LOGIN“บาย แล้วเจอกันนะแก กลับบ้านดีๆ ล่ะ”
ฉันโบกมือให้พวกเพื่อนๆ ในกลุ่ม ก่อนจะเดินไปยังป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้าม โรงเรียนมัธยมที่ฉันเรียนอยู่ค่อนข้างไกลจากบ้าน แต่เพราะป๊าอยากให้ฉันเข้าเรียนโรงเรียนคอนแวนต์หญิงล้วนที่มีชื่อเสียง ฉันก็เลยต้องเรียนที่นี่ เดินทางมาทีก็เกือบสองชั่วโมงกว่าจะถึง แถมยังต้องนั่งรถเมล์สามต่อกลับบ้าน ถ้าลงไม่ทันก็เลยป้าย “ผึ้ง” ยังไม่ทันจะข้ามถนน ฉันก็ได้ยินเสียงคนคุ้นเคยเรียกชื่อเข้าเสียก่อน น้ำเสียงแหบห้าวแบบนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก… “พี่เอ็ม มาทำอะไรที่นี่” เมื่อฉันหันขวับกลับไปหาต้นเสียง ก็เห็นผู้ชายหน้าเข้ม ตัดผมทรงเซอร์ๆ ร่างสูงกำยำสวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมลงมาจนเห็นกล้ามอกกับรอยสักที่ดูเข้ากันกับกางเกงยีนส์รัดรูปขาดๆ กำลังยืนยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ทางด้านหลัง มือข้างหนึ่งยกขึ้นเสยผม ส่วนมืออีกข้างก็แกว่งกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ไปมา ทำท่ายังกับพระเอกละครรักวัยรุ่น “อุ๊ย ดูพี่คนนั้นสิแก หล่อจัง” “แก พี่เขาเท่ห์มากเลยอ่ะ มายืนรอใครวะ” เสียงเด็กมอห้ากลุ่มหนึ่งพากันซุบซิบตอนเดินผ่านพี่เอ็ม และนั่นก็ทำให้ฉันรีบสาวเท้าไปข้างหน้าให้ห่างจากเขาทันที พี่เอ็มต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ นี่ถึงขนาดโผล่มาดักรอฉันหน้าโรงเรียนเลยเหรอ ฉันรีบเดินหนีไปให้ห่างไกลผู้คน เดี๋ยวพวกเพื่อนๆในห้องหรืออาจารย์มาเห็นแล้วจะเข้าใจผิดคิดว่าฉันมีแฟน แถมเขายังดูห่ามเถื่อนแบดบอยแบบสุดๆ ซึ่งไม่เข้ากับเด็กผู้หญิงหน้าหมวยใสในลุคเด็กเรียนแบบฉันเลยสักนิด พอฉันวิ่งหนีเขาก็รีบวิ่งตาม “พี่เอ็มอย่าตามผึ้งมา” ฉันตะโกนพร้อมกับหยุดยืนข้างถนน หันซ้ายมองขวา เตรียมจะข้ามไปยังป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามแต่ยังไม่ทันจะก้าวขา ก็โดนคนตัวสูงกว่าคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน “พี่เอ็ม!” ฉันตวาดพลางสะบัดแขนให้หลุดพ้นจากพันธนาการอันแข็งแกร่ง “ปล่อยแขนผึ้งก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยคุยกัน” คนตัวโตยอมปล่อยมืออย่างไม่ค่อยจะเต็มใจ จากนั้นน้ำเสียงทุ้มห้าวก็ดังขึ้นมาโดยที่ฉันยังไม่ทันได้ถามอะไรออกไป “คือพี่บังเอิญมาทำธุระแถวนี้ ใกล้ๆ โรงเรียนผึ้งพอดี ก็เลยมาแวะรอรับผึ้งกลับบ้านพร้อมกันเลย” พี่เอ็มรีบอธิบาย แต่ฉันไม่เชื่อหรอกว่าบังเอิญ “ซ้อนมอ’ไซค์กลับไปกับพี่นะ พอใส่หมวกกันน็อคก็ไม่มีใครรู้หรอกน่าว่าเป็นผึ้ง” เฮ้อ! ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่เมื่อเห็นสภาพรถติดบนท้องถนนที่อยู่ตรงหน้าก็เริ่มลังเล “ไปกับพี่เถอะน่า” “โอเค ไปก็ไป” ทันทีที่ฉันตอบรับ รอยยิ้มดีอกดีใจก็ฉาบไปทั่วใบหน้าคมคายทันที เอ๊ะ! ทำไมฉันเพิ่งจะสังเกตว่าพี่เอ็มเป็นคนยิ้มสวย มันคือรอยยิ้มจริงใจที่แฝงไว้ด้วยความหื่น พอมองตาเขาแก้มนวลก็ร้อนผ่าว พร้อมกับภาพดุ้นเอ็นใหญ่โตของเขาที่ลอยเข้ามาในสมองกับความรู้สึกตอนโดนมันกระแทกเข้าออกในโพรงสวาท โอ๊ย! บ้าไปแล้วฉัน น้ำผึ้งเธอจะมาคิดหื่นกับพี่ชายข้างบ้านตรงข้างถนนไม่ได้ “คิดอะไรอยู่เหรอผึ้ง หน้าแดงเชียว” “อากาศมันร้อนน่ะ รีบไปเอารถมารับผึ้งได้แล้ว ผึ้งรออยู่ตรงนี้นะ” คนตัวสูงรีบวิ่งไปขับรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่จอดอยู่ข้างรั้วโรงเรียนมาทางฉัน ฉันเห็นพี่เอ็มไปไหนมาไหนด้วยรถคันนี้อยู่ทุกวัน นั่นไง! ที่รถมีหมวกกันน็อคแขวนอยู่สองใบซะด้วย แค่นี้ก็รู้แล้วว่าไม่ได้บังเอิญผ่านมา เขาตั้งใจจะมารับฉันที่โรงเรียน ทันทีที่รถจอดเทียบตรงหน้าฉัน มือใหญ่ก็ยื่นหมวกกันน็อคใบสีขาวใหม่เอี่ยมมาให้พร้อมรอยยิ้มหล่อเหลา ก่อนจะคว้าใบสีดำของตัวเองขึ้นมาสวมใส่เป็นลำดับต่อไป ฉันสวมหมวกกันน็อคใบสีขาวของเขาได้พอดี จากนั้นจึงค่อยๆ ก้าวขึ้นมอเตอร์ไซค์อย่างทุลักทุเล นั่งคร่อมไม่ได้เพราะใส่กระโปรง ได้แต่นั่งท่าเจ้าหญิงแล้วก็เอากระเป๋านักเรียนวางไว้บนตัก ฉันยังไม่เคยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ใครมาก่อนในชีวิต นี่ถ้าป๊ารู้เรื่องเข้าฉันคงโดนดุและตัดเงินค่าขนมไปหลายวัน คือป๊าของฉันไม่ค่อยจะชอบพี่เอ็มน่ะ ถึงขั้นไม่ชอบเอามากๆเลยก็ว่าได้ ป๊าบอกว่าพี่เอ็มดูไม่มีอนาคต เป็นคนเหลวไหล เรียนก็ไม่จบมอหก นิสัยเกเร อนาคตคงไม่พ้นขายกับซ่อมจักรยานไปวันๆ “นั่งดีๆ นะผึ้ง อย่าหล่นลงไปล่ะ” “พี่เอ็มก็ขับดีๆ ละกัน ห้ามขับให้ผึ้งหล่น” “ผึ้งก็กอดพี่แน่นๆ สิจะได้ไม่หล่น”ฉันก็เลยต้องกอดเขาไว้แน่นๆ สูดกลิ่นกายหอมกรุ่นยั่วยวน แผ่นหลังกว้างของพี่เอ็มให้ความรู้สึกอบอุ่น พอรถแล่นฉิวไปตามท้องถนนก็รู้สึกผ่อนคลาย
การซ้อนมอเตอร์ไซค์ใครสักคนกลับบ้าน ไม่ต้องยืนบนรถเมล์แน่นๆในชั่วโมงเร่งด่วนแบบนี้มันทำให้การเดินทางของฉันเร็วขึ้นหลายเท่าเลย แต่เดี๋ยวก่อน นี่มันไม่ใช่ทางกลับบ้านของฉันนี่นา!“แล้วเข้ามาอยู่ในห้องกับลูกสาวอั๊วสองต่อสองแบบนี้ ตั้งใจจะขึ้นมาลวนลามลูกสาวอั๊วหรือเปล่า” ปะป๊าขึ้นเสียงดังลั่น ส่วนฉันก็รีบยืนขึ้นหนีบขาเข้าหากัน เพราะน้ำขาวขุ่นที่ลำเอ็นยาวๆ ของพี่ยักษ์พ่นใส่ในตัวฉันมันกำลังไหลย้อนออกมาอีก“ว่าไงเพชร ไอ้ยักษ์มันทำอะไรหนูหรือเปล่า” หม่าม้าถามต่อทันที ดูท่าทางน่าจะจับพิรุธเราได้ ดวงตาเรียวประดุจเหยี่ยวของหม่าม้ากวาดมองฉันตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า สีหน้าก็ไม่ค่อยจะสู้ดี“พี่ยักษ์เพิ่งจะขึ้นมาที่นี่ก่อนหม่าม้ากลับมาได้แป๊บเดียวเอง พี่เขาเห็นว่าหลอดไฟที่ห้องนี้เสียก็เลยอาสามาซ่อมให้น่ะ” ฉันพยายามทำใจดีสู้เสือต่อ ทว่าปะป๊ากลับกระตุกยิ้มร้ายสวนมาทันที “รปภ. ข้างล่างบอกว่ามันขึ้นมาบนห้องนี้ได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว” ปะป๊าพูดพร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆ พี่ยักษ์ที่กำลังยืนเปลี่ยนหลอดไฟอยู่บนเก้าอี้โอ๊ย… ยิ่งโกหกก็ยิ่งไปกันใหญ่ ลืมไปเลยว่าปะป๊าเป็นเจ้าของที่นี่ และหากมีอะไรคุณลุง รปภ. ก็ต้องรายงานปะป๊าทุกเรื่อง “เอ่อ….” ฉันเริ่มกระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดี พูดโกหกไม่เก่งเสียด้วยสิ แถมหลักฐานจากการแตกในของพี่ยักษ์ยังไหลออกมาเปื้อนเป้าชั้นในตัวบางๆ เต็มไป
ครืด ครืด ~เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะมันสั่นขึ้นมาได้จังหวะพอดี คนที่ส่งข้อความมาเหมือนจะรู้ว่าเราเพิ่งจะเอากันเสร็จ ทว่าคนตัวโตที่ยืนอยู่ตรงหน้ายังไม่ยอมให้ฉันเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์“เป็นไงบ้างเพชร เอาต่อเลยไหม” เสียงพี่ยักษ์ถามฉันพร้อมกับขยำนมฉันอย่างเมามันอีกรอบ เรื่องหื่นจัดชัดเจนต้องยกให้เขาคนนี้เลยจริงๆ “พี่ยักษ์พอก่อน!” ฉันส่งเสียงห้ามปรามก่อนจะเกิดอารมณ์ขึ้นมาอีกรอบ สองเต้าใหญ่โตของฉันบอบช้ำไปหมดแล้ว พี่ยักษ์มือหนักชะมัด ทั้งตัวโต มือหนัก… แถมยังเอาหนักมาก “เอา… เอาออกไปได้แล้ว” ฉันส่งเสียงกระท่อนกระแท่นบอกพี่ยักษ์พร้อมกับจ้องมองตรงส่วนที่เราสองคนเชื่อมติดกันอยู่ใต้ลอนหน้าท้องแน่นๆ เอาฉันจนถึงจุดหมายปลายทางไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมถอดถอนความใหญ่โตออกไป แถมยังแกล้งขยับสะโพกไปมาให้ลำเอ็นอุ่นๆ เสียดสีหยอกเย้าในโพรงเสียวของฉันต่ออีก “น้ำร่านน้องเพชรแม่งโคตรเยอะเลย ชอบโดน… ล่ะสิ เป็นไง พี่ทำแบบนี้เสียวดีใช่ไหม” สะโพกหนายังคงขยับไปมาพร้อมส่งสายตาหวานเยิ้มสะกดฉัน“พี่ยักษ์ เอาออกไปได้แล้ว” ฉันพยายามปั้นเสียงดุที่ไม่ค่อยจะดุสักเท่าไหร่ใส่หน้าเขา ถึงแม้ว่ามันจะเสียวดีแต่ก็ต้องหยุดเพรา
“พี่ยักษ์” ฉันเอ่ยเรียกชื่อเขาเสียงสั่นกระเส่าในขณะที่คว้าข้อมือของเขาในเชิงห้ามปรามเอาไว้ด้วย ตอนนี้ปลายนิ้วเรียวยาวกำลังพยายามเกี่ยวชั้นในตัวบางเบาที่ปกปิดกลีบเนื้ออวบอูมให้เลื่อนหลุดออก ฉันหนีบขาทั้งสองข้างเข้าหากันเพื่อขัดขวางให้เขาทำไม่สำเร็จ ทว่าพี่ยักษ์ใช้วิธีเล้าโลมด้วยการกดปลายนิ้วหัวแม่มือบดคลึงตรงปุ่มเสียวของฉันอย่างมีชั้นเชิง และฉันก็เสียวซ่านจนเผลอกัดปากตัวเองพร้อมกับอ้าขาออกให้กว้างขึ้น ภายในช่องรักอันคับแคบมันกระตุกเบาๆ และร้อนผะผ่าวไปหมดแล้ว ใจฉันพยายามจะขัดขืน ทว่าช่องรักอันอุ่นลื่นที่ยังไม่เคยโดนลำเอ็นอุ่นของชายใดล่วงล้ำเข้ามามันกลับร้อนรุ่มกระตุกเร่าโหยหาการสอดใส่ “เพชรแฉะมาก น้ำเยิ้มเลยดูสิ กลีบสวย แคมสวย สีก็สวย ชาตินี้ห้ามให้ใครเห็นนอกจากไอ้ยักษ์คนนี้คนเดียว ถ้าจะคลอดลูก ก็ต้องให้หมอสูติฯ ผู้หญิงทำคลอดให้เท่านั้น” เสียงห้าวที่ไร้ความอ่อนโยนพ่นคำชมพร้อมเอ่ยวาจาแสดงความเป็นเจ้าของออกมาพร้อมๆ กัน และสายตาของฉันก็หลุบมองชั้นในลูกไม้ตัวบางที่หลุดไหลไปเกี่ยวอยู่ตรงข้อเท้าเล็กสลับกับจ้องลำเอ็นที่มีเส้นเลือดนูนยาวปูดโปนขึ้นมา มันแข็งโด่และใหญ่โตน่าเกรงขาม ตรงส่วนปลายม
“พี่ยักษ์ หยุด!! หยุด ปล่อยเพชรไปเดี๋ยวนี้นะ!! ” เปล่าหรอก ฉันไม่ได้ตะโกนออกมา มันคือเสียงที่ตะโกนดังๆ อยู่ในใจ มันจะหลุดออกมาจากปากได้ยังไง ก็ตอนนี้กลีบปากนุ่มสวยของฉันกำลังโดนปากหยักได้รูปขยับบดดูดอย่างหิวกระหาย และฉันก็ถอดถอนมันออกมาไม่ได้ซะด้วย ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ฉันกำลังทั้งเคลิบเคลิ้มและเพลิดเพลินจนขยับเรียวลิ้นเล็กตวัดพันรัดกับลิ้นเขาอย่างเมามัน แค่นั้นไม่พอ… ฉันเรียนรู้ที่จะจูบตอบเขาอย่างเร่าร้อนได้รวดเร็วจนไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะลุ่มหลงมัวเมาในรสจูบของเขาได้หนักหนาขนาดนี้ “อื้อ” ฝ่ามือหนาๆ ที่จ้องจะลวนลามฉันอยู่ทุกวี่ทุกวันเลื่อนต่ำลงมาลูบไล้ต้นขาขาวเนียนก่อนจะถลกกระโปรงนักศึกษาแคบๆ ของฉันขึ้นไปจนถึงเอวบาง กลีบสะโพกเต่งตึงถูกบีบขยำเคล้นคลึงอย่างบ้าคลั่งมือหนักเป็นบ้า! พี่ยักษ์ไม่ยอมเบามือกับฉันเลย และตอนนี้ก็มีอะไรบางอย่างที่แข็งขืนขึ้นมาถูไถอยู่ตรงเนินสาวอวบอูมของฉัน แข็งมาก… และขนาดของมันก็ใหญ่มาก ฮือ… นี่ฉันกำลังจะเสียความบริสุทธิ์ให้กับไอ้พี่ชายข้างบ้านจอมหื่นจริงๆ เหรอเนี่ย ปลายนิ้วอันสุดแสนร้ายกาจก็จู่โจมบดขยี้อยู่ตรงปุ่มที่ไวต่อความรู้สึกเสียวกระสันของผู้หญิ
“พี่ยักษ์! นั่น…. นั่นจะทำอะไรน่ะ” ฉันส่งเสียงแหลมๆ กึ่งตะโกนออกมา ฝ่ามือเล็กยื่นไปดันหน้าอกแกร่งไว้โดยอัตโนมัติ และมันก็ยิ่งเปิดโอกาสให้มือใหญ่แข็งแรงเกาะกุมมือนุ่มๆ ของฉันไว้ในทันที เหมือนฉากในหนังรักที่ดูเมื่อคืนไม่มีผิดเพี้ยน และสุดท้ายนางเอกก็โดนจูบ “ออกไปนะ อย่าเข้ามา” ไอ้พี่ชายข้างบ้านที่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุกำมือฉันเอาไว้แน่น และเพียงชั่วพริบตา หญิงสาวตัวเล็กๆ ในชุดนักศึกษาอย่างฉันก็โดนเขาดึงเข้าไปกอดเอาไว้แนบอก ในขณะที่ฉันพยายามดีดดิ้นสุดแรงพี่ยักษ์กลับกอดฉันเอาไว้ไห้แน่นกว่าเดิม แน่นจนกลิ่นกายผสมกลิ่นเหงื่อฟุ้งเข้ามาสะกดฉันให้ยอมยืนนิ่งๆ กลิ่นกายของพี่ยักษ์กลายเป็นกลิ่นที่ฉันคุ้นเคยไปซะแล้ว และอ้อมแขนแข็งแรงที่กำลังโอบกอดฉันอยู่มันกลับทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยขึ้นมาซะดื้อๆ ใจแข็งเข้าไว้เพชรกัญญา ชีวิตเธอจะมาลงเอยกับพี่ชายข้างบ้านสุดแสนจะร้ายกาจคนนี้ไม่ได้ “ยืนนิ่งเชียวเพชร ชอบให้พี่กอดเหรอ” น้ำเสียงแหบห้าวของผมแปรเปลี่ยนเป็นทุ้มละมุนเมื่อคนตัวเล็กในอ้อมกอดค่อยๆ หยุดดิ้นแล้วยืนนิ่งๆ ปลายจมูกโด่งรั้นฝังอยู่ตรงซอกคอของผมพอดิบพอดี ส่วนนมที่ใหญ่โตล้นทะลักก็กำลังบดเบียดลำต
เมื่อวานไม่น่าลืมตามช่างมาเปลี่ยนหลอดไฟเลยฉัน ดูสิเนี่ย… พอเริ่มค่ำ ก็เริ่มแย่ แถมปะป๊ากับหม่าม้าของฉันยังโคตรดุ และฉันก็ต้องทำบัญชีให้เสร็จภายในคืนนี้ด้วยหลอดไฟที่สำรองไว้ก็ดันหมด แถมวันนี้ก็ดันเป็นวันหยุดของช่างประจำเพชรกัญญาอพาร์ตเมนต์ เอ… หรือว่าจะโทรให้แม่บ้านออกไปซื้อหลอดไฟเข้ามาแล้วช่วยกันเปลี่ยนตอนนี้เลย สายตาคู่สวยเพ่งมองไปยังกองใบเสร็จรับเงินบนโต๊ะก่อนจะกดโหมดไฟฉายที่โทรศัพท์มือถือส่อง เออ! ทำแบบนี้ไปก่อนก็ได้ พอแบตหมดก็ค่อยชาร์จ ฉันคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะลงมือทำงานต่อ และไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นบานประตูออฟฟิศก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างสูงคนหนึ่ง แค่กลิ่นกายที่ล่องลอยมา…. ฉันก็ล่วงรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นใคร “พี่ยักษ์! พี่ยักษ์เข้ามาได้ยังไง” น้ำเสียงของฉันแฝงแววตกใจอย่างเห็นได้ชัดเพราะไม่คิดว่าจู่ๆ ไอ้ตัวหื่นข้างบ้านมันจะโผล่เข้ามา และปกติฉันก็ไม่ได้ล็อคประตูจนชิน ไม่น่าประมาทเลยฉัน พี่ยักษ์จ้องจะลวนลามฉันอยู่ตลอดเวลา และวันนี้ก็สบโอกาสเพราะทั้งปะป๊ากับหม่าม้าออกไปข้างนอก ค่ะ! และตอนนี้ฉันกับเขาก็อยู่ในห้องที่ค่อนข้างจะมืดด้วยกันเพียงลำพังสองต่อสอง ดีนะที่หล







