แชร์

บทที่ 10

ผู้เขียน: Duck.bell
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-13 22:57:48

@คอนโดอาร์โน

"เธอดูหงุดหงิดนะ เป็นอะไรหรือเปล่า"

"ไม่ต้องมายุ่งได้ไหม" หลังจากที่กลับมาถึงคอนโด ฉันเดินนำอยู่ข้างหน้าเฮียทัพอยู่ดีๆ แต่จู่ๆ เขาก็ทักฉันแบบนั้น

ฉันก็เลยหันขวับพร้อมกับโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงใส่อารมณ์ทันที เฮียทัพที่เดินตามหลังฉันมาก็เลยชะงักพร้อมกับแสดงสีหน้าขมวดคิ้วไม่เข้าใจว่าฉันเป็นอะไร ก่อนที่จะค่อยๆ เปลี่ยนสีหน้าเป็นการจ้องหน้าฉันนิ่งๆ พร้อมกับใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเหมือนจะไม่ค่อยพอใจฉันสักเท่าไหร่แทนที่ฉันสวนกลับไปแบบนั้น

ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ตัวเองเป็นอะไร แต่ใช่ ฉันหงุดหงิด และรู้สึกหงุดหงิดมากๆ ด้วย อยากวีน อยากเหวี่ยงแต่ฉันทำไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังหงุดหงิดเรื่องอะไรกันแน่

ระหว่างหงุดหงิดที่เฮียทัพคอยกวนประสาทอยู่ตลอดเวลากับหงุดหงิดพวกผู้หญิงพวกนั้นที่เอาแต่กรี๊ดเฮียทัพจนน่ารำคาญกันแน่

แต่...

หมับ!

"เวลาพูดกับผัวพูดให้มันเพราะๆ เสียงหวานๆ ทำหน้าดีๆ หน่อย แล้วถ้าไม่พอใจอะไรมาก็บอกกันตรงๆ" เหอะ บอกกันตรงๆ เหรอ ฉันมีอะไรต้องบอกเขางั้นเหรอ แล้วนี่กำลังไม่พอใจฉันอยู่ใช่ไหมถึงได้กระชากแขนฉันไปจับอย่างรุนแรงและบีบจนฉันรู้สึกเจ็บแบบนี้

"ไม่มี แล้วก็ปล่อยแขนฉันได้แล้วด้วย" ฉันปฏิเสธเฮียทัพเสียงเรียบพร้อมกับจ้องตาของเขาขณะที่มืออีกข้างก็พยายามแกะมือของเขาออกไปด้วย

แต่ให้ตายเถอะ นี่มันมือคนหรือหนวดปลาหมึกกันแน่เนี่ย จับแน่นอะไรขนาดนี้

ฟึบ!

"อื้อ จอมทัพ!" หลังจากที่ฉันพยายามที่จะแกะมือเฮียทัพออกจู่ๆ เขาก็ดึงร่างกายของฉันเข้าไปเบียดกับร่างสูงของเขาจนฉันรู้สึกอึดอัดและตกใจเผลอเรียกชื่อของเขาเต็มๆ โดยที่ไม่มีคำว่าเฮียนำหน้าอย่างเช่นทุกครั้ง ซึ่งการเรียกแบบนั้นมันก็ทำให้เฮียทัพดูตกใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

"หึ เมื่อกี้เธอเรียกฉันว่าอะไรนะไคร่า" ฉันนิ่ง เม้มปากเงียบไม่ตอบโต้เฮียทัพที่กำลังถามฉันด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน

มันไม่ใช่ว่าฉันกลัวเขาแต่เพราะฉันรู้ว่าเขากำลังโมโหจนเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ แต่ก็นั่นแหละยิ่งฉันเงียบร่างกายของฉันก็ยิ่งถูกดันให้เบียดร่างกายของเขามากขึ้นเท่านั้น

และมากพอที่จะทำให้ฉันรู้สึกได้ว่าร่างกายของเขามันแข็งแรงมากๆ จนฉันทำตัวไม่ถูกเพราะดันกำลังรู้สึกหวิวๆ แปลกๆ ตรงกลางใจและบริเวณท้องน้อยเพียงเพราะถูกสัมผัสจากเขา

มันบ้ามากที่ฉันกล้ามีความรู้สึกพวกนี้ตอนโดนเขากอดแบบนี้แต่มันก็ได้แค่รู้สึกเฉยๆ มันไม่ได้ให้ความพิเศษอะไรกับฉัน แต่ฉันก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกปั่นป่วนแบบนี้

"เรียกชื่อไง" ฉันเงยหน้าขึ้นไปตอบเฮียทัพที่กำลังหลุบตามองฉันด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่เจือด้วยความดุเต็มดวงตา และทันทีที่ฉันตอบท้าทายเขาไปแบบนั้นฉันก็ได้ยินเขาแค่นเสียงในลำคอเบาๆ ต่อด้วยใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอีกครั้ง

"หึ ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ รู้ตัวไหมว่ากำลังลามปามฉันอยู่"

ตุบ!

"อั๊ก!" เจ็บเป็นบ้า แผ่นหลังฉันจะหักไหมเนี่ย ดันร่างกายของฉันเข้าผนังห้องขนาดนี้ไม่หักคอฉันให้ตายๆ ไปเลยล่ะ แล้วไหนจะไอ้ท่าบ้าๆ ที่เอาแขนของทั้งสองข้างของฉันยกขึ้นเหนือหัวตัวเองตอนนี้อีก

คิดจะทำอะไรกันแน่?

"แหวนไปไหน?" แต่ฉันยังไม่ทันจะได้ปริปากแว้ดเสียงกลับไปที่เขาทำกับฉันแบบนี้ น้ำเสียงทุ้มดุเจือไปด้วยความสงสัยและไม่พอใจขึ้นพร้อมๆกันก็ดังขึ้นซะก่อนพร้อมกับสายตาคมดุของเฮียทัพที่กำลังจับจ้องไปที่นิ้วมือของฉันที่เขากำลังกดเข้ากับผนังห้องตอนนี้

"..." ซึ่งน้ำเสียงที่ใช้ถามกับสายตาที่กำลังเลื่อนลงมาจ้องฉันตอนนี้ก็ทำเอาฉันใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งไม่น้อยเลยทีเดียว

"ไคร่า! ฉันถามว่าแหวนไปไหน ถามไม่ได้ยินหรือไง!" แล้วยิ่งถูกตะคอกถามด้วยละก็ หัวใจของฉันก็ยิ่งเต้นโครมครามกันอย่างบ้าคลั่งเข้าไปอีก

เขามันชอบตะคอกใส่ฉันจริงๆ สินะ

"หยุดเสียงดังใส่ฉันได้แล้วนะ! ฉันถอดมันเองไม่อยากใส่ เกะกะ" ฉันตะเบ็งเสียงกลับไปพร้อมกับจ้องหน้าเฮียทัพด้วยความไม่สบอารมณ์เช่นกัน เขามันป่าเถื่อนไม่หยุด ชอบขึ้นเสียง ชอบตะคอก ชอบดุ ชอบทำทุกอย่างที่ไร้ความอ่อนโยนกับฉัน

แล้วก็เป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ หลังจากที่ฉันเสียตัวให้เขา เป็นอะไรกับฉันนักหนา ไม่ชอบก็ไม่ต้องมายุ่งกันสิ ต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรทั้งนั้นด้วย

"เธอมันไม่เคยหยุดที่จะทำตัวน่ารำคาญสักวันเลยสินะ"

"เหอะ! น่ารำคาญเหรอ รำคาญมากแล้วมาแต่งกับฉันทำไม" ไม่รู้ว่าร่างกายกับหัวใจของฉันมันเป็นอะไร ทำไมได้ยินเขาพูดว่าฉันมันน่ารำคาญแล้วรู้สึกเจ็บจี๊ดแบบนี้ก็ไม่รู้ แต่เชื่อเถอะว่าคนปากร้ายนิสัยไม่ดีอย่างเฮียทัพเขาสามารถพูดคำที่ทำให้เจ็บได้กว่านี้อีก

"เพราะอยากลองของแปลกมั้ง"

จ๊วบ!

"อื้ออออ!"

หลังจากที่เฮียทัพพูดประโยคที่ทำให้หัวใจของฉันเจ็บจี๊ดคล้ายมีมีดหลายเล่มวิ่งเข้ามาปักกลางใจ ริมฝีปากของฉันก็ถูกริมฝีปากห่วยแตกของเขาตะโบมลงมาบดขยี้ทันที

ทำเอาฉันที่ได้รับความน่าขยะแขยงนั่นต้องดิ้นและพยายามส่ายหน้าไปมาเพื่อปฏิเสธไม่ยอมรับรสจูบห่วยๆ ของเขา แต่ยิ่งฉันพยายามจะหลีกเลี่ยงเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งถูกริมฝีปากร้ายๆ นั่นบดขยี้อย่างป่าเถื่อนมากเท่านั้น ก่อนที่จะถูกอุ้มเข้าไปในห้องนอนทั้งๆ ที่ยังถูกจูบแบบไม่เว้นจังหวะให้ฉันได้หายใจ

ตุบ!

"อั๊ก!"

จ๊วบ!

หลังจากที่ร่างกายของฉันถูกโยนลงบนเตียง เฮียทัพก็จัดการถอดเสื้อกีฬาของเขาออกจากนั้นก็ตามขึ้นมาคร่อมร่างกายของฉันบนเตียงต่อ และเหมือนเดิมเขาจูบฉันอีกแล้ว ถึงแม้ว่าฉันจะพยายามบ่ายเบี่ยงใบหน้าของตัวเองไม่ยอมรับรสจูบของเขา แต่สุดท้ายฉันก็โดนล็อกหน้าไม่ให้ขยับหนีต้องนอนรับรสจูบห่วยๆ และหยาบกระด้างไร้ความอ่อนโยนไร้ความอ่อนหวานจากเขาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดง่ายๆ

แต่คิดว่าฉันจะยอมถูกปู้ยี่ปู้ยำแบบนี้เหรอ

ผลัก!

เพี้ยะ!

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" ใช่ค่ะ ฉันใช้แรงเฮือกสุดท้ายของตัวเองสะบัดมือที่ถูกกดลงบนฟูกเตียงขึ้นมาผลักหน้าอกเฮียทัพออกไปให้พ้นพร้อมกับยกมือฟาดแก้มของเขาไปเต็มๆ หนึ่งที จนแก้มที่ถูกฉันตบไปเมื่อกี้ขึ้นรอยนิ้วมือทั้งห้าเต็มๆ และไอ้คนที่ถูกฉันตบจนหน้าหันก็นั่งนิ่งค้างในท่านั้นอยู่อย่างนั้น

"..." หึ ไม่คิดว่าฉันจะมีแรงเยอะและทำได้ขนาดนี้ใช่ไหมล่ะ

"แรงเยอะใช้ได้นี่ ตบจนหน้าสั่นขนาดนี้..."

ฟึบ!

"หยุดนะ ถ้าเข้ามาอีกฉันปาหมอนใส่หน้าเฮียแน่" ฉันเห็นเฮียทัพกำลังขยับตัวทำท่าจะเข้าใกล้ฉันอีกครั้ง ฉันก็เลยรีบคว้าหมอนขึ้นมาเตรียมที่จะปาใส่หน้าเฮียทัพอย่างที่ขู่ไว้จริงๆ

หมับ!

"ชอบแบบซาดิสม์ก็ไม่บอก" แต่ให้ตายเถอะไอ้บ้าเฮียทัพเขากลับแย่งหมอนไปจากมือฉันหน้าตาเฉยเลย แล้วเมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ ชอบซาดิสม์เหรอ ใครชอบ? ฉันไม่ได้ชอบความป่าเถื่อนแบบนั้นเถอะ อย่ามายัดเยียดความป่าเถื่อนของตัวเองให้ฉันนะ

อีกอย่างตัวเองเพิ่งเล่นกีฬาเสร็จมา น้ำก็ยังไม่อาบเลยคิดจะมาทาบบนร่างกายของฉันเหรอ สกปรก!

"ตัวเองเพิ่งเล่นกีฬาเสร็จมา น้ำก็ยังไม่ได้อาบเหม็นเหงื่อไม่รู้ตัวหรือไง ออกไปให้พ้นเดี๋ยวนี้เลย"

"รังเกียจ?" เฮียทัพเลิกคิ้วขึ้นถามฉัน

"อืม รังเกียจสกปรกด้วย" ฉันเลยรีบตอบออกไปตรงๆ เพราะเอาจริงๆ การบอกว่าตัวเขาสกปรกน่าจะเป็นวิธีการไล่ที่ทำให้ฉันไม่ถูกเฮียทัพทำเรื่องอย่างว่าได้สำเร็จ ถึงแม้ว่าความจริงกลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยวจากการเสียเหงื่อมันจะไม่มีเลยเถอะ

"ฉันรู้ว่าร่างกายตัวเองไม่มีกลิ่นแต่ไม่เป็นไรวันนี้จังหวะไม่ดีเท่าไหร่ แต่คืนนี้ไม่แน่ เตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะ" แต่ก็ยังไม่วายที่จะฝากความกวนโอ๊ยให้ฉันปรี๊ดแตกเล่น

"เน่!!"

"หึ แล้วก็ช่วยสวมแหวนที่ฉันให้เมื่อเช้าเหมือนเดิมด้วย ถ้าถอดอีกละก็เธอจะไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันแน่ไคร่า" แล้วก็ฝากรอยยิ้มกวนๆ กับประโยคคำสั่งได้น่าถีบมากๆ ก่อนเข้าไปในห้องน้ำไว้อีกหนึ่งต่อด้วย

ให้ตายเถอะ กว่าจะครบหนึ่งปีฉันจะเป็นบ้าก่อนไหมเนี่ย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธะรักร้ายนายวิศวะจอมดุ   บทที่ 63

    หลายเดือนต่อมา..."เฮียทัพ!" ทันทีที่ฉันเห็นแผ่นหลังสูงที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีของเฮียทัพกำลังยืนหันหลังคุยกับใครสักคนหนึ่ง ฉันที่ถือทั้งดอกไม้และพวงมาลัยธนบัตรที่เตรียมไว้ให้สามีสุดหล่อในวันเรียนจบปีสี่จึงตะโกนเรียกชื่อของเขาเสียงดังจนเจ้าของชื่อหันขวับมาหาอย่างช้าๆ พร้อมรอยคิ้วขมวดเข้ากันด้วยความสงส

  • พันธะรักร้ายนายวิศวะจอมดุ   บทที่ 62

    "เฮียก็ว่าอย่างนั้น" ซึ่งจอมทัพเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ และความรู้สึกหนึ่งที่เด่นชัดขึ้นมาหลังจากที่ผ่านความทรมานใจมานั่นก็คือ รัก เขารู้สึกรักไคร่าทวีคูณจากเดิมขึ้นอีกเท่าตัว และมีความสุขมากที่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอแบบนี้"งั้นเรารีบไปกันเถอะค่ะ""ครับ"หลังจากที่ไคร่าชวนจอมทั

  • พันธะรักร้ายนายวิศวะจอมดุ   บทที่ 61

    หนึ่งชั่วโมงต่อมา..."อื้ออออ เฮีย พอได้แล้ว""ขออีกนิดได้ไหม ยังไม่อิ่มเลย"หลังจากที่ปรับความเข้าใจและไคร่าก็ได้คุกเข่าลงขอโทษจอมทัพด้วยความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้งต่อการกระทำของตัวเองและคำพูดใจร้ายที่ทำร้ายความรู้สึกจอมทัพอย่างคำว่าหย่า เธอก็ได้รับการให้อภัยจากคนเป็นสามีที่รักเธอมากซึ่งพร้อมให้อภัยเ

  • พันธะรักร้ายนายวิศวะจอมดุ   บทที่ 60

    “ไม่เซ็น แล้วก็ไม่อนุญาตให้เธอโสดด้วย เธอจะเอาแต่ใจ จะดื้อ จะนิสัยไม่ดี หรืออยากทำอะไรก็เชิญ เฮียจะไม่ห้าม ไม่ว่า จะซัพพอร์ตเธอทุกอย่าง เธอจะเป็นไคร่าเวอร์ชั่นไหนก็ได้ ขออย่างเดียวห้ามหย่ากันก็พอ” “….เฮียขอโทษ เฮียผิดเองที่ล่วงเกินความสุขของเธอ ใช้ความพอใจของตัวเองเป็นที่ตั้ง เรากลับมาเป็นเหมือนเดิ

  • พันธะรักร้ายนายวิศวะจอมดุ   บทที่ 59

    @คอนโดอาร์โน23.50น.ปึก!มือใหญ่ดันประตูใหญ่ของห้องให้เปิดออกก่อนที่จะพาร่างกายที่เมากรึ่มเบาๆ ของตัวเองเดินผ่านเข้าไปด้านใน หยุดกลางห้องโถงแล้วใช้สายตามองรอบๆ ห้องผ่านความเงียบเหงาด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เพราะคืนนี้เป็นอีกคืนที่เขายังต้องนอนแยกห้องกับไคร่าเหมือนเดิม ความเหน็บหนาวที่เกาะกินกลา

  • พันธะรักร้ายนายวิศวะจอมดุ   บทที่ 58

    ร้องเพราะความโกรธที่เฮียทัพขึ้นเสียงใส่ฉันและร้องเพราะเสียใจที่ถูกมองว่าการที่ฉันขอหย่าเพราะเรื่องแข่งรถคือการเอาแต่ใจ เหอะ น่าขำชะมัด!แต่พอคิดได้ว่าตัวเองไม่ควรร้องไห้ไปมากกว่านี้ก็เลยใช้หลังมือเช็ดน้ำตาออกก่อนที่จะก้มตัวลงล้างหน้าล้างตาให้สะอาด จากนั้นก็เดินเข้าไปอยู่ใต้ฝักบัวเปิดน้ำให้ไหลลงมาชโ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status