Share

บทที่ 35

Author: โม่เสียวชี่
หลินเย่ว์ย่อมตะลึงค้างเช่นกัน

ใช่สิ เฉียวเนี่ยนมาขอพรให้ท่านย่าสุขสงบ ไฉนเขาถึงพูดจาเช่นนั้นออกไปได
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (5)
goodnovel comment avatar
Yiwha Hong
โอโห จังหวะนี้คือลาขาดกับบ้านนี้เหอะ อิหลินเย่ว์ยังเป็นคนอยู่มั้ย แล้วทำไมพระเอกไม่โผล่มาช่วย หงุดหงิดจนต้องเลิกอ่านละ
goodnovel comment avatar
Potichan Pam Rungnapa
ไร้ท์คะ​ ขอตอนยาวกว่านี้ได้มั๊ยคะ​ ตอนสั้นมากมากเลย......... เลื่อนทีเดียวหมดตอนล้าววว
goodnovel comment avatar
Jaruwan
แม่ทัพ ก็เลว ทำไมไม่รู้จักห้ามวะ อย่ากลับไปหามันนะ ไปตายอันดาบหน้าดีกว่า ถ้าหมิงอ๋องกลายเป็นคนไม่ดีก็ถือว่าซวยแล้วกัน
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1590

    เพียงสามคำสั้น ๆ ทว่ากลับไม่ต่างจากน้ำเย็นจัดที่ราดรดลงมากลางศีรษะในพยับพรายแห่งเหมันตฤดู แช่แข็งความหวังสุดท้ายอันริบหรี่ของเฉียวเนี่ยนจนสิ้นซาก ทว่าดวงตาที่ฝ้าฟางแต่กลับเฉียบคมผิดปกติของหญิงชรากลับยิ่งตรึงแน่น อยู่ที่ร่างของเซียวเหิง “นับตั้งแต่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา... ข้าก็ดูออกแล้ว...”นิ้วมือที่ผอมแห้งประดุจกรงเล็บเหยี่ยวของนาง ลูบไล้กำไลเงินลวดลายโบราณที่สลักเสลาอย่างซับซ้อนและบิดเบี้ยวบนข้อมือซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่รู้ตัว “นั่นมิใช่ กลิ่นอายความตาย ที่เกิดจากกู่พิษทั่วไป... แต่มันคือกู่ร่วมชะตา”“กู่ร่วมชะตา?” หัวใจของเฉียวเนี่ยนราวกับถูกหัตถ์ที่มองไม่เห็นบีบเค้นอย่างรุนแรง นางกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว เล็บจิกลึกเข้าไปในฝ่ามือ หวังจะใช้ความเจ็บปวดขับไล่ความหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามาครอบงำ“ถูกต้อง... กู่ร่วมชะตา” น้ำเสียงของแม่เฒ่าอากู่น่ากดต่ำลง ประหนึ่งเสียงขู่ฟ่อของอสรพิษที่ดังอยู่ข้างหู “กู่นี้แบ่งเป็นกู่ตัวแม่และกู่ตัวลูก ตัวลูก... ถูกฝังไว้ในกายผู้อื่น ส่วนตัวแม่... ย่อมต้องฝังรากลึกอยู่ในห้องหัวใจของผู้ลงมือ!”รูม่านตาของคนทั้งสามหดเกร็งจนเล็กเท่าปลายเข็ม ความหนาวเหน็บที่ยาก

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1589

    ภายในพื้นที่อันเงียบจืดชืดนี้ สิ่งเดียวที่พอจะเรียกได้ว่ามี “ชีวิตชีวา” อยู่บ้าง เห็นจะมีเพียงต้นหญ้าป่าไร้ชื่อไม่กี่ต้นในชามดินเผาขอบบิ่นบนขอบหน้าต่าง มันชูใบเขียวขจีอวดความแข็งแกร่งอย่างโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะตายซาก“นั่งเถอะ นั่งลงก่อน...” แม่เฒ่าอากู่น่าหลังค่อม เดินโงนเงนไปยังเบาะฟางถักข้างเตาไฟ นางค่อย ๆ ทรุดกายลงพลางชี้ไปยังม้านั่งเตี้ยสองตัวด้วยมือที่สั่นเทา น้ำเสียงนั้นแหบพร่า “ที่ทางคับแคบไปบ้าง ยายเฒ่าตัวคนเดียวอยู่จนชินแล้ว... พวกเจ้าอย่าได้ถือสาเลย”เฉียวเนี่ยนมองดูหญิงชราที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในเรือนโกโรโกโสในต่างแดนผู้นี้ ในใจพลันบังเกิดความรู้สึกอันซับซ้อน“ท่านแม่เฒ่าเกรงใจไปแล้ว” อิ๋งชีเอ่ยเสียงขรึม ทว่าเขามิได้นั่งลงทันที สายตาอันเฉียบคมกวาดมองไปทั่วทุกซอกมุมภายในห้องอย่างระแวดระวังเฉียวเนี่ยนช่วยพยุงเซียวเหิงให้กุมกายลงนั่งบนม้านั่งเตี้ยอย่างระมัดระวังแม่เฒ่าอากู่น่ามองดูพวกเขา สายตาขุ่นมัวของนางไหววูบด้วยอารมณ์บางอย่างยามจ้องไปยังเซียวเหิงที่ดูอ่อนแรงคล้ายจะล้มลงได้ทุกเมื่อนางพยายามหยัดกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เดินไปยังตู้ไม้ผุพังตรงมุมห้อง เปิดปร

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1588

    “รักษาโรคอย่างนั้นหรือ?” เซียวเหิงมีสีหน้าไม่เข้าใจ มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มหยันตนเอง “ข้าเป็นโรคอะไรกันแน่ ขนาดเจ้าสำนักราชาโอสถผู้เกรียงไกรยังไร้หนทางรักษา?”เฉียวเนี่ยนหามีแก่ใจจะล้อเล่นกับเขาไม่ นางกล่าวเพียงว่า “อาจเป็นพิษกู่ แต่ทุกอย่างต้องรอให้พบสตรีชาวหนานเจียงนางนั้นก่อนจึงจะยืนยันได้”พิษกู่อย่างนั้นหรือ?รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวเหิงค่อย ๆ เลือนหายไป ที่แท้ฝันร้ายตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ล้วนมีสาเหตุมาจากพิษกู่หรอกหรือ? แววตาของเขาหม่นแสงลงโดยไม่รู้ตัวเมื่อเฉียวเนี่ยนเห็นเช่นนั้น ก็ไม่รู้จะปลอบประโลมอย่างไร จึงหันไปมองนอกรถม้าแทนนางลอบทอดถอนใจในอก... ยังเหลือการเดินทางอีกตั้งสามวัน...ล้อรถบดขยี้ไปบนถนนแผ่นหินที่ขรุขระของเมืองไป๋สุ่ย ส่งเสียงกระทบดังทึบหนัก ก่อนจะหยุดลง ณ มุมอับที่ห่างไกลผู้คนแห่งหนึ่งอิ๋งชีลงจากรถเป็นคนแรก เขากวาดสายตามองไปรอบบริเวณด้วยความระแวดระวังกระท่อมเบื้องหน้ามีขื่อประตูต่ำเตี้ยราวกับถูกกาลเวลากดทับจนหลังค่อม บานประตูทำจากไม้ผุหลายแผ่นนำมาปะติดปะต่อกัน เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวลึกบ้างตื้นบ้าง สีสันซีดจางกลายเป็นสีน้ำตาลเทาคร่ำครึ ขอบประตูถูกมอ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1587

    สัมผัสแรกที่ฟื้นคืนคือเปลือกตาอันหนักอึ้ง เขาพยายามฝืนปรือตาขึ้นจนเปิดออกได้เพียงรอยแยกเล็ก ๆแสงอันเจิดจ้าสาดเข้ามาในฉับพลัน ทำให้เขาต้องหลับตาลงอีกครั้งด้วยความระคายเคือง ครั้นเมื่อค่อย ๆ ลืมตาขึ้นใหม่อีกครา ภาพที่พร่ามัวจึงเริ่มกระจ่างชัดขึ้น เขาพบว่าตนกำลังนอนอยู่ในรถม้าคันแคบทว่าวิ่งได้อย่างเรียบเรื่อย ใต้ร่างรองรับด้วยฟูกหนานุ่ม ...และในยามนั้นเอง เขาก็ได้เห็นนางเฉียวเนี่ยนนั่งพิงผนังรถม้าอยู่ฝั่งตรงข้าม นางหลับตาลงคล้ายกำลังงีบหลับพักผ่อนแสงแดดอันเจิดจ้าและอบอุ่นในยามสายของวสันตฤดู ลอดผ่านช่องว่างของม่านรถม้าที่สั่นไหวเล็กน้อย ตกกระทบลงบนใบหน้าด้านข้างของนางพอดิบพอดีแสงนั้นขับเน้นกรอบหน้าอันนุ่มนวล ทอดเงารูปพัดลงใต้ขนตาที่ยาวหนาเป็นแพ สันจมูกโด่งรั้นงดงาม ริมฝีปากสะท้อนแสงเป็นสีชมพูระเรื่อดูสุขภาพดีแสงอาทิตย์ที่อาบไล้รอบกายทำให้นางดูราวกับถูกฉาบด้วยขอบทองคำจาง ๆ ดูสงบเงียบและงดงามจับใจชั่วขณะที่จิตใจล่องลอย กาลเวลาคล้ายจะหมุนย้อนกลับไปเมื่อนานแสนนานมาแล้วในรถม้าเช่นนี้ แสงแดดเช่นนี้ และนาง... ก็เป็นเช่นนี้ยามนั้น นางยังเป็นเพียงเด็กสาวตัวน้อยที่แสนซุกซนและร่าเ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1586

    เมื่อเห็นสีหน้าของเฉียวเนี่ยนย่ำแย่ถึงเพียงนั้น อิ๋งชีคล้ายจะนึกสิ่งใดขึ้นได้ เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นท่ามกลางพุ่มไม้อันเงียบสงัด ประหนึ่งก้อนหินที่ถูกโยนลงกลางผืนน้ำอันนิ่งสนิท ทำลายความเงียบงันอันเยือกเย็นในใจของเฉียวเนี่ยนลง: “ท่านเจ้าสำนัก... เมื่อหลายปีก่อนในยามวิกฤต ข้าน้อยเคยช่วยชีวิตสตรีชาวหนานเจียงผู้หนึ่งที่เชี่ยวชาญวิชาคุณไสย นามว่าอากู่น่า เท่าที่ข้าน้อยสืบทราบในภายหลัง นางมิใช่นักปรุงคุณไสยธรรมดา ฝีมือของนางนั้น... ล้ำลึกเหนือสามัญยิ่งนัก นับเป็น ลิขิตสวรรค์ ที่ข้าน้อยเพิ่งได้รับข่าวว่า ยามนี้นางพำนักอยู่ที่เมืองไป๋สุ่ยซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ หากเร่งควบม้าเร็ว เพียงสามวันก็ถึงขอรับ”เฉียวเนี่ยนเงยหน้าขึ้นในทันใด ประกายไฟแห่งความหวังอันริบหรี่ทว่าโชติช่วงพลันจุดติดขึ้นในดวงตา ขจัดไอเย็นแห่งความสิ้นหวังก่อนหน้าให้มลายสิ้นคำพูดของอิ๋งชีประดุจเชือกช่วยชีวิตที่ทอดลงมากลางหุบเหวอันมืดมิดจนมองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือตนเองนางจ้องเขม็งไปที่อิ๋งชี: “เจ้าแน่ใจหรือว่าจะพบนาง? แล้วนางจะยอมช่วยหรือไม่?”แววตาของอิ๋งชีราบเรียบทว่ามั่นคง: “ยามที่ข้าน้อยช่วยชีวิตนางในครานั้น นางเคยให้ส

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1585

    เฉียวเนี่ยนละมือออก พยายามข่มความหนักอึ้งและความรู้สึกไร้หนทางที่ถาโถมเข้ามาในอก นางปรับน้ำเสียงให้ดูราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ชีพจรยังคงเดิม แผลเก่ายังไม่ทุเลา ซ้ำจิตใจยังบอบช้ำเกินรับไหว จำต้อง... พักผ่อนให้มาก”นางสบตาเซียวเหิงพลางทอดเสียงอ่อนโยนลงอีก “เซียวเหิง เจ้าพักผ่อนให้ดีเถิด อย่าได้คิดฟุ้งซ่านเรื่องใด ข้าจะหาหนทางช่วยเจ้าเอง”เซียวเหิงกระตุกมุมปากคล้ายต้องการจะฝืนยิ้มเพื่อตอบรับคำปลอบโยนของนาง ทว่ารอยยิ้มนั้นยังไม่ทันเป็นรูปเป็นร่างก็พลันแตกสลายไป หลงเหลือไว้เพียงความเหนื่อยล้าที่ฝังลึกจนสุดหยั่ง”เขาสะบัดหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า: “อืม... ลำบากเจ้าแล้ว”เฉียวเนี่ยนถอยกายออกจากรถม้า ปิดประตูลงแผ่วเบา ตัดขาดความอึดอัดกดดันอันน่าอึดอัดใจจนแทบสำลักทิ้งไว้ภายในแสงแดดอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิอาบไล้ร่าง ทว่าเฉียวเนี่ยนกลับไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นแม้แต่น้อย ในใจคล้ายมีมวลน้ำแข็งมหึมากดทับอยู่นางส่งสัญญาณให้เซียวเหอไปดูแลเกอซูอวิ๋น ส่วนตนเองเดินเลี่ยงไปยังพุ่มไม้เงียบสงัดบริเวณชายป่าข้างค่ายพักแรมอย่างแนบเนียนแสงแดดถูกกิ่งใบหนาทึบตัดแบ่งเป็นดวงเล็กดวงน้อยพร่างพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status