FAZER LOGINเมื่อสาวอ้วนข้างห้องที่เจอกันทุกวัน เมาแล้วอ้อนรักเดือนมหาวิทยาลัยอย่างผมถึงในห้อง แต่ไหงตื่นมาแล้วเธอหลบหน้าหลบตาทำเป็นจำไม่ได้ จากไม่สนใจ ตอนนี้ผมคิดว่าผมรักยัยอ้วนคนนี้ซะแล้ว
Ver maisหลังจากพิธีฉลองงานสมรสเสร็จสิ้นลง พ่อแม่ของปัทม์และพ่อแม่ของฉันก็ขึ้นมาส่งตัวเราเข้าห้องหอตามฤกษ์ ก่อนจะอวยพรแล้วปล่อยให้เราอยู่ตามลำพัง“ปัทม์คะ คุณอาบน้ำก่อนเถอะ ดาวน่าจะใช้เวลาสระผมนาน” ฉันบอกสามีตามกฎหมายแล้วแกะบรรดาเครื่องประดับออกจากผม“ให้ผมช่วยนะ จะได้อาบน้ำด้วยกัน” ปัทม์กระซิบข้างหูฉัน“ไม่ต้องเลยนะ ไปอาบน้ำเลย คืนนี้คงไม่ได้หรอก ดาวเหนื่อยและปวดขามาก” ฉันบอกเขาเสียงจริงจัง“ใจร้ายจังเลยนะเมียจ๋า แต่ผมรู้ว่าคุณยังไหว” ปัทม์บอกแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป เขาใช้เวลาอาบน้ำอยู่สักพักก็ออกมานั่งเป่าผมให้แห้ง แล้วฉันก็เข้าห้องน้ำต่อจากเขาฉันใช้เวลาอาบน้ำค่อนข้างนานเพราะว่าต้องสระผมที่โดนสเปรย์ฉีดแต่งทรงผม พอฉันออกมาปัทม์ก็นอนหลับไปแล้วฉันยิ้มเล็กน้อยแล้วนั่งเป่าผมจนแห้งก่อนจะขึ้นไปนอนหลับข้างๆเขา แล้วรู้ตัวว่าตัวเองพลาดไปเมื่อโดนสามีดึงเข้าไปหาตัวเขาแล้วคร่อมทับร่างฉันเอาไว้“อุ้ย ปัทม์!! ดาวนึกว่าคุณนอนหลับไปแล้ว” ฉันร้องออกมาอย่างตกใจ“นี่คืนส่งตัวนะดาว คุณคิดว่าผมจะพลาดเหรอ” ปัทม์บอกแล้วยิ้มให้ฉันอย่างเจ้าเล่ห์“ปัทม์” ฉันเรียกชื่อเขา มองแววตาที่ลุกโชนนั้นด้วยความเขิน
ผมนั่งทำงานด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น เมื่อคืนเหมือนดาวบ่นว่าเหนื่อย อาบน้ำแล้วเข้านอนเลย ไม่พูดอะไรกับผมสักคำ ตอนเช้านั่งรถมาด้วยกันก็เอาแต่หลับตาพิงเบาะ เงียบมาตลอดทางผมนั่งกระวนกระวายจนใกล้ถึงเวลาพักเที่ยง ผมปากกาในมือลง ตัดสินใจออกไปหาเหมือนดาวที่แผนก แต่กลับไม่เจอเธอ“อ้าว คุณปัทม์” พี่วารุณีทักผม“ดาวล่ะครับ”“คุณดาวพาวิทยากรออกไปทานข้าวค่ะ” พี่วารุณีบอก ผมเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้มีวิทยากรมาบรรยายเกี่ยวกับหัวข้อความจริยธรรมในการทำงานให้กับพนักงานฟังในช่วงบ่าย“หล่อมากกกก ค่ะ”“ครับ?”“วิทยากรหล่อมาก คุณดาวยังตะลึงเลยค่ะ” พี่วารุณีบอก ผมถึงกับอึ้ง เจ็บจี๊ดขึ้นมา“เขาไปทานกันที่ไหนครับ”“น่าจะร้านอาหารไทย ที่ท่านประธานชอบไปทานค่ะ” พี่วารุณีบอกผมขับรถตามออกไปทันที เห็นรถตู้ของบริษัทฯจอดอยู่ก็มั่นใจเลยว่าต้องเป็นที่นี่ผมเดินเข้าไปมองหาเหมือนดาวข้างในร้าน มองไปเห็นเหมือนดาวนั่งอยู่กับพี่วาสนาและวิทยากรอีกสองคน หนึ่งในนั้นหน้าตาหล่อเหลาเหมือนอย่างพี่วารุณีบอก ส่วนอีกคนเป็นคนทึ่มๆ ดูเชยๆ หน้าตาธรรมดาผมเดินเข้าไปขอนั่งด้วย เหมือนดาวมองหน้าผมนิ่งไปสักพัก ก็แนะนำผมในฐานะผู้บริหารให้กับวิทยากรรู้
ตั้งแต่ผมขอแต่งงานที่งานรับปริญญา ครอบครัวของเราก็ให้หมั้นกันไว้ก่อน เพราะยังเด็กด้วยกันทั้งคู่ ผมกับเหมือนดาวเราหมั้นกันมาได้4ปีแล้วเรามีแผนที่จะจัดงานแต่งงานขึ้นในปีหน้า เพราะแม่ของเหมือนดาวอยากให้เราก้าวผ่านช่วงที่เรียกว่าอาถรรพ์เจ็ดปีไปก่อน และปีนี้เป็นปีที่เจ็ดที่เรารักกันมาอีกไม่กี่เดือนก็จะครบแปดปีแล้ว ก็ยังไม่มีอาถรรพ์เกิดขึ้นกับคู่ของเราเลย และเราดีใจที่เป็นแบบนี้เราย้ายมาอยู่คอนโดหรูที่คุณย่ายกให้เหมือนดาวเป็นของขวัญงานหมั้นด้วยกัน โดยที่ครอบครัวเราสองฝ่ายไม่ว่าอะไรที่อยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน เพราะยังไงซะทุกคนรู้ว่าเราสองคนไม่มีทางเลิกกันอยู่แล้ววันนี้ผมได้รับมอบหมายให้ไปต้อนรับคณะดูงานจากบริษัทฯที่เป็นคู่ค้าคนสำคัญ แทนพ่อแม่ที่ไปเที่ยวต่างประเทศ ประกอบไปด้วยประธานบริษัทฯมากับภรรยาและลูกสาว พร้อมผู้ติดตามอีก4-5คนผมพาทั้งคณะเดินชมทุกแผนกในบริษัทฯ โดยเฉพาะแผนกส่งออกที่ทางคณะดูสนใจเป็นพิเศษ จนไม่ได้สังเกตว่า ยิหวาลูกสาวของประธานบริษัทฯคู่ค้านั้นสนใจผมเป็นพิเศษเช่นกันหลังจากดูงานเสร็จ ผมก็เลี้ยงส่งทั้งคณะที่ร้านอาหารดัง เหมือนดาวที่ติดธุระเลยไม่ได้มาด้วย“คุณปัทม์เก่งจังนะคะ
เทอมสุดท้ายของเราสองคนผ่านไป ตอนนี้เราทำงานที่บริษัทของผมอย่างเต็มตัว เหมือนดาวขอร้องคุณย่าขอรับแค่ตำแหน่งพนักงานธรรมดาก่อนเพื่อเรียนรู้งานตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน แต่ก็ไม่สามารถทัดทานอำนาจของคุณย่าได้ เลยต้องรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการแผนกบุคคล โดยมีหน้าที่ควบคุมดูแลความเรียบร้อยของแผนกบุคคลแต่เหมือนดาวก็ให้ความเคารพพี่ๆ ในแผนก ซึ่งทุกคนเข้าใจถึงที่มาของตำแหน่งไม่มีใครคิดแง่ร้ายกับเหมือนดาว เพราะเธอทำงานเก่งและเอาใจใส่งานดีกว่าคนที่ทำงานมานานหลายปีซะอีกส่วนผมได้ขึ้นมาทำในตำแหน่งกรรมการบริหาร และดูแลการตลาดควบคู่ไปด้วย ยังไม่พร้อมที่จะรับตำแหน่งที่สูงกว่านี้เพราะผมคิดว่าประสบการณ์ยังไม่เพียงพอเราทำงานหลังจากเรียนจบภายในสามปีครึ่งตามที่คาดไว้ และรอรับปริญญาในปลายปีนี้พร้อมกับรุ่นพี่ปีที่แล้วผมกับเหมือนดาวมีอภิสิทธิ์ในการหยุดวันเสาร์ และอาทิตย์ต่างจากพนักงานคนอื่นที่ทำงานจันทร์ถึงเสาร์ สามารถเข้างานเวลาไหนก็ได้ แต่เหมือนดาวไม่เคยใช้อภิสิทธิ์เหล่านี้เลย เพราะเธอทุ่มเทกับงานมาก ถูกใจคุณย่าและพ่อแม่ของผม รวมทั้งเป็นที่รักของทุกคนในบริษัทฯ“ดาวครับ ผมมารับไปทานข้าว” ผมเดินมาเรียกเหมือนดาวที่ห้
ผ่านไปสองสัปดาห์แล้วที่ฉันกับปัทม์ใช้เวลาเรียนร่วมกัน วันนี้วันพฤหัสบดีฉันมีเรียนบ่าย แต่ฉันต้องออกไปหาซื้อของมาทำงานกลุ่ม ปัทม์พาขับรถออกมาหาซื้อของแต่เช้าฉันมองไปข้างทางเจอนวพลที่หน้าหอพักของเขากำลังเดินขึ้นรถเก๋งคันเดิมด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักฉันรู้ว่าเขาไม่ได้ลงเรียนซัมเมอร์แต่เขาทำไมไม่กลับบ้าน
ตลอดเกือบทั้งสัปดาห์ที่ฉันกลับบ้าน ปัทม์ส่งไลน์มาหาฉันตลอด บางทีฉันก็ลองแกล้งไม่ตอบไลน์ ทั้งๆ ที่ก็ยิ้มได้ทุกครั้งที่มีเสียงเตือนเด้งขึ้นมา ปัทม์ก็จะเปลี่ยนเป็นโทรมาหาแทน แต่ฉันก็ไม่ได้รับสายเพราะอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ แม่มองแล้วแซวว่าฉันมีหนุ่มๆ โทรหาแล้วไม่กล้ารับ ฉันลุกขึ้นห้องยิ้มๆโทรมาทำไม : DooDa
“พี่จะทำอะไรผม” ผมถอยออกจากอีกฝ่ายที่กำลังเดินก้าวมาหาพร้อมกับหยิบอะไรบางอย่างจากด้านหลัง“กูจะสั่งสอนให้มึงรู้ ว่าการยุ่งกับคนมีเจ้าของมึงต้องเจอกับอะไร” พี่ชายของนนท์พูดแล้วหยิบมือถือขึ้นมา ผมโล่งใจที่มันไม่ใช่อาวุธ นาฟเปิดกล้องโหมดถ่ายวีดีโอ ตั้งมือถือตั้งพิงไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือผมเคยเห็นวีดีโ
ฉันนั่งซักผ้าที่ระเบียง จะซักมือเฉพาะเสื้อนักศึกษาและชุดชั้นใน นอกนั้นเอาลงไปซักที่เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญข้างล่างตามปกติปัทม์เคลียร์กับคนชื่อแป๋วอยู่ในห้อง ฉันได้ยินแค่เสียงแว่วๆ ไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน จนฉันซักผ้าเสร็จ กำลังตากผ้า ปัทม์ก็เปิดประตูเดินออกมาที่ระเบียง แป๋วเดินตามมาติดๆ ร้องไห้กอดปัทม์











