登入
ดอกแก้ว เด็กสาววัย 18 ปีจากหมู่บ้านห้วยทับเที่ยง กำลังแอบมองบิดามารดาของตัวเอง เจรจาการสู่ขอจากญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายชายจากหมู่บ้านใกล้เคียง
เธอไปอยู่กับยายตั้งแต่ยังเล็กๆ พอยายเสียก็ต้องกลับมาอยู่กับพ่อแม่ พวกท่านอยากให้เธอออกเรือน และปฏิเสธการเรียนต่อเพราะไม่มีเงินส่งเสีย
ตอนเธออยู่กับยายก็ได้เรียนหนังสือแต่ขัดสนเต็มที ธรรมดาของคนจน ไม่มีเงินเรียนต่อ คนเป็นพ่อแม่ก็ไม่สนับสนุนเพราะเป็นภาระ ยิ่งเรียนมหาวิทยาลัยยิ่งหนักหน่วงกว่าการเรียนระดับมัธยมศึกษาเข้าไปอีก
เธอรู้ข้อนี้ดีจึงไม่ดิ้นรนอยากเรียนต่อเพราะตัวเองก็หัวสมองไม่ค่อยดี เรียนไม่เก่ง จบออกมาก็โดนด่าเหมือนลูกคนอื่นว่าเรียนจบมาหางานทำไม่ได้ เธอทำงานตั้งแต่เด็กๆ เป็นคนว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังผู้ใหญ่ ไม่เที่ยวเตร่ ผู้ใหญ่ให้ทำอะไรก็ทำตามไม่เคยขัด
“แม่จ๊ะ คนไม่เคยเห็นหน้ากันจะแต่งงานกันได้เหรอจ๊ะ” เธอถามมารดาหลังจากแขกกลับไปแล้ว นี่มันปีพ.ศ. ไหนเข้าไปแล้ว มันหมดยุคคลุมถุงชนแล้วไม่ใช่หรือ แต่หมู่บ้านของเธอยังถูกจับคู่แต่งงานอยู่อีก
ลูกสาวบ้านไหนได้สินสอด ได้จัดงานแต่งงาน จะได้หน้าได้ตา คนไหนฝ่ายชายไม่มีเงินทอง จะโดนขัดขวาง ทนไม่ไหวก็หนีตามกันไป อยู่กันรอดก็อยู่กันไป อยู่กันไม่รอดก็เลิกกันไป เดี๋ยวนี้คบกันง่าย ได้กันง่ายและเลิกกันง่าย
“แต่งๆ ไปเถอะ สมัยก่อน พ่อกับแม่น่ะ ไม่เคยรู้จักมักจี่หรือเห็นหน้าค่าตากันเลย ยังแต่งงานกันได้ จนมีเอ็งโตมาจนถึงทุกวันนี้แหละ”
“แต่นั่นมันสมัยก่อนนี่จ๊ะ”
“พ่อสันต์น่ะเขารวย ที่ดินเป็นร้อยๆ ไร่เลยนะ เอ็งแต่งงานกับเขาไม่ลำบากแน่นอน”
“ข่าวว่าเขาเป็นพ่อหม้ายเมียทิ้งเหรอจ๊ะ แม่เคยสอนว่าถ้าจะแต่งงานอย่าเอาคนที่เป็นพ่อหม้ายเมียทิ้ง” มารดาเคยสอนว่าพ่อหม้ายถ้าเมียตายไม่เป็นไร เอาเป็นผัวได้ แต่เมียทิ้งแสดงว่านิสัยไม่ดี ผู้หญิงเลยทนอยู่ด้วยไม่ไหว แต่ไหงถึงสนับสนุนผู้ขายคนนี้นัก จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็มีผู้ชายมาสู่ขอเธอแล้ว แต่พ่อแม่เธอไม่ยกให้
“เอ็งอย่าพูดดังไป เมียพ่อสันต์น่ะเขามีชู้เลยเลิกกัน พ่อสันต์จับได้คาหนังคาเขา ไม่ยิงทิ้งเพราะมีลูกด้วยกันคนนึง”
“ยิ่งมีลูกติด ยิ่งแล้วใหญ่ แม่เคยบอกว่าอย่าเอามาเป็นผัว”
“ลูกเขาอยู่กับปู่ย่า พ่อแม่พ่อสันต์เขาเลี้ยง พ่อสันต์ไม่ได้เลี้ยงเสียหน่อย เขาไม่ให้เด็กมายุ่งวุ่นวายกับเอ็งหรอก”
“ดูแม่จะชอบคุณสันต์อะไรนี่นักนะจ๊ะ”
“เขาเป็นคนขยัน พ่อแม่เขาก็ดี หาผัวน่ะต้องดูเทือกเถาเหล่ากอว่าชาติพันธุ์เป็นยังไง พ่อเขาไม่เจ้าชู้ เป็นคนขยัน พ่อสันต์เขาเหมือนพ่อ แม่เขาก็ดีมีเงินมีทองไม่ขี้เหนียว เอ็งได้เป็นเมียเขาถือว่าโชคดีนะ”
“จ้ะแม่”
“เอ็งเชื่อแม่สิ ผู้ชายน่ะชอบให้ผู้หญิงออดอ้อนเอาใจ เอ็งเอาใจเขามากๆ พูดจาหวานหู คะขา รับรองว่าเขาทั้งรักทั้งหลงเอ็งแน่นอน เอ็งจะได้นั่งเป็นคุณนายชี้นิ้วสั่ง ไม่ต้องไปทำไร่ทำนาเองหรอก”
“แต่ฉันไม่ได้รักเขานะแม่”
“ความรักมันกินได้ไหมล่ะ ปากท้องอิ่มสำคัญที่สุด อยู่ๆ กันไปเดี๋ยวก็รักกันไปเองแหละ”
“พ่อเอ็งเขาก็ชอบพ่อสันต์ บ้านเราจนจะตายมีผู้ชายรวยๆ มาสู่ขอ เอ็งต้องปลื้มใจถึงจะถูก นี่รู้ไหมล่ะ คนในหมู่บ้าน อิจฉาตาร้อนเอ็งกันยกใหญ่”
“อิจฉาฉันทำไมล่ะแม่ เรื่องอะไรกัน”
“เรื่องที่เอ็งได้ผัวรวยยังไงล่ะ แกไม่รู้อะไร แกไปอยู่กับยายตั้งแต่เด็ก พอพ่อสันต์เลิกกับเมีย ใครๆ ก็อยากได้พ่อสันต์เป็นผัวด้วยกันทั้งนั้น แต่แม่เขาไม่เอา รอบนี้เขาอยากเลือกสะใภ้เอง ก็มาถูกใจเอ็งนี่แหละ”
“ถูกใจฉันเรื่องอะไรจ๊ะ”
“เอ็งชอบไปวัดไปวา ทำบุญสุนทาน นิสัยก็เรียบร้อยอยู่กับเย้าเฝ้ากับเรือน เขาเลยชอบใจเอ็งนัก”
“แม่เขาเลือกเมียให้ลูกเขาเหรอ” ดอกแก้วถามอย่างสงสัย คิดว่าคนแบบนี้ต้องเชื่อฟังแม่มากแน่ๆ ถ้าเธอทำอะไรให้แม่เขาไม่ถูกใจ มิโดนรุมตายรึ
“ใช่ พ่อสันต์เลือกเมียคนแรกแต่เมียดันไปมีชู้ เนื่องจากแม่ของพ่อสันต์เตือนแล้ว ผู้ใหญ่เขามองออกว่าผู้หญิงคนไหนดีไม่ดี แต่พ่อสันต์เขาหลงเมียเก่ามาก ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ พอผิดพลาดขึ้นมา รอบนี้เขาเลยตามใจแม่ ให้เลือกเมียให้ไม่ขัดอีก”
“ตอนพ่อสันต์มีเมียคนแรกน่ะ ด้วยความที่พ่อแม่เขารักลูกก็เลยยอมให้อยู่กินกัน อยู่กันพอมีลูกก็ออกลาย พอจับได้ว่าเมียมีชู้พ่อสันต์เขาเสียใจมาก แม่เขายื่นคำขาดว่าจะหาเมียให้เอง”
“คุณสันต์ของแม่อายุเท่าไหร่แล้วจ๊ะ”
“ว่าที่ผัวเอ็งนะเหรอ ปีนี้ก็สามสิบเก้าแล้วล่ะ”
“คะ!!!” ดอกแก้วอุทานตาโต เขาอายุเกือบสี่สิบเข้าไปแล้ว เธออายุแค่สิบแปด ทำไมแม่เธอถึงอยากให้แต่งงานกับคนแก่กันนะ
“เอ็งอย่ามองแม่แบบนี้สิ ผัวแก่น่ะดี ตามใจเราทุกอย่าง อีกอย่างคนมีอายุก็หลักฐานมั่นคง ไม่ใช่พวกเด็กรุ่นๆ ที่จีบเอ็งอยู่ตอนนี้ ได้ผัวแก่สบายไปทั้งชาติ พอเขาตายสมบัติก็ได้เอ็งกับลูก”
“โธ่... แม่”
“โลกสวยอดตายนะโว้ย ผู้ชายดีๆ รวยๆ มาขอไม่เอาก็โง่แล้ว” ดอกแก้วได้ยินมารดาพูดไม่หยุดปาก แต่เธอยังไม่อยากแต่งงานตอนนี้ ยังอยากใช้ชีวิตวัยสาวเหมือนคนอื่นๆ แต่เพราะบิดามารดาตกปากรับคำไปแล้ว เธอไม่ใช่คนหัวแข็งที่จะค้านหัวชนฝาได้ จึงต้องยินยอมแต่งงานในที่สุด
แม่พูดเสมอว่าการแต่งงานคือการตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ ผู้หญิงทุกคนเกิดมาต้องแต่งงาน
พิธีแต่งงานแบบคนบ้านนอกต่างจังหวัดไม่ได้หรูหราอะไรนักหรอก บ้านเธอจน เลยทำแค่พิธีเล็กๆ บอกเฉพาะญาติผู้ใหญ่ที่สนิท ขันหมากมาสู่ขอก็จัดมาพอประมาณ แต่เงินค่าสินสอดห้าแสนบาทที่บิดามารดาของเธอรับมานั้นทำให้เธอตกใจมิน้อย
ต่างจังหวัดแบบนี้สินสอดไม่เยอะหรอก ไม่ถึงแสนเสียส่วนใหญ่ ถ้าแสนหนึ่งก็พวกเรียนจบปริญญาตรี สองแสนก็ทำงานดีหน่อยรับราชการ
เธอไม่คิดว่าตัวเองจะมีค่าสินสอดแพงขนาดนี้ ดูเหมือนบิดามารดาจะได้หน้าได้ตาไปด้วย
เธอไม่โทษพวกท่านหรอกที่พวกท่านจะดีใจ เพราะคนในหมู่บ้านชอบพูดจาดูถูกบ้านของเธอว่าจน พอมีผู้ชายร่ำรวยมาตบแต่งได้สินสอดครึ่งล้าน คนในหมู่บ้านตาโต ปิดปากเงียบ อึ้งไปตามๆ กัน
ยิ่งรู้ว่าเป็นสันต์ด้วยแล้ว ใครๆ ก็รู้ว่าเขาเป็นลูกชายคนเดียว มีที่ดินมากมาย ร่ำรวยไปด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ จึงไม่มีใครกล้านินทาอะไรอีก
แต่เธอดันกลัวเขานี่สิ!!!
น่าแปลกที่นาทีนั้นเขามองลูกสาวอีกคนที่เกาะกระจกมองน้องอยู่ด้วย เขาเคยดีใจแบบนี้เมื่อหลายปีก่อน ความรู้สึกผิดทำให้เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะของนิรชาเบาๆ“น้องตัวเล็กนิดเดียวค่ะคุณพ่อ” นิรชาบอกอย่างดีใจ“ถึงจะมีน้องพ่อก็รักหนูนิดนะครับ” เขานั่งลงใกล้ๆ เด็กน้อย ก่อนจะเอ่ยบอก แม้มีบางอย่างทำให้เขาทำใจยอมรับเด็กคนนี้ไม่ได้ แต่เมื่อนึกถึงครั้งเก่าก่อน เขาเคยรักนิรชามากเพียงใด ดอกแก้วพูดถูก เด็กไม่ผิด แต่ผู้ใหญ่ต่างหากที่ทำอะไรลงไปแล้วป้ายสีดำลงไปบนตัวเด็ก“น้าดอกแก้วก็บอกว่ารักหนูนิดค่ะ และก็รักน้องด้วย” นิรชาตอบพาซื่อตามประสาเด็ก เธอมองน้องตัวเล็กแล้วบังเกิดความรักสุดหัวใจ ไม่ได้อิจฉาเลยแม้แต่น้อย“น้องยังเด็ก ตัวก็เล็กนิดเดียว เราต้องช่วยกันดูแลน้องนะครับ น้องจะตัวโตๆ เหมือนหนูนิดไง”“ค่ะคุณพ่อ” เป็นครั้งแรกที่สันต์ดึงร่างน้อยมากอดแล้วน้ำตาซึม เขาบังเกิดความสงสารปนเวทนาเด็กน้อยตรงหน้าจับใจ ความโกรธแค้นอันดำมืด ทำให้เขาละทิ้งความรักความปรารถนาดีต่อคนตรงหน้า เพราะความผิดของใครอีกคน หากไม่ใช่เพราะเขาได้ภรรยาที่ดีอย่างดอกแก้ว เขาคงปล่อยให้นิรชาอยู่ในโลกแห่งความหวาดระแวงและเงียบเหงาเพียงคนเดียว“ค
เธอไม่ยอมกินข้าวกินปลาเพราะอยากรอกินกับบิดาและมารดาเลี้ยง“ไปเที่ยวกันมาจ้ะ วันนี้คุณพ่อพาน้าแก้วไปปล่อยแก่น่ะ หนูนิดยังไม่นอนเหรอคะ” ดอกแก้วพูดแล้วหัวเราะเบาๆ ลูบศีรษะลูกเลี้ยงที่กอดตุ๊กตาแน่น คนโดนหาว่าแก่สะดุ้งมองภรรยาอย่างคาดโทษ“หนูนิดนั่งรอกินข้าวพร้อมคุณพ่อกับน้าแก้วค่ะ” นิรชาตอบเสียงเศร้า คาดหวังว่าผู้ใหญ่ทั้งสองจะมากินข้าวด้วย“ทำไมยังไม่กินข้าวอีกล่ะคะ จริงๆ แล้วไม่ต้องรอก็ได้ น้าแก้วกับคุณพ่อกินกันมาแล้วค่ะ”“หนูนิดไม่อยากกินข้าวคนเดียวนี่คะ น้าแก้วไปเที่ยวกับคุณพ่อสนุกไหมคะ”“สนุกจ้ะ” ดอกแก้วตอบเสียงใส แต่พอเห็นสีหน้าของเด็กน้อยแล้วเธอหน้าเสียในทันที“หนูนิดเป็นอะไรจ๊ะ”“คุณพ่อกับน้าแก้วพาน้องในท้องไปเที่ยว ทิ้งหนูนิดเอาไว้คนเดียว ไม่รักหนูนิดแล้ว” เด็กน้อยปล่อยโฮออกมา“ตายแล้วหนูนิด ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ใครพูดให้หนูนิดฟังว่าคุณพ่อกับน้าแก้วไม่รักหนูนิดกันลูก พวกเรารักหนูนิดที่สุดเลยจ้ะ คุณพ่อกับน้าแก้วออกไปตั้งแต่สิบเอ็ดโมงแล้วค่ะ ตอนนั้นหนูนิดยังอยู่โรงเรียน ไปรับหนูนิดไม่ได้ คุณพ่อกับน้าแก้วเลยไปดูหนังต่อ กลับออกมาก็เย็นแล้ว ไม่ได้มีเจตนาทิ้งหนูนิดนะคะ”“น้าแก้วรักน้
ป่วย จะมาโรงพยาบาลท่าเดียว สันต์เลยบอกลูกน้องให้พามา“น้าแก้วจะมีน้องตัวเล็กๆ ให้หนูเหรอคะ” นิรชาถามอย่างตื่นเต้น“ใช้จ้ะ หนูนิดต้องรักน้องมากๆ นะจ๊ะ”“หนูจะรักน้องให้มากๆ ค่ะ” นิรชาจับมือดอกแก้วเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เหมือนช่วยจูงอีกฝ่ายให้เดินตามสันต์มองเด็กหญิงตัวน้อยแล้วคลายใจ เขาเคยระแวงกลัวว่านิรชาจะอิจฉาน้อง หากดอกแก้วตั้งครรภ์ไม่รู้เขาไปเอาความคิดนี้มาจากไหน อาจเพราะแม่ของเขาเคยเปรยเอาไว้ ชุติมาขี้อิจฉา อยากได้อยากมี และเอาแต่ใจ เขายังนึกหวั่นว่าเด็กน้อยจะเหมือนแม่แต่เขาอาจจะคิดมากไปเอง ดอกแก้วเคยบอกว่าเลี้ยงเขาอย่างไร เขาก็เป็นอย่างนั้น คงจะจริง เท่าที่เขาดู นิรชาไม่น่าจะมีปัญหาอะไรคุณหมอแนะนำการดูแลตัวเองสำหรับคนที่กำลังจะเป็นคุณแม่ และจัดยาบำรุงให้ ในขณะที่สันต์ให้ลูกน้องเป็นคนขับรถกลับ เขาไปนั่งเบาะหลังกับภรรยา กุมมือของเธอเอาไว้ตลอดเวลาความรู้สึกที่คิดว่าเด็กในท้องคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาทำให้เขารู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงแทบกระหน่ำออกมานอกอก มันตื่นเต้นดีใจกว่าตอนที่ชุติมาบอกเขาว่าท้องเสียอีกตอนนั้นเขากับชุติมาคบกันแบบเปิดเผย ไปไหนมาไหนด้วยกัน และเรื่องบนเตียงก็เป็นเรื่องธร
ขอให้กอดให้แน่นๆ ด้วยความรัก ซึ่งอีกฝ่ายไม่มีโอกาสได้กอดลูกน้อยกลอยใจอีกแล้ว“คุณแม่บอกหนูนิดเองค่ะ ว่าไม่รักหนูนิด”“โธ่... หนูนิด” ดอกแก้วดึงเด็กน้อยมากอดแนบอก“น้าแก้วใจดี หนูนิดรักน้าแก้ว” เด็กน้อยกอดตอบ รู้สึกว่าดอกแก้วคือที่พักพิงและรักเธอจริง แถมยังใจดีอีกด้วย“ทุกคนรักหนูนิดนะคะ แม้แต่คุณแม่ บางครั้งท่านอาจจะทำผิดพลาดไปบ้าง หนูนิดต้องให้อภัยนะคะ”“ค่ะ” เด็กน้อยรับคำ ดอกแก้วไม่รู้ว่าสิ่งที่นิรชารับว่า “ค่ะ” นั้นหมายความว่าอย่างไร แต่ไม่อยากเซ้าซี้คาดคั้นอะไรมากมายสันต์ยืนพิงผนังอยู่อีกด้าน เขามองคนทั้งสองเงียบๆ แต่ไม่แสดงตัว ความหลังครั้งเก่าก่อนปรากฏขึ้นมาอีกครั้งเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านิรชาจะกลายเป็นเด็กมีปัญหา ขาดความรัก อยู่ในกฎระเบียบเข้มงวดจนเกร็งและกลัวไปหมดทุกอย่างเช่นนี้จริงๆ แล้วเด็กวัยนี้ควรจะสดใสร่าเริง มีเพื่อนมากมาย แต่นิรชาถูกกดดันให้เรียน ให้อยู่กับบ้านไม่ได้ไปเที่ยวเล่น ให้อยู่ในความเป็นระเบียบเรียบร้อย ห้ามเถียงผู้ใหญ่ แม้กระทั่งแสดงความคิดเห็นแปลกแยก สิ่งที่นิรชาทำได้ก็คือ รับคำและทำตามไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครรัก จะไม่มีใครสนใจไยดีอีก เด็กน้อยหวาดกลัวเก็บกด
เขาไล้เลียแตะปลายลิ้นสากร้อนไปตามเรือนร่างทั่วสรรพางค์กาย ความร้อนชื้นไต่ระดับไปตามผิวเนื้ออ่อนหวานความเสียวซ่านที่ได้รับก่อเกิดหลอมรวมเป็นความหฤหรรษ์ที่ยากจะบรรยายแอ่งดอกไม้หอมกรุ่นถูกชำแรกเข้าหาด้วยนิ้วและลิ้นร้อนระอุ เธอบิดตัวเร่าๆ ด้วยความเสียวซ่านเขาเร่งลิ้นกับปากประสานกับนิ้ว สอดแทรกชำแรกล้ำเข้าไปในกายสาวล้ำลึกมิดเม้นดอกแก้วร้องครางเสียงระโหย แอ่นกายหยัดขึ้นรับนิ้วแกร่งของเขาที่เสียบคามิดกาย ร่างสาวกระตุกซ่านด้วยอารมณ์พิศวาสที่อาบไล้ไปทั่วเรือนร่างเขาแทรกกายเข้าตรงหว่างขาของเธอเพื่อขยับให้พอเหมาะพอดี ร่างเล็กอ่อนระทวยอยู่ใต้ร่างหนาที่แข็งแรงและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเขามองสบตาคู่สวยของเธอ ดอกแก้วแก้มแดงลามไปถึงใบหู ยามสัมผัสได้ถึงส่วนปลายของความแข็งแกร่งที่เสียดสีอยู่กับเนินสวาทชุ่มฉ่ำสันต์จับมือเล็กๆ ของเธอมารูดรัดแก่นกายของเขา เธอร้องครางกับความใหญ่โตนั้น ถึงขนาดนี้เธอก็ยังเกร็งๆ กับเขาอยู่บ้างสามีผู้มีความหลังฝังใจอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แต่เธอก็ดีใจที่เขาพยายามปรับตัวให้เข้ากับเธอ เพราะเธอเองก็จะปรับตัวเหมือนกันเขาจับมือเธอให้สัมผัสกับความแข็งแกร่ง ก่อนจะบังคับให้มือของเธอจับส่ว
“ฉันไม่ค่อยสบายตั้งแต่ตอนกลางวันแล้วล่ะ แต่ไม่กล้าบอกเธอ กลัวเธอจะรำคาญเสียเปล่าๆ เมื่อกี้พออาบน้ำแล้ว ครั่นเนื้อครั่นตัวหนาวๆ ร้อนๆ ขึ้นมาเลย”โอ๊ย! สันต์อยากตบรางวัลตุ๊กตาทองให้ตัวเองนักเขาตัวร้อนเพราะใช้ผ้าชุบน้ำร้อนจากกระติกน้ำร้อนในห้องครัวต่างหากล่ะแต่มันได้ผลเกินคาด!!!มารยาจริงๆ แก่จะเข้าโลงอยู่แล้ว ยังคิดแผนปัญญาอ่อนแบบนี้กับเมียอยู่อีก ต้องโทษไอ้คม ความผิดมันเห็นๆถ้าง้อเมียสำเร็จต้องตบรางวัลให้มันอย่างงาม!!!“รำคาญอะไรกันคะ ไหนบอกว่าแก้วเป็นเมีย ไม่เห็นแก้วเป็นเมียรึไงคะ ถึงกลัวแก้วจะรำคาญ” เธอทวนคำของเขาซ้ำไปซ้ำมาอย่างน้อยใจ ระคนโมโหอยู่บ้าง เขาป่วยขนาดนี้ยังจะมากลัวเธอรำคาญอีก“ขึ้นห้องไปพักเลยค่ะ เดี๋ยวแก้วประคองขึ้นไป” เธอทำเสียงดุ สันต์ลอบยิ้ม เวลาเมียเขาทำเสียงดุนี่น่าจับปล้ำจริงๆ เลยเดี๋ยวเถอะ! จะเสกเด็กเข้าท้องสักครึ่งโหลแต่ทำเสียงดุแบบนี้น่ารักสุดยอด!!!“ค่อ ยๆ เดินค่ะ คุณสันต์อย่าทิ้งน้ำหนักตัวลงมามากสิคะ แก้วจะล้ม” เธอประคองเขาอย่างทะลักทุเล“ฉันปวดหัว เวียนหัวจะอ้วกด้วยล่ะ เดินไม่ค่อยไหว” เขาแกล้งเดินขาลาก แต่ก็พยายามเดินไปให้ถึงห้อง ไม่อยากให้ภรรยาต้อ







![คลั่งรัก I [พระเอกเจ้าเล่ห์ หล่อร้าย] 18+](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)