Chom Thap Part...
หลังจากที่ผมกับไคร่าขึ้นมาบนห้องส่วนตัวของผมเรียบร้อยแล้ว ผมก็หยุดเดินกลางห้องโถงของห้องก่อนที่จะหมุนตัวหันไปหาไคร่าที่เดินตามหลังมาด้วยสีหน้าที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอไม่ได้เต็มใจที่จะมาอยู่กับผม
แต่แล้วจะให้ผมทำยังไงได้ล่ะในเมื่อคนที่ทำให้ผมต้องทำแบบนี้ก็เป็นเธอเองนั่นแหละ...
ย้อนกลับไปหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้...
หลังจากที่ผมกับไคร่าพลาดมีอะไรกันในคืนที่ไอ้เคย์เดนพี่ชายของเธอฝากเธอไว้กับผมที่ผับคืนนั้น หลังจากวันนั้นไคร่าก็ทำเหมือนไม่ชอบขี้หน้าของผมเอามากๆ เจอกันทีไรก็ต้องมีเรื่องกัดกันตลอด แล้วถามว่าผมชอบขี้หน้ายัยตัวแสบนี่นักเหรอ แน่นอนว่าผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน และไม่ชอบมากๆ ด้วยเพราะไคร่าเป็นผู้หญิงที่โคตรดื้อและเอาแต่ใจมากๆ สร้างวีรกรรมไว้มากมายจนพี่ชายที่รักเธอมากๆ ทะนุถนอมเธอมาโดยตลอดอย่างไอ้เคย์เดนเอือมระอา จนตอนนี้ตัดสินใจปล่อยให้เธอเผชิญโลกกว้างด้วยตัวเองเป็นที่เรียบร้อย สร้างปัญหาอะไรไว้ก็ให้แก้เองจะได้เข็ดหลาบ
แต่ถามว่ายัยเด็กดื้อที่ยืนทำหน้านิ่งหยิ่งยโสอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้เธอเข็ดไหม ก็ต้องบอกว่าไม่เข็ด แถมไอ้คู่กรณีที่เป็นถึงขั้นลูกชายนักการเมืองชื่อดังก็ยังตามตอแยไม่เลิกด้วย
ผมไม่ได้เป็นห่วงไคร่า แต่คืนนั้นที่ผมบังเอิญเจอว่าไคร่ากำลังถูกพวกนั้นรุมล้อมหน้าล้อมหลังทำหน้าโสโครกใส่ไคร่าที่ไม่มีทางสู้ผมก็อดที่จะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้
ใช่ครับ ผมจะเข้าไปช่วยแต่พอไคร่าเธอเห็นผม ก็ไล่ผมไม่ให้เข้าไปยุ่งแถมยังถามผมว่ามีสิทธิ์อะไรไปยุ่งเรื่องของเธออีกด้วย
หึ ทำเอาผมเดือดมาก โมโหมากด้วย ตัวเองกำลังจะถูกรุมโดยพวกเหี้ยๆ นั่นอยู่แล้วยังอวดดีปากเก่งถามหาสิทธิ์กับผมอีก ผมเลยต้องจัดสิทธิ์ความเป็นผัวให้เธอเลยไง คราวนี้จะได้พูดเต็มปากเต็มคำว่า 'เป็นผัว' ทำไมจะยุ่งไม่ได้อย่างที่เห็น
"มองจนร่างกายของฉันพรุนไปหมดแล้วมั้ง มีอะไรก็รีบพูดมาสิ" หึ เอาน่า แค่ดัดนิสัยไม่ดีของเธอหนึ่งปีเอง ถือว่าช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพราะนอกจากผมแล้วที่ไคร่าไม่ค่อยกล้าหืออือเท่าไหร่ นอกนั้นก็ไม่มีแล้ว แม้กระทั่งปู่โยธากับป๊าไคโรของเธอยังฝากเรื่องนี้ไว้กับผมตอนที่ผมเข้าไปสารภาพวันนั้น
ปราบสักนิดสักหน่อยเดี๋ยวก็เข้าที่เข้าทางเอง ทนๆ เอาหน่อยละกันวะไอ้ทัพ
"เอาของไปเก็บในห้องนอนของฉัน ห้องอยู่ซ้ายมือด้านในสุด" ผมถอนหายใจเบาๆ ออกมาก็ล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกงพร้อมกับสั่งให้ไคร่าลากกระเป๋าของตัวเองไปเก็บไว้ที่ห้องนอนของผมแต่ดูคนที่ถูกผมสั่งสิกลับยืนนิ่งทำหน้าเอ๋อซะงั้น
อะไรอีกวะ
"...เก็บในห้องเฮีย? ไม่ใช่นอนแยกกันเหรอ" ปัดโธ่เอ้ย! จดทะเบียนสมรสกันขนาดนั้นแล้ว ได้กันไปแล้วด้วยยังต้องนอนแยกห้องให้เปลืองค่าไฟอีกเหรอวะถามจริง เรื่องมากฉิบเป๋ง
"มีอะไรให้ต้องแยกอีก ได้ก็ได้กันแล้ว ทุกส่วนบนร่างกายของเธอฉันก็เห็นมาหมดแล้ว แล้วจะนอนแยกกันไปเพื่อ อีกอย่างเป็นผัวเมียกันจะได้กันอีกเป็นร้อยครั้งพันครั้งก็เป็นเรื่องปกติ"
เอาดิผมแม่งพูดมันไปตรงๆ เลยละกันเบื่อกับปัญหานี้เต็มทน ไคร่าแม่งเรื่องมากฉิบหาย เดี๋ยวก็แยกกันอยู่เดี๋ยวก็แยกห้องนอนกัน ยัยนี้เข้าใจความหมายของการแต่งงานไหมว่ะว่ามันต้องอยู่ด้วยกันและถ้าจะมีอะไรกันอีกมันก็เป็นเรื่องปกติของคู่ผัวเมีย ถึงแม้ว่าจะแต่งงานกันเพราะเหตุผลอื่นที่ไม่ใช่ความรัก ถ้าแต่งงานกันแล้วจดทะเบียนสมรสกันแล้วก็ต้องอยู่ด้วยกัน ไม่อย่างนั้นผมจะปราบเธอยังไงถ้าอยู่กันคนละที่แบบที่เธอต้องการ
"นี่! เฮียหยุดหวังไปเลยนะว่าฉันจะยอมให้เฮียได้ในสิ่งที่ต้องการอีกอะ" ดวงตากลมโตถลึงตาใส่ผมพร้อมพูดด้วยสีหน้าเอาจริงเอาจังอย่างไม่ค่อยไว้วางใจผมเท่าไหร่ เหอะ ตัวเล็กแค่นี้จะต้านผมได้เหรอถ้าผมต้องการจริงๆ อะ จูบนิดจูบหน่อยก็อ่อนปวกเปียกแล้วมั้ง
"ทำไม ที่เธอไม่ให้เพราะกลัวว่าจะติดใจหรือกลัวว่าจะหวั่นไหวกับฉันกันล่ะ" ผมเลิกคิ้วขึ้นถามไคร่าด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่พร้อมกับเล่นหูเล่นตายียวนเธอไปด้วย หลังจากที่นึกได้ว่าคืนนั้นเธอทำท่าเหมือนจะติดใจผม
คนร้อนแรงแบบผมยัยนี้ต้านไม่ไหวหรอก เผลอๆ อาจจะติดใจอยู่แต่ทำทรงหยิ่งไม่ให้ผมเอาอีก
"ผู้ชายอย่างเฮียมีอะไรให้ฉันต้องติดใจงั้นเหรอ เซ็กส์คืนนั้นมันก็งั้นๆ ไม่ได้เร่าร้อนอะไรมากมาย" เหอะปากกับสีหน้าตอนพูดเนี่ยคนละทางกันเลยนะเด็กน้อย ปากบอกว่าผมไม่เร่าร้อนแต่แก้มตัวเองกำลังแดงแถมยังดูเลิ่กลั่กไม่เป็นตัวของตัวเองอีกด้วย ปกติไคร่าจะเป็นคนที่มั่นใจ หน้าเชิ่ดแต่ตอนนี้ดูอ่อนปวกเปียกชะมัด
งั้นแกล้งอีกหน่อยละกัน
"แต่เธอครางเรียกชื่อฉันไม่หยุดเลยนะ"
"นี่! ไม่กระดากปากบ้างหรือไง" หึ เห็นไหมว่ายัยนี้ไม่ได้เจ๋งจริงหรอก แต่ชอบอวดเก่ง
"ก็ไม่นะ เฉยๆ" ผมตอบสีหน้าเรียบเฉยอย่างไม่ค่อยยี่หระเท่าไหร่กลับไปก็ทำให้ไคร่าถึงกับปรี๊ดแตกบ่นออกมาเลยทีเดียว
"ให้ตายเถอะ" แล้วก็ตามด้วยตวัดสายตามองผมตาขวางอย่างเอาเรื่องทิ้งท้าย
แต่แล้วไงว่ะ คิดว่าผมต้องยอมแพ้งั้นเหรอ ผมเลยจัดท่าทางกวนๆ ด้วยการยักคิ้วขึ้นพร้อมกับท่าไว้ไหล่เล็กน้อยอย่างไม่ยี่หระตามด้วยฉีกยิ้มกวนๆ ไปอีกหนึ่งเสตป เมียหมาดๆ ของผมเลยสะบัดบ็อบเดินลากกระเป๋าส่ายตูดไปมาด้วยท่าทางขึงขังเข้าห้องนอนของผมไปอย่างยอมแพ้
หึ ผมเลยยกยิ้มด้วยความพึงพอใจกับท่าทางขึงขังนั่นก่อนที่จะตะโกนไล่หลังเธอไปว่า...
"เก็บของเสร็จแล้วก็ออกมาด้วยนะที่รัก อย่าขังตัวเองเลยมันจะดูออกว่าเธอมันอ่อน"
คนที่ได้ยินผมพูดแบบนั้นจึงหันขวับมองแรงพร้อมยกนิ้วกลางให้ผมประทับใจเล่นก่อนที่จะหันกลับไปเดินต่อจนหายวับไปจากสายตาของผมในที่สุด
หึ กล้ามากที่ยกนิ้วกลางใส่ผัวตัวเอง ยัยเด็กแสบเอ้ย
.
.
.
หลายชั่วโมงต่อมา...
ปึก! แอ๊ด~
หลังจากที่เวลาผ่านล่วงเลยไปนานหลายชั่วโมงจนตอนนี้ท้องฟ้านอกกระจกใสบนชั้นสูงเฉียดฟ้าที่ผมอาศัยอยู่จากที่ยังสว่างขรึมๆ ก็ค่อยๆ เปลี่ยนสีเข้าสู่ช่วงเวลากลางคืนเรื่อยๆ
ผมที่เห็นว่าใกล้มืดค่ำแล้วก็เลยหยุดทำรายงานในโน้ตบุ๊คที่ต้องส่งพรุ่งนี้ไว้แค่นั้นเพื่อเดินไปดูไคร่าว่ากำลังทำอะไรอยู่ เพราะตั้งแต่ที่เธอลากกระเป๋าเข้าไปในห้องนอนก็ไม่ออกมาอีกเลย อีกอย่างตอนนี้มันใกล้เวลาที่ผมต้องเตรียมตัวไปทำงานที่ผับแล้วด้วย
แต่พอเปิดประตูเข้ามาในห้องก็พบว่าคนที่ชูนิ้วกลางใส่ผมก่อนหน้านี้เธอกำลังนอนคว่ำตีขาเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงอย่างสบายใจ ผมเลยเอนหลังเอียงคอหันไปดูในห้องแต่งตัวก็พบว่าทุกอย่างเก็บเข้าที่เข้าทางหมดแล้วก็เลยเอ่ยถามคนที่นอนตีขาบนเตียงโดยที่ยังไม่รู้ตัวว่าผมกำลังยืนอยู่ตรงปลายเตียงและกำลังมองก้นกลมสวยของเธอที่สะกดสายตาผมไม่ให้มองไปทางอื่นอยู่ตอนนี้
"จัดของเสร็จแล้วเหรอ" บ้าจริง ผมจะมองก้นยัยนี้ทำไมวะ
ขวับ!
"เฮีย! เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่" ทันทีที่ไคร่าได้ยินเสียงผมเธอก็หันขวับคอแทบเคล็ดมาหาผมด้วยสีหน้าแอบตกใจเล็กน้อยที่เห็นผมยืนอยู่ตรงปลายเตียง ซึ่งมันก็น่าตกใจอยู่หรอกเพราะตอนเข้ามาผมดันลืมตัวไม่ได้เคาะประตูก่อนเข้ามา
"เมื่อกี้ แล้วนี่เก็บของเสร็จแล้วใช่ไหม" ผมถามต่อ
"เสร็จแล้ว"
"แล้วทำไมไม่ออกไปข้างนอก จะนอนอุดอู่อยู่ในห้องทำไม" ถ้าออกไปข้างนอกนั่งข้างๆ ผม ผมจะได้สั่งอะไรให้ทานไปพลางๆ
"ไม่อยากเจอเฮียไง ก็เลยนอนอยู่ในห้องดีกว่า" ไคร่าที่ลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิบนเตียงตอบผมหน้านิ่งแถมยังจ้องตาผมเหมือนจะบอกให้ผมเข้าใจว่าที่ไม่ออกไปก็เพราะเกลียดไม่อยากเจอ ไม่อยากเสวนาด้วย ผมเห็นสายตานั่นก็เลยยืนเท้าสะเอวถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะใช้ลิ้นดุ้นกระพุ้งแก้มตัวเองข่มอารมณ์ในอกตัวเองเอาไว้
พยศแค่นี้เองมึงอย่าเพิ่งอารมณ์เสียไปไอ้ทัพ ตอนปีสองปีสามเจอพวกรุ่นน้องต่อต้านทำหน้าทำตากวนตีนกว่ายัยนี้อีกมึงยังทนได้เลย
"ไปแต่งตัวไป เดี๋ยวพาไปทำงานด้วย" ผมบอกไคร่า
"ไปทำงานด้วย? หมายถึงไปที่ผับของเฮียนะเหรอ"
"อืม"
"ไปแล้วดื่มได้ไหม" เหอะ ชีวิตนี้คิดแต่จะกรอกเหล้าเข้าปากอย่างเดียวเลยหรือไงวะ กระหายขนาดนั้นเลยหรือไงของมึนเมาอะ
"อยากโดนฉันเอาแบบคืนนั้นอีกก็ดื่มดิ" ผมเลยต้องใช้ไม้แข็งตอบกลับไปด้วยสีหน้านิ่งๆ แทน ไคร่าที่ได้ยินแบบนั้นก็เลยมองตาขวางใส่ผมทันที
"เช๊อะ งั้นก็ไปอะ" ผมแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอตามด้วยใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างข่มอารมณ์อีกครั้งหลังจากที่ได้ยินคำตอบของไคร่า ดื้อจริงๆ
"ต้องไป" แต่คิดว่าผมโง่จะปล่อยให้เธออยู่ที่ห้องคนเดียวแล้วแอบออกไปเที่ยวหรือไง ผมรู้ว่าไคร่าไม่จมปลักนอนอยู่บนเตียงเฉยๆ ตอนที่ผมไม่อยู่แน่นอน
"ฉันไม่ไป"
หมับ!
@C Club
"ทำไมต้องบังคับให้มาด้วยเนี่ย ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอว่าไม่อยากมา" ใช่ครับ ถึงแม้ว่าไคร่าจะปฏิเสธผมว่าไม่อยากมา แต่ผมไม่สนไงผมลากแม่งขึ้นรถแล้วพามาที่ผับจนได้อะ
ใช้คำว่าลากนั่นแหละ ลากไปอาบน้ำ อุ้มพาดบ่าลงไปชั้นจอดรถแล้วก็ลากลงจากรถเดินเข้ามาในผับอย่างที่เห็นอีกครั้ง ฉุดกระชากลากกันจนไอ้ตั้มลูกน้องคนสนิทของผมเห็นเมื่อกี้มันยังตาโตตกใจเลยคิดดูดิ ไม่รู้ว่ามันตกใจที่ไคร่าโดนลากหรือตกใจที่เห็นผมลากผู้หญิงมาที่ผับครั้งแรกกันแน่
แต่ใดๆ ยัยนี้แม่งโคตรดื้อฉิบหาย ผมเลยต้องรับบทเป็นผัวซาดิสม์เลยทีนี้ ลากเมียเข้าผับอย่างทารุณใครเห็นเกิดถ่ายคลิปลงโซเชียลขึ้นมาผมซวยแน่
"แล้วจะนอนให้ปวดท้องอยู่ที่ห้องหรือไง ตั้งแต่เที่ยงเธอยังไม่ได้กินอะไรเลยนี่" ก็ที่พยายามลากมาด้วยอีกหนึ่งข้อก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ ไคร่ายังไม่ได้ทานข้าว ผมรู้มาจากไอ้เคย์ว่าน้องมันไม่ค่อยชอบทานข้าวก็เลยปวดท้องบ่อย
ผมแม่งอยากดีดหน้าผากสักทีฉิบหาย ผู้หญิงอะไรไม่รักสุขภาพตัวเองเลยสักนิด
"ไม่หิว"
"งั้นก็อย่ามาบ่นว่าปวดท้องให้ได้ยิน" ทันทีที่ผมสวนกลับไปแบบนั้นไคร่าก็มองผมตาขวางพร้อมกับหายใจฮึดฮัดไม่พอใจใส่ผมทันที เอาดิอยากดื้อไม่กินข้าวดีนักงั้นก็อย่ามาบ่นให้ได้ยินว่าปวดท้องละกัน
ไม่งั้นน่าดูแน่