Partager

บทที่ 9

Auteur: Duck.bell
last update Date de publication: 2026-07-13 22:57:21

@สนามบาส

เสียงพูดคุยแสนน่ารำคาญและน่าเบื่อหน่ายจากทุกประโยคที่เข้ามาในโสตประสาทของฉันตอนนี้ล้วนเป็นเรื่องที่พูดคุยเกี่ยวกับหนุ่มๆ ในสนามบาสทั้งนั้น แต่ที่ทำให้ฉันรำคาญที่สุดก็คือ 'ชื่อจอมทัพ' ดังเข้ามาในหูของฉันทุกสองนาทีจากฝั่งขวาบ้างละ ซ้ายบ้างละ ข้างบนบ้างละ ด้านล่างบ้างละ เรียกว่าฉันได้ยินมันทุกสารทิศเลยทีเดียว เพราะตอนที่เดินเข้ามานั่งบนอัฒจันทร์ยัยพลอยใสมันเลือกเดินมานั่งตรงกลางไงล่ะ

และใช่ค่ะ ฉันถูกยัยเพื่อนตัวดีทั้งสองคนลากเข้ามานั่งอยู่บนอัฒจันทร์ของสนามบาสได้สำเร็จ

ถามว่าฉันอยากมานั่งเสนอหน้าอยู่ตรงนี้ไหม แน่นอนว่าฉันไม่อยากมา ตอนเรียนเสร็จเมื่อสิบนาทีที่แล้วฉันเลือกที่จะกดเรียกรถในแอพเพื่อมารับฉันแล้วกลับคอนโดซะ เพราะไม่อยากรอเฮียทัพด้วย แต่ยัยเพื่อนตัวดีทั้งสองคนมันไม่ยอม มันใช้ความสามารถทุกวิถีทางเพื่อให้ฉันได้มานั่งอยู่ตรงนี้

นั่งอยู่ท่ามกลางเสียงพูดคุยที่ดังระเบ็งเซ็งแซ่น่ารำคาญตอนนี้ เหอะ อยากกลับบ้านโว้ย!!

"แกดูผู้ชายที่ตัวสูงๆ คนนั้นสิที่มีรอยสักอะ หล่อเนอะ โคตรแบดอะ ดูทรงแบบไม่สนใจใครดูดุแต่โคตรมีเสน่ห์อะ" ฉันนั่งกอดอกหน้านิ่งพยายามเก็บสีหน้าและอาการที่อยากจะวีนเต็มทีให้อยู่ลึกที่สุด แต่ก็ไม่วายยิ่งฉันเงียบเสียงที่กำลังพูดคุยกันก็ยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้น

และมากพอที่จะทำให้ฉันได้ยินเสียงของผู้หญิงสองคนที่นั่งอยู่โซนด้านหน้าเก้าอี้ของฉันพูดคุยถึงเฮียทัพอย่างกระดี๊กระด๊าตลอดบทสนทนาจนฉันรู้สึกหงุดหงิดไปหมด

"คนนั้นชื่อพี่จอมทัพ เรียนวิศวะคอมปีสี่ ตัวแรร์อีกหนึ่งคนของวิศวะคอมเลยนะ อดีตเฮดว้ากด้วย ได้ยินมาว่าตอนเป็นพี่ว้ากเฮียแกดุเอาเรื่อง ได้ฉายาหล่อดุอะ เท่ปะล่ะ"

"จริงดิ อยากได้วาร์ปอะ"

"เดี๋ยวฉันส่งให้ อ้อเฮียเขาเป็นเจ้าของผับชื่อดังที่พวกดาราชอบไปด้วยนะ"

"ผับแถวมอเรานะเหรอ?"

"อืม หล่อ รวย โสด สาวจ้องจะจีบกันตรึมอะ แต่เฮียแกหน้าไม่ค่อยรับแขกเท่าไหร่ ต้องเป็นคนที่กล้าจริงๆ เท่านั้นถ้าอยากขโมยใจเขา"

"น่าสนใจอยู่นะ"

"ใช่ คนนี้น่าสนใจมาก"

"ว่าไงยัยหน้านิ่ง เห็นไหมว่าเฮียทัพมีแต่สาวๆ จ้องจะงาบไปกินตลอด ถ้าแกไม่ยอมเปิดตัวว่าเป็นเมียเขานะ เตรียมตัวปวดหัวกับสาวๆ พวกนี้ได้เลย แกก็รู้ว่าชะนีสมัยนี้เวลาชอบอะไรขึ้นมาจะหน้ามืดตามัวมากต่อให้มีเมียก็จะแย่ง"

ยัยพลอยใสที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉันและเป็นคนที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างฉันกับน้ำขิงได้ยินบทสนทนาของผู้หญิงสองคนนั้นจนจบมันก็รีบหันมาเป่าหูกระซิบกระซาบบอกกับฉันทันที ถามว่าฉันเบื่อยัยพลอยที่เอาแต่กรอกเรื่องเฮียทัพใส่หูของฉันไหม

ขอตอบตรงๆ ว่าฉันเบื่อและรำคาญมาก แต่มันก็ไม่ยอมหยุดไง จนฉันอยากจะวีนมันอยู่แล้วเนี่ย!

"อยากได้ก็แย่งไปสิ ฉันไม่ใช่เจ้าของเขาสักหน่อย"

"เหอะ กล้าพูดนะหล่อน แล้วแหวนที่ประดับนิ้วนางข้างซ้ายเนี่ยของเล่นเหรอ?" ฉันมองแหวนตรงนิ้วนางข้างซ้ายเงียบๆ ทันทีหลังจากที่ยัยพลอยใสมันพูดถึงเมื่อกี้

เหอะ! ถ้าไอ้แหวนวงนี้มันเป็นปัญหานักละก็ งั้นฉันถอดมันไปให้จบๆ ละกัน

"มันก็แค่แหวนที่ใส่...แล้วก็ถอดออกได้" ฉันถอดแหวนที่เฮียทัพเป็นคนสวมให้เมื่อเช้าออกพร้อมโชว์ให้ยัยพลอยใสกับน้ำขิงดูว่าฉันถอดออกได้โดยที่ไม่ต้องแยแสอะไรกับมันมาก จนยัยพลอยใสที่เห็นฉันทำแบบนั้นถึงกับทำหน้าอึ้งเรียกชื่อฉันเสียงดังเลยทีเดียว

"ยัยไคร่า! ยัยบ้านี้แกจะถอดแหวนทำไมเนี่ย"

"นั่นดิ เฮียทัพโกรธแกเอานะยัยไค ใส่กลับไปเถอะ" และนี้ก็เป็นเสียงของยัยน้ำขิงที่สั่งให้ฉันใส่กลับเข้าไปใหม่ ซึ่งมันก็ทำหน้าอึ้งตกใจไม่ต่างจากพลอยใส

"ไม่อะ ฉันรำคาญด้วย เกะกะลูกตา" แต่ฉันก็ไม่ทำตามที่เพื่อนบอกหรอก เพราะไอ้แหวนวงนี้มันก็สร้างความน่ารำคาญให้ฉันจริงๆ นั่นแหละ ตอนนั่งเรียนในห้องฉันหงุดหงิดเพราะไม่ชินกับมันไปตั้งกี่ครั้งแต่ก็ไม่ได้ถอดออก

แต่ตอนนี้ฉันจะถอดและจะไม่ใส่มันกลับเข้าไปอีกแล้วด้วย ผูกฉันไว้กับกระดาษบ้าๆ นั่นก็พอแล้ว ทางกายไม่ต้องเถอะ

"โอ๊ย! แกนี่มันยืนหนึ่งเรื่องความดื้อด้านจริงๆ เลยนะ" ยัยพลอยใสด่าฉันตาขวางก่อนจะทำหน้าเอือมระอาใส่ฉันในภายหลัง แต่ฉันก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป ฉันเลือกที่จะนั่งนิ่งๆ เชิดๆ ทำเป็นหูทวนลมไปและเพราะฉันทำท่าทางไม่สลดแบบนั้นละมั้ง ยัยน้ำขิงที่เห็นเข้ามันเลยผสมโรงเข้ามาอีกหนึ่งคน

"แกฟังฉันนะ เฮียทัพไม่ชอบคนท้าทาย ถ้าแหวนวงนั้นเฮียเป็นคนสวมให้ ฉันว่าแกสวมกลับเข้าไปใหม่เถอะไค"

"ไม่ชอบคนท้าทายแต่เลือกที่จะลากฉันไปจดทะเบียนสมรสก็สมควรที่จะปวดหัวแล้วละ เขาเลือกทำแบบนั้นเอง ฉันอยู่ดีๆ ของฉันอยู่แล้ว" ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงใส่อารมณ์เล็กน้อยแต่ก็ไม่ลืมที่จะไม่แยแสกับการกระทำของตัวเองที่เพื่อนเพิ่งบอกว่ากำลังท้าทาย ทำเอาเพื่อนๆ ทั้งสองคนของฉันได้ยินปุ๊บถึงกับตบหน้าผากตัวเองพร้อมกันด้วยความท้อแท้เลยทีเดียว

อะไรอะ จะซีเรียสอะไรกันขนาดนั้น

"เอาเถอะ ขอให้แกอยู่รอดปลอดภัยจนถึงพรุ่งนี้ละกันเพื่อนรัก" เหอะ น้ำขิงมันกลัวว่าฉันจะโดนฆ่าตายหรือไงถึงได้สั่งเสียฉันแบบนั้น ยัยนี้ก็แปลกๆ

หลังจากที่ฉันเลิกสนใจยัยพลอยใสกับน้ำขิงที่นั่งทำหน้ามู่ทู่เพราะฉันดื้อด้านไม่ฟังพวกมัน ฉันก็หยอดแหวนแต่งงานในมือลงไปในกระเป๋าของตัวเอง จากนั้นก็หันหน้าไปทางสนามบาสที่กำลังจะเริ่มเกมแรก แต่จังหวะที่ฉันหันไปมองดันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เฮียทัพหันมาทางฉันพอดี เราสองคนก็เลยได้สบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย

เขาเลือกที่จะยืนเท้าสะเอวจ้องมองฉันนานนับนาทีโดยที่ไม่ได้ละสายตาไปจากฉัน แถมจังหวะสุดท้ายที่เราจ้องตากันฉันก็เห็นเฮียทัพยกยิ้มบางๆ ให้ฉันด้วย

ให้ตายเถอะ เขาจะมายิ้มอะไรตอนนี้เนี่ย

"แหนะ แอบยิ้มให้กำลังใจกันเหรอ"

"แกเห็นเหรอว่าฉันยิ้ม เขายิ้มคนเดียวต่างหาก" ฉันรีบปฏิเสธยัยพลอยใสที่หันมาแซวฉันพร้อมกับทำหน้าขึงขังใส่มันกลับไปอีกหนึ่งต่อ ก่อนที่จะนั่งเบือนหน้ามองไปทางอื่นแทน

ให้ตายเถอะ ทำไมฉันต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ด้วยเนี่ย!

.

.

.

หนึ่งชั่วโมงต่อมา...

"ยัยไค ยัยไค! การแข่งขันจบแล้ว"

"อืม" ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นทันทีที่ยัยพลอยใสบอกว่าการแข่งขันจบแล้วพร้อมกับปรายตามองไปรอบๆ ห้องจึงได้เห็นว่าตอนนี้ทุกคนบนอัฒจันทร์เริ่มทยอยออกไปแล้ว

เมื่อกี้นี้ฉันไม่ได้หลับหรอกแต่เพราะไม่อยากดูเฮียทัพแข่งบาสฉันก็เลยเลือกที่จะหยิบหูฟังขึ้นมาอัดเข้าไปในหูแล้วเปิดเพลงกลบเสียงเชียร์กับเสียงกรี๊ดของพวกผู้หญิงที่น่ารำคาญพวกนั้นแล้วก็หลับตาแทน

ทุกนาทีของการแข่งขันฉันก็เลยไม่ได้รับรู้อะไรไปด้วยจนกระทั่งเกมจบ และได้เห็นว่าเฮียทัพกำลังยืนกรอกน้ำเข้าปากอยู่ข้างๆ สนาม ข้างๆ เขาก็มีร่างสูงของพี่ชายฉันกับญาติของฉันอย่างเฮียออสตินยืนอยู่ด้วย

หึ เป็นภาพที่ไม่น่าดูเท่าไหร่เลย ไม่เห็นจะเท่ตรงไหนเลย

"ฉันออกไปรอข้างนอกนะ" ฉันละสายตาจากกลุ่มเฮียทัพเสร็จก็หันไปบอกเพื่อนทั้งสองคนที่กำลังลุกออกจากเก้าอี้

"เอ้า แกไม่ลงไปหาเฮียทัพในสนามกับพวกฉันเหรอ ฉันกำลังจะไปหาเฮียเคย์" ยัยน้ำขิงที่ได้ยินฉันบอกแบบนั้นเลยหันมาทำหน้างงใส่ฉัน มันคิดจริงๆ เหรอว่าฉันจะลงไปหาเฮียทัพกับมัน ฉันไม่ไปหรอก

"ไม่อะ พวกแกไปเถอะ แต่ฝากบอกเฮียทัพด้วยนะว่าอย่าลีลาชักช้า ฉันขี้เกียจรอนาน" แต่ก็ไม่ลืมที่จะฝากพวกมันบอกเฮียทัพว่าฉันรออยู่ข้างนอก

"ไม่อยากเจอแต่รอกลับด้วยกันเนี่ยนะ อะไรของแกว่ะไค"

"ก็ต้องกลับไปด้วยกันปะ"

"กูจะเป็นไบโพล่ากับมึงไคร่า" ยัยพลอยใสพูดจบมันก็ทำท่าเวียนหัวใส่ฉัน แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก เลือกที่จะคล้องกระเป๋าแบรนด์เนมของตัวเองเข้าไหล่ให้เรียบร้อยก็เดินออกมาจากตรงนั้นโดยที่ไม่สนใจอะไรใดๆ อีกต่อไป

ฉันเดินออกมาจากสนามบาสแล้วก็ต่อด้วยเดินไปทางลานจอดรถทันที เพราะไม่อยากยืนรออยู่ตรงหน้าสนามบาส พอเดินมาถึงรถของเฮียทัพฉันก็ยืนพิงประตูรถเล่นโทรศัพท์ที่หยิบออกมาจากกระเป๋าไปพลางๆ ดูนั่นดูนี่ในโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ จนเพลินได้สักพักใหญ่ๆ ฉันก็ต้องตกใจสะดุ้งตัวโยนเมื่อจู่ๆ เสียงปลดล็อกประตูรถก็ดังขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว

ก่อนจะหันไปเห็นร่างสูงของเฮียทัพกำลังเดินมาที่รถในชุดแข่งบาสเมื่อกี้พร้อมกับแบกกระเป๋ากีฬาใบใหญ่มาด้วย เขามาถึงตัวรถปุ๊บก็เปิดฝ่ากระโปรงหลังรถโยนกระเป๋าใบใหญ่เข้าไปเสร็จก็ปิดลงตามเดิม แต่จังหวะที่ฝ่ากระโปรงมันปิดตัวลงดันเป็นจังหวะที่ฉันได้สบตากับนัยน์ตาคมดุนั่นพอดี

"มองอะไร" ยังจะถามอีกเหรอ เมื่อกี้เขาทำให้ฉันตกใจจนเกือบจะทำให้โทรศัพท์ในมือตก ไม่รู้ตัวจริงๆ เหรอ

"ทำคนอื่นตกใจขนาดนั้นยังจะถามอีกเหรอ ไม่กวนประสาทสักวันมันจะตายหรือไง"

"ไม่ตายหรอก แต่แค่อยู่ไม่เป็นสุขเฉยๆ มั้ง" ได้ยินคำพูดกวนประสาทนั่นฉันก็ไม่มีอะไรให้ต้องตอบโต้จริงๆ นอกจากกลอกตาใส่เฉยๆ กลับไปแล้วหันไปเปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างในแทน

วันนี้ฉันเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ถ้าต้องมารบราสู้เถียงกันไปมากับคนที่อยากเอาชนะฉันตลอดเวลาอีกละก็ ฉันคงได้บ้าตายก่อนแน่ๆ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พันธะรักร้ายนายวิศวะจอมดุ   บทที่ 63

    หลายเดือนต่อมา..."เฮียทัพ!" ทันทีที่ฉันเห็นแผ่นหลังสูงที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีของเฮียทัพกำลังยืนหันหลังคุยกับใครสักคนหนึ่ง ฉันที่ถือทั้งดอกไม้และพวงมาลัยธนบัตรที่เตรียมไว้ให้สามีสุดหล่อในวันเรียนจบปีสี่จึงตะโกนเรียกชื่อของเขาเสียงดังจนเจ้าของชื่อหันขวับมาหาอย่างช้าๆ พร้อมรอยคิ้วขมวดเข้ากันด้วยความสงส

  • พันธะรักร้ายนายวิศวะจอมดุ   บทที่ 62

    "เฮียก็ว่าอย่างนั้น" ซึ่งจอมทัพเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ และความรู้สึกหนึ่งที่เด่นชัดขึ้นมาหลังจากที่ผ่านความทรมานใจมานั่นก็คือ รัก เขารู้สึกรักไคร่าทวีคูณจากเดิมขึ้นอีกเท่าตัว และมีความสุขมากที่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอแบบนี้"งั้นเรารีบไปกันเถอะค่ะ""ครับ"หลังจากที่ไคร่าชวนจอมทั

  • พันธะรักร้ายนายวิศวะจอมดุ   บทที่ 61

    หนึ่งชั่วโมงต่อมา..."อื้ออออ เฮีย พอได้แล้ว""ขออีกนิดได้ไหม ยังไม่อิ่มเลย"หลังจากที่ปรับความเข้าใจและไคร่าก็ได้คุกเข่าลงขอโทษจอมทัพด้วยความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้งต่อการกระทำของตัวเองและคำพูดใจร้ายที่ทำร้ายความรู้สึกจอมทัพอย่างคำว่าหย่า เธอก็ได้รับการให้อภัยจากคนเป็นสามีที่รักเธอมากซึ่งพร้อมให้อภัยเ

  • พันธะรักร้ายนายวิศวะจอมดุ   บทที่ 60

    “ไม่เซ็น แล้วก็ไม่อนุญาตให้เธอโสดด้วย เธอจะเอาแต่ใจ จะดื้อ จะนิสัยไม่ดี หรืออยากทำอะไรก็เชิญ เฮียจะไม่ห้าม ไม่ว่า จะซัพพอร์ตเธอทุกอย่าง เธอจะเป็นไคร่าเวอร์ชั่นไหนก็ได้ ขออย่างเดียวห้ามหย่ากันก็พอ” “….เฮียขอโทษ เฮียผิดเองที่ล่วงเกินความสุขของเธอ ใช้ความพอใจของตัวเองเป็นที่ตั้ง เรากลับมาเป็นเหมือนเดิ

  • พันธะรักร้ายนายวิศวะจอมดุ   บทที่ 59

    @คอนโดอาร์โน23.50น.ปึก!มือใหญ่ดันประตูใหญ่ของห้องให้เปิดออกก่อนที่จะพาร่างกายที่เมากรึ่มเบาๆ ของตัวเองเดินผ่านเข้าไปด้านใน หยุดกลางห้องโถงแล้วใช้สายตามองรอบๆ ห้องผ่านความเงียบเหงาด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เพราะคืนนี้เป็นอีกคืนที่เขายังต้องนอนแยกห้องกับไคร่าเหมือนเดิม ความเหน็บหนาวที่เกาะกินกลา

  • พันธะรักร้ายนายวิศวะจอมดุ   บทที่ 58

    ร้องเพราะความโกรธที่เฮียทัพขึ้นเสียงใส่ฉันและร้องเพราะเสียใจที่ถูกมองว่าการที่ฉันขอหย่าเพราะเรื่องแข่งรถคือการเอาแต่ใจ เหอะ น่าขำชะมัด!แต่พอคิดได้ว่าตัวเองไม่ควรร้องไห้ไปมากกว่านี้ก็เลยใช้หลังมือเช็ดน้ำตาออกก่อนที่จะก้มตัวลงล้างหน้าล้างตาให้สะอาด จากนั้นก็เดินเข้าไปอยู่ใต้ฝักบัวเปิดน้ำให้ไหลลงมาชโ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status