MasukL.B. Bar
“เฮ้ย! ไอ้หมอ ทางนี้”
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของคนถูกเรียกหันไปทางเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ในมุมอับของร้าน
ทิวากรหรือหมอทิว หมอหนุ่มวัยสามสิบเอ็ดปีที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมลงมาจนเห็นแผงอกกับกางเกงยีนขายาวสีซีด เดินมานั่งลงบนโซฟานุ่มตรงข้ามเพื่อน ใบหน้าหล่อเหลา ทว่าเรียบเฉยกลับดูมีเสน่ห์น่าค้นหา จมูกโด่งเป็นสันดูโดดเด่น ริมฝีปากหนาอมชมพู ผิวพรรณขาวสะอาดดูสุขภาพดี เขาเป็นหมอผู้ชำนาญการอยู่แผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง และเพื่อนๆ มักจะเอ่ยแซวว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องผู้หญิงทั้งภายนอกและภายใน
“ไปไหนมา พวกกูรอตั้งนาน” รามิล หันไปถามคุณหมอหนุ่ม
รามิล ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เขาเกิดและโตที่ประเทศไทย ผู้มีนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน ผมสีทองขับผิวขาวๆ ของเขาให้ดูมีออร่า ชายหนุ่มเป็นทายาทเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งที่เอาแต่ ดื่ม เที่ยว สนุกกับพวกผู้หญิง เปลี่ยนคู่นอนเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า และมีคติที่ว่ากินแล้วไม่กินซ้ำ
“นานเหี้ยไร ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง” หมอหนุ่มหันไปแหวใส่หนุ่มลูกครึ่งที่กำลังนั่งกระดกเหล้าเข้าปาก
“คุณหมอพูดไม่เพราะเลยนะครับ” ขุนทศตำหนิเพื่อน
ขุนทศ ชายหนุ่มหน้าหวานผมสีควันบุหรี่ดูมีเอกลักษณ์ ตาสีน้ำตาลอ่อนดูละมุน ปากนิดจมูกหน่อยอย่างกับผู้หญิง เขามีนิสัยทะเล้น ทะลึ่ง และหื่นกาม ชายหนุ่มทำธุรกิจร้านอาหารที่มีหลายสาขาร่วมกันกับภรรยาสุดที่รัก เขาสละโสดเป็นคนแรกของกลุ่มและแต่งงานมาได้เกือบสองปี หากรวมระยะเวลาที่ทั้งคู่คบหาดูใจจนแต่งงานปีนี้ก็เข้าสู่ปีที่เจ็ดพอดี แม้จะดูยาวนานแต่ความรัก ความหอมหวานของพวกเขายังคงเหมือนเดิมตลอดเวลา
“อย่ามาเล่นละคร ไอ้เหี้ยทศ” ทิวากรหันไปมองขุนทศอย่างระอา เพราะนี่มันไม่ใช่นิสัยที่แท้จริงของเพื่อนอย่างมัน
“กูซ้อมพูดเพราะๆ ไว้ก่อนไง เผื่ออยู่ดีๆ ได้เป็นพ่อคน” ขุนทศยักไหล่ด้วยท่าทีสบาย ชายหนุ่มกับภรรยาพยายามมีลูกกันมาสักพักแล้ว
“เดือนนี้มีหวังมั้ยวะ” รามิลหันไปถามขุนทศด้วยความตื่นเต้น
ขุนทศส่ายหน้าแล้วเป่าลมออกจากปากอย่างแรง
“กูบอกมึงว่าให้เก็บเชื้อไว้วันที่เมียไข่ตก โอกาสมันมากกว่า แต่มึงเล่นเอาเมียทุกวัน” คุณหมอหนุ่มพูดแล้วส่ายหัว
“ก็กูหิวนี่นา” ขุนทศเบะปาอย่างเด็กเอาแต่ใจ
“เอาน่า อย่าไปคิดมาก เดี๋ยวหลานพวกกูก็มา” ทิวากรหันไปให้กำลังใจเพื่อน เขารู้ดีว่าคู่รักที่พยายามมีลูกจะอ่อนไหวกับเรื่องพวกนี้ได้ง่าย และมักจะเกิดความร้าวฉานขึ้นในครอบครัว เขาได้แต่หวังว่ามันจะไม่เกิดกับขุนทศ
“ใช่ๆ บางทีอาจจะมาสองคนเลยก็ได้นะเว้ย” รามิลให้กำลังใจเพื่อนเช่นเดียวกัน
“พวกมึง ห้ามมีลูกก่อนกูนะ ไม่งั้นกูไม่ยอมจริงๆ ด้วย” ขุนทศพูดอย่างไม่จริงจังนัก
“ไม่มีวัน! เพราะแด๊ดดี้เดียวที่กูอยากเป็นคือ แด๊ดดี้ของสาวๆ” รามิลยักคิ้วส่งให้เพื่อนอย่างกวนๆ
“ระวังไว้เหอะมึง เดี๋ยวพลาดแล้วกูจะหัว” ทิวากรกระตุกรอยยิ้มหยัน
“มึงไม่มีทางได้หัว กูมั่นใจ” รามิลยืดอกอย่างมั่นใจ
“ไง หรือมึงเป็นหมัน” ขุนทศหันไปมองรามิลอย่างจับผิด
“ไม่ใช่เว้ย เออนี่ ผู้หญิงคนเมื่อกี้น่าสงสารวะ” อยู่ดีๆ รามิลก็นึกถึงเหตุการณ์ของผู้หญิงที่พวกเขาเจอที่โรงแรม
“ป่านนี้คงไปเมาเละเทะแล้วมั้ง” ทิวากรคาดการณ์จากสภาพที่เขาเห็น
“ผู้ชายคนนั้น แม่ง ไม่ธรรมดา” ขุนทศพูดตามที่คิด
“ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย ก็เหี้ยเหมือนๆ กันนั่นแหละ รวมถึงตัวกูเองด้วย” รามิลพูดพร้อมกอดอก
“กูก็ด้วย” ทิวากรรู้ว่าตนเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรมากมายหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
ติ๊ง ติ๊ง
“เมียตามแล้วอะดิ” ทิวากรถามพ่อบ้านใจกล้าคนเดียวของกลุ่ม
ขุนทศมองรูปสุดเซ็กซี่ที่ภรรยาสาวส่งมาแล้วนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว หญิงสาวใช้วิธีนี้เพื่อให้ชายหนุ่มกลับบ้านเร็วขึ้นและมักจะได้ผลเป็นประจำ
“กูอยู่ต่ออีกแค่ชั่วโมงเดียวนะ” ขุนทศหันไปบอกเพื่อนๆ
“กลัวเมียนี่หว่า” รามิลเอ่ยแซว
“กูต้องรีบกลับเพราะเมียรอให้ P**n อยู่” ขุนทศหัวเราะออกมาเสียงดัง
“มึงนี่กูยอมจริงๆ” ทิวากรมองเพื่อนแล้วกลั้นขำ
“ก็คนมันรักเมียอะคร๊าบ” ขุนทศพูดด้วยน้ำเสียงทะเล้นแล้วนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
สามหนุ่มเพื่อนสนิทนั่งพูดคุยกันต่อสักพักก็ถึงเวลาที่ตกลงกันไว้ว่าจะต้องแยกย้าย ทั้งสามเดินออกมาโดยมีทิวากรเดินตามหลัง ชายหนุ่มเหลือบไปเห็นหญิงสาวที่อยู่ในชุดแสนคุ้นเคย เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางยีนขายาวรัดรูปและรองเท้าส้นสูงปรี๊ดสีครีม กำลังฟุบหน้าแน่นิ่งอยู่กับโต๊ะ
“พวกมึงไปก่อนเลย” ทิวากรบอกเพื่อน
“เออๆ ขับรถกันดีๆ” รามิลหันไปบอกเพื่อนๆ เช่นกัน
ทิวากรเดินเข้าไปหยุดยืนใกล้เธอพร้อมกับใช้มือแตะไหล่เบาๆ
“คุณ”
เมื่อเห็นว่ายังคงนิ่งเขาก็รีบเขย่าตัวเธอ จนหญิงสาวรู้สึกตัวแล้วทรงตัวนั่งอีกครั้งพร้อมกับใช้มือปัดผมยาวลอนที่ปิดหน้าอยู่ออก
มิลินที่อยู่ในอาการเมาเงยหน้าแดงก่ำและดวงตาบวมเป่งมองคนที่มารบกวนการนอนแล้วคิดว่าเป็นชายหนุ่มที่เธอกำลังคิดถึง
“วายุเหรอ มารับลินใช่มั้ย” เธอถามคนที่ยืนอยู่เสียงยาน
ชายหนุ่มไม่พูดอะไรแล้วช้อนร่างเธอให้ลุกขึ้น จากนั้นก็ลากออกมาจากบาร์ไปยังลานจอดรถที่มีรถคันหรูของเขาจอดอยู่
“บ้านคุณอยู่ที่ไหน” ทิวากรถามขึ้นเพราะปล่อยให้เธอกลับไปเองสภาพนี้ เช้ามาอาจมีข่าวใหญ่ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์
“วายุลืมบ้านของเราแล้วเหรอ” หญิงสาวหันไปมองหน้าคนที่พยุงเธออยู่
“ผมถามว่าบ้านคุณอยู่ที่ไหน”
“นายไม่ใช่วายุนี่ แล้ววายุไปไหน” หญิงสาวพยายามสลัดตัวเองออกจากคนที่กำลังพยุงอยู่ ชายหนุ่มส่ายหน้าแล้วปล่อยเธอให้เป็นอิสระ
มิลินล้มลงไม่เป็นท่า เมื่อไม่มีที่ยึดเกาะร่างอ่อนปวกเปียกของตนเอง
“โอ๊ะ ไม่เห็นเจ็บเลย” เธอนอนราบลงกับพื้นคอนกรีตแล้วพึมพำออกมาเบาๆ
“หรือเพราะความเจ็บมันไม่ได้อยู่ตรงนี้” เธอยกมือที่มีแผลของตัวเองมาดูแล้วหลับตาลงพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้ง
“แม่ง! เมาเหมียนหมาแล้วยังอวดเก่ง น่าปล่อยให้นอนอยู่ตรงนี้จริงๆ” ทิวากรเห็นสภาพคนที่นอนอยู่กับพื้นแล้วสบถออกมาอย่างหัวเสีย
จากนั้น เขาตัดสินใจพาเธอมาเปิดห้องนอนที่โรงแรมใกล้ๆ เมื่อเข้ามาในห้องเขาก็โยนหญิงสาวลงบนเตียงอย่างแรง ด้วยความรู้สึกเหนื่อยแล้วพูดกับตัวเอง
“กูมาทำอะไรอยู่เนี่ย”
“อื้อ ร้อน” หญิงสาวที่นอนอยู่เริ่มถอดเสื้อผ้าตัวเองออกทีละชิ้น เหลือแต่ชุดชั้นในลายลูกไม้สีขาวบนเรือนร่าง ชายหนุ่มยืนมองเธอพร้อมกับใช้มือกุมขมับ
“เดี๋ยวเร่งแอร์ให้ ใจเย็นหน่อยสิวะ” ชายหนุ่มรีบเร่งเครื่องปรับอากาศแล้วใช้ผ้าห่มคลุมปิดร่างกายเธอไว้
หญิงสาวดึงผ้าห่มออกแล้วนอนเหยียดขาตรง หันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่แล้วพูดเสียงหวาน
“มานอนนี่มา” เธอตบที่ว่างข้างกายเบาๆ
คุณหมอหนุ่มมองใบหน้าเธอแล้วใช้สายตาไล่ลงไปเรื่อยๆ ยังเรือนร่างขาวเนียนและโคตรเซ็กซี่ของหญิงสาว จากนั้นพยายามสลัดความคิดไม่ดีออกไปจากหัว
“ผมต้องกลับแล้ว” ชายหนุ่มปิดไฟในห้องแล้วเปิดไฟหัวเตียงให้เธอ จากนั้นก็หันหลังเตรียมจะเดินออกไป
หญิงสาวรีบลุกขึ้นสวมกอดเขาทางด้านหลังโดยทิ้งน้ำหนักทั้งหมดไปไว้ที่คนสูงแล้วพูดขึ้น
“นอนกับฉันมั้ย?”
“แล้วอลิสไม่พยายามตรงไหน มึงสองคนก็พยายามด้วยกันทั้งนั้น และตอนนี้พวกมึงควรคุยและเป็นกำลังใจให้กันและกันมากกว่าจะมาใส่อารมณ์กันแบบนี้” อาร์เดลพยายามพูดให้มาเฟียหนุ่มได้คิดตามทั้งสองจะได้ไม่ต้องมีปัญหากัน“มึงไม่ใช่กู มึงก็พูดได้สิ” เขามองสองหนุ่มด้วยใบหน้าบึ้งตึง“ไอ้นี่แม่ง” อาร์เดลเห็นท่าทางของเขาก็รู้สึกเหนื่อยหน่าย“กูไม่อยากคุยกับพวกมึงแล้ว”เคลย์ตันพูดเสร็จก็เดินไปทันทีโดยไม่สนใจอาร์เดลและไนล์ที่มองตามเขาไปพร้อมกับส่ายหัว“เดี๋ยวมันก็เป็นหมา เชื่อเถอะ” ไนล์หัวเราะในลำคอเบาๆอลิสใส่ชุดนอนสายเดี่ยวสีดำสุดเซ็กซี่เดินออกมาจากห้องน้ำแล้วนั่งลงบนเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้ง หญิงสาวใช้ครีมบำรุงผิวลูบไล้ไปทั่วผิวกายเนียนละเอียดของเธอ จากนั้นก็หยิบชุดคลุมขึ้นมาสวมใส่การกระทำของหญิงสาวตกอยู่ในสายตาของมาเฟียหนุ่มที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาเหลือบมองหญิงสาวตั้งแต่เธอเดินออกมาจากห้องน้ำแล้ว และเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะเปิดประตูห้องออกไปเขาจึงถามขึ้นเสียงราบเรียบ“จะไปไหน”“ไปนอนห้องอื่น”“ไม่ให้ไป” เขารีบลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วไปยืนขวางประตูไว้“หลีกไป” เธอพยายามดันตัวเขาให้ถอยออกไป แต่แรงที่เธอม
“มิเกล แม็กซ์เวลล์” อลิสเรียกคนทั้งสองที่กำลังเดินเข้ามาแล้วรีบลุกขึ้นไปรับเด็กชายมาอุ้มด้วยความคิดถึง คาเทียร์ที่เคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้างก็พอจะรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร“สวัสดีค่ะ เกลพาแม็กซ์มาหาอลิสและเห็นว่ามาร์ตินคลอดแล้วจึงซื้อของเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก” เธอหันไปทักทายคุณแม่มือใหม่อย่างเป็นมิตรแล้วเดินไปวางของที่นำมาให้ลงข้างๆ พร้อมนั่งลง“ไม่เห็นต้องลำบากเลย ขอบคุณนะคะ” คาเทียร์ตอบกลับเธอด้วยความเกรงใจ“ไม่ลำบากเลยค่ะ” เธอส่งยิ้มให้กับคาเทียร์“คิดถึงแม็กซ์จังเลย” เธอกดจมูกลงบนแก้มป่องๆ ของเด็กน้อย ทำให้เขาหัวเราะร่วนด้วยความชอบใจ“เกลมีของมาฝากอลิสกับคุณเคลย์ตันด้วยนะ” เธอวางถุงผ้าไว้ตรงหน้าพร้อมกับหยิบขวดใสที่บรรจุน้ำสีอำพันออกมา“ยาสมุนไพร เห็นว่ากำลังพยายามมีเบบี้กันอยู่ใช่มั้ย พอดีเกลไปได้สูตรมาจากคนรู้จักที่เขาก็อยากมีลูกและตอนนี้พวกเขาสมหวังไปแล้ว”“ขอบคุณมากเลยนะ”อลิสพูดอย่างซาบซึ้งใจเพราะตั้งแต่พวกเขาพยายามที่จะมีลูกน้อย คนรอบข้างก็คอยให้คำแนะนำและซื้อนั่นซื้อนี่มาฝากเป็นประจำ แม้กระทั่งพ่อแม่ของเธอที่ส่งยาสมุนไพรมาให้จากไทยตลอด พวกท่านพึ่งกลับไปเมื่ออาทิตย์ก่อนและอีกไม่นานก็คงจะก
เสียงของคาเทียร์ที่ดังขึ้นทำให้พวกเขารีบหันไปมองพร้อมกัน“ที่รักเป็นอะไร ปวดท้องจะคลอดเหรอ” อาร์เดลถามอย่างตกใจ“ลูกดิ้นแรงไปหน่อยค่ะ” คุณแม่ยังสาวพูดแล้วยิ้มแหยๆเพราะทำให้คนอื่นตกใจ“เบาๆกับคุณแม่หน่อยสิครับเจ้าลูกชาย” อาร์เดลใช้มือสัมผัสกับหน้าท้องของผู้เป็นภรรยาเบาๆและรับรู้ได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่ดิ้นอยู่ในนั้น เขายิ้มออกมาอย่างมีความสุขมาเฟียหนุ่มมองว่าที่คุณพ่อคุณแม่ตรงหน้าแล้วหันไปพูดกับหญิงสาวข้างกาย“ผมอยากมีความรู้สึกแบบนั้นบ้าง เรารีบไปกันเถอะ” เขาลุกขึ้นแล้วกระตุกมืออลิสเบาๆ เธอทำตามอย่างว่าง่าย ทั้งสองเดินออกไปจากตรงนั้นโดยมีอาร์เดลตะโกนไล่หลังไป“ขอให้สมหวังนะเว้ย”เมื่อเข้าไปในห้องพักของโรงแรมหรู พวกเขาต่างถอดเสื้อผ้าของตนเองออกอย่างรู้หน้าที่ จากนั้นมาเฟียหนุ่มก็ต้อนร่างกายที่เปลือยเปล่าของเธอไปยังเตียงนอนเขาขึ้นคร่อมร่างเล็กแล้วโน้มตัวลงไปชิมริมฝีปากหวานและซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นพร้อมขบเม้มมันเบาๆ จากนั้นเขาเลื่อนลงมาใช้ลิ้นร้อนแตะลงไปบนยอดถันสีชมพูอ่อนแล้วดูดดึงมันอย่างหิวโหยจนหญิงสาวบิดกายเร่าพร้อมความต้องการที่มากล้นจนต้องส่งเสียงออกมา“อ๊าส์”เสียงหวานที่เปล่งออกมาจากปา
ลูกน้องคนสนิทที่หลับใหลไปหลายชั่วโมงลืมตาขึ้นมาก็เห็นเจ้านายของเขานั่งคิ้วขมวด ส่วนหญิงสาวข้างๆ ก็มีใบหน้ากังวลไม่ต่างกัน“หมอบอกว่าผมรอดตายแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมทำหน้าแบบนั้นกัน เอ๊ะ หรือผมตายไปแล้ว” ไนล์พูดอย่างล้อเล่น เมื่อมองอาการของคนทั้งสอง“ไนล์ ฮึก” อลิสที่ได้ยินรีบเดินเข้าไปหาเขาแล้วปล่อยโฮอีกครั้งตามด้วยเคลย์ตันที่เดินมาหยุดยืนข้างๆ เตียง“ทำไมถึงทำแบบนั้น” เคลย์ตันถามลูกน้องคนสนิทออกไป“ถ้าผมไม่ทำแบบนั้นกระสุนคงจะฝังไปที่คุณอลิสแทนนะสิครับ”“แล้วนายมาบังฉันไว้ทำไม ดูสิต้องมาเจ็บแบบนี้” หญิงสาวปาดน้ำตาออกลวกๆ“ก็ถ้าคุณอลิสเป็นอะไรไป เพื่อนของผมคงอยู่ไม่ได้” คำว่าเพื่อนที่หลุดออกมาจากปากของไนล์ ทำให้เคลย์ตันถึงกับชะงักแม้ทั้งสองจะเป็นเพื่อนกันก็จริง แต่ไนล์มักจะปฏิบัติกับมาเฟียหนุ่มแบบเจ้านายกับลูกน้องตั้งแต่เหตุการณ์ของโลแกนในครั้งนั้น เพราะเขารู้ว่าเคลย์ตันเป็นคนอ่อนไหวกับคำว่าเพื่อนมากขนาดไหน มาเฟียหนุ่มกลัวว่าเมื่อใช้คำนี้เขาจะสูญเสียคนๆ นั้นไปและเขาไม่อยากเสียเพื่อนอย่างไนล์ไปอีกคน“ต่อไปนี้ไม่ต้องเรียกกูว่านายแล้ว เรียกเหมือนเมื่อก่อนได้เลย” อลิสยืนมองทั้งสองคุยกันอย่างแป
สายลมพัดผ่านปะทะใบหน้าของหญิงสาวทำให้เธอหยุดพูดครู่หนึ่งหลังจากนั้นก็พูดต่อ“ตอนที่ฉันรู้ความจริงจากปากเคลย์ตัน ฉันตกใจมากเพราะไม่คิดว่าคุณจะทำถึงขนาดนั้น ตอนนั้นฉันคิดว่าเขาเป็นคนทำให้ฉันสูญเสียคุณไป แต่ฉันไม่เคยรับรู้เลยว่าเขาเองได้สูญเสียอะไรไปบ้างในชีวิต ฉันเข้าใจเขาผิดมาตลอดและเรื่องที่คุณทำกับฉัน ฉันยกโทษให้คุณทุกอย่าง เราจะได้ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก ลาก่อน โลแกน”หญิงสาวพูดเสร็จก็วางดอกไม้ลงแล้วหันหลังเดินไปที่รถ เธอรู้สึกผิดกับมาเฟียหนุ่มอย่างสุดหัวใจ หญิงสาวเดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนลืมสังเกตว่ามีคนกำลังเดินตามเธอมา อยู่ดีๆ เธอก็รู้สึกเหมือนมีอะไรแข็งๆ ปะทะเข้าที่ก้านคอแล้วเธอก็สลบไปเอี๊ยดดดมาเฟียหนุ่มที่กำลังขับรถไปธุระข้างนอกเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน เมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกน้องคนสนิทรายงานให้ฟัง เขารีบวนรถกลับไปแล้วเหยียบคันเร่งด้วยความเร็วเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ไนล์บอก เขาขับรถไปด้วยหัวใจสั่นระรัวหลังจากรับรู้ว่าหญิงสาวถูกผู้เป็นพ่อของแดเนียลจับตัวไปที่บ้านหลังหนึ่งเส้นทางที่เข้าไปล้วนเป็นป่าและดูน่ากลัว เขาจอดรถยังหน้าบ้านขนาดเล็ก แม้ว่าไนล์จะกำชับว่าให้คนของพวกเขามาก
“ผู้หญิงเขาบอกให้ปล่อย หูหนวกหรือไง” เสียงทุ้มต่ำที่แสนจะคุ้นเคยทำให้หญิงสาวถึงกับชะงักแล้วหันไปมองคนที่เดินเข้ามาใกล้ๆ“เคลย์ตัน” หญิงสาวเรียกเขาเสียงแผ่ว“มึงเป็นใคร แล้วมาเสือกอะไรด้วย” ชายคนนั้นปลดปล่อยอลิสให้เป็นอิสระแล้วหันไปทางเคลย์ตันอย่างเอาเรื่อง“มึงคงไม่อยากรู้หรอกว่ากูเป็นใคร” มาเฟียหนุ่มพูดเสียงเย็นแล้วหันไปสั่งลูกน้องที่อยู่ไม่ไกล“เอามันไปจัดการ”หลังจากลูกน้องของเขาได้พาชายหนุ่มคนนั้นออกไป มาเฟียหนุ่มก็ปรายตามองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพูดขึ้น “แต่งตัวขนาดนี้มันคงคิดว่า..ขาย”“เคลย์” อลิสเรียกเขาเสียงเบาหวิว เธอไม่สนใจคำพูดเจ็บแสบของเขาก่อนหน้านี้ เธอเดินเข้าไปแล้วเตรียมจะกอดเขาด้วยความคิดถึงแต่มาเฟียหนุ่มเบี่ยงตัวหลบอย่างไร้เยื่อใย“เลิกเรียกผมแบบนั้นได้แล้ว”“ฉันพยายามโทรหาคุณ คุณก็ไม่รับ ไปหาที่เพนต์เฮาส์คนพวกนั้นก็ไม่ให้ฉันเข้าไป ตอนนี้ฉันได้กลับไปทำงานที่เดิมแล้วนะ”“อืม ดีใจด้วย” เขามองหน้าเธอแล้วพูดเสียงเรียบจากนั้นก็หันหลังให้เตรียมจะเดินออกไป แต่อลิสนึกขึ้นได้จึงถามเขาและคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาอาจจะตามเธอมา“คุณมาที่นี่ทำไม นัดเพื่อนไว้เหรอ”“มาธุระ” เขา
“เราเลิกกันเถอะ”หนุ่มหน้าตาดีวัยยี่สิบแปดปีพูดน้ำเสียงราบเรียบ นัยน์ตาสีดำสนิทของเขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ราวกับสิ่งที่เปล่งออกมาจากปากเป็นแค่เพียงคำพูดปกติ ทว่าคนที่ได้ยินกลับรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า“ยุ กำลังจะแต่งงานเดือนหน้า”วายุ ชายหนุ่มที่คบหาดูใจกับหญิงสาวมาเป็นเวลาเกือบห้าปี
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังเข้าสู่โสตประสาท จึงลุกขึ้นจากเตียงอย่างรีบเร่ง เนื่องจากเขามีนัดตรวจคนไข้ในเช้านี้ ทิวากรรีบหยิบเสื้อผ้าที่ตกอยู่ตามพื้นขึ้นมาสวมใส่แล้วหันไปมองหญิงสาวที่ยังคงหลับใหลอยู่ ก่อนจะออกไปเขาไม่ลืมที่จะปลุกเธอเพื่อบอกสิ่งสำคัญที่เธอต้องไปจัดการ“คุณ อย่าลืมก
“พูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า” ชายหนุ่มแกะแขนที่กอดเขาไว้แล้วหันกลับมามองใบหน้าแดงก่ำของเธอ ไล่ลงมาผ่านลำคอระหงหยุดอยู่ตรงเนินเนื้อที่โผล่ขึ้นมาพ้นบราลูกไม้สีขาวด้วยความรู้สึกวูบวาบมิลินไม่ตอบคำถามแต่กลับประกบริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็ว โดยชายหนุ่มไม่ทันได้ตั้งตัวแล้วสอดแทรกลิ้นร้อนที่มีความเฝื่อนขอ
คนถูกถามรู้สึกตกใจไม่น้อยกับเสียงตะคอกของชายหนุ่มที่กำลังลุกขึ้นเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ สายตาของเขามีแววโกรธจัดอย่างเห็นได้ชัด มิลินลอบกลืนน้ำลายหนืดลงคอแล้วเปล่งเสียงกระท่อนกระแท่นออกมา“ไปธุระไง ฉันส่งข้อความไปบอกคุณแล้วนี่”“ธุระอะไรเวลานี้ หืม?” เขายังคงถามเธอด้วยน้ำเสียงเดือดดาล แม้จะพยายามข่มอารมณ์







