LOGIN“พูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า” ชายหนุ่มแกะแขนที่กอดเขาไว้แล้วหันกลับมามองใบหน้าแดงก่ำของเธอ ไล่ลงมาผ่านลำคอระหงหยุดอยู่ตรงเนินเนื้อที่โผล่ขึ้นมาพ้นบราลูกไม้สีขาวด้วยความรู้สึกวูบวาบ
มิลินไม่ตอบคำถามแต่กลับประกบริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็ว โดยชายหนุ่มไม่ทันได้ตั้งตัวแล้วสอดแทรกลิ้นร้อนที่มีความเฝื่อนของน้ำเมาเข้าไปควานหาความหอมหวานในโพรงปากนุ่ม
ทิวากรไม่ขัดขืนการกระทำของเธอแม้แต่น้อยแต่กลับตอบรับมันได้อย่างดีโดยการจูบอย่างดูดดื่ม ลิ้นกระหวัดเกี่ยวแล้วดูดดึงกันจนอุ้งปากเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลาย ชายหนุ่มมิใช่พระอิฐพระปูน เมื่อมีผู้หญิงสวยๆ มาเสนอเขาก็ย่อมสนอง
ชายหนุ่มผลักเธอลงบนเตียงอย่างแรงแล้วขึ้นคร่อม พร้อมกับปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกแล้วโยนมันลงพื้นราวกับเป็นสิ่งไร้ค่า ใบหน้าก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นสลับกับจูบอย่างดูดดื่มอีกครั้ง การจูบที่ช่ำชองของคนใต้ร่างทำให้เขารู้สึกร่างกายปั่นป่วนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนและไม่เคยได้รับจากผู้หญิงคนไหน มันหอมหวาน ละมุนและร้อนแรงในเวลาเดียวกันราวกับกำลังมอมเมาเขาอยู่และดูว่าจะได้ผล ผมยาวสีน้ำตาลของเธอแผ่สยายบนเตียงขาว แสงไฟสลัวสีส้มจากโคมไฟหัวเตียงยิ่งสร้างบรรยากาศได้เป็นอย่างดี
ไม่รอช้าเขาใช้มือสะกิดบราเธอออกอย่างชำนาญ เต้าใหญ่ที่ปราศจากอาภรณ์ปกปิดปรากฏแก่สายตา อกอวบอิ่มถูกมือหนากอบกุมเคล้นมันอย่างเมามัน ใช้นิ้วบี้แล้วใช้ฟันขบเม้มยอดถันสีชมพูของเธอเบาๆ
“อื้อ ซี๊ด”
คนใต้ร่างบิดกายเร่าด้วยความรู้สึกเสียวซ่าน ใบหน้าของเขาเริ่มลากลงมาเรื่อยๆ ผ่านหน้าท้องแบนราบ หยุดหยอกล้อสะดือบุ๋มโดยการใช้ลิ้นสากแหย่มันเล็กน้อยจนหญิงสาวรู้สึกปั่นป่วน แพนตี้ตัวน้อยถูกถอดออกในเวลาต่อมาเผยให้เห็นสามเหลี่ยมอวบอูมที่ปราศจากเส้นไหมดูขาวสะอาดน่าสัมผัส
ขาเรียวยาวถูกจับแยกออกจนเห็นกลีบกุหลาบสีชมพูสะพรั่งมีน้ำหวานปริ่มออกมาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวกรีดกรายมันสองสามทีแล้วส่งนิ้วเย็นๆ เข้าไปทีเดียวสองนิ้ว ร่างกายของเธอสะดุ้งเล็กน้อย นิ้วร้ายกาจส่งเข้าออกอย่างเป็นจังหวะจนหญิงสาวต้องเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น
ไม่หยุดอยู่แค่นั้นเขาดึงนิ้วที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำหวานออกมาแล้วใช้ลิ้นร้อนแตะสัมผัสระรัวไปยังช่องรักของเธอ สมองของหญิงสาวขาวโพลนดื่มด่ำไปกับสิ่งที่เขามอบให้ มือเล็กกำผ้าปูที่นอนไว้แน่นเพื่อเป็นการระบายความรู้สึกเสียวซ่านพร้อมเปล่งเสียงหวานออกมาไม่ขาดสาย
“อ้าส์ อื้อ อ้ะ”
ชายหนุ่มเห็นอาการของคนใต้ร่างก็กระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ แล้วโลมเลียไปยังเม็ดไตแข็งขึงของเธอเพื่อหยอกล้อให้หญิงสาวทรมานมากกว่าเดิม คนถูกกระทำขยุ้มผมดำของเขาเพื่อต้องการระบายความรู้สึกที่กำลังจะปะทุในอีกไม่ช้า
กระทั่งรู้สึกไม่ไหว ร่างกายของเธอเกร็งแล้วกระตุกอย่างรุนแรงเพื่อบอกชายหนุ่มว่าเธอถึงสวรรค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“อาส์ อ๊าย”
เขาเห็นดังนั้นก็รีบลุกขึ้นถอดกางเกงแล้วหยิบถุงยางอนามัยที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์มาสวมอย่างรวดเร็ว แกนกายขนาดใหญ่ของเขาแข็งขึงด้วยความรู้สึกทรมาน แล้วขึ้นคร่อมร่างพร้อมกับแหวกขาของเธอออก จากนั้นกดฝังแกนกายเข้าไปในตัวตนของเธอสุดแรงหญิงสาวสะดุ้ง ชายหนุ่มไม่รอให้ร่างกายเธอปรับสภาพ เขากระแทกกายเข้าหาหนักหน่วง จนหญิงสาวรู้สึกจุกทว่ามีความสุขไปพร้อมๆ กัน
ภายในของเธอตอดรัดความเป็นชายของเขาทำให้รู้สึกทรมานจนต้องข่มกลั้นเอาไว้โดยการขบกรามเข้าหากันแน่นพร้อมคำรามออกมาเบาๆ ในลำคอ
“ฮึ้ม”
หญิงสาวเด้งเอวรับการกระทำของเขาได้เป็นอย่างดี อกอวบอิ่มกระเพื่อมไปตามแรงกระแทกที่ชายหนุ่มมอบให้ ริมฝีปากเล็กกัดเข้าหากันจนทำให้คนที่มองอยู่รู้สึกว่ามันช่างเร้าใจเสียจริง เขาเห็นดังนั้นรีบก้มลงไปประกบปากอวบอิ่มอีกครั้ง การเคลื่อนไหวเริ่มดุดันขึ้นเรื่อยๆ
“อ้ะ อ้าส์”
เรียวขากระหวัดเกี่ยวเอวเขาไว้ เสียงเนื้อกระทบเนื้อตามด้วยเสียงครางของทั้งสองดังไปทั่วห้อง สองร่างกอดรัดราวกับจะหลอมละลายรวมกัน เหงื่อไหลโซกแม้ว่าเครื่องปรับอากาศจะยังคงทำงานได้เป็นอย่างดี
ชายหนุ่มอุ้มเธอลงมาจากเตียงแล้วจับให้หันหน้าไปชิดกระจกใส เบื้องหน้าเป็นวิวเมืองที่มีแสงสีมากมาย ทว่าตาของหญิงสาวกลับพร่าเบลอแทบจะยืนไม่ไหว หากไม่มีเขาประคองไว้เธอคงร่วงไปนั่งกองกับพื้น ชายหนุ่มยืนสอดใส่แกนกายไปยังช่องรักพร้อมจับใบหน้าเธอให้แนบชิดกระจก โดยเอวหนายังคงส่งเข้าออกอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน
“ตรงนี้ วิวสวย”
เขาพูดเบาๆ พร้อมขบเม้มติ่งหูจนหญิงสาวขนลุกซู่ ทิวากรรู้สึกว่าเซ็กส์ครั้งนี้ของตัวเองดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา เขาลุ่มหลงในกลิ่นกายหอมหวาน รอยจูบ สัมผัสและร่างกายทุกส่วนของเธอ
ชายหนุ่มไม่หยุดอยู่แค่นั้นเขาดึงเธอให้นอนคว่ำราบไปกับโซฟานุ่มแล้วสอดใส่เธออีกครั้ง พร้อมกับตีก้นทั้งสองข้างอย่างแรงจนผิวขาวๆ เกิดรอยแดงเป็นปื้น
“อ๊ะ อ๊าส์” มิลินที่คว่ำหน้าอยู่กับโซฟาเปล่งเสียงหวานไม่ขาดสาย ทิวากรก้มลงไปละเลงลิ้นบนแผ่นหลังเนียนละเอียด ร่างของเธอโยกตามจังหวะที่เขามอบให้อย่างดีเยี่ยม ชายหนุ่มยิ้มกว้างออกมาอย่างพึงพอใจแล้วกระแทกต่อเรื่อยๆ กระทั่งเริ่มรู้สึกว่ากำลังจะถึงฝั่งปรารถนาในไม่ช้า เขาจึงเพิ่มแรงกระแทกอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง
“อ้ะส์ อื้อ อ้าส์”
“โอ้ว”
ร่างของเขากระตุกพร้อมฉีดน้ำรักเข้าไปอย่างสุดแรงเพราะคิดว่ามีถุงยางอนามัยสวมอยู่ แล้วนอนลงบนตัวหญิงสาวพลางหายใจเหนื่อยหอบ สักพักคนใต้ร่างแน่นิ่งไป เนื่องจากเธอเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วเช่นกัน ชายหนุ่มถอนแกนกายออกมาแล้วอุ้มเธอไปวางลงบนเตียง แต่เขารู้สึกแปลกๆ จึงก้มลงไปดูความเป็นชายของตนเอง แต่แล้วกลับต้องอุทานออกมาเสียงดัง
“เชี่ย! ถุงแตก”
หญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างคนดีใจกับสิ่งที่พึ่งรับรู้มา มือเล็กกำแท่งพลาสติกไว้แน่นเพื่อจะเอาไปให้ผู้เป็นสามีดูและคิดว่าเขาต้องดีใจมากอย่างแน่นอน แต่ครั้นเดินไปหาบริเวณเตียงนอนที่เขาเล่นอยู่กับลูกสาวในตอนแรกก็พบเพียงความว่างเปล่า“อยู่ไหนกันนะ”ดารินพึมพำแผ่วเบาแล้วเดินไปในห้องของลูกสาวตัวน้อยก็ไม่เจอใคร จึงคิดว่าห้องสุดท้ายที่ทั้งสองน่าจะอยู่ก็คงหนีไม่พ้นห้องนั่งเล่นภาคินัยนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกซึ่งมีลูกสาวตัวน้อยนอนซบอยู่บนหน้าอกแกร่งดูเหมือนว่ากำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทราในเวลาไม่นาน ทำให้ชายหนุ่มที่เห็นคนตัวเล็กกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างรีบยกมือขึ้นห้ามเพราะเห็นว่าลูกสาวสุดที่รักกำลังจะหลับ“ชู่ว”หญิงสาวถึงกับส่ายหน้าให้ท่าทางของเขาอย่างไม่จริงจังนัก เธอจึงเดินเข้าไปอย่างเงียบๆ แล้วก้มไปหอมแก้มลูกสาวเบาๆ ก่อนสามีหนุ่มจะทำแก้มป่องเป็นเชิงว่าตัวเองจะขอแบบนั้นด้วย หญิงสาวจึงก้มลงแล้วไม่ลืมที่จะให้เขาหอมแก้มเธอด้วย“ฉันมีข่าวดีจะบอกค่ะ”เสียงหวานเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้น“ครับ ว่า?”“ลูกมาแล้วค่ะ”“อืม ฮะ!” คนที่บอกให้เธอลดเสียงในตอนแรกถึงกับอุทา
ร่างเล็กบนเตียงกว้างมีอาการสะลึมสะลือเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงรบกวนเข้าสู่โสตประสาท เนื่องจากเธอพึ่งจะได้นอนหลับไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงเพราะโดนสามีหนุ่มคอยรังแกเกือบทั้งคืน ดวงตากลมโตค่อยๆ เปิดขึ้นทีละน้อยครั้นได้ยินเสียงสองของคนข้างกายที่มักจะใช้พูดคุยหยอกล้อกับลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาซึ่งดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะกำลังหัวเราะและส่งเสียงอ้อแอ้ออกมาอย่างชอบใจตามประสาเด็ก เสียงนี้เองที่ทำให้ร่างเล็กบนเตียงรีบลืมตาขึ้นมาก่อนจะมองไปยังนาฬิกาบนผนังก็เห็นว่าเป็นเวลาแปดโมงเช้า และที่ประเทศไทยก็คงจะบ่ายโมงพอดีใบหน้าหวานมองชายหนุ่มที่นอนหันหลังให้เธอแล้วชะโงกไปยังจอสมาร์ทโฟนในมือเขาก็เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของลูกสาวที่มีคุณแม่สามีเป็นคนถือกล้องให้ เด็กตัวน้อยกำลังมองมาที่ผู้เป็นพ่อตาแป๋วแล้วหัวเราะคิกด้วยความสดใสภาคินัยรับรู้ได้ว่าภรรยาสุดที่รักของเขาตื่นเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็รีบนอนหงายเพื่อให้หญิงสาวเข้ามาร่วมจอด้วยกัน ก่อนจะทักทายแก้วตาดวงใจ“ไออุ่นจ๋า” เสียงหวานเรียกลูกสาวตัวน้อยเบาๆ พร้อมส่งยิ้มให้ด้วยความคิดถึง“เอิ๊กๆ” หนูน้อยไออุ่นวัยเก้าเดือนผู้มีใบหน้าจิ้มลิ้มและตัวจ้ำม่ำน่ากอดมองใบหน้าผู้ให้กำ
ภายในห้องนอนขนาดใหญ่ของโรงแรมสุดหรูสามารถมองเห็นหอคอยเหล็กกล้าตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางกรุงปารีสซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของที่นี่ได้อย่างเต็มตา ช่วงฤดูหนาวของเดือนแห่งความรักอย่างกุมภาพันธ์จึงมักจะเต็มไปด้วยคู่รักและบรรดาครอบครัวที่พากันมาเยือนเมืองสุดแสนจะโรแมนติกแห่งนี้กันอย่างล้นหลามอุณหภูมิสองถึงห้าองศาด้านนอกเต็มไปด้วยม่านหมอกและหิมะขาวโพลนตกลงมาปกคลุมยอดหอไอเฟลขนาดใหญ่ทำให้ในยามค่ำคืนการนั่งจิบไวน์และมองดูวิวเป็นอะไรที่สวยงามไปอีกแบบ“สวย”“สวยมาก”“สวยเหลือเกิน”เสียงทุ้มเอ่ยชมไม่ขาดปากราวกับว่าถูกใจสิ่งที่กำลังมองอย่างสุดหัวใจ“ผมไม่คิดว่าปารีสตอนกลางคืนมันจะดีขนาดนี้มาก่อน”สภาพอากาศด้านนอกที่แค่มองก็รับรู้ได้ถึงความเย็นยะเยือกนั้นไม่มีผลต่อคู่สามีภรรยาที่อยู่ภายในห้องนอนสุดแสนจะอบอุ่น มันอบอุ่นจนค่อนไปทางร้อนเสียมากกว่า หากดูจากหยาดเหงื่อไหลย้อยที่เคลือบผิวกายของร่างเปลือยเปล่าทั้งสอง“ที่รักชอบมันหรือเปล่า”“อึก อื้อ!”ริมฝีปากเล็กกัดเข้าหากันจนห้อเลือดเพื่อสะกดกลั้นเสียงไม่ให้ดังจนเกินไปและเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของอีกฝ่ายด้วยเช่นกันครั้นภาคินัยเห็นว่าคำถามของตนไร้เสียงตอบรับใ
พิธีวิวาห์ของคู่รักต่างวัยถูกจัดขึ้นที่บ้านทางภาคเหนือของครอบครัวชายหนุ่ม โดยหญิงสาวเป็นคนเลือกสถานที่แห่งนี้เพราะรู้สึกตกหลุมรักธรรมชาติตั้งแต่ครั้งก่อนที่ได้มาสัมผัส ซึ่งทุกคนก็ต่างเห็นด้วยกับการใช้สถานที่แห่งนี้จัดงานครั้งอดีตพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นสถานที่จัดพิธีแต่งงานอย่างใหญ่โตของนายภักดีกับคุณหญิงมัทนาและไม่คิดว่าอีกสามสิบปีต่อมาจะได้ใช้จัดงานมงคลอีกครั้ง ถึงแม้จะไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมายอย่างครั้งก่อน แต่บรรยากาศภายในงานล้วนอบอุ่นและอบอวลไปด้วยความรัก จากบรรดาแขกเหรื่อทางฝ่ายเจ้าบ่าวที่มักจะเป็นคนสนิทสนมกันเสียส่วนใหญ่แม้ว่าแขกทางฝ่ายเจ้าสาวจะมีแค่ทอฝันกับสายหมอก แต่เธอกลับรับรู้ได้ถึงความจริงใจและความเอ็นดูจากบุคคลแปลกหน้าที่มาร่วมแสดงความยินดี ส่วนน้าสาวเพียงคนเดียวของเธอเผอิญติดธุระอยู่ต่างประเทศและไม่สามารถมาร่วมงานได้ แต่ถึงอย่างนั้นดารินก็เข้าใจเพราะงานที่จัดขึ้นดูจะสายฟ้าแลบไปหน่อยก่อนหน้านี้พวกเขามีเวลาจัดเตรียมงานและเตรียมตัวเองแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น เนื่องจากเป็นช่วงที่หญิงสาวสอบเสร็จพอดี และสุขภาพของเธอก็พร้อมสำหรับงานวิวาห์ที่จะเกิดขึ้นแต่เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือดาริน
ลัลล้า~ดวงตาคู่คมเหลือบมองคนตัวเล็กข้างกายที่ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษด้วยรอยยิ้มจาง หลังได้ออกจากโรงพยาบาลที่เธอต้องไปใช้ชีวิตอยู่นานกว่าสองสัปดาห์ ส่วนเขาเองก็ต้องนอนให้น้ำเกลือเพื่อดูอาการไปอีกหนึ่งคืนเลขาคนสนิทอย่างอคินเป็นคนทำหน้าที่ไปรับทั้งสองกลับมายังเพนต์เฮาส์ในช่วงเย็นของวันนี้ ถึงแม้ภาคินัยจะอาการยังไม่ค่อยปกติมากนัก แต่คนดื้อและเอาแต่ใจอย่างเขาก็รบเร้าคุณหมอเพื่อที่จะกลับบ้านให้ได้และผลก็อย่างที่เห็น เพราะชายหนุ่มมายืนอยู่ภายในลิฟต์ส่วนตัวของเพนต์เฮาส์เป็นที่เรียบร้อยแล้วติ้ง ปัง ปิ้ว~เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกทำให้ทั้งสองถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย จากเสียงพลุของเล่นที่ดังขึ้นพร้อมเศษกระดาษตกลงสู่พื้นประปราย สายตาสองคู่มองไปยังฝีมือของคนตรงหน้าก็เห็นว่าเป็นภรัณยูกับทอฝันกำลังยืนต้อนรับพวกเขาด้วยรอยยิ้ม "คิดถึงแกจังเลย"ดารินเอ่ยออกมาเป็นคนแรกด้วยน้ำเสียงดีใจเมื่อเห็นเพื่อนสาวคนสนิทมองมาที่เธอ"แหม พึ่งเจอกันเมื่อสองวันที่แล้วเองย่ะ"ทอฝันเบะปากใส่เพื่อนสาวอย่างไม่จริงจังนัก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ดีใจมากที่เพื่อนได้ออกจากโรงพยาบาลเสียทีนายภักดีและคุณหญิงมัทนายืนมองลูกชายคนโตกับว่าที่สะใภ
คนตัวเล็กฟังประโยคเหล่านั้นที่ถูกเปล่งออกมาจากปากของเขาก็ได้แต่ยืนนิ่งเพราะความรู้สึกหลากหลายที่ก่อเกิดขึ้นภายในใจ ส่วนคนที่อยู่ในท่าคุกเข่าเห็นว่าอีกฝ่ายกลับแน่นิ่งไปและไม่ยอมตอบตกลง จึงเปล่งเสียงถามออกมาใหม่อีกครั้งพร้อมส่งสายตามองเธอเป็นเชิงว่าห้ามปฏิเสธ“แต่งงานกันนะครับ...”ดารินทำได้แค่พยักหน้าเร็วๆเพื่อเป็นการตอบรับพร้อมกับริมฝีปากเล็กที่ค่อยๆเบะทีละน้อย อีกทั้งดวงตากลมโตที่มีแค่น้ำใสๆรื้นขึ้นบริเวณขอบตาในตอนแรก บัดนี้มันไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้างของเธออย่างกลั้นไม่อยู่อีกต่อไป จนอีกฝ่ายรู้สึกตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นเธอปล่อยโฮออกมา แล้วรีบสวมแหวนให้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะลุกขึ้นกอดคนตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน“ฮึก ฮือ~”“ที่ร้องไห้นี่คือดีใจใช่มั้ย?”เขาแสร้งหยอกอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู แต่เธอกลับบ่นกระปอดกระแปดพร้อมใช้กำปั้นเล็กๆทุบลงบนอกของเขาไปสองที“คนบ้า! ทำไมไม่บอกกันก่อนเล่าว่าจะขอแต่งงาน ฉันจะได้แต่งตัวสวยๆ”“เอ๊ะ! ที่ร้องไห้นี่...เพราะไม่ได้แต่งตัวสวยๆอย่างนั้นเหรอ แต่เดี๋ยวนะ ถ้าบอกก่อนแล้วจะเรียกว่าเซอร์ไพรส์เหรอ? แต่ก็เอาน่าเมียผมสวยตลอดอยู่แล้ว ขนาดร้องไห้ยังสวยเลย”คนปากหวานเอ่ยชมเธอ
L.B. Bar“เฮ้ย! ไอ้หมอ ทางนี้”นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของคนถูกเรียกหันไปทางเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ในมุมอับของร้านทิวากรหรือหมอทิว หมอหนุ่มวัยสามสิบเอ็ดปีที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมลงมาจนเห็นแผงอกกับกางเกงยีนขายาวสีซีด เดินมานั่งลงบนโซฟานุ่มตรงข้ามเพื่อน ใบหน้าหล่อเหลา ทว่าเรียบเฉยกลับดูมีเสน่ห์น่า
“เราเลิกกันเถอะ”หนุ่มหน้าตาดีวัยยี่สิบแปดปีพูดน้ำเสียงราบเรียบ นัยน์ตาสีดำสนิทของเขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ราวกับสิ่งที่เปล่งออกมาจากปากเป็นแค่เพียงคำพูดปกติ ทว่าคนที่ได้ยินกลับรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า“ยุ กำลังจะแต่งงานเดือนหน้า”วายุ ชายหนุ่มที่คบหาดูใจกับหญิงสาวมาเป็นเวลาเกือบห้าปี
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังเข้าสู่โสตประสาท จึงลุกขึ้นจากเตียงอย่างรีบเร่ง เนื่องจากเขามีนัดตรวจคนไข้ในเช้านี้ ทิวากรรีบหยิบเสื้อผ้าที่ตกอยู่ตามพื้นขึ้นมาสวมใส่แล้วหันไปมองหญิงสาวที่ยังคงหลับใหลอยู่ ก่อนจะออกไปเขาไม่ลืมที่จะปลุกเธอเพื่อบอกสิ่งสำคัญที่เธอต้องไปจัดการ“คุณ อย่าลืมก
คนถูกถามรู้สึกตกใจไม่น้อยกับเสียงตะคอกของชายหนุ่มที่กำลังลุกขึ้นเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ สายตาของเขามีแววโกรธจัดอย่างเห็นได้ชัด มิลินลอบกลืนน้ำลายหนืดลงคอแล้วเปล่งเสียงกระท่อนกระแท่นออกมา“ไปธุระไง ฉันส่งข้อความไปบอกคุณแล้วนี่”“ธุระอะไรเวลานี้ หืม?” เขายังคงถามเธอด้วยน้ำเสียงเดือดดาล แม้จะพยายามข่มอารมณ์







