หน้าหลัก / โรแมนติก / พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ / ตอนที่ 10 เข้าเรียนมหาวิทยาลัย (จบ 2)

แชร์

ตอนที่ 10 เข้าเรียนมหาวิทยาลัย (จบ 2)

ผู้เขียน: 22 A Venus
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-13 18:13:41

" โอ๊ะ โอ่ มานั่งกินข้าวแถวนี้เองก็ว่าหาตัวไม่เจอ " เสียงหญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับเพื่อนสาวอีกสองคน เธอดูสวยทั้งสามแบบสาวตะวันตกตัวสูง พุ่นเพียว ผิวขาวผมยาวสีออกน้ำตาลจนเห็นได้ชัด เนราและมีนามองหน้ากันอย่างมึนงงก็ในเมื่อทั้งคู่ไม่รู้จัก...

" พวกเราเหรอ มีนเอ่ยขึ้น "

" เปล่า แค่เธอคนนั้น... สายตาดูท่าตั้งคำถามปนจะหาเรื่องหน่อยๆ ปรายตามองมายังเนรา และใช้มือแตะบ่าผลักมีนาที่ยืนขึ้นเบาๆ เชิงให้หลีกทาง... เธอเป็นอะไรกับสเวน " คำถามไม่ต้องอธิบายความหมาย สำหรับเนราสามารถคาดเดาได้ทันทีว่าพวกเธอคงเป็นกลุ่มผู้แอบปลื้มชายหนุ่มอยู่ไม่ผิดเพี้ยน

" ครอบครัวค่ะ " คำตอบสั้นๆ แต่แลดูกว้าง

" ครอบครัว? เธอเป็นน้องเขาหรอ หน้าตาที่ดูต่างชาติพันธุ์กันแบบนี้เนี่ยนะ "

" เปล่าค่ะ ญาติห่างๆ " เธอยังคงตอบสั้นๆ หากได้ตอบว่าเป็นเจ้าสาวของเขาอาจจะโดนซักมากกว่านี้ พลางเก็บของและเรียกให้มีนากลับไปที่ห้องเรียนในวิชาต่อไป ทว่าเนรากลับโดนกดไหล่ลงให้นั่งกลับที่เดิมทันที จนมีนาเกือบจะเข้ามาจัดการหากแต่ว่าถูกเนราสบตาเชิงห้ามไว้ก่อน

" คิดว่าพวกเราจะเชื่อหรอ เขาไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหน ไม่แม้แต่จะปรายตามองหรือเอ่ยคุย..."

" ให้ตายสิ นึกว่าจะมีคนแบบนี้ในระดับมัธยมในประเทศเราเท่านั้น ต่างประเทศแม้จะเป็นระดับมหาวิทยาลัยก็ยังไม่วายจะมีกลุ่มคนพวกนี้งั้นหรอ " เนราพึมพำกับสถานการณ์ที่เธอเกลียดที่สุด เธอไม่ได้เกลียดคนกลุ่มนี้แต่เกลียดที่ต้องตกเป็นเป้าและมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จ่าหัวว่า แย่งผู้ชาย เพราะสายตาของโต๊ะรอบข้างตอนนี้ก็เฝ้ามองราวกับลุ้นว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

" งั้นก็แล้วแต่จะคิด เนพูดในสิ่งที่สมควรจะพูดหมดแล้วค่ะ... เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพและยิ้มส่งให้นิดๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้สะพายข้างเดินผ่านหญิงสาวทั้งสามไป แต่เหมือนจะยังไม่จบคนหนึ่งในกลุ่มดึงต้นแขนเธอหันมาเผชิญหน้าอย่างแรง แต่ครั้งนี้เนรากลับรีบตะปบฝ่ามือของอีกฝ่าก่อนจะจับพลิกทันทีพร้อมหันตัวกลับมาและปล่อยลง มีนาทำตาถลึงปนตกใจก่อนจะผิวปากวู้ขึ้นมา ไม่คิดว่าเธอจะมีวิชาป้องกันตัว... ขอโทษนะคะ แต่เนเป็นประเภทระวังตัวสูง คุณเองก็ไม่ควรเข้าถึงตัวคนอื่นง่ายๆ เพราะอีกฝ่ายจะคิดว่าคุณกำลังเข้าประชิดเพื่อที่จะทำร้าย... " ไม่ทันจะพูดจบประโยคดีแก้วน้ำที่วางไว้บนโต๊ะก็สาดเข้ามาที่ใบหน้าเธอเต็มๆ จากหญิงสาวคนก่อนที่เข้าไปคุยกับเธอ มีนาพร้อมจะลุยอีกครั้งแต่เช่นเดิม เนรารั้งตัวไว้ด้วยไม่อยากสร้างปัญหา เพราะคนเป็นผู้ปกครองของเธอคือเคธี่ หญิงสาวผู้เป็นอาจารย์สอนวิชาเคมี

" ไปเถอะมีน " เธอทิ้งรอยยิ้มไว้ให้หญิงสาวทั้งสามผู้เข้ามาหาเรื่องอีกครั้ง และจูงมือเพื่อนใหม่ที่เพิ่งได้คุยกันกลับตึกเรียนโดยแวะเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการกับใบหน้าและผมเผ้าที่เปียกก่อน

" ไม่น่ายอมให้สาดน้ำฟรีเลยนะ... มีนวางกระเป๋าลงบนโต๊ะอย่างแรงด้วยท่าทีไม่พอใจ ทั้งที่ไม่ได้ถูกกระทำแต่กลับรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก... น่าจะโต้กลับไปซะหน่อยเนเองก็เป็นวิชาการต่อสู้นี่ พวกโรสรารี่นั่นเป็นพวกชอบหาเรื่องชาวบ้าน..."

" ไม่ตอบโต้จะดีกว่านะ เนไม่อยากมีปัญหาเรื่องไร้สาระอีกอย่างก็มีคนถ่ายคลิปไว้ เป็นผู้ถูกกระทำคงดีกว่า "

" เอ๋! นั่นสิ ฉลาดนะเนี่ยยัยตัวเล็ก " มีนาตบมือตัวเองทันทีเพื่อย้ำว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่เนพูด ทางด้านคนเพิ่งเช็ดผมให้พอแห้งได้แต่ส่ายหัวไปมาพลางถอนหายใจแค่วันแรกก็มีเรื่องเกิดกับเธอเสียแล้ว วันต่อๆ ไปคงไม่ต้องพูดถึง...

20.00 น. บ้านพักหลังสวยของสเวน ค่ำคืนหนาวเหน็บไม่มีวันจาง หากไม่มีไฟผิงในบ้านคงได้แข็งตายไปแน่ๆ ชั่งต่างกับคนอื่นในบ้านที่ใส่เสื้อผ้าปกติไม่ได้รู้สึกถึงความเย็น แม้แต่เตียงนอนเธอเองก็ยังต้องถูกทำเป็นพิเศษจากแผ่นให้ความร้อนหรือบ้านหลังนี้ที่ไม่เคยติดฮีตเตอร์ ก็ยังต้องติดตั้งแต่เธอย้ายเข้ามา เนรานั่งขบคิดพลางจิบโกโก้ร้อนที่เคธี่ชงมาให้ก่อนจะผละตัวไปอบขนมปังที่ช่วยกันนวดแป้งไว้

" เป็นไงบ้าง เห็นสเวนบอกว่ามีเพื่อนแล้ว " คำถามแรกยามเย็นตั้งแต่กลับมาจากเรียนเนื่องจาก โครว์ สเวนและเคธี่ให้จาเว็คและบลัดกลับมาที่บ้านก่อนจะพาเนราเข้าไปในตัวเมืองเพื่อเปิดหูเปิดตา

" ค่ะ มีนมาจากประเทศเดียวกันกับเน เลยเข้ากันง่ายหน่อย " ความจริงคือเคยอยู่เสียมากกว่า และแม่ของมีนาก็เคยเป็นคนประเทศนั้นก่อนจะย้ายตามพ่อเธอไป

" อาหารที่โรงอาหารถูกปากไหม " เคธี่พูดทั้งที่ยังม่วนกับเตาอบขนาดใหญ่

" อร่อยทุกอย่างเลยนะคะ ขนมก็อร่อย "

" ขนมหรอ? สเวนซื้อขนมร้านไหนไปให้หละปกติไม่มีร้านอร่อยๆ เท่าไรนะ ไม่สิปกติเขาไม่ทานข้าวที่โรงอาหารแต่เพราะเนอยู่ เลยมาถามพี่ว่าร้านอาหารไหนอร่อยหนะสิ..."

" สเวนหรอคะ? " สาวรุ่นน้องทำหน้าแปลกใจ ทำไมสเวนต้องซื้อขนมไปให้เธอด้วย เธอรู้ว่าเขามาชวนเธอไปทานข้าวด้วยกัน แต่ก็คิดว่าน่าจะมานั่งกินกับโครว์ เคธี่ ไม่ก็จาเว็คหรือบลัด เคธี่สังเกตอาการสงสัยผ่านสีหน้าเนราจึงรู้ว่าทั้งคู่ไม่ได้ทานข้าวกลางวันด้วยกัน

" เนไม่ได้ทานข้าวกับสเวนหรอ "

" ค่ะ พอดีมีนนัดไว้ก่อน สเวนเลย..."

" เขาก็ทำถูกแล้วหละนะ การที่เธอมีเพื่อนในมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่ดี ถ้าให้เดาเขาคงยกเลิกการทานข้าวกับเนเมื่อกลางวันเพื่อปล่อยให้เนไปอยู่กับเพื่อน "

" พี่เคธ พูดเหมือนไม่ได้เจอสเวน ไม่ได้ทานข้าวด้วยกันเหรอคะ? "

" ไม่หรอก พี่ทานข้าวกับโครว์หนะ สเวนส่วนมากจะไม่กินข้าวกลางวันไม่ออกไปขับรถเล่นก็เข้าป่าไปหาที่พักผ่อน หรือไม่ก็เข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุด "

" แล้วเพื่อนหละคะ เนหมายถึงเพื่อนในห้องวิชาเรียน " เธอขอคำอธิบายเรื่องเพื่อนของสเวน

" ในห้องเรียนเท่านั้นหนะ... เคธี่เดินมาที่โต๊ะลากเก้าอี้ออกมานั่ง พลางเช็ดมือหลังจากส่งขนมปังเข้าเตาอบ... พอพักหรือเบรคก็ต่างแยกย้ายรวมกลุ่มกันไปข้างนอกไม่ก็ทานที่โรงอาหาร สเวนเป็นประเภทไม่ชอบวุ่นวาย แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธที่คนเหล่านั้นขอความช่วยเหลือเรื่องวิชาเรียนหรือเวลายามเขานั่งเกร็งข้อสอบนะ เขาหนะขึ้นชื่อว่าเป็นอัจฉริยะของห้องเลย "

" ไปอยู่คนเดียวแล้วยังมายืนปั้นหน้ายิ้มให้เราอีก ซื้อข้าวมาแล้วก็น่าจะบอกกัน อะไรของเขา " เนราพึมพำในใจเมื่อรู้สึกว่าตัวเองก็มีส่วนผลักไสเขาไปเมื่อกลางวัน

" เพื่อนที่เป็นคนปกติ สเวนไม่มีคนแบบนั้นสนิทๆ สักคนเลยเหรอคะ " คำถามที่ค่อยๆ เอื้อนเอ่ยแต่จริงจังทำให้เคธี่ยิ้มก่อนจะหลับตาพลางถอนหายใจเล็กๆ

" พวกเราหนะ แตกต่างจากมนุษย์ธรรมดาแม้จะมีการยอมรับ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของจิตใจ ยังไงซะพวกเขาก็มองดูเราแปลกอยู่ดี ไม่ว่าจะทำคุณประโยชน์ ช่วยเหลือมากแค่ไหนสิ่งที่ได้กลับมามันต่างกับที่มนุษย์ปกติให้กันเอง ยกเว้นแต่พวกสายเลือดครึ่งคนครึ่งสัตว์หละมั้งที่พอจะเข้าใจสถานการณ์พูดคุยกันได้อย่างจริงใจ... " เนราก้มหน้าลงก่อนจะหันไปมองทางหน้าต่างเพื่อให้อาการรู้สึกอึดอัดได้จางลง สาเหตุที่สเวนไม่มีเพื่อนเพราะความแตกต่างถึงได้สนิทกับแค่พวกตนเองนั้นไม่ใช่ความผิดปกติ เป็นธรรมดาของกลุ่มสิ่งมีชีวิตทั่วไปอยู่แล้วจะให้แมวไปสนิทกับเสือ ให้ลูกแกะไปสนิทกับสิงโตมันก็เป็นไปไม่ได้ถึงจะเป็นไปได้ความหวาดระแวงมันก็ต้องเกิดขึ้นร่วมด้วย เพราะงั้นถึงหลีกเลี่ยงที่จะปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ทั่วไปหรือเปล่า หรือเหตุผลมีมากกว่านั้นเธอไม่อาจรู้ได้...

...หลังจากการนั่งคุยเล่นของสองสาวสิ้นสุดหลังจากเตาอบส่งเสียงว่าสมบูรณ์ เคธี่เดินมาส่งเนราเข้าห้องพร้อมราตรีสวัสดิ์ก่อนจะกลับเข้าห้องของตนไป เนราเดินเข้ามาพร้อมกับแก้วเก็บความร้อนใส่กาแฟพร้อมดื่มมาให้ชายหนึ่งที่กำลังนั่งพิมพ์งานในโน้ตบุ๊กที่ระเบียงห้อง

" กาแฟค่ะ "

" ขอบคุณ... เขารับและดื่มทันที สำหรับสเวนแล้วเล็กๆ น้อย หากเนราทำให้มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ สามารถต่อความสุขในชีวิตของเขาได้เป็นวันๆ ... อร่อย ผมไม่เคยดื่มกาแฟที่ไหนอร่อยแบบนี้มาก่อน "

" กาแฟมันก็เหมือนกันทุกที่ค่ะ " หญิงสาวพูดพลางอมยิ้มก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขา

" ไม่เหมือนหรอก เพราะนี่เป็นกาแฟของเนมันพิเศษกว่าแก้วอื่น " เธอยิ้มรับคำชมนั่นโดยที่เริ่มไม่ค่อยแสดงอาการเขินอายแบบครั้งแรกๆ อาจเพราะเริ่มชินกับคำหวานๆ ของเขา

" ข้าวเมื่อกลางวันคุณทำยังไงกับมันคะ " เธอถามทันทีเพราะอยากรู้คำตอบ ชายหนุ่มยังคงตีใบหน้าไม่รับรู้ แถมดูซื่อผิดปกติอย่างที่ไม่เคยเป็น จนเธอรู้สึกว่าเขากำลังจะหลบหลีกการตอบคำถาม

" วันนี้พระจันทร์เต็มดวง " และเขาก็เปลี่ยนเรื่องจริงๆ

" ทำไมคุณไม่บอกว่าซื้อข้าวเตรียมไว้แล้วคะ " เธอเท้าคางและเปลี่ยนน้ำเสียงคะยั้นคะยอเพื่อย้ำให้เขารู้สึกว่าไม่ควรหลีกหนีคำถาม

" ถ้าผมบอกเนก็จะรู้สึกผิดใช่ไหม... เธอดึงตัวกลับมานั่งหลังพิงพนัก มันก็จริงที่เธอรู้สึกผิดยามรู้ความจริงที่เขาพยายามไปสอบถามกับเคธี่เรื่องรสชาดอาหารที่อร่อยที่สุดทั้งที่เขาไม่เคยทำ... และผมก็ดีใจมากกว่าที่เห็นเนมีเพื่อน คนที่จะสามารถเข้ากันได้ "

" งั้นเอาไว้ข้าวเช้า ข้าวเย็นเราทานด้วยกันดีไหมคะ " คำตอบของเธอทำให้ชายหนุ่มหลุดขำออกมาดื้อๆ เขาไม่เคยหัวเราะให้เธอเห็นสักครั้ง รอยยิ้มและการแสดงสีหน้าผสมการถ่ายทอดอารมณ์ออกมาแบบนี้ชั่งดูเหมาะกับเขามากกว่าใบหน้าด้านชาทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับเรื่องใดๆ

" ข้าวเช้า ข้าวเย็น เราก็ทานด้วยกันปกติอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ " ประโยคของเขาทำให้เนรารู้สึกเหมือนถูกต่อยหน้าเข้าไปจังๆ หมัดเดียวแต่กลับนอนตายหน้ากลบดินทันที เธอถูท้ายทอยอย่างไปไม่ถูกปนกับรอยยิ้มเขินๆ จนอยากแทรกแผ่นดินหนี แต่อาการนั่นของเธอกลับทำให้สเวนมองว่ามันคือความน่ารัก จนต้องยิ้มกว้างออกมาเขาลุกออกจากเก้าอี้โดยไม่สนใจงานเมื่อคนตรงหน้านั้นสำคัญกว่า เป็นอีกครั้งที่เขาล้มเข่าลงข้างหนึ่งใกล้ตัวเธอ เจ้าสาวของเขาเพียงคนเดียวในโลก

" เนไม่ต้องพยายามอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องทำเพื่อผม... เขาสัมผัสฝ่ามือเธอและทาบเข้ายังใบหน้าตัวเอง ฝ่ามือเล็กๆ ให้ความสุขความอบอุ่นกับเขาไม่น้อย... ใช้ชีวิตในแบบที่เธอต้องการ ผมอยากเห็นเนมีความสุข มีเพื่อนที่สามารถไว้ใจกันได้ ปรึกษาเรื่องเรียน รวมถึงเรื่องชีวิตอย่างสนิทใจ ผมปรารถนาให้เนพบสิ่งที่ดีแบบนั้นเมื่อได้ใช้ชีวิตใหม่ที่นี่... เสียงแผ่วเบาของเขาซาบซ่านไปทั่วใบหูของเธอราวกับต้องมนต์ให้จับจ้องเพียงดวงตาสีเขียวอมเทาคู่นี้ ไม่ว่าเมื่อไรยามได้มอง ความรู้สึกคุ้นเคยภายในจิตใต้สำนึกมันก็ดังขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวทุกครั้ง คล้ายกับรู้จักกันมาก่อนเคยพบเห็น และทุกครั้งที่ได้สัมผัสตัวของเขาคนนี้เธอรู้สึกได้ว่ามันไม่เคยให้ความแปลกประหลาด ตกใจ หรือเป็นสัมผัสใหม่ แต่เป็นความคุ้นเคยในสัมผัสที่ห่างหายมานานจนถึงวันที่ได้พบ... ดังนั้นเนไม่ต้องกังวลเรื่องความรู้สึกของผม เมื่อเนยิ้ม ผมจะยิ้มและเมื่อเนมีความสุขผมจะได้รับความสุขนั้นด้วย " เธอไม่เอื้อนเอ่ยคำใดออกจากปาก และไม่สะบัดมือหนีห่างใบหน้าเขาทั้งที่มือใหญ่ปล่อยจากการพามือเธอไปสัมผัส ฝ่ามือเล็กๆ นั่นยังคงกุมทาบใบหน้าของเขาอยู่นานท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มอุณหภูมิเริ่มแต่กลับรับรู้ถึงความอบอุ่นโดยที่ไม่ต้องพึ่งเตาผิงหรือฮีตเตอร์

" นี่หนะหรอ ที่เขาเรียกว่า สัมผัสของเนื้อคู่ คู่รักที่ผูกจิต ติดตามคล้องครองใจกันมานานทุกชาติภพ ไม่ว่าจะพบกันเมื่อใด เวลาไหน กลิ่นอายที่หอมละมุนจะยังคงอยู่ให้สัมผัสแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาไม่นานที่ได้พบ... "

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   สีแดงดำที่กลับคืน (5) จบบริบูรณ์

    สเวนลุกขึ้นจากที่นั่ง เหมือนว่าตนเข้าใจและรับรู้แต่ไร้ซึ่งเสียงเอ่ยตอบใดนอกจากแววตากลัดกลั้นความโศกเศร้าพร้อมจำนนต่ออีเมอร์สันไว้ เนราไม่สามารถอยู่กับเขาได้ ด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายและลมหายใจที่จะดำเนินในอนาคต นั่นคือเหตุผลเดียว ซึ่งเขาต้องยอมแม้เนราจะอยู่ไกล แต่อย่างน้อยเธอยังอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจ และเชื่อว่าความรักที่เขามีให้เธอจะกระตุ้นความทรงจำคืน หรือหากคิดถึงเขา อาจแวะไปหาเธอได้ในบางโอกาส หากอีเมอร์สันพร้อมอีริคอนุญาต หรือถ้าเนราจะขับไล่ เขาจะมุดดินแอบไม่ก็แฝงตัวบนต้นไม้ คิดปลอบตัวเองเช่นนั้น ซึ่งมันชั่งยากเย็น..." ท่านคะ " ซิลวี่เดินเข้ามาหลังจากผู้มาเยือนเคลื่อนย้ายไปกันหมด" กำหนดการเหมือนเดิม ผมไม่ได้ใจร้ายพอจะให้เขาไปส่งเนราทั้งที่จะตายแบบนั้น การไม่เห็นเนราจากไปกับตาคงดีสำหรับเขาในตอนนี้ "" รับทราบค่ะ..."เมื่อตะวันคล้อยได้ถึงเวลาต้องกลับไปยังที่เดิม ในจุดแรกที่จากมา เนราเดินถือสัมภาระช่วยซิลวี่ใส่หลังรถแวนสีดำคันยาวก่อนถูกอีเมอร์สันรีบพาขึ้นไปนั่งข้างกาย เพราะจะเลยเวลานัดเครื่องมารับรวมถึงเวลาไปถึงทรานซิลเวเนีย ขณะรถแวนเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านพักตากอากาศ สเวนชายผู

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 92 สีแดงดำที่กลับคืน (4)

    ภายในบ้านพักตากอากาศสองชั้นติดทะเลสาปแห่งหนึ่ง เนราเกาะอีเมอร์สันแน่นด้วยกลัวสายตาคู่สีเขียวอมเทา มองตนไม่วางตั้งแต่เดินออกจากสวนหย่อม ทุกย่างก้าวเขาจับจ้องแทบไม่กระพริบ จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกระแวง ถูกคุกคาม ซึ่งไม่อาจถอดความหมายของสายตาคู่นั้นได้" เน..." เคธี่ทักขึ้นขณะเด็กสาวรุ่นน้องเดินเกาะแขนอีเมอร์สันมา คนถูกทักเอียงคอ แม้คุ้นแต่กลับไม่สามารถบอกได้ว่าหญิงสาวรุ่นพี่ดวงตาสวยสีน้ำทะเลนั้นเป็นใคร ด้านเคธี่แปลกใจกับสีหน้าของเนราที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจปนกลัว" นายหญิง..." จาเว็คกับบลัดทักขึ้นพร้อมทำความเคารพ เนราสำรวจทุกคนผู้มาเยือนรวมถึงชายรุ่นพี่ยืนข้างเคธี่ เธอเป็นแวมไพร์ที่ไม่ได้มีความสามารถด้านการแยกแยะกลิ่น แต่ด้วยความสามารถพิเศษของดวงตาในการจำแนกเผ่าพันธุ์แท้จริงอันได้มาจากการเป็นเนื้อคู่สเวน ภาพหมาป่าจึงซ้อนทับกลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อให้คำตอบ" พวกเขาเป็นใครเหรอคะท่านพี่ " เธอถามขึ้นพลางจับแขนอีเมอร์สันแน่นกลัวว่าจะมีใครมาพาเธอออกไป ด้านผู้มาเยือนเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่าเนราจำพวกเขาไม่ได้" ด็อกเตอร์โครว์และด็อกเตอร์เคธี่เป็นผู้ปกครองเนหลังจากเนถูกพามาซิ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 91 สีแดงดำที่กลับคืน (3)

    " มีอะไรซิลวี่ " หญิงสาวที่กำลังอธิบายเรื่องบางอย่างให้สเวนฟังหยุดลงพร้อมก้มหัวให้อีเมอร์สันเล็กน้อย" ท่านพี่ " เสียงเรียกย้ำอยู่แบบนั้นทำให้เขารู้คำตอบได้ทันที ร่างสูงขยับตัวเข้าไปในรถทางด้านสเวนหลีกทางให้แต่โดยดีเนื่องด้วยรู้เหตุผล ในตอนนี้ไม่มีที่ที่ตนสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เลย เล็บแหลมของเขาปาดลึกพอประมาณบริเวณคอใกล้ไหปลาร้าเพื่อให้เลือดไหล เพียงรอร่างอ่อนแรงกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาหาเขาเพื่อดื่มกิน สเวนก้มหน้าราวกับทนเห็นคนรักในสภาพนั้นไม่ได้เนื่องจากเลือดของตนไม่ใช่ที่ปรารถนาของเธอ" จะหันไปผมไม่ได้ห้ามหรอกนะ... อีเมอร์สันเอ่ยขึ้นขณะให้เลือดน้องสาวของตน เนราเมื่อได้กลิ่นหอมนั่นยามความแดงฉานไหลผ่านช่วงคอก็ตรงเข้าดื่มกินอย่างโหยหาทันที... เนราไม่เหมือนแวมไพร์ตนอื่น เธอไร้เขี้ยวเลยเจาะเลือดกินเองไม่ได้ มันเป็นความต้องการแค่ช่วงแรกก่อนตื่นอย่างสมบูรณ์... ฝ่ามือใหญ่ประคองเอวกอดร่างโถมเข้ามาหาพลางใช้มือลูบหัวเจ้าตัว เสียงกลืนเลือดในบรรยากาศเงียบงำชั่งฟังชัด และทำให้สเวนเหมือนถูกกัดกร่อนกระดูกขาแทบไร้แรงยืน เขารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้อง แต่ยากนักที่จะทำใจ ในเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์หรือเลือด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 90 สีแดงดำที่กลับคืน (2)

    ด้านอีเมอร์สัน ยามโลแกนกำลังขับรถเกือบผ่านประตูมหาวิทยาลัย ต้องถูกขัดขวางโดยคีอาร์น แวมไพร์ชนชั้นสูงผู้ใช้ความเร็วพาตนเองออกมา และกระโจนเหยียบหน้ากระโปรงรถจนยุบตัวลงไป" ท่านคีอาร์น หากไม่..." ไม่ทันที่โลแกนผู้ลงมาจากรถจะพูดจบความเหนือกว่าของคีอาร์นได้ฉายความแดงกร่ำทรงพลังผ่านดวงตา ทำให้เข่าโลแกนล้มลงไปกับพื้นอย่างเจ็บปวด" เป็นแค่แวมไพร์ระดับต่ำอย่าได้คิดมาสั่ง " ทันใด กระสุนปืนปริศนาได้ลั่นออกไปก่อนคีอาร์นใช้พลังสังหารโลแกน" พลาดงั้นเหรอ..." อีธานเพื่อนสนิทอีเมอร์สัน Hunter ระดับสูง เอ่ยขึ้นเมื่อตนเล็งบริเวณหัว แต่อีกฝ่ายใช้ความเร็วหลบทำให้ถากศีรษะด้านข้างออกไปแทน เขาคงต้องตั้งรับให้ดีกว่าเดิม ด้วยอีกฝ่ายคงหัวฉุนแล้ว" Hunter กระจอกแบบนั้นคิดว่าจะเอาแวมไพร์อย่างฉันอยู่งั้นเหรอ " ด้านหลังคีอาร์นแตกแขนงเป็นเส้นสีแดงจากโลหิตตน สาดทิ่มลงยังร่าง Hunter อีธาน แต่ด้วยความสามารถล้นเหลือ เขาจึงกระโดดหลบตามความเร็วยามพุ่งเข้ามาก่อนจะพลาดถูกเฉี่ยวบริเวณแก้ม พร้อมๆ กันนั้นตนได้หยิบดาบสังหารแวมไพร์บริเวณเอวขึ้นมาใช้แทนปืนInferno คือชื่ออาวุธสังหารแวมไพร์อันเกิดจากการหลอมหัวใจของแวมไพร์เลือดบริ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 89 สีแดงดำที่กลับคืน (1)

    เกล็ดน้ำแข็งขาวบริสุทธิ์เริ่มลงหนา ทว่าดวงจันทร์สีเลือดกลับไม่ถูกบดบังด้วยสิ่งอันใด จิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกันกลับคืนแห่งฝาแฝดพี่น้อง ขณะเดียวกันผู้ผูกจิตถวายแม้ชีวิตมอบให้ผู้เป็นภรรยารู้สึกถึงความเจ็บปวดทรมานของอีกฝ่าย วิ่งแล่นออกจากห้อง เรียนทันที ความผิดปกติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงกับตัวภรรยาของเขา" นาย... แวนยกด้ามวัตถุสีเงินคู่ใจขึ้น ภายในอัดกระสุนเต็มแม็กพร้อมลั่นไกเต็มที่เมื่อเห็นบริเวณคอของเพื่อนรักตนมีรอยเขี้ยวและยังคงปรากฏคราบเลือด... ปล่อยเธอลง " ร่างสูงอุ้มผู้หลับใหลในอ้อมแขนมองร่างชาย Hunter ตรงหน้าหลังพาตัวเองกระโดดลงมาจากชั้นบนสุด ฝ่ายมีนาที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นสภาพเนราก็ยกปืนขึ้นไม่ต่างกัน" ผมเหรอ... เขาพูดขึ้นด้วยการหยันยิ้ม ก่อนแววตาสีแดงสดจะฉายทับดวงตาสีดำที่เป็นอยู่ก่อน สิ่งนั้นทะลวงผ่านความคิดของแวนและมีนาไปจนสุดของความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว ประตูได้แตกออกทะลักเหตุการณ์วันที่ทั้งสองคนพาเนราและแม่ของเธอเข้าไปยังห้องทำพิธี... โอหังสิ้นดี ผมเคยบอกแล้วว่าอย่าหันเจ้าวัตถุโสโครกนั่นขณะปรากฏกายต่อหน้าเนรา " จบประโยคปืนด้ามเงินของทั้งคู่ลอยเคว้งกระทบพ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 88 สีดำแดงที่เริ่มคลืบคลาน (จบ 15)

    ห้องพักหนึ่งภายในโรงแรมเครือคาสเซล" แคทเทอลีน " เสียงชายคนเป็นพ่อเรียกลูกสาวขึ้นหลังเธอเดินออกมาจากห้องนอน ซึ่งนั่นทำให้เธอเผลอสะดุ้งไม่น้อยแม้จะมีพละกำลังในฐานะแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เพราะน้ำเสียงกล่าวขานเรียกชื่อตนนั้นทรงพลังเหนือกว่า แล้วก็ไม่ใช่ใครคีอาร์นพ่อของหล่อนนั่นเอง" ท่านพ่อ! ทำไมถึงมาโรงแรมคะ นี่เป็นโรงแรมของท่านเมอร์สันหากท่านได้กลิ่น... "" พ่อบอกแล้วว่าเมอร์สันยังไม่ทำอะไรพ่อหรอก แค่รู้สึกอยากมาอยู่ใกล้ๆ กลิ่นเลือดหอมหวานของเด็กคนนั้น แม้บรรดาเลือดบริสุทธิ์จะมีกลิ่นพิเศษของแต่ละคน แต่กับลูกสาวของอีริคชั่งแตกต่างไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนกลับมาเกิดใหม่ "" ความพิเศษเหนือความพิเศษงั้นเหรอคะ จะว่าไปท่านผู้นั้น... " ผู้เป็นพ่อปรายตาไปยังโซฟานั่งเล่น ปรากฏร่างหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวนอนหลับอยู่ ทำให้แคทเทอลีนเข้าใจในคำตอบโดยไม่หวังถามถึงอีก" เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่กี่วันพระจันทร์แดงจะฉายเด่นบนฟ้า คงเป็นราตรีแห่งแวมไพร์ที่สนุกน่าดู ครั้งนี้กลุ่มผู้อาวุโสยังส่งกำลังคนมาร่วมกับเราด้วย... "" ท่านพ่อเข้าไปพบคนพวกนั้นมาแล้วเหรอคะ "" เฉพาะพวกที่อยู่ฝั่งเรา กลุ่มปรารถนาต่อต้าน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status