Partager

บทที่ 8

last update Date de publication: 2025-03-15 18:07:34

“อ้าว คุณนีน”

เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นด้านหลังของนีรนาราที่กำลังเดินออกมานอกร้านด้วยอาการมึนๆ เธอหันกลับมามองด้วยความแปลกใจที่ความบังเอิญทำให้มาเจอกันตรงนี้ได้

“บอส”

“มาคนเดียวเหรอครับ”

วิกรเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะมองไปรอบๆก็ไม่เห็นใครนอกจากนีรนารา

“เปล่าค่ะ มากับเพื่อน”

“แล้วจะกลับยังไงครับเนี่ย”

“เดี๋ยวเรียกรถค่ะ บอสก็จะกลับแล้วเหรอคะ”

“ครับ งั้น…เดี๋ยวผมไปส่งคุณนีนเลยละกันครับ”

คนที่แค่ตั้งใจจะเดินมาหยิบของที่รถดันเปลี่ยนใจกลับทันทีที่ถูกถาม เพราะเห็นว่าเวลานี้มันอันตรายเกินไปถ้าจะให้นีรนาราเรียกรถกลับคนเดียว

“ไม่เป็นไรค่ะบอส ดึกแล้วบอสจะได้กลับไปพัก อีกอย่างบอสไม่ควรขับรถตอนเมานะคะ”

นีรนารารีบห้าม ที่กลัวอีกฝ่ายเมานั่นก็ใช่แต่ความจริงเธอไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปใกล้ชิดกับวิกรมากเกินไปต่างหาก ช่วงนี้เธอรู้สึกว่าอะไรๆมันเกินกว่าที่ควรจะเป็นไปเยอะแล้วจริงๆ

“ผมไม่ได้เมาครับดื่มไปแค่แก้วเดียวเอง ขึ้นรถไปคนเดียวตอนนี้มันอันตรายให้ผมไปส่งดีกว่าครับ”

“เอ่อ งั้นก็ได้ค่ะ”

เมื่อเห็นว่าปฏิเสธไม่ได้นีรนาราก็พยักหน้าอย่างจำใจ ก่อนจะเดินตามวิกรไปขึ้นรถคันที่คุ้นเคยมานานตั้งแต่ทำงานด้วยกันจนถึงตอนนี้ คิดไปคิดมาก็แปลกดีที่เราสองคนทำงานด้วยกันจนรู้ใจแต่กลับไม่เคยรู้ชีวิตส่วนตัวของอีกฝ่ายเลยสักนิด และเธอก็เชื่อว่าผู้ชายอย่างวิกรคงทำให้เธอตกหลุมรักได้ง่ายๆตั้งแต่แรก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอมีคนที่อยู่ในใจมานานแล้ว

ไม่เคยแปลกใจที่จะมีสาวสวยมากมายพยายามเข้าหาวิกรที่แสนดีคนนี้ เพราะนอกจากรูปร่างหน้าตาและฐานะแล้วก็คงเป็นความใส่ใจคนอื่นตลอดเวลานี่แหละ จะบอกว่าเป็นความโชคดีในความโชคร้ายก็ได้เพราะไม่ว่าจะคนไหนเธอก็ไม่สมควรไปรู้สึกด้วยทั้งนั้น

แต่การไม่รู้สึกกับวิกรเธอว่ามันดีกว่ามากๆเลย อย่างน้อยเธอก็ทำงานด้วยความสบายใจมาตลอด

“มาดื่มกับเพื่อนบ่อยเหรอครับ”

เสียงทุ้มเอ่ยถามเรียกนีรนาราที่จมอยู่กับห้วงความคิดให้หันไปหา ก่อนเธอจะตอบออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม

“ก็ไม่บ่อยค่ะ แค่ตอนที่ว่างตรงกันประมาณเดือนละครั้งสองครั้งไม่เกินนี้”

“แต่ดูคุณนีนไม่เห็นเมาเลยนะครับ”

“แค่มาคุยกันมากกว่าค่ะ ดื่มแค่นิดเดียว”

นีรนาราแก้ข้อสงสัยให้กับบอสที่ดูจะช่างถามมากกว่าปกติ เธอชอบนัดกันมาร้านเหล้าก็จริงแต่ไม่ได้หมายความว่าจะตั้งใจดื่มจนเมาขนาดนั้น ร้านนี้เป็นคนรู้จักของอันนาอีกทีเลยสบายใจว่าจะไม่โดนทำข่าวเสียหาย หลักๆก็แค่มาแบ่งปันชีวิตที่ผ่านมาทั้งดีและไม่ดีให้เพื่อนฟังก็เท่านั้น

“อืม ก็แปลกดีนะครับ ปกติเห็นแค่ตอนที่คุณนีนทำงานพอมาเจอแบบนี้แล้วเหมือนคนละคนเลย”

“มันไม่ดีเหรอคะ”

“ไม่ใช่แบบนั้นครับ แค่…แปลกตาดี แบบเคยเห็นแค่ลุคที่ดูเรียบร้อยไงครับ”

วิกรรีบแก้คำพูดเมื่อเห็นว่านีรนาราจะเข้าใจผิดไป แต่คำว่าเรียบร้อยก็ทำเอานีรนาราก้มลงดูตัวเองแล้วถามออกมาอย่างไม่แน่ใจ เธอคงไม่ต้องแต่งตัวเรียบร้อยแบบชุดทำงานเข้าผับเข้าบาร์หรอกใช่มั้ยนะ

“แบบนี้ดูไม่เรียบร้อยเหรอคะ”

“ไม่ใช่ครับ แบบนี้ดูสวยมากกว่าเดิมอีกครับ”

วิกรรีบตอบอย่างที่คิดโดยไม่ทันยั้งปาก ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่พูดอะไรอย่างที่คิดแต่ท่าทางกังวลของนีรนาราก็ทำเอาลืมตัวรีบอธิบายจนได้ ส่งผลให้ทั้งรถเงียบกริบหลังจากที่วิกรเอ่ยชมออกไป

“เอ่อ แวะซอยหน้าเลยนะคะ”

นีรนาราส่งเสียงที่แผ่วเบาบอกไป ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองวิกรด้วยซ้ำเพราะคำชมที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนทำเอากระอักกระอ่วนไปหมด

“ครับ ที่จริงมาครั้งเดียวก็จำได้แล้วครับ”

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะบอส”

นีรนาราเอ่ยขอบคุณเมื่อรถจอดลงหน้าคอนโดของเธอแล้ว

“ครับ แล้วเจอกันวันจันทร์นะ”

วิกรตอบรับก่อนจะยิ้มออกมาให้นีรนาราที่กำลังเปิดประตูรถ เป็นรอยยิ้มที่ทำเอานีรนาราถึงกับชะงักไปชั่วขณะหนึ่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่ปกติวิกรก็มีรอยยิ้มแจกจ่ายให้ทุกคนไปทั่วอยู่แล้วแต่ทำไมถึงรู้สึกว่าวันนี้ มันไม่เหมือนกับที่เคยได้รับมาก่อน

หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะในแววตานั่น มีประกายบางอย่างที่ทำให้เธอไม่กล้ามองสบนานๆก็เป็นได้

“ไง ไอ้คนทรยศ”

เสียงจากปลายสายดังขึ้นเมื่อวิกรกดรับ ความดังที่เกินปกติทำให้ต้องเอาออกจากหูโดยไวและต่อว่ากลับไปทันที

“อะไรของมึงวะพีนัท”

“ยังมีหน้ามาถามเนอะ พอกูมาถึงไอ้คีบอกว่ามึงกลับไปแล้วคืออะไรเอ่ย”

พีรวิชญ์ย้อนเมื่อวิกรทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวทั้งที่เป็นคนนัดเพื่อนๆออกมาแท้ๆ พีรวิชญ์ที่เดินสายร้องเพลงเสร็จอุตส่าห์รีบมาร่วมวงแต่พอมาถึงดันเจอแต่เพื่อนคนโหดนั่งหน้าตึงอยู่คนเดียวจนงงไปหมด

“ก็กลับบ้านไงมึงร้องเพลงจนโง่เหรอพีนัท”

“กวนตีนมาก กูอุตส่าห์หาเวลามาเจอพวกมึงได้แต่มึงเสือกไม่อยู่เจอกูเนี่ย ควรให้กูโกรธมั้ยล่ะ”

“กูมีธุระ ไว้คราวหน้ากูเลี้ยงเองคืนนี้ก็คุยกับไอ้คีไปก่อน”

วิกรรีบอธิบายเมื่อรับรู้ได้ว่าเพื่อนบ่นจริงจัง ถึงจะเป็นเหตุผลที่แถแบบเอาตัวรอดก็เถอะใครจะยอมบอกว่ากลับเพราะไปส่งเลขาล่ะเดี๋ยวก็ได้โดนซักกันอีกยาวพอดี

“มันคุยเก่งมากมั้งไอ้ห่า หน้าก็ตึงไม่ไหวแล้ว โอ้ย! มึงจะตีหัวกูทำไมไอคี”

พีรวิชญ์ตอบประชดประชันก่อนจะร้องโวยวายออกมาเมื่อถูกประทุษร้ายโดยเพื่อนที่อยู่ด้วยกัน วิกรที่ได้ยินก็พอเข้าใจได้ว่าป่านนี้อัคคีคนนิ่งคงจะรำคาญพ่อนักร้องนี่ไม่ไหวแล้วแน่ๆ แต่จะให้ย้อนกลับไปหาก็เหนื่อยเกินกว่าจะทำอย่างนั้น ก้าวเข้าห้องมาได้ก็เหมือนร่างกายมันหมดแรงจนอยากไปนอนมากกว่า

“พวกมึงนี่นะ ไปตีกันเองไปกูจะนอนละปวดหัว”

“จ้าพ่อ ลอยตัวเลยนะมึงอ่ะ”

พีรวิชญ์ลากเสียงยาวอย่างประชดแม้รู้ว่าคนอย่างวิกรไม่รู้สึกรู้สาอะไรหรอก แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ต่อว่าออกไปเลย

“เออ ไว้เจอกันมึง”

—--------------------

“อ้าวน่าน มานั่งรอฉัตรอีกแล้วเหรอเราอ่ะ”

นีรนาราที่เปิดห้องมาถามคนที่นั่งดูทีวีอยู่กลางห้องอย่างแปลกใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหาอรัณย์แล้วนั่งลงข้างๆ

“เปล่า น่านมารอพี่นีนนั่นแหละครับ”

“รอพี่เหรอ มีอะไรรึเปล่า”

นีรนาราย้อนถามก่อนจะหันไปสำรวจใบหน้าของอรัณย์ด้วยความเป็นห่วง แต่นอกจากดวงตาที่ปรือเหมือนจะหลับแล้วก็ไม่เห็นร่องรอยความไม่สบายใจใดๆเลย

“คือ น่านมีเรื่องอยากบอกพี่นีนอ่ะครับ”

อยู่ๆคนที่เหมือนง่วงนอนก็เด้งตัวมานั่งหลังตรงแล้วหันมาจ้องหน้านีรนาราด้วยอาการตื่นเต้นจนนีรานารางง หลากหลายอารมณ์ที่ปรากฏบนใบหน้าคมคายยากจะคาดเดาจนต้องถามออกมา

“อะไรเหรอ”

“คือ น่าน…น่านชอบ”

“ชอบอะไร”

นีรนาราพลอยลุ้นไปด้วยเมื่อคนน้องนั้นไม่ยอมพูดให้จบทีเดียว แต่คำว่าชอบที่ได้ยินกลับทำใจไม่รักดีสั่นไหวไปชั่วขณะราวกับหลงลืม ว่าความเป็นจริงเธอจะไม่มีวันได้รับมันจากคนนี้ และคำเฉลยที่ตามมาเพียงไม่กี่วินาทีนั้น สร้างความรวดร้าวแสนสาหัสให้กับหัวใจจนไม่อาจบรรยาย

“คือ…น่านชอบฉัตรอ่ะพี่นีน”

“แล้วมาบอกพี่ทำไม…ก็ไปบอกฉัตรสิ”

ราวกับถูกคลื่นความจริงซัดสาดจนแทบฝืนยิ้มออกมาไม่ไหว น้ำเสียงที่ต้องบังคับไม่ให้มันสั่นกว่าจะพูดออกมาได้ช่างยากเย็น ไม่ต้องถามถึงใจที่เจ็บจนชามาหลายปีจนถึงตอนนี้มันก็ยังคงเจ็บปวดได้อีกเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด

แต่คนไม่ได้รักก็คือไม่ได้รัก นอกจากความรู้สึกของตัวเองแล้วจะมีแก่ใจที่ไหนไปสังเกตได้ว่าใครเก็บซ่อนความรวดร้าวเอาไว้จนไม่กล้าสบตา อรัณย์ยังคงอธิบายต่อในน้ำเสียงก็ยังแฝงความเว้าวอนเอาไว้เพื่อให้นีรนาราเห็นใจ เพราะยังไงก็เป็นพี่สาวแท้ๆของคนที่ตัวเองชอบ

“ก็น่านไม่กล้า เลยมาบอกพี่นีนก่อนเนี่ย”

“แปลกคนจริงๆ ถ้าชอบก็ไปบอกสิกลัวอะไรเหรอ”

นีรนาราแสร้งบ่นออกมา พยายามอย่างที่สุดเพื่อให้ตัวเองทำตัวเหมือนปกติและไม่เผลอหลุดความรู้สึกใดๆออกมาจากสายตา ฟังดูเหมือนยากแต่สำหรับนีรนาราที่หลงรักรุ่นน้องคนนี้มาหลายปีนั้นการเก็บซ่อนความรู้สึกเป็นอะไรที่ทำมาจนชินแล้ว

เพราะตั้งแต่ที่รู้ตัวว่าคิดกับอรัณย์มากกว่าน้องชาย เส้นทางความรักที่เคยวาดฝันถึงมาตลอดก็ได้ถูกเธอปิดประตูไปตั้งแต่วันนั้นอย่างไม่คิดคาดหวังอะไรอีกเลย ด้วยอายุที่ห่างกันเกินไปก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่มันเป็นไปไม่ได้จริงๆก็คงเพราะแบบนี้ เพราะคนในใจที่อรัณย์รักจริงๆก็คือปาริฉัตรน้องสาวของเธอ เพื่อนเล่นที่ทะเลาะกันมาตลอดตั้งแต่เด็กจนโต คนที่อรัณย์บอกว่าไม่มีทางชอบได้

ใครจะไปรู้ว่าพอถึงตอนที่โตขึ้นอรัณย์กลับเพิ่งเข้าใจว่าชอบเพื่อนคนนี้แบบคนรัก และคิดกับนีรนาราเพียงแค่พี่สาวที่แสนดีเท่านั้น โชคดีที่อรัณย์รู้ใจตัวเองไว และโชคดีที่นีรนาราก็ไม่เคยเปิดเผยความรู้สึกอะไรไปตั้งแต่แรกเหมือนกัน วันนี้ความสัมพันธ์ถึงได้ยังคงเหมือนเดิม แม้ในความเหมือนเดิมนั้นจะสร้างความเจ็บปวดให้นีรนาราตลอดมาก็ตาม

“ถ้าน่านจะขอฉัตรคบพี่นีนจะว่าอะไรมั้ยครับ”

“พี่จะว่าอะไรได้ล่ะ ถ้าฉัตรตกลงพี่ก็ไม่มีสิทธิ์ไปห้ามอยู่แล้วนี่”

“พี่นีนว่า พ่อแม่พวกเราจะห้ามมั้ยครับ”

อรัณย์ยังคงถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ แม้สองครอบครัวจะสนิทกันแค่ไหนแต่การอยากเปลี่ยนสถานะต่อกันก็ยังสร้างความกังวลให้อรัณย์มากอยู่ดี เป็นนีรนาราที่ประชดออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น

“ดีใจล่ะสิไม่ว่า ลืมแล้วเหรอว่าบ้านเราสนิทกันขนาดไหน”

“ฮือ เขินจัง ไว้มีจังหวะดีๆน่านจะบอกฉัตรพี่นีนห้ามเอาไปบอกนะครับ”

พอหมดเรื่องกังวลใจ อรัณย์ก็กลับมาสดใสแสดงอาการดีใจจนดวงตาเป็นประกาย นีรนารายิ้มอ่อนใจก่อนจะรับปากด้วยรอยยิ้มบาง มือที่จะยกขึ้นลูบหัวทุยพลันชะงักก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาว่า หลังจากนี้คงต้องระวังเรื่องการแสดงออกต่อกันมากขึ้นแล้ว

เพราะเธอรู้ดีว่าสิ่งที่อรัณย์ต้องการนั้นจะต้องสมหวังอย่างแน่นอน ในเมื่อมองความรู้สึกของอรัณย์ออกแล้วทำไมจะมองความรู้สึกของน้องสาวแท้ๆตัวเองไม่ออกล่ะ

“อื้อ พี่ไม่บอกหรอกน่า”

“พี่นีนของน่านน่ารักที่สุดเลย”

แต่คนที่ดีใจล่วงหน้าอย่างอรัณย์นั้นกลับกอดแขนนีรนาราแน่นแล้วแนบหัวลงที่ไหล่บางพลางถูไถไปมาจนห้ามไม่ทัน นีรนารารีบดันศีรษะอีกคนออกก่อนจะไล่ให้อรัณย์กลับห้องของตัวเองเพราะดึกแล้ว

“อย่ามาอ้อนน่า ไปนอนได้แล้วไป”

“โอเคครับ ฝันดีนะพี่นีน”

“ฝันดีครับ”
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พลาดรักสัมพันธ์ลวง   บทที่ 97

    “เลิกเล่นแล้วไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ จะได้มาทานข้าวเย็นกัน”“โอเคครับ”—-------------------------------“ไหน ลูกชายพ่อทำไมยังไม่หลับอีกครับเนี่ย”วิกรที่เพิ่งเข้ามาในห้องนอนชะโงกดูลูกชายที่นอนอยู่ในเปลข้างๆเตียง นีรนาราที่นั่งกล่อมลูกอยู่หันมายิ้มก่อนจะบอกให้สามีรีบนอน“วันนี้ตาใสมากเลยค่ะ พี่กรนอนก่อนได

  • พลาดรักสัมพันธ์ลวง   บทที่ 96

    วิกรอธิบายเพิ่ม เพราะคนอื่นๆที่ไม่รู้จักเค้ามักจะเข้าใจผิดกันตลอดว่าที่บ้านจะต้องเข้มงวดและบังคับให้สืบทอดธุรกิจแน่ๆ แต่ที่จริงทั้งพ่อและแม่ไม่เคยมีใครมากำหนดชีวิตลูกๆเลยสักคน แค่ทำสิ่งที่ชอบก็พร้อมสนับสนุนทุกอย่างอยู่แล้ว ถือว่าเป็นโชคดีก็ได้ที่ได้ต้นทุนชีวิตที่ดีพร้อมแบบนี้ การได้ทำทุกอย่างจนรู้ว

  • พลาดรักสัมพันธ์ลวง   บทที่ 95

    “ไม่ไปยุโรปกันแน่นะคะลูก”วิภาดาถามย้ำอีกครั้งแม้ลูกจะยืนยันว่าจะเปลี่ยนที่เที่ยวก็ตาม วันครบรอบแต่งงานที่เคยวางแผนกันไว้ว่าจะไปแถวๆยุโรปกลายเป็นต้องเปลี่ยนแผนใหม่เพราะว่านีรนาราท้องขึ้นมาซะก่อน “ไม่ไปครับ ผมกลัวนีนจะลำบากถ้าเดินทางไกลมากเราเลยตกลงจะไปแค่ที่ภูเก็ตครับ”“นั่นสิเนอะกำลังท้องอยู่ด้วย

  • พลาดรักสัมพันธ์ลวง   บทที่ 94

    “รวมผมด้วยเหรอครับ”วิกรที่ได้ยินว่าตัวแสบรีบหันไปถามแม่อย่างไม่เชื่อว่าตัวเองจะถูกเหมารวมกับน้องๆด้วย“เราตอนเด็กก็ใช่ย่อยที่ไหนล่ะตากร ให้แม่แฉเลยดีมั้ยคะ”“อย่าเลยครับ วันนี้คุณแม่คงเหนื่อยรีบพักผ่อนนะครับ”วิกรยิ้มเอาใจก่อนจะรีบห้ามไม่ให้แม่แฉความดื้อต่อหน้าภรรยาสุดที่รัก วิภาดามองค้อนก่อนจะยอมไ

  • พลาดรักสัมพันธ์ลวง   บทที่ 93

    “มีแต่ของโปรดทั้งนั้นเลย ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเตรียมให้นะครับ”วิกรบอกก่อนจะนั่งลงใกล้ๆกับนีรนารา เพราะมีกันอยู่สามคนเลยทำให้อาหารวันนี้เยอะเป็นพิเศษจนเจ้าของวันเกิดตาเป็นประกายและยิ้มไม่หุบกับความใส่ใจของทั้งแม่และภรรยาตัวเอง“เดี๋ยวมีพิเศษกว่านี้อีกค่ะลูก ยังไม่ต้องรีบดีใจไป”“โห คุณแม่ทำผมตื่นเต้นนะ

  • พลาดรักสัมพันธ์ลวง   บทที่ 92

    “ไม่ไปโรงพยาบาลแน่นะครับ”วิกรถามด้วยความเป็นห่วงเพราะหลายวันมานี้นีรนารามีอาการป่วยบ่อยๆจนวันนี้ถึงกับลุกไปทำงานไม่ไหว แต่เจ้าตัวก็ยังยืนยันว่าจะไม่ไปโรงพยาบาลอยู่ดี“ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่เวียนหัวนิดหน่อยนอนพักไม่นานก็หาย”“ตามใจครับ แต่ว่าถ้าไม่โอเครีบโทรหาพี่เลยนะครับรู้มั้ย”“รู้แล้วค่า พี่กรไม่ต้อ

  • พลาดรักสัมพันธ์ลวง   บทที่ 41

    “ค่อยมีแรงหน่อย แต่จะดีกว่านี้ถ้ารีบกลับมาอยู่ด้วยกัน”“รู้แล้วค่ะ ตั้งใจทำงานนะ”นีรนาราขยับตัวลงจากตักอีกคนทันทีที่ได้โอกาส วิกรยิ้มขำก่อนจะรับคำด้วยรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิมเพราะเท่านี้ใจก็พองฟูจนมีแรงสู้กับงานต่อแล้ว“ครับผม”—---------------------------“กร ช่วยด้วยลูก กร”“คุณแม่เป็นอะไรครับ”วิ

  • พลาดรักสัมพันธ์ลวง   บทที่ 40

    “โย่ว โบร้ว”“เลิกทำเสียงเหมือนหมาเถอะกันต์”วิกรว่าอย่างอ่อนใจ รับสายทีไรไม่เคยมีครั้งไหนที่วิศวะจะเลิกทำตัวแปลกสักทีเลย“อย่าร้ายสิครับพี่ชาย”“พี่กรยังได้ยินแค่นานๆครั้ง แต่กชได้ยินทุกวันรำคาญกว่าอีกค่ะ”เสียงใสที่แทรกเข้ามาทำเอาวิกรขำออกมาทันทีกับความชอบตีกันของทั้งคู่ “อยู่ด้วยกันได้โดยที่ไม่ต

  • พลาดรักสัมพันธ์ลวง   บทที่ 38

    “ไง ไม่เจอกันกี่เดือนแล้ววะเนี่ย”พีรวิชญ์เอ่ยทักทันทีเมื่อเข้ามาในห้องที่เพื่อนนัดเอาไว้ ร้านเหล้าร้านเดิมที่เป็นลูกค้าประจำกันไปแล้วแม้จะไม่ได้มาบ่อยก็ตาม“มึงก็เกินไปมาก เพิ่งผ่านมาอาทิตย์เดียวเถอะ”“เหรอวะ ไม่เห็นจำได้เลย”“อันนี้มึงน่าจะความจำเสื่อมเพราะเหล้าแล้วล่ะพีนัท”อัคคีขัดขึ้นอย่างหมั่น

  • พลาดรักสัมพันธ์ลวง   บทที่ 37

    “เอ่อ ก็ยังเลย”นีรนาราอึกอักเมื่อเพื่อนถามในสิ่งที่ตัวเองก็หลงลืมไปแล้วเช่นกัน เปรมากับอันนาทำหน้าตกใจก่อนจะถามออกมาเสียงดัง“อะไรนะ!”“คือ อันที่จริงเราก็เผลอลืมเรื่องนี้ไปแล้วอ่ะแก”“จะบ้าเหรอนีน”“เอ้า ก็มันนานแล้วอ่ะตั้งกี่เดือนแล้ว อีกอย่างเราก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้กันเลยทุกวันมันดีมากๆจนไม่ได้นึ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status