LOGIN“ฮื่อๆ” หญิงสาวปรือตา ในจังหวะที่ปลายลิ้นของพี่เขยระรัวเลียถี่ยิบ ไม่ยั้ง ทำเอาแพรขนตาของปรางค์วลัยขยับกระพริบพรึ่บพรั่บเหมือนจะหายใจไม่ทัน หญิงสาวเสียวซ่านทรมานจนเผลอขยับบั้นท้ายลอยร่อนขึ้นรับการจู่โจมของพี่เขยด้วยความลืมตัว “ฮือๆ... หนุดนะ ปรางค์ทรมานเหลือเกิน” หญิงสาวพยายามผลักศีรษะของเขาให้พ้นไปจากง่ามขาของเธอ แต่ก็ยอมรับว่าการที่ถูกกระทำเช่นนั้น ได้สร้างความรู้สึกซาบซ่านทรมานขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด ถึงกับทำให้ลมหายใจของเธอขาดห้วงหาย จากนั้นทั้งสองก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ยออกไปจากร่างกาย
View More“พี่เขย”
(นวนิยายสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น)
ผู้เขียน : กาสะลอง
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
“พี่เขย”
ผู้เขียน
กาสะลอง
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
พุทธศักราช ๒๔๙๐
จังหวัดเชียงใหม่
ที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก ‘ไร่ล้อมตะวัน’ เมื่อเดินทางมาถึงศาลาสวดศพ ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของไร่ส้มรู้สึกตัวเบาหวิว จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในสมองของเขาว่างโหวงเหมือนท้องฟ้าในวันที่ไร้เมฆ หากแต่ในความว่างเปล่านั้น... มันช่างเวิ้งว้าง เคว้งคว้างทรมานจนรู้สึกใจหาย เขายังให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้... ว่าจะดำเนินชีวิตหลังจากนี้ต่อไปยังไง?
ชายหนุ่มยอมรับว่ารู้สึกมืดมนจนคิดอะไรไม่ออก สมองตีบตื้อเหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้ใต้ผิวน้ำแข็งขั้วโลก ยากเย็นเหลือเกินสำหรับคุณพ่อลูกสองที่จะต้องดำเนินชีวิตต่อไปโดยปราศจากคนเป็นแม่ของลูก เพราะว่า ‘รินรดา’ ซึ่งเป็นภรรยาสุดที่รักต้องมาลาจากโลกไปก่อนวัยอันควร ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อวานนี้
“เข้าไปไหว้ศพสิตะวัน... ทำใจให้ได้นะลูก”
กำนันเดชผู้เป็นบิดาเอามือรุนหลังลูกชายให้ก้าวเข้าไปในศาลาสวดศพ
ตะวันก้าวเดินเข้าไปช้าๆ แววตาเลื่อยลอย เหมือนมีร่างแต่ไร้ลมหายใจ เขาไม่มีกะจิตกะใจจะเอ่ยทักทายแขกเหรื่อและคนรู้จักที่มองมาด้วยความเศร้าโศก เห็นอกเห็นใจที่เขาต้องมาสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รัก
ชายหนุ่มเดินไปยังโลงซึ่งฉาบเอาไว้ด้วยสีทองอร่าม สลักเสลาเป็นลวดลายเครือเถาและประจำยามวิจิตรบรรจง
“เอ็งต้องทำใจนะลูก... เมียเอ็งเค้าไปดีแล้ว”
กำนันเดชเดินตามไม่ห่างลูกชาย เสียงปลุกปลอบให้กำลังใจแว่วดังมาจากด้านหลังของชายหนุ่ม
สายตาเศร้าสร้อยของตะวันมองไปยังโลงศพซึ่งประดับประดาไว้ด้วยดวงไฟเล็กๆ หลากสีสัน กระพริบพราวไปกับดอกกุหลาบสีขาวสะพรั่ง ซึ่งเป็นดอกไม้ที่ภรรยายชอบ เคียงขนาบด้วยพวงหรีดมากมาย ตั้งเรียงรายออกไปทั้งซ้ายขวา
แม้ว่าตะวันอยากจะกอดร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นภรรยาสักปานใด หากแต่ก็ทำได้เพียงก้มกราบด้วยธูปดอกเดียวในมือซึ่งสั่นน้อยๆ
โลกนี้ช่างโหดร้าย...
เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าการได้เจอหน้าภรรยาเมื่อเย็นวาน... จะเป็นครั้งสุดท้ายของเธอกับเขา รินรดาจากไปโดยไม่มีโอกาสได้ล่ำลาเขากับลูกๆ แม้แต่คำเดียว
“เอ็งต้องเข้มแข็งนะตะวัน อย่างน้อยก็เพื่อลูกตาดำๆ ทั้งสองคนที่ต้องมากำพร้าแม่ตั้งแต่ยังเล็กๆ”
เสียงของกำนันเดชสั่นเครือ เดินตามมานั่งลงใกล้ๆ ร่างสูงใหญ่ของลูกชาย ปลอบใจและให้สติ อยากให้ตะวันเข้าใจสัจธรรมของชีวิตที่ว่าการ ‘พบ’ แล้ว ‘พลัดพราก’ เป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอ
“ริน... พี่สัญญาว่าจะเข้มแข็ง พี่สัญญาว่าจะเลี้ยงดูลูกของเราให้ดีที่สุด รินหลับให้สบายนะครับคนดี จากนี้ไม่ต้องห่วงกังวลอะไรอีกแล้ว พี่ขอให้สัญญาด้วยชีวิต... ว่าจะรักและดูแลลูกๆ ของเราเท่าชีวิตของพี่”
ถ้อยคำที่ลูกชายของตนกำลังให้สัญญากับร่างไร้ลมหายใจของภรรยา ทำให้กำนันเดชผู้เป็นบิดาต้องเบือนหน้าออกไปจากภาพตรงหน้า พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้รินไหลออกมาให้ลูกชายเห็น
ร่องสวาทบีบรัดรุนแรง สองมือเรียวลูบไล้แผ่นผลังเลื่อมลื่นไปด้วยกลิ่นเหงื่อกลิ่นไคลของไกรสรที่ยามนี้ช่างหอมรัญจวนจับใจนัก“รักหนู… ลุงรักหนูที่สุด”ไกรสรละล่ำละลักบอกในตอนที่เนื้อกับเนื้อยังสอดประสาน อวัยวะเพศเสียบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกัน โอบกอดร่างอ่อนระทวยเอาไว้ในอ้อมแขน“อ๊า... หนูมีความสุขที่สุด หนูรักคุณลุงที่สุด”สาวน้อยกระซิบบอกทั้งเสียงหอบดวงตาพร่าพรายไปด้วยความสุข รู้สึกได้ว่าน้ำกามของไกรสรยังฉีดพลั่กๆ เข้ามาในตัวหล่อนไม่หยุด“ลุงก็มีความสุขครับ... สาวน้อยของลุง” ไกรสรค่อยๆ ขยับถอนความแข็งแกร่งออกจากกลีบเนื้อระบมบวมของสาวน้อยน้ำรักสีขาวข้นราวกะทิสด ไหลย้อยเป็นสายออกมาจากกายสาว “รอให้หนูเรียนจบเมื่อไร… ลุงจะแต่งงานกับหนูทันที”ไกรสรเป็นลูกผู้ชาย เขาพร้อมจะรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ“ค่ะ… หนูจะรอวันนั้น”เรย์ยาแอบเร่งวันคืนให้วันที่หล่อนเรียนจบมาถึงโดยเร็วทั้งสองจ้องมองตากันเรย์ยารีบโอบใบหน้าคมคร้ามด้วยสองมือ รั้งลงมาบดนาบริมฝีปากเข้าหากันแน่นลิ้นกับลิ้นเกี่ยวกระหวัดรัดร้อยราวกับมีอำนาจแม่เหล็กดึงดูดเอาไว้ ใช้เวลาทุกวินาทีที่มีร่วมกันให้คุ้มค่าไกรสรนึกขอบคุณชะตาสวา
ความเสียวกระสันจวนเจียนจะออกัสซั่มส่งผลให้น้ำหล่อลื่นของเรย์ยาหลั่งซ่านออกมาชโลมความแข็งแกร่งของแท่งเนื้อ“อ๊า... มะ... ไม่ไหวแล้ว” ร่างของสาวน้อยสั่นเทิ้ม ดวงตาหรี่พริ้ม เคลิบเคลิ้ม จวนเจียนจะถึงสวรรค์ “โอ้ว… รอลุงด้วย”ไกรสรรับรู้ได้ด้วยแรงตอดรัดในโพรงสวาท รีบจัดหนัก ด้วยการกระเด้าจนแผ่นหลังของหญิงสาวกระแทกเข้ากับผนังบลั่กๆ ๆ ๆ ๆ ๆเรย์ยาเม้นปากแน่น ยืนถ่างขารับชะตาสวาท ไกรสรอัดดุ้นเอ็นรับกลีบสวาทที่กระแทกลงมาปะทะความเป็นชายชาตรีของเขา กระเด้าเสยขึ้นมาเป็นจังหวะหนักแน่น ขณะปากก็ดูดนมไปด้วย“ฮือๆ… ลุงไกรจ๋า... อ๊ะ... อ๊า... ”เรย์ยาขมิบรูรัวๆ “อู้ว… มันส์สุดๆ”ไกรสรกระแทกย้ำๆ เรย์ยาตัวสั่นเกร็งไปหมดแล้ว ในวินาทีที่แท่งทวนของไกรสร เสียบเข้ามาคาคับอยู่ในกายสาว กำลังกระตุกเต้นเป็นจังหวะอยู่ในหลืบเนื้ออูมแน่น อ้าอมรูดรัดความใหญ่โตของเขาเอาไว้อย่างยากลำบาก “อูย... หนูขมิบเก่งเหลือเกิน รูหอยหนูดูดแรงมาก”เสียงของไกรสรเต็มไปด้วยความหลงใหล ท่อนเอ็นของเขาคัดแข็งจนแทบระเบิด “ทรมานค่ะ... อูย”มือข้างหนึ่งของเรย์ยา กระหวัดรัดรอบลำคอของหนุ่มใหญ่เอาไว้แน่น แอ่นหนอกเนินสวาทรับท่อนเอ็นสาดเสี
หญิงสาวครางตามจังหวะกระเด้า น้ำหล่อลื่นของหล่อนแตกพลั่กๆ ไหลตามท่อนเอ็นสีน้ำตาลคล้ำที่ชักออกมา“อู้ว… รู้สึกโล่งเลยค่ะตอนคุณลุงชักออกมา”หญิงสาวมองน้ำหล่อลื่นหยดย้อยเป็นยางใส ไหลเยิ้มออกมาอาบเลื่อมปากรูสวาทระบมบวมของหล่อน “อูย... เสียวเหลือเกินคุณลุงขา... ซอยเถอะค่ะหนูทรมานเหลือเกิน”หญิงสาวเร่งเร้าลืมอาย“ได้ครับ... ลุงจัดให้ เดี๋ยวหนูจะได้ขึ้นสวรรค์”ตอนนี้ภายในสมองของไกรสรไม่นึกถึงสิ่งอื่นใด นอกจากความรู้สึกเสียดเสียว อันเกิดจากแรงเสียดสีของแก่นกายยาวใหญ่ คับแน่นเต็มตึงอยู่ในกายสาว“อูย... ทั้งจุกทั้งเสียวค่ะคุณลุงขา ของคุณลุงยาวใหญ่มาก ต่อจากนี้คุณลุงห้ามเอาไปใช้กับผู้หญิงคนอื่นนะคะ… หนูหวง”“ลุงสัญญา… ว่าจากนี้ไปจะใช้กับหนูคนเดียว แต่หลังจากนี้หนูจะต้องมาให้ลุงทำแบบนี้บ่อยๆ นะครับ”ไกรสรรีบบอก“แล้วจะทำกันที่ไหนคะ”เรย์ยาสงสัย“เดี๋ยวลุงซื้อคอนโดให้หนูห้องนึง… ดีไหม ลุงจะได้แวะไปหาบ่อยๆ”“โอ้ว… จริงหรือคะ”“จริงสิ… แต่หลังจากเรียนจบหนูต้องแต่งงานกับลุงนะคะ”“ค่ะ… หนูดีใจที่สุดที่คุณลุงจริงจังกับหนู”หญิงสาวเสียงสั่นเครือ เพราะว่าขณะกำลังคุยกัน ไกรสรก็ดันแท่งเนื้
เรย์ยาหลับตาลงชั่วขณะ เสียวมาก ตอนที่แท่งเนื้อโอบล้อมไปด้วยเส้นเลือดลายเอ็นปูดนูน เสียดครูดเข้าในความเป็นสาวของหล่อนจนมิดดุ้น“อู้ว... นะ... แน่นมากคุณลุงจ๋า”เรย์ยาเสียงกระเส่า แอ่นนมให้ไกรสรก้มลงดูด จูบไซ้สองเต้าปลุกเร้าให้ซ่านเสียว พร้อมๆ กับกดความคัดแข็งของแท่งเอ็น ทะลวงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกายสาว“อ๊า...”เรย์ยาผวากายเกร็งกอดร่างกำยำเอาไว้แน่น“มิดเลยหนูจ๋า”ไกรสรสะใจ ท่อนเนื้อเสียบเข้ามาล้ำลึกสุดโคนพวงสวรรค์ ทั้งฝืดและคับแน่นสุดจะบรรยาย ด้วยอาวุธประจำกายของเขานั้นใหญ่ยาวราวกับท่อนแขนเด็ก พอเสียบเข้ามาสุดท่อน ทำให้หญิงสาวจุกแน่น รู้สึกคล้ายจะหายใจไม่ทันไกรสรเริ่มกระเด้าเบาๆบดเน้นดุ้นเนื้อเข้ามาสุดโคน หมุนควงสะโพก โยกโยน ขยับเพื่อให้เนื้อกับเนื้อเสียบแน่นเข้าด้วยกันล้ำลึก“อ๊า... ลึกมากค่ะคุณลุงขา... อูย… หนูเสียว”เรย์ยารู้สึกได้ว่าของไกรสรเข้ามาลึกมาก ยืนยันด้วยพวงสวรรค์ของเขาที่หดเกร็งเหมือนลูกเงาะ เบียดชิดอัดเข้ามาคาอยู่กับปากรูฟิตแน่นเรย์ยาแอ่นหนอกเนินสวาทร่อนสะโพกรับแรงกระแทกกระทั้น ทวีความรุนแรงหนักหน่วงขึ้นเป็นลำดับบลั่กๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆเสียงความแข็งแกร่งเสียบรัวลงในความน
“เกิดอะไรขึ้นยัยปรางค์... รถเป็นอะไร”เสียงดังแช๊ะ ๆ ๆ... อยู่หลายครั้ง“นั่นนะสิคะ ตอนมาถึงก็ยังดีอยู่แท้ๆ ทำไมสตาร์ทไม่ติดนะ”สถานการณ์ที่เห็นทำให้เจ้าของไร่ส้มเดินตรงมาที่รถ พร้อมกับชะโงกใบหน้าหน้าหล่อเหลาผ่านช่องกระจกเข้ามาใกล้ปรางค์วลัยแล้วกระซิบเบาๆ ว่า“น้องปรางค์จ๋า... เปิดกระโปรงให้พี่ดูหน
ได้ยินที่เจ้าของไร่ส้มบอก คุณนายชดช้อยทำท่าว่าจะขยับปากปฏิเสธ เพราะความใจร้อนอยากคุยธุระให้เสร็จๆ เพื่อที่จะได้เดินทางกลับ แต่เสียงหวานๆ ของปรางค์วลัยก็ขัดขึ้นเสียก่อน“ดีเหมือนกันนะคะคุณแม่”ประโยคที่ได้ยินทำให้คนเป็นมารดาจำต้องพยักหน้ารับคำเชิญให้ร่วมโต๊ะอาหารของตะวันแบบฝืนๆตะวันเดินเข้าไปสั่งงา
หนึ่งปีต่อมา ที่ไร่ล้อมตะวัน ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งปีก่อนหน้า งานวิวาห์ได้ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตและเอิกเกริก สาเหตุที่ต้องจัดงานวิวาห์ขึ้นอย่างใหญ่โตสมฐานะ ก็เป็นพราะว่า ไม่ใช่คู่เดียว แต่มีสองคู่ในงานวิวาห์เดียวกัน คู่พ่อแม่ก็คือ ‘กำนันเดช’ กับ ‘คุณนายช
คุณนายพยายามเงี่ยหูฟัง นึกถึงเสียงร้องครวญครางของตัวเองตอนที่อยู่ในกระท่อมกับกำนันเดช กำนันเดชเห็นท่าไม่ดีจึงรีบออกอุบายช่วยลูกชายจอมหื่น “ตุ๊กแกคงไปแล้วจริงๆ ไม่มีอะไรแล้วละครับคุณนาย ผมว่าคุณนายกลับเข้าห้องเถอะนะครับ” “ไม่... ฉันห่วงยัยปรางค์” “อย่า





