LOGINเมื่อสาวอ้วนข้างห้องที่เจอกันทุกวัน เมาแล้วให้ท่าเดือนมหาวิทยาลัยอย่างผมถึงในห้อง ผมเลยต้องสนอง แต่ไหงตื่นมาแล้วเธอหลบหน้าหลบตาทำเป็นจำไม่ได้ แถมบอกว่า ลีลาผมไม่น่าจดจำ จากไม่สนใจ ตอนนี้ผมคิดว่าผมรักยัยอ้วนคนนี้ซะแล้ว
View Moreผมชื่อ ปัทม์ อายุ20ปี ซิ่วมาจากมหาวิทยาลัยอื่น เป็นเดือนมหาวิทยาลัยที่ฮอตที่สุดในปีนี้ เกิดมาหล่อและรวยโดยกำเนิด ผู้หญิงมีให้เลือกมากมาย ชอบใช้เงินแก้ปัญหา ตามประสาลูกคนเดียวที่พ่อแม่โคตรรักและเอาใจ
เพราะการโดนพ่อแม่สปอยล์นี่แหละครับ ผมเลยได้ย้ายมาอยู่คอนโดเล็กๆ เพียงเพราะย่าไม่อยากให้ผมฟุ่มเฟือยเกินเหตุ แต่ท่านก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดที่ว่าจะให้ผมลำบาก
ท่านยกคอนโดเล็กๆ ใกล้มหาวิทยาลัยให้ผมอยู่ ยกรถให้ผมหนึ่งคัน จ่ายค่าเทอมให้ จ่ายค่าน้ำค่าไฟให้และมีเงินค่าใช้จ่ายให้ผมบริหารด้วยตนเองเดือนละสามหมื่น ให้ตายเถอะเงินสามหมื่นผมเคยใช้หมดช้าสุดก็ภายใน10วัน แต่ผมต้องมานั่งบริหารเงินสามหมื่นให้อยู่ถึงเดือน
คอนโดผมมีห้องนอนแยกเป็นสัดส่วนจากห้องโถง ที่มีทั้งห้องรับแขก ห้องครัว รวมกัน ห้องน้ำก็อยู่นอกห้องนอน ไม่ค่อยสะดวกเหมือนตอนอยู่บ้าน
เพื่อนบ้านข้างห้องก็ไม่ค่อยน่าอภิรมย์ เพราะด้านซ้ายก็ผู้ชายวัยทำงาน ด้านขวาก็ผู้หญิงอ้วนๆ คนหนึ่งที่อยู่วิทยาลัยเดียวกันกับผม เจอกันบ่อยสุดเพราะดันอยู่คณะเดียวกันกับผมคือคณะบริหารธุรกิจ แต่เรียนคนละเอกกับผม
ผมเรียนการตลาดเพราะคิดว่าง่ายที่สุด (แต่คิดผิด ทฤษฎีเยอะโคตร) ส่วนเหมือนดาวเรียนการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ซิ่วมาจากที่อื่นเหมือนกันกับผม ไม่ใช่ว่าเธอซิ่วเพราะเรียนไม่ได้ เธอฉลาดและเก่งมาก แต่ที่ซิ่วมาเพราะรู้ว่าสาขาที่เรียนมันไม่ใช่ทางขอเธอ
“เหมือนดาว!” ผมเรียกเธอ
“มีไรปัทม์” เหมือนดาว หน้าตาธรรมดา ผิวขาว สูงเท่าไหล่ของผม น่าจะสัก165ได้ ส่วนน้ำหนักน่าจะ75ขึ้นไป เป็นคนอัธยาศัยดี เด็กเรียนดี แต่ถ้าผอมและสวยจะดีกว่านี้มาก
“ว่าจะขอยืมเลกเชอร์วิชากฎหมายทางธุรกิจ” ผมถามยืมเลกเชอร์วิชาของคณะที่เรียนเซคเดียวกันกับเธอ
“อืม ดึกๆ ได้ป่ะ พอดีแฟนเราเอาไปถ่ายเอกสารอยู่” เหมือนดาวตอบหน้าตายิ้มแย้ม
เหมือนดาวมีแฟนในเอกเดียวกัน ที่คบกันมาตั้งแต่เทอมแรก จนถึงเทอมนี้
“ได้ๆ ขอบใจนะ” ผมบอก
ในขณะเดียวกัน นิ้ง เด็กบัญชี มหาวิทยาลัยอื่นที่ผมคุยๆ อยู่ก็ออกจากลิฟต์กำลังเดินมาทางผมตามที่นัดไว้
ผมชอบคบเด็กต่างมหาวิทยาลัยมากกว่าครับ เพราะการสับรางง่ายกว่า หลีกเลี่ยงเจอกันได้ดีกว่าในกรณีที่ผมเบื่อแล้วคิดชิ่ง เหมือนดาวมองเห็นนิ้งแล้วส่งยิ้มให้ผม คงคิดในใจว่า ‘เมื่อวานไม่ใช่คนนี้’
นิ้งเดินมาเกาะแขนผม เหมือนดาวเลยขอตัวเดินเข้าห้องไป
“เข้าห้องกันเถอะ” ผมชวนนิ้งเข้าห้อง หุ่นนิ้งผอมสวย นมโต แบบนี้สิที่ผมต้องการ เข้าห้องปุ๊บ ผมก็ดึงนิ้งเข้ามาจูบ
“เดี๋ยวก่อนสิค่ะ” นิ้งบิดตัวเอียงอาย มาถึงห้องแล้วก็ยังมีการเล่นตัวอีกเล็กน้อย
“ถ้านิ้งไม่พร้อมกลับไปก่อนก็ได้นะครับ” ผมพูดแบบไม่พอใจเล็กน้อย นิ้งเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาโอบเอวผมไว้ แล้วเป็นฝ่ายเขย่งเท้าขึ้นมาจูบผมก่อน ผมจูบตอบอย่างรวดเร็ว ใช้ลิ้นสำรวจรอบๆ โพรงปากนั่นอย่างชำนาญ นิ้งจูบเก่งไม่แพ้กัน เธอโต้ตอบอย่างเผ็ดร้อน
ผมดันร่างนิ้งเข้าไปที่ห้องนอน ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น ชื่นชมความงามสมส่วนของร่างนั่น หน้าอกอวบอิ่ม เอวคอด หน้าท้องไร้ไขมัน สะโพกสมส่วน ผมถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก นอนทับร่างงามนั้นไว้ ใช้ปากงับเต้างาม และเคลื่อนสะโพกถูไถไปมา จนนิ้งครางลั่น ผมพอใจในเสียงคราวที่แสดงความเก่งกาจในบทรักที่ผมบรรเลงขึ้นมา ผมคว้าเครื่องป้องกันมาสวมใส่ก่อนจะสอดใส่ไปอย่างชำนาญ ช่องรักของมิ้มไม่คับมากแต่ก็ตอดรัดดี ผมกดสะโพกโยกเข้าออกอยู่สักพัก นิ้งกับผมก็เกร็งตัวปลดปล่อยออกมาพร้อมๆ กัน
ผมถอดถุงยางทิ้งที่ถังขยะแล้วใส่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียว ในขณะที่นิ้งสวมเสื้อผ้าเสร็จแล้วเดินมากอดเอวผมไว้
“ปัทม์ขา นิ้งอยากได้กระเป๋าใหม่จังเลย ปัทม์ซื้อให้นิ้งหน่อยนะคะ” นิ้งเอ่ยขอของจากผมเหมือนผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมา
“คงไม่ได้หรอกครับ ผมไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น” ผมปฏิเสธไปตามตรง
“คุณเป็นถึงลูกชายเจ้าของธุรกิจส่งออก เพื่อนๆ นิ้งก็บอกคุณรวยมาก เป็นไปไม่ได้หรอกที่คุณไม่มีเงิน นะคะ ปัทม์” นิ้งยังคงไม่ยอมเรียกร้อง
“ตอนนี้ผมโดนควบคุมการใช้เงินอยู่ ยังไม่มีให้นิ้งหรอกครับ แล้วเราก็ต่างฝ่ายต่างได้รับความสุขไม่ใช่เหรอครับ หรือนิ้งหวังสิ่งของจากผม” ผมถามตรงๆ ตามนิสัย (ปากหมา) ของผม
“เปล่าค่ะ นิ้งก็แค่ลองขอดู เผื่อคุณใจดี” นิ้งเปลี่ยนท่าทีลง ผมรู้ว่าอย่างน้อยไม่ได้เงินแต่ได้ควงเดือนมหาลัยอย่างผมเธอก็คงอวดเพื่อนได้เหมือนกัน
“นิ้งลงไปเองนะ ผมไม่ส่งนะ” ผมบอกนิ้งให้กลับไป เพราะผมไม่ชอบให้มีคนมาค้างที่ห้อง นิ้งหน้างอเล็กน้อยก่อนจะยอมออกไปแต่โดยดี
‘ผู้หญิงก็เหมือนกันทุกคน ไม่เห็นแก่เงินก็อยากคบคนหน้าตาดี’
ผมเดินไปส่งนิ้งแค่หน้าประตู พอนิ้งเดินออกไปก็พบว่ามีชีทถ่ายเอกสารจากสมุดเลกเชอร์ลายมือของเหมือนดาวสอดไว้ใต้ประตู ผมหยิบขึ้นมาดู ยิ้มเล็กน้อย
‘อย่างน้อยก็มียัยอ้วนนี่แหละที่รักไอ้คนธรรมดาแฟนของเธอ...รึว่าเธอเลือกไม่ได้วะ’
*********************
ฉันชื่อเหมือนดาว ที่บ้านพอมีฐานะส่งให้เรียน แต่ไม่ได้ถึงขั้นร่ำรวยอะไร อ้วน หน้าตาธรรมดา มีดีแค่เรียนดี ฉันมีแฟนที่เรียนด้วยกันคือนวพล หนุ่มหน้าตาธรรมดาที่เป็นฝ่ายเข้ามาจีบฉันเอง เราต่างคนต่างช่วยเหลือกันในด้านการเรียน
แต่ความสัมพันธ์เรายังถือว่ายังไม่ก้าวหน้า เพราะคบกันมาได้สิบเดือน ฉันยังไม่เคยมีอะไรกับนวพล เพราะฉันให้สัญญากับตัวเองว่าต้องเสียตัวครั้งแรกในคืนแต่งงานเท่านั้น นวพลรับปากและไม่เคยล่วงเกินฉันไปมากกว่าการจับมือ
วันนี้ฉันตั้งใจจะไปทำเซอร์ไพรส์นวพลที่ห้อง เพราะวันนี้เขากลับบ้านที่ต่างจังหวัดเพราะแม่ป่วย ฉันเลยจะเข้าไปทำความสะอาดห้องให้ ฉันมีกุญแจสำรองของห้องนวพลที่เขาเคยให้ไว้ จึงใช้ไขเข้าไป พบว่านวพลกำลังทำกิจกรรมบนเตียงกับอีฟ เพื่อนอีกคนของเราทั้งคู่ที่มีแฟนอยู่แล้ว
“ดาว!!!” อีฟเรียกชื่อฉัน รีบคว้าเสื้อผ้ามาใส่ นวพลรีบใส่กางเกงแล้วเดินมาหาฉัน
“ดาวมาได้ไง?!” นวพลถามฉันที่ยืนอึ้งอยู่
“ไหนพลบอกดาวว่ากลับบ้าน ที่แท้ก็มาทำอะไรแบบนี้” ฉันตัดพ้อเสียงสั่น ไม่รู้โกรธหรือเสียใจมากกว่ากันที่มาเห็นเพื่อนกับแฟนเอากันต่อหน้า
“ดาว เราขอโทษ” อีฟบอก
“ตั้งแต่เมื่อไหร่?” ฉันถามทั้งสองคน
“หลังสอบเทอมที่แล้ว” นวพลบอกความจริง ตามนิสัยที่เป็นคนจริง ถ้าถามตรงๆ เขาก็พร้อมจะตอบเสมอ
“ทำไม?”
“เราคบกับดาว ดาวไม่ยอมให้เรามีอะไรด้วย เราก็เลย...ก็เลย...” นวพลหยุดพูดหันไปมองหน้าอีฟ
“พลกับเราเลยนอนด้วยกันเฉยๆ ก็แค่เซ็กส์ เราไม่ได้ผูกมัดอะไรกัน ดาวไม่ต้องห่วงนะ” อีฟพยายามแก้ตัว
“ใช่ดาว เราไม่ได้รักอีฟเหมือนที่รักดาวเลยนะ เราก็มีความต้องการนะ ดาวให้เราไม่ได้ เราเลยเก็บกด อยากระบายกับใครสักคน” นวพลแก้ตัวด้วยเหตุผลที่ว่าฉันไม่ยอมให้มีอะไรด้วย
“ดาวผิดเหรอพล ผิดที่อยากเก็บความภูมิใจให้พลได้เชยชมในคืนแรกที่แต่งงาน ผิดที่รักนวลสงวนตัวเหรอพล?” ฉันถาม อยากร้องไห้ แต่จุกจนร้องไม่ออก
“ดาวไม่ผิดหรอก แต่สมัยนี้มันก้าวไปไกลแล้ว ไม่มีผู้ชายคนไหนคิดเรื่องครั้งแรกของผู้หญิงหรอก สมัยนี้แฟนกันเขาก็นอนด้วยกันทั้งนั้น สำหรับเราครั้งแรกในคืนแต่งงาน หรือเป็นคนแรกของแฟน เราไม่ได้ภูมิใจอะไรเลยนะ เราว่าดาวหัวโบราณเกินไป” นวพลเอาเหตุผลของตัวเองมาอ้างทำเอาฉันจุก
“แล้วทำไมต้องเป็นอีฟ ทำไมต้องเป็นเพื่อนเรา” ฉันถามมองไปที่อีฟ
“อีฟสวย เราถูกใจอีฟ” คำตอบตรงๆ เล่นเอาฉันเจ็บจี๊ดเข้ามาที่หัวใจ
“ถ้าชอบคนสวย แล้วมาคบกับเราทำไม”
“ดาวเรียนเก่ง เราคบกับดาวเพราะดาวช่วยเราเรื่องเรียนได้”
‘สรุปฉันผิดที่ไม่ยอมให้เอา’
‘สรุปผู้ชายไม่ได้ภูมิใจที่ได้เป็นคนแรกของเรา’
‘ฉันหัวโบราณเกินไป’
‘ฉันอ้วน ฉันไม่สวย เลยรั้งใจใครไว้ไม่ได้’
‘คบกันเพราะหวังผลประโยชน์!!’
ฉันไม่ตอบโต้หรือพูดอะไรออกไปอีก ยื่นกุญแจสำรองคือนวพล แล้วหันหลังเดินออกไป นวพลพยายามจะเดินตามมาแต่อีฟดึงไว้ก่อน
“เราว่าให้ดาวใจเย็นกว่านี้ก่อนค่อยคุย”
*********************
หลังจากพิธีฉลองงานสมรสเสร็จสิ้นลง พ่อแม่ของปัทม์และพ่อแม่ของฉันก็ขึ้นมาส่งตัวเราเข้าห้องหอตามฤกษ์ ก่อนจะอวยพรแล้วปล่อยให้เราอยู่ตามลำพัง“ปัทม์คะ คุณอาบน้ำก่อนเถอะ ดาวน่าจะใช้เวลาสระผมนาน” ฉันบอกสามีตามกฎหมายแล้วแกะบรรดาเครื่องประดับออกจากผม“ให้ผมช่วยนะ จะได้อาบน้ำด้วยกัน” ปัทม์กระซิบข้างหูฉัน“ไม่ต้องเลยนะ ไปอาบน้ำเลย คืนนี้คงไม่ได้หรอก ดาวเหนื่อยและปวดขามาก” ฉันบอกเขาเสียงจริงจัง“ใจร้ายจังเลยนะเมียจ๋า แต่ผมรู้ว่าคุณยังไหว” ปัทม์บอกแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป เขาใช้เวลาอาบน้ำอยู่สักพักก็ออกมานั่งเป่าผมให้แห้ง แล้วฉันก็เข้าห้องน้ำต่อจากเขาฉันใช้เวลาอาบน้ำค่อนข้างนานเพราะว่าต้องสระผมที่โดนสเปรย์ฉีดแต่งทรงผม พอฉันออกมาปัทม์ก็นอนหลับไปแล้วฉันยิ้มเล็กน้อยแล้วนั่งเป่าผมจนแห้งก่อนจะขึ้นไปนอนหลับข้างๆเขา แล้วรู้ตัวว่าตัวเองพลาดไปเมื่อโดนสามีดึงเข้าไปหาตัวเขาแล้วคร่อมทับร่างฉันเอาไว้“อุ้ย ปัทม์!! ดาวนึกว่าคุณนอนหลับไปแล้ว” ฉันร้องออกมาอย่างตกใจ“นี่คืนส่งตัวนะดาว คุณคิดว่าผมจะพลาดเหรอ” ปัทม์บอกแล้วยิ้มให้ฉันอย่างเจ้าเล่ห์“ปัทม์” ฉันเรียกชื่อเขา มองแววตาที่ลุกโชนนั้นด้วยความเขิน
ผมนั่งทำงานด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น เมื่อคืนเหมือนดาวบ่นว่าเหนื่อย อาบน้ำแล้วเข้านอนเลย ไม่พูดอะไรกับผมสักคำ ตอนเช้านั่งรถมาด้วยกันก็เอาแต่หลับตาพิงเบาะ เงียบมาตลอดทางผมนั่งกระวนกระวายจนใกล้ถึงเวลาพักเที่ยง ผมปากกาในมือลง ตัดสินใจออกไปหาเหมือนดาวที่แผนก แต่กลับไม่เจอเธอ“อ้าว คุณปัทม์” พี่วารุณีทักผม“ดาวล่ะครับ”“คุณดาวพาวิทยากรออกไปทานข้าวค่ะ” พี่วารุณีบอก ผมเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้มีวิทยากรมาบรรยายเกี่ยวกับหัวข้อความจริยธรรมในการทำงานให้กับพนักงานฟังในช่วงบ่าย“หล่อมากกกก ค่ะ”“ครับ?”“วิทยากรหล่อมาก คุณดาวยังตะลึงเลยค่ะ” พี่วารุณีบอก ผมถึงกับอึ้ง เจ็บจี๊ดขึ้นมา“เขาไปทานกันที่ไหนครับ”“น่าจะร้านอาหารไทย ที่ท่านประธานชอบไปทานค่ะ” พี่วารุณีบอกผมขับรถตามออกไปทันที เห็นรถตู้ของบริษัทฯจอดอยู่ก็มั่นใจเลยว่าต้องเป็นที่นี่ผมเดินเข้าไปมองหาเหมือนดาวข้างในร้าน มองไปเห็นเหมือนดาวนั่งอยู่กับพี่วาสนาและวิทยากรอีกสองคน หนึ่งในนั้นหน้าตาหล่อเหลาเหมือนอย่างพี่วารุณีบอก ส่วนอีกคนเป็นคนทึ่มๆ ดูเชยๆ หน้าตาธรรมดาผมเดินเข้าไปขอนั่งด้วย เหมือนดาวมองหน้าผมนิ่งไปสักพัก ก็แนะนำผมในฐานะผู้บริหารให้กับวิทยากรรู้
ตั้งแต่ผมขอแต่งงานที่งานรับปริญญา ครอบครัวของเราก็ให้หมั้นกันไว้ก่อน เพราะยังเด็กด้วยกันทั้งคู่ ผมกับเหมือนดาวเราหมั้นกันมาได้4ปีแล้วเรามีแผนที่จะจัดงานแต่งงานขึ้นในปีหน้า เพราะแม่ของเหมือนดาวอยากให้เราก้าวผ่านช่วงที่เรียกว่าอาถรรพ์เจ็ดปีไปก่อน และปีนี้เป็นปีที่เจ็ดที่เรารักกันมาอีกไม่กี่เดือนก็จะครบแปดปีแล้ว ก็ยังไม่มีอาถรรพ์เกิดขึ้นกับคู่ของเราเลย และเราดีใจที่เป็นแบบนี้เราย้ายมาอยู่คอนโดหรูที่คุณย่ายกให้เหมือนดาวเป็นของขวัญงานหมั้นด้วยกัน โดยที่ครอบครัวเราสองฝ่ายไม่ว่าอะไรที่อยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน เพราะยังไงซะทุกคนรู้ว่าเราสองคนไม่มีทางเลิกกันอยู่แล้ววันนี้ผมได้รับมอบหมายให้ไปต้อนรับคณะดูงานจากบริษัทฯที่เป็นคู่ค้าคนสำคัญ แทนพ่อแม่ที่ไปเที่ยวต่างประเทศ ประกอบไปด้วยประธานบริษัทฯมากับภรรยาและลูกสาว พร้อมผู้ติดตามอีก4-5คนผมพาทั้งคณะเดินชมทุกแผนกในบริษัทฯ โดยเฉพาะแผนกส่งออกที่ทางคณะดูสนใจเป็นพิเศษ จนไม่ได้สังเกตว่า ยิหวาลูกสาวของประธานบริษัทฯคู่ค้านั้นสนใจผมเป็นพิเศษเช่นกันหลังจากดูงานเสร็จ ผมก็เลี้ยงส่งทั้งคณะที่ร้านอาหารดัง เหมือนดาวที่ติดธุระเลยไม่ได้มาด้วย“คุณปัทม์เก่งจังนะคะ
เทอมสุดท้ายของเราสองคนผ่านไป ตอนนี้เราทำงานที่บริษัทของผมอย่างเต็มตัว เหมือนดาวขอร้องคุณย่าขอรับแค่ตำแหน่งพนักงานธรรมดาก่อนเพื่อเรียนรู้งานตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน แต่ก็ไม่สามารถทัดทานอำนาจของคุณย่าได้ เลยต้องรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการแผนกบุคคล โดยมีหน้าที่ควบคุมดูแลความเรียบร้อยของแผนกบุคคลแต่เหมือนดาวก็ให้ความเคารพพี่ๆ ในแผนก ซึ่งทุกคนเข้าใจถึงที่มาของตำแหน่งไม่มีใครคิดแง่ร้ายกับเหมือนดาว เพราะเธอทำงานเก่งและเอาใจใส่งานดีกว่าคนที่ทำงานมานานหลายปีซะอีกส่วนผมได้ขึ้นมาทำในตำแหน่งกรรมการบริหาร และดูแลการตลาดควบคู่ไปด้วย ยังไม่พร้อมที่จะรับตำแหน่งที่สูงกว่านี้เพราะผมคิดว่าประสบการณ์ยังไม่เพียงพอเราทำงานหลังจากเรียนจบภายในสามปีครึ่งตามที่คาดไว้ และรอรับปริญญาในปลายปีนี้พร้อมกับรุ่นพี่ปีที่แล้วผมกับเหมือนดาวมีอภิสิทธิ์ในการหยุดวันเสาร์ และอาทิตย์ต่างจากพนักงานคนอื่นที่ทำงานจันทร์ถึงเสาร์ สามารถเข้างานเวลาไหนก็ได้ แต่เหมือนดาวไม่เคยใช้อภิสิทธิ์เหล่านี้เลย เพราะเธอทุ่มเทกับงานมาก ถูกใจคุณย่าและพ่อแม่ของผม รวมทั้งเป็นที่รักของทุกคนในบริษัทฯ“ดาวครับ ผมมารับไปทานข้าว” ผมเดินมาเรียกเหมือนดาวที่ห้