LOGINเธอเพิ่งจะเข้าใจ...ว่าการใช้ชีวิตคู่ มันไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยาย “แค่อุ้มท้องลูกให้ฉัน อย่าหลงตัวเองว่าฉันจะพิศวาสเธอล่ะ”
View More"สวัสดีค่ะคุณแม่ เพิ่งมาถึงขนส่งค่ะ ใช่ค่ะ เพิ่งลงจากรถตอนนี้กำลังจะไปเรียกแท็กซี่ค่ะ"
"แล้วนี่ลูกจะไปที่บริษัททันไหม เข้าทำงานวันนี้วันแรกไม่ใช่หรือไง"
"หนูว่าจะฝากสัมภาระไว้ที่หมอชิตก่อนน่ะค่ะ แล้วค่อยกลับมาเอาตอนเลิกงาน เดี๋ยวหนูจะหาที่อาบน้ำก่อนแล้วจะได้เข้าไปที่บริษัทเลย"
"ถ้าเลิกงานแล้วอย่าลืมโทรไปตามเบอร์ที่แม่ส่งไปให้ด้วยล่ะลูก"
"ได้ค่ะคุณแม่ งั้นหนูขอไปเตรียมตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไปเข้างานไม่ทัน เริ่มงานวันแรกด้วย"
"ตั้งใจนะลูก พอไปยื่นใบสมัครงานเสร็จแล้วอย่าลืมโทรไปเบอร์เบอร์ที่ส่งให้ในไลน์ด้วยล่ะ แม่ขออวยพรให้การทำงานวันแรกผ่านไปด้วยดีนะลูก แม่เป็นกำลังใจให้"
"ขอบคุณมากค่ะคุณแม่ งั้นหนูขอวางสายก่อนนะคะ"
ข้าวหอมรีบอาบน้ำที่จุดบริการอาบน้ำอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เอาสัมภาระไปฝากไว้ที่จุดรับฝากกระเป๋าแล้ว เธอก็รีบไปเรียกแท็กซี่เพื่อไปยังบริษัทนำเข้ารถยนต์ที่เธอต้องไปยื่นใบสมัครเพื่อยืนยันการเป็นพนักงานในวันนี้
ข้าวหอมเงยหน้ามองตึกสูงด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะสูดหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง แล้วเดินเข้าไปที่ประชาสัมพันธ์พร้อมกับถือแก้วกาแฟที่แวะซื้อข้างทาง แล้วเข้าไปสอบถามเรื่องที่เธอเข้ามาทำงานที่นี่วันแรก
"สวัสดีค่ะ ฉันเป็นพนักงานใหม่ที่จะมายื่นใบเอกสารรายงานตัวแล้วเริ่มทำงานวันนี้วันแรกน่ะค่ะ"
"ใช่พนักงานที่จะมาทำในแผนกการตลาดหรือเปล่า"
"ใช่ค่ะ"
"ไปที่ฝ่ายบุคคลนะ ขึ้นลิฟต์ตรงนั้นแล้วกดไปที่ชั้นห้า แล้วเดี๋ยวฝ่ายบุคคลจะจัดการทุกอย่างให้เอง"
"ขอบคุณมากนะคะ" ข้าวหอมยกมือไหว้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ก่อนที่จะเดินไปกดลิฟต์ตามที่สาวสวยคนนั้นบอก
ข้าวหอมกอดเอกสารแนบอกด้วยความตื่นเต้น เป็นครั้งแรกที่เธอได้ออกมาอยู่ไกลบ้านแบบนี้หลังจากเรียนจบได้สองปี แล้วเป็นครั้งแรกที่เธอได้มาเหยียบที่กรุงเทพฯ ซึ่งสภาพแวดล้อมจากบ้านเธอที่อยู่ต่างจังหวัดอย่างสิ้นเชิง
พอลิฟต์ไปถึงที่หมาย ข้าวหอมก็รีบเดินออกจากลิฟต์ด้วยความรีบเร่ง เธอที่ไม่ทันระวังก็ปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ราวกับกำแพงสุดแกร่ง แก้วกาแฟที่เธอถืออยู่ก็หกใส่ชุดสูทหรูอย่างจัง
"แย่แน่ ๆ เด็กคนนั้นโดนไล่ออกแน่ ๆ" พนักงานที่อยู่ชั้นห้าก็พากันหันไปตามเสียงแก้วพลาสติกที่ตกลงพื้นจนน้ำแข็งและกาแฟหกกระจาย พร้อมกับสีหน้าเกรี้ยวกราดของคนตัวสูงที่ทำสีหน้าถมึงทึงไม่ความไม่พอใจ
"ขะ...ขอโทษค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบเช็ดให้นะคะ" ข้าวหอมรีบยกมือไหว้คนตรงหน้าอัตโนมัติก่อนจะรีบคว้าผ้าเช็ดหน้าที่กระเป๋าออกไปเช็ดให้อย่างรวดเร็ว
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน! แล้วเอาผ้าสกปรก ๆ ของเธอออกจากชุดของฉันเดี๋ยวนี้!" มือหนาปัดมือเล็กออกไปอย่างไม่ใยดีจนผ้าเช็ดหน้าร่วงลงบนพื้น
"ขอโทษจริง ๆ นะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ"
"ออกไป! ออกไปจากบริษัทของฉันเดี๋ยวนี้!"
"เอ๊ะ? ออกไปหรือคะ แต่ว่าฉันเพิ่งจะมาเข้ามาทำงานวันนี้เป็นวันแรกนะคะ"
"ฉันไล่เธอออก"
"มะ...ไม่นะคะ ฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะ จะให้ฉันทำอะไรก็ได้แต่อย่าไล่ฉันออกเลยนะคะ ฉันตั้งใจและคาดหวังที่จะได้ทำงานที่นี่มากเลย อย่าไล่ออกเลยนะคะ"
"ออกไป! คนที่บังอาจมาทำให้ฉันอยู่ในสภาพนี้มันต้องโดนไล่ออกสถานเดียวเท่านั้น"
"เดี๋ยวฉันขอชดใช้ให้ได้ไหมคะ แต่อย่าไล่ฉันออกเลย"
"ชดใช่หรือ? ได้สิ งั้นเธอก็ชดใช้มา ชุดฉันราคาแสนห้า จ่ายมาสิ ถ้าเธอเอาเงินทั้งหมดมากองให้ฉันในตอนนี้ได้ ฉันอาจจะยอมให้เธอทำงานที่นี่ก็ได้นะ แต่อย่างเธอจะมีปัญญาหามาได้หรือเปล่า ดูจากสภาพแล้วคงไม่มีหรอกมั้ง"
"แสนเลยหรือคะ ฉะ...ฉัน..."
"ชุดสูทของฉันราคาเกือบสองแสน ยังไม่รวมรองเท้าที่เปียกเลอะไปด้วยกาแฟราคาถูก ๆ ของเธอเลยนะ เอาล่ะ จะออกไปดี ๆ หรือจะให้ฉันเรียกรปภ. ลากตัวเธออกไป"
"เอ่อ...แต่ว่า"
"เธอเป็นเด็กที่จะมาทำงานวันนี้สินะ รีบออกไปเถอะ เธอทำเรื่องใหญ่โตตั้งแต่ยังไม่ทำงานเลย บอสเป็นคนที่ชอบความสมบูรณ์แบบมากนะ มาวันแรกก็ซุ่มซ่ามแบบนี้ไม่โดนไล่ออกก็แปลกแล้วล่ะ งั้นรีบออกไปเถอะ เดี๋ยวถ้าเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาแล้วบอสโมโหมากกว่านี้ เธอไม่โดนแค่นี้หรอกนะ"
"อะไรกัน" ข้าวหอมเดินไปที่ลิฟต์ตามแรงของพนักงานในบริษัทแล้วแอบกลั้นความเสียใจเอาไว้ เพราะเธอคาดหวังที่จะได้ทำงานที่นี่มาก แถมครอบครัวที่อยู่ต่างจังหวัดก็ยังคาดหวังอยากจะเห็นความสำเร็จของเธอที่จะได้ทำงานที่ตัวเองชอบ ถึงทางบ้านจะไม่ได้กดดันว่าเธอต้องทำให้สำเร็จ แต่เธอก็ไม่อยากทำให้ครอบครัวผิดหวังเลย แล้วแบบนี้เธอจะกล้าบอกเรื่องที่โดนไล่ออกกับครอบครัวได้ยังไง
ข้าวหอมเดินคอตกออกจากบริษัทส่งออกรถยนต์ เพียงเพราะความไม่ระวังตัวของเธอจึงทำให้เธอต้องตกงานทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มงานเลยด้วยซ้ำ
"ชีวิตในวัยยี่สิบสี่ปีของเรามีอุปสรรคมากเหลือเกินนะ แล้วนี่เราจะทำยังไงต่อไปดีล่ะ"
ตั้งแต่เรียนจบมาสองปีเธอก็อยู่ช่วยครอบครัวทำธุรกิจสวนผลไม้ที่เป็นธุรกิจของครอบครัว แต่ไม่นานนี้จู่ ๆ มารดาของเธอก็บอกว่าเธอควรจะได้ทำงานในห้องแอร์เย็น ๆ ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาอย่างเต็มที่ ไม่ต้องมาตากแดดตากลมแบบนี้ แต่ถึงเธอจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ครอบครัวก็อยากจะเห็นความสำเร็จของเธอมากกว่าที่จะให้เธอไปต้องมีชีวิตที่ลำบากเหมือนท่านทั้งสองแบบนี้
ข้าวหอมเดินออกจากบริษัทเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก เธออยากจะร้องไห้แต่ก็อายผู้คนที่เดินผ่านไปมาเหลือเกิน ข้าวหอมเหลือบไปเห็นสวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัท ก็เลยแวะเข้าไปนั่งที่ม้านั่งตรงที่มีไม่ค่อยมีคนเดินพลุกพล่านมากนัก แล้วก้มหน้าร้องไห้อยู่คนเดียวแบบนั้น
เธอคิดไม่ออกเลยว่าจะต้องทำยังไงต่อไป หลังจากที่ร้องไห้จนพอใจแล้วเธอก็รีบกลับมาตั้งสติอีกครั้ง เธอจะต้องอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้ตอนนี้เธอจะไม่ได้ทำงานที่นั่นอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ยังมีบริษัทอีกมากมายที่อาจจะรับสมัครพนักงานอยู่ ถึงจะไม่ใช่งานตามสายที่เรียนมาก็ต้องทำไปก่อน เพราะตอนนี้เธอจะต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น ถ้ามัวแต่มานั่งร้องไห้อ่อนแออยู่แบบนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรอยู่ดี
"จริงสิ เราต้องโทรไปหาคนที่คุณแม่ทิ้งเบอร์ไว้ให้นี่นา" ข้าวหอมรีบหยิบกระดาษโน้ตออกมาด้วยความรีบเร่งเพราะอาจจะมีธุระสำคัญก็ได้
"สวัสดีค่ะ"
"สวัสดีค่ะ พอดีคุณแม่บอกให้โทรหาเบอร์นี้น่ะค่ะ" ปลายสายครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะร้องอ๋อออกมาทันที
"หนูคือลูกสาวของเกษมสินะ พอดีป้าเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนของพ่อหนูน่ะจ้า แล้วหนูรู้เรื่องแต่งงานแล้วใช่ไหม"
"แต่งงาน? เอ่อ...แต่งงานอะไรหรือคะคุณป้า หนูไม่เข้าใจน่ะค่ะ"
"เอ...นี่พ่อหนูยังไม่ได้บอกหนูสินะ"
"เปล่านี่คะ ไม่เห็นคุณพ่อกับคุณแม่บอกอะไรหนูเลยนะคะ"
"ตอนนี้หนูอยู่ที่ไหนล่ะลูก ป้าจะได้ให้คนไปรับ"
"ขอโทษที่เสียมารยาทถามนะคะ แต่ทำไมคุณป้าถึงจะให้คนมารับหนูล่ะคะ"
"เดี๋ยวมาที่นี่ก็รู้เองแหละลูก ที่หนูถามคงจะกลัวสินะว่าป้าเป็นใคร ป้าน่ะรู้จักหนูและเห็นหนูมาตั้งแต่เด็กเพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวป้าหรอก ไม่ต้องกลัวนะ ถ้าหนูไม่มั่นใจก็โทรหาพ่อหนูก่อนก็ได้ ถามว่าป้ากานดาคือใครน่ะ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ก็คุณแม่ให้เบอร์หนูมาแล้ว แสดงว่าคงไม่ผิดคนหรอกค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ แต่หนูต้องไปที่หมอชิตก่อนน่ะค่ะ พอดีสัมภาระยังอยู่ที่นั่นเลย"
"งั้นเดี๋ยวป้าส่งคนไปรับที่หมอชิตนะลูก ถ้าถึงหมอชิตแล้วก็ติดต่อป้ากลับด้วยล่ะ"
"ได้ค่ะ สวัสดีค่ะ" ข้าวหอมยังรู้สึกค้างคาใจอย่างบอกไม่ถูก เรื่องแต่งงานที่เธอได้ยินเมื่อกี้มันคืออะไร ระหว่างที่ข้าวหอมกำลังเรียกแท็กซี่เพื่อไปเอาสัมภาระ เธอก็ต่อสายไปหามารดาของเธอด้วย เพื่อจะโทรไปถามเรื่องที่เธอยังค้างคาใจอยู่
"ไปซื้อของหรือคะ""นาน ๆ ทีก็ไปช้อปปิ้งบ้างก็ดีนะครับ""แต่ว่าหนูไม่ได้อยากได้อะไรหรอกค่ะ ชุดที่มีอยู่ก็เยอะแยะ แถมใส่แค่ครั้งสองครั้งเอง แล้วยังเป็นชุดที่พี่สั่งมาให้แบบมัดมือชกอีก ทั้ง ๆ ที่หนูก็บอกพี่ตลอดว่าไม่ได้อยากได้แท้ ๆ""ก็นี่ไงครับ พี่ถึงจะพาหนูไปเดินเลือกด้วยตัวเองไง ก็ถ้าชอบตัวไหนหนูก็เลือกเอาเลย""หนูเพิ่งบอกไปเองนะคะว่าชุดในตู้เสื้อผ้าก็ยังมีเยอะแยะ เสียดายของค่ะ""หนูนี่ยังไง เมื่อห้าปีที่แล้วกับตอนนี้ก็ไม่ต่างกันเลยนะ ตอนนั้นก็ต้องให้แม่พี่บังคับถึงจะพาไปซื้อได้""พี่ภูยังจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้อีกหรือคะ ตอนที่เห็นบิลค่าเสื้อผ้าส่งมาที่คอนโด หนูยอมรับเลยว่าหนูตกใจจนแทบจะเป็นลม เพราะค่าชุดค่ากระเป๋ารองเท้าเกือบล้าน คือตอนนั้นหนูอึ้งมากจริง ๆ นะคะ""ก็นั่นไง มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วที่เราไปเดินห้างด้วยกันน่ะ พี่ก็เลยอยากจะพาหนูไปเดินอีกสักรอบ เพื่อถือเป็นการระลึกถึงความหลังของเราสองคนด้วยไง""หนูจะยอมไปด้วยก็ได้ค่ะ แต่หนูขอถามคำถามพี่สักหนึ่งคำถามได้ไหมคะ คือหนูอยากจะฟังคำตอบจากปากของพี่เอง""ไม่ต้องถามคำถามเดียวหรอกครับ จะกี่คำถามก็ถามมาเถอะ พี่จะตอบให้ฟังจนเบื่อเลย""ตอนท
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะของครอบครัวฝ่ายชาย ซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูโดยเปิดห้องบอลรูมขนาดใหญ่เพราะมีแขกที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแวดวงนักธุรกิจแทบทุกวงการ เพราะลูกค้าของธุรกิจนำเข้ารถหรูส่วนมากก็จะเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคมและเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยติดอันดับเป็นส่วนมากแล้วก็ยังมีคนในวงการบันเทิงไม่น้อยที่มาร่วมงาน จึงมีนักข่าวมาทำข่าวในงานแต่งครั้งนี้ จึงถือเป็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะตระกูลของภูผาก็เป็นตระกูลของลูกหลานนักการเมืองรุ่นเก่าด้วย จึงมีคนแขกระดับแนวหน้ามาร่วมงานกันอย่างล้นหลามงานแต่งที่ยิ่งใหญ่แต่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น เพราะมีพยานรักตัวน้อยที่คอยสร้างเสียงหัวเราะให้กับแขกทุกคนที่มาร่วมงานอยู่ตลอดเวลา พยานตัวน้อยแก้มยุ้ยที่วิ่งเล่นไปทักทายแขกทั่วงานด้วยความตื่นเต้น"ขุนเขาหลับปุ๋ยเลยนะคะ""แน่ล่ะสิ ก็เล่นวิ่งทักทายแขกไปทั่วงานแบบนี้ ถ้าไม่เพลียก็คงไม่แปลกหรอกนะหนูว่าไหมล่ะ""ใช่ค่ะ""แต่ว่าพักคุยเรื่องของขุนเขาก่อนดีกว่านะครับ" ภูผาสวมกอดภรรยาสาวจากด้านหลัง ก่อนจะจูบไปที่ซอกคอขาวไปทั่วเบา ๆ ด้วยความหลงใหล"พี่ภูคะ หนูจั๊กจี้""ถึงจะจั๊กจี้แต่พี่ก็ไ
"ว๊าว...ป๊ะป๋า หม่ามี๊ มีลูกโป่งกับดอกไม้เยอะมากเลยคับ" ขุนเขาวิ่งเข้าไปในบริษัทชั้นแรกที่เป็นจุดบริการลูกค้า เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด ขุนเขาก็มักจะมาเล่นที่บริษัททุกครั้ง แถมยังเป็นขวัญใจของพนักงานในบริษัทอีกด้วย"ขุนเขาชอบหรือครับลูก""ชอบคับป๊ะป๋า ขุนชอบลูกโป่ง แล้วป๊ะป๋าจะพาขุนไปเล่นของเล่นในห้างอีกวันไหนคับ""วันพรุ่งนี้ครับลูก ก็ป๋าพาขุนเขาไปเล่นของเล่นทุกสัปดาห์อยู่แล้วนี่ครับ วันนี้เพิ่งวันเสาร์เองนะลูก""งั้นวันนี้ขุนจะไปเล่นกับป้า ๆ ที่เป็นเพื่อนของหม่ามี๊นะคับ""คงไม่ต้องไปแล้วมั้งลูก โน่นไงครับ พวกลุง ๆ ป้า ๆ มารอต้อนรับขุนเขาแล้ว""จริงด้วย เย้...ลุงวายุ ป้าเอ๋ ขุนเขามาแล้วคับ" ร่างป้อมวิ่งเข้าไปกอดขาของคนทั้งสอง ก่อนที่วายุจะรวบเด็กตัวเล็กขึ้นขี่คอของตัวเองทันที"หัวหน้าก็ชอบตามใจขุนเขาอยู่เรื่อยเลยค่ะ เพราะแบบนี้ไงคะ ถึงติดหัวหน้าแจเลย พี่เอ๋ก็ด้วย หิ้วถุงขนมมาให้ขุนเขาอีกแล้วสินะคะ""บอกแล้วว่าอย่าเรียกผมว่าหัวหน้าน่ะ ตอนนี้คุณเป็นถึงภรรยาของคุณภูผานะครับ จะเรียกผมว่าหัวหน้าอีกหรือไง""ก็หัวหน้ายังเรียกแทนข้าวว่าคุณอยู่เลยนี่คะ เรียกข้าวว่าเธอเหมือนปกติก็ได้แท้ ๆ""ท
"สวัสดีครับคุณจักร คุณพาฝัน เชิญนั่งก่อนนะครับ""ขอบคุณครับคุณภูผา นี่รอพวกผมนานไหมครับ พอดีว่ารถติดเล็กนิดหน่อยน่าจะช้ากว่าที่นัดหมายสิบนาทีได้ ขอโทษด้วยนะครับ""ไม่เป็นไรเลยครับ ผมก็เพิ่งมาถึงเมื่อไม่นานนี้แหละครับ สบายมาก แล้วนี่จะทานอะไรเลยไหมครับ เดี๋ยวผมจะเรียกบริกรมารับออเดอร์ของคุณทั้งสองคนก่อน แล้วระหว่างนี้เราจะได้คุยกันไปด้วยรับประทานอาหารกันไปด้วยเลยดีไหมครับ""ก็ดีเหมือนกันนะครับ ผมก็ยังไม่ได้ทานอาหารตอนเที่ยงเลยเหมือนกัน""แล้วคนที่มากับคุณภูผาเนี่ยใครหรือคะ เป็นเลขาของคุณหรือเปล่า หน้าตาน่ารักเชียวค่ะ ผิวพรรณก็ดีมากด้วย"'อีกแล้วสินะ เวลาเขาพาภรรยาไปที่ไหนก็มักจะไม่มีใครรู้ว่าข้าวหอมคือภรรยาของเขา นี่เขากำลังลืมเรื่องสำคัญบางอย่างไปแน่ ๆ' ภูผาคิดในใจก่อนที่จะรีบอธิบายทันที"คนนี้คือข้าวหอม ภรรยาผมเองครับ""คุณภูผามีภรรยาแล้วหรือคะ เพิ่งเคยรู้เลยนะคะเนี่ย ขอโทษนะคะที่ไม่รู้มาก่อนแบบนี้""ไม่เป็นไรหรอกครับ งั้นผมจะขอแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ ผู้หญิงคนนี้ชื่อข้าวหอม เป็นภรรยาของผมเอง แล้วตอนนี้ผมก็มีลูกชายแล้วนะครับ เกือบสามขวบแล้วด้วย""จริงหรือคะเนี่ย ทำไมถึงไม
หลังจากที่ภูผาได้ซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองแล้ว เขาก็ได้พาภรรยาและลูกชายอันเป็นที่รักกลับมาสู่อ้อมอกอีกครั้งเขาไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว ห้องที่เคยว่างเปล่าและกว้างใหญ่ ตอนนี้ได้มีภรรยาและลูกชายสุดที่รักเข้ามาเติมเต็มและทำให้บ้านกลับมาเป็นบ้านอีกครั้งสายตาคมจ้องมองไปที่ใบทะเบียนสมรส ถึงจะจดท
"ป๊ะป๋า ป๊ะป๋า ป๊ะป๋า" ขุนเขารีบกระโดดใส่บิดาทันทีเมื่อเจอหน้าคนที่แสนคิดถึง ภูผาแทบน้ำตาคลอที่ได้เจอหน้าลูกชายที่เขาแสนรัก เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้รับลูกชายกลับเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้งเลยด้วยซ้ำ"ป๋าคิดถึงลูกมากเลยนะ" ใบหน้าคมหอมแก้มยุ้ยของลูกชายฟอดใหญ่ มันคือความสุขในชีวิตที่เขาไม่สามารถ
ข้าวหอมตกตะลึงจนยืนแน่นิ่งไป เพราะรู้สึกคาดไม่ถึงที่เห็นใบหน้าคมหล่อเหลาของคนที่เธอคิดถึงมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า จนปล่อยมือออกจากสายยางโดยไม่รู้ตัว"คุณมาทำอะไรที่นี่คะ" พอเห็นคนที่มายืนขนาบข้างคนร่างใหญ่แล้ว ข้างหอมก็ตกใจอีกครั้ง"คุณแม่" ข้าวหอมรีบยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทันที พร้อมกับสงสัยว่าทั้งสองคนมาทำ
"อยู่ที่บ้านเรามาสองสัปดาห์แล้วนะลูก ยังไม่ร่าเริงอีกหรือไงล่ะ""ข้าวพยายามแล้วนะคะแม่ แต่ก็ทำไม่ได้สักที""คิดถึงเขามากล่ะสินะ รักเขามากเลยใช่ไหมลูก""ค่ะคุณแม่ ข้าวน่ะไม่เคยรักใครมาก่อนในชีวิตเลยนะคะ คุณภูผาจะเรียกว่าเป็นรักแรกของข้าวเลยได้ไหมนะ ถึงเขาจะใจร้ายแต่ข้าวก็รักเขามากค่ะ อาจจะเป็นเพราะเ
reviews