LOGINโปรย… "ในขณะที่พวกคุณเสวยสุขได้ดิบได้ดี แต่คนบนเขานอนตายตาไม่หลับเพราะไม่เคยได้รับความยุติธรรม คนสารเลวอย่างพวกคุณน่ะ หัดละอายใจบ้างเถอะ!" เสี้ยววินาทีหนึ่งนั้น แววตาชิงพลบวูบไหว แต่ก็แค่ครู่เดียวจนละพอไม่ทันสังเกตเห็น ชิงพลบปล่อยมือ หันไปหยิบเชือกที่ม้วนอยู่ขึ้นมาคลายปมเพื่อมัดเธอ "ใช่! ฉันมันชั่ว เสียใจด้วยนะที่ชีวิตของเธอต้องมาเจอคนชั่วๆ แบบฉัน!" "มันเจ็บนะ!" "ก็หยุดดิ้นรนซะสิ!" ชิงพลบรวบมือละพอแล้วมัดด้วยเชือกอย่างแน่นหนา เขาออกแรงเต็มที่เพื่อปราบพยศเธอ เชือกเส้นใหญ่บาดผิวเนื้อจนได้เลือด "ก็บอกว่าเจ็บไง!"
View Moreพิธีวิวาห์
เด็กสาวในชุดเดรสสีหวานนั่งสนทนาอยู่กับเพื่อนใหม่อย่างสุภาพ ความสดใสและใบหน้าพริ้มเพราสะกดใจคนมอง ไม่เว้นแม้แต่ชิงพลบซึ่งยืนจิบไวน์อยู่ไม่ห่าง วันนี้เป็นวันมงคลสมรสของหัสดินทร์และอาชิตา ละพอจึงมีความสุขเป็นพิเศษ เพื่อนใหม่หัวเราะเมื่อละพอเล่าเรื่องตลกผ่านภาษามือ ทั้งสองอายุไล่เลียกัน จึงคุยกันได้ กระนั้นท่าทีของละพอยังค่อนข้างไว้ตัวอยู่มาก ตอนนั้นน้ำเปล่าในแก้วของละพอหมดพอดี เธอจึงลุกขึ้นจะไปเติม เพื่อหาเรื่องเบี่ยงออกจากวงสนทนาโดยไม่เสียมารยาทกับแขก “พี่ไปเอาให้มั้ย” ละพอส่ายหน้า ‘ไม่เป็นไรค่ะ หนูอยากเดินยืดเส้นบ้าง พี่ธัชรอที่นี่นะ หนูไปแป๊บเดียว’ กรธัชไม่ขัด เขาเข้าใจอาการอยากจะเดินย่อยอาหารบ้าง จึงตอบยิ้มว่าจะรอเธอที่นี่นะ ละพอมุ่งตรงไปที่มุมเครื่องดื่มและอาหาร แขกเหรื่อในงานเอ่ยทักทายละพอ เด็กสาวทักกลับด้วยกิริยาเรียบร้อยมีมารยาท จนกระทั่งเธอรู้สึกเหมือนเดินไปชนอะไรบางอย่างที่แข็งราวกับกำแพงหิน ละพอเงยหน้าขึ้นมายกมือไหว้ขอโทษ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าคนคนนั้นคือ…ชิงพลบ ชิงพลบมีสีหน้าบึ้งตึงไม่รับแขก เห็นอย่างนั้นละพอรีบเดินเลี่ยงไป ทว่าเดินไปได้สองก้าวก็ถูกชิงพลบรั้งแขน ตรงนั้นเป็นมุมอับระหว่างทางเดินมีเสาคอยบังสายตาคนไว้ ร่างเล็กถูกดันแนบชิดติดกับผนัง โดยมีร่างสูงคอยกักขังเธอเอาไว้ ‘ทำอะไรน่ะ?’ ละพอดิ้นขลุกขลัก มองเขาอย่างหวาดระแวง นัยน์ตาคมเฉี่ยวตวัดมองอย่างดุๆ พลางรวบข้อมือเล็กไว้แล้วดันไปติดกับผนัง ความเย็นของผนังทำให้ละพอรู้สึกสะท้าน ทั้งยังหวาดหวั่นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับชิงพลบตามลำพัง สายตาละพอสอดส่ายหาหนทางรอด เมื่อครู่อาธูปยังอยู่แถวนี้ แต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้ว ครั้นไม่พบอาธูป เธอยิ่งเริ่มตระหนก พยายามบิดข้อมือออกจากการจับกุมของมือแกร่ง แต่ไม่สำเร็จ ชิงพลบเลิกคิ้วยิ้มมุมปาก ท้าทายให้เธอร้องให้คนช่วย “พูดสิ เรียกคนมาช่วย ไม่งั้นจะถือว่าสมยอมนะ” ดวงตากลมมองชิงพลบอย่างไม่พอใจ เธอดิ้นรนจนทำให้ร่างกายเสียดสีกัน “วันนี้เธอน่ารักดีนะ…” ชิงพลบรวบมือทั้งสองข้างไว้ด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างจับปลายคางเชยขึ้น เขาจ้องมองกลีบปากบางสีหวานที่ขบเม้มเมื่อเจอเรื่องเครียด ไม่รู้ทำไม แต่ภาพความสนิทสนมของละพอกับเด็กอ่อนนั้นขวางหูขวางตาเขาจนต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง ชิงพลบไล้นิ้วโป้งกับกลีบปากที่ชุ่มชื้นและนุ่มนิ่มมือ ละพอพยายามเบี่ยงหน้าหนี หวั่นใจกับสายตาที่จ้องมองมา เหมือนว่าเขากำลังหิวกระหาย... ‘จะทำอะไร อย่านะ…’ ดวงตาละพอเบิกกว้างเมื่อเรียวปากถูกครอบครองด้วยปากร้อนที่แนบลงมาโดยไร้สุ้มเสียง! เธอเบี่ยงหน้าหนี ปฏิเสธลิ้นร้อนที่พยายามแทรกเข้ามา ชิงพลบเบียดชิดไล่ต้อนไม่ห่าง ริมฝีปากหยักหนาคลอเคลียแนบคลึงกับกลีบปากบาง เรี่ยวแรงอันน้อยนิดของละพอไม่ระคายผิวหนัง ชิงพลบใช้มือบีบคางเพื่อให้อีกฝ่ายยอมอ้าปาก ความเจ็บทำให้ละพอยอมเผยปาก ครั้นเขาสมใจอยากจึงยอมถอนปากอย่างอ้อยอิ่ง พลางใช้นิ้วมือเกลี่ยไล่หยาดน้ำตา และกอดกระชับเนื้อตัวที่สั่นระริกของเธอไว้แน่น ชิงพลบก้มหน้าลงชิดใบหู ก่อนจะผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมา “ตะโกนสิละพอ เรียกให้คนมาช่วย” เสียงนั้นทำให้ละพอขนลุก เขาเป่ารดลมหายใจร้อนๆ กระทบแก้มนวล นัยน์ตาคมเฉี่ยววาววับส่องประกายความพึงพอใจ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าของละพอหลั่งไหล เธอพยายามจะพูดแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ชิงพลบไม่สบอารมณ์ ประทับจุมพิตเพื่อกดดันให้เธอพูด แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่พูด ไม่กล้าส่งเสียงสักคำ ชิงพลบถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะผลักเธอทิ้ง “ครั้งนี้ฉันจะปล่อยเธอไป แต่คราวหน้าฉันจะไม่ใจดีแล้วนะ” เมื่อหลุดจากการจับกุม ละพอยกมือตบหน้าเขาฉาดใหญ่แล้ววิ่งหนีไปสุดฝีเท้า ชิงพลบหยักยิ้ม อา…มือหนักเหมือนกันนะชิงพลบยื่นมือไปแตะหน้าผากละพอเป็นพักๆ เพื่อตรวจสอบว่าไข้เธอลดลงหรือยัง นัยน์ตาคมเฉี่ยวเต็มไปด้วยความห่วงใย ยิ่งเธอเพ้อเพราะพิษไข้ เขาก็ยิ่งเป็นห่วง “ละพอ…” เขาเรียกชื่อเธอด้วยสุ้มเสียงนุ่มทุ้ม ก่อนจะกุมมือเล็กขึ้นมาแนบแก้ม เวลานั้นเองสายเรียกเข้าจากพินิจก็ดังขึ้น เขาออกมาข้างนอกเพื่อรับสาย ไม่อยากรบกวนละพอ ชิงพลบรับสาย ฟังสิ่งที่พินิจพูดเงียบๆ (นายครับ คุณพลอยเรียกให้นายมาพบครับ) “ฉันไม่ว่าง” พลอยไพลินกรอกเสียงตอบกลับมา (พลอยอยากหย่าค่ะ คุณก็อยากหย่าไม่ใช่เหรอ) “ผมจะส่งเอกสารไปให้เซ็น คุณเซ็นกลับมาแล้วกัน” เขาไม่อยากห่างจากละพอ (ไม่ค่ะ คุณต้องมาด้วยตัวเอง ถ้าคุณไม่มา พลอยจะไม่เซ็น) “พลอย” (แค่นี้ค่ะ) ชิงพลบถอนหายใจ เขาหันไปมองละพอครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจไปยุติความสัมพันธ์ เพราะโอกาสเช่นนี้ก็หาไม่ได้อีกแล้ว กระบวนการหย่าร้างเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีการพูดคุยอะไรมากมาย ต่างฝ่ายต่างเซ็น “ในเมื่อเราไม่ได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว เรามาคุยกันแบบเปิดอกสักครั้งดีมั้ยคะ” ชิงพลบพยักหน้า ตลอดเวลาที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขานั่งพูดคุยกันนานขนาดนี้ โดยไม่มีใครรู้สึกอึดอัดหรือคับข้อ
“ก็แค่อยากทำไง ไม่มีอะไรมากกว่านั้นหรอก” ละพอนิ่งงันก่อนจะฝืนยิ้ม “ในเมื่อคุณได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้ว คุณจะปล่อยอาธูปกับหนูได้หรือยัง หรือว่ายังต้องการอะไรอีก อยากให้นางบำเรอคนนี้ทำอะไรให้อีก” เธอประชดประชัน ชิงพลบไม่ชอบสิ่งที่ละพอพูด เธอไม่ใช่นางบำเรอ ทว่าเขาไม่อาจเปิดเผยความรู้สึกอันแท้จริงออกไป “ลองอีกสักครั้งสองครั้งสิ แล้วฉันจะปล่อยเธอไป!” “ได้! คุณอยากได้อีกกี่ครั้ง! บอกตัวเลขมาชัดๆ เลย เพราะหนูจะได้นับไว้ พอครบตามที่คุณบอกแล้ว คุณต้องปล่อยอาธูปกับหนูไปทันที!” ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งเศร้าเสียใจกับเรื่องที่เอากลับคืนมาไม่ได้แล้ว ละพอต้องรู้จักเข้มแข็ง เพราะเธออ่อนแอมาตลอด ถึงได้ถูกใครต่อใครข่มเหงรังแก “จนกว่าฉันจะเบื่อ” “แล้วเมื่อไหร่คุณจะเบื่อ ถ้าคุณไม่เบื่อล่ะ คุณจะกักขังหนูเอาไว้เป็นนางบำเรอชั่วชีวิตหรือไง” เธอปาดน้ำตาทิ้ง เมื่อเผชิญหน้ากับคนเลว เธอต้องกล้าหาญเข้าไว้ อย่าไปยอมถูกทำร้ายฝ่ายเดียวสิ เธอต้องสู้กลับบ้าง “บอกหนูมา คุณ-ต้อง-การ...อีกกี่ครั้ง” ละพอกล่ำกลืนความรู้สึกหนักอึ้งลงไป “จนกว่าฉันจะเบื่อ!” เขากัดฟันตอบก่อนจะผลักเธอลงเตียง “สารเลว!” “ถึงฉันจะเลว แต่ไ
ความกระสันซ่านที่โหมซัดทำให้ละพอต้องยอมจำนนแยกเรียวขาสั่นระริก เพื่อเปิดทางให้ชิงพลบสัมผัสอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ชิงพลบจงใจสัมผัสเธออย่างแนบชิด ทั้งบนทั้งล่าง ขบกัดไล้เลียเรียวปากบางจนโอนอ่อน ลมหายใจละพอขาดห้วง เธอรู้สึกว่าเขาเร่งมือเร็วขึ้นจนสมองแทบมอดไหม้ ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังเพลิดเพลินกับบทรักอย่างสุดขีด เขาถอนนิ้วออกไปและแทนที่ด้วยแก่นกายร้อนฉ่าคับแน่น “เจ็บ…” แค่เพียงชำแรกที่แก่นกายใหญ่โตพยายามเข้ามา เยื่อใยพรหมจรรย์ที่เคยเป็นเสมือนผู้พิทักษ์ก็ขาดสะบั้น เส้นทางเล็กคับแคบอ่อนนุ่มไม่ต้อนรับชิงพลบ ละพอถอยหนี จนเขาต้องจับยึดเอวบางแน่น ใบหน้าคมขบกรามตั้งสติเมื่อต้องเจอกับเส้นทางแสนพิศวงซึ่งคับแคบกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว เขาต้องไปต่อ “อ๊า!” ละพอสะอื้นฮัก เธอสั่นสะท้านจนเขาต้องปลอบขวัญ ทั้งๆ ที่ใจจริงอยากจะทำอีกอย่าง แต่ละพอไม่ยอมโอนอ่อน เธอถอยหนี ต้องการให้เขาเอาลำแกร่งออกไปจากเธอให้เร็วที่สุด ไม่มีทางหรอก “อย่าดิ้น” เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า ความรู้สึกบางประการที่กำลังเดือดพล่านทำลายล้างสตินึกคิด เรือนร่างขาวเนียนอ่อนนุ่ม กลิ่นกายหอมระรื่น ทุกอย่างล้วนปลุกสัญชาตญาณ
“คุณมันบ้าไปแล้ว!” เธอสะบัดมือออก ปืนปลิวไปตกอยู่ไกลๆ เมื่อกี้เกือบไปแล้ว เธอเกือบจะลั่นไกใส่เขา เขามันบ้าสิ้นดี กล้าเอาชีวิตมาล้อเล่นได้ยังไง! “จัดการอีเสียชิงพลบ ไม่งั้นอั๊วจะจัดการเอง” จางเหลียนอยากเห็นชิงพลบจัดการนังเด็กคนนี้ด้วยตาตัวเอง “ไม่ต้องห่วงครับท่าน คืนนี้ผมจะไม่ละเว้นเธออีก” เขาย่างสามขุนเข้าหาเธอ ด้วยนัยน์ตาลึกเร้น “อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นฉันแทงตัวเองจริงๆ ด้วย!” ละพอหยิบเศษไม้แหลมขึ้นมาจ่อที่คอตัวเอง ชิงพลบหัวเราะเสียงทุ้มต่ำ พูดออกมาสั้นๆ คำเดียว แต่หยุดทุกการกระทำของเธอ “เอาสิ ถ้าเธอกล้าแทงตัวเอง ฉันจะยิงมันให้ตายตรงนี้เลย” “คุณมันชั่ว!” “ไม่ต้องให้พรฉันนักหรอก” ชิงพลบพูดเสียงเย็น ปลดอาวุธออกจากมือเธออย่างรุนแรง ไม่แยแสท่าทีต่อต้านกรีดร้องของเธอ “ปล่อยนะ! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!” เธอขัดขืน เพราะชิงพลบกำลังอุ้มเธอเข้าบ้าน ชิงพลบเห็นความพยศในดวงตากลม สัญชาตญาณดิบของเขาแล่นพล่าน อยากกำราบเธอให้สยบอยู่แทบเท้าให้ได้ “อย่าดิ้นรนให้เหนื่อยเปล่าเลย เก็บแรงไว้ครางตอนฉันเอาเธอดีกว่า” เขาพาเธอตรงไปยังห้องนอนส่วนตัว ครั้นร่างกายสัมผัสเตียง ละพอกระเสือกกระสนหนี ชิงพลบกระชากแข