หลายนาทีผ่านไป...
"เลขาที่เฮียให้ผมรับทำงานวันนี้เธอป่วย เธอบอกว่าจะมาเริ่มงานเป็นพรุ่งนี้แทนอะเฮีย" ไอ้ตั้มเดินเข้ามารายงานเรื่องเลขาที่ผมให้มันรับเข้ามาทำงานว่าวันนี้เธอคนนั้นมาทำงานไม่ได้เพราะว่าป่วย
ผมก็ไม่ได้ว่าเพราะคนมันป่วยจะให้ทำยังไงได้ ไม่สามารถมาวันนี้ก็มาเป็นพรุ่งนี้ละกัน
"อืม ไม่เป็นไร เอาบัญชีที่กูยังทำไม่เสร็จมาดูหน่อย เดี๋ยวกูทำต่อเอง" ผมบอกไอ้ตั้มไปแค่นั้นก็นั่งเซ็นเอกสารการเบิกจ่ายของสำหรับเดือนนี้ต่อ
"ครับเฮีย" แต่พอไอ้ตั้มมันเดินออกไปจากห้องแล้ว ผมก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ก็เลยเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารตรงหน้าแล้วมองไปยังร่างเล็กที่นั่งไคว้หางเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟาหนังสีดำที่กำลังทำสีหน้าซังกะตายแทน
ไคร่าเรียนบัญชีนี่หว่า งั้นผมให้ยัยนี้ช่วยเช็กตัวเลขให้ผมดีกว่า เพราะวันนี้ผมโคตรปวดตามากๆ เลยทำรายงานที่คอนโดเสร็จก็ต้องมานั่งทำงานเช็กพวกเรื่องเอกสารบิลเบิกจ่ายพวกนี้อีก
"เธอเรียนบัญชีใช่ไหม"
"อืม แต่ยังเรียนไม่จบ ไม่ต้องมาสั่งให้ทำฉันทำไม่เป็น" เหอะ สงสัยเมื่อกี้ได้ยินที่ไอ้ตั้มพูดแน่ๆ ก็เลยชิงปฏิเสธก่อน เอาตัวรอดเก่งชะมัดยัยปลาไหล่
"เดี๋ยวฉันสอน" แต่คิดว่าผมจะยอมจบแค่นั้นหรือไง ทำไม่เป็นเดี๋ยวผมสอนให้ไง
"ไม่เอา ยังเรียนไม่จบจะทำเป็นได้ไงล่ะ" ไคร่าปฏิเสธผมอีกครั้งแถมทุกครั้งที่เธอพูดกับผมก็ไม่ยอมหันมาสบตากับผมด้วย เอาแต่จ้องหน้าจอโทรศัพท์จนผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
"มันก็แหงอยู่แล้ว ผู้หญิงอย่างเธอเรื่องที่มีสาระคงไม่สรรหามาประดับตัวหรอก สรรหาปัญหาใส่ตัวน่าจะถนัดกว่า" ผมนั่งพิงพนักเก้าอี้ทำงานของตัวเองแล้วต่อว่าไคร่าอย่างตามใจปาก จนคนที่ได้ยินผมว่าถึงกับหยัดกายขึ้นจากโซฟาจ้องตาผมเขม็งทันที
"นี่! ที่ลากมาด้วยเนี่ย ลากมาด่าเหรอ" เปล่าหรอก ผมลากมาคุมความประพฤติต่างหากแต่ที่ด่าเมื่อกี้คือของแถม
"ลากมาคุมความประพฤติแต่ที่ด่าให้สำนึกอะคือของแถม"
"ฉันโตแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆ"
"แต่ก็คิดไม่ได้ไง"
"นี่!!! จะมากไปแล้วนะ ด่ากันขนาดนี้คิดว่าฉันจะยืนเฉยๆ ให้ด่าเหรอฮ้ะ!"
หมับ!
ตุบ!
อั๊ก! ยัยบ้าเอ้ยนี่เล่นหยิบหมอนอิงปาใส่หน้าผมแบบนี้เลยเหรอวะ สามหาวมาก
"ไม่ชอบขี้หน้าฉันขนาดนี้ แล้วไปสารภาพกับป๊ากับปู่ทำไม รับในตัวฉันไม่ได้แล้วจะลากฉันไปจดทะเบียนสมรสให้มีข้อผูกมัดทำไมไอ้คนเฮงซวย!"
ตุบ!
หมับ!
ผมรับหมอนอิงใบที่สองที่ลอยเข้ามาเตรียมจะกระแทกใส่หน้าผมได้สำเร็จ ก่อนที่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้ยืนเท้าเอวจ้องหน้าไคร่าอย่างเอาเรื่องที่เธอปาหมอนอิงใส่หน้าผมกับด่าผมว่าเฮงซวย
"เฮงซวยเหรอไคร่า เธอนี่มันพยศจริงๆ เลยนะ ทั้งด่าผัวว่าเฮงซวยทั้งโชว์นิ้วกลางใส่แถมยังกล้าปาหมอนใส่หน้าอีกด้วย วันนี้เธอไม่ตายดีแน่" ผมว่าจบแค่นั้นก็โยนหมอนอิงในมือทิ้งลงบนพื้นก่อนที่จะก้าวขายาวๆ ของตัวเข้าไปหาไคร่าไวๆ
หมับ!
"ไอ้บ้า! ปล่อยฉันนะ"
"กล้าใช้ปากด่าฉันก็กล้าให้ฉันทำโทษปากเธอสิ ปากดีนักนิ" ผมกระชากแขนทั้งสองข้างของไคร่าเข้ามาใกล้อีกครั้งหลังจากที่เธอพยายามดันตัวผมออกจากเธอจากนั้นก็ก้มลงจูบปากของเธอแรงๆ หวังจะให้หายปากดี ทั้งบดขยี้ทั้งบี้และบดเบียดอย่างรุนแรงจนไคร่าที่ดิ้นขลุกขลักพยายามหันหน้าหนีก่อนหน้านี้เริ่มนิ่งและไม่สู้กับผมต่อ ทำเอาผมชะงักนิ่งอยู่อย่างนั้นจนต้องเปลี่ยนจากความรุนแรงเป็นจูบเบาๆ แทนก่อนที่จะถอนริมฝีปากตัวเองออกมาในที่สุด
"ถ้าปากดีด่าผัวตัวเองว่าเฮงซวยอีก เธอโดนหนักกว่านี้แน่"
ฟึบ!
สิ้นสุดคำพูดของผมไคร่าก็ไม่ตอบกลับอะไรกลับมา เธอทำเพียงช้อนตาขึ้นมองผมตาขวางอย่างกรุ่นโกรธ ดวงตากลมโตของเธอกำลังบอกผมว่าเธอโกรธผมมาก
แต่ผมไม่ได้แคร์ไง อยากโกรธก็โกรธไปดิ
"ลงไปกินข้าวข้างล่างไป กินข้าวเสร็จอยากดื่มต่อก็เชิญ" ผมบอกแค่นั้น ไคร่าก็สะบัดหน้าใส่ผมหยิบกระเป๋าของเธอบนโซฟาขึ้นไปสะพายจากนั้นก็เดินออกไปจากห้องทำงานของผมทันที ทิ้งไว้แค่ผมที่ยืนล้วงมือในกระเป๋ากางเกงมองร่างแบบบางของเธอที่เดินออกไปคนเดียวเงียบๆ
ผมทำเกินไปหรือเปล่าวะ?
.
.
.
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
แอ๊ด~
"ผมเอาเอกสารที่เฮียต้องการมาให้ครับ"
"อืม"
"..." หลังจากที่ไคร่าเดินออกไปไม่นานผมก็กลับมานั่งทำงานต่อ ไอ้ตั้มที่ออกไปเอาเอกสารที่ผมต้องการมันก็เดินกลับเข้ามาหาผมที่ห้องทำงานต่อพร้อมกับวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานของผม แต่มันวางเสร็จแล้วมันกลับยืนนิ่งเงียบไม่ออกไปจากห้องทำงานของผมสักทีนี่สิ
"มึงมีอะไรหรือเปล่าไอ้ตั้ม"
"เอ่อ...คือว่าคุณผู้หญิงคนนั้น-"
"เมียกูเอง" ผมชิงตอบมันก่อนที่มันจะได้ถามจบประโยค แค่เห็นสีหน้าของมันที่ทำท่าเหมือนอยากรู้อยากเห็นผมก็เดาออกแล้วว่าเรื่องอะไร ก็เลยตอบมันไปให้จบๆ แต่แม่งเล่นใหญ่ตกใจเสียงดังจนผมตกใจตามนี่สิ
"ห้ะ! มะเมียเหรอเฮีย!"
"อืม" ผมตอบไอ้ตั้มเสียงในลำคอจบก็นั่งสนใจเอกสารต่อ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองมันและไม่ได้สนใจว่าตอนนี้มันกำลังทำหน้ายังไง จะตกใจเว่อร์วังอะไรของมันขนาดนั้นว่ะ
"อ่า ผมจำได้แล้ว เธอคือน้องสาวเฮียเคย์ที่เมาหนักคืนนั้นใช่ไหมเฮีย"
"อืม"
"ที่เฮียให้พวกผมหิ้วปีกเธอมาส่งที่ห้องคืนนั้น เฮียอย่าบอกนะว่า..."
ปึก!
"กูไล่มึงออกไอ้ตั้ม พรุ่งนี้มึงไม่ต้องมาทำงานแล้ว" ทันทีที่ไอ้ตั้มมันไม่เลิกสนใจเรื่องของผมกับไคร่าและพยายามลากเหตุการณ์คืนนั้นเข้ามารบกวนสมองของผมที่กำลังทำงานอยู่ตอนนี้ ผมก็เลยวางปากกาลงแล้วพูดประโยคที่ทำให้มันยอมสงบแทบจะทันที
"เฮีย! ไม่เอาดี้ ผมจะไปทำงานแล้ว" ไอ้นี่แม่ง เรื่องชาวบ้านนี่เสือกเก่งฉิบหาย
"เธอกำลังนั่งกินข้าวชั้นสอง มึงช่วยดูด้วยละกัน" แต่ก่อนที่ไอ้ตั้มจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงานของผม ผมก็ไม่ลืมบอกมันว่าให้ช่วยดูไคร่าที่ลงไปกินข้าวข้างล่างด้วย คือว่าผับของผมมันมีจะโซนสำหรับลูกค้าที่ต้องการนั่งชิวๆ ฟังเพลงกินข้าวและดื่มคนเดียวเงียบๆ ด้วย ผมเห็นว่าเธอยังไม่ได้กินอะไรและน่าจะโกรธผมมากๆ ที่โดนผมว่าและจูบไปแบบนั้นก็เลยไล่ให้ลงไปสงบสติอารมณ์ตรงนั้นเผื่ออารมณ์จะดีขึ้น
"ได้เลยเฮีย เดี๋ยวผมช่วยดูซ้อให้"
"อะฮึ่ม! อืม" แต่การที่ได้ยินไอ้ตั้มเรียกไคร่าว่าซ้อแม่งก็ทำให้ผมรู้สึกร้อนๆวูบๆ วาบๆ เหมือนกันนะโดยเฉพาะบริเวณแก้มทั้งสองข้าง ร้อนผะผ่าวจนผมรู้สึกทำตัวไม่ถูกอะ
เป็นเหี้ยอะไรของผมวะเนี่ย