LOGINความผิดพลาดแค่คืนเดียว ก่อเกิดสิ่งเล็กๆที่เรียกว่า ความรัก “พราวท้องค่ะ” ท้อง! ท้องแล้วยังไง? ธารทัพพ์มองหน้าผู้หญิงที่เขามีอะไรด้วยเมื่อหลายเดือนก่อนนิ่ง “จะเอาไว้ หรือเอาออก” คำถามของผู้ชายตรงหน้าทำให้ร่างกายของ พราวนิชา สั่นไหว มองหน้าเขานิ่ง “เอาออกค่ะ” ในเมื่อเขาถามแบบนี้ก็เท่ากับว่า เขาไม่ต้องการ…
View Moreตอนที่ 1
เพียงแค่ความผิดพลาดครั้งเดียว ครั้งเดียวที่ไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเกิดขึ้น กลับก่อให้เกิดบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ตรงนี้ มือเล็กวางมือลงบนหน้าท้องแบนราบของตัวเอง ส่วนอีกมือก็ถือบางสิ่งบางอย่างที่มันบ่งบอกว่า…
“ทะ ท้อง”
ท้องจริง ๆ เหรอ แม้จะเห็นชัดแต่ก็ยังไม่อยากเชื่อ ไม่อยากให้สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า มันเป็นความจริง ขีดแดง ๆ สองขีดที่ในคู่มือบอกว่า มันคือผลของการตรวจ ริมฝีปากเล็กสั่นน้อย ก่อนจะขบเม้มเข้าหากันจนเจ็บ ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นเดินออกจากห้องน้ำ เธอต้องทำยังไง ทำยังไงดี
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูเรียกให้คนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนชักโครกสะดุ้งตกใจ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“พราว…”
“พราวลูก”
“ขาแม่” มือเล็กรีบยกขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเอง รีบเดินออกจากห้องน้ำ เดินไปเปิดประตูห้องนอนออกไปส่งยิ้มให้คนที่ยืนอยู่หน้าประตู
“ทำอะไรอยู่ลูก แม่มาตามไปกินข้าว”
“เดี๋ยวพราวตามลงไปค่ะ”
“เร็ว ๆ นะลูก เดี๋ยวข้าวต้มจะเย็นหมด”
“ค่ะ” ยิ้มรับด้วยรอยยิ้มสดใสเหมือนเดิม เหมือนเมื่อครู่มันไม่มีอะไร มองตามแผ่นหลังของผู้เป็นแม่ที่เดินลงบันไดไปชั้นล่างก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเศร้าลง เธอไม่อยากให้แม่กับพ่อผิดหวัง
แต่ว่า… แล้วเธอต้องทำยังไงดี
ความผิดพลาดที่เธอไม่รู้มันเกิดขึ้นได้ยังไง กับผู้ชายคนหนึ่งในค่ำคืนหนึ่ง ตื่นมาก็พบแค่เงินกับนามบัตรวางอยู่บนที่นอน เขาคงคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงแบบนั้น แต่มันไม่ใช่ มันมีแต่ความเข้าใจผิด เธอไม่คิดว่าจะต้องใช้มัน เงินนั่น เธอก็ยังเก็บเอาไว้ ตั้งแต่คืนนั้นมาถึงวันนี้ก็ครบหนึ่งเดือนพอดี เป็นหนึ่งเดือนที่เธอเสียสิ่งที่หวงแหนให้กับใครก็ไม่รู้ เธอเองก็ไม่ได้รับคำตอบจากเพื่อนว่าเธอไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง ในห้องกับผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
แค่นั่งลงบนเก้าอี้ กลิ่นของข้าวต้มถ้วยโปรดที่วางอยู่บนโต๊ะ ก็ทำเอาจมูกเล็กย่นน้อย ๆ เพราะกลิ่นที่ลอยออกมา มันไม่ได้หอมเหมือนทุกครั้ง
“เป็นอะไรเรา ทำไมทำหน้าแบบนั้น”
คนเป็นพ่อเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ช่วงนี้ลูกสาวไม่ค่อยสดใสร่าเริงเอาเสียเลย ตั้งแต่ปิดเทอมมาได้หนึ่งเดือน ก็เอาแต่อยู่บ้านไม่ยอมไปไหน แต่ก็มีออกไปช่วยงานที่ร้านอาหารบ้างเป็นบางครั้ง
“ปะ เปล่าค่ะ”
พยายามควบคุมอาการที่กำลังเป็นอยู่ ฝืนยิ้มบอกผู้เป็นพ่อ ไม่อยากให้ท่านสงสัยและเป็นห่วง
“วันนี้ออกไปที่ร้านกับแม่ไหม”
“วันนี้พราวนัดเพื่อนเอาไว้ค่ะ เดี๋ยวพราวทำธุระเสร็จแล้ว พราวตามไปที่ร้านนะคะ”
“จ้ะลูก กินเลย เดี๋ยวเย็นหมด กำลังร้อน ๆ ของโปรดเราทั้งนั้น แม่เลือกแต่กุ้งตัวโต ๆ เลยนะ” คุณปัญจมาพูดด้วยรอยยิ้มบอกลูกสาว วันนี้ตั้งใจตื่นแต่เช้ามาทำข้าวต้มกุ้งของโปรดลูกสาว เพราะเห็นว่าหลายวันที่ผ่านมา ลูกสาวตัวเล็กกินข้าวได้น้อยมาก ๆ
“ค่ะ” ส่งยิ้มให้พ่อกับแม่ก่อนจะก้มลงฝืนตักข้าวต้มกุ้งของโปรดตัวเองเข้าปาก รีบกินให้หมดจะได้รีบกลับขึ้นไปบนห้อง ไม่รู้เลยว่าจะปิดบังเรื่องนี้กับพ่อแม่ได้นานแค่ไหน
มือเล็กเผลอวางลงบนหน้าท้องของตัวเองในตอนที่กำลังนั่งคิดว่าจะทำยังไงต่อไป เพราะอีกแค่ไม่ถึงหนึ่งเดือน มหาวิทยาลัยก็จะเปิดเทอมแล้ว เธอยังอยากกลับไปเรียนให้จบ อยากไปใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ เหลือเวลาอีกแค่สองปีเอง สองปีที่เธอจะเรียนจบ เธอจะทิ้งอนาคตของตัวเอง หรือว่าจะ… เก็บเอาไว้
พราวนิชาลุกขึ้นเดินไปหยิบนามบัตรที่ผู้ชายคนนั้นให้เธอเอาไว้ ไม่รู้ว่าเขาทิ้งมันเอาไว้ให้เธอทำไมกัน อยากรับผิดชอบกับครั้งแรกของเธอ หรือเพราะเห็นเธอเป็นผู้หญิงแบบนั้นกันนะ
“ธารทัพพ์”
พราวนิชาอ่านชื่อที่อยู่บนนามบัตร มองเบอร์โทร. และชื่อบริษัท
“มันตรา แกรนด์” เธอเคยเห็นชื่อโรงแรมเบา ๆ โรงแรมนี้เธอเคยได้ยินและเคยไปที่นั่น เคยเข้าไปดูงานครั้งหนึ่งตอนเรียนอยู่ชั้นปีที่สองเทอมหนึ่ง มือเล็กรีบเก็บของทุกอย่างเข้ากระเป๋าสะพายใบเล็กแล้วรีบออกจากห้อง หลังดูแล้วว่าพ่อกับแม่ออกไปที่ร้านแล้ว ความจริงเธอไม่ได้จะไปหาเพื่อน แต่เธอแค่อยากไปบอกเขา บอกผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น ถ้าเขาไม่รับผิดชอบหรือไม่ต้องการ เธอก็จะตัดสินใจในสิ่งที่คิดเอาไว้
แม้มันจะทำให้เธอดูเป็นคนใจร้ายใจดำก็ตาม
ครอบครัวของพราวนิชาเป็นแค่ครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก พ่อกับแม่มีร้านอาหารที่เปิดมานาน ตั้งแต่สมัยคุณปู่กับคุณย่า เคยมีถึงสามสาขาแต่ตอนนี้เหลือเพียงแค่สาขาเดียว เพราะพิษเศรษฐกิจเลยต้องปิดตัวลงถึงสองสาขาเพื่อรักษาทุก ๆ อย่างเอาไว้ ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นมากกว่าเมื่อสองปีก่อน พ่อกับแม่เหนื่อยกันมาเยอะ ทั้งต้องพยุงรายรับรายจ่ายของร้าน ของที่บ้าน และไหนจะค่าเทอมของเธอ เพราะแบบนี้เธอถึงไม่อยากทำให้พ่อกับแม่ต้องเสียใจและเหนื่อยเพิ่ม ไม่อยากให้ท่านทั้งสองผิดหวังกับลูกสาวคนนี้
มือเล็กกำสายกระเป๋าของตัวเองไว้แน่นก่อนจะสูดลมหายใจเข้า เรียกความมั่นใจให้กับตัวเองก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปภายในโรงแรมหรูห้าดาว
“สวัสดีค่ะ จองห้องพักหรือมีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ”
“คือว่า จะมาขอพบคุณธารทัพพ์ค่ะ”
“นัดเอาไว้หรือเปล่าคะ”
“เปล่าค่ะ” รู้สึกประหม่าไม่น้อยกับสายตาของพนักงานต้อนรับสองคนที่มองมาที่เธอ สายตาที่สำรวจมองกัน นั่นยิ่งทำให้มือเล็กกำสายกระเป๋าของตัวเองแน่นขึ้น เหมือนพยายามเก็บความรู้สึกกลัวทั้งหมดของตัวเองเอาไว้
“ถ้าไม่ได้นัดไว้ก็เข้าไปพบไม่ได้นะคะ หรือถ้ามีเรื่องด่วน แจ้งเอาไว้ได้นะคะ เดี๋ยวจะแจ้งคุณธารทัพพ์ให้ค่ะ”
“แต่ว่า…”
คำพูดที่จะพูด มันหายไปเพียงเพราะไม่รู้ว่าจะต้องบอกออกไปแบบไหน เขาไม่รู้จักเธอ เธอเองก็ไม่รู้จักเขา
“ว่าไงคะ จะแจ้งไว้ไหม อีกเดี๋ยวคุณธารทัพพ์ก็จะออกไปข้างนอกแล้วค่ะ” พนักงานคนเดิมยังคงถามผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้า อดที่จะมองสำรวจอีกคนไม่ได้ ว่ามาขอพบหลานชายเจ้าของโรงแรมเพราะอะไร จะว่าเหมือนกับพวกผู้หญิงที่ชอบเข้าหาคุณธารทัพพ์ก็ไม่ใช่ เพราะทั้งการแต่งตัวและใบหน้าเล็กที่ดูเด็กมาก ๆ นั่น น่าจะไม่ใช่
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอแต่งตัวแบบนี้ หรือเพียงเพราะเธอมาถามหาผู้ชายที่ชื่อว่าธารทัพพ์ พนักงานทั้งสองถึงได้ใช้สายตามองเหยียดกันแบบนั้นกับเธอ แม้จะเป็นแค่สายตาแต่พราวนิชากลับสัมผัสมันได้
เธอมันอ่อนแอมาก ยัยพราว !
พราวนิชาต่อว่าตัวเองในใจในตอนที่เดินหันหลังออกมาจากโรงแรมหรูนั่น ก่อนจะล้วงมือเข้าไปหยิบนามบัตรในกระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเองขึ้นมาพร้อมกับมือถือ ตั้งใจจะโทร. หาเขาคนนั้นเองดีกว่า
ปึก !
เพราะไม่ได้ดูทางเดิน เพราะมัวแต่ก้มมองมือถือของตัวเองทำให้เดินชนเข้ากับแผ่นหลังของใครบางคน
“ขอโทษค่ะ” คนตัวเล็กก้มหัวลงน้อย ๆ ไม่ทันได้มองหน้าคนที่ตัวเองเดินชน แต่กลิ่นของเขามันช่างคุ้น ๆ เหมือนเคยได้กลิ่นที่ไหนมาก่อน แต่ก็ต้องส่ายหน้าไปมาให้กับความคิดของตัวเองแล้วรีบเดินออกมาจากตรงนั้น ตั้งใจว่าจะไปหาที่นั่งแล้วรวบรวมความกล้าที่จะโทร. ไปหาผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง
“เดี๋ยวก่อน”
เท้าเล็กหยุดนิ่งก่อนจะหันไปมองคนที่เรียกกัน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าคนที่เรียกเธอคือคนเดียวกันกับผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น แม้คืนนั้นเธอจะเมาแต่เธอก็ยังพอมีสติและจำหน้าของเขาได้ แม้วันนี้เขาจะดูแตกต่างจากวันนั้น วันนี้ผู้ชายตัวสูงอยู่ในชุดสูทเรียบหรูดูดี ทรงผมที่ถูกจัดทรงเอาไว้ดูดี ไม่แพ้ชุดที่เขาใส่อยู่เลย ต่างจากวันนั้นเขาใส่แค่ชุดธรรมดา ๆ แค่เสื้อยืดกับกางเกงยีน แต่ว่าเธอกลับจำเขาได้
จากที่คิดว่าคนหน้าเหมือนแต่พอเธอหันกลับมา ธารทัพพ์ก็จำได้ทันที ว่าผู้หญิงตัวเล็กคนนี้คือคนที่เขาเคยนอนด้วยเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว แม้ตอนนี้ใบหน้าเล็กจะไม่ได้แต่งหน้าเหมือนเมื่อวันนั้น แต่เขากลับจำเธอได้ดี ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่เขาไม่เคยจดจำหน้าผู้หญิงที่ตัวเองเคยนอนด้วยสักคน หรือเป็นเพราะเขาเป็นคนแรกของเธอ
“คุณ…”
“มาหาผม ?”
ธารทัพพ์มองของที่อยู่ในมือตัวเอง ของที่อีกคนทำตกเอาไว้ พอเห็นก็ทำให้เขาคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากเธอมาหาเขาที่นี่ ที่เขาให้นามบัตรเธอไป เพราะเผื่อว่าเธอจะเรียกร้องจากเขามากกว่าเงินห้าพันบาทที่เขาวางเอาไว้ให้ แต่เขารอแล้วรออีก เธอก็ไม่ติดต่อกลับมา
แต่มาวันนี้ อยู่ ๆ เธอก็มาหาเขาเอง
“ค่ะ”
“มีอะไร หรืออยากได้อะไร บ้าน รถ กระเป๋า เงิน ?” เพราะที่ผ่านมา เขาไม่เคยคบใครจริง ๆ จัง ๆ มีก็แค่ควงกัน ทำข้อตกลงกัน ไม่ผูกมัด ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เข้ามาหาเขา ก็มีแค่นี้ ที่ต้องการ บ้าน รถ เงิน สิ่งของราคาแพง
“ไม่ค่ะ คือหนูมีเรื่องจะบอกคุณค่ะ”
“เรื่องสำคัญ ?” คิ้วหนาขยับเป็นเชิงถามว่าใช่ไหม
ใบหน้าเล็กพยักหน้าขึ้นลงเป็นคำตอบ
“งั้นเข้าไปคุยในรถ” คนตัวสูงพยักหน้า บุ้ยใบ้บอกคนตัวเล็กให้เดินตามตัวเองไปที่รถของเขาที่ผู้ช่วยขับเข้ามาจอด ก่อนที่เขาจะเดินนำเธอไปที่รถ เปิดประตูเข้าไปนั่งรอให้อีกคนเข้ามานั่ง จนผู้ช่วยอย่างอานัสต้องหันกลับไปมองเจ้านายตัวเองด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าเจ้านายพาผู้หญิงเข้ามานั่งในรถด้วย
“นัท ออกรถ”
“ครับ”
“มีอะไรว่ามา” เสียงนิ่ง ๆ กับท่าทางของเขาทำเอาพราวนิชาประหม่า เขาดูนิ่ง เขาดูเข้าถึงยากจนเธอไม่รู้ว่าจะเริ่มที่ตรงไหนก่อน แต่ก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าใบเล็กแล้วยื่นที่ตรวจทั้งสี่แบบไปตรงหน้าคนที่นั่งหน้านิ่ง คิ้วเรียวสวยขยับน้อย เมื่อมองสิ่งที่อยู่ในมือของตัวเอง เหมือนมันจะไม่ครบ ก่อนหน้าเธอจำได้ว่าตัวเองตรวจไปห้าครั้ง ห้าอัน แต่ก็ช่างมันเถอะ แค่นี้ก็น่าจะพอทำให้อีกคนเข้าใจในสิ่งที่เธอต้องการบอกเขา
ธารทัพพ์มองสิ่งที่ผู้หญิงตัวเล็กยื่นมาให้ดู คงไม่ต้องถามว่ามันคืออะไร เขานั่งคิดอยู่นานว่าควรจะพูดอะไรออกไป ทุกเรื่องเขาจัดการมันได้ดีเสมอ แม้แต่เรื่องงานทุกอย่าง แม้มันจะยากแค่ไหน เขาไม่เคยรู้สึกไปไม่เป็น ทำอะไรไม่ถูกเหมือนอย่างตอนนี้
ทุกอย่างเงียบนิ่ง มีเพียงแค่เสียงรถยนต์ เสียงลมหายใจ และเสียงหัวใจของคนตัวเล็กที่เต้นแรง กลัวเหลือเกิน กลัวว่าเขาจะไม่ยอมรับ กลัวถูกเขามองว่าเธอเป็นผู้หญิงแบบนั้น ผู้หญิงที่นอนกับเขาเพราะเงิน กลัวเขาคิดว่าเธอไปท้องกับคนอื่น
“พราวท้องค่ะ”
ท้อง ท้องแล้วยังไง ธารทัพพ์มองหน้าผู้หญิงที่เขามีอะไรด้วยเมื่อหลายเดือนก่อนนิ่ง
“จะเอาไว้ หรือเอาออก”
คำถามของผู้ชายตรงหน้าทำให้ร่างกายของพราวนิชา สั่นไหว มองหน้าเขานิ่ง
“เอา... เอาออกค่ะ”
ในเมื่อเขาถามแบบนี้ ก็เท่ากับว่าเขาไม่ต้องการ
“อือ แล้วต้องการเงินเท่าไร”
ใบหน้าเล็กเงยหน้าสบตาผู้ชายที่มีแต่สายตาว่างเปล่าคู่นั้น ก่อนจะหยิบเงินที่เขาเคยให้เธอแล้ววางมันลงบนเบาะข้าง ๆ เขา
“ไม่เป็นไรค่ะ นี่เงินของคุณ พี่คะ รบกวนจอดรถข้างหน้าให้หน่อยนะคะ”
“ค ครับ” คนที่กำลังขับรถอยู่ขานรับ ก่อนจะค่อย ๆ เลี้ยวรถจอดให้ผู้หญิงที่ขึ้นรถมาพร้อมกับเจ้านายของตัวเอง พยายามไม่สอดรู้สอดเห็นเรื่องของเจ้านาย แต่หูเขามันกลับดีเกินไป ทำให้ได้ยินเรื่องที่ไม่สมควรได้ยิน
คุณทัพของไอ้นัทพลาดได้ไงวะ !
ตั้งแต่ทำงานกับคุณธารทัพพ์มา ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ เจ้านายของเขาไม่เคยพลาดเรื่องแบบนี้เลยสักครั้ง ใครล้ำเส้น คุณทัพไม่เล่นด้วย คุณทัพของเขาไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้ เพราะไม่เคยคบใครสักคน คงเพราะไม่อยากผูกมัด กลัวการมีครอบครัว แต่ทำไมรอบนี้ถึงได้ ? แต่จะว่าไป เด็กผู้หญิงคนนี้ยังใจเด็ดอีกต่างหาก ไม่รับเงินเจ้านาย แถมยังจะเอาเด็กออกอีก
“ขอบคุณค่ะ”
แม้จะรู้สึกชาไปทั้งตัว รู้สึกเหมือนไม่มีแรงที่จะก้าวเดินออกจากตรงนี้ แม้จะไม่อยากหันไปมองหน้าผู้ชายคนนั้น แต่ก็ต้องหันไปยกมือไหว้เขาก่อนจะลงจากรถ
ปึก !
เสียงประตูปิดลง แต่กลับไม่ได้เรียกสติของธารทัพพ์ได้เลย ใบหน้าที่เรียบนิ่ง มันสวนทางกับความคิดที่อยู่ในหัวตอนนี้ของเขา มันสับสนวุ่นวายจนบอกไม่ถูกว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“นัท”
“ครับคุณทัพ”
“กลับรถ ฉันจะไปคุยกับผู้หญิงคนนั้น” ถ้าบอกว่าความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของตัวเอง มันเพิ่งทำงานตอนนี้ แบบนั้นก็ว่าได้ อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะลองหาทางออกที่ดีกว่านี้
“คะ ครับ”
พราวนิชายืนมองรถยนต์คันหรูที่ขับไปบนท้องถนนนิ่ง ทำยังไงดีนะ ต้องทำยังไงต่อไปดี จะกลับบ้านหรือจะไปปรึกษาหมอถึงเรื่องนั้นก่อน ก่อนหน้าเธอศึกษามาแล้ว ว่าเราสามารถทำแท้งแบบถูกกฎหมายและปลอดภัย เท้าเล็ก ๆ เดินไปตามทางเดิน ความร้อนของอากาศทำให้คนตัวเล็กยกมือขึ้นมาบังแสงแดดที่ส่องมากระทบใบหน้าและสายตา อาการวิงเวียน อาการอ่อนเพลียที่เป็นอยู่ ทำให้คนตัวเล็กหยุดเดิน ยื่นมือไปจับเสาไฟที่อยู่ข้างทางเดินเอาไว้ ก่อนที่ทุก ๆ อย่างค่อย ๆ ดับวูบลง
พึ่บ !
ก่อนที่ร่างเล็กจะล้มลงบนพื้นแข็ง ๆ แต่มีแขนของใครบางคนรีบเข้ามาคว้าคนตัวเล็กเอาไว้ ไม่ให้ร่างเล็กล้มหัวฟาดพื้นถนน
“เนี่ย เธอ !”
“คุณทัพครับ ผมว่าพาเธอไปหาหมอดีกว่านะครับคุณทัพ”
“ไปเปิดประตู”
“ครับ” อานัสรีบเดินไปเปิดประตูให้เจ้านายที่ช้อนอุ้มผู้หญิงตัวเล็กคนนั้น เมื่อเจ้านายเข้าไปนั่งในรถ อานัสก็รีบปิดประตูรถแล้วรีบเดินอ้อมเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ รีบขับรถพาเจ้านายไปโรงพยาบาลที่ใกล้ ๆ
ตอนที่ 25หมอที่ดีที่สุดที่เพื่อนแนะนำมา กลับเป็นหมอผู้ชาย ธารทัพพ์นั่งถอนหายใจออกมาน้อย ๆ มองใบหน้าเล็กของคนที่ไม่ยอมคุยกันตั้งแต่ตื่นขึ้นมา เมื่อคืนเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่จะว่าไม่ได้ตั้งใจไม่ได้หรอก เพราะเขาตั้งใจที่จะจูบเธอ อยากจูบแม่เจ้าจิ๋วทุกวัน แค่คิด หัวใจของเขา มันก็เริ่มสั่นไหวเหมือนเด็กหนุ่มที่กำลังเริ่มลองหัดจูบครั้งแรก“มองอะไรคะ”“มองไม่ได้”ปากเล็กยื่นออกมาน้อย ๆ ตัดบทสนทนากับคนที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยการหยิบหนังสือออกจากกระเป๋าขึ้นมาอ่านรอเข้าห้องตรวจ ไม่อยากมองหน้าเขา ไม่อยากคุยกับเขา เพราะยิ่งมองหน้าเขา ใบหน้าของเธอ มันยิ่งร้อนวูบวาบ หวั่นไหว ทำให้เธอคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ริมฝีปากเล็กขบเม้มเข้าหากันน้อย ๆ เมื่อรู้สึกว่าอีกคนขยับเข้ามาใกล้กัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่าสัมผัสลงมาที่ใบหูและลำคอ“ทำอะไรคะ” ว่าที่คุณแม่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจน้อย ๆ มองซ้ายมองขวา กลัวว่าคนอื่นจะมองเราสองคนไม่ดี“เวียนหัวครับ” ใบหน้าหล่อซบลงบนไหล่เล็กของแม่เจ้าจิ๋ว โดยไม่ขออนุญาต เพราะอยากอยู่ใกล้ ๆ อยากได้กลิ่นของแม่เจ้าจิ๋ว ถ้าไม่งั้น เขาต้องเวียนหัวและอยากอาเจียนออกมาแน่ ๆ“คุณทัพ”“นิดเดียวคร
ตอนที่ 24คุยกับใคร ? คิ้วหนาขยับเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม เมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมา เห็นแม่เจ้าจิ๋วกำลังนั่งยิ้มให้กับมือถือ นิ้วเล็ก ๆ นั่นก็กดพิมพ์ข้อความไปด้วย ตั้งแต่กลับมา เธอพูดกับเขาแทบจะนับคำได้ และเราสองคนก็ยังไม่มีเวลาคุยกัน วันนี้ทั้งวัน เวลาของแม่เจ้าจิ๋วหมดไปกับการออกไปข้างนอกกับแม่ของเขา ไม่รู้ว่าไปทำอะไรมากัน แต่ดูเหมือนว่าผมนุ่มนั่นจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไหนจะชุดนอนนั่นอีก ชุดนอนที่เขาไม่เคยเห็นเธอใส่เลยตลอดเวลาอยู่ด้วยกันที่คอนโดฯ“เมื่อไรจะนอน”“คุณทัพง่วงก็นอนได้เลยค่ะ พราวมีงานต้องทำนิดหน่อย” พราวนิชาขยับลุกขึ้นยืน แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะตรงมุมห้อง ที่เมื่อก่อนน่าจะเป็นโต๊ะทำงานของเจ้าของห้อง ตอนนี้ ตรงมุมนี้กลายเป็นโต๊ะทำงานของเธอ ก็ในเมื่อเขาเป็นคนบอกเองว่ายกห้องให้เธอแล้ว เธอก็เลยใช้ทุกอย่างให้เกิดประโยชน์ มือเล็กเปิดหน้าจอไอแพดขึ้นมา ก่อนจะเริ่มตอบข้อความลูกค้า งานที่เธอกำลังทำอยู่เป็นงานของเพื่อน งานแอดมินเพจขายครีมของเจนจิรา ความจริงเพื่อนจะจ้างคนอื่น แต่เธอขอให้เจนจิราจ้างตัวเธอเองแทน อยากมีรายได้ ไม่อยากอยู่เฉย ๆ อยากเก็บเงินค่าขนมเอาไว้ให้เจ้าจิ๋วคนถูกสั่งให้นอน
ตอนที่ 23มือของธารทัพพ์ลูบลงบนผมนุ่มของคนหลับเบา ๆ นั่งมองแม่เจ้าจิ๋วหลับแบบนี้มาเกือบสิบนาที แต่เขาพยายามทำทุกอย่างให้เงียบและเบาที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนเวลานอนของอีกคน หลังจากที่ได้รับการอนุญาตให้ลาพักร้อนจากคุณย่า เข้าประชุมเสร็จ เขาก็กลับไปเก็บของเล็กน้อยที่คอนโดฯ เจอคนที่เขาไม่ชอบหน้า อยากตะโกนใส่หน้ามันเหมือนกันว่า มันไม่มีวันเอาแม่เจ้าจิ๋วของเขาไปได้หรอกไม่มีวัน !ธารทัพพ์ค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปนอนในผ้าผืนเดียวกันกับคนขี้เซา ขยับเข้าไปกอดคนตัวเล็กเอาไว้ ดึงเธอเข้ามานอนซบอกกันเหมือนอย่างเคย พออยู่ใกล้แบบนี้ พอได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบนี้ เขากลับรู้สึกว่าอาการที่เป็นอยู่ มันดีขึ้น ดีขึ้นมาก ๆ มากกว่าทุกอย่างที่อานัสสรรหามาให้เขาตลอดหนึ่งอาทิตย์กว่าที่ผ่านมา พอยิ่งสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ หวาน ๆ ละมุนนี่ ยิ่งทำให้ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียตลอดหลายวันที่ผ่านมา มันเริ่มหายไป“อื้อ~~”ร่างเล็กขยับตัวไปมา เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกอึดอัดและหนักที่ช่วงเอว ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ ขยับลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคืออ้อมกอดของผู้ชายคนหนึ่งและกลิ่นที่คุ้นเคย ใบหน้าเล็กค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนที่นอนกอดกันอยู่“คุ
ตอนที่ 22ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูหน้าห้องเรียกให้คนที่เอาแต่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงนอนแล้วให้ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้อง“คุณพราว คุณทัพโทร. มาค่ะ”“พราวยัง…”ว่าที่คุณแม่กำลังปฏิเสธ แต่ว่าป้าศรีกลับขยับเข้ามายื่นมือถือมาตรงหน้าพร้อมกับประโยคขอร้องน้อย ๆ“คุยกับคุณทัพสักนิดนะคะ” ป้าศรีส่งสายตาข้อร้อง ไม่รู้ว่าทั้งสองมีเรื่องน้อยใจอะไรกัน แต่ก็พอเดาออก น่าจะเป็นเรื่องข่าวเมื่อคืนที่คุณทัพไปออกงานกับคุณเจ้าเอย แม้เธอจะแอบเชียร์คุณทัพกับลูกสาวคุณปลัดฯ กับคุณรำเพย เพื่อนสนิทของคุณธัญสินีอย่างคุณเจ้าเอย แต่ตอนนี้กลับสงสารผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้า และดูเหมือนว่า คุณทัพจะให้ความสำคัญกับคนตรงหน้ามาก ๆ ปกติคุณธารทัพพ์เคยสนใจใครมากเป็นพิเศษแบบนี้ที่ไหน กับคุณเจ้าเอยเองก็เห็นทำหน้าที่เหมือนพี่ชายที่ดีเสมอ“ค่ะ” พราวนิชายื่นมือไปรับมือถือมาถือเอาไว้ ยกขึ้นแนบหูของตัวเองเพื่อคุยกับคนที่เธอยังไม่อยากคุยด้วย แต่ว่าก็ต้องคุย เธอรู้ว่าตัวเองกำลังทำนิสัยเหมือนเด็ก กำลังหนีปัญหา หนีความรู้สึกของตัวเอง เธอไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความเขาตั้งแต่เมื่อวาน เก็บมือถือเอาไว้ในลิ้นชักนั่น(พราว)เสียงเรียกชื่อกันเบา ๆ ผ







![ดวงใจคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



