เข้าสู่ระบบ" โว้ว มีน้ำน่ากินเย็นๆ มาต้อนรับถึงที่เลยแฮะ " โครว์พูดหลังจากดับรถ สเวนรีบพุ่งตัวออกจากประตูก่อนใคร เมื่อเห็นว่าที่ภรรยาถือน้ำมาต้อนรับ เป็นภาพในความฝันที่เขารอมาโดยตลอด ถึงปากจะแข็งไม่อยากมีภรรยาก่อนหน้า รอยยิ้มแสนสดใสแย้มรับให้คลายเหนื่อยหลังจากกลับมาจากภารกิจ ภาพในหัวของเขาสีเปลี่ยนเป็นโทนอบอุ่นและเนิบนาบ ทว่าความปรารถนากลับดับลงวูบเมื่ออยู่ๆ เนราก็วานให้จาเว็คช่วยถือถาดน้ำ ซึ่งตอนแรกเขานึกว่าเธอจะหยิบ 1 แก้วนั้นมารับเขา แต่ที่ไหนได้เธอเดินตรงมาที่เขาจริง แต่ตัวเลือกกลับเป็นเคธี่ หญิงสาวรุ่นพี่ผู้เดินตามเขามาติดๆ จากด้านหลัง
" พี่เคธ น้ำผลไม้นี่สูตรใหม่เลยนะคะ วันนี้เนอบคุ้กกี้สูตรที่พี่จดไว้ด้วยลองไปชิมให้หน่อยนะคะ " เคธี่และโครว์หันมองหน้ากันแบบอดกลั้นยิ้มไม่อยู่หรือจะหลุดหัวเราะก็ไม่เชิง เพราะเมื่อไม่กี่วินาทีครู่ที่ผ่านมา พวกเขานึกว่าเธอจะเริ่มทำตัวเป็นภรรยามาต้อนรับสามีอย่างสเวนกลับบ้าน โครว์เดินมาหยิบแก้วน้ำเย็นชื่นใจจากถาดที่จาเว็คถือก่อนจะเอ่ยออกไปแกล้งหนุ่มรุ่นน้องสายเลือดเดียวกันในเครือญาติ
" ชื่นใจจัง หอม หวาน กำลังดี... กระดกน้ำผลไม้เข้าปากรวดเดียวก่อนจะพูดแกล้งชายรุ่นน้องที่ยืนนิ่งงันราวกับถูกสาปให้แข็งและหันไปยกแก้วขอบคุณเนรา... อร่อยมากเลยเนรา ขอบคุณที่มาต้อนรับพวกเรากลับ "
" ค่ะ... เธอลากเสียงยาว... มีคุ้กกี้ใหม่ๆ ด้วยนะคะ แล้วเนหมักเนื้อไว้หลายชนิดเลยไม่รู้ว่าชอบแบบไหนกันกลัวว่ากลับมาจะหิวหนะค่ะ... หญิงสาวมองแผ่นหลังของชายอีกคนที่เธอยังไม่ได้ทักดูนิ่งผิดปกติก่อนจะเห็นน้ำอีกแก้วไม่ได้ถูกดื่ม... สเวน คุณไม่หิวน้ำหรอ " เธอถามขึ้นผ่านแผ่นหลังกว้างของเขาโดยยังไม่รู้ตัวเองว่าทำให้เขารู้สึกจุก มึน จนโลกได้หยุดหมุนไปชั่วขณะ
" พี่หิวแล้ววันนี้เมนูย่างฝีมือเนสินะ " เคธี่สวมกอดแขนเนราก่อนชวนกลับเข้าบ้านทันที
" ค่ะ " เธอลากเสียงยาวพร้อมเดินตามเคธี่เข้าไปในบ้านผ่านสเวนชายที่ยังคงยืนคิดว่าเธอจะเดินกลับมาและหยิบแก้วน้ำส่งให้เขา โครว์หันมองจาเว็คและบลัดก่อนเดินจากไปด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มพลางวางแก้วน้ำที่ดื่มเสร็จลงบนถาด ทั้งจาเว็คและบลัดเองเพิ่งเคยเห็นหน้าของนายตนยามรู้สึกผิดหวังมาก่อน หากจะเปรียบให้เห็นภาพชัดเจนคงเป็นสุนัข กำลังหงอรอเจ้านายเดินมาลูบหัว ภาพพจน์หมาป่าองอาจอย่างไดร์วูลฟ์ค่อยๆ จางหายไปเมื่อนายหญิงเข้ามา กลายเป็นผู้ชายธรรมดา ไม่ทะนงตน ซ้ำยังแสดงสีหน้าได้หลากหลาย แววตาไม่ไร้ซึ่งอารมณ์อีกต่อไปจาเว็คและบลัดคิดเช่นนั้นก่อนเดินเข้าบ้านไปอย่าจำนนไม่รู้ว่าจะช่วยสเวนอย่างไร...
" อื้ม อร่อยกว่าพี่ทำอีกนะ " เคธี่พูดชมหลังชิมคุ้กกี้ฝีมือสาวรุ่นน้อง ซึ่งรสชาดถูกปากเธอจริงๆ
" เหรอคะ... น้ำเสียงดีใจหน้าตาเบิกบานของเธอทำให้สเวนเพิ่งเข้ามาในบ้านดูไม่พอใจนิดๆ เพราะเขาอยากได้บ้าง อยากให้เธอเป็นแบบนั้นกับเขา... สเวนคุณลองมาชิมดูหน่อยสิ เห็นพี่เคธบอกว่าคุณชอบแบบมีอัลมอนด์ผสม เนเลยทำแยกหนะค่ะ " ประโยคเพียงน้อยนิดเพื่อเขา ทำให้สีหน้าถอดอย่างเห็นได้ชัดเจน โครว์และเคธี่ จาเว็คและบลัดมองหน้ากันอีกครั้งพลางส่ายหัวไปมา สำหรับเจอสภาวะของความน้อยเนื้อต่ำใจสุดจะทนของเขาแล้ว นี่หรือสเวน... และไม่กี่นาทีต่อมาต้องพบกับอารมณ์แสดงความดีใจอยู่เนืองๆ แน่นอนว่าเนราดูไม่ออกเท่าไร เธอมักจะเห็นเขาเพียงด้านเดียวคือใบหน้าปกติจะยิ้มก็ไม่ยิ้มแถมดูสุขุมอยู่ตลอด แต่สำหรับพวกเขาที่เคียงข้างสเวนมาโดยตลอดรู้ดีว่านี่ คืออาการแสดงความสุข ที่หมาป่าเลือดร้อนแสนจะเย็นชาคนนี้จะแสดงออกมาได้... มือบางจับคุ้กกี้ยื่นให้เขา เพื่อให้เขาได้ประเมินรสชาด แววตาสีเขียวอมเทาของร่างสูงปรับเปลี่ยนเป็นโทนอ่อนโยนทุกครั้งหากได้มองหน้าสาวเจ้าผู้จะมาเป็นภรรยา รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นก่อนจะน้อมตัวลงมารับชิ้นคุ้กกี้โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้หวังจะป้อนแม้แต่นิด เธอคิดว่าเขาจะหยิบมันไปกินเองเสียด้วยซ้ำ
" ชื่นใจ " เขาพูดเบาๆ ออกมาทั้งที่เคี้ยวชิ้นคุ้กกี้นั่นอย่างช้าๆ ราวกับว่าไม่อยากจะกลืนมันลงไป อมเอาไว้ในปากได้เขาอยากจะทำเสียยิ่ง ถ้าหากมันจะไม่ละลายหละก็
" มันรสชาดยังไงนะคะ? " เธอถามเขาหลังจากได้ยินคำตอบไม่ชัดเจน
" อะไรที่เนทำอร่อยหมด " คนถูกชมมีสีแก้มระเรื่อขึ้นทันทีและรีบหันหน้าหนีสายตาของเขาเข้ามาทางครัวเพื่อจัดการกับอาการมื้อเย็น หากได้จ้องใบหน้าและดวงตาเขามากไปกว่านี้อาจทำให้เธอไม่เป็นอันทำอะไร ที่สำคัญจะตกเป็นเป้าล้อของโครว์ไปเสียดื้อๆ ซึ่งไม่ทันความคิดกลัวแบบนั้นจะจบโครว์ก็โห่ร้องขึ้นมาพร้อมแซวเธอในฐานะว่าที่เจ้าสาวและภรรยาถ้าไม่ใช่เพราะเคธี่ลากตัวไปอาบน้ำเนื่องจากชุมเหงื่อกันมาซะก่อน คงได้ยืนล้อจนเตรียมอาหารเสร็จเพื่อที่จะตั้งแคมป์ปิ้งย่างหน้าบ้านในวันนี้เป็นแน่...
...แคมป์ไฟขนาดกลางถูกก่อขึ้นกลางวงล้อมของคนทั้งห้า เบื้องหลังพวกเขาเป็นเตาย่างขนาดยาวเรียงรายไปด้วยผักและเนื้อนานาชนิดๆ ส่งกลิานหอมทั่วบริเวณโดยรอบ ด้านข้างเตาเป็นโต๊ะวางอุปกรณ์ที่ใช้ในการรับประทานอาหาร รวมถึงน้ำดื่มมีทั้งแอลกอฮอล์และน้ำผลไม้ บรรยากาศสงบสุขไกลเมือง ไร้ความวุ่นวายให้อารมณ์เหมือนอยู่กับครอบครัว การพูดคุยกันอย่างสนุกกลางวงล้อมดินเนอร์ยามค่ำคืนแบบนี้ทำให้เนราหวนนึกถึงพ่อแม่ที่เสียไป
" ไม่สนุกเหรอ " สเวนถามขึ้นเมื่อเห็นคนกำลังหัวเราะกับเรื่องเล่าสนุกของโครว์นิ่งงันลงไปดื้อๆ เขาอยากจะเห็นเธอยิ้มอยู่ตลอด เพราะแย้มริมฝีปากนั้นบ่งบอกว่าเนรากำลังมีความสุข
" สนุกสิคะ เนแค่รู้สึกว่าเหมือนได้มีครอบครัวอีกครั้ง "
" เราเป็นครอบครัว " เขาตอบสั้นๆ ด้วยรอยยิ้มนิดๆ ต่อเธอ มันคือความสุขที่ได้รับและยอมรับโดยไม่รังเกียจ เพียงแต่สำหรับเธอแล้วยังต้องปรับตัว เรียนรู้เพื่อที่จะคุ้นเคยกับชีวิตที่กำลังเปลี่ยนไป
" เมื่อครู่ยังคุยกันไม่จบเรื่องการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์หมาป่าพี่โครว์ก็ลากไปเรื่องความซนของคุณตอนเด็กๆ ... เธอจิบชาในแก้วพลางพูดกับเขา ชายคนที่นั่งข้างๆ เฝ้าระวังเสมือนยามกันภัยเธอ... เล่าต่อสิคะ หลังจากที่ตกลงร่วมมือในฐานะผู้พิทักษ์ปกป้องผืนป่าแล้วเกิดอะไรขึ้นต่อ "
" ชนพื้นเมืองเก่าแก่ส่วนหนึ่งก็ออกไปใช้ชีวิตกันในเมืองหลวง อีกกลุ่มเดินทางกลับมายังบ้านเกิดเพื่อทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อุทยาน บางคนก็เป็นสัตวแพทย์ "
" พูดง่ายๆ คือทำอาชีพที่มีประโยชน์ต่อผืนป่าดินแดนบ้านเกิด " เธอตอบเชิงคำถามกลับไปอย่างเข้าใจ คนที่นี่คงรักบ้านเกิดมาก
" ใช่ ถึงแม้จะรู้ว่าสักวันเผ่าพันธ์ุของพวกเราจะค่อยๆ หายไป แต่จิตวิญญาณที่ผูกพันกับป่าไม่ได้จากไปด้วยแม้แต่สายเลือด "
" แล้วพวก Hunter ที่ว่ามีมาแต่ดึกดำบรรพ์กลุ่มคนพวกนี้ก็มีหน้าที่คล้ายกับพวกคุณใช่ไหมคะ " เนราเข้าใจความหมายของศัพท์คำนี้ แต่ใช่ว่า ภาระหน้าที่หรือการดำรงอยู่ขององค์กรจะเหมือนดังความหมายไปเสียหมด
" เนรา... เสียงของโครว์แทรกขึ้นมาดื้อๆ เมื่อสดับฟังสิ่งที่สาวรุ่นน้องสนใจไถ่ถามสเวน เมื่อตนเผลอยาวไปเรื่องอื่นกับจาเว็คและบลัด... Hunter ถ้าพูดตามพัฒนาการของพวกเขาแต่ละยุค พวกนั้นไม่ใช่ฮีโร่แบบที่เราคิดหรอกนะ... คนฟังเอียงคอบ่งบอกถึงความสงสัยและสนใจ... จุดเริ่มต้นมันเป็นเรื่องของเงินตรา ในนามนักล่าหัวปีศาจ บุคคลหรือกลุ่มจะออกติดตามป้ายติดประกาศ ซึ่งค่าหัวมีมูลค่าสูงมาก พวกเขาถึงเสี่ยงทำ มีทั้งผู้รอดปางตาย ผู้ที่ไม่ได้กลับมา แน่นอนว่ามีผู้ที่ได้ชีวิตปีศาจกลับมาด้วย "
" กลุ่มหมาป่าหละคะ? ไม่ได้ทำร้าย หรือออกล่ามนุษย์ ทำไมต้องถูกพวก Hunter จัดการด้วย แล้วยังถูกเรียกว่าปีศาจอีก "
" เมื่อยังมีคนทำให้คิดแบบนั้น... สเวนตอตอบกลับไปทันทีเพื่อชี้แจงเหตุผล แม้จะมีกลุ่มที่ไม่ทำร้ายมนุษย์ใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปในสังคม เคารพกฎหมาย เคารพบรรทัดฐาน ค่านิยม ไม่ล่าสัตว์บางจำพวกแบบแต่ก่อน ขณะเดียวกันก็ยังมีพวกที่ใช้ชีวิตแบบเดิมโดยเฉพาะกลุ่มที่เข้าไปล่าสัตว์ในเขตสงวนเพื่อผลทางเศรษฐกิจ หรือกลุ่มที่มีความเชื่อผิดๆ เรื่องเลือดและความเป็นอมตะ ความเยาว์วัยจากหัวใจของมนุษย์ธรรมดา... หน้าที่ของพวก Hunter จึงยังมีอยู่ทุกช่วงสมัย "
" หมาป่าก็จู่โจมมนุษย์เหรอคะ... เธอถามขึ้นพลางมองทุกคน ทว่าแววตาคู่คมทุกคู่ฉายแววให้คำตอบว่าใช่ ยังมีกลุ่มประเภทนั้นอยู่ หญิงสาวรุ่นน้องสุดของบ้านจึงไม่ลังเลจะถามต่อ... ทำไมถึงทำร้ายมนุษย์หละคะ? "
" เพราะมีหมาป่าบางพวกดื่มเลือดมนุษย์... คำตอบเรียบนิ่งของโครว์ทำให้เนรารู้สึกโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ บวกกับอาการตกใจ คิดไปว่าหมาป่าทุกตัวมีความกระหายเลือดเพียงแค่ยับยั้งชั่งใจได้กับไม่ได้ โครว์เล่าต่อหลังจากเคธี่รีบสะกิดกลัวว่าน้องสาวสุดที่รักของเธอจะตีความผิด... กลุ่มนั้นเราเรียก มนุษย์หมาป่า "
" มนุษย์หมาป่าหรอคะ... ชื่อบ่งบอกสถานะทำให้เธอสงสัยเข้าไปอีก ว่าคือกลุ่มไหนแต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่มนุษย์ที่สามารถกลายร่างเป็นหมาป่าได้... กลุ่มพวกนั้น..."
" เป็นกลุ่มที่ถูกกัดโดยหมาป่าแบบพวกเรา "
" คะ? "
" การกลายร่างของหมาป่าแบบพวกเรามีสองระดับ... เคธี่ตัดสินใจอธิบายลักษณะของการกลายร่าง... ระดับแรกคือการกลายสภาพ แบบนั้นจะออกมาในรูปแบบไม่เต็มตัว ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดสติ ผลที่ได้คือรูปลักษณ์เมื่อปรากฏให้เห็นคือมนุษย์ที่ดูคล้ายกับหมาป่า "
" คล้ายๆ มนุษย์ที่มีขนยาวๆ ช่วงปากมีเขี้ยวแหลม หูยาวขึ้นกว่าตอนเป็นคน ออกแนวผสมคนกับหมาป่าแบบนั้นหรือเปล่าคะ" เนรานึกถึงมนุษย์หมาป่าแนวแฟนตาซีที่เธอมักพบเจอในภาพยนตร์จึงหยิบยกมานำเสนอ
" ใช่ ถ้าโดนพวกเราในร่างนั้นกัดพิษจากน้ำลายจะทำให้มนุษย์ติดเชื้อและกลายพันธุ์เป็นแบบเราในตอนนั้น ส่วนระดับที่สองคือการกลายร่าง... เคธี่อธิบายระดับการกลายสภาพของพวกตนต่อในระดับสุดท้าย... หมาป่าเต็มตัวแบบที่เนเคยเห็นตอนสเวนกับโครว์แปลงเป็นเจ้าตัวสีดำสีขาวนั่นแหละ "
" ทำไมระดับแรกถึงกลายสภาพไม่เต็มตัวหละคะ หรือว่าที่บอกขาดสติจะสัมพันธ์กับด้านอารมณ์ "
" ฉลาดจริงๆ นะ... สาวรุ่นพี่ชมด้วยใจจริงที่เธอเข้าใจอะไรได้รวดเร็ว... ถูกต้อง การที่เราจะเป็นร่างแบบนั้นได้ก็ต่อเมื่อขาดสติ โมโห โกรธ เพราะร่างที่แท้จริงของพวกเราคือหมาป่าเต็มตัวสี่เท้า แต่นานๆ ทีจะเป็นสภาพนั้น โครว์นี่ยังไม่เคยเป็น แต่..." เคธี่หันมองทางสเวนเพราะจำคืนวันที่เนราถูกยิงได้ ด้านเนราเองก็ย้อนคิดถึงเหตุการณ์คืนนั้นเช่นกันแม้ตัวเธอจะอยู่ในสภาพที่ไม่น่าจะรอดมาได้ แต่ก็พอจะเห็นภาพการกลายสภาพของสเวน
" งั้นพวกที่ติดพิษจากน้ำลายก็ไม่สามารถเป็นหมาป่าตัวใหญ่หรือเต็มตัวได้ใช่ไหมคะพี่เคธ เนคิดว่าการจะกลายร่างเต็มตัวได้ ต้องมีลักษณะเช่นนั้นทางพื้นฐานเดิม การถูกกัดจึงไม่ได้เปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ แค่เป็นการแปรสภาพเป็นอย่างอื่น "
" ถูกต้อง พวกนั้นจะมีความสามารถเพิ่มขึ้นตามการกลายสภาพของตนเองและมีอายุสั้นลง "
" อายุสั้นหรอคะ "
" เต็มที่ไม่เกิน 10 ปีหรอก แต่ว่านั่นคือเหตุผลให้พวกนั้นล่ามนุษย์... ใบหน้ารอคำตอบของเนราทำให้เคธี่ไม่รอช้าที่จะสาธยายต่อ... การดื่มเลือดมนุษย์ช่วยให้พวกมันอายุยืนขึ้นหนะสิ "
" พวกนั้นคิดไปเองหรือเป็นความจริงคะ " สำหรับเนราตอนนี้กลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นไปดื้อๆ ทว่าสำหรับสเวน เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าละอายจนไม่อยากให้เธอรับรู้
" พวกเราเคยเจอคนกลายสภาพมีอายุอยู่เกิน 10 ปี... รอบนี้โครว์เป็นคนเสริมการอธิบายขึ้นมาเนื่องจากตนเคยลงพื้นที่เก็บข้อมูลของมนุษย์กลายพันธุ์เหล่านี้... คนกลุ่มนี้ซื้อเลือดจากทางโรงพยาบาลเพื่อประทังชีวิตหนะ "
" พวกเขาทำร้ายคนด้วยใช่ไหมคะ "
" อืม ถ้าเปรียบกับโรคใกล้เคียงคงเป็นพิษสุนัขบ้าหละมั้ง แต่วิธีลดอาการคุ้มคลั่งนั่นก็เลือดมนุษย์อีกนั่นแหละ เราไม่รู้สาเหตุ ว่าทำไมเลือดมนุษย์ถึงมีประโยชน์สำหรับผู้กลายพันธุ์มากขนาดนั้น แต่ก็ไม่แปลกซะทีเดียว ในตัวอย่างพวกเราเองหากได้รับบาดเจ็บหนักและได้ดื่มเลือดของคู่ตัวเองมันก็ช่วยฟื้นฟูร่างกายได้เร็วกว่าการฟื้นฟูอัตโนมัติที่พวกเรามี "
" พอได้แล้ว! ... สเวนลุกขึ้นด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เขาอดจะทนต้องรับฟัง... เนราเข้าบ้านเถอะ " คนถูกเรียกรู้ทันทีว่าชายหนุ่มรู้สึกอย่างไร และเขาไม่ต้องการให้เธอฟังหรือรับรู้
" เธอควรรู้เอาไว้ สเวน " โครว์พูดสวนกลับทันทีเมื่อเห็นสเวนลุกขึ้นหันหลังไม่กล้าสบตาว่าที่เจ้าสาว เขารู้ดีกว่าสเวนไม่ต้องการให้พูดถึงเรื่องนี้ ไม่ต้องการให้เนรารับรู้ชีวิตของพวกตนมากกว่าไปการทราบเพียงพวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์หมาป่า
" เนไม่ควรรู้เรื่องอะไรมากกว่านี้ "
" เนไม่เป็นอะไรค่ะ... เธอรีบดักทาง เมื่อสเวนเอาแต่ตัดสินใจแทนเสมอ... พี่โครว์พูดถูกว่าเนต้องรู้ไว้ "
" สิ่งนั้นมันจะทำให้เธอเกลียดผมมากกว่าเดิม เนรา " คนฟังชะงักไป เธอเกลียดเขา? ตั้งแต่เมื่อไร? สเวนนิ่งไปสักพักก่อนจะวิ่งหนีเข้าไปในป่า น้ำเสียงตัดพ้อปนความรู้สึกเศร้าลึกๆ บางอย่าง ทำให้คนฟังอย่างเนรารู้สึกแย่ไปทันที เกลียดมากกว่าเดิมงั้นหรอ? เธอไม่เคยเกลียดเขาเลยด้วยซ้ำแล้วจะเอาที่ไหนมาเพิ่มระดับความเกลียดชัง อะไรคือความมโนในความรู้สึกของเธอแทนกัน
" สเวนไม่อยากให้เธอรู้เรื่องพื้นฐานดิบของพวกเรา... โครว์พูดขึ้นพร้อมเดินไปหยิบเนื้อที่กำลังย่างไฟอ่อนให้อุ่น... ยังไงซะแม้เธอจะมองว่าเราเป็นมนุษย์อีกกลุ่มที่มีความพิเศษ กลายร่างเป็นหมาป่ายักษ์ได้ แต่พวกเรายังเป็นนักล่า สัญชาตญาณเหล่านั้นมันยังคงอยู่ในสายเลือด พวกเรากินเนื้อไม่แตะผักผลไม้หากไม่จำเป็น วู่วาม อารมณ์ร้อน ใช้กำลังตัดสิน ห้ำหั่น แม้จะสะกดมันไว้ได้แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นศูนย์ " เขาอธิบายให้สาวรุ่นน้องเข้าใจในความเป็นเผ่าพันธุ์ของตนโดยไม่ได้คาดหวังความเห็นใจหรือเข้าใจขอเพียงเธอรับรู้ไว้มันก็มากพอสำหรับมนุษย์ธรรมดา
" เนเข้าใจค่ะ แต่สัญชาตญาณดิบมีในตัวทุกคนแม้แต่สิ่งที่เรียกว่ามนุษย์ อารมณ์ร้าย โกรธ โมโห อิจฉาริษา เห็นแก่ตัว ฆ่าฟันและเป็นผู้ล่า... น้ำเสียงอ่อนโยนของเธอทำให้ทุกคนตั้งใจฟังสิ่งที่กำลังพูดโดยเฉพาะเคธี่ เพราะเธอเองใกล้เคียงกับความเป็นมนุษย์มากกว่าคนอื่นๆ เนื่องจากไม่สามารถกลายร่างเป็นหมาป่าได้ และยังสามารถทานผักผลไม้หรือธัญพืชโดยไม่มีอาการคลื่นเหียนอาเจียน... มนุษย์ก็ไม่ต่างกันไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดสามารถเป็นผู้ล่าและผู้ถูกล่าได้ เพียงแต่ใครมีพละกำลังมากกว่าจะกลายเป็นผู้ชนะ มันก็แค่นั้นเองค่ะ... รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ วางตัวเป็นกลางกับทุกสรรพสิ่งเป็นดั่งแสงอบอุ่นสาดส่องบรรยากาศหนาวเหน็บในตอนนี้ ราวกับจิตใจบริสุทธิ์ของเธอกำลังโอบกอดขุนเขาแห่งนี้ไว้ด้วยความเข้าใจ ยอมรับ เชื่อ ในสิ่งที่พวกเขาเป็น และมั่นใจว่าพวกเขาเลือกดำเนินชีวิตตามที่ต้องการโดยไม่ทำร้ายใครได้... หากยังมีความปรารถนาอยากจะปกป้อง ต้องการมีความสุขที่ไม่ได้อยู่บนความทุกข์ของคนอื่น ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แค่นั้นมันก็คงเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตแล้วค่ะ " ใบหน้าอ่อนเยาว์วัย 20 ยังคงยิ้มไม่สร่างแม้จะหันหลังออกจากวงสนทนา เพื่อไปตามคนหนีหายเข้าไปในกลีบป่า แม้ไม่รู้ว่าเขาคนนั้นจะวิ่งไปได้ไกลแค่ไหนแต่เธอเชื่อว่าเธอจะหาเขาพบ เธอไม่ได้กลิ่นตัวเขา ไม่ได้วิ่งเร็ว ไร้แววตาเฉียบแหลมจะมองทะลุปรุโปร่ง แต่เสียงบางอย่างจากจิตใต้สำนึกเธอได้ยิน หากเธอต้องการจะพบเขา สิ่งนั้นจะพาเธอไปพบสเวน...
... เนราเดินเข้าป่าเกือบ 10 นาที จนไปเจอชายหนุ่มนั่งชันเข่าอยู่บนหินด้านหนึ่งกำลังมองท้องฟ้า ซึ่งบริเวณนั้นเห็นท้องฟ้าเปิดโล่ง เพราะเหล่ากิ่งก้านสาขาใบไม้ไม่ได้พากันปิดทึบแต่เปิดโล่งพอที่จะมองดารารายกำลังประกายโลดแล่น
" อากาศเย็นแบบนี้ ตากน้ำค้างเธอจะไม่สบายเอานะเนรา อีกไม่กี่วันเธอจะต้องไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย "
" ใส่เสื้อคลุมสามสี่ชั้นแบบนี้ไม่เป็นไรหรอก และที่หัวเนก็ใส่หมวกไว้ด้วย... หญิงสาวใช้น้ำเสียงสดใสกับเขาแบบปกติ นาทีนี้การเห็นใจหรือมาพูดให้กำลังใจเพื่อสร้างความเข้าใจแก่เขาคงยาก มีแต่จะโทษตัวเองเพิ่มมากขึ้น... คุณมาดูดาวเหรอคะ"
" สวยใช่ไหม... สเวนยังคงพูดไปมองท้องฟ้าไปด้วยสีหน้าหม่นหมอง... ตรงนี้เป็นสถานที่ลับ ผมไม่เคยพาใครมา จากเส้นทางข้างบ้านมามันมีสามสี่เส้นทางไปทางอื่นถ้าเธอหลงมันจะแย่เอา "
" ไม่หลงซะหน่อย เนก็หาคุณพบนี่คะ " เธอพูดพลางนั่งลงบนก้อนหินลูกข้างตัวชายหนุ่มและแหงนหน้ามองท้องฟ้า มันสวยจริงๆ อย่างที่เขาพูด เป็นมุมที่มองเห็นดาวชัดกว่าที่บ้านเสียอีกแถมยังมีแสงสีเหลืองลอยช้าๆ ไปมา และเสียงเพลงจากสัตว์ในป่าที่ขับประสานอย่างไม่ผิดคีย์
" เนได้กลิ่นผมเหรอ " เขาถามขึ้นอย่างมีนัยยะ
" เปล่าค่ะ " เธอไม่มีสัมผัสของหมาป่าจะไปได้กลิ่นเขาได้ยังไงกัน
" งั้นก็สามารถใช้จิตมองตามหาผม " เขายังคงถามต่อไปแม้จะปรากฏรอยยิ้มทุกครั้งเวลาพูดกับเธอ แต่ครั้งนี้แววตานั้นกลับเศร้าจนทำให้ตัวเธอเองรู้สึกแย่ไปด้วย
" ไม่ใช่ค่ะ "
" นั่นสินะ เธอไม่ใช่หมาป่า จะไปมีความสามารถที่คล้ายกับปีศาจได้ยังไง " เขาถามเพื่อจะตีตัวเองให้จนมุมเพื่อขีดเส้นความต่างระหว่างเขาและเธอจริงๆ เนราสัมผัสได้เมื่อประโยคสุดท้าย ไม่ได้เป็นคำถามถูกเอ่ยจากปากของเขา แต่เป็นถ้อยถากกระแทกทุ้่งใจตนเอง ทำไมเขาถึงได้ชอบทำให้ตัวเองเจ็บนัก...
" เนได้ยินเสียงจากส่วนลึกของจิตใจ เวลาเนปรารถนาจะพบคุณมันมีบางอย่างจะนำเนมาหาคุณ "
" ตอนที่ผมรู้ว่าภรรยาของตัวเองเป็นมนุษย์ เป็นสิ่งที่ผมไม่คาดฝันมาก่อนผมไม่เคยรู้สึกผิดหวังและคิดว่าทำไมตัวเองถึงแตกต่างกับภรรยา เหมือนโลกกำลังบีบตัวค่อยๆ ทับถมเข้ามา ความต่างนั้นยังไม่พอเท่ากับความรู้สึกที่ผมรักและหวงแหนเธอ... ครั้งนี้แววตาสีเขียวอมเทาฉายความสั่นไหวยามมองมาที่เธอ... ในขณะที่เธอมีเพียงแต่ความว่างเปล่าให้ผม คนที่รู้สึกมากย่อมเจ็บปวดมาก ไม่ได้เจ็บเพราะเนไม่ได้รัก แต่สาหัสเพราะผมเป็นในแบบที่เธอรักไม่ได้ มนุษย์ผู้ชายธรรมดาคงเป็นปรารถนาแห่งรักที่เนต้องการมากกว่า... "
ประโยคยาวเฟื้อยแทบไม่เว้นช่วงไฟให้คนฟังพัก ทำให้น้ำใสๆ ไหลอาบพวงแก้มของหญิงสาวผู้ได้รับคำทุกข์นั้นไว้ เธอถูกสะกดให้ฟังด้วยเนื้อถ้อยระทมของเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว และรู้สึกเจ็บแปลบเข้ามาในช่วงอกอย่างประหลาด พลางคิดในใจว่าเธอชั่งเป็นผู้หญิงที่โชคดี ผู้หญิงส่วนมากปรารถนาที่จะได้รับความรักที่มาพร้อมกับความซื่อสัตย์รักเดียว เธอเองจะมีความปรารถนาเช่นนั้นไหม คำตอบยังไม่ชัดเจน เพราะสำหรับเธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีใครมาบอกรักซ้ำๆ แบบนี้... ชายคนนี้พูดง่าย กล่าวออกมาได้อย่างไม่เขินอาย ทว่าเต็มไปด้วยความรู้สึกแท้จริงยิ่งกว่าสิ่งใด จะไม่หวั่นไหวเลยคงโกหกแต่จะให้ตกหลุมรักคงไม่ได้ เธอยังไม่รู้จักชายตรงหน้าดีพอ...
" แต่สักวันเนคิดว่าเนจะรักคุณได้ เนอาจจะรักคุณได้มากกว่าที่คุณคิด " เธอตอบรับเขาในใจขณะยังคงนั่งดูดาวไปพร้อมกับนายเหนือแห่งเผ่าหมาป่าอย่างไม่มีกำหนดเวลาเลิก จนกว่าชายผู้นี้จะคลายความหม่นหมองลงได้ เนราตัดสินใจจะนั่งอยู่เป็นเพื่อนสเวนจนกว่าเขาจะเบือนหน้าหนีดาว จนกว่าเขาจะเบื่อที่ต้องมีเธอเคียงข้าง...
สเวนลุกขึ้นจากที่นั่ง เหมือนว่าตนเข้าใจและรับรู้แต่ไร้ซึ่งเสียงเอ่ยตอบใดนอกจากแววตากลัดกลั้นความโศกเศร้าพร้อมจำนนต่ออีเมอร์สันไว้ เนราไม่สามารถอยู่กับเขาได้ ด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายและลมหายใจที่จะดำเนินในอนาคต นั่นคือเหตุผลเดียว ซึ่งเขาต้องยอมแม้เนราจะอยู่ไกล แต่อย่างน้อยเธอยังอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจ และเชื่อว่าความรักที่เขามีให้เธอจะกระตุ้นความทรงจำคืน หรือหากคิดถึงเขา อาจแวะไปหาเธอได้ในบางโอกาส หากอีเมอร์สันพร้อมอีริคอนุญาต หรือถ้าเนราจะขับไล่ เขาจะมุดดินแอบไม่ก็แฝงตัวบนต้นไม้ คิดปลอบตัวเองเช่นนั้น ซึ่งมันชั่งยากเย็น..." ท่านคะ " ซิลวี่เดินเข้ามาหลังจากผู้มาเยือนเคลื่อนย้ายไปกันหมด" กำหนดการเหมือนเดิม ผมไม่ได้ใจร้ายพอจะให้เขาไปส่งเนราทั้งที่จะตายแบบนั้น การไม่เห็นเนราจากไปกับตาคงดีสำหรับเขาในตอนนี้ "" รับทราบค่ะ..."เมื่อตะวันคล้อยได้ถึงเวลาต้องกลับไปยังที่เดิม ในจุดแรกที่จากมา เนราเดินถือสัมภาระช่วยซิลวี่ใส่หลังรถแวนสีดำคันยาวก่อนถูกอีเมอร์สันรีบพาขึ้นไปนั่งข้างกาย เพราะจะเลยเวลานัดเครื่องมารับรวมถึงเวลาไปถึงทรานซิลเวเนีย ขณะรถแวนเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านพักตากอากาศ สเวนชายผู
ภายในบ้านพักตากอากาศสองชั้นติดทะเลสาปแห่งหนึ่ง เนราเกาะอีเมอร์สันแน่นด้วยกลัวสายตาคู่สีเขียวอมเทา มองตนไม่วางตั้งแต่เดินออกจากสวนหย่อม ทุกย่างก้าวเขาจับจ้องแทบไม่กระพริบ จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกระแวง ถูกคุกคาม ซึ่งไม่อาจถอดความหมายของสายตาคู่นั้นได้" เน..." เคธี่ทักขึ้นขณะเด็กสาวรุ่นน้องเดินเกาะแขนอีเมอร์สันมา คนถูกทักเอียงคอ แม้คุ้นแต่กลับไม่สามารถบอกได้ว่าหญิงสาวรุ่นพี่ดวงตาสวยสีน้ำทะเลนั้นเป็นใคร ด้านเคธี่แปลกใจกับสีหน้าของเนราที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจปนกลัว" นายหญิง..." จาเว็คกับบลัดทักขึ้นพร้อมทำความเคารพ เนราสำรวจทุกคนผู้มาเยือนรวมถึงชายรุ่นพี่ยืนข้างเคธี่ เธอเป็นแวมไพร์ที่ไม่ได้มีความสามารถด้านการแยกแยะกลิ่น แต่ด้วยความสามารถพิเศษของดวงตาในการจำแนกเผ่าพันธุ์แท้จริงอันได้มาจากการเป็นเนื้อคู่สเวน ภาพหมาป่าจึงซ้อนทับกลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อให้คำตอบ" พวกเขาเป็นใครเหรอคะท่านพี่ " เธอถามขึ้นพลางจับแขนอีเมอร์สันแน่นกลัวว่าจะมีใครมาพาเธอออกไป ด้านผู้มาเยือนเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่าเนราจำพวกเขาไม่ได้" ด็อกเตอร์โครว์และด็อกเตอร์เคธี่เป็นผู้ปกครองเนหลังจากเนถูกพามาซิ
" มีอะไรซิลวี่ " หญิงสาวที่กำลังอธิบายเรื่องบางอย่างให้สเวนฟังหยุดลงพร้อมก้มหัวให้อีเมอร์สันเล็กน้อย" ท่านพี่ " เสียงเรียกย้ำอยู่แบบนั้นทำให้เขารู้คำตอบได้ทันที ร่างสูงขยับตัวเข้าไปในรถทางด้านสเวนหลีกทางให้แต่โดยดีเนื่องด้วยรู้เหตุผล ในตอนนี้ไม่มีที่ที่ตนสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เลย เล็บแหลมของเขาปาดลึกพอประมาณบริเวณคอใกล้ไหปลาร้าเพื่อให้เลือดไหล เพียงรอร่างอ่อนแรงกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาหาเขาเพื่อดื่มกิน สเวนก้มหน้าราวกับทนเห็นคนรักในสภาพนั้นไม่ได้เนื่องจากเลือดของตนไม่ใช่ที่ปรารถนาของเธอ" จะหันไปผมไม่ได้ห้ามหรอกนะ... อีเมอร์สันเอ่ยขึ้นขณะให้เลือดน้องสาวของตน เนราเมื่อได้กลิ่นหอมนั่นยามความแดงฉานไหลผ่านช่วงคอก็ตรงเข้าดื่มกินอย่างโหยหาทันที... เนราไม่เหมือนแวมไพร์ตนอื่น เธอไร้เขี้ยวเลยเจาะเลือดกินเองไม่ได้ มันเป็นความต้องการแค่ช่วงแรกก่อนตื่นอย่างสมบูรณ์... ฝ่ามือใหญ่ประคองเอวกอดร่างโถมเข้ามาหาพลางใช้มือลูบหัวเจ้าตัว เสียงกลืนเลือดในบรรยากาศเงียบงำชั่งฟังชัด และทำให้สเวนเหมือนถูกกัดกร่อนกระดูกขาแทบไร้แรงยืน เขารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้อง แต่ยากนักที่จะทำใจ ในเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์หรือเลือด
ด้านอีเมอร์สัน ยามโลแกนกำลังขับรถเกือบผ่านประตูมหาวิทยาลัย ต้องถูกขัดขวางโดยคีอาร์น แวมไพร์ชนชั้นสูงผู้ใช้ความเร็วพาตนเองออกมา และกระโจนเหยียบหน้ากระโปรงรถจนยุบตัวลงไป" ท่านคีอาร์น หากไม่..." ไม่ทันที่โลแกนผู้ลงมาจากรถจะพูดจบความเหนือกว่าของคีอาร์นได้ฉายความแดงกร่ำทรงพลังผ่านดวงตา ทำให้เข่าโลแกนล้มลงไปกับพื้นอย่างเจ็บปวด" เป็นแค่แวมไพร์ระดับต่ำอย่าได้คิดมาสั่ง " ทันใด กระสุนปืนปริศนาได้ลั่นออกไปก่อนคีอาร์นใช้พลังสังหารโลแกน" พลาดงั้นเหรอ..." อีธานเพื่อนสนิทอีเมอร์สัน Hunter ระดับสูง เอ่ยขึ้นเมื่อตนเล็งบริเวณหัว แต่อีกฝ่ายใช้ความเร็วหลบทำให้ถากศีรษะด้านข้างออกไปแทน เขาคงต้องตั้งรับให้ดีกว่าเดิม ด้วยอีกฝ่ายคงหัวฉุนแล้ว" Hunter กระจอกแบบนั้นคิดว่าจะเอาแวมไพร์อย่างฉันอยู่งั้นเหรอ " ด้านหลังคีอาร์นแตกแขนงเป็นเส้นสีแดงจากโลหิตตน สาดทิ่มลงยังร่าง Hunter อีธาน แต่ด้วยความสามารถล้นเหลือ เขาจึงกระโดดหลบตามความเร็วยามพุ่งเข้ามาก่อนจะพลาดถูกเฉี่ยวบริเวณแก้ม พร้อมๆ กันนั้นตนได้หยิบดาบสังหารแวมไพร์บริเวณเอวขึ้นมาใช้แทนปืนInferno คือชื่ออาวุธสังหารแวมไพร์อันเกิดจากการหลอมหัวใจของแวมไพร์เลือดบริ
เกล็ดน้ำแข็งขาวบริสุทธิ์เริ่มลงหนา ทว่าดวงจันทร์สีเลือดกลับไม่ถูกบดบังด้วยสิ่งอันใด จิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกันกลับคืนแห่งฝาแฝดพี่น้อง ขณะเดียวกันผู้ผูกจิตถวายแม้ชีวิตมอบให้ผู้เป็นภรรยารู้สึกถึงความเจ็บปวดทรมานของอีกฝ่าย วิ่งแล่นออกจากห้อง เรียนทันที ความผิดปกติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงกับตัวภรรยาของเขา" นาย... แวนยกด้ามวัตถุสีเงินคู่ใจขึ้น ภายในอัดกระสุนเต็มแม็กพร้อมลั่นไกเต็มที่เมื่อเห็นบริเวณคอของเพื่อนรักตนมีรอยเขี้ยวและยังคงปรากฏคราบเลือด... ปล่อยเธอลง " ร่างสูงอุ้มผู้หลับใหลในอ้อมแขนมองร่างชาย Hunter ตรงหน้าหลังพาตัวเองกระโดดลงมาจากชั้นบนสุด ฝ่ายมีนาที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นสภาพเนราก็ยกปืนขึ้นไม่ต่างกัน" ผมเหรอ... เขาพูดขึ้นด้วยการหยันยิ้ม ก่อนแววตาสีแดงสดจะฉายทับดวงตาสีดำที่เป็นอยู่ก่อน สิ่งนั้นทะลวงผ่านความคิดของแวนและมีนาไปจนสุดของความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว ประตูได้แตกออกทะลักเหตุการณ์วันที่ทั้งสองคนพาเนราและแม่ของเธอเข้าไปยังห้องทำพิธี... โอหังสิ้นดี ผมเคยบอกแล้วว่าอย่าหันเจ้าวัตถุโสโครกนั่นขณะปรากฏกายต่อหน้าเนรา " จบประโยคปืนด้ามเงินของทั้งคู่ลอยเคว้งกระทบพ
ห้องพักหนึ่งภายในโรงแรมเครือคาสเซล" แคทเทอลีน " เสียงชายคนเป็นพ่อเรียกลูกสาวขึ้นหลังเธอเดินออกมาจากห้องนอน ซึ่งนั่นทำให้เธอเผลอสะดุ้งไม่น้อยแม้จะมีพละกำลังในฐานะแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เพราะน้ำเสียงกล่าวขานเรียกชื่อตนนั้นทรงพลังเหนือกว่า แล้วก็ไม่ใช่ใครคีอาร์นพ่อของหล่อนนั่นเอง" ท่านพ่อ! ทำไมถึงมาโรงแรมคะ นี่เป็นโรงแรมของท่านเมอร์สันหากท่านได้กลิ่น... "" พ่อบอกแล้วว่าเมอร์สันยังไม่ทำอะไรพ่อหรอก แค่รู้สึกอยากมาอยู่ใกล้ๆ กลิ่นเลือดหอมหวานของเด็กคนนั้น แม้บรรดาเลือดบริสุทธิ์จะมีกลิ่นพิเศษของแต่ละคน แต่กับลูกสาวของอีริคชั่งแตกต่างไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนกลับมาเกิดใหม่ "" ความพิเศษเหนือความพิเศษงั้นเหรอคะ จะว่าไปท่านผู้นั้น... " ผู้เป็นพ่อปรายตาไปยังโซฟานั่งเล่น ปรากฏร่างหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวนอนหลับอยู่ ทำให้แคทเทอลีนเข้าใจในคำตอบโดยไม่หวังถามถึงอีก" เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่กี่วันพระจันทร์แดงจะฉายเด่นบนฟ้า คงเป็นราตรีแห่งแวมไพร์ที่สนุกน่าดู ครั้งนี้กลุ่มผู้อาวุโสยังส่งกำลังคนมาร่วมกับเราด้วย... "" ท่านพ่อเข้าไปพบคนพวกนั้นมาแล้วเหรอคะ "" เฉพาะพวกที่อยู่ฝั่งเรา กลุ่มปรารถนาต่อต้าน







