Beranda / โรแมนติก / พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ / ตอนที่8 ดินแดนหมาป่า (จบ6)

Share

ตอนที่8 ดินแดนหมาป่า (จบ6)

Penulis: 22 A Venus
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-13 18:11:20

" โว้ว มีน้ำน่ากินเย็นๆ มาต้อนรับถึงที่เลยแฮะ " โครว์พูดหลังจากดับรถ สเวนรีบพุ่งตัวออกจากประตูก่อนใคร เมื่อเห็นว่าที่ภรรยาถือน้ำมาต้อนรับ เป็นภาพในความฝันที่เขารอมาโดยตลอด ถึงปากจะแข็งไม่อยากมีภรรยาก่อนหน้า รอยยิ้มแสนสดใสแย้มรับให้คลายเหนื่อยหลังจากกลับมาจากภารกิจ ภาพในหัวของเขาสีเปลี่ยนเป็นโทนอบอุ่นและเนิบนาบ ทว่าความปรารถนากลับดับลงวูบเมื่ออยู่ๆ เนราก็วานให้จาเว็คช่วยถือถาดน้ำ ซึ่งตอนแรกเขานึกว่าเธอจะหยิบ 1 แก้วนั้นมารับเขา แต่ที่ไหนได้เธอเดินตรงมาที่เขาจริง แต่ตัวเลือกกลับเป็นเคธี่ หญิงสาวรุ่นพี่ผู้เดินตามเขามาติดๆ จากด้านหลัง

" พี่เคธ น้ำผลไม้นี่สูตรใหม่เลยนะคะ วันนี้เนอบคุ้กกี้สูตรที่พี่จดไว้ด้วยลองไปชิมให้หน่อยนะคะ " เคธี่และโครว์หันมองหน้ากันแบบอดกลั้นยิ้มไม่อยู่หรือจะหลุดหัวเราะก็ไม่เชิง เพราะเมื่อไม่กี่วินาทีครู่ที่ผ่านมา พวกเขานึกว่าเธอจะเริ่มทำตัวเป็นภรรยามาต้อนรับสามีอย่างสเวนกลับบ้าน โครว์เดินมาหยิบแก้วน้ำเย็นชื่นใจจากถาดที่จาเว็คถือก่อนจะเอ่ยออกไปแกล้งหนุ่มรุ่นน้องสายเลือดเดียวกันในเครือญาติ

" ชื่นใจจัง หอม หวาน กำลังดี... กระดกน้ำผลไม้เข้าปากรวดเดียวก่อนจะพูดแกล้งชายรุ่นน้องที่ยืนนิ่งงันราวกับถูกสาปให้แข็งและหันไปยกแก้วขอบคุณเนรา... อร่อยมากเลยเนรา ขอบคุณที่มาต้อนรับพวกเรากลับ "

" ค่ะ... เธอลากเสียงยาว... มีคุ้กกี้ใหม่ๆ ด้วยนะคะ แล้วเนหมักเนื้อไว้หลายชนิดเลยไม่รู้ว่าชอบแบบไหนกันกลัวว่ากลับมาจะหิวหนะค่ะ... หญิงสาวมองแผ่นหลังของชายอีกคนที่เธอยังไม่ได้ทักดูนิ่งผิดปกติก่อนจะเห็นน้ำอีกแก้วไม่ได้ถูกดื่ม... สเวน คุณไม่หิวน้ำหรอ " เธอถามขึ้นผ่านแผ่นหลังกว้างของเขาโดยยังไม่รู้ตัวเองว่าทำให้เขารู้สึกจุก มึน จนโลกได้หยุดหมุนไปชั่วขณะ

" พี่หิวแล้ววันนี้เมนูย่างฝีมือเนสินะ " เคธี่สวมกอดแขนเนราก่อนชวนกลับเข้าบ้านทันที

" ค่ะ " เธอลากเสียงยาวพร้อมเดินตามเคธี่เข้าไปในบ้านผ่านสเวนชายที่ยังคงยืนคิดว่าเธอจะเดินกลับมาและหยิบแก้วน้ำส่งให้เขา โครว์หันมองจาเว็คและบลัดก่อนเดินจากไปด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มพลางวางแก้วน้ำที่ดื่มเสร็จลงบนถาด ทั้งจาเว็คและบลัดเองเพิ่งเคยเห็นหน้าของนายตนยามรู้สึกผิดหวังมาก่อน หากจะเปรียบให้เห็นภาพชัดเจนคงเป็นสุนัข กำลังหงอรอเจ้านายเดินมาลูบหัว ภาพพจน์หมาป่าองอาจอย่างไดร์วูลฟ์ค่อยๆ จางหายไปเมื่อนายหญิงเข้ามา กลายเป็นผู้ชายธรรมดา ไม่ทะนงตน ซ้ำยังแสดงสีหน้าได้หลากหลาย แววตาไม่ไร้ซึ่งอารมณ์อีกต่อไปจาเว็คและบลัดคิดเช่นนั้นก่อนเดินเข้าบ้านไปอย่าจำนนไม่รู้ว่าจะช่วยสเวนอย่างไร...

" อื้ม อร่อยกว่าพี่ทำอีกนะ " เคธี่พูดชมหลังชิมคุ้กกี้ฝีมือสาวรุ่นน้อง ซึ่งรสชาดถูกปากเธอจริงๆ

" เหรอคะ... น้ำเสียงดีใจหน้าตาเบิกบานของเธอทำให้สเวนเพิ่งเข้ามาในบ้านดูไม่พอใจนิดๆ เพราะเขาอยากได้บ้าง อยากให้เธอเป็นแบบนั้นกับเขา... สเวนคุณลองมาชิมดูหน่อยสิ เห็นพี่เคธบอกว่าคุณชอบแบบมีอัลมอนด์ผสม เนเลยทำแยกหนะค่ะ " ประโยคเพียงน้อยนิดเพื่อเขา ทำให้สีหน้าถอดอย่างเห็นได้ชัดเจน โครว์และเคธี่ จาเว็คและบลัดมองหน้ากันอีกครั้งพลางส่ายหัวไปมา สำหรับเจอสภาวะของความน้อยเนื้อต่ำใจสุดจะทนของเขาแล้ว นี่หรือสเวน... และไม่กี่นาทีต่อมาต้องพบกับอารมณ์แสดงความดีใจอยู่เนืองๆ แน่นอนว่าเนราดูไม่ออกเท่าไร เธอมักจะเห็นเขาเพียงด้านเดียวคือใบหน้าปกติจะยิ้มก็ไม่ยิ้มแถมดูสุขุมอยู่ตลอด แต่สำหรับพวกเขาที่เคียงข้างสเวนมาโดยตลอดรู้ดีว่านี่ คืออาการแสดงความสุข ที่หมาป่าเลือดร้อนแสนจะเย็นชาคนนี้จะแสดงออกมาได้... มือบางจับคุ้กกี้ยื่นให้เขา เพื่อให้เขาได้ประเมินรสชาด แววตาสีเขียวอมเทาของร่างสูงปรับเปลี่ยนเป็นโทนอ่อนโยนทุกครั้งหากได้มองหน้าสาวเจ้าผู้จะมาเป็นภรรยา รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นก่อนจะน้อมตัวลงมารับชิ้นคุ้กกี้โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้หวังจะป้อนแม้แต่นิด เธอคิดว่าเขาจะหยิบมันไปกินเองเสียด้วยซ้ำ

" ชื่นใจ " เขาพูดเบาๆ ออกมาทั้งที่เคี้ยวชิ้นคุ้กกี้นั่นอย่างช้าๆ ราวกับว่าไม่อยากจะกลืนมันลงไป อมเอาไว้ในปากได้เขาอยากจะทำเสียยิ่ง ถ้าหากมันจะไม่ละลายหละก็

" มันรสชาดยังไงนะคะ? " เธอถามเขาหลังจากได้ยินคำตอบไม่ชัดเจน

" อะไรที่เนทำอร่อยหมด " คนถูกชมมีสีแก้มระเรื่อขึ้นทันทีและรีบหันหน้าหนีสายตาของเขาเข้ามาทางครัวเพื่อจัดการกับอาการมื้อเย็น หากได้จ้องใบหน้าและดวงตาเขามากไปกว่านี้อาจทำให้เธอไม่เป็นอันทำอะไร ที่สำคัญจะตกเป็นเป้าล้อของโครว์ไปเสียดื้อๆ ซึ่งไม่ทันความคิดกลัวแบบนั้นจะจบโครว์ก็โห่ร้องขึ้นมาพร้อมแซวเธอในฐานะว่าที่เจ้าสาวและภรรยาถ้าไม่ใช่เพราะเคธี่ลากตัวไปอาบน้ำเนื่องจากชุมเหงื่อกันมาซะก่อน คงได้ยืนล้อจนเตรียมอาหารเสร็จเพื่อที่จะตั้งแคมป์ปิ้งย่างหน้าบ้านในวันนี้เป็นแน่...

...แคมป์ไฟขนาดกลางถูกก่อขึ้นกลางวงล้อมของคนทั้งห้า เบื้องหลังพวกเขาเป็นเตาย่างขนาดยาวเรียงรายไปด้วยผักและเนื้อนานาชนิดๆ ส่งกลิานหอมทั่วบริเวณโดยรอบ ด้านข้างเตาเป็นโต๊ะวางอุปกรณ์ที่ใช้ในการรับประทานอาหาร รวมถึงน้ำดื่มมีทั้งแอลกอฮอล์และน้ำผลไม้ บรรยากาศสงบสุขไกลเมือง ไร้ความวุ่นวายให้อารมณ์เหมือนอยู่กับครอบครัว การพูดคุยกันอย่างสนุกกลางวงล้อมดินเนอร์ยามค่ำคืนแบบนี้ทำให้เนราหวนนึกถึงพ่อแม่ที่เสียไป

" ไม่สนุกเหรอ " สเวนถามขึ้นเมื่อเห็นคนกำลังหัวเราะกับเรื่องเล่าสนุกของโครว์นิ่งงันลงไปดื้อๆ เขาอยากจะเห็นเธอยิ้มอยู่ตลอด เพราะแย้มริมฝีปากนั้นบ่งบอกว่าเนรากำลังมีความสุข

" สนุกสิคะ เนแค่รู้สึกว่าเหมือนได้มีครอบครัวอีกครั้ง "

" เราเป็นครอบครัว " เขาตอบสั้นๆ ด้วยรอยยิ้มนิดๆ ต่อเธอ มันคือความสุขที่ได้รับและยอมรับโดยไม่รังเกียจ เพียงแต่สำหรับเธอแล้วยังต้องปรับตัว เรียนรู้เพื่อที่จะคุ้นเคยกับชีวิตที่กำลังเปลี่ยนไป

" เมื่อครู่ยังคุยกันไม่จบเรื่องการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์หมาป่าพี่โครว์ก็ลากไปเรื่องความซนของคุณตอนเด็กๆ ... เธอจิบชาในแก้วพลางพูดกับเขา ชายคนที่นั่งข้างๆ เฝ้าระวังเสมือนยามกันภัยเธอ... เล่าต่อสิคะ หลังจากที่ตกลงร่วมมือในฐานะผู้พิทักษ์ปกป้องผืนป่าแล้วเกิดอะไรขึ้นต่อ "

" ชนพื้นเมืองเก่าแก่ส่วนหนึ่งก็ออกไปใช้ชีวิตกันในเมืองหลวง อีกกลุ่มเดินทางกลับมายังบ้านเกิดเพื่อทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อุทยาน บางคนก็เป็นสัตวแพทย์ "

" พูดง่ายๆ คือทำอาชีพที่มีประโยชน์ต่อผืนป่าดินแดนบ้านเกิด " เธอตอบเชิงคำถามกลับไปอย่างเข้าใจ คนที่นี่คงรักบ้านเกิดมาก

" ใช่ ถึงแม้จะรู้ว่าสักวันเผ่าพันธ์ุของพวกเราจะค่อยๆ หายไป แต่จิตวิญญาณที่ผูกพันกับป่าไม่ได้จากไปด้วยแม้แต่สายเลือด "

" แล้วพวก Hunter ที่ว่ามีมาแต่ดึกดำบรรพ์กลุ่มคนพวกนี้ก็มีหน้าที่คล้ายกับพวกคุณใช่ไหมคะ " เนราเข้าใจความหมายของศัพท์คำนี้ แต่ใช่ว่า ภาระหน้าที่หรือการดำรงอยู่ขององค์กรจะเหมือนดังความหมายไปเสียหมด

" เนรา... เสียงของโครว์แทรกขึ้นมาดื้อๆ เมื่อสดับฟังสิ่งที่สาวรุ่นน้องสนใจไถ่ถามสเวน เมื่อตนเผลอยาวไปเรื่องอื่นกับจาเว็คและบลัด... Hunter ถ้าพูดตามพัฒนาการของพวกเขาแต่ละยุค พวกนั้นไม่ใช่ฮีโร่แบบที่เราคิดหรอกนะ... คนฟังเอียงคอบ่งบอกถึงความสงสัยและสนใจ... จุดเริ่มต้นมันเป็นเรื่องของเงินตรา ในนามนักล่าหัวปีศาจ บุคคลหรือกลุ่มจะออกติดตามป้ายติดประกาศ ซึ่งค่าหัวมีมูลค่าสูงมาก พวกเขาถึงเสี่ยงทำ มีทั้งผู้รอดปางตาย ผู้ที่ไม่ได้กลับมา แน่นอนว่ามีผู้ที่ได้ชีวิตปีศาจกลับมาด้วย "

" กลุ่มหมาป่าหละคะ? ไม่ได้ทำร้าย หรือออกล่ามนุษย์ ทำไมต้องถูกพวก Hunter จัดการด้วย แล้วยังถูกเรียกว่าปีศาจอีก "

" เมื่อยังมีคนทำให้คิดแบบนั้น... สเวนตอตอบกลับไปทันทีเพื่อชี้แจงเหตุผล แม้จะมีกลุ่มที่ไม่ทำร้ายมนุษย์ใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปในสังคม เคารพกฎหมาย เคารพบรรทัดฐาน ค่านิยม ไม่ล่าสัตว์บางจำพวกแบบแต่ก่อน ขณะเดียวกันก็ยังมีพวกที่ใช้ชีวิตแบบเดิมโดยเฉพาะกลุ่มที่เข้าไปล่าสัตว์ในเขตสงวนเพื่อผลทางเศรษฐกิจ หรือกลุ่มที่มีความเชื่อผิดๆ เรื่องเลือดและความเป็นอมตะ ความเยาว์วัยจากหัวใจของมนุษย์ธรรมดา... หน้าที่ของพวก Hunter จึงยังมีอยู่ทุกช่วงสมัย "

" หมาป่าก็จู่โจมมนุษย์เหรอคะ... เธอถามขึ้นพลางมองทุกคน ทว่าแววตาคู่คมทุกคู่ฉายแววให้คำตอบว่าใช่ ยังมีกลุ่มประเภทนั้นอยู่ หญิงสาวรุ่นน้องสุดของบ้านจึงไม่ลังเลจะถามต่อ... ทำไมถึงทำร้ายมนุษย์หละคะ? "

" เพราะมีหมาป่าบางพวกดื่มเลือดมนุษย์... คำตอบเรียบนิ่งของโครว์ทำให้เนรารู้สึกโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ บวกกับอาการตกใจ คิดไปว่าหมาป่าทุกตัวมีความกระหายเลือดเพียงแค่ยับยั้งชั่งใจได้กับไม่ได้ โครว์เล่าต่อหลังจากเคธี่รีบสะกิดกลัวว่าน้องสาวสุดที่รักของเธอจะตีความผิด... กลุ่มนั้นเราเรียก มนุษย์หมาป่า "

" มนุษย์หมาป่าหรอคะ... ชื่อบ่งบอกสถานะทำให้เธอสงสัยเข้าไปอีก ว่าคือกลุ่มไหนแต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่มนุษย์ที่สามารถกลายร่างเป็นหมาป่าได้... กลุ่มพวกนั้น..."

" เป็นกลุ่มที่ถูกกัดโดยหมาป่าแบบพวกเรา "

" คะ? "

" การกลายร่างของหมาป่าแบบพวกเรามีสองระดับ... เคธี่ตัดสินใจอธิบายลักษณะของการกลายร่าง... ระดับแรกคือการกลายสภาพ แบบนั้นจะออกมาในรูปแบบไม่เต็มตัว ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดสติ ผลที่ได้คือรูปลักษณ์เมื่อปรากฏให้เห็นคือมนุษย์ที่ดูคล้ายกับหมาป่า "

" คล้ายๆ มนุษย์ที่มีขนยาวๆ ช่วงปากมีเขี้ยวแหลม หูยาวขึ้นกว่าตอนเป็นคน ออกแนวผสมคนกับหมาป่าแบบนั้นหรือเปล่าคะ" เนรานึกถึงมนุษย์หมาป่าแนวแฟนตาซีที่เธอมักพบเจอในภาพยนตร์จึงหยิบยกมานำเสนอ

" ใช่ ถ้าโดนพวกเราในร่างนั้นกัดพิษจากน้ำลายจะทำให้มนุษย์ติดเชื้อและกลายพันธุ์เป็นแบบเราในตอนนั้น ส่วนระดับที่สองคือการกลายร่าง... เคธี่อธิบายระดับการกลายสภาพของพวกตนต่อในระดับสุดท้าย... หมาป่าเต็มตัวแบบที่เนเคยเห็นตอนสเวนกับโครว์แปลงเป็นเจ้าตัวสีดำสีขาวนั่นแหละ "

" ทำไมระดับแรกถึงกลายสภาพไม่เต็มตัวหละคะ หรือว่าที่บอกขาดสติจะสัมพันธ์กับด้านอารมณ์ "

" ฉลาดจริงๆ นะ... สาวรุ่นพี่ชมด้วยใจจริงที่เธอเข้าใจอะไรได้รวดเร็ว... ถูกต้อง การที่เราจะเป็นร่างแบบนั้นได้ก็ต่อเมื่อขาดสติ โมโห โกรธ เพราะร่างที่แท้จริงของพวกเราคือหมาป่าเต็มตัวสี่เท้า แต่นานๆ ทีจะเป็นสภาพนั้น โครว์นี่ยังไม่เคยเป็น แต่..." เคธี่หันมองทางสเวนเพราะจำคืนวันที่เนราถูกยิงได้ ด้านเนราเองก็ย้อนคิดถึงเหตุการณ์คืนนั้นเช่นกันแม้ตัวเธอจะอยู่ในสภาพที่ไม่น่าจะรอดมาได้ แต่ก็พอจะเห็นภาพการกลายสภาพของสเวน

" งั้นพวกที่ติดพิษจากน้ำลายก็ไม่สามารถเป็นหมาป่าตัวใหญ่หรือเต็มตัวได้ใช่ไหมคะพี่เคธ เนคิดว่าการจะกลายร่างเต็มตัวได้ ต้องมีลักษณะเช่นนั้นทางพื้นฐานเดิม การถูกกัดจึงไม่ได้เปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ แค่เป็นการแปรสภาพเป็นอย่างอื่น "

" ถูกต้อง พวกนั้นจะมีความสามารถเพิ่มขึ้นตามการกลายสภาพของตนเองและมีอายุสั้นลง "

" อายุสั้นหรอคะ "

" เต็มที่ไม่เกิน 10 ปีหรอก แต่ว่านั่นคือเหตุผลให้พวกนั้นล่ามนุษย์... ใบหน้ารอคำตอบของเนราทำให้เคธี่ไม่รอช้าที่จะสาธยายต่อ... การดื่มเลือดมนุษย์ช่วยให้พวกมันอายุยืนขึ้นหนะสิ "

" พวกนั้นคิดไปเองหรือเป็นความจริงคะ " สำหรับเนราตอนนี้กลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นไปดื้อๆ ทว่าสำหรับสเวน เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าละอายจนไม่อยากให้เธอรับรู้

" พวกเราเคยเจอคนกลายสภาพมีอายุอยู่เกิน 10 ปี... รอบนี้โครว์เป็นคนเสริมการอธิบายขึ้นมาเนื่องจากตนเคยลงพื้นที่เก็บข้อมูลของมนุษย์กลายพันธุ์เหล่านี้... คนกลุ่มนี้ซื้อเลือดจากทางโรงพยาบาลเพื่อประทังชีวิตหนะ "

" พวกเขาทำร้ายคนด้วยใช่ไหมคะ "

" อืม ถ้าเปรียบกับโรคใกล้เคียงคงเป็นพิษสุนัขบ้าหละมั้ง แต่วิธีลดอาการคุ้มคลั่งนั่นก็เลือดมนุษย์อีกนั่นแหละ เราไม่รู้สาเหตุ ว่าทำไมเลือดมนุษย์ถึงมีประโยชน์สำหรับผู้กลายพันธุ์มากขนาดนั้น แต่ก็ไม่แปลกซะทีเดียว ในตัวอย่างพวกเราเองหากได้รับบาดเจ็บหนักและได้ดื่มเลือดของคู่ตัวเองมันก็ช่วยฟื้นฟูร่างกายได้เร็วกว่าการฟื้นฟูอัตโนมัติที่พวกเรามี "

" พอได้แล้ว! ... สเวนลุกขึ้นด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เขาอดจะทนต้องรับฟัง... เนราเข้าบ้านเถอะ " คนถูกเรียกรู้ทันทีว่าชายหนุ่มรู้สึกอย่างไร และเขาไม่ต้องการให้เธอฟังหรือรับรู้

" เธอควรรู้เอาไว้ สเวน " โครว์พูดสวนกลับทันทีเมื่อเห็นสเวนลุกขึ้นหันหลังไม่กล้าสบตาว่าที่เจ้าสาว เขารู้ดีกว่าสเวนไม่ต้องการให้พูดถึงเรื่องนี้ ไม่ต้องการให้เนรารับรู้ชีวิตของพวกตนมากกว่าไปการทราบเพียงพวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์หมาป่า

" เนไม่ควรรู้เรื่องอะไรมากกว่านี้ "

" เนไม่เป็นอะไรค่ะ... เธอรีบดักทาง เมื่อสเวนเอาแต่ตัดสินใจแทนเสมอ... พี่โครว์พูดถูกว่าเนต้องรู้ไว้ "

" สิ่งนั้นมันจะทำให้เธอเกลียดผมมากกว่าเดิม เนรา " คนฟังชะงักไป เธอเกลียดเขา? ตั้งแต่เมื่อไร? สเวนนิ่งไปสักพักก่อนจะวิ่งหนีเข้าไปในป่า น้ำเสียงตัดพ้อปนความรู้สึกเศร้าลึกๆ บางอย่าง ทำให้คนฟังอย่างเนรารู้สึกแย่ไปทันที เกลียดมากกว่าเดิมงั้นหรอ? เธอไม่เคยเกลียดเขาเลยด้วยซ้ำแล้วจะเอาที่ไหนมาเพิ่มระดับความเกลียดชัง อะไรคือความมโนในความรู้สึกของเธอแทนกัน

" สเวนไม่อยากให้เธอรู้เรื่องพื้นฐานดิบของพวกเรา... โครว์พูดขึ้นพร้อมเดินไปหยิบเนื้อที่กำลังย่างไฟอ่อนให้อุ่น... ยังไงซะแม้เธอจะมองว่าเราเป็นมนุษย์อีกกลุ่มที่มีความพิเศษ กลายร่างเป็นหมาป่ายักษ์ได้ แต่พวกเรายังเป็นนักล่า สัญชาตญาณเหล่านั้นมันยังคงอยู่ในสายเลือด พวกเรากินเนื้อไม่แตะผักผลไม้หากไม่จำเป็น วู่วาม อารมณ์ร้อน ใช้กำลังตัดสิน ห้ำหั่น แม้จะสะกดมันไว้ได้แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นศูนย์ " เขาอธิบายให้สาวรุ่นน้องเข้าใจในความเป็นเผ่าพันธุ์ของตนโดยไม่ได้คาดหวังความเห็นใจหรือเข้าใจขอเพียงเธอรับรู้ไว้มันก็มากพอสำหรับมนุษย์ธรรมดา

" เนเข้าใจค่ะ แต่สัญชาตญาณดิบมีในตัวทุกคนแม้แต่สิ่งที่เรียกว่ามนุษย์ อารมณ์ร้าย โกรธ โมโห อิจฉาริษา เห็นแก่ตัว ฆ่าฟันและเป็นผู้ล่า... น้ำเสียงอ่อนโยนของเธอทำให้ทุกคนตั้งใจฟังสิ่งที่กำลังพูดโดยเฉพาะเคธี่ เพราะเธอเองใกล้เคียงกับความเป็นมนุษย์มากกว่าคนอื่นๆ เนื่องจากไม่สามารถกลายร่างเป็นหมาป่าได้ และยังสามารถทานผักผลไม้หรือธัญพืชโดยไม่มีอาการคลื่นเหียนอาเจียน... มนุษย์ก็ไม่ต่างกันไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดสามารถเป็นผู้ล่าและผู้ถูกล่าได้ เพียงแต่ใครมีพละกำลังมากกว่าจะกลายเป็นผู้ชนะ มันก็แค่นั้นเองค่ะ... รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ วางตัวเป็นกลางกับทุกสรรพสิ่งเป็นดั่งแสงอบอุ่นสาดส่องบรรยากาศหนาวเหน็บในตอนนี้ ราวกับจิตใจบริสุทธิ์ของเธอกำลังโอบกอดขุนเขาแห่งนี้ไว้ด้วยความเข้าใจ ยอมรับ เชื่อ ในสิ่งที่พวกเขาเป็น และมั่นใจว่าพวกเขาเลือกดำเนินชีวิตตามที่ต้องการโดยไม่ทำร้ายใครได้... หากยังมีความปรารถนาอยากจะปกป้อง ต้องการมีความสุขที่ไม่ได้อยู่บนความทุกข์ของคนอื่น ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แค่นั้นมันก็คงเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตแล้วค่ะ " ใบหน้าอ่อนเยาว์วัย 20 ยังคงยิ้มไม่สร่างแม้จะหันหลังออกจากวงสนทนา เพื่อไปตามคนหนีหายเข้าไปในกลีบป่า แม้ไม่รู้ว่าเขาคนนั้นจะวิ่งไปได้ไกลแค่ไหนแต่เธอเชื่อว่าเธอจะหาเขาพบ เธอไม่ได้กลิ่นตัวเขา ไม่ได้วิ่งเร็ว ไร้แววตาเฉียบแหลมจะมองทะลุปรุโปร่ง แต่เสียงบางอย่างจากจิตใต้สำนึกเธอได้ยิน หากเธอต้องการจะพบเขา สิ่งนั้นจะพาเธอไปพบสเวน...

... เนราเดินเข้าป่าเกือบ 10 นาที จนไปเจอชายหนุ่มนั่งชันเข่าอยู่บนหินด้านหนึ่งกำลังมองท้องฟ้า ซึ่งบริเวณนั้นเห็นท้องฟ้าเปิดโล่ง เพราะเหล่ากิ่งก้านสาขาใบไม้ไม่ได้พากันปิดทึบแต่เปิดโล่งพอที่จะมองดารารายกำลังประกายโลดแล่น

" อากาศเย็นแบบนี้ ตากน้ำค้างเธอจะไม่สบายเอานะเนรา อีกไม่กี่วันเธอจะต้องไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย "

" ใส่เสื้อคลุมสามสี่ชั้นแบบนี้ไม่เป็นไรหรอก และที่หัวเนก็ใส่หมวกไว้ด้วย... หญิงสาวใช้น้ำเสียงสดใสกับเขาแบบปกติ นาทีนี้การเห็นใจหรือมาพูดให้กำลังใจเพื่อสร้างความเข้าใจแก่เขาคงยาก มีแต่จะโทษตัวเองเพิ่มมากขึ้น... คุณมาดูดาวเหรอคะ"

" สวยใช่ไหม... สเวนยังคงพูดไปมองท้องฟ้าไปด้วยสีหน้าหม่นหมอง... ตรงนี้เป็นสถานที่ลับ ผมไม่เคยพาใครมา จากเส้นทางข้างบ้านมามันมีสามสี่เส้นทางไปทางอื่นถ้าเธอหลงมันจะแย่เอา "

" ไม่หลงซะหน่อย เนก็หาคุณพบนี่คะ " เธอพูดพลางนั่งลงบนก้อนหินลูกข้างตัวชายหนุ่มและแหงนหน้ามองท้องฟ้า มันสวยจริงๆ อย่างที่เขาพูด เป็นมุมที่มองเห็นดาวชัดกว่าที่บ้านเสียอีกแถมยังมีแสงสีเหลืองลอยช้าๆ ไปมา และเสียงเพลงจากสัตว์ในป่าที่ขับประสานอย่างไม่ผิดคีย์

" เนได้กลิ่นผมเหรอ " เขาถามขึ้นอย่างมีนัยยะ

" เปล่าค่ะ " เธอไม่มีสัมผัสของหมาป่าจะไปได้กลิ่นเขาได้ยังไงกัน

" งั้นก็สามารถใช้จิตมองตามหาผม " เขายังคงถามต่อไปแม้จะปรากฏรอยยิ้มทุกครั้งเวลาพูดกับเธอ แต่ครั้งนี้แววตานั้นกลับเศร้าจนทำให้ตัวเธอเองรู้สึกแย่ไปด้วย

" ไม่ใช่ค่ะ "

" นั่นสินะ เธอไม่ใช่หมาป่า จะไปมีความสามารถที่คล้ายกับปีศาจได้ยังไง " เขาถามเพื่อจะตีตัวเองให้จนมุมเพื่อขีดเส้นความต่างระหว่างเขาและเธอจริงๆ เนราสัมผัสได้เมื่อประโยคสุดท้าย ไม่ได้เป็นคำถามถูกเอ่ยจากปากของเขา แต่เป็นถ้อยถากกระแทกทุ้่งใจตนเอง ทำไมเขาถึงได้ชอบทำให้ตัวเองเจ็บนัก...

" เนได้ยินเสียงจากส่วนลึกของจิตใจ เวลาเนปรารถนาจะพบคุณมันมีบางอย่างจะนำเนมาหาคุณ "

" ตอนที่ผมรู้ว่าภรรยาของตัวเองเป็นมนุษย์ เป็นสิ่งที่ผมไม่คาดฝันมาก่อนผมไม่เคยรู้สึกผิดหวังและคิดว่าทำไมตัวเองถึงแตกต่างกับภรรยา เหมือนโลกกำลังบีบตัวค่อยๆ ทับถมเข้ามา ความต่างนั้นยังไม่พอเท่ากับความรู้สึกที่ผมรักและหวงแหนเธอ... ครั้งนี้แววตาสีเขียวอมเทาฉายความสั่นไหวยามมองมาที่เธอ... ในขณะที่เธอมีเพียงแต่ความว่างเปล่าให้ผม คนที่รู้สึกมากย่อมเจ็บปวดมาก ไม่ได้เจ็บเพราะเนไม่ได้รัก แต่สาหัสเพราะผมเป็นในแบบที่เธอรักไม่ได้ มนุษย์ผู้ชายธรรมดาคงเป็นปรารถนาแห่งรักที่เนต้องการมากกว่า... "

ประโยคยาวเฟื้อยแทบไม่เว้นช่วงไฟให้คนฟังพัก ทำให้น้ำใสๆ ไหลอาบพวงแก้มของหญิงสาวผู้ได้รับคำทุกข์นั้นไว้ เธอถูกสะกดให้ฟังด้วยเนื้อถ้อยระทมของเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว และรู้สึกเจ็บแปลบเข้ามาในช่วงอกอย่างประหลาด พลางคิดในใจว่าเธอชั่งเป็นผู้หญิงที่โชคดี ผู้หญิงส่วนมากปรารถนาที่จะได้รับความรักที่มาพร้อมกับความซื่อสัตย์รักเดียว เธอเองจะมีความปรารถนาเช่นนั้นไหม คำตอบยังไม่ชัดเจน เพราะสำหรับเธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีใครมาบอกรักซ้ำๆ แบบนี้... ชายคนนี้พูดง่าย กล่าวออกมาได้อย่างไม่เขินอาย ทว่าเต็มไปด้วยความรู้สึกแท้จริงยิ่งกว่าสิ่งใด จะไม่หวั่นไหวเลยคงโกหกแต่จะให้ตกหลุมรักคงไม่ได้ เธอยังไม่รู้จักชายตรงหน้าดีพอ...

" แต่สักวันเนคิดว่าเนจะรักคุณได้ เนอาจจะรักคุณได้มากกว่าที่คุณคิด " เธอตอบรับเขาในใจขณะยังคงนั่งดูดาวไปพร้อมกับนายเหนือแห่งเผ่าหมาป่าอย่างไม่มีกำหนดเวลาเลิก จนกว่าชายผู้นี้จะคลายความหม่นหมองลงได้ เนราตัดสินใจจะนั่งอยู่เป็นเพื่อนสเวนจนกว่าเขาจะเบือนหน้าหนีดาว จนกว่าเขาจะเบื่อที่ต้องมีเธอเคียงข้าง...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   สีแดงดำที่กลับคืน (5) จบบริบูรณ์

    สเวนลุกขึ้นจากที่นั่ง เหมือนว่าตนเข้าใจและรับรู้แต่ไร้ซึ่งเสียงเอ่ยตอบใดนอกจากแววตากลัดกลั้นความโศกเศร้าพร้อมจำนนต่ออีเมอร์สันไว้ เนราไม่สามารถอยู่กับเขาได้ ด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายและลมหายใจที่จะดำเนินในอนาคต นั่นคือเหตุผลเดียว ซึ่งเขาต้องยอมแม้เนราจะอยู่ไกล แต่อย่างน้อยเธอยังอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจ และเชื่อว่าความรักที่เขามีให้เธอจะกระตุ้นความทรงจำคืน หรือหากคิดถึงเขา อาจแวะไปหาเธอได้ในบางโอกาส หากอีเมอร์สันพร้อมอีริคอนุญาต หรือถ้าเนราจะขับไล่ เขาจะมุดดินแอบไม่ก็แฝงตัวบนต้นไม้ คิดปลอบตัวเองเช่นนั้น ซึ่งมันชั่งยากเย็น..." ท่านคะ " ซิลวี่เดินเข้ามาหลังจากผู้มาเยือนเคลื่อนย้ายไปกันหมด" กำหนดการเหมือนเดิม ผมไม่ได้ใจร้ายพอจะให้เขาไปส่งเนราทั้งที่จะตายแบบนั้น การไม่เห็นเนราจากไปกับตาคงดีสำหรับเขาในตอนนี้ "" รับทราบค่ะ..."เมื่อตะวันคล้อยได้ถึงเวลาต้องกลับไปยังที่เดิม ในจุดแรกที่จากมา เนราเดินถือสัมภาระช่วยซิลวี่ใส่หลังรถแวนสีดำคันยาวก่อนถูกอีเมอร์สันรีบพาขึ้นไปนั่งข้างกาย เพราะจะเลยเวลานัดเครื่องมารับรวมถึงเวลาไปถึงทรานซิลเวเนีย ขณะรถแวนเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านพักตากอากาศ สเวนชายผู

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 92 สีแดงดำที่กลับคืน (4)

    ภายในบ้านพักตากอากาศสองชั้นติดทะเลสาปแห่งหนึ่ง เนราเกาะอีเมอร์สันแน่นด้วยกลัวสายตาคู่สีเขียวอมเทา มองตนไม่วางตั้งแต่เดินออกจากสวนหย่อม ทุกย่างก้าวเขาจับจ้องแทบไม่กระพริบ จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกระแวง ถูกคุกคาม ซึ่งไม่อาจถอดความหมายของสายตาคู่นั้นได้" เน..." เคธี่ทักขึ้นขณะเด็กสาวรุ่นน้องเดินเกาะแขนอีเมอร์สันมา คนถูกทักเอียงคอ แม้คุ้นแต่กลับไม่สามารถบอกได้ว่าหญิงสาวรุ่นพี่ดวงตาสวยสีน้ำทะเลนั้นเป็นใคร ด้านเคธี่แปลกใจกับสีหน้าของเนราที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจปนกลัว" นายหญิง..." จาเว็คกับบลัดทักขึ้นพร้อมทำความเคารพ เนราสำรวจทุกคนผู้มาเยือนรวมถึงชายรุ่นพี่ยืนข้างเคธี่ เธอเป็นแวมไพร์ที่ไม่ได้มีความสามารถด้านการแยกแยะกลิ่น แต่ด้วยความสามารถพิเศษของดวงตาในการจำแนกเผ่าพันธุ์แท้จริงอันได้มาจากการเป็นเนื้อคู่สเวน ภาพหมาป่าจึงซ้อนทับกลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อให้คำตอบ" พวกเขาเป็นใครเหรอคะท่านพี่ " เธอถามขึ้นพลางจับแขนอีเมอร์สันแน่นกลัวว่าจะมีใครมาพาเธอออกไป ด้านผู้มาเยือนเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่าเนราจำพวกเขาไม่ได้" ด็อกเตอร์โครว์และด็อกเตอร์เคธี่เป็นผู้ปกครองเนหลังจากเนถูกพามาซิ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 91 สีแดงดำที่กลับคืน (3)

    " มีอะไรซิลวี่ " หญิงสาวที่กำลังอธิบายเรื่องบางอย่างให้สเวนฟังหยุดลงพร้อมก้มหัวให้อีเมอร์สันเล็กน้อย" ท่านพี่ " เสียงเรียกย้ำอยู่แบบนั้นทำให้เขารู้คำตอบได้ทันที ร่างสูงขยับตัวเข้าไปในรถทางด้านสเวนหลีกทางให้แต่โดยดีเนื่องด้วยรู้เหตุผล ในตอนนี้ไม่มีที่ที่ตนสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เลย เล็บแหลมของเขาปาดลึกพอประมาณบริเวณคอใกล้ไหปลาร้าเพื่อให้เลือดไหล เพียงรอร่างอ่อนแรงกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาหาเขาเพื่อดื่มกิน สเวนก้มหน้าราวกับทนเห็นคนรักในสภาพนั้นไม่ได้เนื่องจากเลือดของตนไม่ใช่ที่ปรารถนาของเธอ" จะหันไปผมไม่ได้ห้ามหรอกนะ... อีเมอร์สันเอ่ยขึ้นขณะให้เลือดน้องสาวของตน เนราเมื่อได้กลิ่นหอมนั่นยามความแดงฉานไหลผ่านช่วงคอก็ตรงเข้าดื่มกินอย่างโหยหาทันที... เนราไม่เหมือนแวมไพร์ตนอื่น เธอไร้เขี้ยวเลยเจาะเลือดกินเองไม่ได้ มันเป็นความต้องการแค่ช่วงแรกก่อนตื่นอย่างสมบูรณ์... ฝ่ามือใหญ่ประคองเอวกอดร่างโถมเข้ามาหาพลางใช้มือลูบหัวเจ้าตัว เสียงกลืนเลือดในบรรยากาศเงียบงำชั่งฟังชัด และทำให้สเวนเหมือนถูกกัดกร่อนกระดูกขาแทบไร้แรงยืน เขารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้อง แต่ยากนักที่จะทำใจ ในเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์หรือเลือด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 90 สีแดงดำที่กลับคืน (2)

    ด้านอีเมอร์สัน ยามโลแกนกำลังขับรถเกือบผ่านประตูมหาวิทยาลัย ต้องถูกขัดขวางโดยคีอาร์น แวมไพร์ชนชั้นสูงผู้ใช้ความเร็วพาตนเองออกมา และกระโจนเหยียบหน้ากระโปรงรถจนยุบตัวลงไป" ท่านคีอาร์น หากไม่..." ไม่ทันที่โลแกนผู้ลงมาจากรถจะพูดจบความเหนือกว่าของคีอาร์นได้ฉายความแดงกร่ำทรงพลังผ่านดวงตา ทำให้เข่าโลแกนล้มลงไปกับพื้นอย่างเจ็บปวด" เป็นแค่แวมไพร์ระดับต่ำอย่าได้คิดมาสั่ง " ทันใด กระสุนปืนปริศนาได้ลั่นออกไปก่อนคีอาร์นใช้พลังสังหารโลแกน" พลาดงั้นเหรอ..." อีธานเพื่อนสนิทอีเมอร์สัน Hunter ระดับสูง เอ่ยขึ้นเมื่อตนเล็งบริเวณหัว แต่อีกฝ่ายใช้ความเร็วหลบทำให้ถากศีรษะด้านข้างออกไปแทน เขาคงต้องตั้งรับให้ดีกว่าเดิม ด้วยอีกฝ่ายคงหัวฉุนแล้ว" Hunter กระจอกแบบนั้นคิดว่าจะเอาแวมไพร์อย่างฉันอยู่งั้นเหรอ " ด้านหลังคีอาร์นแตกแขนงเป็นเส้นสีแดงจากโลหิตตน สาดทิ่มลงยังร่าง Hunter อีธาน แต่ด้วยความสามารถล้นเหลือ เขาจึงกระโดดหลบตามความเร็วยามพุ่งเข้ามาก่อนจะพลาดถูกเฉี่ยวบริเวณแก้ม พร้อมๆ กันนั้นตนได้หยิบดาบสังหารแวมไพร์บริเวณเอวขึ้นมาใช้แทนปืนInferno คือชื่ออาวุธสังหารแวมไพร์อันเกิดจากการหลอมหัวใจของแวมไพร์เลือดบริ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 89 สีแดงดำที่กลับคืน (1)

    เกล็ดน้ำแข็งขาวบริสุทธิ์เริ่มลงหนา ทว่าดวงจันทร์สีเลือดกลับไม่ถูกบดบังด้วยสิ่งอันใด จิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกันกลับคืนแห่งฝาแฝดพี่น้อง ขณะเดียวกันผู้ผูกจิตถวายแม้ชีวิตมอบให้ผู้เป็นภรรยารู้สึกถึงความเจ็บปวดทรมานของอีกฝ่าย วิ่งแล่นออกจากห้อง เรียนทันที ความผิดปกติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงกับตัวภรรยาของเขา" นาย... แวนยกด้ามวัตถุสีเงินคู่ใจขึ้น ภายในอัดกระสุนเต็มแม็กพร้อมลั่นไกเต็มที่เมื่อเห็นบริเวณคอของเพื่อนรักตนมีรอยเขี้ยวและยังคงปรากฏคราบเลือด... ปล่อยเธอลง " ร่างสูงอุ้มผู้หลับใหลในอ้อมแขนมองร่างชาย Hunter ตรงหน้าหลังพาตัวเองกระโดดลงมาจากชั้นบนสุด ฝ่ายมีนาที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นสภาพเนราก็ยกปืนขึ้นไม่ต่างกัน" ผมเหรอ... เขาพูดขึ้นด้วยการหยันยิ้ม ก่อนแววตาสีแดงสดจะฉายทับดวงตาสีดำที่เป็นอยู่ก่อน สิ่งนั้นทะลวงผ่านความคิดของแวนและมีนาไปจนสุดของความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว ประตูได้แตกออกทะลักเหตุการณ์วันที่ทั้งสองคนพาเนราและแม่ของเธอเข้าไปยังห้องทำพิธี... โอหังสิ้นดี ผมเคยบอกแล้วว่าอย่าหันเจ้าวัตถุโสโครกนั่นขณะปรากฏกายต่อหน้าเนรา " จบประโยคปืนด้ามเงินของทั้งคู่ลอยเคว้งกระทบพ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 88 สีดำแดงที่เริ่มคลืบคลาน (จบ 15)

    ห้องพักหนึ่งภายในโรงแรมเครือคาสเซล" แคทเทอลีน " เสียงชายคนเป็นพ่อเรียกลูกสาวขึ้นหลังเธอเดินออกมาจากห้องนอน ซึ่งนั่นทำให้เธอเผลอสะดุ้งไม่น้อยแม้จะมีพละกำลังในฐานะแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เพราะน้ำเสียงกล่าวขานเรียกชื่อตนนั้นทรงพลังเหนือกว่า แล้วก็ไม่ใช่ใครคีอาร์นพ่อของหล่อนนั่นเอง" ท่านพ่อ! ทำไมถึงมาโรงแรมคะ นี่เป็นโรงแรมของท่านเมอร์สันหากท่านได้กลิ่น... "" พ่อบอกแล้วว่าเมอร์สันยังไม่ทำอะไรพ่อหรอก แค่รู้สึกอยากมาอยู่ใกล้ๆ กลิ่นเลือดหอมหวานของเด็กคนนั้น แม้บรรดาเลือดบริสุทธิ์จะมีกลิ่นพิเศษของแต่ละคน แต่กับลูกสาวของอีริคชั่งแตกต่างไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนกลับมาเกิดใหม่ "" ความพิเศษเหนือความพิเศษงั้นเหรอคะ จะว่าไปท่านผู้นั้น... " ผู้เป็นพ่อปรายตาไปยังโซฟานั่งเล่น ปรากฏร่างหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวนอนหลับอยู่ ทำให้แคทเทอลีนเข้าใจในคำตอบโดยไม่หวังถามถึงอีก" เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่กี่วันพระจันทร์แดงจะฉายเด่นบนฟ้า คงเป็นราตรีแห่งแวมไพร์ที่สนุกน่าดู ครั้งนี้กลุ่มผู้อาวุโสยังส่งกำลังคนมาร่วมกับเราด้วย... "" ท่านพ่อเข้าไปพบคนพวกนั้นมาแล้วเหรอคะ "" เฉพาะพวกที่อยู่ฝั่งเรา กลุ่มปรารถนาต่อต้าน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status