تسجيل الدخولหนึ่งคนเติบโตมาพร้อมอิสระ เส้นทางชีวิตเป็นสิ่งที่เธอเลือกเอง อีกหนึ่งคนกลับต้องใช้ชีวิตภายใต้กรอบความคาดหวังและความต้องการของผู้นำครอบครัว การตัดสินใจทุกครั้งไม่ใช่ของตน หากเป็นของ “หน้าที่” ที่แบกรับไว้ ทว่าโชคชะตากลับนำพาให้หนุ่มสาวทั้งสองได้มาพบกัน ความแตกต่างกลายเป็นบทเรียน ความใกล้ชิดกลายเป็นคำถาม อิสระคือการหลุดพ้นจากกรอบ หรือคือการกล้ายอมรับผลของการเลือก ท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัว สังคม และหัวใจของตนเอง ความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นจะนำพาพวกเขาไปสู่เส้นทางใด อิสระที่แท้จริง…สามารถออกแบบร่วมกันได้หรือไม่
عرض المزيد「おめでとう、妊娠してる!……双子だよ!一条くん、きっと驚くね!」
専属医の三上先生の言葉が何度も頭の中で復唱されている。
「信じられない!嘘?本当に私のお腹に子どもが?しかも二人も!?」
嬉しいというよりも頭の中が真っ白だ。結婚して三年。妊活に励み子どもを授かることを待ちわびていた。ずっと、ずっと待ち望んでいた瞬間が今日、いきなり二倍になってやってきた。
病院からの帰り道、窓の景色を眺めながら私は夫の瑛斗に報告する場面を何度も想像した。彼のくしゃっと笑った顔。少し照れたような心の底から嬉しそうな顔。早くその顔が見たかった。
長年仕えている運転手が私の変化に気づき話しかけてきた。
「華お嬢様、何か良いことでもあったのですか?さきほどからとても幸せそうなお顔で微笑んでいらっしゃいますね。」
「ええ、とっても素敵で幸せなことがあったの。」
夫の一条瑛斗は、一条グループの若きCEO。切れ長の瞳、通った鼻筋、そしていつも自信に満ちた佇まい。初めて見た時、私はその完璧なまでのルックスに息を呑んだ。瑛斗のことを高校の時からずっと好きで初恋の人だった。
神宮寺家の令嬢である私は、父や祖父が決めた相手と結婚をしなくてはいけなかった。いわゆる「政略結婚」だ。家のために自分の気持ちとは関係なく結婚することは絶望的な未来に思えた。しかし、運命は残酷なだけではなかった。
お見合いの席で、一条家の御曹司として瑛斗が現れた時は信じられなくて言葉を失った。まさか初恋の相手が夫になるなんて想像もしていなかった。その夜、喜びと幸せで胸がいっぱいになり興奮して眠れなかった。こうして私たちは夫婦になった。
あれから三年。瑛斗は社長に就任して多忙な毎日を送っているが、私は初恋の相手瑛斗の妻になれたことに幸せを感じながら毎日を過ごしている。
(念願の妊娠だもん。こんな嬉しいニュースは直接伝えて瑛斗の喜ぶ顔が見たい)
病院を出てすぐに電話で報告しようと思ったが直接伝えることにした。
病院から帰ってきてすぐに瑛斗が好きなラザニアを作って帰りを待つことにした。もちろんソースは一から手作りだ。料理長の作るご飯も美味しいが、こんな特別な日は自分で作って瑛斗を喜ばせたかった。
(どんな顔をするだろう。どんな言葉をくれるだろう。)
ソースを煮込みながら、彼の喜ぶ姿とこれから始まる家族4人の生活を想像しながら彼の帰りを待っていた。出来立てを食べて欲しくて帰りが何時になるか連絡したが返事は来ない。ソファで待っているうちにうたた寝をしてしまい、車のエンジン音で目を覚ました時には既に22時を過ぎていた。
瑛斗を出迎えるため慌てて玄関へ向かう。
「おかえりなさい」
「ただいま。」
「なんだか疲れているみたいだけど大丈夫?」
「ああ。……話があるんだ。少しいいかな」
いつもより冷たく沈んだ声で瑛斗が静かに言った。疲れ切った様子の瑛斗だが、大人の男の色香をまとい、疲れた顔さえも魅力的だった。3年たった今でも瑛斗と目が合うとドキドキして胸が高鳴る。
表情がどこか硬い瑛斗の後ろを歩きリビングへ入った。
(仕事で疲れているのかもしれない。でも妊娠のことが分かったら気持ちも変わるかも!)
「先にご飯にする?今日ね、話をしたいことがあって瑛斗の好きなラザニアを作って待っていたんだ。」
「……そうやって機嫌でも取っているつもりなのか。」
「え……?」
瑛斗の言葉に耳を疑った。普段はそんなことを言う人ではない。頭の回転が早く、いつも冷静で落ち着いて、人が不快に思うような台詞は今まで一度も言ったことがないので信じられなかった。
「瑛斗、仕事で何か嫌なことや問題でもあったの?何か疲れている?私に出来ることがあるなら……」
ソファに座る瑛斗に近寄り、膝をついて手を重ねると怪訝そうな顔をしてすぐさま振り払った。
「触るな。もう放っておいてくれ。それよりここにサインをしてくれないか?」
彼は深くため息をついた後、鞄から一枚の白い封筒を取り出した。
何の書類か分からず受け取ったがタイトルを見た瞬間、頭の中が真っ白になった。
(なにこれ……)
【離婚協議書】 彼から渡された書類にはこう記されてあった。
เกมที่ 1“โอเค เกมแรก”แม็กซ์ขยับตัวนั่งตรง“พี่เข้าป่า น้องเล่นเมจ”“ได้ค่ะ”อะธีน่าพยักหน้า“แต่ถ้าพี่โยนเกม หนูไม่แบกนะ”แม็กซ์หันมองทันที“พูดใหม่ดิ”“ถ้าพี่เล่นชิบหาย หนูก็ไม่แบกค่ะ”“ไอ้ฟาย”แม็กซ์หัวเราะลั่น“เปิดมาคือด่าพี่เลยนะ”แชตไหลเร็วขึ้นกว่าเดิมโอ๊ยยย ชอบคู่นี้พี่น้องบ้านนี้โคตรเรียลน้องสวยแต่พูดแมนมากกกกนี่แหละ น้องสาวพี่แม็กซ์ของจริงเกมแรกเปิดมาได้ไม่ถึงสามนาทีแม็กซ์เล่นแอสซาซินป่าบุกเลนบนอย่างดุขณะที่อะธีน่าเล่นเมจกลาง เดินเกมไวไม่แพ้กัน“พี่แม็กซ์ ขวาล่าง ๆ”อะธีน่าจ้องจอไม่กะพริบ“มันซ่อนพุ่มค่ะ”“เห็นละ”“เข้าเลยมั้ย”“เข้า!”จังหวะต่อมาแม็กซ์พุ่งเข้าไปเปิดไฟต์ทันทีอะธีน่ากดสกิลตามแบบไม่พลาดFirst Blood“โอ๊ย สวย!”แม็กซ์ตบโต๊ะเบา ๆ“เห็นมั้ย เกมมันต้องแบบนี้!”อะธีน่าหัวเราะ“เขาโง่เองค่ะพี่”“พูดดี ๆ”“ก็โง่จริงนี่คะ”“อีสัส”แม็กซ์หลุดขำ“ชอบว่ะ”ตาทั้งคู่ไหลลื่นจนชนะอย่างสวยงามและจบเกมแรกด้วย MVP ฝั่งอะธีน่าแม็กซ์หันมองทันที“อ้าว?”อะธีน่ายิ้มมุมปาก“ขอบคุณที่เป็นบันไดให้หนูนะคะ”“มึงนี่นะ…”“พี่ด่ากล้องอยู่ค่ะ”“เออ ด่าจริง”⸻เกมที่ 2เกมที่สองท
สายเรียกกลับบ้านอะธีน่ายืนมองเวทีอยู่ได้ไม่นานนักเสียงพิธีกรยังคงดังสลับกับเสียงกรี๊ดของแฟนคลับรอบลานกิจกรรมขณะที่โซลบนเวทียังคงเปล่งประกายราวกับเกิดมาเพื่อแสงไฟโดยแท้จริงเธอเผลอยืนดูอยู่อย่างนั้นอีกครู่หนึ่งโดยไม่ทันรู้ตัวว่าแก้วเครื่องดื่มเย็นในมือเริ่มคลายไอเย็นลงไปแล้วแต่แล้ว—ครืด… ครืด…โทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายของเธอสั่นขึ้นอะธีน่ากะพริบตาเบา ๆก่อนจะละสายตาจากเวทีและหยิบมือถือขึ้นมาดูบนหน้าจอขึ้นชื่อชัดเจนMax 💙เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย“ว่าไงคะ พี่แม็กซ์”ปลายสายมีเสียงจังหวะคีย์บอร์ดและเสียงพูดคุยเบา ๆ แทรกมาเหมือนเขากำลังจัดอะไรบางอย่างอยู่“อยู่ไหน”คำถามสั้น ๆ ตามสไตล์พี่ชายคนกลางดังขึ้นทันทีอะธีน่าหันมองรอบตัวคร่าว ๆ“อยู่ห้างค่ะ ขี่รถออกมาข้างนอกนิดหน่อย”“ดีเลย”เสียงของแม็กซ์ฟังดูอารมณ์ดีผิดปกติ“กลับบ้านมาได้ไหม วันนี้พี่มีสตรีม”อะธีน่าขมวดคิ้วนิด ๆ“แล้ว?”ปลายสายเงียบไปแป๊บหนึ่งก่อนจะได้ยินน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นธรรมดา แต่แอบมีลูกล่อลูกชนอยู่เต็มที่“แล้วพี่จะให้มานั่งเล่นด้วยไง”อะธีน่าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ“หนูเนี่ยนะ”“ใช่”แม็กซ์ตอบทันที“วั
เช้าวันต่อมาแม้จะนอนไปหลายชั่วโมงแต่อะธีน่ากลับรู้สึกเหมือนไม่ได้พักเลยแม้แต่น้อยภาพกล่องของขวัญสีดำรูปถ่ายของเธอและข้อความจากเบอร์ปริศนายังคงวนอยู่ในหัวไม่ยอมจางเธอไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครในบ้านเมื่อคืนไม่ใช่เพราะไม่กลัวแต่เพราะยังไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงโดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ลักพาตัวที่ผ่านมาไม่นานอย่างน้อย…เธออยากมีเวลาคิดด้วยตัวเองก่อนและเพราะแบบนั้นช่วงสายของวันนี้อะธีน่าจึงเลือกทำในสิ่งที่ช่วยให้เธอ “หายใจ” ได้ดีที่สุดออกไปข้างนอกคนเดียวเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คันโปรดดังขึ้นในลานบ้านอะธีน่าสวมหมวกกันน็อก ปรับสายรัดให้แน่นก่อนจะขี่ออกจากคฤหาสน์ไปอย่างเงียบ ๆลมอ่อนของช่วงสายปะทะใบหน้าช่วยให้ความอึดอัดในอกค่อย ๆ เบาลงทีละนิดเธอไม่ได้ตั้งใจจะไปไหนไกลเพียงแค่อยากขี่รถเรื่อย ๆมองผู้คนมองเมืองและปล่อยให้สมองได้พักจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดสักชั่วโมงสองชั่วโมงสุดท้ายอะธีน่าก็มาจอดที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเธอเดินเข้าไปด้านในแบบเรียบง่ายวันนี้แต่งตัวสบายกว่าปกติ—เสื้อครอปแขนยาวสีเรียบ กางเกงยีนส์เอวสูง รองเท้าผ้าใบผมถูกรวบครึ่งหัวแบบไม่ตั้งใจให้เ
งานทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีอย่างน่าทึ่งหลังจากโชว์จบผู้คนยังคงจับกลุ่มพูดคุยถึงคอลเลกชันของอะธีน่าไม่หยุดทั้งอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง รวมถึงแขกที่มาร่วมงานต่างพูดถึงผลงานของเธอในทิศทางเดียวกัน“โดดเด่น”“ชัดเจน”“มีภาษาของตัวเอง”หลังลงจากเวทีอะธีน่าแทบไม่มีเวลาได้พักเพื่อน ๆ ต่างเข้ามากอด แสดงความยินดีอาจารย์หลายคนเดินเข้ามาชื่นชมด้วยตัวเองบางคนถึงขั้นขอถ่ายรูปกับเธอและพี่ชายทั้งสามไว้เป็นที่ระลึกบีมในลุค Apollo ยืนถือช่อดอกไม้สีขาวทองอย่างสง่างามแม็กซ์ที่ยังไม่ยอมถอดหมวกสปาร์ตันสีดำออกทั้งหมด กำลังโดนแฟน ๆ ของตัวเองแอบถ่ายไม่หยุดส่วนแจสเปอร์ก็ถูกเพื่อนของอะธีน่ารุมขอเซลฟี่ด้วยความชื่นชอบในลุค Hermesเสียงหัวเราะเสียงชื่นชมกลิ่นดอกไม้แสงแฟลชจากกล้องมือถือทุกอย่างอบอวลอยู่ในช่วงเวลาหลังเวทีนั้นอะธีน่ารับช่อดอกไม้จากซัมเมอร์เป็นช่อที่สามของคืนก่อนจะยิ้มอย่างเหนื่อย ๆ แต่มีความสุข“แกสุดยอดมากจริง ๆ”ซัมเมอร์พูดพลางเขย่าแขนเธอเบา ๆ“ฉันพูดจริงนะ นี่มันไม่ใช่แค่โปรเจกต์จบแล้ว”“ใช่”ริวกิพยักหน้าแรง“นี่มันระดับเอาไปต่อยอดได้เลย”อะธีน่าหลุดหัวเราะเบา ๆ“พอเลยพวกแก เดี๋ยวล





