مشاركة

บทที่ 3

مؤلف: ACHICHI
last update تاريخ النشر: 2025-03-12 17:33:59

พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน ตอนที่ 3

วันต่อมา…

“รีบไปไหน?”

เสียงของยิมเพื่อนสนิทเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าฉันคว้ากระเป๋า GUCCI คอลเลกชันใหม่ล่าสุดมาสะพายเตรียมตัวจะกลับ สายตาจับผิดมองมาอย่างทะลุปรุโปร่ง ร่างแบบบางของมันขยับตัวลุกขึ้นจากโต๊ะเลกเชอร์ พร้อมสะบัดเรือนผมยาวสยายไปด้านหลังเรียกสายตาจากหนุ่ม ๆ ในคลาสได้มากโข ก่อนเจ้าตัวจะเดินเข้ามาคล้องแขนฉันไว้

“ว่าไงจ๊ะ? ไปตกหลุมรักผู้ชายที่ไหนอีก?” เสียงประชดประชันถามเค้นมาอีกรอบตา นัยน์ตาสีอ่อนฉายแววขบขันอย่างรู้ทันนิสัยกัน

ฉันถึงกับหัวเราะออกมา ราวกับว่ามันอ่านใจฉันได้หมดทุกซอกทุกมุม ก็ใช่หรอก… ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเป็นแบบนี้ เวลาฉันชอบใครก็มักจะวิ่งเข้าใส่ทุกที และอาการเดิม ๆ ก็คือรีบกลับเพื่อจะไปหาผู้ชาย

คติพจน์ของเราก็คือผู้ชายมาก่อนเสมอ ยังไงเพื่อนก็ไม่ไปไหนอยู่แล้ว… ใช่! เราทั้งคู่มันคนแรดแบบนี้แหละ

“คนนี้ฉันรู้จักไหม?” มันยังไม่เลิกกระแซะถาม ฉันเลยส่ายหน้าตอบ

“ไม่หรอก”

“เจอที่ไหน? ที่มอ.หรือเปล่า? คณะฯ อะไร?”

“ใจเย็น… ไม่ได้เรียนที่นี่หรอก”

“แล้ว?”

“เจอตามข้างทาง” ฉันบอกไปตามจริง แต่ไม่คิดจะเล่ารายละเอียดอะไรให้ฟังมากนัก

“หืม? คุณนลินชอบผู้ชายตามข้างทาง? คือยังไงไหนเล่า?”

ฉันเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อโดนมองด้วยสายตากดดัน ใบหน้าสวย ๆ ของยิมยังคงรอฟังอยู่อย่างนั้น แต่จะพูดยังไงดี ถ้าฉันบอกว่าฉันไปชอบเด็กที่อู่ซ่อมรถคงโดนเพื่อนแหวใส่แน่ ๆ และก็ใช่อีก ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่เป็นคนรวย เพื่อนฉันเองก็ไม่แพ้กันหรอก ยัยนี่รวยกว่าฉันด้วยซ้ำไป… สังคมที่เราอยู่ค่อนข้างที่จะ… อืม… เรียกได้ว่าเลิศก็แล้วกัน

ถ้าบอกว่าตอนนี้ฉันชอบเด็กช่างนี่… มันคงตกใจน่าดู…

“ไว้จีบติดค่อยมาเล่า” ฉันเลี่ยงที่จะบอก ทำแค่เพียงยิ้มน้อย ๆ เท่านั้น

“แกนี่นะ… คนมาจีบตั้งเยอะตั้งแยะไม่ชอบ… ชอบต้องไปตามจีบคนอื่นอยู่เรื่อย” ยิมหัวเราะ พร้อมมองตำหนิ “แล้วยังไง? ถ้าแกจีบไม่ติดคือฉันจะไม่ได้เจอ?”

“คนนี้หล่อมาก!! ฉันอยากได้” ฉันทำหน้าจริงจัง

“จ้า เอามาให้ฉันสแกนก่อนคบก็แล้วกัน”

“อือฮึ”

ฉันตอบได้แค่นั้นแล้วก็ต้องทำเป็นมองไปทางอื่น ไม่ใช่ว่าไม่รู้นิสัยเพื่อนตัวเองเสียเมื่อไหร่ ยิมเป็นเพื่อนคนเดียวที่ฉันสนิทมาตั้งแต่ไฮสกูลเราเรียนมาพร้อมกัน อยู่ด้วยกันตลอด ฉันชอบใครก็จะบอกมันเสมอ… นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ฉันกลัว…

เพื่อนฉันมันค่อนข้างถือตัว เรียกได้ว่าไม่สุงสิงกับคนที่ไม่ใช่ระดับเดียวกันเลยก็ว่าได้ ซึ่งมันต่างจากฉันที่สามารถคุยได้กับทุกคน หรือชอบผู้ชายได้ทุกแบบ ขอแค่หล่อเป็นพอ… เอาเป็นว่ามันคงจะไม่ชอบใจถ้ารู้ว่าฉันไปปิ๊งพี่สิงห์เข้าแน่ ๆ

เราเดินมาจนถึงลานจอดรถก่อนที่ร่างบางที่สวยไปทุกส่วนสัดของเพื่อนจะโบกมือให้ฉัน มันเดินไปขึ้นรถพอร์ช911 สีเหลืองสดของตัวเองโดยไม่ลืมตะโกนมาให้กำลังใจกัน

“ขอให้จีบติดล่ะคุณนลิน”

“ติดอยู่แล้วย่ะ”

ฉันโบกมือให้เพื่อนแล้วขึ้นรถตัวเองบ้าง ที่เบาะด้านข้างคนขับมีถุงขนมแบรนด์เดิมที่เมื่อวานฉันไปต่อคิวซื้อมาอีกหลายถุงวางอยู่ แต่โชคดีที่วันนี้ฉันฉลาดพอจะใช้บริการแอปฯ สั่งอาหาร ไม่ต้องไปยืนรออยู่เอง เพราะเห็นเพื่อน ๆ ของพี่สิงห์กินกันอย่างอร่อยเมื่อวานนั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันสั่งมาเพิ่ม

แค่นึกถึงหน้าหล่อ ๆ ที่ต้องหงุดหงิดแน่ ๆ เมื่อเห็นหน้าฉันอีกรอบก็น่าสนุกแล้ว…

ไปค่ะ… ไปจีบผู้ชายดีกว่า…

สองชั่วโมงต่อมา

ใช่! อ่านไม่ผิดหรอกสองชั่วโมงจริง ๆ ที่ฉันต้องนั่งติดแหง็กอยู่บนรถเพราะไอ้อู่บ้านั่นมันดันอยู่ในโซนที่รถติดสุด ๆ กว่าจะมาถึงก็ปาไปห้าโมงกว่าแล้ว โชคยังดีที่อู่เฮียเล้งยังคงมีลูกค้าอยู่ ทุกคนก็ดูยุ่ง ๆ ฉันเทียบรถจอดหน้าอู่พยายามสอดส่องสายตาหาพี่สิงห์

รอบนี้ฉันมั่นใจว่าเขาอยู่… เพราะจำไอ้รถมอเตอร์ไซค์เก่า ๆ คันนั้นได้ มันจอดนิ่งสนิทอยู่ที่เดิม

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ร่างสูงของคนเมื่อวานที่น่าจะเป็นรุ่นน้องของพี่สิงห์เป็นคนเดินเข้ามาเคาะกระจกรถฉัน เมื่อเลื่อนกระจกลงเขาก็ทำตาโตก่อนจะเผลออุทานออกมา พร้อมกันก็มองกลับเข้าไปด้านในที่ทุกคนกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นท่าทางลุกลี้ลุกลนพิกล

“พี่สิงห์อยู่ไหม?” ฉันถามพร้อมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“เอ่อ…”

คนตรงหน้าดูอึกอัก เหมือนไม่กล้าพูดอะไร ฉันเลยไม่ได้สนใจเขาอีกต่อไป รีบดับเครื่องลงพร้อมหอบหิ้วถุงขนมหลายถุงลงจากรถอย่างทุลักทุเล ก่อนจะยื่นกุญแจไปให้ร่างสูงที่ยังยืนอยู่ที่เดิม

“ทำสี”

ไม่รอช้าหลังจากที่บอกเสร็จก็เดินก้าวเข้าไปในอู่อย่างมั่นอกมั่นใจ ช่างหลายคนพากันหันมามองเพราะสภาพพะรุงพะรังของฉัน ช่างส่วนใหญ่ของอู่เฮียเล้งเป็นเด็กช่างเรียนที่เดียวกับพี่สิงห์นั่นแหละ แทบทุกคนยังอยู่ในเสื้อช็อปของวิทยาลัย ฉันเลยกวักมือเรียกคนที่ยืนอยู่ใกล้สุด และดูเหมือนไม่ได้ทำอะไรเข้ามาหา

“ทำอะไรดีครับ?” เขาเดินเข้ามาหาพร้อมเอ่ยถามอย่างสุภาพ

“สวัสดี ฉันชื่อนลินซื้อขนมมาฝาก”

ว่าแล้วก็ยื่นถุงทั้งหมดส่งไปให้ ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่เข้าในสถานการณ์แต่ก็ยื่นมือมารับถุงขนมไปอย่างงง ๆ และวินาทีนั้นเองฉันก็เห็นร่างร่างหนึ่งเลื่อนตัวออกมาจากใต้ท้องรถคันหนึ่งซึ่งขึ้นฮ้อยยกรถอยู่ ในปากกำลังคาบไฟฉายอันเล็กเอาไว้ มือข้างหนึ่งถือประแจ ใบหน้าเปื้อนน้ำมันเครื่องจนดำไปส่วนหนึ่งมองมาที่ฉันนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก็ถอนหายใจเสียงดังพร้อมหลับตาลงเหมือนข่มอารมณ์

ฉันยกยิ้มเหมือนคนโรคจิตที่เห็นเขาทำท่าอารมณ์เสียแบบนั้น พี่สิงห์ลุกขึ้นยืนช้า ๆ ก่อนจะส่งประแจให้ช่างอีกคน ส่วนไฟฉายเอาใส่กระเป๋าเสื้อช็อปไว้ ขายาว ๆ ก้าวเข้ามาหากัน ราวกับรู้อยู่แล้วว่าฉันมาทำไม สายตานิ่งสนิทมองฉันสลับกับถุงขนมในมือผู้ชายคนข้าง ๆ ที่ยืนประกอบฉากอยู่

“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาแล้ว” เสียงรำคาญเอ่ยอย่างไม่ไยดี จนคนที่ถือถุงขนมรีบขยับตัวถอยห่างออกไป

“ก็ไหนบอกว่ามาได้…” ฉันเถียงทันควัน พร้อมเอี้ยวตัวไปมองด้านหลังชี้นิ้วบอกให้เขาดูถึงเหตุผลที่ว่าทำไมฉันยังมาปรากฏตัวที่นี่อีก “เอารถมาทำสี”

“…” คนตรงหน้ามองฉันนิ่ง ๆ ก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น “งั้นก็กลับไปได้แล้วค่อยมารับพรุ่งนี้ อู่จะปิดแล้ว”

“โกหก… คนอื่นยังทำงานกันอยู่เลย” ฉันว่าพร้อมกวาดตามองไปรอบ ๆ

“…” พี่สิงห์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเมื่อเห็นว่าฉันน่าจะไล่ให้กลับไปได้ยาก เขาขยับตัวเดินผ่านไปยังรถคันที่ว่าซึ่งมีรุ่นน้องเขาที่รับกุญแจไปกำลังยืนดูอาการอยู่ด้านนอกนั่น

ร่างสูงเดินวนไปท้ายรถเพื่อส่องดูรอยที่จะทำสีอย่างไม่เต็มใจนัก ฉันเองก็เดินตามมาดูด้วยอีกคน ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาคุยอะไรกันแต่ก็คงเรื่องทำสีนั่นแหละ…

“รีบใช้หรือเปล่าครับ? พี่น่าจะต้องมาพรุ่งนี้นะครับวันนี้คงไม่ทัน” รุ่นน้องเขาว่างั้น

“ได้” ฉันพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ แต่ก็ยังยืนนิ่งไม่ขยับตัวไปไหนอยู่จุดเดิม

รุ่นน้องคนนั้นมองเราสองคนสลับกันไปมาเหมือนเดาสถานการณ์ได้ แล้วเดินกลับเข้าอู่ไปเงียบ ๆ ตรงนี้เลยเหลือแค่เราสองคนอีกครั้ง ร่างสูงของพี่สิงห์ถอยห่างออกจากหน้าอู่ไปเล็กน้อยก่อนจะดึงบุหรี่ออกมาจุดสูบ เสี้ยวหน้าหล่อหันมามองฉันนิ่ง ๆ

“ทำแบบนี้เพื่อ?”

“ทำอะไร?”

“ดูจากรอยก็รู้ว่าถอยรถชนมา…”

“ก็ใช่ไงคะ”

“เพราะ?”

“…”

“แค่เพราะฉันพูดเมื่อวาน?” เสียงเครียดหนักเอ่ยถาม นัยน์ตาสีอ่อนมีแววตำหนิอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของฉัน “ปัญญาอ่อนเปล่าวะเนี่ย?”

“…” พอโดนด่าแบบนั้นฉันก็ตีหน้าบึ้งขึ้นมาทันที

“รู้ว่ารวย… แต่ทำแบบนี้มันดูโง่”

“…” โห! ยังปากจัดเหมือนเดิม…

“ไม่รู้ตัวละสิว่าตัวเองโง่… ไม่งั้นคงไม่ทำหรอก” เขาโยนก้นบุหรี่ทิ้ง ก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมอย่างหนักใจ

“ก็พี่สิงห์บอกว่าต้องรถพังก่อนถึงค่อยมา” ฉันแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ ไปงั้น รู้ว่าฟังดูยิ่งปัญญาอ่อนหนักเข้าไปใหญ่ แต่ฉันก็งี้แหละ… เหตุผลไม่จำเป็น…

“…” คนตรงหน้าถอนหายใจเสียงดังเหมือนหมดคำจะพูด ทำท่าเหมือนจะเดินหนีไปดื้อ ๆ ฉันเลยรีบขยับตัวไปยืนกางแขนขวางทางเอาไว้

“เดี๋ยวสิ ยังไม่ได้คุยเลย”

“ไร?” เสียงห้วนเอ่ยถาม เรียวคิ้วยังคงขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ

“ชื่อนลินนะคะ” ฉันรีบแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการ พร้อมยื่นมือให้ แต่คนตรงหน้ากลับทำเพียงแค่มอง แล้วเอามือตัวเองล้วงกระเป๋าเสื้อซะงั้น

“รู้แล้ว”

“พี่สิงห์อายุเท่าไหร่? บางทีเราอาจจะอายุเท่ากันก็ได้”

“ยี่สิบสอง”

“หูย! งั้นก็เดาถูก ลินแค่สิบเก้าเอง!” ฉันทำหน้ากระดี๊กระด๊าอย่างตื่นเต้น แต่คนตรงหน้ากลับมองอาการฉันนิ่ง ๆ เหมือนเดิม

“ได้คุยแล้วพอใจยัง?”

“โหย! ทำไมเฉยชาจังเลยอะ” ฉันทำเป็นกอดอกมองอย่างงอน ๆ ผู้ชายร้อยทั้งร้อยต้องใจอ่อนเวลาเห็นผู้หญิงทำหน้าน่ารักขนาดนี้ละวะ!

“แค่นี้นะ จะทำงาน”

แต่ไอ้พี่บ้านี่กลับเดินผ่านฉันไปหน้าตาเฉยเลย!

สองชั่วโมงผ่านไป

ฉันกำลังนั่งเลื่อนโทรศัพท์เล่นอยู่ที่โซฟาสำหรับลูกค้ามาจวนจะครบสองชั่วโมงแล้ว ช่างกลุ่มสุดท้ายหันมาโบกมือบ๊ายบายให้อย่างเป็นกันเองเพราะเราอายุไม่ห่างกันเท่าไหร่ และฉันก็ตีสนิทพวกเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกคนชอบที่ฉันซื้อขนมมาฝาก และรู้เรื่องที่ฉันมาที่นี่เพราะอะไร… แต่อย่างหลังฉันไม่ได้เป็นคนพูดหรอก พวกเขาคงเดา ๆ กันได้เอง

ก็มาหาพี่สิงห์ไง…

ถึงแม้ว่าอู่จะปิดแล้ว ประตูเหล็กเลื่อนลงจนเหลือแค่ครึ่งเดียวแต่ฉันก็ยังคงนั่งอยู่ข้างในอย่างไม่คิดจะยอมกลับ คนที่เอาแต่ไล่ในตอนแรกก็ดูเหมือนจะขี้เกียจไล่แล้วด้วย พี่สิงห์ทำงานไปเรื่อยโดยไม่หันมามองฉันสักนิดตลอดเวลาสองชั่วโมงที่ผ่านมานี้ ราวกับจะบอกเป็นนัย ๆ ว่าอยากทำอะไรก็ทำประมาณนั้น

และใช่… ฉันอยากรอเขาไง…

“ไม่กลับเหรอ?” ฉันคว่ำหน้าโทรศัพท์ลงบนตักเมื่อคนกลุ่มสุดท้ายเดินออกจากอู่ไปแล้ว

“…”

ร่างสูงที่กำลังยืนใช้ผ้าเช็ดเหงื่ออยู่ตรงมุมหนึ่งชำเลืองมองมาโดยไม่ตอบอะไร ขายาว ๆ เดินเก็บข้าวเก็บของที่คนอื่นลืมทิ้งวางไว้กระจัดกระจาย ฉันได้แต่นั่งยิ้มเก้อมองเขาอยู่อย่างนั้น แหม… พี่มันหยิ่งจริง ๆ

“ไม่หิวเหรอ? ไม่เห็นกินอะไรเลย คนอื่นเขายังกินขนมที่ลินเอามาฝาก” ฉันลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหาเจ้าตัวที่กำลังลากถังน้ำออกมาเพื่อจะถูพื้น

“หลบไป เกะกะ”

“…” ฉันทำหน้าบึ้งใส่ แต่ก็ยอมหลบทางให้ ก่อนจะเปรยถามต่ออย่างไม่ยอมแพ้ “แล้ววันนี้พี่ไปส่งได้ไหม?”

“…” ได้ผลชะงัด คนตัวใหญ่ที่กำลังตั้งท่าจะถูพื้นถึงกับหันกลับมามองหน้า คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย “ใครบอกว่าจะไปส่ง?”

“ไม่มี… แต่จะให้ลินนั่งแท็กซี่กลับเองเหรอ? รถก็ทิ้งไว้ที่นี่ แถมยังรอมาตั้งสองชั่วโมง”

“ก็แล้วทำไมไม่กลับไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด?”

“ก็รอไง”

“รอทำไม? บอกว่าไม่อยากคุย” น้ำเสียงรำคาญบอกประโยคเดิมเป็นรอบที่ล้านได้แล้วมั้ง

“ทำไมใจร้าย!” ฉันกระทืบเท้าอย่างเอาแต่ใจ จนคนตรงหน้ากลอกตาใส่ อย่างเอือมระอา

“เลิกมาที่นี่ได้แล้ว วันนั้นช่วยเพราะสงสารแต่ไม่ได้อยากสานต่อ เข้าใจไหมวะ?”

“ก็ชอบอะ” ฉันปั้นยิ้มหวานส่งให้อย่างไม่รักนวลสงวนตัว พอตั้งท่าจะก้าวเท้าเข้าไปหาคนตรงหน้ากลับยกมือขึ้นมาห้ามไว้

“พอเลย… เป็นผู้หญิงแท้ ๆ ทำแบบนี้เพื่อ?” คนหล่อท่าทางจะหงุดหงิด สายตาลากลงมองเรียวขาเล็กของฉันแล้วชี้ไม้ชี้มือ “แล้วดู… ใส่กระโปรงสั้นแค่คืบมานั่งอ่อยในร้าน ผู้ชายอยู่กันเป็นโขยงไม่รู้จักกลัว?”

“กลัวไรอะ? ไม่เห็นมีใครสนใจ”

“…” คนตรงหน้าเลียริมฝีปากค้างไว้เหมือนหมดคำจะพูดอีกครั้ง นัยน์ตาสีอ่อนจ้องหน้าฉันนิ่ง “ต้องการอะไร?”

“ก็บอกแล้วไงว่าชอบ…”

“เอาอะไรมาชอบ… เจอหน้ากันแค่กี่ครั้งเอง?”

“ก็พี่หล่อ” ฉันบอกอย่างตรงไปตรงมาที่สุด พี่สิงห์ไม่ได้ทำท่าทีขัดเขินเลยแม้แต่น้อยเหมือนมั่นใจในความหล่อของตัวเองอยู่แล้ว

“แค่นี้?”

“อือ”

“กลับบ้านไป รำคาญ” ว่าแล้วก็โบกมือไล่ แล้วหันกลับไปถูพื้นต่อ ปล่อยให้ฉันยืนเบ้ปากมองบนอยู่คนเดียว

เอะอะก็ไล่ ๆ เดี๋ยวก็รำคาญบ้าง เดี๋ยวก็โง่บ้าง… เป็นผู้ชายประสาอะไรกัน…
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 113

    “พี่ก็ต้องเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวอีกแล้ว” พี่เตถอนหายใจเบา ๆ ฉันกับพี่สิงห์มองหน้ากันอย่างรู้ทันคนที่แกล้งทำเป็นซึมเหมือนอาภัพรักเสียเต็มประดา“มึงก็หาเมียสิ เลิกเล่นไปเรื่อยได้แล้ว…”“กูไม่ได้เล่น แต่คนอื่นเขามองว่ากูเล่น!” พี่เตเถียงเสียงดัง สีหน้าเซ็งจัด“พี่ก็หัดทำตัวจริงจังหน่อย…” ฉันยกมือตบบ่าพี่เต

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 112

    ฉันพยายามจะไม่สนใจร่างสูงที่เอาแต่พูดเรื่องพี่เลี้ยงเด็กอะไรนั่นแล้วเดินเข้าครัวเพื่อไปทำอาหารให้เขากินใช่… ฉันมันแม่บ้านสุดเก๋ายังไงล่ะ… ฝีมือฉันพัฒนาไปถึงขั้นนั้นแล้ว!“พี่สิงห์!”แต่แล้วก็ต้องร้องเสียงดังเมื่อตัวเองถูกอุ้มจนลอยขึ้นจากพื้น พี่สิงห์ส่ายหน้าไปมาเพื่อจะบอกว่ายังไงก็ไม่ยอมให้ฉันทำอะไ

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 111

    พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน ตอนที่ 48หกปีผ่านไป...ไม่อยากจะเชื่อว่าชีวิตของฉันจะวุ่นวายได้ขนาดนี้!ตอนนี้ฉันกำลังห่อข้าวใส่กล่องข้าวสามกล่อง จัดการเอากระเป๋านักเรียนของเด็ก ๆ มาวางต่อ ๆ กันแล้วยัดไอ้กล่องข้าวที่ใช้เวลาทำตลอดทั้งเช้าลงไป เสียงเด็ก ๆ กำลังผลัดกันตะโกนผลัดกันร้องไห้โยเยอยู่ตรงห้อ

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 110

    แต่มันก็เป็นมันหน้าหนายิ่งกว่าปูนโบกตึก… จะไปอายอะไร…ตรงนี้คงมีแค่ยิมที่นอนอยู่เก้าอี้ตัวถัดไปจากผมกับลินเท่านั้นที่ดูเหมือนจะหลับไปง่าย ๆ ร่างบางในชุดว่ายน้ำถูกคลุมด้วยผ้าเช็ดตัวที่ผมจำได้ว่าเป็นของไอ้ยีนซึ่งผมเห็นอยู่บ่อย ๆ เวลามันไปนอนค้างกับไอ้เตที่บ้านก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงมาอยู่กับเด็กน

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 109

    พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน ตอนที่ 47ก็คิดผิดจริง ๆตอนนี้เรามาถึงทะเลแล้ว ผมสามคนกำลังนั่งคุยเล่นกันอยู่ที่เก้าอี้ชายหาด ทุกคนหันหน้าเข้าหาทะเล แสงแดดตอนบ่ายมันจ้าเสียจนต้องเอาแว่นกันแดดมาใส่ เพราะอากาศค่อนข้างร้อนจัดพวกผมเลยนอนถอดเสื้อนอนกันเรียงคนสาว ๆ กำลังยืนอยู่ห่างออกไปยังหน้าชายหาดที่แ

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 108

    วันนั้นผมอยู่อู่จนดึก… ดึกชนิดที่ว่าไม่เคยมีวันไหนอยู่ดึกขนาดนั้นมาก่อนเพราะงานมันล้นมือมาก ๆ และวันนั้นเองผมก็ได้เจอกับร่างเล็กที่ยืนแกร่วอยู่คนเดียวตรงฟุตพาทฝั่งตรงกันข้าม ถึงเรื่องมันจะทุเรศไปสักหน่อยที่ผมปากหมาไปเอ่ยทักลินแบบนั้นแต่ก็นั่นแหละ… ตอนนั้นตัวผมเองไม่ได้เสี้ยนบุหรี่ขนาดนั้น ง่วงนอนจะ

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 102

    “ลื้อเชื่อใจได้ อั๊วรับประกันว่าอาลินเองก็เลือกคนไม่ผิดร้อก!” เฮียเล้งตบบ่าเพิ่มความมั่นใจให้ปะป๊า สีหน้าผ่อนคลายลงกว่าชั่วโมงก่อนอันที่จริงก็เราทุกคนนั่นแหละ ใครจะไปคาดคิดว่าเรื่องมันจะกลับตาลปัตรขนาดนี้… ฉันปาดน้ำตารอบแล้วรอบเล่านั่งมองคนนั้นทีคนนี้ที พี่สิงห์เองก็ดูโล่งใจเป็นอย่างมากกับสถานการณ์

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 95

    พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน ตอนที่ 42หลังจากรอพี่สิงห์อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จเราก็พากันเดินลงมาข้างล่าง ดูเหมือนทุกคนไม่ได้รอแล้ว สามคนกำลังนั่งกระดกเบียร์คนละขวดเปิดไพ่เล่นกันอยู่ เสียงหัวเราะของยิมทำให้ฉันยิ้มออกมาได้ ดูเหมือนมันจะเข้ากันได้ดีกับเพื่อนพี่สิงห์ทั้งสองคนมากขึ้นทุกขณะ“ไม่ล

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 90

    “ว่าไง… จะไปเที่ยวไหนกัน?”“ไม่ได้ไปเที่ยวสักหน่อย แต่จะกลับไปนั่งเล่นที่บ้าน เลยอยากแวะมาหาพี่ก่อน” ฉันบอกเสียงใสพร้อมกับชูแก้วน้ำในมือส่งให้พี่สิงห์“…” เจ้าตัวรับมันไปแล้วก็หลุดขำออกมาเมื่อเห็นว่ามีลายมือเขียนอยู่บนแก้ว ฉันก็แค่ให้พนักงานเขียนว่า...‘ของพี่สิงห์สุดที่รักของลิน’ แค่นั้นเอง…“วันนี

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 84

    พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน ตอนที่ 38โอเค… แล้วเรื่องยัยเพลินอะไรนั่นก็จบลงได้ด้วยดี ฉันพยายามทำความเข้าใจว่ามันเป็นแค่อดีต ส่วนพี่สิงห์เองก็… ง้อด้วยการจัดหนักทั้งคืนแทบไม่ได้หยุดหายใจเห็นทรงนิ่ง ๆ แบบนี้... แต่คือดุเรื่องบนเตียงมากนะบอกเลยวันนี้พี่สิงห์เริ่มกลับไปทำงานที่อู่แล้ว ต่อให้ฉันบอ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status