Masuk“พี่เอ็มต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ห้ามบอกใครเด็ดขาด เข้าใจไหม! และตอนนี้เราสองคนก็ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว”
เมื่อปรับลมหายใจได้เป็นปกติ ฉันก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ในขณะที่คนตัวสูงกำลังโยนถุงยางเปื้อนเลือดทิ้งลงไปในชักโครก ร่างบอบบางค่อยๆ หยัดตัวขึ้นช้าๆ ก่อนที่มือเล็กจะคว้าเสื้อผ้าที่หล่นอยู่ตามข้างเตียงขึ้นมาใส่ โชคดีที่ชุดนักเรียนไม่ยับมาก เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะโดนสงสัย “พี่ไม่บอกใครหรอกน่า ไม่ต้องห่วง เรื่องที่ผึ้งหนีเรียนไปร้องเกะวันนี้ก็เหมือนกัน ป๊าผึ้งจะไม่มีทางรู้เด็ดขาด พี่เป็นคนรักษาสัญญา” เขาพูดช้าๆ ชัดๆ ตรงประโยคสุดท้าย และมันก็ทำให้ฉันอุ่นใจขึ้นมา สายตาคมกริบราวเหยี่ยวตัวผู้จ้องจะกินเหยื่อยังคงแทะโลมฉัน ฉันจึงได้แต่เร่งมือรีบสวมใส่เสื้อผ้ากลับเข้าที่ให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด ร่างผอมบอบบาง เอวเล็กคอดแต่นมโต รีบลุกขึ้นยืนก่อนจะค่อยๆ ก้าวเดินด้วยท่าทางที่แปลกไป เพราะตรงช่องรักมันวูบโหวงเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างถูกทำให้ขาด มีปวดแสบเล็กน้อย แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงหายเป็นปกติ “ในเมื่อพี่เอ็มได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ก็ปล่อยให้ผึ้งกลับบ้านเสียที นี่ก็เลยเวลากลับบ้านมาตั้งเกือบชั่วโมงแล้ว” น้ำเสียงของฉันเริ่มแฝงแววกังวล การเสียตัวให้พี่ชายข้างบ้านในวันนี้เป็นสิ่งที่ฉันไม่ได้คาดคิดและเตรียมตัวมาก่อน ถึงฉันจะชอบแอบมองหุ่นล่ำๆ ของพี่เอ็ม แต่ฉันก็ไม่เคยคิดอยากได้เขาเป็นแฟนเลยสักนิด “แล้วก็… มันจะไม่มีครั้งที่สองอีก” ฉันยืนยันหนักแน่น ต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม ถ้าถลำลึกลงไปแล้วครอบครัวรู้เข้าต้องแย่แน่ๆ ส่วนพี่ชายข้างบ้านตัวแสบพอได้ยินแล้วก็เอาแต่ยิ้มมุมปาก สีหน้าเจ้าเล่ห์ที่มองฉันอยู่ชักเริ่มไม่น่าไว้วางใจ “ให้พี่เดินไปส่งนะ” คนตัวโตขยับเข้ามาใกล้ ก้าวมายืนดักหน้าและจ้องมองฉันด้วยสายตาที่สื่อมาว่าไม่อยากจะให้ฉันเดินจากไป “ไม่ต้องเลย ผึ้งเดินกลับไปคนเดียวดีที่สุด เดี๋ยวป๊าเห็นแล้วมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่” ฉันรีบปฎิเสธ ฉันเกิดในครอบครัวคนจีนที่ทั้งเคร่งครัดและหัวโบราณ ฉันถูกสั่งห้ามไม่ให้มีแฟนในวัยเรียนโดยเด็ดขาด อย่าว่าแต่ไปค้างที่บ้านเพื่อนเลย แม้แต่การออกไปเที่ยวเล่นในวันเสาร์อาทิตย์กับเพื่อนๆ ยังกลายเป็นเรื่องใหญ่ ฉันก็เลยเก็บกดจนต้องแอบหนีเรียนไปปลดปล่อย ไปเที่ยวเล่นและร้องคาราโอเกะแบบวันนี้ และพี่ชายข้างบ้านก็ดันไปเห็นเข้า! ยิ่งช่วงนี้เครียดๆ เรื่องเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ด้วย ถึงฉันจะตั้งใจเรียนและมีผลการเรียนดีเยี่ยมมาโดยตลอด แต่การสอบเข้าเรียนคณะเภสัชในมหาวิทยาลัยชื่อดังมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การแข่งขันสูงจะตาย “ก็ได้ แต่ก่อนไป พี่ขอเบอร์ผึ้งหน่อยได้ไหม แลกเบอร์กันไว้หน่อยสิ ฉันจำใจให้เบอร์เขาเพราะอยากจะรีบๆ กลับบ้าน ในขณะที่เขายังคงพร่ำพูดไม่ยอมหยุด “ผึ้งแน่ใจเหรอ ว่าผึ้งไม่อยากโดนอีก พี่มีความสุขมากเลยผึ้ง พี่อยาก….” “ผึ้งต้องกลับบ้านแล้วพี่เอ็ม อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นผึ้งแย่แน่” ฉันรีบชิงพูดตัดบทก่อนที่เขาจะทันพูดจบ พร้อมกับย้ำอีกครั้งว่าต้องเก็บเรื่องของเราเป็นความลับ แล้วรีบคว้ากระเป๋านักเรียนเดินลงบันไดมุ่งตรงไปยังประตูทางหลังบ้าน โดยมีคนตัวสูงเดินตามลงมาติดๆ “ไปก่อนนะ” ฉันเอ่ยลา พร้อมหันไปมองหน้าผู้ชายคนแรกที่เพิ่งจะพรากความบริสุทธิ์ไป ก่อนจะหันซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใครเดินผ่านมา แล้วรีบวิ่งกลับบ้านทันที “ผึ้ง ทำไมวันนี้ถึงกลับช้า” เมื่อก้าวเข้าไปในบ้านฉันก็ต้องสะดุ้งเพราะเสียงดุๆ ของป๊า ฉันไม่กล้าหันไปสบตาป๊า ได้แต่พยายามทำตัวไม่ให้มีพิรุธพร้อมกับตอบคำถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเป็นปกติ “ก็ผึ้งอยู่ติวเคมีกับเพื่อนไงป๊า เมื่อเช้าผึ้งก็บอกป๊าแล้ว แต่สงสัยว่าป๊าจะไม่ได้ยิน” “เออ งั้นก็แล้วไป รีบไปอาบน้ำกินข้าวสิ หม่าม้ารออยู่” ป๊าเชื่อฉันอย่างไม่สงสัยอะไรเหมือนเช่นที่ผ่านมา “ค่ะป๊า” ฉันยังคงไม่หันไปมองผู้เป็นประมุขของบ้าน ได้แต่รีบเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตัวเองที่อยู่ชั้นสองอย่างรวดเร็วพอฉันอาบน้ำกินข้าวเสร็จก็เข้ามานั่งในห้อง เตรียมท่องตำราเรียนกับทำข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยย้อนหลัง จนเวลาผ่านไปสองชั่วโมงสมองก็อ่อนล้า ทั้งตารางธาตุเคมี สูตรฟิสิกส์แล้วก็แคลคูลัสตีกันวุ่นวายจนสมองร้อนไปหมดแล้ว แถมวันนี้ยังไม่ค่อยจะมีสมาธิสักเท่าไหร่ เพราะเพิ่งจะโดนพี่ชายข้างบ้านเปิดซิงมาหมาดๆ กระทั่งตอนนี้ยังรู้สึกว่าทั้งกลิ่นกายและสัมผัสอันเร่าร้อนของเขายังคงติดอยู่ตามตัวฉัน แม้จะอาบน้ำสระผมเรียบร้อยแล้วก็ตาม
ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความกดดัน จริงๆ แล้วฉันอยากเลือกเรียนสายศิลป์-คำนวณ แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ ครอบครัวของฉันค่อนข้างหัวโบราณ ป๊าบังคับให้ฉันเรียนสายวิทย์-คณิต แล้วก็ต้องสอบเข้าเรียนต่อเภสัชให้ได้ ป๊าฝันมาตลอดว่าอยากจะเปิดร้านยาให้ฉันซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน ถ้าฉันทำไม่ได้ป๊าคงจะผิดหวังน่าดู ฉันตัดสินใจปิดหนังสือและเตรียมตัวเข้านอน มือเอื้อมไปกดปิดสวิตซ์ไฟข้างฝายังไม่ทันจะถึง ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นซะก่อน เบอร์ไม่คุ้นเลย ใครกันที่โทรมาตอนห้าทุ่มครึ่งแบบนี้ ฉันกดรับโทรศัพท์โดยไม่พูดอะไร แล้วเสียงห้าวๆ ของใครคนนั้นก็ล่องลอยออกมา “ฮัลโหลผึ้ง พี่นอนไม่หลับ พี่อยากเห็นหน้าผึ้ง พี่อยู่ด้านล่าง ผึ้งช่วยโผล่หน้ามาที่หน้าต่างหน่อยสิ” “พี่เอ็ม! เดี๋ยวก่อน เมื่อกี๊พี่เอ็มบอกว่าอยู่ตรงไหนนะ” น้ำเสียงของคนที่เริ่มง่วงถามเขาอีกที “มาที่หน้าต่าง!” เสียงทุ้มออกคำสั่งใส่โทรศัพท์จนน่าหมั่นไส้ ฉันเดินไปยังหน้าต่างห้องที่เป็นกระจกบานเลื่อน กดปลดล็อคแล้วเลื่อนให้มีช่องว่างเพียงพอที่จะยื่นหน้าสวยๆ ออกไป เฮ้อ! พี่เอ็มต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ พอฉันชะเง้อหน้ามองลงไปก็เห็นเขายืนยิ้มอยู่ด้านล่าง จุดที่ตรงกับหน้าต่างห้องของฉันพอดี ระหว่างบ้านของเรามันจะมีซอกตึกแคบๆ อยู่ ระยะห่างเกือบๆ สองเมตร และทางเดินตรงนี้ก็เชื่อมต่อกับสวนหลังบ้านของพี่เอ็ม มันถูกจัดไว้เป็นสวนหย่อมเล็กๆ และพี่เอ็มก็ชอบออกมานั่งสูบบุหรี่ที่ตรงนั้น ฉันชอบแอบดูเขาทุกครั้งที่มีโอกาส ยิ่งตอนที่เขาถอดเสื้อแล้วสวมแค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียว ฉันมองแล้วก็มีอารมณ์ จนต้องกลับมานอนช่วยตัวเอง ฉันถือโทรศัพท์แนบหู จ้องมองใบหน้าคมคายที่เห็นเลือนลางท่ามกลางความมืด จากนั้นน้ำเสียงแหบห้าวก็พยายามดัดให้ฟังดูอ่อนโยน “ดึกแล้ว นอนได้แล้ว ฝันดีนะผึ้ง” ไม่น่าเชื่อเลยว่า ผู้ชายบุคลิกห่ามเถื่อนแบบพี่เอ็มจะพูดจาแบบนี้เป็นกับเขาด้วย“แล้วเข้ามาอยู่ในห้องกับลูกสาวอั๊วสองต่อสองแบบนี้ ตั้งใจจะขึ้นมาลวนลามลูกสาวอั๊วหรือเปล่า” ปะป๊าขึ้นเสียงดังลั่น ส่วนฉันก็รีบยืนขึ้นหนีบขาเข้าหากัน เพราะน้ำขาวขุ่นที่ลำเอ็นยาวๆ ของพี่ยักษ์พ่นใส่ในตัวฉันมันกำลังไหลย้อนออกมาอีก“ว่าไงเพชร ไอ้ยักษ์มันทำอะไรหนูหรือเปล่า” หม่าม้าถามต่อทันที ดูท่าทางน่าจะจับพิรุธเราได้ ดวงตาเรียวประดุจเหยี่ยวของหม่าม้ากวาดมองฉันตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า สีหน้าก็ไม่ค่อยจะสู้ดี“พี่ยักษ์เพิ่งจะขึ้นมาที่นี่ก่อนหม่าม้ากลับมาได้แป๊บเดียวเอง พี่เขาเห็นว่าหลอดไฟที่ห้องนี้เสียก็เลยอาสามาซ่อมให้น่ะ” ฉันพยายามทำใจดีสู้เสือต่อ ทว่าปะป๊ากลับกระตุกยิ้มร้ายสวนมาทันที “รปภ. ข้างล่างบอกว่ามันขึ้นมาบนห้องนี้ได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว” ปะป๊าพูดพร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆ พี่ยักษ์ที่กำลังยืนเปลี่ยนหลอดไฟอยู่บนเก้าอี้โอ๊ย… ยิ่งโกหกก็ยิ่งไปกันใหญ่ ลืมไปเลยว่าปะป๊าเป็นเจ้าของที่นี่ และหากมีอะไรคุณลุง รปภ. ก็ต้องรายงานปะป๊าทุกเรื่อง “เอ่อ….” ฉันเริ่มกระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดี พูดโกหกไม่เก่งเสียด้วยสิ แถมหลักฐานจากการแตกในของพี่ยักษ์ยังไหลออกมาเปื้อนเป้าชั้นในตัวบางๆ เต็มไป
ครืด ครืด ~เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะมันสั่นขึ้นมาได้จังหวะพอดี คนที่ส่งข้อความมาเหมือนจะรู้ว่าเราเพิ่งจะเอากันเสร็จ ทว่าคนตัวโตที่ยืนอยู่ตรงหน้ายังไม่ยอมให้ฉันเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์“เป็นไงบ้างเพชร เอาต่อเลยไหม” เสียงพี่ยักษ์ถามฉันพร้อมกับขยำนมฉันอย่างเมามันอีกรอบ เรื่องหื่นจัดชัดเจนต้องยกให้เขาคนนี้เลยจริงๆ “พี่ยักษ์พอก่อน!” ฉันส่งเสียงห้ามปรามก่อนจะเกิดอารมณ์ขึ้นมาอีกรอบ สองเต้าใหญ่โตของฉันบอบช้ำไปหมดแล้ว พี่ยักษ์มือหนักชะมัด ทั้งตัวโต มือหนัก… แถมยังเอาหนักมาก “เอา… เอาออกไปได้แล้ว” ฉันส่งเสียงกระท่อนกระแท่นบอกพี่ยักษ์พร้อมกับจ้องมองตรงส่วนที่เราสองคนเชื่อมติดกันอยู่ใต้ลอนหน้าท้องแน่นๆ เอาฉันจนถึงจุดหมายปลายทางไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมถอดถอนความใหญ่โตออกไป แถมยังแกล้งขยับสะโพกไปมาให้ลำเอ็นอุ่นๆ เสียดสีหยอกเย้าในโพรงเสียวของฉันต่ออีก “น้ำร่านน้องเพชรแม่งโคตรเยอะเลย ชอบโดน… ล่ะสิ เป็นไง พี่ทำแบบนี้เสียวดีใช่ไหม” สะโพกหนายังคงขยับไปมาพร้อมส่งสายตาหวานเยิ้มสะกดฉัน“พี่ยักษ์ เอาออกไปได้แล้ว” ฉันพยายามปั้นเสียงดุที่ไม่ค่อยจะดุสักเท่าไหร่ใส่หน้าเขา ถึงแม้ว่ามันจะเสียวดีแต่ก็ต้องหยุดเพรา
“พี่ยักษ์” ฉันเอ่ยเรียกชื่อเขาเสียงสั่นกระเส่าในขณะที่คว้าข้อมือของเขาในเชิงห้ามปรามเอาไว้ด้วย ตอนนี้ปลายนิ้วเรียวยาวกำลังพยายามเกี่ยวชั้นในตัวบางเบาที่ปกปิดกลีบเนื้ออวบอูมให้เลื่อนหลุดออก ฉันหนีบขาทั้งสองข้างเข้าหากันเพื่อขัดขวางให้เขาทำไม่สำเร็จ ทว่าพี่ยักษ์ใช้วิธีเล้าโลมด้วยการกดปลายนิ้วหัวแม่มือบดคลึงตรงปุ่มเสียวของฉันอย่างมีชั้นเชิง และฉันก็เสียวซ่านจนเผลอกัดปากตัวเองพร้อมกับอ้าขาออกให้กว้างขึ้น ภายในช่องรักอันคับแคบมันกระตุกเบาๆ และร้อนผะผ่าวไปหมดแล้ว ใจฉันพยายามจะขัดขืน ทว่าช่องรักอันอุ่นลื่นที่ยังไม่เคยโดนลำเอ็นอุ่นของชายใดล่วงล้ำเข้ามามันกลับร้อนรุ่มกระตุกเร่าโหยหาการสอดใส่ “เพชรแฉะมาก น้ำเยิ้มเลยดูสิ กลีบสวย แคมสวย สีก็สวย ชาตินี้ห้ามให้ใครเห็นนอกจากไอ้ยักษ์คนนี้คนเดียว ถ้าจะคลอดลูก ก็ต้องให้หมอสูติฯ ผู้หญิงทำคลอดให้เท่านั้น” เสียงห้าวที่ไร้ความอ่อนโยนพ่นคำชมพร้อมเอ่ยวาจาแสดงความเป็นเจ้าของออกมาพร้อมๆ กัน และสายตาของฉันก็หลุบมองชั้นในลูกไม้ตัวบางที่หลุดไหลไปเกี่ยวอยู่ตรงข้อเท้าเล็กสลับกับจ้องลำเอ็นที่มีเส้นเลือดนูนยาวปูดโปนขึ้นมา มันแข็งโด่และใหญ่โตน่าเกรงขาม ตรงส่วนปลายม
“พี่ยักษ์ หยุด!! หยุด ปล่อยเพชรไปเดี๋ยวนี้นะ!! ” เปล่าหรอก ฉันไม่ได้ตะโกนออกมา มันคือเสียงที่ตะโกนดังๆ อยู่ในใจ มันจะหลุดออกมาจากปากได้ยังไง ก็ตอนนี้กลีบปากนุ่มสวยของฉันกำลังโดนปากหยักได้รูปขยับบดดูดอย่างหิวกระหาย และฉันก็ถอดถอนมันออกมาไม่ได้ซะด้วย ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ฉันกำลังทั้งเคลิบเคลิ้มและเพลิดเพลินจนขยับเรียวลิ้นเล็กตวัดพันรัดกับลิ้นเขาอย่างเมามัน แค่นั้นไม่พอ… ฉันเรียนรู้ที่จะจูบตอบเขาอย่างเร่าร้อนได้รวดเร็วจนไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะลุ่มหลงมัวเมาในรสจูบของเขาได้หนักหนาขนาดนี้ “อื้อ” ฝ่ามือหนาๆ ที่จ้องจะลวนลามฉันอยู่ทุกวี่ทุกวันเลื่อนต่ำลงมาลูบไล้ต้นขาขาวเนียนก่อนจะถลกกระโปรงนักศึกษาแคบๆ ของฉันขึ้นไปจนถึงเอวบาง กลีบสะโพกเต่งตึงถูกบีบขยำเคล้นคลึงอย่างบ้าคลั่งมือหนักเป็นบ้า! พี่ยักษ์ไม่ยอมเบามือกับฉันเลย และตอนนี้ก็มีอะไรบางอย่างที่แข็งขืนขึ้นมาถูไถอยู่ตรงเนินสาวอวบอูมของฉัน แข็งมาก… และขนาดของมันก็ใหญ่มาก ฮือ… นี่ฉันกำลังจะเสียความบริสุทธิ์ให้กับไอ้พี่ชายข้างบ้านจอมหื่นจริงๆ เหรอเนี่ย ปลายนิ้วอันสุดแสนร้ายกาจก็จู่โจมบดขยี้อยู่ตรงปุ่มที่ไวต่อความรู้สึกเสียวกระสันของผู้หญิ
“พี่ยักษ์! นั่น…. นั่นจะทำอะไรน่ะ” ฉันส่งเสียงแหลมๆ กึ่งตะโกนออกมา ฝ่ามือเล็กยื่นไปดันหน้าอกแกร่งไว้โดยอัตโนมัติ และมันก็ยิ่งเปิดโอกาสให้มือใหญ่แข็งแรงเกาะกุมมือนุ่มๆ ของฉันไว้ในทันที เหมือนฉากในหนังรักที่ดูเมื่อคืนไม่มีผิดเพี้ยน และสุดท้ายนางเอกก็โดนจูบ “ออกไปนะ อย่าเข้ามา” ไอ้พี่ชายข้างบ้านที่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุกำมือฉันเอาไว้แน่น และเพียงชั่วพริบตา หญิงสาวตัวเล็กๆ ในชุดนักศึกษาอย่างฉันก็โดนเขาดึงเข้าไปกอดเอาไว้แนบอก ในขณะที่ฉันพยายามดีดดิ้นสุดแรงพี่ยักษ์กลับกอดฉันเอาไว้ไห้แน่นกว่าเดิม แน่นจนกลิ่นกายผสมกลิ่นเหงื่อฟุ้งเข้ามาสะกดฉันให้ยอมยืนนิ่งๆ กลิ่นกายของพี่ยักษ์กลายเป็นกลิ่นที่ฉันคุ้นเคยไปซะแล้ว และอ้อมแขนแข็งแรงที่กำลังโอบกอดฉันอยู่มันกลับทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยขึ้นมาซะดื้อๆ ใจแข็งเข้าไว้เพชรกัญญา ชีวิตเธอจะมาลงเอยกับพี่ชายข้างบ้านสุดแสนจะร้ายกาจคนนี้ไม่ได้ “ยืนนิ่งเชียวเพชร ชอบให้พี่กอดเหรอ” น้ำเสียงแหบห้าวของผมแปรเปลี่ยนเป็นทุ้มละมุนเมื่อคนตัวเล็กในอ้อมกอดค่อยๆ หยุดดิ้นแล้วยืนนิ่งๆ ปลายจมูกโด่งรั้นฝังอยู่ตรงซอกคอของผมพอดิบพอดี ส่วนนมที่ใหญ่โตล้นทะลักก็กำลังบดเบียดลำต
เมื่อวานไม่น่าลืมตามช่างมาเปลี่ยนหลอดไฟเลยฉัน ดูสิเนี่ย… พอเริ่มค่ำ ก็เริ่มแย่ แถมปะป๊ากับหม่าม้าของฉันยังโคตรดุ และฉันก็ต้องทำบัญชีให้เสร็จภายในคืนนี้ด้วยหลอดไฟที่สำรองไว้ก็ดันหมด แถมวันนี้ก็ดันเป็นวันหยุดของช่างประจำเพชรกัญญาอพาร์ตเมนต์ เอ… หรือว่าจะโทรให้แม่บ้านออกไปซื้อหลอดไฟเข้ามาแล้วช่วยกันเปลี่ยนตอนนี้เลย สายตาคู่สวยเพ่งมองไปยังกองใบเสร็จรับเงินบนโต๊ะก่อนจะกดโหมดไฟฉายที่โทรศัพท์มือถือส่อง เออ! ทำแบบนี้ไปก่อนก็ได้ พอแบตหมดก็ค่อยชาร์จ ฉันคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะลงมือทำงานต่อ และไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นบานประตูออฟฟิศก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างสูงคนหนึ่ง แค่กลิ่นกายที่ล่องลอยมา…. ฉันก็ล่วงรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นใคร “พี่ยักษ์! พี่ยักษ์เข้ามาได้ยังไง” น้ำเสียงของฉันแฝงแววตกใจอย่างเห็นได้ชัดเพราะไม่คิดว่าจู่ๆ ไอ้ตัวหื่นข้างบ้านมันจะโผล่เข้ามา และปกติฉันก็ไม่ได้ล็อคประตูจนชิน ไม่น่าประมาทเลยฉัน พี่ยักษ์จ้องจะลวนลามฉันอยู่ตลอดเวลา และวันนี้ก็สบโอกาสเพราะทั้งปะป๊ากับหม่าม้าออกไปข้างนอก ค่ะ! และตอนนี้ฉันกับเขาก็อยู่ในห้องที่ค่อนข้างจะมืดด้วยกันเพียงลำพังสองต่อสอง ดีนะที่หล







