INICIAR SESIÓNหนึ่งคนเติบโตมาพร้อมอิสระ เส้นทางชีวิตเป็นสิ่งที่เธอเลือกเอง อีกหนึ่งคนกลับต้องใช้ชีวิตภายใต้กรอบความคาดหวังและความต้องการของผู้นำครอบครัว การตัดสินใจทุกครั้งไม่ใช่ของตน หากเป็นของ “หน้าที่” ที่แบกรับไว้ ทว่าโชคชะตากลับนำพาให้หนุ่มสาวทั้งสองได้มาพบกัน ความแตกต่างกลายเป็นบทเรียน ความใกล้ชิดกลายเป็นคำถาม อิสระคือการหลุดพ้นจากกรอบ หรือคือการกล้ายอมรับผลของการเลือก ท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัว สังคม และหัวใจของตนเอง ความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นจะนำพาพวกเขาไปสู่เส้นทางใด อิสระที่แท้จริง…สามารถออกแบบร่วมกันได้หรือไม่
Ver másสายฝนยังคงเทลงมาไม่หยุดเสียงฟ้าร้องดังครืนอยู่ไกล ๆอะธีน่านั่งอยู่ในรถ เปิดไฟฉุกเฉินไว้สายตากวาดมองถนนที่แทบไม่มีรถผ่านในใจเริ่มคิดว่า ถ้าฝนซาลงเมื่อไร เธอจะลงไปลองซ่อมอีกครั้ง หรือไม่ก็โทรเรียกรถลากและในจังหวะนั้นเอง—ไฟหน้ารถอีกคันหนึ่งก็ปรากฏขึ้นค่อย ๆ ชะลอเข้ามาจอดด้านหลังรถของเธออะธีน่าหันไปมองผ่านกระจกมองหลังหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังพยายามไม่ตื่นตระหนกเธอเปิดกระจกลงนิดหนึ่ง เตรียมจะถามว่าอีกฝ่ายมาช่วยหรือไม่ชายสองคนลงจากรถรูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางแข็งกระด้างหนึ่งในนั้นมองเธอด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความหวังดีแม้แต่น้อย“รถเสียเหรอครับ”น้ำเสียงนั้นฟังดูเรียบ แต่แฝงบางอย่างที่ทำให้สัญชาตญาณของอะธีน่าร้องเตือนทันทีเธอกำลังจะตอบ—แต่สายตาของชายอีกคนกลับเปลี่ยนไปเมื่อเขาเห็นใบหน้าของเธอชัดขึ้น ใต้แสงไฟถนนที่สลัวรอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากเป็นรอยยิ้มของคนที่ “จำได้”“เฮอะ…”เขาหัวเราะเบา ๆ“เหมือนใครสักคนเลยนะ”อะธีน่าขมวดคิ้วยังไม่ทันจะถอยหนี—มือหยาบกระชากประตูรถเปิดออกอย่างแรงอีกมือคว้าข้อมือเธอทันที“ปล่อยนะ!”อะธีน่าตะโกน เสียงถูกกลืนไปกับเสียงฝน“เงียบซะ!”
สองวันหลังจากที่ชุดทั้งสามถูกเก็บเข้าห้องลับ เช้าวันนี้อะธีน่าตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ เธออาบน้ำ แต่งตัวเรียบเท่ตามสไตล์เดิม ก่อนจะเปิดห้องลับ และนำหุ่นเสื้อผ้าทั้งสามออกมาอย่างระมัดระวัง ตรวจความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ตะเข็บ ผิวผ้า รายละเอียดเล็กที่สุด—ไม่มีสิ่งใดหลุดสายตา เมื่อทุกอย่างพร้อม อะธีน่าขนหุ่นขึ้นรถ ขับมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยด้วยสีหน้านิ่ง แต่หัวใจเต้นแรงกว่าปกติเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะนี่คือผลงานที่เธอ “มั่นใจที่สุด” ตั้งแต่เรียนแฟชั่นมา ⸻ ภายในห้องเรียนสตูดิโอแฟชั่น เพื่อน ๆ ทยอยนำงานของตัวเองมาจัดวาง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดแบบที่คุ้นเคย จนกระทั่งอะธีน่าเข็นหุ่นเสื้อผ้าทั้งสามเข้ามา เสียงพูดคุยค่อย ๆ เบาลง ก่อนจะกลายเป็นความเงียบชั่วขณะ Modern Greek God : Apollo / Ares / Hermes เส้นสายที่ชัดเจน โครงสร้างที่แข็งแรงแต่ไม่แข็งทื่อ การเลือกผ้าและดีเทลที่สะท้อนตัวตนของแต่ละเทพ โดยไม่หลุดธีม ไม่เยอะเกิน และไม่กลบกันเอง “โห… งานนี้คือเสร็จสมบูรณ์จริง ๆ” เสียงใครคนหนึ่งหลุดออกมา “ดูแพงมากอะ” “นี่มันระดับโชว์แล้วนะ” เสียง
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านบาง ๆ ภายในห้องนอนของอะธีน่าในวันนี้ แทบไม่เหลือเค้าเดิมของห้องพักผ่อนอีกต่อไป โต๊ะเขียนหนังสือถูกดันไปชิดผนัง แทนที่ด้วยโต๊ะตัดผ้า หุ่นโชว์ตั้งเรียงอยู่ใกล้หน้าต่าง ผืนผ้าหลากเฉดสีถูกคลี่วางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ เข็มหมุด กรรไกร สายวัด และแพตเทิร์นกระดาษ กระจายอยู่รอบตัวเธอ ห้องนี้ กลายเป็น “พื้นที่สร้างสรรค์” อย่างสมบูรณ์แบบ อะธีน่ายืนอยู่กลางห้อง ในเสื้อยืดตัวหลวมและกางเกงสบาย ๆ ผมถูกรวบลวก ๆ ไว้ด้านหลัง สายตาจริงจังจดจ่ออยู่กับแพตเทิร์นตรงหน้า เธอนำไซส์ที่วัดจากพี่ชายทั้งสามคน — บีม แม็กซ์ และแจสเปอร์ — มาปรับใช้กับแบบเสื้อผ้าในธีม Modern Greek God : Apollo, Ares, Hermes ปลายนิ้วลากดินสอไปตามเส้นโค้งของแพตเทิร์น ทุกสัดส่วนถูกคำนวณอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่ให้ใส่ได้ แต่ต้อง “สะท้อนตัวตน” ของแต่ละคนออกมาด้วย อพอลโล — ความสมดุล สง่างาม และแสงสว่าง เอเรส — ความแข็งแรง ดุดัน และมีพลัง เฮอร์มีส — ความคล่องตัว อิสระ และทันสมัย จักรเย็บผ้าดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงเข็มแทงลงบนผืนผ้า เหมือนจังหวะหัวใจของการทำงาน อะธีน่าแทบไม่ได้มองนาฬิก
ยามค่ำคืนคลี่คลุมคฤหาสน์หลังใหญ่ของ ตระกูลพิทักษ์วงศ์ แสงไฟสีอุ่นจากเสาโคมหน้าบ้านส่องสว่างเป็นแนว บรรยากาศสงบ แตกต่างจากความคึกคักของเมืองที่เพิ่งจากมา เวลา 20:30 น. อะธีน่าเดินเท้าเข้ามาทางประตูรั้ว กระเป๋าสะพายข้างหนึ่ง ถุงใส่วัสดุสำหรับ Final Project อีกข้าง การเดินทุกก้าวของเธอนั้นมั่นคง แต่ไม่เร่งรีบ ร่างสูงวัยในชุดพ่อบ้านยืนรออยู่หน้าประตู ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มคุ้นเคย “คุณหนูเล็กกลับมาแล้วเหรอครับ” ลุงรงค์ เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงอบอุ่น อะธีน่าหยุดเดิน ยิ้มให้เขาอย่างเป็นกันเอง “ค่ะลุงรงค์ วันนี้กลับค่ำหน่อยนะคะ” ลุงรงค์รับถุงจากมือเธอไปช่วยถือ “ไม่เป็นไรเลยครับ คุณหนู คุณผู้หญิงกำชับไว้แล้วว่า ถ้าคุณหนูกลับมา ก็ให้ดูแลตามปกติ ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องกดดันอะไร” คำพูดเรียบง่ายนั้น ทำให้อะธีน่ารู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างประหลาด “ขอบคุณค่ะลุง” ลุงรงค์พยักหน้า “คุณหนูพักผ่อนเถอะครับ ถ้าต้องการอะไร เรียกลุงได้ตลอดนะครับ” อะธีน่ายิ้ม “ค่ะ ราตรีสวัสดิ์นะคะ” เธอเดินขึ้นบันไดหินอ่อนอย่างเงียบ ๆ เสียงฝีเท้าก้องเบา ๆ ไปตามโถงสูง ก่อนจะหายลับไปยังชั้นบน คืนนี้ ไม่มีคำถา