต็มไปด้วยรีสอร์ตริมทะเลและหมู่บ้านชาวประมงในละแวกนั้นบ้านหลังนี้ไม่ผิดแน่…ดวงตาคมจ้องมองเลขที่บ้านบนแผ่นไม้ริมรั้ว แขวนเอาไว้ใกล้กับประตูรั้ว ตรงกับที่ได้ข้อมูลมาว่าเป็นบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ มีประตูอัลลอยด์สีเงินวาววับให้สังเกตหญิงสาวจ้องมองเข้าไปในบ้านเดี่ยวชั้นเดียว แต่หลังใหญ่สะดุดตามากขนาดของตัวบ้านและอาณาบริเวณโดยรอบบ่งบอกให้รู้ว่าถ้าไม่รวยจริงคงยากที่จะซื้อบ้านติดทะเลแบบนี้มือเรียวเอื้อมกดออดที่มุมซ้ายของประตู ไม่นานก็มีหญิงวัยกลางคนผิวคล้ำรูปร่างอวบเดินออกมา“สวัสดีค่ะ… หนูมาสมัครงานค่ะป้า”หญิงสาวยกมือไหว้ เมื่อหญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาใกล้“อ๋อ… เชิญค่ะ… เอ่อ ไม่ต้องไหว้ป้าหรอกนะจ๊ะ ป้าเป็นคนใช้ค่ะ… ”หญิงวัยกลางคนกล่าวขณะเปิดประตู แววตาซื่อ รอยยิ้มบ่งบอกถึงความเป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา“ไม่เป็นไรค่ะ… ”วรินทร์มองตามร่างอวบ
อดัมส์ช้อนท่อนเนื้อแข็งแกร่งเข้ามากดลงกลางหว่างกลีบขมิบแน่น สอดใส่ความเป็นชายชาตรีสีเข้มคล้ำดุจเดียวกับผิวของเขาฝังแน่นลงในความอวบขาวของลูกเลี้ยงผู้เร่าร้อน“อ๊อย... ”ปานจันทร์ขนลุกไปหมด เมื่ออดัมส์กดน้องชายเข้ามาจนสุดดุ้นเขาแช่นิ่งครู่สั้นๆ รอให้กลีบเนื้อของหล่อนเริ่มคุ้นชินกับความใหญ่โตของเขา กระทั้งปานจันทร์เริ่มขมิบแรงส่งสัญญาณตอดรัดเขาเป็นจังหวะ อดัมส์ก็ชักออกมาแล้วอัดกระแทกกลับเข้าไปอีกครั้งรัวๆ “อ๊า… โอ้ว… ”ปานจันทร์สูดซี้ดริมฝีปากเหมือนกินของเผ็ดจัด ขณะพ่อเลี้ยงอัดแก่นกายใหญ่โตเข้ามาซ้ำๆ กระแทกทิ่มรุนแรงเสียจนหน้าท้องของเขาอัดกระแทกเข้ากับก้นของหล่อนเสียงดังพลั่บๆ เกิดเป็นรอยช้ำแดงด้วยอารมณ์หฤหรรษ์ที่กำลังโลดทะยานขึ้นถึงขีดสุดจนลืมเจ็บด้วยกันทั้งคู่ กระทั่งหนำใจอดัมส์ก็สาดน้ำกามพวยพุ่งเข้ามาในโพรงสวาทตอดรัดของลูกเลี้ยง“อ๊า... ”ทั้งสองพริ้มตาสุขสม“อาดำแตกข้างใน... ไม่กลัวปานท้องหรือคะ”“ท้องก็ดีสิ... อาอยากมีลูกกับหนู”หัวใจของหญิงสาวพองโต ความปลาบปลื้มเอ่อท้นออกมาในรูปของหยาดน้ำตา ขณะดุ้นเนื้อของพ่อเลี้ยงยังเสียบคาขมิบกลั่นน้ำกามไว้ในกายหล่อน“แต่งงานกับอานะครับคนดี”เ






reviews