บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]

บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]

last updateLast Updated : 2026-09-17
By:  พลับพลึงดำUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
19Chapters
15views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

จากคำสัญญาใสซื่อในวัยเยาว์ท่ามกลางทุ่งหญ้าและกลิ่นหอมของดอกพลับพลึงป่า ตะวัน และ น้ำค้าง เคยเชื่อว่าความรักคือโลกทั้งใบที่ขาวสะอาด แต่กรงล้อแห่งโชคชะตาและกิเลสในใจมนุษย์กลับหมุนวนพาชีวิตของน้ำค้างดิ่งลงสู่เส้นทางที่ยากจะหวนกลับ ด้วยความอยากลองเพียงชั่ววูบนำพาเธอเข้าสู่ ‘โลกโลกีย์’ ที่ร่านร้อนและเต็มไปด้วยราคี ยิ่งถลำลึก น้ำค้างยิ่งรู้สึกถึงความต่ำตมที่เกาะกินหัวใจ เธอเลือกที่จะหันหลังให้ตะวันทั้งที่รักเขาจนสุดลมหายใจ เพราะคำว่า ‘ไม่คู่ควร’ เธอจำยอมใช้ร่างกายแลกกับทุกสิ่งเพื่อแอบสนับสนุนและผลักดันให้ตะวันมีชีวิตที่รุ่งโรจน์ในหน้าที่การงาน แม้จะต้องเจ็บปวดเจียนตายเมื่อเห็นเขามีความสุขกับคนใหม่ที่เพียบพร้อมกว่า แต่สำหรับเธอ การได้รักโดยไม่หวังครอบครองคือความบริสุทธิ์เพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตที่บิดเบี้ยวนี้

View More

Chapter 1

คำสัญญาของดอกพลับพลึง!

คำเตือนเนื้อหา!

คำเตือนเนื้อหา (Content Warning)

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายโรมานซ์ดรามาสำหรับผู้ใหญ่ (NC18+) มีเนื้อหาที่ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน ดังนี้:

มีการบรรยายฉากร่วมเพศอย่างละเอียดและเปิดเผย

มีสถานการณ์ที่บีบคั้นทางอารมณ์ การสูญเสีย และความเจ็บปวดทางจิตใจ

มีบางฉากที่ความสัมพันธ์เกิดขึ้นภายใต้ความกดดันหรือสถานการณ์ที่คลุมเครือ

มีการกล่าวถึงตัวละครที่มีภาวะทางจิตใจที่แตกสลายและเปราะบาง

มีการกล่าวถึงอาชีพและการทำงานในกามโลกีย์

หมายเหตุ: ตัวละครและเหตุการณ์ในนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมติที่แต่งขึ้นเพื่ออรรถรสทางวรรณกรรมเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาส่งเสริมหรือสร้างความเข้าใจผิดต่ออาชีพหรือภาวะเจ็บป่วยใดๆ

*******************

บันทึกขอบคุณ:

นิยายเรื่องนี้คงไม่อาจสมบูรณ์ได้หากขาดแรงบันดาลใจสำคัญ ขอขอบคุณและให้เครดิตแด่ท่านที่ใช้นามว่า "ikip" สำหรับการร่วมวางโครงเรื่องและจุดประกายความคิดอันทรงคุณค่า ที่ช่วยถักทอ 'บ่วงรักรอยบาป' ให้เปี่ยมไปด้วยมิติและอารมณ์ที่ลึกซึ้ง ขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งของการรังสรรค์วรรณกรรมอันงดงามในครั้งนี้ค่ะ

+++++++++++++++++++++

ท้องทุ่งยามโพล้เพล้ถูกฉาบด้วยแสงอุ่นจัดโทนส้มม่วงที่กำลังลามเลียไปทั่วขอบฟ้า กลิ่นไอดินอุ่นๆ ผสมกับกลิ่นหอมจางของหญ้าแห้งลอยพุ่งขึ้นมาแตะจมูกพร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่ย่ำพรวดพราดไปบนคันนาขรุขระ

“น้ำค้าง! อย่าวิ่ง! เดี๋ยวก็ตกคันนาหรอก”

เสียงทุ้มใสของเด็กชายวัยสิบสองตะโกนก้องมาแต่ไกล ตะวัน ในชุดนักเรียนประถมสีหม่นที่ดูมอมแมมจากการเล่นซนและชายเสื้อที่หลุดลุ่ย วิ่งกระหืดกระหอบตามร่างเล็กเบื้องหน้า ในมือของเขากำถุงพลาสติกยับยู่ยี่ไว้แน่น ภายในมีดอกพลับพลึงป่าสีขาวนวลบรรจุอยู่สองสามดอก ซึ่งเขายังคงถือมันไว้อย่างระมัดระวังราวกับกลัวว่ากลีบบอบบางนั้นจะช้ำพัง

น้ำค้าง เด็กหญิงวัยสิบขวบหยุดกะทันหัน เธอหันกลับมาส่งยิ้มกว้างจนดวงตาเรียวรีปิดสนิทเป็นรูปวงพระจันทร์เสี้ยว เสื้อนักเรียนสีขาวที่ดูจะเริ่มเล็กจนรั้งตัวและกระโปรงที่เปื้อนรอยดินตามประสาเด็กไม่ได้ทำให้ความร่าเริงของเธอลดน้อยลงเลย

“พี่ตะวัน มาเร็ว! แมลงปอตัวนี้สวยมาก สีแดง... ปีกเหมือนนางฟ้าเลย”

เธอชี้ชวนเสียงแผ่ว พลางย่อตัวลงต่ำจนแทบจะกลืนไปกับพงหญ้า นิ้วมือน้อยๆ สั่นระริกขณะค่อยๆ เอื้อมออกไปหาเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วที่เกาะนิ่งอยู่บนปลายยอดหญ้าที่ไหวเอนตามลม ลมหายใจถูกกลั้นไว้ด้วยความลุ้นระทึก ทว่าเพียงแค่ปลายนิ้วเกือบจะแตะถูกปีกใส เจ้าแมลงปอตัวสวยก็สะบัดปีกบินปร๋อขึ้นสู่ฟ้ากว้างหายวับไปอย่างง่ายดาย

เด็กน้อยแหงนหน้ามองตามตาละห้อย แววตาเต็มไปด้วยความเสียดายอย่างสุดซึ้ง

“ดูสิพี่ตะวัน มันสวยจัง...” เธอกระซิบเสียงอ่อยขณะที่ตะวันก้าวมาหยุดยืนอยู่ข้างกาย “ถ้าน้ำค้างเป็นแมลงปอนะ น้ำค้างจะบินขึ้นไปบนฟ้าไกลๆ ไปดูว่าที่ฟ้ามีอะไร”

เธอแหงนมองท้องฟ้าสีจัดที่แสงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าไกลโพ้น แสงอุ่นๆ อาบไล้ใบหน้าจิ้มลิ้มให้ดูละมุนตาราวกับภาพฝัน

“แล้วน้ำค้างจะเอาเพชรนิลจินดากลับมาจากฟ้านั่น มาสร้างบ้านให้พ่อกับแม่” เธอยิ้มตาหยีอย่างมีความสุข ก่อนจะหันมามอง “พี่ชายข้างบ้าน” ที่เป็นทั้งเพื่อนเล่นและคนคอยดูแลเธอมาตลอดตั้งแต่เล็ก

ตะวันนิ่งมองใบหน้าของน้องสาว แววตาของเด็กชายฉายความมุ่งมั่นที่หนักแน่นเกินวัย

“ไม่ต้องไปหรอก พี่กลัวน้ำค้างหลงทางบินกลับบ้านไม่ถูก...” เขาพูดออกมาจากส่วนลึกของหัวใจที่ยังบริสุทธิ์ “พี่จะสร้างบ้านให้น้ำค้างกับพ่อกับแม่ของน้ำค้างเอง”

“พี่จะสร้างบ้านให้น้ำค้างเหรอ?” น้ำค้างถามย้ำด้วยสีหน้าหน้าระรื่นราวกับจะได้ของเล่นชิ้นที่ถูกใจที่สุด

“ใช่ พี่สัญญา” ตะวันพยักหน้ายืนยันคำมั่น

“งั้นต้องเกี่ยวก้อยสัญญา!”

นิ้วก้อยเล็กๆ ถูกชูขึ้นในระดับสายตา ตะวันยื่นนิ้วก้อยของเขาเข้าเกี่ยวกระหวัดกับนิ้วของเธอไว้แน่น ทั้งสองเขย่ามือกันเบาๆ ท่ามกลางเสียงหรีดหริ่งเรไรที่เริ่มส่งเสียงระงมต้อนรับความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา เป็นพันธสัญญาใสๆ ในวัยเยาว์ที่อบอวลไปด้วยความรักและความผูกพันที่ตราตรึงอยู่ในใจน้อยๆ สองดวงที่ทั้งสองไม่รู้ตัว...

เข็มนาฬิกาหมุนวนผ่านวันคืนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย กลิ่นดินปนสาบโคลนในวัยเยาว์จางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นอายของความเป็นหนุ่มสาว น้ำค้าง ในชุดนักเรียนมัธยมปลายดูสะพรั่งตา ผิวพรรณนวลลออรับกับโครงหน้าที่เริ่มฉายแววสวยหวาน

แม้ทุกอย่างรอบกายจะแปรเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ทว่าสายใยระหว่างเธอกับ พี่ตะวัน กลับยิ่งรัดตรึงแน่นแฟ้น จากความเอ็นดูแบบพี่น้องในวันวาน ได้ถักทอจนกลายเป็นความรักที่ฝังรากลึกในหัวใจจนแทบแยกไม่ออก ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านที่ต่างเปิดทางและคอยเป็นแรงสนับสนุน เพราะความประพฤติที่งดงามอยู่ในครรลองของทั้งคู่ จนผู้คนต่างโจษจันว่าเห็นพี่ตะวันที่ไหน ย่อมมีเงาของน้ำค้างที่นั่นเสมอ

แสงแดดอ่อนยามเย็นฉาบไล้ทุ่งหญ้าเขียวขจีจนดูราวกับผืนพรมกำมะหยี่ทองคำที่พริ้วไหวล้อไปกับแรงลม กลิ่นชื้นของหน้าดินหลังฝนพรำโชยมาแตะจมูก ผสมผสานกับกลิ่นหอมสะอาดของมวลบุปผาป่าที่พากันเบ่งบานชูช่อ

ตะวันในวัยหนุ่มกระทง ร่างกายกำยำสมส่วนตามแบบฉบับชายหนุ่มชนบท เดินนำหน้าเด็กสาวไปยังลำธารสายเดิมที่ซุกซ่อนความทรงจำในวัยเด็กของพวกเขาเอาไว้มากมาย

เขาหยุดฝีเท้าลงตรงหน้ากอระย้าที่ทิ้งตัวเรี่ยพื้นดิน ดอกไม้สีขาวนวลลดาบานสะพรั่งรับไออุ่นสุดท้ายของวัน

“น้ำ... ดูนี่สิ”

ตะวันย่อตัวลงอย่างใจเย็น ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการตรากตรำงานหนักบรรจงเด็ดดอกที่สมบูรณ์ที่สุดขึ้นมาอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่ากลีบบอบบางนั้นจะช้ำเพียงเพราะสัมผัสของเขา

เขามองลึกเข้าไปในดวงตาใสซื่อของคนตรงหน้า ก่อนจะยื่นดอกไม้ดอกนั้นออกมาด้วยท่าทีประหม่าเล็กน้อย

“ดอกพลับพลึงป่า... น้ำเห็นไหมว่ามันขึ้นอยู่กลางป่าเพียงลำพัง แต่มันกลับเข้มแข็งและสวยงามกว่าดอกไม้ในเมืองที่พี่เคยเห็น... เหมือนกับน้ำเลยนะ”

สิ้นเสียงทุ้มต่ำ ตะวันยื่นมือข้างหนึ่งค่อยๆ ทัดดอกพลับพลึงขาวสะอาดนั้นไว้ที่ใบหูของเด็กสาวอย่างแผ่วเบา สัมผัสจากมือที่อบอุ่นทำให้น้ำค้างรู้สึกถึงกระแสความผูกพันที่หลั่งไหลเข้ามาจนใจสั่น

“สัญญากับพี่ได้ไหม? ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น น้ำจะเข้มแข็งเหมือนดอกไม้ดอกนี้... และพี่สัญญา... ว่าพี่จะเป็นคนดูแลดอกไม้ดอกนี้ของพี่ ไม่ให้ใครมาเหยียบย่ำทำลายได้ตลอดไป”

ในวินาทีนั้น น้ำค้างทำได้เพียงพยักหน้าด้วยความเขินอายจนแก้มระเรื่อ หัวใจดวงน้อยพองโตจนจุกอกด้วยความหวังที่ขาวสะอาดและมั่นคง เธอไม่รู้เลยว่า ณ ช่วงเวลานั้น หัวใจของเธอได้รับการเติมเต็มจนถึงขีดสุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะได้รับไปแล้ว

เธอบรรจงนำดอกพลับพลึงดอกนั้นกลับมา ทับมันไว้ในสมุดบันทึกเล่มสำคัญอย่างประณีต หวังเพียงจะสตัฟฟ์เวลาแห่งความสุขนี้ไว้ให้คงอยู่ตลอดกาล... เป็นไออุ่นในใจที่จะคอยย้ำเตือนถึงรักแท้ท่ามกลางทุ่งพลับพลึงป่าแห่งนี้ไปชั่วนิรันดร์

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
19 Chapters
คำสัญญาของดอกพลับพลึง!
คำเตือนเนื้อหา!คำเตือนเนื้อหา (Content Warning)นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายโรมานซ์ดรามาสำหรับผู้ใหญ่ (NC18+) มีเนื้อหาที่ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน ดังนี้:มีการบรรยายฉากร่วมเพศอย่างละเอียดและเปิดเผยมีสถานการณ์ที่บีบคั้นทางอารมณ์ การสูญเสีย และความเจ็บปวดทางจิตใจมีบางฉากที่ความสัมพันธ์เกิดขึ้นภายใต้ความกดดันหรือสถานการณ์ที่คลุมเครือมีการกล่าวถึงตัวละครที่มีภาวะทางจิตใจที่แตกสลายและเปราะบางมีการกล่าวถึงอาชีพและการทำงานในกามโลกีย์หมายเหตุ: ตัวละครและเหตุการณ์ในนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมติที่แต่งขึ้นเพื่ออรรถรสทางวรรณกรรมเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาส่งเสริมหรือสร้างความเข้าใจผิดต่ออาชีพหรือภาวะเจ็บป่วยใดๆ*******************บันทึกขอบคุณ:นิยายเรื่องนี้คงไม่อาจสมบูรณ์ได้หากขาดแรงบันดาลใจสำคัญ ขอขอบคุณและให้เครดิตแด่ท่านที่ใช้นามว่า "ikip" สำหรับการร่วมวางโครงเรื่องและจุดประกายความคิดอันทรงคุณค่า ที่ช่วยถักทอ 'บ่วงรักรอยบาป' ให้เปี่ยมไปด้วยมิติและอารมณ์ที่ลึกซึ้ง ขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งของการรังสรรค์วรรณกรรมอันงดงามในครั้งนี้ค่ะ+++++++++++++++++++++ท้องทุ่งยามโพล้เพล้ถูกฉาบด้วยแสงอุ่นจัด
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
สีสันของราคะ!
พายุอารมณ์แห่งวันวานอันบริสุทธิ์มอดดับลง แทนที่ด้วยความสับสนและเหนื่อยล้าของชีวิตนักศึกษาต่างถิ่น กลิ่นน้ำหอมราคาถูกในห้องพักแคบๆ คละคลุ้งไปกับไอร้อนจากเครื่องปรับอากาศตัวเก่าที่ส่งเสียงครางเครือปึ้ง! ปึ้ง! ปึ้ง!เสียงกำปั้นกระแทกไม้แผ่นบางของประตูหอพักดังสนั่นหวั่นไหว สะเทือนเข้ามาถึงโสตประสาทของน้ำค้างที่เพิ่งทิ้งร่างลงบนเตียงแข็งๆ เธอสะดุ้งตัวโยน ความเงียบสงบที่โหยหาถูกฉีกกระชากออกอย่างไม่ใยดี ร่างบางหยัดกายขึ้นด้วยอาการมึนเบลอ ก่อนจะลากเท้าไปที่ประตูอย่างเฉื่อยชา“ทำไมมึงไม่ตอบกูวะ! เรียกอยู่หน้าหอตั้งนาน ต้องให้กูขึ้นมาตามถึงห้อง”ทันทีที่สลักประตูดีดออก เสียงแหลมสูงของ ฟาง ก็พุ่งเข้าใส่หน้า น้ำค้างยืนกะพริบตาถี่ๆ มองเพื่อนสนิทร่วมคณะที่ยืนเท้าสะเอวหน้าบูดบึ้ง“กูจะนอน... กูง่วง” น้ำค้างพึมพำตอบ เสียงของเธอแห้งผากไร้เรี่ยวแรงจะต่อความยาวสาวความยืด“อะไรวะ! เพื่อนจะพาไปเลี้ยงแท้ๆ ดันมาเป็นยังงี้ มึงไม่ไปแล้วกูจะทำไง?”“โธ่อีฟาง มึงก็ไปคนเดียวก็ได้นี่ไม่เห็นจะยากเลย” น้ำค้างถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือบางเก้าหัวที่ฟูยุ่งพลางหมุนตัวจะกลับไปทิ้งตัวลงที่ฟูกนอนที่ยังเหลือไออุ่นอยู่“เดี๋ยไอ้
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
คำสัญญาที่คอยย้ำเตือน!
อากาศเย็นเยียบในลานจอดรถด้านนอกตัดกับความร้อนระอุภายในผับอย่างรุนแรง แสงไฟนีออนสีสลัวจากป้ายไฟกะพริบวิบวับสะท้อนลงบนร่างของน้ำค้างที่ยืนกอดอก ตัวสั่นสะท้านด้วยความโกรธปนความขวัญเสียที่ยังไม่จางหาย กลิ่นควันบุหรี่จางๆ และเสียงเบสที่ยังคงสั่นสะเทือนพื้นคอนกรีตอยู่ใต้ฝ่าเท้า ยิ่งทำให้น้ำค้างรู้สึกคลื่นไส้จนแทบจะทนไม่ไหว“น้ำ... มึงโอเคมั้ย?”ฟางวิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดลงข้างกาย เสียงหอบหายใจของเพื่อนสนิทดังแทรกผ่านความเงียบของค่ำคืน แต่น้ำค้างกลับเบี่ยงตัวหนี ใบหน้าที่เคยนวลใสบัดนี้ซีดเผือด แววตาสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ“กูไม่โอเค! มึงพากูมาทำบ้าอะไรที่นี่วะ... อีเหี้ย!” น้ำค้างระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างเหลืออด คำผรุสวาทที่แทบไม่เคยหลุดจากปากถูกพ่นออกมาใส่หน้าเพื่อนรัก “มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบอะไรแบบนี้ มึงทำกับกูมากไปนะมึงทำกับกูมากไปจริงๆ!”น้ำค้างชี้นิ้วสั่นเทาลงที่พื้น หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก “ที่กูยอมมากับมึง เพราะกูเห็นว่าเป็นมึง กูรับปากมึงตั้งหลายครั้ง แต่กูก็ไม่คิดว่ามึงจะทำกับกูแบบนี้... อีเหี้ยเอ๊ย!”เธอก่นด่าอย่างเดือดดาล ปลายเสียงสั่นพร่าคล้ายคนกำลังจะร้องไห้
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
เส้นทางสาวเสิร์ฟ!
ในความเงียบที่โรยตัวปกคลุมห้องพัก ฟางเหลือบมองเงาตัวเองในกระจกบานเก่าที่ขอบเริ่มขึ้นสนิม ผิวพรรณของเธออาจจะดูจัดจ้านด้วยเครื่องสำอางราคาถูกจากตลาดนัด แต่มันก็ไม่อาจปกปิดกลิ่นอายของดินโคลนและไอร้อนจากท้องไร่ท้องนาที่เคยอาบชโลมชีวิตเธอมาตั้งแต่เกิดได้ เธอเป็นเพียงเด็กสาววัยยี่สิบที่มีรอยแผลเป็นจาง ๆ บนฝ่ามือจากการตรากตรำช่วยงานที่บ้าน ร่องรอยที่ย้ำเตือนถึงความขัดสนจนแทบมองไม่เห็นทางไปต่อสำหรับฟาง "การศึกษา" ไม่ใช่แค่ใบปริญญา แต่มันคือตั๋วเครื่องบินลำเดียวที่จะพาทั้งครอบครัวหลุดพ้นจากวงจรหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน เธอจึงตะเกียกตะกายทำทุกอย่างเพื่อหาเงินส่งเสียตัวเอง ยอมก้าวขาเข้าสู่งานสายอาชีพที่หมิ่นเหม่ต่อสายตาดูแคลนของผู้คน ยอมแลกศักดิ์ศรีกับเศษเงินเพื่อความอยู่รอด จนกลายเป็นคนนอกที่ไม่มีใครในรั้วมหาวิทยาลัยอยากเฉียดเข้าใกล้ทว่าในโลกที่เต็มไปด้วยสายตาเย็นชา กลับมีเพียง "น้ำค้าง" เด็กสาวที่มาจากพื้นเพบ้านนอกและมีหัวใจที่เปราะบางไม่ต่างกันที่กล้าเดินเข้ามาหาความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปรียบเสมือนต้นไม้สองต้นที่เติบโตบนดินเลว แม้กิ่งก้านจะแผ่ไปคนละทิศทาง—คนหนึ่งดูอ่อนหวานและรักนวลสงวนตัว ส่วนอี
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
คืนแรกในโลกสีเทา!
แรงสั่นสะเทือนจากพื้นปูนขยี้ลึกเข้าไปในทรวงอกสอดประสานไปกับจังหวะดนตรีที่สาดซัด น้ำค้างในชุดยูนิฟอร์มเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวและกางเกงขาสั้นสีเข้มเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สองมือที่ยังไม่คุ้นชินพยายามประคองถาดโลหะหนักอึ้งที่มีชามยำวุ้นเส้นส่งกลิ่นน้ำปลาและมะนาวเปรี้ยวปรี๊ดเคียงคู่ไปกับจานถั่วลิสงคั่วไอร้อนจากร่างกายผู้คนที่เบียดเสียดกันอบอวลไปด้วยกลิ่นเหงื่อและน้ำหอมฉุนกริบ เธอพยายามก้าวเท้าแหวกม่านควันบุหรี่และแสงไฟแฟลชที่กะพริบวาบจนพร่าเลือน สายตาคอยกวาดมองหาหมายเลขโต๊ะอย่างเก้ๆ กังๆ ท่ามกลางกระแสธารของผู้คนที่โยกย้ายไปตามแรงอารมณ์“น้ำ! ทางโน้น!”เสียงตะโกนฝ่าความโกลาหลของฟาง เพื่อนสนิทที่พยายามทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงประคองมือใหม่ในคืนแรกเรียกสติของเธอให้กลับมา น้ำค้างรีบเบี่ยงตัวหลบกลุ่มนักเที่ยวที่กำลังออกลวดลาย ทว่ายิ่งเดินลึกเข้าไป กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ระเหยขึ้นมาเป็นไอจางๆ ก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นจนชวนเวียนหัว“เพิ่งมาใหม่เหรอน้อง? ไม่เคยเห็นหน้าเลย โคตรน่ารักเลยว่ะ!”เสียงแหบพร่าของแขกโต๊ะหนึ่งที่เริ่มกรึ่มได้ที่ร้องทัก นัยน์ตาฉ่ำปรือคู่นั้นจ้องมองเรือนร่างของเธออย่างจาบจ้วง ทันใดนั้น ส
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
แคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะขาม!
ไอแดดรำไรยามเย็นสาดประกายส้มอมทอง อาบชโลมไปทั่วท้องทุ่งกว้างอันเงียบสงบ สายลมปลายฤดูพัดพากลิ่นไอโคลนจาง ๆ และกลิ่นยอดหญ้าอ่อนโชยมาแตะจมูกอย่างแผ่วเบา น้ำค้างในชุดเสื้อคอกระเช้าสีขาวหม่นและผ้าถุงลายพิกุลขยับตัวนั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่ตัวเก่าใต้ร่มเงาครึ้มของต้นมะขามใหญ่ สองขากระดิกแกว่งไปมาตามจังหวะธรรมชาติ เสียงกระแสน้ำไหลเอื่อยเซาะแก่งหินในลำธารเบื้องหน้าดังซ่านเซาะสลับกับเสียงนกป่าร้องเจื้อยแจ้ว ขับกล่อมให้ช่วงเวลานี้ราวกับถูกหยุดนิ่งไว้ในความทรงจำสายตาของเธอทอดมองฝ่าไอแดดไปยังร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่กำลังเดินตรงเข้ามา เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ตามแบบฉบับของนักศึกษาที่ผ่านการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่มาสักระยะ ทว่ากลิ่นอายความศิวิไลซ์เหล่านั้นกลับไม่ได้เปลี่ยนแปรเนื้อแท้ของชายที่ชื่อตะวันเลยสักนิด โดยเฉพาะรอยยิ้มซื่อที่ส่งมาให้แต่ไกล... รอยยิ้มพิมพ์ใจดวงเดิมที่เขาใช้มองเธอตั้งแต่วัยเยาว์ยามวิ่งเล่นอยู่กลางทุ่งแห่งนี้“รอพี่นานไหม?”น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หยุดลงข้างแคร่ พี่ตะวันหย่อนตัวนั่งลงจนไม้ไผ่ลั่น เอี๊ยด รับน้ำหนัก กลิ่นสบู่จาง ๆ และไออุ่นจากผิวกายคร้
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
ราคาของลมหายใจ!
เสียงออดเหล็กกรีดแหลมยาวดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินแคบๆ ของอาคารเรียนรวม ปลุกให้เหล่านักศึกษาที่นั่งเบียดเสียดกันในห้องรีบขยับกายลุกขึ้น เสียงลากเก้าอี้ครูดกับพื้นปูนดังระงม น้ำค้างสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อไล่ความล้า ก้มลงเก็บซีตเอกสารการเรียนที่ขอบเริ่มยับยู่รวบเข้าด้วยกัน แผ่นกระดาษสากๆ สัมผัสปลายนิ้วก่อนจะถูกยัดลงกระเป๋าเป้ใบเก่ง เด็กสาวก้าวเท้าเดินปะปนไปกับกลุ่มเพื่อนร่วมชั้น ทยอยพ้นประตูห้องเรียนออกมาตามจังหวะชีวิตที่ดูเหมือนจะเป็นปกติธรรมดาในทุกๆ วัน“น้ำ! ทางนี้!”น้ำเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยตะโกนฝ่าเสียงจ้อกแจ้กจอแจของฝูงชน น้ำค้างเบนสายตาไปตามเสียง ทันทีที่โผล่พ้นประตูอาคารออกไป ก็พบกับฟางที่ยืนหอบจนไหล่ไหว ใบหน้าของเพื่อนสนิทอาบไปด้วยหยาดเหงื่อ แก้มสองข้างแดงซ่านแต่ดวงตากลับเบิกกว้างจนดูตื่นตระหนก น้ำค้างหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทักกลับด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ได้ตื่นเต้นตามอาการของเพื่อน “มีอะไรหน้าตาตื่นเชียวมึง?”“กูตามหามึงแทบแย่... ย้ายห้องเรียนกันเหรอวะ กูไปตามหาที่อาคารโน้นตั้งนาน” ฟางพูดไปหอบไป ทว่าน้ำเสียงที่สั่นและใบหน้าซีดจนไม่มีสีเลือดของเพื่อนกลับทำให้อากาศรอบตัวเริ่มเย็นเยียบ
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
ตัวเลขหกหลัก!
ความสลัวรางของโถงต้อนรับในโรงพยาบาลเอกชนยามดึกสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศครางหึ่งแผ่วเบาปะปนไปกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่โชยมาจาง ๆ น้ำค้างนั่งนิ่งสนิทอยู่บนโซฟาบุหนังตัวใหญ่ สองมือกุมเข้าหากันแน่น สายตาทอดมองพื้นกระเบื้องแกรนิตโตที่ขัดจนเงาราวกับคนหลุดลอย ดวงตาที่เพิ่งแห้งเหือดจากหยาดน้ำตาพึ่งจะข้ามผ่านความล้ามาไม่กี่นาที ทว่าในความเงียบงันนั้น เสียงฝีเท้าที่ก้าวถี่สลับหนักเบาก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่สั่นพร่าเล็กน้อย“น้ำ... เป็นยังไงบ้าง?”เพียงแค่คำแรกที่กระทบหู หัวใจที่เคยด้านชาด้วยความกลัวพลันกระตุกวูบ น้ำค้างเงยหน้าขึ้นฉับพลัน แววตาที่หม่นแสงกลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาอุ่น ๆ อีกครั้งจนพร่าเลือน ภาพตรงหน้าคือร่างสูงของชายหนุ่มในชุดนักศึกษาที่หลุดรุ่ย มีหยาดเหงื่อผุดซึมตามไรผมจากความรีบเร่ง“พี่ตะวัน!”เด็กสาวผุดลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะโผร่างเข้าหาอ้อมกอดของชายหนุ่มตรงหน้าทันที สองมือขยำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น ราวกับว่าเขาคือหลักยึดเหนี่ยวเพียงสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่บนโลกที่กำลังจะล่มสลายใบนี้ กลิ่นอายแดดและลมจาง ๆ ที่ติดมากับตัวของเขาช่วยขับไล่ควา
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
สาวเชียร์เบียร์!
มวลอากาศสลัวจางภายในห้องเช่าขนาดเล็กอบอวลไปด้วยกลิ่นสบู่อ่อน ๆ ปะปนกับความเงียบงัน เสียงพลิกหน้ากระดาษตำราเรียนที่เคยดังเป็นจังหวะพลันชะงักลง ทันทีที่เสียงกลอนประตูเหล็กคลายล็อก ฟางเงยหน้าขึ้นจากโคมไฟอ่านหนังสือที่ปลายเตียง แสงสีเหลืองนวลจับใบหน้าที่อิดโรยของเธอ ก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ สายตาจับจ้องไปยังร่างของเพื่อนสนิทที่เพิ่งก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา... น้ำค้างเดินเข้ามาด้วยแผ่นหลังที่ห่อเหี่ยว ท่าทางเชื่องช้าและมืดมนราวกับแบกโลกทั้งใบเอาไว้บนบ่าตุบ...สายกระเป๋าเป้สะพายหลังหลุดเลื่อนจากลาดไหล่ ร่วงลงกระทบฟูกนอนหนานุ่มด้านหลังอย่างไร้ทิศทาง ก่อนที่ร่างบางของน้ำค้างจะทรุดนั่งขัดสมาธิตามลงไปอย่างคนหมดสิ้นเรี่ยวแรง สองมือปล่อยวางอยู่บนตักดั่งคนไร้กระดูก เธอนิ่งสนิท สายตาเลื่อนลอยทอดมองมายังฟาง เพื่อนร่วมห้องยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาคู่โตของฟางวูบไหว เต็มไปด้วยความอัดอั้นและคำถามมากมายที่วิ่งวนอยู่ในหัว ทว่าไม่มีถ้อยคำใด ๆ หลุดรอดพ้นริมฝีปากที่เม้มแน่น มีเพียงสายตาแห่งความเห็นอกเห็นใจที่ทอดมองมา คล้ายจะบอกว่าเธอรับรู้ความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นแล้วฟางก้าวเท้าผ่านความเงียบอันอึดอัดต
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
น้องน้ำ (ค้าง) หวาน!
“ว่าไงล่ะจ๊ะ... สนใจไหม? เงินดี งานสบายแบบนี้ มันจะวิ่งมาหาคนที่ใช่ในเวลาที่ใช่เท่านั้นนะ”พี่ติ๊กพึมพำกระซิบพลางยกยิ้มที่มุมปาก แววตาคู่คมจับจ้องทุกลมหายใจเข้าออกของเด็กสาวอย่างผู้คุมเกม“ถ้าสนใจล่ะก็... เริ่มงานคืนนี้เลยเป็นไง” หญิงสาวรุ่นพี่เริ่มขยับรุกหนัก ถ้อยคำชักชวนพุ่งตรงเข้าเป้าหมายโดยไม่ปล่อยให้เวลาเยียวยาความสับสน“อะไรกันคะพี่ติ๊ก... นี่มันจะตีหนึ่งแล้วนะ” น้ำค้างละล่ำละลักแย้ง เสียงของเธอสั่นพร่า ละสายตาจากปึกเงินสีเทาขึ้นมามองหน้ารุ่นพี่สาว แสงไฟสลัวหลังร้านสะท้อนความตื่นตระหนกในดวงตาคู่สวย“ก็ใช่น่ะสิ! งานพวกนี้ทำไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว โคตรสบาย... แต่ถ้าไม่สนใจพี่ก็ไม่ว่ากันนะ” พี่ติ๊กไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะทำท่ารวบปึกธนบัตรสีเทาทั้งสามหมื่นบนหน้าตัก เตรียมจะยัดกลับลงไปในซอกกระเป๋าหนังใบหรูตามเดิม เสียงเนื้อกระดาษเสียดสีกันดัง สวบสาบ บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของคนฟาดฟันกับโชคชะตา“เดี๋ยวค่ะพี่!...”เสียงของน้ำค้างโพล่งขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด ท่าทีระแวดระวังพังทลายลงในพริบตาเมื่อเห็นทางรอดเดียวกำลังจะหลุดลอยไป สองมือกำขยับเข้าหากันแน่นจนชื้นเหงื่อ แววตาเต็มไปด้วยคว
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status