Share

บทที่ 9

Penulis: กวักทรัพย์เข้ากรุสมบัติ
“ไม่พบ” เจียงเหยาจิงเปิดประตูห้องทำงานแล้วพูดว่า “ขอกาแฟให้ผมสักแก้วสิ”

พูดจบเขาก็เดินไปที่โต๊ะ

“คุณกู่บอกว่าถ้าคุณไม่ไปพบเขาวันนี้ เขาจะไม่ยอมกลับนะคะ”

เจียงเหยาจิงหันไปมองเลขา

เลขาพลันก้มหน้าลงทันที

“งั้นก็ไปพามาเถอะ” เขานั่งลงแล้วยื่นมือไปปลดกระดุมสูท

ไม่นานเลขาก็เข้ามาพร้อมกาแฟในมือและกู่ฮ่วย

กู่ฮ่วยเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ “คุณไปหาผู้หญิงคนนั้นมาจากที่ไหน?”

เจียงเหยาจิงหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาแล้วสั่งให้เลขาออกไปข้างนอก หลังจากพูดจบ เขาก็เงยหน้าขึ้นมองกู่ฮ่วย

“คุณดูที่เธอทิ้งรอยเอาไว้ให้ผมสิ?” กู่ฮ่วยชี้ไปที่คอของเขา บนคอมีรอยแผลที่เห็นได้ชัด อีกทั้งข้อมือของเขาก็พันผ้ากอซด้วย “อีกนิดเดียวเอ็นขาด”

สายตาของเจียงเหยาจิงมองข้ามอาการบาดเจ็บของกู่ฮ่วย ในใจเขากลับรู้สึกมีความสุข

เขาแกล้งถามว่า “ไปทำเอาท่าไหนล่ะครับ?”

กู่ฮ่วยยังคงหวาดผวา “ผู้หญิงคนนั้นพกมีดมาด้วย? ฝีมือของเธอน่าทึ่งมาก ผมไปโรงพยาบาลแล้วหมอบอกว่าอีกนิดเดียวจะโดนเส้นเลือดใหญ่ ไม่ทันได้เสวยสุข แต่ผมดันเกือบตายซะงั้น ผมก็เลยอยากถามคุณว่า คุณไปเจอผู้หญิงคนนี้ได้ยังไง?”

เจียงเหยาจิงอารมณ์ดีเมื่อได้ยินว่าเขาไม่ได้ล่วงเกินซ่งหยุนหยุน เขาค่อย ๆ เอนตัวไปพิงเก้าอี้ แล้วพูดด้วยสีหน้าเย็นชาเช่นเคย “จะหาเธอไปทำไม?”

“แก้แค้นสินะ”

กู่ฮ่วยถูกเอาเปรียบแบบนี้ตั้งแต่ตอนไหน?

เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับงาน และชีวิตของซ่งหยุนหยุนเลย เขาไม่รู้จริง ๆ

“ถ้าอยากแก้แค้น คุณก็หาเองได้สิ”

กู่ฮ่วย “...”

“ช่างมันเถอะ ผมจะหาทางเอง อย่าให้เจอนะ ผมจะหักมือเธอก่อนเป็นอันดับแรก ดูซิว่าเธอยังจะกล้าใช้มีดกับผมอีกไหม!”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงคับแค้นใจ

ในโรงพยาบาล เมื่อซ่งหยุนหยุนออกมาจากห้องตรวจ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกหนาวสั่น

ใครสาปแช่งเธอ?

“หมอซ่ง คืนนี้สองทุ่มจะมีงานเลี้ยงอำลาหมอเฉิน จัดที่โรงแรมเฉิงถิง แถว ๆ โซนบี อย่าลืมมานะคะ”

เพื่อนร่วมงานเห็นซ่งหยุนหยุนจึงเตือนเธอ

ซ่งหยุนหยุนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวแล้วตอบด้วยเสียงไม่เต็มใจไป

เมื่อคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเฉินเหวินเหยียนและเจียงเหยาจิง

ในใจก็เริ่มชา

เวลาสองทุ่ม ซ่งหยุนหยุนก็มาถึงงานเลี้ยงอำลา

ขณะที่เธอกำลังจะเข้าไปในงาน เธอก็หันไปเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ที่หน้าประตู

เฉินเหวินเหยียนลงจากรถ ตามด้วยเจียงเหยาจิงอย่างใกล้ชิด

เธอจึงรีบซ่อนตัวอยู่หลังเสา

เธอแอบมองศีรษะที่โผล่ออกมาช้า ๆ ทั้งสองยืนด้วยกันและดูเข้ากันได้ดีมาก เจียงเหยาจิงชอบเฉินเหวินเหยียนมากขนาดที่ยอมมาร่วมงานด้วย

วันนี้แทบทุกคนในโรงพยาบาลมาร่วมงานเลี้ยงอำลาเหรอ?

“ขอบคุณที่มาวันนี้นะคะ” เฉินเหวินเหยียนแต่งหน้าและแต่งตัวสวยงามหรูหรามาก เธอพูดด้วยท่าทีเขินอาย

เจียงเหยาจิงกล่าว “ก็เราเป็นเพื่อนกันหนิ”

เขาเต็มใจมาร่วมงานแบบนี้เพียงเพราะความสัมพันธ์ในคืนนั้น

เฉินเหวินเหยียนต้องการสนิทกับเขาให้มากขึ้น แต่สิ่งที่เธอพูดกลายเป็นอุปสรรคของทั้งสองคน เธอจึงทำได้แค่รักษาศักดิ์ศรีของตัวเองแล้วพูดว่า “เข้าไปข้างในกันเถอะ”

หลังจากที่พวกเขาเดินไป ซ่งหยุนหยุนก็ออกมาจากข้างหลังเสา

เธอรู้สึกขยะแขยงที่ต้องเผชิญหน้ากับเจียงเหยาจิง หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว เธอก็ตัดสินใจโทรหาเฉินเหวินเหยียนเพื่ออธิบายว่าเธอมีเรื่องด่วนไม่สามารถไปร่วมงานได้

แต่ขณะที่เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาและกำลังจะกดหมายเลข ก็มีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาเรียก “หมอซ่ง”

เฉินเหวินเหยียนหันกลับมามอง

มือของซ่งหยุนหยุนที่ถือโทรศัพท์ด้วยท่าทีแข็งทื่อเผลอไปกดปุ่มโทรออกโดยไม่ได้ตั้งใจ กว่าจะรู้ตัวโทรศัพท์ของเฉินเหวินเหยียนก็ดังขึ้นแล้ว

เธอรีบวางสายทันที มุมปากกระตุก “ขอโทษที ฉันกดผิด”

เสียงนั้นฟังแล้วคุ้นเคย เจียงเหยาจิงหันกลับมา เขาเห็นซ่งหยุนหยุนยืนอยู่ไม่ไกล ในมือถือโทรศัพท์ด้วยท่าทางที่ค่อนข้างตลก

คิ้วของเขายกขึ้นโดยไม่ตั้งใจ

ผู้หญิงคนนี้เป็นหมอที่โรงพยาบาลเหรินอ้ายด้วยเหรอ?

เฉินเหวินเหยียนยิ้มอย่างอ่อนโยน “ฉันไม่ได้สนใจค่ะ”

ขณะที่พูด เธอก็ขยับเข้าใกล้เจียงเหยาจิงมากขึ้น

ตามคำขอของเจียงเหยาจิง ซ่งหยุนหยุนไม่สามารถแสดงตัวเป็นภรรยาของเขาต่อที่สาธารณะได้ ดังนั้นเธอจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเขา

“คุณคนนี้ เป็นแฟนของเธอเหรอ?” เธอยิ้ม หัวนัยน์ตาทั้งคู่สดใสและเปล่งประกายราวกับสายน้ำ

เฉินเหวินเหยียนไม่ได้อธิบาย จึงทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง

เจียงเหยาจิงตั้งใจไม่ปฏิเสธ เพราะเขาอยากเห็นปฏิกิริยาของซ่งหยุนหยุน สายตาของเขาจ้องมองเธอ

ซ่งหยุนหยุนหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะชมว่า “คุณสองเหมาะสมกันดีนะคะ ช่างเป็นคู่ที่สวรรค์สรรสร้าง”

ไม่รู้ทำไม ทันทีที่เจียงเหยาจิงเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ เขากลับอยากจะฉีกเป็นชิ้น ๆ!

ซ่งหยุนหยุนรู้ว่าเจียงเหยาจิงอารมณ์ร้ายแค่ไหน เธอจึงชิ่งหนีไปก่อน “ฉันไม่รบกวนพวกคุณแล้ว ไปก่อนนะคะ”

เธอคว้าเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งเรียกเธอ แล้วเดินเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว

หลังจากแยกกันไประยะหนึ่ง เพื่อนร่วมงานก็กระซิบว่า “ผู้ชายคนนั้นเป็นเจ้าของเทียนจู กรุ๊ป ทั้งหนุ่ม ทั้งมีความสามารถ ฉันล่ะอิจฉาหมอเฉินจริง ๆ เลย เธอโชคดีมากที่ได้คบกับผู้ชายแบบนี้”

ซ่งหยุนหยุนไม่ตอบโต้ใด ๆ

เพื่อนร่วมงานกล่าวเสริม “โลกนี้จะมีผู้ชายที่สมบูรณ์แบบแบบนี้ได้ยังไงกันนะ? ทั้งรวย หล่อ แถมหุ่นยัง...”

“เธอรู้ได้ไงว่าสมบูรณ์แบบ? ​​บางทีเขาอาจจะเป็นคนนิสัยไม่ดีก็ได้” ซ่งหยุนหยุนอดคิดเรื่องที่เขาเกือบจะบีบคอเธอจนตายไม่ได้ การที่เธอบอกว่าเขานิสัยไม่ดีสำหรับเขาแล้วล้วนเป็นคำชม

เพื่อนร่วมงานอดหัวเราะไม่ได้

ต้องบอกว่าเฉินเหวินเหยียนค่อนข้างมีเกียรติ แม้แต่ผู้อำนวยการก็ยังมาร่วมงาน รวมถึงทุกคนในโรงพยาบาลด้วย โต๊ะทั้งหมดในโซนบีถูกยึดไปหมดแล้ว

“หมอซ่ง เชิญนั่งที่โต๊ะนี้ครับ”

ซ่งหยุนหยุนกำลังจะเดินไปที่โต๊ะมุมห้อง แต่ถูกผู้อำนวยการเรียกไว้

เธอหันกลับไปมอง เห็นเจียงเหยาจิงกำลังจ้องเธออยู่

เธอยิ้มให้ผู้อำนวยการทันทีแล้วพูดว่า “ฉัน...”

“มาเถอะ” ผู้อำนวยการดึงเธอนั่งลงทันที

เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องนั่งโต๊ะนี้ แต่กลับเหมือนนั่งอยู่บนเข็ม

เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง

“หมอซ่งกับหมอเฉินเป็นเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนร่วมงานกัน หมอเฉินกำลังจะไปโรงพยาบาลกลางเร็ว ๆ นี้ คุณควรจะดื่มอวยพรให้เธอนะครับ” ผู้อำนวยการแตะซ่งหยุนหยุน

“เธอไม่ดื่มเหล้าครับ”

จู่ ๆ เจียงเหยาจิงก็พูดขึ้น

ทุกคนต่างตกตะลึงว่าเจียงเหยาจิงรู้ได้อย่างไรว่าเธอดื่มหรือไม่ดื่มเหล้า?

ซ่งหยุนหยุนเองก็ประหลาดใจเหมือนกัน ทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้น เธอก็สบตากับเจียงเหยาจิงที่ดูเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม

เธอกำมืออยู่ใต้โต๊ะแน่น

เขาต้องการจะทำอะไร!???

เฉินเหวินเหยียนสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างแปลก ๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าตัวเองหูฝาด

“อาชีพของเราอาจจะไม่เหมาะกับการดื่มเหล้า หมอซ่งกับฉันมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเสมอมา ถึงฉันจะจากไป แต่ฉันก็จะคิดถึงเธอนะ” เฉินเหวินเหยียนยิ้มเล็ก ๆ ตั้งแต่ต้น ยิ่งแสดงท่าทางสุภาพ

จู่ ๆ โทรศัพท์ของเจียงเหยาจิงดังขึ้นทันที เขาหยิบขึ้นมาดู

ไม่รู้ว่าปลายสายพูดว่าอะไร ได้ยินแค่เขาพูดว่าเข้าใจแล้ว และวางสายทันที

ทันทีที่เขาวางโทรศัพท์ลง โทรศัพท์มือถือของซ่งหยุนหยุนก็ดังขึ้นเหมือนกัน เธอกดปุ่มรับสาย เสียงพ่อบ้านเฉียนก็ดังขึ้น “คุณผู้หญิงครับ กรุณามาที่บ้านเก่าหน่อยเถอะครับ นายท่านอยากพบคุณเดี๋ยวนี้”

ซ่งหยุนหยุนตอบ “ค่ะ”

เธอวางสายแล้วพูดกับเฉินเหวินเหยียนว่า “พอดีฉันมีธุระด่วน ต้องไปก่อน งั้นฉันขอเปลี่ยนจากเหล้าเป็นชานะ ฉันขอให้เธอเจอแต่สิ่งดี ๆ นะ”

พูดจบเธอก็หยิบชาบนโต๊ะดื่ม

เธอลุกขึ้นยืน ในขณะเดียวกันสายตาของเจียงเหยาจิงกำลังจ้องเธออยู่ เขากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ “บังเอิญจังเลยนะครับ ผมก็มีเรื่องด่วนเหมือนกัน คุณจะไปพร้อมผมเลยไหมครับ?”

ซ่งหยุนหยุน “...”

ไม่รู้เพราะอะไร เขารู้สึกไม่พอใจที่เห็นซ่งหยุนหยุนแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกัน

เขาอยากรู้ว่าเธอจะแกล้งทำได้นานแค่ไหน

สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ซ่งหยุนหยุน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธะสัญญา วิวาห์ร้ายรัก   บทที่ 270

    เจียงเย่าจิ่งรีบเดินออกไปโดยไม่ลังเลสักนิด! เบื้องหลังของเขาคือเสียงร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวของหยางเชี่ยนเชี่ยน ฮั่วซุนรู้สึกสับสน เจียงเย่าจิ่งไม่ใช่คนโหดเหี้ยมแบบนั้น โดยเฉพาะคนที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ เขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก "คุณเจียงครับ?" เจียงเย่าจิ่งชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตูรถแล้วพูดว่า "ไปบอกมู่ฉินว่าฉันจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องของลูกชายเธออีก" เมื่อสักครู่นี้เขาไม่แยแส เพราะคิดว่านี่อาจจะเป็นการแสดงละครตบตาของมู่ฉินกับหยางเชี่ยนเชี่ยน นี่เป็นการแสดงละครตบตากันชัด ๆ เพียงแต่มู่ฉินให้สัญญากับหยางเชี่ยนเชี่ยนว่าเธอจะไม่ถูกข่มขืน นั่นเป็นแค่คำหวานของเธอเท่านั้น เธอรู้ว่าการจะทำให้เจียงเย่าจิ่งเชื่อนั้น ลำพังแค่การแสดงละครตบตาย่อมหลอกเขาไม่ได้ ดังนั้นตั้งแต่ตอนที่หยางเชี่ยนเชี่ยนตอบตกลงที่จะเล่นละครฉากนี้กับมู่ฉิน เธอก็ถูกลิขิตให้ต้องเสียความบริสุทธิ์แล้ว! ฮั่วซุนพยักหน้าอยู่เงียบ ๆ จากนั้นเขาก็รีบกลับไป ดูเหมือนว่าเขาจะมาช้าเกินไปเสียแล้ว น้ำเสียงของหยางเชี่ยนเชี่ยนฟังดูน่าสลดใจ แต่อย่างไรเสียเขาก็ต้องนำความมาบอกกล่าว มู่ฉินยิ้มราวกับคาดเอาไว้แล

  • พันธะสัญญา วิวาห์ร้ายรัก   บทที่ 269

    ฮั่วซุนไม่มีทางเลือกนอกจากบอกเจียงเย่าจิ่ง เจียงเย่าจิ่งชะงักแล้วหันมามองฮั่วซุน "นายว่ายังไงนะ?" ฮั่วซุนทวนคำอีกครั้งแล้วพูดว่า "เขาคิดจะจับตัวหยางเชี่ยนเชี่ยน ทำยังไงดีครับ?" เจียงเย่าจิ่งยื่น "เอาโทรศัพท์มาให้ฉัน" เขาตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "คุณคิดจะทำอะไรกันแน่?" มู่ฉินพูดตรงเข้าประเด็น "ฉันได้ยินมาว่าตอนที่เธอตกน้ำ หยางเชี่ยนเชี่ยนช่วยเธอไว้ใช่ไหมล่ะ? ถ้าตอนนั้นเธอจมน้ำไปซะ ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นของลูกชายฉันแล้ว เป็นหล่อนที่ทำลายเรื่องดี ๆ ของฉัน เธอคิดว่าฉันจะปล่อยหล่อนไปงั้นเหรอ?" "ต้องการอะไรก็ว่ามา" เจียงเย่าจิ่งพูดตามตรง "เอาล่ะ ในเมื่อเธอตรงไปตรงมาขนาดนั้น ฉันก็จะไม่พูดจาอ้อมค้อมกับเธออีก หยางเชี่ยนเชี่ยนเป็นผู้มีพระคุณของเธอใช่ไหมล่ะ? ฉันขอแลกเธอกับลูกชายของฉันว่ายังไงล่ะ?" มู่ฉินเอ่ยขึ้น หลังจากได้พบหยางเชี่ยนเชี่ยน เธอก็รู้ว่าหยางเชี่ยนเชี่ยนชอบเจียงเย่าจิ่ง ดังนั้นตอนนี้ทั้งสองคนจึงบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ตอนที่กำลังดำเนินแผนการครั้งนี้ มู่ฉินคิดว่าเธอสามารถใช้เหตุการณ์ครั้งนี้มาแลกเปลี่ยนเพื่อให้เจียงเย่าจิ่งยอมปล่อยลูกชายของเธอไป "ลูกชายของคุณไม่ไ

  • พันธะสัญญา วิวาห์ร้ายรัก   บทที่ 268

    เมื่อซ่งรุ่ยเจี๋ยได้ยินเสียง เขาก็รีบซ่อนโทรศัพท์มือถือเอาไว้ใต้ผ้าห่ม เขาเคลื่อนไหวรวดเร็วเสียจนทั้งซ่งอวิ้นอวิ้นหรือหานซินก็ไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของเขา! หานซินวางอาหารเอาไว้บนโต๊ะข้างเตียง "เธอหิวหรือยัง? รีบมากินอาหารเช้าเถอะ" เมื่อหานซินพูดจบ เธอก็ค่อย ๆ หยิบอาหารที่เตรียมไว้ออกมา "ผมไม่อยากกิน ผมอยากอยู่คนเดียว" ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของซ่งรุ่ยเจี๋ยฉายแววเย็นชา ไม่ได้แสดงความเสียใจออกมานัก หานซินคิดจะเกลี้ยกล่อม แต่ซ่งอวิ้นอวิ้นเอ่ยขัดจังหวะหานซินได้ทันเวลา "แม่คะ ให้เขาอยู่คนเดียวสักพักเถอะ" หานซินกล้ำกลืนคำพูดเกลี้ยกล่อมกลับลงไปแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า "อาหารอยู่ตรงนี้นะ เธอหิวเมื่อไหร่ก็มากินล่ะ" ซ่งรุ่ยเจี๋ยไม่พูดอะไร หานซินอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ "เฮ้อ" "พอเถอะค่ะ" ซ่งอวิ้นอวิ้นดึงตตัวหานซินออกไป "รุ่ยเจี๋ย นายก็พักผ่อนด้วยนะ" ซ่งอวิ้นอวิ้นปิดประตูห้องพักผู้ป่วยแล้วบอกหานซินวว่า "รุ่ยเจี๋ยต้องการเวลาทำใจ เขากินอะไรไม่ลงหรอกค่ะ อย่าไปเกลี้ยกล่อมเขาเลย ไป๋ซิ่วฮุ่ยเป็นแม่ของเขา เขาคงรับไม่ได้ไปสักพัก นี่เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้" หานซินเข้าใจแล้ว "แม่รู้ แม่เป็น

  • พันธะสัญญา วิวาห์ร้ายรัก   บทที่ 267

    ซ่งรุ่ยเจี๋ยเงยหน้าขึ้นแล้วถามว่า "พี่มาแต่เช้าขนาดนั้น คงรู้เรื่องนั้นแล้วใช่ไหม?" ซ่งอวิ้นอวิ้นไม่ได้ปิดบัง "ใช่" แววตาที่ไร้ชีวิตชีวาของซ่งรุ่ยเจี๋ย มองไปทางอื่นโดยไร้จุดมุ่งหมาย "ตำรวจมาถามเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วถามว่าผมได้เจอแม่หรือเปล่า" ซ่งอวิ้นอวิ้นฟังอยู่เงียบ ๆ ที่จริงเขารู้แก่ใจว่าเมื่อไป๋ซิ่วฮุ่ยถูกใครสักคนพาตัวออกไปก็หมดทางรอดแล้ว "นายต้องดูแลตัวเองให้ดี ๆ นะ" ซ่งอวิ้นอวิ้นไม่รู้ว่าจะปลอบใจเขาอย่างไรดี ซ่งรุ่ยเจี๋ยเงยหน้าขึ้น "แม่ผมตายเมื่อคืนนี้ พี่รู้เรื่องเร็วขนาดนั้นได้ยังไงกัน?" "ฉัน..." พอนึกถึงสิ่งที่เจียงเย่าจิ่งพูด เธอก็เปลี่ยนเปลี่ยนคำพูดเป็น "ฉันเพิ่งจะได้ยินตำรวจพูดถึงรู้น่ะสิ" "อ้อ" ซ่งรุ่ยเจี๋ยรู้ว่าเธอกำลังโกหกอยู่ชัด ๆ เธอกำลังปิดบังอะไรสักอย่างใช่ไหม? ทำไมต้องปิดบังด้วยเล่า? เพราะเธอรู้ว่าคนที่ฆ่าแม่ของเขาคือเจียงเย่าจิ่งอย่างนั้นเหรอ? ทำไมเธอไม่พูดอะไรเลยล่ะ? ตั้งใจที่จะปิดบังไม่ให้เขารู้ใช่ไหม? เขากำหมัดที่อยู่ใต้ผ้าห่มแน่น พลางรู้สึกหนาวเหน็บอยู่ในใจ "ผมเสียใจด้วยนะ" ซ่งอวิ้นอวิ้นเอ่ยเสียงเบา ซ่งรุ่ยเจี๋ยยิ้มเหยีย

  • พันธะสัญญา วิวาห์ร้ายรัก   บทที่ 266

    พ่อบ้านเฉียนรวบรวมคำพูดแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า "ตอนนี้นายน้อยไม่มีอะไรต้องกังวล ดังนั้นเขาจึงประชันหน้ากับพวกเราได้เต็มที่ แต่ถ้าหลังบ้านเกิดไฟลุกไหม้ เขาก็จะเสียสมาธิแล้วพวกเราก็จะมีโอกาสขึ้นมา" "โอ้ พ่อบ้านเฉียนพูดถูก" มู่ฉินเห็นด้วยยิ่งนัก เธอถองข้อศอกใส่สามีตัวเอง "พูดอะไรบ้างสิ" เจียงอวี้จึงเอ่ยขึ้นมาว่า "เป็นความคิดที่ดีอยู่หรอก แต่… พวกเราจะจุดไฟหลังบ้านเจียงเย่าจิ่งได้ยังไงล่ะ นั่นต่างหากที่เป็นประเด็นสำคัญไม่ใช่รึไง?" นายท่านเจียงยังคงเงียบ เพราะเหตุผลเดียวกันนี้ ตอนนี้ดูเหมือนว่าเจียงเย่าจิ่งกับซ่งอวิ้นอวิ้นจะมีความสัมพันธ์ที่ดี ประกอบกับมีลูกเพิ่มเข้ามา ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนแนบแน่นขึ้นไปอีก "ไม่เห็นจะยากเลย พวกเราก็แค่หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความขัดแย้งลงไปท่ามกลางความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนเสียก็ใช้ได้แล้วไม่ใช่เหรอ?" ถึงแม้ว่ามู่ฉินจะย่างเข้าวัยกลางคนแล้ว แต่เสน่ห์ของเธอก็ยังคงอยู่ ประกอบกับการดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ทำให้ยากจะมองอายุที่แท้จริงของเธอออก เธอกลอกตาดำขลับ "ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง มือที่สามถือว่าเป็นเรื่องต้องห้ามที่สุดเลยเชียวล่ะ ถ้ามีมือที

  • พันธะสัญญา วิวาห์ร้ายรัก   บทที่ 265

    ซ่งอวิ้นอวิ้นไม่ได้รีบเข้านอนทันที แต่กลับไปหาซวงซวง ป้าหวู่พาซวงซวงเข้านอนแล้ว แต่เธอก็ยังอยากตรวจสอบดูให้แน่ใจ ตอนนี้ซวงซวงหลับลึกไปแล้ว ดังนั้นเธอจึงย่องเบาออกมา เมื่อกลับมาที่ห้องนอน เธอก็นั่งตรงขอบเตียง แต่กลับไม่รู้สึกง่วงอีกต่อไป เธอกุมศีรษะแล้วครุ่นคิดถึงเรื่องนั้น นอกจากหลินหรุ่ยกับตระกูลเจียงแล้ว เธอก็นึกไม่ออกว่าเป็นใคร หลังจากเจียงเย่าจิ่งเดินออกมาหลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาก็เห็นซ่งอวิ้นอวิ้นนั่งอยู่ตรงขอบเตียง ดังนั้นเขาจึงเดินเข้ามากอดเธอแล้วนอนลงบนเตียง จากนั้นก็พลิกตัวอยู่เหนือร่างของเธอ จูบที่พร่างพรมลงมาทั้งดูดดื่มและเร่าร้อน ขณะที่บรรยากาศกำลังเป็นไปได้สวย ซวงซวงก็ร้องไห้ขึ้นมา พวกเขาทั้งสองคนต่างตะลึงงัน ซ่งอวิ้นอวิ้นเป็นฝ่ายที่มีท่าทีตอบสนองก่อนแล้วผลักเขาออกไป "ซวงซวงอาจจะหิวก็ได้" "ป้าหวู่จะป้อนเขาเอง" "แต่…" ก่อนที่เธอจะทันได้พูดให้จบประโยค เธอก็โดนจูบ สกัดกั้นคำพูดของเธอจนหมดสิ้น! ทุกสิ่งทุกอย่างพรั่งพรูออกมา! ราตีช่างแสนยาวนาน ทว่ากลับเต็มไปด้วยความรักใคร่เร่าร้อน! …… คฤหาสน์ต้นตระกูลเจียงเปิดไฟสว่างจ้า คราวนี้แผนใส่ร้ายเจียงเย่าจิ่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status