Se connecterเมื่อโชคชะตาทำให้เธอ ‘ธาราริน’ ต้องกลายมาเป็นผู้ช่วยเลขาฯของท่านประธานสุดเผด็จการอย่าง ‘อคินทร์’ โดยไม่รู้เลยว่าเขาคือชายหนุ่มในคืนนั้น! เธอพยายามเว้นระยะห่างเพื่อปิดบังความลับสุดชีวิต แต่สุดท้ายความลับกลับแตก เมื่อเขาได้เจอกับเด็กแฝดที่หน้าตาถอดแบบมาจากเขา จากความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่ควรจบลง กลายมาเป็นพันธะผูกมัดที่เธอไม่สามารถดิ้นหนีไปไหนได้อีกต่อไป!
Voir plusบทนำ
เสียงหอบหายใจสองเสียงดังซ้อนกัน คละไปกับเสียงเสียดสีกันของร่างกาย
กลิ่นเหงื่อผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์หรูลอยอบอวลคละเคล้ากับกลิ่นดอกมะลิอ่อน ๆ ที่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องพัก VIP ของโรงแรมหรูในย่านใจกลางเมือง
สัมผัสร้อนผ่าวที่แผ่นหลังแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน ไออุ่นจากฝ่ามือหนาที่เกาะกุมบั้นเอวคอดบีบเฟ้นอย่างเอาแต่ใจ
เสียงหายใจหอบกระชั้นระคนเสียงคำรามต่ำในลำคอของชายหนุ่มพรั่งพรูชิดใบหู ร่างกายสูงใหญ่กำยำกดทับลงมาจนเธอแทบหายใจไม่ทัน
ร่างบางพยายามดิ้นรนหลบหลีก ใบหน้าหวานส่ายไปมา ทว่าความปรารถนาลึกลับและสติที่พร่ามัวกลับพันธนาการร่างของเธอไว้
แสงไฟสลัวจากนอกหน้าต่างพาดผ่าน เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำและ 'แหวนทองคำขาวสลักตรา' บนนิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มที่กำลังบีบเค้นสลักลึกบนผิวเนื้อเธอ
รอยสัมผัสแนบแน่นตรึงลึก และดวงตาดวงตาคมกริบคู่นั้น ที่เต็มไปด้วยความปรารถนาจ้องมองเธอผ่านความเลือนลางด้วยสายตาราวกับจะแผดเผาเธอให้กลายเป็นเถ้าถ่าน
“ฮึก!”
ธารารินสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกพร้อมกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่หลุดออกจากริมฝีปากบาง
นัยน์ตาสวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำราวกับจะทะลุออกมาข้างนอก หยาดเหงื่อซึมชื้นตามกรอบหน้าเรียว หญิงสาวรีบยกมือขึ้นทาบอก ยืนยันกับตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงภาพความฝัน
ความทรงจำวาบหวานในอดีตที่เธอพยายามลบออกไปจากความทรงจำ กลับย้อนคืนมาหลอกหลอนในความฝันอีกครั้งอย่างไม่มีสาเหตุ
ธารารินกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องทำงานขนาดเล็กอันเงียบสงบ แสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟตั้งโต๊ะคือสิ่งเดียวที่ให้ความสว่างในเวลากลางคืน เธอถอนหายใจออกมาเมื่อพบว่าตนเองเผลอหลับคาโต๊ะทำงาน ขณะกำลังเร่งปั่นเอกสารสรุปรายงานประจำเดือน เหลียวมองนาฬิกาบนผนัง
ตีสามแล้ว...
หญิงสาวใช้มือเรียวคลึงขมับที่ปวดจากการหักโหมงานหนักติดต่อกันหลายวัน ก่อนจะค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน เดินออกจากห้องทำงานส่วนตัวตรงไปยังห้องนอนเล็กๆ ที่อยู่ติดกัน
มือบางหมุนลูกบิดประตูอย่างระมัดระวัง พลันแสงไฟจากโถงทางเดินก็ลอดผ่านเข้ามา เผยให้เห็นเงาร่างเล็กสองร่างที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงเด็กของตัวเอง
ภาพตรงหน้าเปรียบเสมือนน้ำเย็นที่ชโลมลงบนหัวใจอันเหน็ดเหนื่อยล้าของธารารินในทันตา
ฝาแฝดวัยสามขวบกว่า น่านฟ้า แฝดพี่ นอนหลับสนิทอยู่เตียงฝั่งซ้าย นอนเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนเข้านอนนอนยังไง ตอนนี้ก็ยังนอนท่าเดิม ส่วนทางฝั่งขวาคือ เหนือเมฆ แฝดน้องที่นอนคว่ำหน้ากอดหมอนข้างขวานขวาก ผิวป่องเบียดหมอน ปากน้อยๆอ้าอยู่ไม่พอยังมีน้ำลายไหลออกมาเล็กน้อย
ธารารินยิ้มออกมาด้วยความรัก ความเอ็นดู หญิงสาวค่อยๆ ย่อตัวลงข้างเตียง จัดการดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมถึงอกให้แก่ลูกชายทั้งสองอย่างเบามือ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงหอมเบาๆที่หน้าผากเล็กของน่านฟ้าและเหนือเมฆทีละคนด้วยความอ่อนโยน
การเลี้ยงเด็กทั้งสองคนที่เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ คือเป้าหมายสูงสุดและเป็นแรงขับเคลื่อนเดียวในชีวิตของเธอ
สี่ปีก่อน... เหตุการณ์ความผิดพลาดในคืนนั้นเปลี่ยนชีวิตของนักศึกษาชั้นปีที่สามอย่างเธอไปตลอดกาล เมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ธารารินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องดร็อปเรียนกลางคัน ทนรับสายตาดูถูกและคำนินทาจากคนรอบข้าง กัดฟันสู้ชีวิตทำงานหนักสารพัดรูปแบบเพื่อหาเงินเลี้ยงลูก
โชคดีที่เธอยังมี สุพรรษา ผู้เป็นป้าแท้ ๆ คอยช่วยเหลือและอยู่เคียงข้าง เป็นเหมือนแม่ของเธออีกคน หลังจากที่พ่อแม่ของเธอจากไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อยี่สิบปีก่อน
หลังจากคลอดน่านฟ้าและเหนือเมฆ ธารารินก็สู้ทนกัดฟันกลับไปเรียนต่อจนจบปริญญาตรีได้สำเร็จ เธอทำงานเป็นเลขาให้เจ้าของบริษัทสตาร์ตอัปขนาดเล็กแห่งหนึ่ง มาได้หนึ่งปีเต็มแล้ว
เธอเข้ากับเจ้านายและเพื่อนร่วมงานได้เป็นอย่างดี ทุกคนนิสัยดี และเจ้านายก็ใจดีมาก แต่องค์กรขนาดเล็กไม่ได้มีทุนมากนัก เงินเดือนที่ได้ก็พอแค่สำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนเท่านั้น ทำให้เธอแทบจะไม่มีเงินเก็บ
แต่ปีนี้ลูกแฝดของเธอถึงวัยเข้าเรียนแล้ว ค่าใช้จ่ายมีแต่จะเพิ่มขึ้น ไหนจะค่าเทอม ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์การเรียน ทั้งหมดนี้ยิ่งคิดก็ยิ่งชวนให้กังวลจนไหล่บางห่อลู่ลง
ธารารินผละออกจากห้องนอนของเด็ก ๆ เดินย้อนกลับมานั่งลงที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง หญิงสาวเปิดไฟล์ตารางคำนวณรายรับรายจ่ายของครอบครัวขึ้นมาพิเคราะห์ด้วยความหนักอึ้งในอก ก่อนจะทอดถอนใจออกมาเบา ๆ
ค่าเทอมชั้นอนุบาล + ค่าแรกเข้า x 2 : 50,000 บาท
ค่าชุด ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์การเรียน x 2 : 10,000 บาท
เงินเก็บสำรองคงเหลือในบัญชี: 28,500 บาท
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เงินเดือนละสองหมื่นกว่าบาท และเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ จากงานพิเศษ ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว เธอต้องการงานใหม่ งานที่มีรายได้สูงกว่านี้ และสวัสดิการที่มั่นคงพอจะรองรับชีวิตของลูกๆ และป้าของเธอได้
ไม่รอช้า นิ้วเรียวยาวคลิกเปิดเว็บหางานชั้นนำทันที หน้าจอแสดงรายการหาตำแหน่งงานนับร้อย ธารารินไล่สายตาอ่านรายละเอียดอย่างใจจดใจจ่อ กระทั่งสายตาของเธอไปสะดุดเข้ากับประกาศรับสมัครงานด่วนของบริษัทหนึ่ง
บริษัท วีแอนด์วี เทค จำกัด (V&V Tech)
ตำแหน่ง: ผู้ช่วยเลขาประธานบริหาร (Executive Secretary Assistant)
ธารารินขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอรู้จักวรโชติ กรุ๊ป บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทย แต่เธอไม่รู้จักวีแอนด์วี เทค ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
หญิงสาวคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดคุณสมบัติและภาระหน้าที่งานทันที
[บริษัท วีแอนด์วี เทค จำกัด (V&V Tech) — บริษัทเทคโนโลยีและพัฒนาซอฟต์แวร์ในเครือ วรโชติ กรุ๊ป]
ตำแหน่ง: ผู้ช่วยเลขาประธานบริหาร (Executive Secretary Assistant)
เงินเดือน: 65,000 – 80,000 บาท (ขึ้นอยู่กับประสบการณ์)
สวัสดิการพิเศษ:
ประกันสุขภาพกลุ่มพรีเมียม, ค่ารักษาพยาบาลครอบคลุมถึงตนเอง คู่สมรสและบุตร
ทุนการศึกษาบุตร: จัดสรรงบทุนการศึกษาสำหรับบุตรพนักงานรวม 10 ล้านบาท
และอื่นๆ อีกมากมาย
คุณสมบัติที่ระบุไว้ตรงกับตรงกับทักษะพอดี แต่ติดที่เธอมีประสบการณ์ในสายงานนี้แค่ปีเดียว คู่แข่งคงมีไม่น้อย
แต่เงินเดือนที่มากกว่าเดิมเกือบสามเท่า และสวัสดิการระดับพรีเมียมที่ครอบคลุมถึงค่ารักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัว ประกันสุขภาพกลุ่ม และทุนการศึกษาสำหรับบุตรพนักงาน
มือบางกำเมาส์แน่น หัวใจเต้นแรงด้วยความหวังอันเปี่ยมล้น
นิ้วเรียวจดจ่อก่อนจะเลื่อนไปกดส่งใบสมัครทันทีโดยไม่ลังเล ต่อให้มีคู่แข่งหลายคน แต่นี่ไม่ใช่แค่โอกาสในการงานธรรมดา แต่มันคือโอกาสทองที่จะเปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวให้สบายมากขึ้นได้ทันที
ธารารินเอนหลังพิงเก้าอี้ ปิดเปลือกตาลงพร้อมกับถอนหายใจยาวครั้งหนึ่ง หญิงสาวจุดยิ้มบางเบาบนริมฝีปากด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม
การตัดสินใจกดส่งใบสมัครงานในเวลาตีสามของคืนนี้ คือจุดเริ่มต้นของฟันเฟืองโชคชะตาที่จะหมุนเหวี่ยงเธอกลับไปสู่กรงเล็บของผู้ชายในคืนนั้น…
ประโยคคำถามที่ของชายหนุ่มตรงหน้า สมองของธารารินราวกับมีใครมาเขย่า ความง่วงงุนและฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังค้างอยู่ในหัวมลายหายแทบจะทันทีมือบางยกขึ้นดันแผงอกกว้างออกเว้นระยะห่างอย่างรวดเร็ว แล้วก้าวถอยหลังก้าวใหญ่ทันทีอย่างลนลาน หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วราวกับจะหลุดออกมา หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงลนลาน“ไม่... ไม่เคยค่ะท่านประธาน”ธารารินพยายามบังคับริมฝีปากที่สั่นระริกให้เอ่ยประโยคที่ดูเป็นธรรมชาติต่างจากอาการตื่นตระหนกภายใน หญิงสาวก้มหน้าต่ำจนชิดอก หลีกเลี่ยงการสบสายตาคมกริบที่กำลังจ้องมองเธอราวกับจะเอ็กซเรย์เข้าไปถึงวิญญาณ“คนิ... ดิฉันเพิ่งมาทำงานที่นี่เป็นสัปดาห์แรกค่ะ ดิฉันต้องกลับแล้วค่ะ ขอตัวนะคะ สวัสดีค่ะ”ประธานหนุ่มยังคงยืนนิ่ง ดวงตาคู่คมดุจพญาอินทรีทอดมองร่างบางที่กำลังสั่นสะท้อนน้อยๆ ด้วยสายตาอ่านยาก ธารารินไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยถามอะไรต่อ เธอรีบย่อตัวก้มศีรษะลงแสดงความเคารพอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปยังโถงลิฟต์โดยไม่หันกลับไปมองข้างหลังอีกเลยนิ้วเรียวกดปุ่มเรียก ลิฟต์ซ้ำๆ ด้วยความร้อนรน ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก เธอก็รีบกระโจนเข้าไปข้างใน เมื่อบานประตูโลหะสีเงินปิดสนิทลง ตัดขาดเ
"คนิ้ง... เป็นอะไรหรือเปล่าจ้ะ หน้าซีดเชียว ไม่สบายหรือเปล่า"เสียงของภาวิดาดังขึ้นข้างตัว ช่วยดึงสติของธารารินให้กลับคืนมา ธารารินรีบสูดลมหายใจเข้าลึก ระงับความหวาดหวั่น กลบเกลื่อนร่องรอยความรู้สึก ก่อนจะหันไปยิ้มและตอบกลับ"เปล่าค่ะพี่ภา แค่รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยค่ะ""ฟังยายจินจนกลัวไปอีกคนล่ะสิ" ภาวิดาหัวเราะเบาๆ อย่างเข้าใจ ก่อนจะหันไปทำงานต่อพลางเอ่ยว่า "รีบทำงานที่เรารักกันเถอะทุกคน เย็นนี้พวกเรามีเลี้ยงต้อนรับคนิ้ง คุณปกรณ์ให้งบมาแล้ว ของฟรีใครช้าอดนะ"คำว่าของฟรีเรียกความสดใสของทีมเลขาได้อีกครั้ง ทุกคนรีบกลับไปสนใจงานของตัวเองต่อธารารินนั่งลง แต่มือบางสั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่น เล็บเรียวแทบจะจมลงในเนื้อฝ่ามือเพื่อเรียกสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงกลับคืนมา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ บังคับจังหวะการเต้นของหัวใจให้กลับคืนสู่ความสงบ เธอประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็วและมีสติใช่แล้วธาราริน เธอต้องใจเย็น ๆผ่านมาสี่ปีแล้วผู้ชายคนนั้นคงจำเธอไม่ได้ คนระดับเขาคงไม่มาสนใจคนอย่างเธอส สำหรับเขาคงเป็นแค่เรื่องชั่วข้ามคืนที่เขาหลงลืมไปนานแล้ว...เธอจะละทิ้งโอกาสนี้ไปไม่ได้ หากเธอหนี
ตึก ตึก ตึก ...“น้องเหนือ! อย่าวิ่งครับ เดี๋ยวชนสำรับขนมของคุณยายนะ”ธารารินร้องเตือนพลางจัดระเบียบเสื้อผ้า เธอหมุนตัวหน้ากระจกบานเล็ก เช็กความเรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน“คุณแม่สวยจังเลยครับ”เหนือเมฆ แฝดน้องช่างพูด วิ่งเข้ามากอดขาพลางเงยหน้าส่งยิ้มหวานจนตาหยี แก้มใสป่องแดงระเรื่อจากการวิ่งเล่น“ปากหวานจริงๆ วันนี้ห้ามดื้อ ต้องเชื่อฟังคุณยายนะครับ” ธารารินย่อตัวลงหอมแก้มลูกชายฟอดใหญ่“เหนือไม่ดื้อครับ เหนือช่วยคุณยายเฝ้าบ้าน” เด็กน้อยบอกพลางยืดอกแล้วตบอกเล็กๆ ของตัวเอง ท่าทางอวดนั้นทำให้ธารารินหลุดหัวเราะออกมา“เหนือ อย่ากวนคุณแม่ คุณแม่รีบไปทำงานนะ”เสียงแหบเล็กๆดังขึ้นจากมุมห้อง น่านฟ้า แฝดพี่ผู้สุขุมเดินเข้ามาด้วยท่าทางนิ่งสงบเกินวัย ในมือถือแก้วนมส่งให้มารดาอย่างรู้ความ ใบหน้าของเด็กน้อยไร้เดียงสาแต่ดวงตาคมกริบกลับจ้องมองธารารินด้วยความห่วงใย“คุณแม่ไปทำงาน ไม่ต้องห่วง น่านจะดูแลเหนือกับคุณยายเองครับ”ธารารินมองบุตรชายคนโตด้วยความรู้สึกทั้งภูมิใจและจุกในอก น่านฟ้าเด็กน้อยที่พยายามจะรีบโต เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระแม่และยาย เธอคว้าตัวน่านฟ้าเข้ามาหอมหน้าผากเบาๆ“ขอบใจครับลูก แม่สัญญาว่าจะ
บทนำเสียงหอบหายใจสองเสียงดังซ้อนกัน คละไปกับเสียงเสียดสีกันของร่างกายกลิ่นเหงื่อผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์หรูลอยอบอวลคละเคล้ากับกลิ่นดอกมะลิอ่อน ๆ ที่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องพัก VIP ของโรงแรมหรูในย่านใจกลางเมืองสัมผัสร้อนผ่าวที่แผ่นหลังแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน ไออุ่นจากฝ่ามือหนาที่เกาะกุมบั้นเอวคอดบีบเฟ้นอย่างเอาแต่ใจเสียงหายใจหอบกระชั้นระคนเสียงคำรามต่ำในลำคอของชายหนุ่มพรั่งพรูชิดใบหู ร่างกายสูงใหญ่กำยำกดทับลงมาจนเธอแทบหายใจไม่ทันร่างบางพยายามดิ้นรนหลบหลีก ใบหน้าหวานส่ายไปมา ทว่าความปรารถนาลึกลับและสติที่พร่ามัวกลับพันธนาการร่างของเธอไว้แสงไฟสลัวจากนอกหน้าต่างพาดผ่าน เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำและ 'แหวนทองคำขาวสลักตรา' บนนิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มที่กำลังบีบเค้นสลักลึกบนผิวเนื้อเธอรอยสัมผัสแนบแน่นตรึงลึก และดวงตาดวงตาคมกริบคู่นั้น ที่เต็มไปด้วยความปรารถนาจ้องมองเธอผ่านความเลือนลางด้วยสายตาราวกับจะแผดเผาเธอให้กลายเป็นเถ้าถ่าน“ฮึก!”ธารารินสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกพร้อมกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่หลุดออกจากริมฝีปากบางนัยน์ตาสวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หั