登入ได้สบตากับเขาก็รีบหลบ เธอว่าดวงตาเขาน่ากลัวไม่เป็นมิตร หน้าตาเฉยชาไร้อารมณ์ ดวงตาของเขาไร้แววเมตตาเอื้อเอ็นดูเธอ ไม่เหมือนบิดามารดาของเขา
พิธีเสร็จสิ้นแบบรวบรัด เขาพาเธอกลับบ้านทันที นัยว่าจะจัดงานแต่งงานใหญ่โตที่บ้านของเขาอีกรอบ
เธอกอดกระเป๋าเสื้อผ้าแน่น รู้สึกใจหายที่ต้องจากบิดามารดาไป แม้จะไม่ได้เติบโตมาในอ้อมอกพวกท่าน แต่สองคนตรงหน้าก็คือบุพการีที่รักเธอ ไม่ใช่คนอื่นที่เธอไม่รู้จัก
ดอกแก้วรู้สึกว่าบิดามารดาของเธอแก่มากแล้ว ท่านตรากตรำทำงานหนัก ทำไร่ไถนา บ้านเก่าซอมซ่อ มีที่ดินน้อยนิดเอาไว้ทำการเกษตร วูบหนึ่งรู้สึกว่าเงินห้าแสนนั้นจะทำให้ท่านสบาย
ใครจะว่าพวกท่านขายลูกสาวกิน เธอเถียงขาดใจ ฝ่ายชายเขาให้สินสอดมาเอง ตอนแรกเธอเข้าใจว่าบิดามารดาเรียกสินสอดห้าแสน แต่มารู้ว่ามารดาของสันต์เขาจัดให้เอง รวมถึงทองคำอีกห้าบาท
“พ่อจ๋าแม่จ๋า ดูแลตัวเองด้วยนะ”
“พ่อกับแม่รักแก้วนะลูก ไปอยู่กับเขาก็ทำตัวดีๆ โอนอ่อนผ่อนตามเขานะ เขาจะได้รักใคร่เมตตาเอ็นดู” น้ำคำของมารดาทำให้เธอน้ำตาซึม
ดอกแก้วขึ้นไปนั่งบนรถกระบะคันโตของสันต์ เขามีคนขับรถคอยขับรถให้ เป็นลูกน้องที่น่าจะสนิทกับเขาที่สุด
ใบหน้าของเขาเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งอันเย็นยะเยือก เธอลอบสังเกตเขาตั้งแต่เห็นกันครั้งแรก แต่ไม่กล้ามองตรงๆ
สันต์เป็นผู้ชายอายุสามสิบเก้าที่หล่อเหลาคมเข้ม อายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ เขาดูไม่แก่อย่างที่เธอคิดสักนิด
ใบหน้าของเขาคมคาย ตอหนวดเคราที่มีรอยเพิ่งโกนเขียวครึ้มทำให้เขาดูดุดันไม่น้อย คางของเขามีรอยผ่า จมูกโด่งเป็นสัน เขาเป็นคนมีริมฝีปากกว้างหยักหนา ดวงตาเข้มรับกับคิ้วหนาพาดเฉียง
“มองพอหรือยัง หรือจะกินฉันตรงนี้” ดอกแก้วสะดุ้งหลบวูบ เธอไม่รู้ตัวว่าเผลอมองเขาไปนาน แบบจ้องเขาตาเป็นมันเสียแบบนั้น
เขาไม่ได้สนใจจะมองเธอเลย สันต์ดูหงุดหงิดไม่สบอารมณ์อยู่ตลอดเวลา
ดอกแก้วรู้สึกว่าตัวเธอลีบเล็กลงในทันที เขาทำให้เธอรู้สึกว่าการมาของเขาในครั้งนี้เสียเวลาหนักหนา
“อายุเท่าไหร่แล้ว” คนถามไม่ได้มองหน้า น้ำเสียงกระด้างเหมือนเขาพูดลอยๆ คนเดียว ดอกแก้วสะดุ้งใบหน้าเหลอหลา
“หูตึงว่างั้น” เขายังพูดต่อ…
“คะ?” เธอไม่แน่ใจว่าเขาถามเธอหรือเปล่า เลยมองเขาแบบงุนงง
“เพิ่งรู้ว่าได้เมียหูหนวก แถมยังเป็นใบ้อีก” เขาพูดแดกดัน...
“สิบแปดค่ะ” เธอรีบตอบ ค้อนเขาเสียหนึ่งที
“มีนมหรือยัง ริอยากจะมีผัว” ดอกแก้วใบหน้าเหลอหลา ก้มมองหน้าอกตัวเอง เธอมีนมแล้วนี่นา
บ้าน่ะสิ! มาหาว่าเธอไม่มีนม เธอค้อนเขาตาคว่ำ เถื่อนๆ แบบนี้ไง เมียถึงทิ้งไปมีผัวใหม่
เธออุบอิบว่าเขา แต่คนหูดีหันขวับมามอง เธอหลบสายตาวูบ ไม่กล้ามองหน้าเขาอีก เอาแต่มองมือตัวเองที่กุมกันแน่นบนตัก เธอต้องไปเป็นเมียเขาจริงๆ เหรอนี่
ดอกแก้วคิดอย่างหดหู่ใจ
ผู้ชายอะไรหน้าดุ แลดูใจร้าย เย็นชา ไร้อารมณ์สุดๆ!!!
“โหย... เมียลูกพี่พวกเรา แจ่มไปเลยว่ะ เด็ดดวงสุดๆ ยังเด็กอยู่เลย” ลูกน้องของสันต์นั่งกินเหล้าเถื่อน กำลังพูดถึงเมียเด็กของเจ้านายอย่างออกรส
“กูเห็นแล้ว ตอนลูกพี่พากลับมา หน้าใสกิ๊ก ตัดผมสั้นเสมอหูนี่แหละ ยังเด็กอยู่เลย ตัวเล็กนิดเดียว เวลาเดินกับลูกพี่เรานะ ยังกับพ่อกับลูกน่ะ” คนพูดหัวเราะร่วนอย่างสนุกปาก
“เพิ่งจบมัธยมปลายมั้ง ยังกับลูกพี่เราไปพรากผู้เยาว์เด็กอายุสิบแปดเลยว่ะ”
“สิบแปดเหรอวะ นึกว่าสิบห้า อายุห่างกันยังกับลุงกับหลาน พ่อกับลูก”
โครม!!! เสียงท่อนไม้หรืออะไรสักอย่างโยนมากลางวงเหล้า ลูกน้องของสันต์วงแตกกระเจิดกระเจิงไปตามๆ กัน
ทำท่าจะด่า แต่อ้าปากค้างกันถ้วนหน้าเมื่อเห็นคนที่ถูกนินทายืนกอดอกหน้าตาถมึงทึงอยู่ไม่ไกลนัก
“นั่งแดกเหล้าตั้งแต่หัววัน งานการไม่ทำกันหรือไงวะ”
“ตอนนี้เอ่อ... พักเที่ยงอยู่ครับลูกพี่”
“เออ... นั่งนินทากูอยากกินตีนใช่ไหมพวกมึง” ทุกคนเงียบกริบ ขืนพูดออกไปได้โดนมากว่าด่าแน่ ตั้งแต่จับได้ว่าเมียมีชู้ ทุกคนก็รู้ว่าสันต์เกลียดผู้หญิงยังกับอะไรดี แต่ที่ยอมแต่งงานครั้งนี้เพราะนภา... มารดาของสันต์ขอร้องแกมบังคับ
สันต์รำคาญก็เลยรับคำส่งๆ ไป หลังจากไปแต่งงานบ้านเมียเด็กแล้ว ก็เอาเมียกลับมาทิ้งไว้กับมารดา ไม่สนใจไยดีเมียตัวเองเลยสักนิด
“นายแม่ให้มาตามคุณสันต์ไปพบครับ” เสียงของลูกจ้างมาตามด้วยน้ำเสียงหวาดๆ เพราะเดาได้ว่าตอนนี้สันต์กำลังอารมณ์ไม่ดี
“เรื่องอะไร”
“ไม่ทราบครับ”
“รู้เรื่องอะไรบ้าง”
“เอ่อ...” คนถามถึงกับอึกอักอ้ำอึ้ง…
“ไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่าง” คนพูดเดินย่ำเท้าไปขึ้นรถจิ๊บ ก่อนขับไปยังเรือนใหญ่ซึ่งเป็นเรือนพักของบิดามารดา
ลูกน้องเกาหัวมองหน้ากันอย่างงุนงง ไม่รู้ว่าหมู่นี้เจ้านายของพวกเขาเป็นอะไร อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ หงุดหงิดตลอดเวลา ใครพูดอะไรก็ขัดหูขัดตา ขัดใจไปเสียหมด
“ลูกพี่เป็นอะไรวะ”
“สงสัยไม่ได้อึ๊บเมีย”
“แกรู้ดี”
“จริงนี่หว่า ตั้งแต่ได้เมียกลับมานี่ไม่เห็นเคยนอนกับเมียสักครั้ง”
“มึงรู้ได้ไง ไปนอนเฝ้าใต้เตียงลูกพี่หรือไง”
“กูอยู่กับลูกพี่ตลอด ลูกพี่นอนในไร่ เมียนอนบ้านใหญ่กับนายแม่” คมซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทเล่าให้ทุกคนฟัง คนอื่นๆ ตาโตไปพร้อมๆ กัน
“หรือเหมือนเอ็งว่า... หงุดหงิดเรื่องไม่ได้อึ๊บเมีย”
น่าแปลกที่นาทีนั้นเขามองลูกสาวอีกคนที่เกาะกระจกมองน้องอยู่ด้วย เขาเคยดีใจแบบนี้เมื่อหลายปีก่อน ความรู้สึกผิดทำให้เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะของนิรชาเบาๆ“น้องตัวเล็กนิดเดียวค่ะคุณพ่อ” นิรชาบอกอย่างดีใจ“ถึงจะมีน้องพ่อก็รักหนูนิดนะครับ” เขานั่งลงใกล้ๆ เด็กน้อย ก่อนจะเอ่ยบอก แม้มีบางอย่างทำให้เขาทำใจยอมรับเด็กคนนี้ไม่ได้ แต่เมื่อนึกถึงครั้งเก่าก่อน เขาเคยรักนิรชามากเพียงใด ดอกแก้วพูดถูก เด็กไม่ผิด แต่ผู้ใหญ่ต่างหากที่ทำอะไรลงไปแล้วป้ายสีดำลงไปบนตัวเด็ก“น้าดอกแก้วก็บอกว่ารักหนูนิดค่ะ และก็รักน้องด้วย” นิรชาตอบพาซื่อตามประสาเด็ก เธอมองน้องตัวเล็กแล้วบังเกิดความรักสุดหัวใจ ไม่ได้อิจฉาเลยแม้แต่น้อย“น้องยังเด็ก ตัวก็เล็กนิดเดียว เราต้องช่วยกันดูแลน้องนะครับ น้องจะตัวโตๆ เหมือนหนูนิดไง”“ค่ะคุณพ่อ” เป็นครั้งแรกที่สันต์ดึงร่างน้อยมากอดแล้วน้ำตาซึม เขาบังเกิดความสงสารปนเวทนาเด็กน้อยตรงหน้าจับใจ ความโกรธแค้นอันดำมืด ทำให้เขาละทิ้งความรักความปรารถนาดีต่อคนตรงหน้า เพราะความผิดของใครอีกคน หากไม่ใช่เพราะเขาได้ภรรยาที่ดีอย่างดอกแก้ว เขาคงปล่อยให้นิรชาอยู่ในโลกแห่งความหวาดระแวงและเงียบเหงาเพียงคนเดียว“ค
เธอไม่ยอมกินข้าวกินปลาเพราะอยากรอกินกับบิดาและมารดาเลี้ยง“ไปเที่ยวกันมาจ้ะ วันนี้คุณพ่อพาน้าแก้วไปปล่อยแก่น่ะ หนูนิดยังไม่นอนเหรอคะ” ดอกแก้วพูดแล้วหัวเราะเบาๆ ลูบศีรษะลูกเลี้ยงที่กอดตุ๊กตาแน่น คนโดนหาว่าแก่สะดุ้งมองภรรยาอย่างคาดโทษ“หนูนิดนั่งรอกินข้าวพร้อมคุณพ่อกับน้าแก้วค่ะ” นิรชาตอบเสียงเศร้า คาดหวังว่าผู้ใหญ่ทั้งสองจะมากินข้าวด้วย“ทำไมยังไม่กินข้าวอีกล่ะคะ จริงๆ แล้วไม่ต้องรอก็ได้ น้าแก้วกับคุณพ่อกินกันมาแล้วค่ะ”“หนูนิดไม่อยากกินข้าวคนเดียวนี่คะ น้าแก้วไปเที่ยวกับคุณพ่อสนุกไหมคะ”“สนุกจ้ะ” ดอกแก้วตอบเสียงใส แต่พอเห็นสีหน้าของเด็กน้อยแล้วเธอหน้าเสียในทันที“หนูนิดเป็นอะไรจ๊ะ”“คุณพ่อกับน้าแก้วพาน้องในท้องไปเที่ยว ทิ้งหนูนิดเอาไว้คนเดียว ไม่รักหนูนิดแล้ว” เด็กน้อยปล่อยโฮออกมา“ตายแล้วหนูนิด ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ใครพูดให้หนูนิดฟังว่าคุณพ่อกับน้าแก้วไม่รักหนูนิดกันลูก พวกเรารักหนูนิดที่สุดเลยจ้ะ คุณพ่อกับน้าแก้วออกไปตั้งแต่สิบเอ็ดโมงแล้วค่ะ ตอนนั้นหนูนิดยังอยู่โรงเรียน ไปรับหนูนิดไม่ได้ คุณพ่อกับน้าแก้วเลยไปดูหนังต่อ กลับออกมาก็เย็นแล้ว ไม่ได้มีเจตนาทิ้งหนูนิดนะคะ”“น้าแก้วรักน้
ป่วย จะมาโรงพยาบาลท่าเดียว สันต์เลยบอกลูกน้องให้พามา“น้าแก้วจะมีน้องตัวเล็กๆ ให้หนูเหรอคะ” นิรชาถามอย่างตื่นเต้น“ใช้จ้ะ หนูนิดต้องรักน้องมากๆ นะจ๊ะ”“หนูจะรักน้องให้มากๆ ค่ะ” นิรชาจับมือดอกแก้วเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เหมือนช่วยจูงอีกฝ่ายให้เดินตามสันต์มองเด็กหญิงตัวน้อยแล้วคลายใจ เขาเคยระแวงกลัวว่านิรชาจะอิจฉาน้อง หากดอกแก้วตั้งครรภ์ไม่รู้เขาไปเอาความคิดนี้มาจากไหน อาจเพราะแม่ของเขาเคยเปรยเอาไว้ ชุติมาขี้อิจฉา อยากได้อยากมี และเอาแต่ใจ เขายังนึกหวั่นว่าเด็กน้อยจะเหมือนแม่แต่เขาอาจจะคิดมากไปเอง ดอกแก้วเคยบอกว่าเลี้ยงเขาอย่างไร เขาก็เป็นอย่างนั้น คงจะจริง เท่าที่เขาดู นิรชาไม่น่าจะมีปัญหาอะไรคุณหมอแนะนำการดูแลตัวเองสำหรับคนที่กำลังจะเป็นคุณแม่ และจัดยาบำรุงให้ ในขณะที่สันต์ให้ลูกน้องเป็นคนขับรถกลับ เขาไปนั่งเบาะหลังกับภรรยา กุมมือของเธอเอาไว้ตลอดเวลาความรู้สึกที่คิดว่าเด็กในท้องคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาทำให้เขารู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงแทบกระหน่ำออกมานอกอก มันตื่นเต้นดีใจกว่าตอนที่ชุติมาบอกเขาว่าท้องเสียอีกตอนนั้นเขากับชุติมาคบกันแบบเปิดเผย ไปไหนมาไหนด้วยกัน และเรื่องบนเตียงก็เป็นเรื่องธร
ขอให้กอดให้แน่นๆ ด้วยความรัก ซึ่งอีกฝ่ายไม่มีโอกาสได้กอดลูกน้อยกลอยใจอีกแล้ว“คุณแม่บอกหนูนิดเองค่ะ ว่าไม่รักหนูนิด”“โธ่... หนูนิด” ดอกแก้วดึงเด็กน้อยมากอดแนบอก“น้าแก้วใจดี หนูนิดรักน้าแก้ว” เด็กน้อยกอดตอบ รู้สึกว่าดอกแก้วคือที่พักพิงและรักเธอจริง แถมยังใจดีอีกด้วย“ทุกคนรักหนูนิดนะคะ แม้แต่คุณแม่ บางครั้งท่านอาจจะทำผิดพลาดไปบ้าง หนูนิดต้องให้อภัยนะคะ”“ค่ะ” เด็กน้อยรับคำ ดอกแก้วไม่รู้ว่าสิ่งที่นิรชารับว่า “ค่ะ” นั้นหมายความว่าอย่างไร แต่ไม่อยากเซ้าซี้คาดคั้นอะไรมากมายสันต์ยืนพิงผนังอยู่อีกด้าน เขามองคนทั้งสองเงียบๆ แต่ไม่แสดงตัว ความหลังครั้งเก่าก่อนปรากฏขึ้นมาอีกครั้งเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านิรชาจะกลายเป็นเด็กมีปัญหา ขาดความรัก อยู่ในกฎระเบียบเข้มงวดจนเกร็งและกลัวไปหมดทุกอย่างเช่นนี้จริงๆ แล้วเด็กวัยนี้ควรจะสดใสร่าเริง มีเพื่อนมากมาย แต่นิรชาถูกกดดันให้เรียน ให้อยู่กับบ้านไม่ได้ไปเที่ยวเล่น ให้อยู่ในความเป็นระเบียบเรียบร้อย ห้ามเถียงผู้ใหญ่ แม้กระทั่งแสดงความคิดเห็นแปลกแยก สิ่งที่นิรชาทำได้ก็คือ รับคำและทำตามไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครรัก จะไม่มีใครสนใจไยดีอีก เด็กน้อยหวาดกลัวเก็บกด
เขาไล้เลียแตะปลายลิ้นสากร้อนไปตามเรือนร่างทั่วสรรพางค์กาย ความร้อนชื้นไต่ระดับไปตามผิวเนื้ออ่อนหวานความเสียวซ่านที่ได้รับก่อเกิดหลอมรวมเป็นความหฤหรรษ์ที่ยากจะบรรยายแอ่งดอกไม้หอมกรุ่นถูกชำแรกเข้าหาด้วยนิ้วและลิ้นร้อนระอุ เธอบิดตัวเร่าๆ ด้วยความเสียวซ่านเขาเร่งลิ้นกับปากประสานกับนิ้ว สอดแทรกชำแรกล้ำเข้าไปในกายสาวล้ำลึกมิดเม้นดอกแก้วร้องครางเสียงระโหย แอ่นกายหยัดขึ้นรับนิ้วแกร่งของเขาที่เสียบคามิดกาย ร่างสาวกระตุกซ่านด้วยอารมณ์พิศวาสที่อาบไล้ไปทั่วเรือนร่างเขาแทรกกายเข้าตรงหว่างขาของเธอเพื่อขยับให้พอเหมาะพอดี ร่างเล็กอ่อนระทวยอยู่ใต้ร่างหนาที่แข็งแรงและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเขามองสบตาคู่สวยของเธอ ดอกแก้วแก้มแดงลามไปถึงใบหู ยามสัมผัสได้ถึงส่วนปลายของความแข็งแกร่งที่เสียดสีอยู่กับเนินสวาทชุ่มฉ่ำสันต์จับมือเล็กๆ ของเธอมารูดรัดแก่นกายของเขา เธอร้องครางกับความใหญ่โตนั้น ถึงขนาดนี้เธอก็ยังเกร็งๆ กับเขาอยู่บ้างสามีผู้มีความหลังฝังใจอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แต่เธอก็ดีใจที่เขาพยายามปรับตัวให้เข้ากับเธอ เพราะเธอเองก็จะปรับตัวเหมือนกันเขาจับมือเธอให้สัมผัสกับความแข็งแกร่ง ก่อนจะบังคับให้มือของเธอจับส่ว
“ฉันไม่ค่อยสบายตั้งแต่ตอนกลางวันแล้วล่ะ แต่ไม่กล้าบอกเธอ กลัวเธอจะรำคาญเสียเปล่าๆ เมื่อกี้พออาบน้ำแล้ว ครั่นเนื้อครั่นตัวหนาวๆ ร้อนๆ ขึ้นมาเลย”โอ๊ย! สันต์อยากตบรางวัลตุ๊กตาทองให้ตัวเองนักเขาตัวร้อนเพราะใช้ผ้าชุบน้ำร้อนจากกระติกน้ำร้อนในห้องครัวต่างหากล่ะแต่มันได้ผลเกินคาด!!!มารยาจริงๆ แก่จะเข้าโลงอยู่แล้ว ยังคิดแผนปัญญาอ่อนแบบนี้กับเมียอยู่อีก ต้องโทษไอ้คม ความผิดมันเห็นๆถ้าง้อเมียสำเร็จต้องตบรางวัลให้มันอย่างงาม!!!“รำคาญอะไรกันคะ ไหนบอกว่าแก้วเป็นเมีย ไม่เห็นแก้วเป็นเมียรึไงคะ ถึงกลัวแก้วจะรำคาญ” เธอทวนคำของเขาซ้ำไปซ้ำมาอย่างน้อยใจ ระคนโมโหอยู่บ้าง เขาป่วยขนาดนี้ยังจะมากลัวเธอรำคาญอีก“ขึ้นห้องไปพักเลยค่ะ เดี๋ยวแก้วประคองขึ้นไป” เธอทำเสียงดุ สันต์ลอบยิ้ม เวลาเมียเขาทำเสียงดุนี่น่าจับปล้ำจริงๆ เลยเดี๋ยวเถอะ! จะเสกเด็กเข้าท้องสักครึ่งโหลแต่ทำเสียงดุแบบนี้น่ารักสุดยอด!!!“ค่อ ยๆ เดินค่ะ คุณสันต์อย่าทิ้งน้ำหนักตัวลงมามากสิคะ แก้วจะล้ม” เธอประคองเขาอย่างทะลักทุเล“ฉันปวดหัว เวียนหัวจะอ้วกด้วยล่ะ เดินไม่ค่อยไหว” เขาแกล้งเดินขาลาก แต่ก็พยายามเดินไปให้ถึงห้อง ไม่อยากให้ภรรยาต้อ







