เมียพยายาม

เมียพยายาม

last updateLast Updated : 2026-01-04
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
24Chapters
21views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

คำโปรย...ต้องพยายามแค่ไหนเหรอ...ถึงจะใกล้คำว่า ‘เมีย’

View More

Chapter 1

บทที่ 1 เมียที่ต้องอดทน

แนะนำเรื่อง

ภริตา พวงพันธุ์ หรือ ผิงผิง ของกวินภพ อดีตเดือนคณะบริหารที่เป็นเพื่อนเรียนจากโรงเรียนเดียวกัน เธอแอบรักเขามานานแต่ไม่กล้าบอก แต่เมื่อเขาโดนปฏิเสธรัก เธอจึงอาสาดามหัวใจ ความรักของเราที่เริ่มจากเพื่อนเหมือนจะดี จนเริ่มใช้ชีวิตแต่งงาน มันกลับต่างจากชีวิตตอนเรียนมหาวิทยาลัยโดยสิ้นเชิง เธอต้องพยายามปรับทุกอย่างเข้าหากัน กับบางสิ่งที่เหมือนเขาเริ่มเปลี่ยนไป

กวินภพ กีรติ หรือ กวิน เดือนคณะสุดหล่อในคณะบริหารที่ดาวแต่ละคณะกลับจ้องจะงาบ แต่ทว่าด้วยโควต้าบ้านใกล้หรือ เรียกให้ถูกว่าไม่ว่าหันไปเมื่อไหร่ก็เจอ

ภริตายืนอยู่ข้างเขาเสมอ สุดท้ายจึงตกลงปลงใจรับรักผิง

รักของเราไปได้สวย กวินภพคลั่งรักผิงมาก จนเกือบจะมีเรื่องชกต่อยกับเดชดนัยเพื่อนรัก ที่ชอบมาใกล้ชิดแฟนเขาอยู่ร่ำไป สุดท้ายเขาเปิดอกคุยแบบลูกผู้ชาย ให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักผิงและดูแลอย่างดี เดชดนัยจึงไม่ยุ่งกับชีวิตพวกเขา และจนสุดท้ายก็แต่งงานกัน

ในงานแต่งงานที่เต็มไปด้วยความชื่นมื่น มีแขกผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มท้องอ่อน ๆ พร้อมกับยิ้มแสดงความยินดีกับเขา นั่นทำให้เจ้าบ่าวถึงกับเสียอาการ

“กิ่ง!” เสียงแผ่วพร่าเปล่งออก ทำให้คนเป็นเจ้าสาวรู้สึกหวิวโหวงในอก ดวงตามองไปยังสามีด้วยความเจ็บปวดอยู่ลึก ๆ

‘เธอจะกลับมาทำไม ในเมื่อทิ้งเขาแล้ว’ เสียงนั้นเปล่งในใจไม่กล้าเอ่ยออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหวั่นไหว และอยู่ ๆ สามีเธอก็ปล่อยมือเธอที่กุมอยู่ด้วยกัน ใบหน้าเธอเสียอย่างเห็นได้ชัดเจนขอบตาร้อนผ่าว จนเดชดนัยต้องเดินเข้ามาใกล้ ๆ

“เป็นไรไหม”

ภริตาส่ายหน้ายิ้มเจื่อนให้ “ตื่นเช้าน่ะรู้สึกมึน ๆ” แค่คำอ้าง แต่ที่จริงนั้นเพราะคนตรงหน้าที่สามีมองอยู่ต่างหาก ที่ทำให้เธอแทบล้มทั้งยืน

‘เขายังรักเธออยู่เหรอ’ คำถามนี้เกิดขึ้นในหัว มองใบหน้าเขาที่ดีใจยิ่งกว่าที่ได้แต่งงานกับเธอ กับมือที่ลูบท้องตัวเองเพราะในนี้กำลังมีเจ้าตัวเล็กที่กำลังจะมาเกิด ก่อนแต่งงานสองเดือนเรามีอะไรแบบไม่ได้ป้องกัน และคิดว่าอย่างไรก็ต้องแต่งงาน จึงคิดว่าก็ปล่อยให้ท้องเลย

ใครจะคิดว่ารักเก่าเขาจะเข้ามาในชีวิตเราสองคนอีกครั้ง

เดชดนัยมองภาพที่แสนน่าอึดอัด เขาที่รักและหวังดีกับภริตา แต่ภริตามองเพียงกวินภพ ส่วนกวินภพกลับเหลือพื้นที่ในใจไว้รออีกคน...

..........................................................................................................................................................................................................................

ดวงตาแดงก่ำยืนมองตัวเองในกระจก ภาพผู้หญิงที่เคยน่ารักสดใสหายไปหลังจากแต่งงานได้ห้าปี น้ำตาที่ร่วงเผาะจนขอบตาบวมช้ำ ไม่อาจจะออกไปให้ลูกเห็นสภาพเหมือนคนใกล้จะตายของเธอได้ จึงเข้ามายืนเอาผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นแล้วนั่งพิงกำแพงห้องน้ำ วางผ้าไว้ที่ตาลดการบวมช้ำเพื่อเลี่ยงไม่ให้ลูกชายและลูกสาวฝาแฝดต่างเพศได้เห็นความอ่อนแอของเธอ จนนำไปต่อว่าเขาอีก

         ในห้องนอนของกล้ากวีและแก้วกัลยา

         กล้ากวีทำการบ้านที่คุณครูใบหม่อน สั่งให้ทำโดยเป็นงานลากเส้นจับคู่ ซึ่งตัวเองต้องทำก่อนให้น้องสาวลอก จึงต้องรับบทเป็นพี่ชายแสนดีและคอยสอนน้องเสมอมา

         กล้ากวีกับแก้วกัลยาเรียนที่โรงเรียนไบรตันสคูล อ.2 ชั้นล่างห้องฟีนิกซ์ ส่วนเชอร์รีล อยู่ห้องอาเชอร์ อ.2 โรงเรียนเดียวกัน ทั้งสองห้องนี้แตกต่างกันที่ค่าเทอม ห้องอาเชอร์จะได้รับการเรียนการสอนสำหรับเด็กอินเตอร์ทั้งหมด ไม่มีการเรียนภาษาไทย ส่วนห้องฟีนิกส์จะรวมนักเรียนไทย และลูกครึ่ง การเรียนการสอนจึงเป็นแบบสองภาษา ราคาจึงถูกกว่า

         กล้ากวีเห็นน้องสาวเดินหุนหันเข้ามาในห้อง ทั้งปิดประตูเสียงดังนั่งกอดอกอยู่ตรงข้ามตนเอง ดวงหน้าง้ำงอราวกับโกรธเกลียดใครมา

         “น้องแก้ว เป็นอะไรไหนบอกพี่กล้าหน่อยฉิ” กล้ากวียังคงออกเสียงส.ไม่ชัดอยู่ตัวเดียวแม้จะขึ้นอ.2 แล้ว

         “แม่ร้องไห้อีกแล้ว ร้องเฉียงดังฉะอึกฉะอื้นในห้องน้ำ ไม่ยอมออกมา น้องเป็นห่วงแม่” ใบหน้าที่เศร้าลงของน้องสาวทำให้กล้ากวีถอนหายใจ แม้เขาจะอายุเพียงสี่ขวบ แต่พวกเขาก็รู้เรื่องอะไรของผู้ใหญ่อยู่บ้างเล็กน้อย เพราะคุณครูใบหม่อนกับคุณครูเชอรี่แอบเมาท์กัน เขาสองคนออกจากห้องน้ำพอดีจึงได้ยิน

         “ผู้ชายคนนี้อีกแล้ว” กล้ากวีมักเรียกพ่อแบบนี้ยามอยู่กันสองคนกับน้อง บางครั้งยามอยู่กับแม่หรือเห็นแม่ร้องไห้เขาก็จะมีหลุดบ้าง แต่แม่ก็ปรามไว้ เพราะเขาเป็นพ่อ

         เสียงเรียกเข้าของกล้ากวีดังขึ้น กวินภพมองแล้วก็รับทันทีเพราะเป็นสายของลูกไม่ใช่แม่ของลูกที่นับวันยิ่งทำตัวน่ารำคาญเข้าไปทุกทีจนเขาเริ่มเบื่อ

         พ่อกวิน: ครับพี่กล้า

         กล้ากวี: อยู่ไหน (น้ำเสียงสั้นห้วนบอกให้รู้ว่าไม่พอใจ)

         พ่อกวิน: ทำไมพูดไม่มีหางเสียงแบบนี้พี่กล้า เดี๋ยวน้องเลียนแบบนะ (เขาอบรมลูกไปเล็กน้อย)

         กล้ากวี: ตอบมาก็พอว่าพ่ออยู่ไหน (เด็กน้องยังคงเสียงแข็งใส่พ่อตัวเอง)

         พ่อกวิน: พ่ออยู่บริษัทครับ มีประชุมลูกค้า

         กล้ากวีเปิดไอจีของแม่เชอร์รีลแคปรูปนั่งกินข้าวในร้านอาหารหรูในโรงแรมกันสามคน ราวกับนั่นคือครอบครัวเขา

         ติ๊ง!!! เสียงเตือนข้อความเข้าในแอปพลิเคชันสีเขียว ทำให้เขากดดูแต่ยังคาสายลูกชายไว้

         กล้ากวี: ประชุมยุ่งเลยชิป่ะ (เสียงประชดประชันนั้นทำให้กวินน้ำท่วมปาก ทั้งกำชับกรต์สินีแล้วแท้ ๆ ว่าอย่าโพสต์ แต่กลับมีโพสต์ทั้งยังแท็กเขาด้วย แล้วลูกก็ติดตามเขาเช่นกันโดยใช้ไอจีแม่)

         พ่อกวิน: พี่กล้าพ่ออธิบายได้ครับ

         กล้ากวี: พี่กล้าจะไม่เชื่อพ่ออีกแล้ว พ่อทำแม่ร้องไห้กี่หนกี่ครั้งแล้วฮะ

         ตู้ด ตู้ด ตู้ด!!!

         เสียงตัดสายไปทั้งที่ยังพูดไม่รู้เรื่องระหว่างพ่อกับลูกทำให้กวินหงุดหงิด แต่เมื่อหันมาทางกรต์สินีที่ฉีกยิ้มให้เขาเสมอจึงหักหาญน้ำใจไม่ได้

         “กวินติดธุระเหรอ บอกแล้วไม่เห็นต้องพามาเลย ทุกปีเราก็ฉลองกันสองคนแม่ลูก” กรต์สินีทำเสียงรู้สึกผิด เพราะกวินภพอยากทำให้เชอร์รีลมีครอบครัวที่อบอุ่น จึงอาสาพามาเซอร์ไพรส์วันเกิดให้

         “ไม่มีอะไรหรอกกิ่ง ลูกแค่งอแงนิดหน่อย ผิงเอาอยู่น่า” เขาอ้างไปแม้ในใจรู้ดีว่าเรื่องนี้เขาต้องคุยกับลูกชาย แต่เห็นแววตาใสซื่อของลูกสาวอดีตของคนที่เคยรัก กลับสงสารอย่างบอกไม่ถูก

         ‘ลูกต้องการพ่อเสมอ’ เขาคิดเช่นนั้น จึงใส่ใจเชอร์รีล และพยายามเติมเต็มให้ในฐานะเพื่อนสนิทของแม่เชอร์รีล

         หลังส่งกรต์สินีที่บ้านและอุ้มเชอร์รีลเข้าไปนอนในห้องนอนเขาก็ลาเธอกลับคอนโด วันนี้เขาหงุดหงิดทั้งยอดเป้าบริษัทไม่เป็นไปตามแผน ปิดงบก็ยากเย็น ทั้งต้องประชุมหารือกับลูกน้องจนเย็น กระทั่งข้าวก็ยังไม่ได้กิน ไหนจะโดนลูกชายสุดที่รักโกรธอีก จึงคิดโทรกลับไปต่อว่าคนต้นเรื่อง

         กล้ากวีทำการบ้านกับน้องสาวเสร็จแล้ว ก็รีบวิ่งไปเอาส้มที่เขากับน้องช่วยกันปลอกแช่เย็นไว้ก่อนจะทำการบ้าน ขึ้นมาให้แม่ที่ในห้อง

         “แม่ฮะ...กล้ากับน้องแก้วเอาฉ้มมาให้แม่ฮะ” ประตูเปิดพร้อมกับเสียงลูกชายและตามด้วยร่างจ้ำม่ำน่ารักของลูกสาวเดินต้วมเตี้ยมมาหาเธอที่นั่งอยู่บนเตียง กำลังมองรูปกินข้าวที่แสนมีความสุขของสามีกับรักเก่าของเขา เธอจึงคว่ำโทรศัพท์ลงเพื่อไม่ให้ลูกเห็น

         เธอยิ้มให้ลูก ๆ ก่อนจะรับเอาจานส้มที่เธอสอนเขาสองคนปลอกมากินหนึ่งชิ้น แต่ภายในคอจุกแน่นแทบกลืนไม่ลงกับการกระทำของสามี ที่นับวันยิ่งไม่เห็นหัวเธอเข้าไปทุกที จนไม่รู้ว่าตอนนี้เธอเป็นเมียเขาหรือคนนั้นของเขากันแน่

         “แม่กินเยอะ ๆ นะคะ หน้าของแม่เหมือนไม่ฉะบาย” เสียงเล็กเสียงน้อยแสดงความเป็นห่วงแม่ ทั้งยังยื่นกลีบส้มชิ้นที่สองถึงปากของแม่อีกต่างหาก ‘แม่ต้องเหนื่อยกับพ่อมาเยอะแล้ว แก้วสงสารแม่’

         เธอดึงลูกสาวเข้ามากอด แล้วก็อีกฝั่งมีลูกชาย จูบที่หัวของลูกทั้งสองทำให้หัวใจเธอเริ่มมีความสดชื่นขึ้นมาบ้าง หลังจากเหี่ยวเฉามาทั้งวันเพราะเขากับผู้หญิงคนนั้น

         “แม่ไม่ได้กินข้าวใช่ไหมฮะ กล้าเปิดหม้อข้าวยังเหลืออยู่เต็มหม้อ” เพราะเขาสองคนกินพิซซ่าจนท้องตึงตั้งแต่กลับมาจากโรงเรียน จึงกินข้าวเย็นไม่ไหว แต่แม่ก็ทำไว้รอผู้ชายคนนั้น คนที่ทำให้แม่เจ็บ!

         “แม่ไม่หิวครับลูก” เธอบอกให้ลูกสบายใจ

         “อย่าดื้อฉิฮะ แม่ยังเคยบอกว่าห้ามอดข้าวเดี๋ยวจะไม่โต แล้วจะปวดท้องด้วย” กล้ากวีย้อนคำสอนของแม่ เพื่ออยากให้แม่ยิ้มและอยู่กับตนไม่ต้องสนใจผู้ชายคนนั้นอีก

         เธอสะอึกเมื่อลูกชายพูดขึ้น เธอแทบไม่ได้แตะข้าวปลาอาหารมานานเท่าไหร่แล้วนะ หากไม่จะเป็นลมจริง ๆ เธอจะไม่จับจานช้อนออกมาตักอาหารและเคี้ยวมัน ความเจ็บปวดมันเสียดแทงใจ ทำให้เธออยากทำอย่างเดียวคือร้องไห้

         วันนั้นที่ตัดสินใจแต่งงานไปแล้วเธอก็หันกลับไม่ได้ เพราะมีอีกสองชีวิตต้องดูแล เธอทำได้เพียงอดทนและพยายามเป็นเมียและแม่ที่ดี แต่เหมือนเขาค่อย ๆ ห่างเธอไปทีละนิดทีละนิด

         “แม่ผอมมากแล้วนะฮะ” กล้ากวีน้ำตาคลอเบ้า พร้อมกับน้องสาวที่มองแม่แล้วสงสารจับใจจนอยากร้องไห้เช่นเดียวกัน

         “แม่ขา...ไม่ต้องฉนใจเขาแล้วนะ เรามีกันแค่นี้ก็ได้ แก้วไม่ต้องการพ่อ แก้วอยากอยู่กับแม่กับพี่กล้า แม่เลิกร้องไห้ได้ไหม” มือป้อม ๆ ยกขึ้นเช็ดน้ำตาของแม่ที่หยดลงมาอีกแล้วและนั่นทำให้เธอกลั้นต่อไปไม่ไหว ร้องไห้ต่อหน้าลูกอีกครั้งทั้งที่เคยสัญญากับเขาไว้แล้วจะไม่ร้องไห้ให้ลูกเห็นอีก แต่ตอนนี้เธอไม่ไหวจริง ๆ เธออ่อนแอเกินไป

         น้ำตาจากที่เหือดแห้งไปแล้วหวนกลับมาอีกครั้ง  เธอร้องไห้สะอื้นกอดลูกไว้แน่น หากไม่ใช่เพราะต้องการรักษาครอบครัวไว้ เธอจะทนขนาดนี้ทำไมกัน...

         สามคนแม่ลูกกอดกันได้สักพัก เธอก็เอาลูกเข้านอนแล้วกล่อมให้ลูกหลับ ก่อนจะกลับเข้าห้องแต่แล้วก็มีเสียงเรียกเข้าของสามีดังขึ้นจนทำให้โทรศัพท์สั่นอยู่บนเตียงมันขยับไปขยับมา เมื่อเห็นว่าเป็นสายไม่ได้รับถึงห้าสายแล้วจึงรีบรับทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไรอีก หัวใจที่เจ็บช้ำเมื่อกี้กลับสดใสขึ้นเมื่อรู้ว่าเป็นเขา ราวกับตัวเองเป็นสุนัขที่คิดถึงเจ้าของ ที่ยามเจ้าของกลับมาต้องกระโดดดีใจกระดิกหางส่ายสุดพลังให้รู้ว่าคิดถึงเจ้าของแค่ไหน

         สามีที่รัก: ทำอะไรอยู่ทำไมรับสายช้า

         ภรรยาแสนดี: กล่อมลูกนอนมา

         สามีที่รัก: เพ้ออะไรอีกรู้ไหมว่าลูกโทรมาว่าเรา

         ภรรยาแสนดี: เปล่าไม่ได้เป็นอะไรแค่ปวดหัวเลยน้ำตาไหล (เธอเลือกโกหกเขาไป ซ่อนความเจ็บช้ำไว้ในใจให้ลึกที่สุด ไม่กล้าบอกเพราะเขานั่นแหละเธอถึงร้องไห้)

         สามีที่รัก: ปวดหัวก็กินยานอน มานั่งร้องไห้ให้ลูกคิดมากทำไม (เสียงต่อว่าอย่างน่ารำคาญส่งมาทำเธอเจ็บปวดใจ เขาไม่เคยถามว่าเธอเหนื่อยไหม ทำอะไรอยู่ ไม่สบายตรงไหน ให้พาไปหาหมอหรือเปล่า ทุกครั้งก็มีแต่เรื่องต่อว่าเธอถึงโทรมา จนคิดอีกแล้วว่าเธอเป็นเมียเขาหรือเปล่านะ หรือเป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งที่เขาเอาไว้เฝ้าบ้านกับเลี้ยงลูก ยามอยากเล่นก็มาหยอกล้อให้ดีใจ ยามเบื่อหน่ายก็ผลักไสและด่าทอ)

         ภรรยาแสนดี: อื้อ (เธอตีบและตันไปหมดจนไม่อาจเปล่งคำอื่นออกมาได้จึงส่งเสียงผ่านลำคอ แล้วสะอื้นแบบไร้เสียงออกมาไม่ให้เขาได้ยิน)

         สามีที่รัก: แล้วเล่าเรื่องไร้สาระอะไรให้ลูกฟังอีก ลูกถึงได้แคปรูปส่งมา บ้าฉิบหาย! (เสียงต่อว่าอย่างหัวเสียพร้อมกับเสียงสบถหยาบคายจนคนฟังสะดุ้ง)

         ภรรยาแสนดี: เปล่าไม่ได้เล่า (เธอตอบเขาเสียงค่อย ไม่รู้ว่าลูกไปว่าอะไรเขา แต่คงทำให้เขาโกรธมากแน่ ๆ ที่มาลงกับเธอ ใช่ว่าเธอจะต้องเป็นคนเล่า เขาเปิดตัวราวกับจะคบกันเปิดเผย ทั้งที่ยังมีเธอเป็นเมียคาบ้านอยู่แบบนี้ แล้วยังเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน เขาไม่คิดว่าที่เขาทำไปทั้งหมดมันทุเรศบ้างหรือไง ลูกเรียนสองภาษาที่ราคาถูกกว่าภาคอินเตอร์ที่ลูกคนอื่นเรียนอยู่ แต่กลับยินดีจ่ายค่าเทอมหลักแสนให้ลูกคนอื่นโดยไม่รู้สึกอะไร และไม่เคยเล่าอะไรให้เธอฟังเลย)

         สามีที่รัก: ลูกยังเด็กจะรู้มาได้ยังไง เธอไม่ต้องโกหก

         ภรรยาแสนดี: .....! (เมื่อภรรยาเงียบคนเป็นสามีก็ตัดสินทันทีว่าเรื่องที่เขาเดาถูกต้อง เพราะเหมือนยอมรับกลาย ๆ และหาคำหยาบคายมาจิกกัดให้เธอรู้เสียบ้างว่าควรทำตัวยังไง)

         สามีที่รัก: น่ารำคาญว่ะ ผิง เมื่อก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้ เลิกได้ไหมวะ (เมื่อก่อนเขาก็ไม่ได้เป็นแบบนี้เหมือนกัน ได้แต่คิดแต่เธอไม่กล้าเถียงออกไป เพราะว่าเป็นเธอที่รักเขาข้างเดียวมาตลอด จึงไร้ปากเสียงมานานและตามใจเขาทุกเรื่อง และเขาก็ชินที่จะเป็นฝ่ายถูกเสมอและเธอเป็นฝ่ายผิดตลอด)

         สามีที่รัก: เลิกได้แล้วนะนิสัยเอาเรื่องคนอื่นไปพูดไร้สาระแบบนี้ หากลูกไปพูดที่โรงเรียนกิ่งจะเสียหาย (เขาแคร์ผู้หญิงคนนั้น แต่กับภรรยาอย่างเธอไม่เคยแคร์สักนิด)

         น้ำตาที่เธอกลั้นมันไว้ สุดท้ายก็พังทลายราวกับเขื่อนแตกและเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือปนอาการสะอื้นอย่างเจ็บปวดรวดร้าว

         ภรรยาแสนดี: ขะ...ขอโทษ!

         สามีที่รัก: อะไรวะ...พูดแค่นี้ก็ร้องไห้ หัดเจ้าน้ำตาตั้งแต่เมื่อไหร่ เกลียดว่ะนิสัยแบบนี้ อะไร ๆ ก็เอาแต่ขอโทษแล้วก็ร้องไห้ น่าเบื่อ!

         ภรรยาแสนดี: ฮึก...กลับมานอนบ้านหน่อยได้ไหม (ฝืนขอร้องให้เขากลับมา... แม้คำตอบรู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ยังมีความหวัง หวังว่าเขาจะรักเธอบ้าง)

         สามีที่รัก: ทำไมอีก?

         ภรรยาแสนดี: ปวดหัว (เสียงออดอ้อนเหมือนเมื่อตอนคบกันใหม่เปล่งออกมา ทั้ง ๆ ที่เขาเคยชอบว่าชอบเสียงเล็กเสียงน้อย แต่เสียงอ้อนวันนี้กลับทำให้เขารำคาญ)

         สามีที่รัก: ผมไม่ใช่หมอนะครับ กลับไปคุณจะได้หายปวดหัว กินยาก็นอนพักซะ (ผิงรับรู้ดีว่าเมื่อไหร่ขึ้นคุณขึ้นผมนั่นคือเขาโกรธมากแล้ว และเขาจะไม่ติดต่อเธออีกสองสามวันเป็นการลงโทษเธอ และเธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปตามหาเขาหากเขาไม่คิดกลับมาเอง)

         ภรรยาแสนดี: แต่ผิงคิดถึงกวินนะ (ไม่เคยต้องอ้อนวอนใครขนาดนี้ เขาเป็นคนแรกและเป็นคนเดียวที่เธออยากกอดยามอ่อนแอ ขอแค่กอดเรื่องต่าง ๆ เธอจะลืมมันไป แต่ว่าเขา...)

         สามีที่รัก: เราต้องทำงานพรุ่งนี้มีประชุมเช้า เลิกงานแล้วจะกลับบ้าน แล้วก็อย่างี่เง่าร้องไห้อะไรนี่อีก(ถอนหายใจก่อนจะบอกเหตุผลไป)

         ภรรยาแสนดี: อื้อ...เราเข้าใจแล้ว

         สิ้นเสียงของภริตาเขาก็วางสายโดยไม่บอกลาสักคำ ปล่อยให้เธอนอนลำพังอย่างเดียวดาย พร้อมกับน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสายทั้งคืน

         แก้วกัลยาตื่นก่อนแล้ววิ่งเข้าไปหาแม่ทันที แต่ภาพที่เห็นคือแม่ล้มหัวฟาดพื้นส่ายหัวไปมา...

         “กรี๊ด...แม่...พี่กล้า...แม่ล้ม...” เสียงของน้องสาวทำให้กล้ากวีลุกวิ่งเข้ามาในห้องทันที...

         “แม่ฮะ...ทำใจดี ๆ ไว้นะฮะ” เสียงสั่นเครือของลูกชายทำให้ภริตายิ้มให้แล้วบอกว่าไม่เป็นอะไร

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
24 Chapters
บทที่ 1 เมียที่ต้องอดทน
แนะนำเรื่อง ภริตา พวงพันธุ์ หรือ ผิงผิง ของกวินภพ อดีตเดือนคณะบริหารที่เป็นเพื่อนเรียนจากโรงเรียนเดียวกัน เธอแอบรักเขามานานแต่ไม่กล้าบอก แต่เมื่อเขาโดนปฏิเสธรัก เธอจึงอาสาดามหัวใจ ความรักของเราที่เริ่มจากเพื่อนเหมือนจะดี จนเริ่มใช้ชีวิตแต่งงาน มันกลับต่างจากชีวิตตอนเรียนมหาวิทยาลัยโดยสิ้นเชิง เธอต้องพยายามปรับทุกอย่างเข้าหากัน กับบางสิ่งที่เหมือนเขาเริ่มเปลี่ยนไปกวินภพ กีรติ หรือ กวิน เดือนคณะสุดหล่อในคณะบริหารที่ดาวแต่ละคณะกลับจ้องจะงาบ แต่ทว่าด้วยโควต้าบ้านใกล้หรือ เรียกให้ถูกว่าไม่ว่าหันไปเมื่อไหร่ก็เจอภริตายืนอยู่ข้างเขาเสมอ สุดท้ายจึงตกลงปลงใจรับรักผิงรักของเราไปได้สวย กวินภพคลั่งรักผิงมาก จนเกือบจะมีเรื่องชกต่อยกับเดชดนัยเพื่อนรัก ที่ชอบมาใกล้ชิดแฟนเขาอยู่ร่ำไป สุดท้ายเขาเปิดอกคุยแบบลูกผู้ชาย ให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักผิงและดูแลอย่างดี เดชดนัยจึงไม่ยุ่งกับชีวิตพวกเขา และจนสุดท้ายก็แต่งงานกันในงานแต่งงานที่เต็มไปด้วยความชื่นมื่น มีแขกผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มท้องอ่อน ๆ พร้อมกับยิ้มแสดงความยินดีกับเขา นั่นทำให้เจ้าบ่าวถึงกับเสียอาการ“กิ่ง!” เสียงแผ่วพร่าเปล่งออก ทำให้คนเป็นเจ้าสาวรู้สึ
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
บทที่ 2 เมียที่เข้มแข็ง
เสียงสั่นของโทรศัพท์สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดสั่นตอนแปดโมง ซึ่งควรจะเป็นเวลาที่เขาจะนอนหลับพักผ่อน เพราะคอนโดอยู่ใกล้ที่ทำงานเพียงห้านาทีและเขามักจะตื่นเก้าโมงอาบน้ำแต่งตัวออกไปบริษัทในเวลาสิบโมงของทุกวัน แต่วันนี้อยู่ ๆ ก็มีเสียงเตือนปลุก เขายกมือถือดูว่าใคร พบว่าเป็นเพื่อนแล้วก็วางทิ้งที่เดิม แต่ต่อให้กดไม่รับสายมันก็ยังดังเรื่อย ๆ จนเขาไม่อาจจะปล่อยให้มันดังกวนใจต่อไป สุดท้ายเขาตัดสินใจรับในสายที่สิบแล้ว กวิน: ฮัลโหล (เสียงอ้อแอ้แหบแห้งของคนเพิ่งตื่นนอนเปล่งออกมา กับท่าทีโมโหเพื่อนที่โทรมาปลุกแต่เช้า) ดนัย: มึงอยู่ไหนผิงล้มหัวฟาดพื้น ลูกมึงร้องไห้อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน (เสียงที่โกรธและสั่นไปทั้งอก เมื่อรู้ว่าไอ้เพื่อนตัวดีมันดูแลลูกกับเมียมันไม่ดี ทั้งยังนอนไม่ตื่นอีกต่างหาก) กวิน: อะไรนะ!!! (เขาตื่นเต็มตาแล้วรีบอาบน้ำแต่งตัวไปโรงพยาบาล) ภริตาลืมตาอีกครั้ง พบว่าตัวเองอยู่ในห้องสีขาว ภายในห้องดูเปลี่ยนไปไม่ใช่บ้าน ทำให้เธอหลับตาลงอีกครั้งคิดว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เมื่อหันหน้าไปอีกฝั่งเห็นสายน้ำเกลือกับลูกชายที่นอนกอดกับลูกสาวบนโซฟา บนโต๊ะได้ยินเส
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
บทที่ 3 เมียที่รับหน้าที่พ่อของลูก
กวินภพกล่อมลูกจนหลับ วันนี้เขาวุ่นวายเรื่องทำงานและเรื่องของลูกกว่าจะเสร็จทุกอย่างเล่นเอาเหนื่อยไม่น้อย ดีที่ลูกทั้งสองคนอาบน้ำช่วยตัวเองแต่งตัวได้แล้ว ไม่ต้องให้เขาช่วย แต่กว่าจะหาของที่อยากได้ครบเล่นเอาเหงื่อชื้นไปทั้งหลัง เพราะมีผิงอยู่ เขาแค่เอ่ยปากทุกอย่างก็อยู่ตรงหน้า ตอนนี้แม้แต่เสื้อผ้าที่ต้องการใส่ถึงกับต้องรื้อหาจนเละเทะกว่าจะหาเจอ แล้วกลับมาถึงโรงพยาบาล เจอเพื่อนตัวดีแอบมานั่งจับมือเมียอีก เขาหงุดหงิดแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้จนกว่าลูกจะหลับ แต่สิ่งที่รบกวนจิตใจเขาอยู่คือเรื่องค่าเทอมของเชอร์รีล ไม่รู้ว่าผิงรู้ได้ยังไง แล้วกระทั่งเดชดนัยก็รู้ ที่สำคัญประกาศอะไร เขาไม่เคยประกาศเลย จึงต้องเข้าไปหาเมียตัวเองเพื่อพูดคุยให้เข้าใจ ภริตานอนเหม่ออยู่บนเตียงผู้ป่วย วันนี้น้ำเกลือขวดที่สามแล้ว เพราะเธออ่อนเพลียมาก จึงต้องให้น้ำเกลือมากหน่อย จะได้ฟื้นตัวเร็วขึ้น เมื่อได้ยินเสียงสามีเดินมา เธอดึงผ้าขึ้นเตรียมจะนอนทันทีเพราะไม่อยากทะเลาะกับเขาอีก “ง่วงแล้วเหรอ” กวินภพที่อยากคุยให้เข้าใจ แต่เมื่อเห็นเธอกำลังจะพักผ่อนก็ไม่กล้าขัด “ใช่เราจะนอนแล้ว กวินก
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
บทที่ 4 เมียที่ยินดีกับผัว
“เอาล่ะ วิ่งวิบากครั้งนี้นักกีฬาพร้อมไหม” ครูใบหม่อนประกาศในไมค์ เพื่อให้เหล่านักกีฬาเตรียมตัว โดยมีผู้ปกครองหนึ่งคน คู่กับนักเรียนหนึ่งคน กล้ากวีกับภริตายืนอยู่ประจำจุดเริ่มต้นริมสุดขวามือ ส่วนกวินภพกับเชอร์รีลอยู่ริมสุดอีกฝั่งเช่นกัน การแข่งจะเป็นการวิ่งวิบาก โดยคนเป็นผู้ปกครองจะเริ่มก่อนที่วิ่งไปกินขนมกับไข่ต้ม เมื่อกินเสร็จแล้ว กล้ากวีจะเป็นคนเป่าหาเหรียญ แล้วก็วิ่งไปเหยียบลูกโป่งให้แตก ส่วนคนเป็นแม่จะจูงมือลูกเข้าเส้นชัยไปคว้าธงมาปัก เมื่อตกลงกติกาแล้ว นักกีฬาทุกคนที่ลงแข่งประจำที่ แต่สายตากล้ากวีกลับมองไปยังอีกฝั่งที่เป็นพ่อของตัวเอง กำลังยิ้มให้กับเชอร์รีล หัวใจคนเป็นลูกอย่างเขาเจ็บปวดนัก สีหน้าและสายตาของลูกชายทำให้ภริตาเจ็บปวดใจไม่แพ้กัน ทำไมกวินภพถึงทำแบบนี้กับพวกเรา เขาไม่เคยแคร์ความรู้สึกพวกเราแม่ลูก เธอหันไปมองบนสแตนด์เชียร์เห็นลูกสาวมองไปทางผู้เป็นพ่อเช่นเดียวกัน ‘ต่อให้ไม่แข่งก็แพ้สินะ’ ความรู้สึกแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ปี๊ด!!! เสียงนกหวีดให้สัญญาณออกตัว ทำให้ภริตามาใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับการ
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
บทที่ 5 เมียที่เป็นอิสระ
สามคนแม่ลูกช่วยกันจัดบ้านหลังใหม่ ที่อยู่ชานเมืองออกมา ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพที่รถติดจนแออัด ภริตาเลือกบ้านขนาดสามห้องนอน เพื่อให้ลูกชายลูกสาวคนละห้อง เพราะอีกหน่อยเขาก็ต้องโต และต้องมีห้องส่วนตัวด้วยกัน การตกแต่งที่เสร็จสิ้นก่อนเธอย้ายเข้า ทำให้เธอเพียงแค่เก็บของต่าง ๆ เข้าชั้นเข้าตู้ก็อยู่ได้ ที่นี่หลังเล็กกว่าหลังเดิม เป็นบ้านชั้นเดียวที่ดูแลง่าย ไม่ต้องปัดกวาดเช็ดถูกถึงสองชั้น เธอเป็นแม่บ้านคนเดียวก็ทำได้สบาย กับคิดจะเรียนเทรดหุ้นเพื่อเป็นรายได้เลี้ยงเธอและลูกอีกสองคน “แม่ฮะ พี่กล้ากับน้องแก้วจัดของเสร็จแล้วฮะ” สองพี่น้องช่วยกันจัดเรียงเสื้อผ้าของตัวเองให้เป็นระเบียบตามแม่สอนไว้อย่างดี พี่กล้าทำเสร็จเร็วกว่าก็ไปช่วยน้อง เมื่อทำเสร็จก็วิ่งมาบอกแม่ “เก่งมากลูกรักของแม่ ชอบเตียงนอนไหมลูก แม่สั่งให้พิเศษให้เลยนะ” พี่กล้าชอบสไปเดอร์แมน ส่วนน้องแก้วชอบเอลซ่า เธอสั่งให้ออกแบบเตียงและผ้าปูเป็นพิเศษให้ลูกรักทั้งสอง “ชอบมากค่ะแม่ขา” น้องแก้วพูดก่อน “พี่กล้าก็ชอบฮะ ต่อไปเราจะช่วยแม่กวาดบ้านถูบ้านด้วยนะฮะ” พี่กล้าไม่อยากให้แม่เหนื่อย อะไรที่ทำได้เขาจะ
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
บทที่ 6 ชีวิตที่ขาดลูกและเมีย
หลังจากเอาลูกนอน ภริตากลับมาย้อนดูรูปเก่า ๆ ที่มีอยู่ในอัลบั้มแต่งงานเป็นโฟโตบุ๊ก ของขวัญจากเพื่อนรักอย่างเดชดนัย เปิดไปตั้งแต่ภาพสมัยมัธยมที่รูปโทนคลาสสิกออกน้ำตาลจะได้รู้ว่าเป็นรูปเก่าในอดีต มันดูคลาสสิก แต่เป็นภาพที่ฉันโอบไหล่กวินภพเอาไว้ เมื่อรักครั้งแรกของเขาถูกสาวเท กวินร้องไห้เหมือนคนเป็นบ้ากับเพื่อน ยังจำได้เพราะสาวคนนั้นเห็นว่ากวินหล่อ แต่พอคบแล้วงี่เง่าจึงไม่อยากคบต่อแล้วเลยเลิกคุย ‘แต่ทำไมนะฉันกลับชอบความงี่เง่าของเขา’ ‘แค่คนคุยกวินยังเจ็บปวดใจ’ หันกลับมาคิดถึงตัวเอง บางทีก็เหมาะกับการได้เป็นแค่เพื่อนสนิทของกวิน เธอคงไม่ได้เป็นคนรักอย่างที่ใจหวังหรอก เพราะขนาดคิดว่าตัวเองรักเขามาก ๆ แล้ว ยังไม่อาจรั้งใจของเขาไว้อยู่กับเธอได้ ผู้หญิงที่เป็นรักมั่นคงครั้งเรียนมหาวิทยาลัย ทำให้กวินไม่เป็นตัวเอง เขาเอาใจคนนี้มากที่สุด จนเพื่อนอย่างเธอเป็นหมา ที่คอยแอบมองเขารักกัน และเวลาเขาทะเลาะกันก็ปลอบใจ แต่ดีกันเมื่อไหร่เธอก็เป็นหมาอยู่ดี เป็นแบบนี้ก็จริงแต่เธอไม่เคยจำ เหตุการณ์รัก ๆ เลิก ๆ ของกวินกับกิ่งดำเนินไปเรื่อยจนเมื่อวันหนึ่งกิ่งบอกว่าจะ
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
บทที่ 7 ชีวิตที่ทำได้เพียงมอง
สุดท้ายกรต์สินีก็นั่งอยู่ด้านข้าง โดยที่กวินภพเป็นคนขับมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ เพื่อไปปรับความเข้าใจกับเมียและลูก โดยที่กิ่งอาสาพาไปเพราะเคยไปพักกับสามีครั้งหนึ่งเมื่อครั้งยังไม่ได้จบความสัมพันธ์ กว่าสี่ชั่วโมงที่เขาขับรถมาโดยมีแวะพักเติมน้ำมันและก็เข้าห้องน้ำ ไม่ได้เถลไถลที่ไหน ด้วยคิดถึงเมียกับลูกตั้งแต่รู้ว่าโดนทิ้งไป ทั้งอยากไปกันท่าไอ้ดนัยด้วย ก่อนที่มันจะขโมยลูกกับเมียเขาไป “เพราะกิ่งแท้ ๆ เลยถึงทำให้ผิงกับกวินเข้าใจผิด” กรต์สินีพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด หลายครั้งเธอก็รบกวนกวินมากเกินไปจริง ๆ ไม่แปลกที่ผิงจะโกรธและขอเลิกกับกวิน เธอไม่อยากทำให้ชีวิตของทั้งคู่เกิดปัญหาเพราะเธอเป็นต้นเหตุ “ไม่ต้องพูดแล้วกิ่ง หากจะผิดผมมากกว่าที่ผิด ที่ไม่ใส่ใจดูแลลูกเอง” โทษใครไม่ได้ต้องโทษเขาฝ่ายเดียวเท่านั้น แต่ผิงก็ไม่น่าวู่วามเลย มีอะไรคุยกันดี ๆ ก็ได้ไม่เห็นจะต้องหนีไปอย่างนี้ ยามสิ้นแสงอาทิตย์ที่ร้อนแรงช่วงบ่าย ก็เป็นเวลามื้ออาหาร ภริตาไปตลาดกับดนัยเพื่อซื้อพวกเนื้อสัตว์และผักมาทำอาหาร เมนูวันนี้เป็นอาหารทะเลเผากับบาร์บีคิวหมูนุ่มของโปรดของพี่กล้ากับน้องแก้ว
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
บทที่ 8 ชีวิตที่ต้องตามง้อ
เธอเดินสะดุดเข้ากับอะไรแข็ง ๆ และก็ล้มลงไปคร่อมทับเขา กลิ่นเบียร์หึ่งทำให้เธอรู้สึกฉุนกับกลิ่นตัวเขาที่คิดว่าไม่ได้อาบน้ำแน่ ๆ แล้วมานอนบริจาคเลือดให้ยุงอยู่ตรงนี้ทำไมกัน กวินภพที่เผลอหลับอยู่หน้าห้องเมียกับลูกเมื่อรู้สึกถึงแรงกดทับเขาจึงลืมตาขึ้น เมื่อเธอล้มลงมาคร่อมตัว เขาก็คว้าหมับเข้ามากอดทันทีโดยไม่ให้พลาดโอกาส “ปล่อยนะกวิน...เราบอกแล้วว่าเราจะหย่า อย่ามาทำแบบนี้” ภริตาพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนของเขา แต่ไม่สำเร็จ เพราะเขากอดไว้แน่นเหลือเกิน แต่จะร้องให้คนช่วยก็กลัวจะรบกวนคนที่มาพักผ่อน อีกอย่างพื้นที่ห้องพักแบบนี้จัดเป็นโซนให้ดูเป็นแบบไพรเวทและไม่รบกวนกัน เธอจึงเกรงใจผู้เข้าพักคนอื่น “เราไม่หย่า ผิงหย่าก็หย่าไปคนเดียว” “ก็กวินอยากกลับไปหารักเก่าผิงก็หลีกทางให้แล้วไง จะเอาอะไรอีก” เธอไม่คิดว่าเขาจะดื้อขนาดนี้ เขาชอบผลักไสเธอไม่ใช่เหรอ เขาชอบใช้ชีวิตส่วนตัว เขาชอบไปกินข้าวกับครอบครัวกิ่ง ที่เขาไม่ชอบคือเธอกับลูก แล้วยังจะดื้อดึงเอาอะไรอีก ตอนพวกเราจับมือเขา เขาดันสะบัดมือ ตอนนี้กลับเอื้อมมือมาฉุดพวกเราไว้ มันใช่เหรอ “เราไม่ได้คิดกับกิ่งแ
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
บทที่ 9 ชีวิตที่มีเส้นตาย
วันขึ้นปีใหม่ทุกคนต้องอยู่กับครอบครัว ในเมื่อบ้านของเรามีกันสามคน ภริตาจึงอยากให้เวลากับลูก ๆ เธอใช้เวลาหลังจากเรียนรู้เรื่องการเป็นเทรดเดอร์ มาทำคัพเค้ก และโดยให้ลูก ๆ บีบครีมช่วยกันตกแต่งเป็นสโนว์แมน ต้นคริสต์มาส กวางเรนเดียร์ โดยใช้คัพเค้กกลิ่นวนิลา กับครีมชีสรสชาติอมหวานอมเปรี้ยวกินแล้วให้ความสดชื่นมาตกแต่ง “พี่กล้าของน้องแก้วฉวยไหม” แก้วกัลยาชูถ้วยขนมของตัวเองขึ้นอวดพี่ชาย “ฉวยแย้ววว” พี่ชายสายซัปพอร์ต เห็นจะมีเพียงกล้ากวีเท่านั้นที่อะไรก็ชมน้องไปหมด ทำเอาเธออมยิ้มให้กับความสุขตรงหน้า แต่ยิ้มไม่ได้นานคนที่ไม่ต้องการให้มาก็เสนอหน้าเดินเข้ามาในบ้านเธอแบบไม่ได้รับเชิญอย่างหน้าด้าน ๆ “มาทำไม” เธอถามเขาแม้ว่าจะขับไล่ไสส่งยังไงเขาก็ไม่ยอมไป เป็นพวกไล่ไม่ไปราดไม่ลง ลอยไปลอยมาอยู่ในบ้านเธอเหมือนอะไรสักอย่าง “วันปีใหม่แบบนี้ก็ต้องฉลองกันในครอบครัวสิ” เขาไม่สนใจแม้ว่าเมียจะพูดยังไง เขาเดินเข้าไปในครัววางอาหารที่ซื้อมา เป็นกระเพาะปลาเจ้าดังที่เธอเคยชอบกิน และราดหน้าเจ้าเก่าสูตรสี่สิบปีร้านเดิม แถวศาลเจ้าพ่อเสือ ที่เขาไปยืนต่อคิวซื้อมาฝากเธอกับลู
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
บทที่ 10 ชีวิตที่เริ่มจีบเมีย
กวินภพรีบขับรถออกไปผับที่กรต์สินีบอกว่ากำลังเมากลับไม่ได้ และให้ไปรับกลับ เมื่อมาถึงเขาเห็นสภาพที่เมาแทบไม่รู้สึกตัวของกรต์สินีแล้วก็ต้องส่ายหน้า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กรต์สินีเป็นอย่างนี้ ทุกครั้งที่เขาไม่โทรหาหรือกำลังยุ่งจนไม่ได้ติดต่อ เธอมักจะทำแบบนี้เสมอ และชอบพูดว่ากระทั่งเขาก็ไม่สนใจเธอ เธอไม่มีใครแล้วนะ มือของเขาตบไปที่แก้มของกรต์สินีเบา ๆ เพื่อเรียกสติให้กลับมา จะมานอนในร้านเหล้าที่แต่งตัวไม่มิดชิดแบบนี้เดี๋ยวก็โดนหิ้วไปพอดี “กิ่งมานอนนี่ได้ยังไง แล้วลูกอยู่กับใคร” เขาเรียกเธอเบา ๆ เพื่อให้เธอลุกขึ้น แต่ทว่าเธอกลับโผมากอดเขาไว้แทน “กวิน...กวินกลับมาหากิ่งแล้ว กิ่งเหลือกวินคนเดียวแล้ว ฮึก...อย่าทิ้งกิ่งนะ” กรต์สินีใช้ความเมาเพื่อใกล้ชิดกวินเช่นเดิม แต่ทว่าครั้งนี้กวินดูเหมือนไม่อยากให้เธอถึงเนื้อถึงตัว “ปล่อยกิ่ง เมาแล้วกลับบ้าน” กวินพยายามจับตัวกรต์สินีให้ยืนขึ้นและผละใบหน้าที่มุดไปที่เป้าของเขา เอาใบหน้าคอยอิงแอบแนบถูจนส่วนของลับของเขาเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง ไม่ใช่เพราะว่าเขายังรักหรือพิศวาสกิ่ง แต่ทว่าเขาไม่อยากให้กิ่งมาแนบชิดจนทำใ
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status