登入พระเอกคิดว่านางเอกทำร้ายแฟนตัวเอง เลยไปเอาเรื่องนางเอกถึงคอนโด พอแฟนมาฟ้องหลาย ๆ ครั้งเข้า เขาก็ยิ่งโกรธจัดจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ ลงโทษนางเองอย่างรุนแรงลงไป และเขาใช้เรื่องคืนนั้นมาข่มขู่และแก้แค้นนางเอกไม่หยุด ยิ่งนางเอกเจ็บปวดทรมานมากเท่าไหร่ พระเอกก็ยิ่งสะใจมากเท่านั้น! — “ฉันใส่ยาปลุกเซ็กซ์ลงในเหล้าแก้วนั้น” ; “นายเอาฉันทำไม” “อยากเอา” “แล้วอีริสาล่ะ ไหนบอกรักมันนักหนา” “ใช่ ฉันรักริสา แต่กับเธอ แค่ของแก้ขัด!” เพราะความเข้าใจผิด จากเพื่อนที่ดีต่อกัน เลยกลายเป็นเพื่อนที่‘เลว’! “จะมีผัวสองคนหรือไง” “แล้วจะทำไม” “ทำไมเหรอ ก็ตายคาxxxไง!” : “เหี้ยชิบ! ยัดไม่เข้า” : “กะ..เก้านิ้ว” ฮึก! ; “กรี๊ดด โซ่!!!” “ทีนี้รู้คำตอบรึยัง!” “แก้ผ้า แล้วคลานมาหาฉัน” “ทำไมฉันต้องฟังนาย” “ไม่ฟังก็ได้ แต่ถ้าฉันเอาคลิปที่เธอครางเอ๋งๆๆใต้ร่างฉันไม่ยอมหยุดไปแชร์ให้คนอื่นดูล่ะก็ อย่ามาโทษฉันแล้วกัน”
查看更多ตกเย็น.. Rrrrr.. “ฮัลโหลริสา โอเค เดี๋ยวฉันไปรับ เธอเดินห้างไปพลางๆก่อนแล้วกัน” ผมรับสายริสา คุยกันเสร็จก็วาง เพราะผมเดินถึงรถพอดี กำลังจะเปิดประตูขึ้นรถ “สมายด์” มือชะงักเฉย เพราะเสือกเหลือบไปเห็นสมายด์ไกลๆ เหมือนยัยนั่นจะกำลังเดินไปที่รถ เดินมาคนเดียวซะด้วย ก็ดี! ผมจะได้ถือโอกาสสะสางทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่ หมายถึงเรื่องเมื่อคืน รวมทั้งเรื่องวันนี้ที่ยัยปากสุนัขนั่นบังอาจด่าผมว่าเป็นหมาประสาทกลับ! SO END หมับ! “ว้าย!!! ไอ้บะ..โซ่!!?” ฉันตกใจจนสะดุ้ง ก่อนหันขวับไปมองอย่างไว ตั้งใจจะอ้าปากด่าไอ้บ้าที่มันเล่นพิเรนทร์ไม่เข้าเรื่อง มีอย่างที่ไหน จู่ๆก็มากระชากแขนกันจากด้านหลัง ฉันก็ตกใจน่ะสิ แต่พอหันไปกลับกลายเป็นต้องชะงักคำด่า เพราะคนกระชากคือโซ่ แต่จะว่าไป ด่าไปก็ถูกแล้ว เพราะหมอนี่ก็บ้าจริงๆไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นคงไม่มากระชากฉันอย่างกับโจรกระชากสร้อยแบบนี้หรอก “ทำเหี้ยอะไรของนาย!” “หยาบคายขึ้นทุกวันนะ อยากโดนกัดปากสั่งสอนอีกหรือไง” “ก็เอาดิ นายกัดเป็นคนเดียวซะที่ไหน!” กัดมากัดกลับค่ะ ไม่โกง! “ใช่ ฉันรู้ว่าเธอกัดเป็น แต่คงกัดได้ไม่แรงเท่าฉันหรอก เธอก็น่าจะรู้ดี ไม่งั้
ส่วนอีริสา ขออนุญาตเรียกอีนะ เกลียด!! มันเรียนอีกมหาลัยนึง ทั้งที่ความจริงมันก็คงอยากเรียนที่นี่มั้ง แต่เสือกสอบไม่ติดไง ก็ดี สมน้ำหน้า โคตรเป็นโชคดีของฉัน ที่ไม่ต้องเห็นหน้ามัน ไม่งั้นฉันคงได้ซิ่วไปเรียนมออื่นตั้งแต่ยังไม่เปิดเทอมปี 1 เพราะคงทนเรียนกับอีลิ้นสองแฉกนั่นไม่ไหว พะอืดพะอม! ขอโทษอีกทีที่ฉันใช้คำไม่สุภาพ สันดานปากฉันมันก็หมาแบบนี้แหละ นิสัยก็ไม่ดี ใครรับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ช่างแม่ง ฉันไม่แคร์ เพราะฉันก็ไม่ใช่คนดีในสายตาใครอยู่แล้ว โดยเฉพาะในสายตาไอ้ควายโง่ๆที่นั่งอยู่ข้างๆฉัน “หวัดดีค่ะผัวววว แหม วันนี้หล่อจังเลยนะคะ” ชลลี่หันไปยิ้มส่งสายตาหวานฉ่ำให้อาเธอร์ ไม่สิ แบบนี้เรียกว่ายิ้มส่งสายตาปานจะเขมือบอาเธอร์เข้าไปมากกว่า “กูหล่อทุกวันครับชลลี่” “ไม่ค่อยหลงตัวเองเลยไอ้สัส” นั่นเสียงผิง คงหมั่นไส้อาเธอร์แหละดูออก “หลงตัวเองก็ดีกว่าหลงผิดคิดว่าตัวเองเป็นเพศเดียวกันกับกูแหละวะ” “ว่าไงนะ! นี่มึงเหยียดกูเหรอไอ้เหี้ยเธอร์! ไอ้สัส! เดี๋ยวกูก็อัดเสียงมึงไปประจานลงโซเชียลหรอก เอาให้คนรุมด่ามึงให้ยับไปเลย โทษฐานที่โลกแคบ เหยียดเพศ ทั้งๆที่สมัยนี้ โลกมันเปิดกว้าง คนส่วนใหญ่เขาก็ย
ปัง!!ประตูห้องนอนถูกปิดใส่หน้าผมดังปังด้วยฝีมือของยัยเพื่อนตัวดีของผมเอง เธอชื่อสมายด์ และเธอเป็นผู้หญิงที่โคตรร้ายกาจ บอกตามตรงว่าผมโคตรหนักใจกับสันดานแย่ๆ ของเธอเลย“ทำไมเธอไม่น่ารักเหมือนตอนเด็กๆ ห้ะสมายด์ ทำไมยิ่งโต เธอก็ยิ่งร้ายกาจ ฉันไม่เข้าใจเลย”ผมมองแผ่นประตูห้องนอนของยัยผู้หญิงร้ายกาจด้วยความรู้สึกที่ยังคงโคตรหนักใจ ยิ่งไปกว่านั้นคือผมโคตรผิดหวัง เสียดายความน่ารักของเธอตอนเด็กๆ ตอนนั้นเธอนิสัยดี น่ารัก ผมพูดอะไรก็เชื่อฟังทั้งนั้น ไม่ดื้อ ไม่รั้น ไม่ต่อต้าน ไม่เถียงคำไม่ตกฟาก แต่จู่ๆ เธอก็กลายเป็นเด็กร้ายกาจ อารมณ์ร้อน แถมพฤติกรรมของเธอก็ยังรุนแรงขึ้นทุกวันอย่างวันนี้เธอก็ไปตบริสา ริสาเป็นแฟนผมน่ะครับ และผมไม่เข้าใจเลยว่าเธอทำไปทำไม แทนที่จะรักกันเหมือนพี่น้อง เพราะริสาก็เหมือนเป็นน้องสาวของเธอ ในเมื่อพ่อแม่ของเธอรับริสามาเป็นลูกอีกคน และริสาเกิดหลังสมายด์สักสองเดือนได้ เลยถือได้ว่าเป็นน้องแต่สมายด์กลับไม่ญาติดีด้วย ตรงกันข้าม เธอชอบรังแกริสา ทั้งๆ ที่ริสาเป็นคนน่ารัก นิสัยดี อ่อนโยน แล้วก็ยังน่าสงสาร เพราะเธอเป็นเด็กกำพร้า ไม่รู้จักแม้กระทั่งพ่อแม่ของตัวเองและคงเป็นเพราะ
โดนพุ่งเข้ามาจูบเป็นรอบที่สองแบบไม่ทันตั้งตัว(อีกแล้ว) แถมจูบครั้งนี้มันก็ป่าเถื่อนและหนักหน่วงรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่าเลยด้วย มันเหมือนโซ่สูบวิญญาณฉันไปเลย ฉัน ฉันหายใจไม่ออก ทั้งเจ็บ ทั้งแสบ ทั้งหายใจไม่ออกจริงๆ ฟึ่บ! อึก! โชคดีที่หมอนี่ยอมถอนจูบออกไป(แรงๆ)ทันเวลา ฉันถึงยังมีโอกาสหายใจอยู่ หายใจถี่มากด้วย ถี่แบบคว้าอากาศเข้าปอดรัวๆแทบไม่ทัน “นะ..นายทำแบบนี้ทำไม” เสียงฉันสั่นมากตอนนี้ เพราะการเปล่งเสียงพูดมันแย่งกันกับจังหวะการหายใจ “สั่งสอนคนทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิดอย่างเธอไง” “ฉันไม่ได้ผิด!” “ไม่ผิดเหรอ เธอทำร้ายริสา แบบนี้เรียกไม่ผิดเหรอ” “มันทำฉันก่อน!” “ไม่มีทาง! คนอย่างริสาไม่มีทางทำร้ายใครก่อน ถ้าเป็นเธอก็ว่าไปอย่าง” “เหรอ นายเห็นหรือไง ทุกครั้งที่ยัยนั่นคาบข่าวไปฟ้องนาย นายก็ไม่เคยอยู่ในเหตุการณ์ นายฟังความข้างเดียว ฟังแต่จากปากของยัยนั่น นายมันลำเอียง! โง่อีกต่างหาก!!” “ส่วนเธอมันก็เลวสินะ ถึงทำร้ายริสาซ้ำแล้วซ้ำเล่า!” “โซ่!!!” ปึก! เพียะ!!! ฉันผลักโซ่ออกอีกครั้งแล้วตบหน้าหล่อๆของเขาไปเต็มแรง ก็เขามาว่าฉันเลวทำไมล่ะ! ไอ้เสียใจก็เสียใจแหละ แต่มันก็โกรธ(มากๆ)ด้วย!