ANMELDENลีออน (Leon) อายุ 20 ปี สูง185 หนัก73 นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 2 สาขาวิศวกรรมโยธา (ตัวพ่อแห่งความประสาทแดก) รุ่นพี่สายโหด ปากร้าย และเอาแต่ใจ แต่เบื้องหลังนั้น เขาคือคนเจ้าเล่ห์ มีชั้นเชิง และเต็มไปด้วยแผนการ เขาเชื่อมั่นในอำนาจของตัวเอง สามารถควบคุมคนด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำได้อย่างง่ายดาย มิเกล (Miguel) อายุ 19 ปี สูง160 หนัก 47 นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 1 สาขาวิศวกรรมโยธา หญิงสาวที่มักถูกมองว่าเข้มแข็ง แต่ความจริงแล้ว…เธอเป็นคนที่อ่อนไหวกว่าที่ใครคิด เธอไม่ใช่คนที่แสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็นง่าย ๆ เรื่องเล็กน้อยที่คนอื่นอาจ มองข้าม กลับสามารถสะเทือนใจเธอได้ลึกกว่าปกติ
Mehr anzeigenตอนที่1 อดีตที่จำฝังใจ
มิเกลค่อย ๆ จัดเก็บอุปกรณ์การเรียนลงกระเป๋าอย่างเชื่องช้า ทุกท่วงท่าดูราวกับกำลังประวิงเวลาเพื่อให้หัวใจที่เต้นรัวแรงในอกได้สงบลง ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูเรียบร้อย ดวงตากลมใสที่มักฉายแววอ่อนโยนของเด็กสาวมัธยมปลายคนนี้ ซ่อนความรู้สึกที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน หลายคนอาจมองว่าเธอเข้มแข็งและนิ่งเงียบ ทว่าความจริงแล้ว หัวใจของเธอบอบบางและหวั่นไหวง่ายกว่าที่ใครจะจินตนาการ “แกจะเอาจริงใช่ไหมวันนี้?” เสียงของ พิพิม เพื่อนสนิทผมสั้นหน้าคม ดังทำลายความเงียบ พิพิมกอดอกพิงขอบโต๊ะ สายตาที่มองมามีทั้งความตื่นเต้นและเป็นกังวลอยู่ในที “อือ...” มิเกลขานรับในลำคอ เสียงของเธอบางเบาราวกับสายลม “ฉันตัดสินใจแล้ว... ว่าจะบอกพี่เขาให้รู้ในวันนี้แหละ” “ในที่สุด!” พิพิมอุทานออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง “เพื่อนฉันที่เก็บงำความลับนี้มาเนิ่นนานนน~ ก็ได้เวลาปลดปล่อยมันออกมาสักที!” มิเกลหลุบตาลงต่ำ พยายามหลบสายตาคาดหวังของเพื่อน มือที่กำสายกระเป๋าเย็นเฉียบและสั่นน้อยๆ “ขอแค่ได้บอก... ก็คงพอแล้วมั้ง” คำพูดนั้นดูคล้ายการปลอบประโลมตัวเองให้พร้อมรับความผิดหวังที่อาจเกิดขึ้น แต่ในใจลึกๆ เธอกลับรู้ดีว่า การรวบรวมความกล้าเพื่อก้าวออกไปเผชิญหน้ากับความจริงนั้น... มันไม่เคยเป็นเรื่องง่ายดายเลยสักนิด “เอาน่าา...อย่างน้อยก็ได้บอกไหมละ ถึงแม้จะโดนปฏิเสธแต่ก็ถือว่าคุ้มนะ!” พิพิม “อวยพรดีเหลือเกินนะเพื่อนฉัน” “ฮ่าๆ ก็หยอกเล่นนิดเดียวเอง ถ้าเกิดว่าพี่เขารับรักแก แกต้องเลี้ยงไอติมฉันด้วยนะ!” “ชิ! ช่วยเพื่อนเพื่อหวังไอติมเนี่ยนะ! เห็นแก่กินมาก!” “ก็แน่สิ! เรื่องใหญ่ระดับวาระแห่งชาติขนาดนี้ มันต้องมีค่าตอบแทนกันหน่อย” พิพิมยักคิ้วกวน ๆ พลางหัวเราะร่า “...” “เอาน่ามิเกล... ถ้าเขาปฏิเสธ อย่างน้อยแกก็ได้เคลียร์ใจ แต่ถ้าเขาเซย์เยสขึ้นมา... แกก็ได้แฟนหล่อระดับท็อปของโรงเรียนเลยนะ มีแต่คุ้มกับคุ้ม!” มิเกลส่ายหน้าขำๆ ทว่ามุมปากกลับปรากฏรอยยิ้มจางที่แฝงความกังวล “ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้หวังสูงขนาดนั้น แค่อยากบอกออกไปให้มันจบ ๆ จะได้ไม่ต้องอึดอัดอีก” “พูดแบบนี้ทุกคนแหละ สุดท้ายในใจก็แอบหวังลึกๆ กันทั้งนั้น” พิมลากเสียงยาวอย่างรู้ทัน จนมิเกลต้องรีบแย้ง “ไม่จริงสักหน่อย!” แม้จะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่เธอกลับหลบสายตาเพื่อนสนิทอย่างปิดไม่มิด พิพิมมองดูท่าทีนั้นด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเปลี่ยนโทนเสียงให้เบาลงและจริงจังขึ้น “โอเค ๆ ไม่แซวแล้ว... แต่แกเก่งมากนะมิเกล ที่กล้าทำเพื่อตัวเองขนาดนี้” คำพูดของเพื่อนทำให้มิเกลนิ่งไปชั่วครู่ ลมยามเย็นหอบเอาความเย็นเยียบพัดผ่านสนามหญ้า กลิ่นแดดจางๆ ปะปนกับเสียงลูกบาสเกตบอลที่กระทบพื้นไม้ดัง ตับ... ตับ... เป็นจังหวะสม่ำเสมอ มิเกลก้มมองกล่องของขวัญขนาดพอดีมือในอ้อมกอด นิ้วเรียวลูบไปตามขอบกล่องอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังถ่ายโอนความประหม่าทั้งหมดลงไปในนั้น “ฉันแค่... ไม่อยากเก็บมันไว้คนเดียวอีกแล้วละมั้ง โคตรอึดอัดเลย” เธอพึมพำกับตัวเอง “ถ้าอย่างนั้น ก็ไปทำให้มันจบแบบที่แกตั้งใจเถอะ” แต่เมื่อมิเกลเงยหน้าขึ้นมองไปยังสนามบาสที่ยังมีผู้คนพลุกพล่าน ขาของเธอกลับแข็งทื่อขึ้นมาเสียดื้อ ๆ “คนยังเยอะอยู่เลย... ฉันว่า...” “มิเกลลลล!” พิพิมถอนหายใจยาวเหยียด “แกจะรอให้สนามโล่งจนเป็นป่าช้าเลยหรือไง?” “ก็มัน... ไม่กล้านี่นา” คนตัวเล็กเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง พวงแก้มใสเริ่มขึ้นสีระเรื่อจากความตื่นเต้นที่พุ่งสูงขึ้น พิพิมนิ่งมองเพื่อนอยู่พักหนึ่งก่อนจะตบไหล่ให้กำลังใจ “โอเค งั้นรออีกนิดก็ได้ แต่ห้ามแอบหนีกลับนะ ไม่อย่างนั้นฉันนี่แหละจะลากคอแกไปส่งให้ถึงมือพี่ลีออนเอง” “รู้แล้วน่า...” มิเกลหัวเราะแห้ง ๆ ทั้งสองยืนรออยู่ตรงนั้นจนกระทั่งแสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยเริ่มเบาบางลง จากกลุ่มคนนับสิบเหลือเพียงไม่กี่คนในสนาม หัวใจของมิเกลกลับยิ่งเต้นกระหน่ำรัวแรง สวนทางกับจำนวนคนที่ลดลง “ตอนนี้แหละ... ไปเลย” พิพิมกระซิบด้วยน้ำหนักที่หนักแน่น มิเกลกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มือกำกล่องของขวัญแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว เธอรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนจะเริ่มออกเดิน... ทุกย่างก้าวที่เดินเข้าใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ ฝีเท้าของเธอกลับยิ่งหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่คิดจะหยุดเดิน เพราะครั้งนี้... มิเกลตัดสินใจแล้วว่า ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เธอจะไม่หนีอีกต่อไป ในที่สุด ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาก็เหลือเพียงไม่กี่ก้าว ลีออนหยุดมือจากลูกบาสเกตบอล เขายืนนิ่งพลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ไรผม ก่อนจะปรายตาคมกริบมองมาที่เธอด้วยสายตาที่เรียบเฉยจนน่าใจหาย “มีอะไรหรือเปล่า?” เขาถามสั้น ๆ น้ำเสียงนั้นราบเรียบไร้ความรู้สึกใด ๆ จนมิเกลรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกวูบ มิเกลสูดหายใจเข้าลึก ๆ จนปอดสั่น มือกำกล่องของขวัญแน่นจนสัมผัสได้ถึงความขรุขระของกระดาษห่อ “คะ คือ... พี่ลีออนคะ” เธอเอ่ยเสียงสั่นเครือ “หนู... มีความลับที่เก็บไว้มานาน... หนูอยากจะบอกพี่” “...” เขายังคงนิ่งเงียบ ไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแค่ยืนมองเธอเหมือนรอให้ธุระนี้จบลงไว ๆ “หนู... หนูชอบพี่มาตลอดเลยค่ะ ชอบมาตั้งนานแล้ว” คำพูดที่ขังไว้ในใจมาเนิ่นนานพุ่งพ่านออกมาในที่สุด โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ มิเกลยื่นกล่องของขวัญออกไปสุดแขนราวกับจะส่งมอบหัวใจทั้งหมดให้เขา “...” “นี่คือของขวัญที่หนูตั้งใจทำมาให้... หนูไม่ได้หวังให้พี่ตอบรับอะไร แค่อยากให้พี่รับรู้ไว้... ก็พอแล้วค่ะ” ลีออนมองกล่องในมือเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรับมันไปถือไว้ด้วยปลายนิ้ว มิเกลเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาที่เต็มไปด้วยความหวังเล็ก ๆ เริ่มประกายแสง... ทว่าเพียงเสี้ยววินาที แสงนั้นก็ดับวูบลง “ขอบใจนะสำหรับความรู้สึก...” ลีออนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว “แต่พี่คงรับมันไว้ไม่ได้หรอก พี่ไม่ได้คิดกับเธอแบบนั้น... และคงไม่มีวันคิดด้วย” เขาไม่ได้ตะคอก ไม่ได้ด่าทอ แต่ความเรียบเฉยนั้นกลับกรีดลึกยิ่งกว่าของมีคม “...” “เอาคืนไปเถอะ เก็บไว้ให้คนที่เขาต้องการมันจริง ๆ ดีกว่า” เขาคืนกล่องของขวัญกลับมาให้เธอโดยไม่แม้แต่จะสบตา ในวินาทีที่หัวใจของมิเกลแตกสลาย เสียงหัวเราะคิกคักและเสียงซุบซิบก็ดังขึ้นรอบตัว เธอสะดุ้งสุดตัวพลางหันไปมองรอบ ๆ... กลุ่มนักเรียนที่เธอคิดว่ากลับไปหมดแล้ว กลับยังยืนอออยู่ตรงขอบสนาม สายตาหลายสิบคู่ที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความเยาะหยันจับจ้องมาที่เธอ “แห้วว่ะ...” เสียงกระซิบหนึ่งดังแว่วมาตามลม ตามด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ ที่บาดลึกเข้าไปในความรู้สึก ใบหน้าของมิเกลร้อนผ่าวราวกับถูกไฟแผดเผา ความอับอายไหลบ่าเข้าท่วมท้นจนเธอรู้สึกเหมือนกำลังจะจมน้ำตายท่ามกลางสายตาคนเหล่านั้น เธอก้มหน้ามองเท้าตัวเอง รับกล่องของขวัญที่ถูกปฏิเสธกลับมาไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะหันหลังแล้วก้าวเดินออกมาให้เร็วที่สุด เธอไม่หันกลับไปมองเขา ไม่หันไปมองเสียงหัวเราะเหล่านั้น น้ำตาหยดแรกหยดลงบนริบบิ้นที่เธอตั้งใจผูกมันอย่างประณีต คืนนั้น... มิเกลสะอื้นจนหมดแรงและหลับไปพร้อมความบอบช้ำที่เกินกว่าเด็กสาวคนหนึ่งจะรับไหว และเมื่อแสงอรุณของวันใหม่มาถึง เธอก็ตัดสินใจในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด... เธอจะไม่กลับไปที่โรงเรียนนั้นอีกเลย...ตอนที่45 บี๋ขาาา NC20++++🔥🚩ลีออนเลื่อนกายต่ำลง ผ่านหน้าท้องแบนราบที่หดเกร็งตามจังหวะอารมณ์ ชายหนุ่มกดฝังริมฝีปากประทับรอยรักสีกุหลาบเข้มเอาไว้หลายจุดเพื่อตีตราจองว่าเธอเป็นของเขาคนเดียว ก่อนจะเคลื่อนมาหยุดอยู่ที่เนินเนื้อสามเหลี่ยมที่กำลังแยกแย้มลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวกายละเอียดทำเอาส่วนล่างของมิเกลเริ่มฉ่ำเยิ้มและบิดเร้าด้วยความทรมาน มือหนาทั้งสองข้างบีบเค้นทรวงอกอวบอิ่มของเธออย่างแรงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงเริ่มทำหน้าที่ปรนเปรอส่วนล่างอย่างเร่าร้อนและช่ำชองลิ้นหนาตวัดเลียลากผ่านกลีบกุหลาบอวบนูนที่บวมเป่งและแดงก่ำ ลีออนดูดกลืนหยาดน้ำหวานอย่างกระหายสลับกับการใช้ปลายนิ้วสะกิดขยี้หยอกเย้าที่ยอดอกเบาๆ“อ๊าา...บี๋ขาาา~ เค้าเสียว...”เมื่อถูกจู่โจมพร้อมกันทั้งบนและล่าง มิเกลก็แทบจะสิ้นสติ ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงหอบหายใจรัวเร็วพลางส่ายหน้าไปมาบนหมอน ลีออนสอดลิ้นร้อนเข้าไปในถ้ำหวานฉ่ำ รัวระเลงจังหวะตวัดลึกจนน้ำหวานพุ่งทะลักออกมาไม่ขาดสาย“เยิ้มไปหมดแล้วครับบี๋... แฉะขนาดนี้ อยากโดนของใหญ่กระแทกข้างในแล้วใช่ไหมหืม?”ลีออนเงยหน้าขึ้นมาถามด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ น้ำรักใสๆ
ตอนที่44 หวานมากNC🔞+++สามเดือนต่อมา...ชีวิตของมิเกลเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติทีละน้อย แม้บาดแผลในใจจะยังไม่หายดี แต่เธอก็ต้องก้าวเดินต่อไป มิเกลตัดสินใจยื่นเรื่องย้ายคณะเรียน จากสายวิชาเดิมเป็นคณะมนุษยศาสตร์ทันที เนื่องจากเป้าหมายในชีวิตของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้มิเกลตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะกลับมาช่วยธุรกิจของครอบครัวสำหรับนักศึกษาปีหนึ่ง การจะข้ามสายย้ายคณะในเวลาที่เปิดเทอมมาแล้ว ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนจนน่าปวดหัว ทว่าสำหรับมิเกลแล้ว เรื่องนี้กลับไม่เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อยเพราะทุกอย่างผ่านฉลุยราวกับมีเวทมนตร์… ซึ่งเวทมนตร์ที่ว่านั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ลีออน.. แฟนหนุ่มของเธอที่เป็นคนจัดการเองทั้งหมด เพื่อให้ยัยตัวแสบของเขาเดินเข้าสู่คณะใหม่ได้อย่างราบรื่นร่างเล็กนอนขดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงให้เห็นว่าเธอกำลังจมดิ่งสู่ห้วงนิทราด้วยความอ่อนเพลียช่วงเดือนที่ผ่านมา มิเกลต้องปรับตัวและเริ่มเรียนเก็บเนื้อหาใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ทันเพื่อนร่วมชั้น ความเหนื่อยล้าสะสมบวกกับการพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้ร่างกายเริ่มประท้วงและเพรา
ตอนที่43 เป็นห่วงทันทีที่บานประตูปิดลง ความจริงที่แสนโหดร้ายก็ถาโถมเข้าใส่จนพวกเธอแทบล้มทั้งยืน การตัดสินใจเซ็นยินยอมปล่อยบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งให้จากไปอย่างสงบ เป็นความเจ็บปวดรวดร้าวที่กรีดลึกเกินกว่าจะหาคำใดมาอธิบายมันเจ็บจนจุกอก ข้างในใจมันว่างเปล่าราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ทั้งสองทำได้เพียงนั่งเบียดกายเข้าหากันบนม้านั่งตัวยาว ปล่อยให้น้ำตาไหลรินอาบแก้มซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบา โทรศัพท์มือถือของมิเกลก็สั่นพร้อมแผดเสียงร้องขึ้นมาครืดดด… ครืดดด…มิเกลพลิกหน้าจอขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นระริก เปลือกตาที่บวมช้ำปรือมองชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้น…บี๋จ๋าาา...เพียงแค่เห็นชื่อของเขา ขอบตาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอีกระลอก เธอกดคว่ำหน้าจอลงกับฝ่ามือทั้งสองข้างที่ไม่ยอมกดรับสาย เป็นเพราะในเวลานี้เธออ่อนแอเกินไป อ่อนแอจนกลัวว่าหากได้ยินเสียงอบอุ่นของเขา กำแพงความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างขึ้นมันจะพังทลายลงครืด… ครืด…พิมพ์พรรณที่เริ่มตั้งสติได้หันมามองลูกสาว มือที่ผอมบางเอื้อมไปสะกิดไหล่มิเกลเบาๆ“รับเถอะลูก… เผื่อเขาจะมีธุระด่วน”มิเกลสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนเ
ตอนที่42 ความเจ็บปวดที่สุดของชีวิตหลังกลับมาถึงห้องพักในเวลาเที่ยงกว่า มิเกลก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่มแทบจะทันทีความเหนื่อยล้าสะสมจากศึกหนักเมื่อคืนประกอบกับการต้องรีบตื่นเช้าไปร่วมกิจกรรมทำให้ร่างกายของเธอประท้วงจนแทบก้าวไม่ไหว ยังดีที่ขากลับเธอนั่งรถมากับลีออน เลยพอได้ชาร์จแบตมาบ้าง ทว่าความง่วงงุนก็ยังคงเข้าจู่โจมร่างเล็กอยู่ดี“บี๋…กินข้าวก่อนไหม จะกินอะไรเดี๋ยวพี่สั่งให้” ลีออนที่ยืนอยู่ข้างเตียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“อะไรก็ได้ค่ะ เกลกินได้หมดเลย...” มิเกลปรือตาขึ้นมองคนรักอย่างแสนเพลียชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเอ็นดู พลางกดสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือจนเสร็จสรรพ จากนั้นเขาก็ก้าวเข้ามายืนชิดขอบเตียง โน้มตัวลงมอบสัมผัสอุ่นแผ่วเบาด้วยการจูบที่ขมับบางอย่างรักใคร่“เค้าสั่งให้แล้วนะ เดี๋ยวไรเดอร์มาส่ง เค้าบอกให้ฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ด้านล่าง... แต่ตอนนี้เค้าต้องเข้ามอไปช่วยพวกไอ้ฉลามเก็บของเคลียร์สถานที่ก่อน บี๋อยู่คนเดียวได้ใช่ไหม?”“อื้อ... ได้ค่ะ ตัวรีบไปเถอะ” มิเกลพยักหน้ารับเบาๆ บนหมอนนุ่มลีออนกดจูบลงบนหน้าผากมนซ้ำอีกครั้งก่อนจะตัดใจเดินออกจากห้องนอน โดยไม่ลืมที่จะ





