เข้าสู่ระบบมิเชลลืมตาช้าๆ ทอดสายมองลอดผ้าม่านสีขาวกรองแสง มีแดดส่องเข้ามาเล็กน้อย เธอมองนาฬิกาที่ติดฝาผนัง เวลาในตอนนี้สิบเอ็ดโมงสี่สิบ เธอไม่เคยหลับนานขนาดนี้มาก่อน ถ้าสายสุดไม่เกินสิบโมง นี่ถือว่าเป็นการทุบสถิตในการนอนของเธอเลยทีเดียว
เมื่อมองในห้องกว้างที่มีเตียงนอนสีดำทำจากหนัง ภายในห้องนี้มีแต่สีดำและสีแดงบุด้วยกำมะหยี่ เช่นเดียวกับเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ที่ทำจากกำมะหยี่ แต่เธอไม่ได้นั่งธรรมดา แต่เธอถูกมัดโดยมือเรียวสองข้างติดหลังเก้าอี้ ทันใดนั้นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพประทาน สวมใส่เสื้อเชิ้ตสีดำติดกระดุมด้านล่างเพียงสามเม็ดทำให้เห็นซิกแพคที่หนาอยู่ด้านใน เขาสวมกางเกงสแล็กสีดำเช่นกัน เข็มขัดหนังแท้ หัวเข็มขัดสีเทาเกลี้ยงเกลา และรองเท้าหนังขัดมันเงา เขาก้าวเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอมองเขาด้วยสีหน้าโกรธจัด “ไอ้เหี้ย มึงจับกูมาทำเหี้ยอะไร ไอ้เหี้ย ปล่อยกูนะ” มิเชลก่นด่าเป็นภาษาไทยเขาอย่างไม่เกรงกลัว “ปากดีนะ” เขาพูดภาษาไทยสำเนียงอังกฤษ ทำให้เธอยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิม “มึงปล่อยกูเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้ากูหลุดออกไปได้กูจะแจ้งตำรวจ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน “เก็บปากไว้อมควยดีกว่ามั้ง” เขาบอกด้วยน้ำเสียงหื่นกระหาย และยิ้มที่มุมปาก เธอยกเท้าขึ้นข้างหนึ่ง “ส้นตีน” เธอบอกด้วยน้ำเสียงโกรธอย่างมากที่เขาจับเธอมาที่นี่ โดยที่เธอเองก็ไม่รู้จักเขามาก่อน “ปากดีให้ตลอดนะ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี แสยะยิ้มที่มุมปาก เขาก้าวเดินไปที่ด้านหลังเธอช้าๆ ใช้มือลูบไล้อกอวบอิ่มบนร่มผ้าช้าๆ ทำให้เขารู้ว่าอกของเธอนั้นเธอไม่ได้ทำนมมาแต่อย่างใดและใหญ่โตฟูฟ้องแค่ไหน เขายังใช้มือบีบและขยำ แต่เธอกลับดิ้นรนให้เขาปล่อยมือ มีหรือที่เขาจะปล่อยมืออกอย่างง่ายดาย เขายิ่งขยำราวกับของเล่น “เจ็บนะ! เอามือสกปรกของมึงออกไปเลย” เธอบอกด้วยน้ำเสียงโกรธจัดแทบอยากจะฉีกเนื้อเขาเป็นชิ้นๆ เขาก้มลงจูบที่กกหูหนักๆ เธอสะบัดใบหน้าหนีทันที เขาใช้มือช้อนใบหน้าของเธอเชิดขึ้น เธอนั้นมองไปทางอื่น “นุ่มนิ่มจัง” เขาบอกด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ใช้มือเลื่อนเกาะอกของเธอลงมาที่เอวกิ่ว ทอดสายตามองอกอวบอิ่มที่ใหญ่เกินคลาด อีกทั้งปลายยอดที่บวมเป่งเป็นไตสีชมพู เขามองอวบอิ่มอย่างพึงพอใจ เธอไม่อาจหลุดพันธนาการได้ เธอยิ่งก่นด่าสาปแช่งเขามากขึ้น บางคำก็ฟังเข้าใจบ้าง บางคำเขาก็ฟังไม่รู้เรื่อง “ด่าไปเลย ยิ่งต่อต้านฉันยิ่งชอบ” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงยียวนกวนบาทา เขาไม่รอช้าใช้มือขยำอกอวบอิ่มของเธอหนักๆ ทำให้เธอรู้สึกเจ็บมากขึ้น เพราะเขาขยี้และขยำจนแดงไปหมด “ปล่อยสิวะ ไอ้บ้า” เธอร้องเสียงดังกว่าเดิม เขาเผยรอยยิ้ม และเดินมายังตรงหน้าของเธอ “ไอ้สาระเลวเอ๊ย” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง เขายิ้มที่มุมปาก แล้วปลดเข็มขัดและกางเกงยีนราคาแพงลงมาเล็กน้อย เขาจับดุ้นที่แข็งเป็นไตออกมามิเชลก้าวเดินเข้ามาในห้องนอนทอดสายตามองโรมิโอเปิดเพลงแจ๊ซจังวะเบาๆ เนิบๆ เป็นจังหวะที่เขาชอบที่สุด ส่วนอันโตนิโอนั่งอยู่ที่โซฟายาวใกล้เตาฮีสเตอร์ยาวเปลวไฟจำลอง อีกทั้งพวกเขาสวมใส่ชุดคลุมกำมะหยี่ยาวสีดำคนละตัว“ลูกนอนแล้วหรือ” อันโตนิโอเอ่ยถามวางแก้วคริสตัลใส่วิสกี้อยู่ก้นแก้วบนโต๊ะกระจกใส“พึ่งหลับ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม เธอเดินไปที่ห้องแต่งตัวถอดต่างหูออกทีละข้าง โรมิโอก้าวเดินมาหาเธอ ขณะที่เธอกำลังถอดสร้อยคอเพชรราคาแพง วางไว้บนโต๊ะกระจก“เสียงคุณเพราะจัง แนะนำไปแข่งร้องเพลงชิงเงินล้านนะ” โรมิโอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง จูบที่ข้างกกหูเธอเบาๆ“แค่นี้นักข่าวก็ตามจนไม่อยากออกจากบ้านแล้ว” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง โรมิโอใช้มือหนารูดซิปด้านหลังของชุดเดรสสีแดง เลื่อนชุดเดรสให้เลื่อนลงมาจากเรือนร่าง โรมิโอมองเรือนร่างเปลือยเปล่าที่แสนเย้ายวน จากกระจกบานใหญ่ด้วยสายตาอันเร่าร้อนและหื่นกระหายอย่างยิ่ง“คุณควรชินกับเรื่องแบบนี้ได้แล้วนะ มิสซิสโรมาโน” โรมิโอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม เธอหันกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้ม“โรมิโอ พรุ่งนี้คุณต้องไปซีแอตเทิลแต่เช้านะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่าแผ่วเ
หลังจากที่มิเชลได้แต่งงานกับอันโตนิโอและโรมิโอได้สิบปีมาแล้ว พวกเขายังคงรักเธอไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งยังรักพวกเธอมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ จนทำให้ใครหลายๆ คนต้องอิจฉา มีนักข่าวสำนักชื่อดังในยุโรปหลายสำนักขอทำข่าวสองสามีแฝดรวมไปถึงชีวิตสมรสของพวกเรา แต่เธอให้พวกเขาปฏิเสธนักข่าวและหนังสือ เพราะเธอไม่อยากเป็นข่าวหน้าหนึ่งและไม่อยากทำให้ตัวเองเด่นดัง พวกเขาจึงโอเคกับเธอสามีทั้งสองของเธอได้พาเธอเที่ยวในทุกๆ เดือน เพื่อให้เธอไม่ต้องเหงาอยู่บ้านเพียงลำพังพูดถึงไนต์คลับที่อันโตนิโอเคยลักพาตัวเธอมาอยู่ ตอนนี้มีกาสิโนเพิ่มขึ้นมาด้วย มันสร้างรายได้ให้พวกเขาเป็นกอบเป็นกำ และด้านข้างกาสิโนยังมีโรงแรมและสปา ห้างสรรพสินค้าภายในโรงแรมอีกด้วย โรมิโอมีหัวก้าวหน้าจึงสร้างโรงแรมขึ้นหลายที่ในยุโรป ทำให้เขาพวกเขาสองพี่น้องมีทรัพย์สินมากขึ้นอีกด้วย เซเลปไฮโซต่างเชิญพวกเขาสองคนไปยังงานกาล่าดินเนอร์ หรืองานสังคมต่างๆ โดยไม่สนใจว่าใครจะมองพวกเขาและเธอเป็นเช่นไร การที่เขาได้เป็นมหาเศรษฐีระดับท็อปเท็นของประเทศ ทำให้เธอกลายเป็นมาดามที่มีคนนับหน้าถือตาในสังคมเมื่อมีคนรักก็ย่อมมีคนชังฉันใดก็ฉันนั้น ผู้คนต่างซุบซิบนิน
มิเชลก้าวเดินเข้ามาในห้องกับอันโตนิโอโดยเขาเป็นคนที่จับมือเรียวของเธอ เธอทอดสายตามองโรมิโอที่นอนหลับอยู่ยังไม่ลุกขึ้นจากเตียง เธอรู้ว่าเขาชอบนอนขี้เซามากแค่ไหน เธอจึงกระโดดขึ้นบนเตียงเอาผ้าห่มที่อยู่บนเรือนร่างของเขาออกไป เธอมองเรือนร่างเปลือยเปล่าที่มีเซ็กส์กับเธอเมื่อวานอย่างดุเดือด จนอันโตนิโอนั้นหลับไปก่อนเธอมองโรมิโอด้วยรอยยิ้มร้าย มองไปยังดุ้นที่หลับใหลอยู่เช่นเดียวกับเจ้าของๆ มัน ที่นอนหลับไม่รู้เรื่องราว เธอใช้มือลูบไล้ดุ้นขึ้นลงและใช้นิ้วคลึงเบาๆ และครอบครองทั้งดุ้น ดูดดึงและโลมเลีย อีกทั้งใช้มือเรียวขยำลูกบอลข้างดุ้นเบาๆไม่นานนักเจ้าของดุ้นก็ลืมตามองเธอด้วยรอยยิ้ม มองการกระทำของเธอที่ปลุกเขาโดยใช้วิธีนี้ โรมิโอใช้มือหนาลูบหัวเธอเบาๆ เธอจึงเอาริมฝีปากออกจากดุ้นใช้มือปาดน้ำลายที่ไหลออกมา“อรุณสวัสดิ์” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“อรุณสวัสดิ์ที่รัก ผมชอบจังวิธีปลุกของคุณเขา” โรมิโอเอ่ยบอก เธอไม่เอ่ยสิ่งใดออกมานอกจากเสียงครางกระเส่า ขณะที่เธอนั่งคร่อมบนดุ้น ใช้กลีบร่องถูดุ้นเบาๆ มันทำให้เขาเสียวอีกด้วย“อืม...โอ้...โอ้ว...โอ้ว...”เธอใช้กลีบร่องถูไถบนดุ้นของเขาช้าๆ ใช้มือขยี้เบาๆ ที
มิเชลและโรมิโอก้าวเดินออกจากลิฟต์มายังชั้นยี่สิบสามของโรงแรม ห้องนี้เป็นห้องกว้างมีโต๊ะสนุกเกอร์ โบวลิ่งที่มีอยู่ประมาณสิบสองเลนเห็นจะได้ เธอทอดสายตาเห็นอันโตนิโอถือแก้วคริสตัลมีวิสกี้อยู่ก้นแก้วสายตาเฉียบคมมองบอดี้การ์ดเล่นโบวลิ่งอยู่สี่คน เพื่อชิงแต้มแข่งขัน ส่วนอีกสามคนเล่นอยู่ตรงโต๊ะสนุก เธอรู้ว่าเขามักให้ความสุขเล็กๆ น้อยๆ กับบอดี้การ์ดเสมอ ของกินในบ้านไม่ว่าเขาจะกินอะไรลูกน้องจะได้กิน สวัสดิการดีเลิศจนน่าตกใจ เช่นป่วยเจ็บไข้หรือตาย อันโตนิโอจะจัดการให้หมด รวมไปถึงการศึกษาของลูกของเหล่าบอดี้การ์ดและแม่บ้านนั้นเขาก็ดูแลอย่างเต็มที่ เธอจึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมบอดี้การ์ดเหล่านี้จึงรักและเทิดทูนถวายหัวให้พวกเขานัก“ออกไปก่อน” อันโตนิโอเอ่ยบอกบอดี้การ์ด พวกเขาก้มหัวให้อันโตนีโอและโรมิโอ และถอยออกไปจากตรงนี้“ปล่อยสุดแล้วใช่ไหม” อันโตนิโอเอ่ยถามเธอ เธอเดินมาที่ชั้นวางลูกบอลและจับลูกบอลที่อยู่ตรงชั้นมันหนักประมาณสิบหกปอนด์ และเดินมาเล็งไปที่เลนแนวตรง โยนลูกบอลไปยังพินโบว์ลิ่งที่เรียงวางอยู่ ลูกบอลพาพินล้มลงทั้งหมดในเวลาที่รวดเร็ว“ได้ฟังอยู่ใช่ไหม” เธอเอ่ยถามและหันมาหาเขาที่เอาที่เอาหูฟั
หลังจากนั้นสองชั่วโมงมิเชลนั่งฟังเพลงและออกไปเต้นกับเพื่อนสาวของเธออย่างเมามัน เธอก็กลับมานั่งที่เก้าอี้ดื่มเหล้าพูดคุยเรื่องราวในอดีตเมื่อยามเยาว์วัยนั่งคุยไปคุยมาเพื่อนเธอเอนตัวนอนเอามือดันหัวและพูดคุย มิเชลดื่มเหล้าได้คำหนึ่ง และหันไปมองเพื่อนสาวของเธอที่นอนฟุบอยู่ที่โต๊ะด้วยความมึนเมา มิเชลมองไปยังฟรานซีสที่ยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน เธอจึงเดินเข้าไปหาเขา“ฉันจะไปห้องน้ำ” มิเชลเอ่ยบอกเช่นนี้ แล้วเดินไปยังห้องน้ำหลังร้านเธอเข้าไปทำธุระส่วนตัวจนเสร็จสิ้น แล้วก้าวเดินออกมา แต่ว่าทางออกห้องน้ำมีสองฝั่ง เธอจะเดินกลับไปทางเดิม แต่เธอกลับเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่เธอเคยรักอย่างสุดหัวใจมายืนขวางทางเอาไว้ แต่สายตาที่มองเขาในตอนนี้ว่างเปล่าไม่บ่งบอกสิ่งใด“หวัดดี มิเชล” เสียงของเขาดังขึ้นทักทายเธอก่อน เธอหันหลังเดินหนีเขา เขาเดินมาดักด้านหน้าเธออีกครั้ง“ต้องการอะไร” มิเชลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ“มิเชล ไปนั่งคุยที่โต๊ะก่อนดีไหม” นนท์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่ดูอ้อนวอนอย่างมาก“ไม่ กูไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับมึงอีกแล้ว มึงจะไปตายที่ไหนก็ไป” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน เธอเดินหนีเขาทันที
“อื้ม...อืม...อ่า...ที่รัก...โอ้ว...อู้ว...”มิเชลร้องครางกระเส่าวาบหวามและยกตัวขึ้นรับริมฝีปากที่ดูดดื่มกลีบร่องด้วยความเสียวซาบซ่านเร่าร้อนอย่างยิ่ง อีกทั้งเธอใช้มือเรียวกดหัวของใครบางคนให้เลียกลีบร่องที่มีน้ำปริ่มออกมา เขายิ่งใช้ริมฝีปากขยี้อย่างหนัก จนเธอตื่นจากนิทราทอดสายตามองโรมิโอที่ใช้ลิ้นดูดดึงกลีบร่องอย่างหนักหน่วง โรมิโอมองเธอที่เผยรอยยิ้มมองเขาด้วยสายตาเร่าร้อน จนเขาอยากจะกลืนกินเธอทั้งตัว“ลักหลับฉันเหรอ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และกัดริมฝีปากอย่างลืมตัว มองเขาที่จูบกลีบร่องของเธอเบาๆ“มันฉ่ำมากเลย ที่รัก” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่า ใช้ริมฝีปากดูดเลียกลีบร่องอีกครั้ง มันก็ทำให้เธอเสียวอีกครั้งเช่นกัน แต่เธอต้องหยุดเขาและหยุดความต้องการของตัวเองก่อน เพราะเธอปวดปัสสาวะเอามากๆ“หยุดก่อนโรมิโอ ฉันปวดฉี” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่าแหบแห้ง เขาเงยหน้ามองเธอใช้นิ้วคลึงหนักๆ เธอขมิบร่องทันที และเอามือเขาออก เธอรีบลุกขึ้นนั่งออกจากเตียง ก้าวเดินไปที่ห้องน้ำก่อนที่ปัสสาวะจะลาด“ไม่เห็นเป็นอะไรเลย คุณก็ฉี่ใส่ผมบ่อยๆ” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงยียวน นั่งมองเธอที่อยู่ในห้องน้ำที
เธอทอดสายตามองดุ้นที่ใหญ่โตอย่างมาก ไม่ได้ใหญ่ธรรมดาแต่มันยาวด้วยเช่นกัน ทำให้เธอกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงไปในลำคออย่างยากเย็นด้วยความหิวกระหายอย่างลืมตัว เธอเองก็ไม่ได้มีเซ็กส์กับแฟนเก่ามาหลายเดือน มันทำให้เธอรู้สึกอยากได้มันมาอยู่ในตัวเธออันโตนิโอมองปฏิกิริยาของเธอที่ลอบกลืนน้ำลายอย่างยากเย็นลงคอ และ
วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่แจ่มใสและอากาศปลอดโปร่ง เธอได้นั่งเครื่องบินข้ามทวีปไปยังทวีปยุโรป สู่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ระยะเวลานั่งเครื่องประมาณสิบเจ็ดชั่วโมงกว่าๆ เพื่อมางานแต่งงานของเพื่อนสาวที่เคยเรียนด้วยกันมาตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง ความจริงเธอเองก็ไม่อยากมาหรอก แต่เพื่อนเธอคนนี้ตื๊อเธอให้มาให้ได้ เธ
“ทำไมนนท์ไม่รับสายเราเลย รู้ไหมว่าเราโทรหากี่ครั้งแล้ว” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ระงับอารมณ์โกรธสุดขีด“คือว่า...” ปลายสายเงียบไปทำให้เธอรู้สึกแปลกใจ และสงสัย เธอรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ค่อยดี เพราะเมื่อคืนเธอฝันว่าเขาวิ่งหนีเธอ เธอวิ่งไล่ตาม แต่ว่ามีชายสองคนฉุดมือเรียวของเธอไว้ แต่เธอจำใบหน้าข
หญิงสาวผิวแทน เธอมีใบหน้าคมสวย จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากกระจับแดงระเรื่อ อกที่อวบอิ่มฟูฟ้องราวกับภูเขาทั้งสองลูกมารวมกัน เอวคอด เรียวแขนและเรียวขาสวยได้รูป ทำให้เธอเป็นที่สุดตาของใครหลายๆ คนที่พบเห็น แต่เธอกลับไม่สนใจผู้คนเหล่านั้น นอกจากแฟนหนุ่มที่เคยเรียนด้วยกันมาตั้งแต่มัธยม สองเดือนมานี้เขาไปดู







