LOGIN"สิบกว่าปีที่เขาซ่อนความรู้สึกไว้ใต้เงาของคำว่า พี่ชาย ประคองความรักที่ล้ำค่ายิ่งกว่าเพชรเม็ดใดในโลกไว้อย่างสุดหัวใจ แต่ในคืนที่ความมืดมิดและพิษร้ายเข้าครอบงำสติ กำแพงที่เขาสร้างมาทั้งชีวิตกลับพังทลายลงเพียงเพราะเสียงอ้อนวอน เมื่อเส้นกั้นพังลง... เขาควรจะเป็น ที่พึ่งสุดท้าย หรือ คนร้ายที่ขโมยพรหมจรรย์ และเธอจะทำอย่างไร... เมื่อความอบอุ่นในค่ำคืนนั้น อาจเป็นเพียงความรับผิดชอบที่เขาจำใจมอบให้ในนามของ... ความสงสาร" ความลับเกี่ยวกับตัวเธอที่เขาปกปิดเอาไว้จะเปิดเผยอย่างไร?
View Moreภายในห้องหอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้และแสงไฟสีนวลตา ศรัณย์ ในชุดเจ้าบ่าวที่ปลดกระดุมออกจนเผยให้เห็นแผงอกกว้าง ขยับกายเข้าไปใกล้ร่างบางของ มะปราง ที่นั่งอยู่ปลายเตียง เขาโน้มตัวลงกอดเธอจากด้านหลัง กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นไม่เป็นจังหวะ เขากดจมูกลงบนไหล่เนียนเบาๆ ก่อนจะกระซิบด้วยเสียงแหบพร่าข้างใบหู “ถึงเวลาเข้าหอจริงๆ ของเราแล้วนะครับ... เมียพี่” มะปรางหดคอหนีด้วยความเขินอาย มือเรียวรีบตะปบเข้าที่แผ่นหลังของเขาผ่านเนื้อผ้าเบาบางด้วยความกังวล “พี่ศรัณย์... ไม่เจ็บแผลแล้วเหรอคะ แผลถูกยิงเพิ่งจะตกสะเก็ดเองนะ” ศรัณย์หัวเราะในลำคอเบาๆ แรงสั่นสะเทือนจากแผงอกส่งผ่านถึงแผ่นหลังของเธอ เขาพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้ากัน สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สั่นไหว “พี่หายดีแล้วครับ... หายจนอยากจะพิสูจน์ให้ปรางดูตอนนี้เลย” เขากุมมือเธอมาวางบนหน้าอกข้างซ้ายที่เต้นแรง “พี่คิดถึงปรางใจจะขาด... และที่สำคัญ พี่อยากไปทักทายน้องวริศจะแย่อยู่แล้วครับ” ในห้องหอที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ ศรัณย์ ค่อยๆ เชยคาง มะปราง ขึ้นมาสบตา สายตาข
ณ ห้องอาหารสุดหรูของโรงแรม อัศวธารา ที่ตอนนี้ ภาคิน สั่งปิดโซนพิเศษเพื่อให้น้องเขยอย่างศรัณย์ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้มานั่งฉลองเตรียมงานแต่งครั้งที่สาม พร้อมหน้าพร้อมตาแก๊งเพื่อนซี้ ทั้ง พายุ ภีม ธัช ธีร์ และวิศรุต "พวกมึงไม่ต้องอิจฉาหรอกนะ โดยเฉพาะไอ้ธัช ไอ้ธีร์... เมียพวกมึงยังไม่ท้องใช่ไหมล่ะ" ศรัณย์เอ่ยพลางยกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "แต่มะปรางน่ะ... 3 เดือนแล้วโว้ย! แซงหน้าพวกมึงไปไกล" "เออ! ยอมรับว่ามึงไวไอ้หมอ แต่มึงก็แต่งมาตั้วนานแล้วนะ" วิศรุต เบรกแรงพลางเทน้ำใส่แก้ว "แล้วมึงจะตั้งชื่อลูกว่าอะไรนะ ศรัณย์วริศ เหรอ แล้วถ้าเกิดท้องนี้ลูกมึงเป็นผู้หญิงล่ะไอ้หมอ มึงจะทำยังไง" "ผู้ชายเว้ย! ยังไงก็ผู้ชายชัวร์" ศรัณย์ยืนยันเสียงแข็งหน้าตาย "ถ้าคนนี่ผู้ชาย ท้องสองน่ะ! ถ้าคนต่อไปเป็นผู้หญิงล่ะ" วิศรุตเซ้าซี้ต่อ ศรัณย์นิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มมุมปาก "ถ้าลูกสาวเหรอ... ก็คง วริศรา หรือไม่ก็ ศรัณย์รัตน์ มั้ง ฟังดูเพราะดีออก ศรัณย์วริศ กับวริศรา” "เฮ้ย! ไม่ได้ๆ วริศรา นี่กูจองแล้ว!" วิศรุตโพล่งขึ้นมาจนคนทั้งโต๊ะหันมอง "ชื่อนี้กูเล็งไว้ให้ลูกสาวกูในอ
ภายในห้องพักที่ดูสงบเงียบผิดปกติ วิยะดา นั่งอยู่บนเตียง สายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ก่อนจะหันกลับมาสบตากับ ก้องภพ ที่ยืนอยู่ไม่ไกล แววตาของเธอในวันนี้ไม่มีกระแสแห่งการยื้อแย่งหรือเอาชนะเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนล้าและละอายใจ “ก้องคะ... ฉันตัดสินใจแล้ว” วิยะดาเอ่ยเสียงสั่นพร่า “ทันทีที่ฉันออกจากโรงพยาบาล ฉันจะพาลูกเกดไปจากที่นี่... ไปให้ไกลจากชีวิตคุณ” ก้องภพชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังคงรับฟังเงียบๆ “ที่ผ่านมาฉันทำเรื่องแย่ๆ กับคุณไว้มาก... ฉันละอายใจเหลือเกินที่เคยเห็นคุณเป็นเพียงที่พึ่งทางใจแต่ไม่เคยให้เกียรติคุณในฐานะเมียจริงๆ เลย” เธอก้มหน้าลงพร้อมน้ำตาที่ร่วงเผาะ “ฉันจะคืนชีวิต คืนอิสระให้คุณนะคะก้อง... ฉันขอโทษ” ก้องภพถอนหายใจยาว ความหนักอึ้งในใจตลอดหลายปีดูเหมือนจะเบาบางลง เขาเดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอภัย “ผมไม่ได้โกรธคุณแล้วนะวิยะดา... เพื่อเห็นแก่เวลาที่เราเคยมีร่วมกัน ผมจะให้เงินคุณก้อนหนึ่งไว้ดูแลลูกเกดและตั้งตัวนะ คุณจะได้ไม่ต้องลำบาก” เขาส่งยิ้มบางๆ ให้ เราจบกันด้วยดี... ในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งนะ” วิยะดาเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา เธ
ก่อนจะเข้าไปในห้องรับรอง ไมค์ หันมาสบตากับ ศรัณย์ พลางพยักหน้าให้กันน้อยๆ เป็นเชิงขอโทษและขอบคุณที่ผ่านมา ศรัณย์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขาไม่ได้ติดใจเอาความ เพราะรู้แล้วว่าไมค์นี่แหละคือคนที่ ปราบ สองแม่ลูกนี้ได้อยู่หมัดที่สุด "โชคดีนะแจน... ฝากดูแล น้องสาวกับหลานพี่ด้วยนะไมค์" ศรัณย์เอ่ยไล่หลัง แจนหันมามองศรัณย์เป็นครั้งสุดท้าย ความยึดติดที่เคยมีมันมลายหายไปหมดสิ้น เธอไม่ได้รักศรัณย์จริงๆ เธอแค่รักความสมบูรณ์แบบที่แม่กรอกหู แต่คนที่กอดเธอไว้ในวันที่เธอไม่เหลือใครจริงๆ คือผู้ชายที่กำลังโอบไหล่เธออยู่ตอนนี้ต่างหาก "พี่หมอ... แจนขอโทษนะคะสำหรับทุกอย่าง" แจนทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่ดูเบาสบายที่สุดในรอบหลายปี ก่อนจะเดินเคียงข้างไมค์และพ่อเลี้ยงโกศลออกไปเพื่อเริ่มต้นชีวิต คุณนายสัมปทานป่าไม้ อย่างเต็มตัว เมื่อแจนกับไมค์จากไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ความเข้าใจผิดก้อนโตที่ทำเอา มะปราง เตลิดไปไกล ศรัณย์ พยายามฝืนความเจ็บปวดลุกขึ้นจากเตียง มือข้างหนึ่งเกาะเสาน้ำเกลือไว้แน่น ใบหน้าคมซีดเผือดแต่แววตามุ่งมั่น "พี่ฝน... ช่วยพยุงผมไปหามะปรางที ผมยอมให้เมียเข้าใจผิดแบบนี้ไม่ได้จริงๆ" น้ำฝนมองด้วยควา





