LOGINวันหยุดเสาร์อาทิตย์คือวันครอบครัวของบ้านเรา
สำหรับเด็กวัยรุ่นกำลังขึ้นชั้นมัธยมปัจจุบันไม่มีใครรู้สึกมีความสุขกับการอยู่รวมกับครอบครัวใหญ่เป็นหมู่คณะแสนจะวุ่นวายในที่สาธารณะอีกแล้ว การเดินคนเดียวหรือเดินกับเพื่อนแค่สองคนกลายเป็นที่นิยมในสมัยนี้ แต่พ่อกับแม่ก็พามาเพื่อสปอนเซอร์หลัก การสร้างภาพลงโซเชียวให้ปู่ย่าตายายเห็นและพาหลานไปหาที่บ้านคืองานของเรา วันนี้ไปเดินเล่นห้างพ่อกับแม่ชอบเถียงกันจนอยากกลับบ้าน ลูกคนโตอย่างวันจึงเดินห่างๆ พวกเขาแก้ปัญหาด้วยการแบ่งกันเป็นสองทีม ถึงจะตกลงแบบนั้นก็ต้องมาจับไม้สั้นไม้ยาวอีกทีว่าใครจะไปกับลูกคนกลางและใครจะไปกับลูกคนเล็ก วันนี้แปลกนิดหน่อยที่ไม่เกี่ยงกัน ดูเหมือนว่าพ่อดีต้องไปกับน้องทรีน้องคนสุดท้อง น้องๆ เป็นเด็กน่ารักว่าง่าย..เฉพาะตอนที่อยู่กับพี่ชายคนโตแต่ตอนอยู่กับพ่อแม่จะกลายเป็นคนละเรื่อง “คุณดีน้องทรีไม่อยากเดิน” “ทำไมไม่อยากเดินพึ่งซื้อรองเท้าใหม่ให้เอง” “น้องไม่อยากให้รองเท้าเปื้อน” “แต่พ่อถือตุ๊กตาหมีตัวเบ้อเริ่มให้หนูอยู่ หนูเดิน..” กึก..แง๊งงงงงงง!! นั่นไงแยกกันไม่เท่าไหร่เสียงน้องสุดท้องสุดที่รักที่อยู่ถัดจากแผนกของเล่นพวกหุ่นยนต์ก็ร้องลั่นห้างหรู อยู่กับแม่แมนยังไม่เท่านี้เลยเพราะแม่พูดจาหวานกว่าหน้ายิ้มมากกว่าแต่พ่อน่ะหน้าดุอย่างกับโจร โอ๋ลูกก็ไม่เก่งทำได้แค่ซื้อของให้ "หึหึหึ" เสียงแม่หัวเราะอารมณ์ดีแกะขนมให้น้องทูนั่งกินกันตรงนั้นเลยยังไม่จ่ายเงินด้วย วันเดินไปหาพนักงานจัดของ กระตุกชายเสื้อพี่ตัวสูงชี้ให้ดูหัวขโมยแม่ลูกที่แกะขนมเป็นกองโดยไม่พูดอะไร พนักงานเดินลิ่วไปหาสองหัวขโมยแล้วบ่นให้ชุดใหญ่ ..ก็อาย แต่ชิน.. บอกแล้วไงว่าวันครอบครัวไม่ได้สนุกขนาดนั้น "น้องทรีหยุดก่อนอย่าวิ่งไปทางบันไดเลื่อนเดี๋ยวกลิ้งตก หยุดดดด!" พ่อดีหอบตุ๊กตาตัวใหญ่กว่าตัวน้องมาสองตัวกับถุงเสื้อผ้าของเล่นของน้องสาวเต็มมืออีกข้าง วิ่งไล่เด็กผู้หญิงในชุดเจ้าหญิงแฟรี่สีฟ้าติดกิ๊ฟตัวการ์ตูนเต็มหัวรองเท้าติดระบายสีขาวถูกเปลี่ยนเป็นรองเท้ารูปเท้าสัตว์ขนฟูใหญ่ๆ ที่พ่อดีพึ่งซื้อให้ วันแต่งตัวให้น้องๆ เองแต่งแบบไหนน้องก็ชอบ อาจจะคิดจริงๆ ว่่่่วันเป็นแม่ก็เลยไม่เคยดื้อ วันโตแล้วมีเงินฝากและทรัพย์สมบัติที่จะได้หลังบรรลุนิติภาวะ จะซื้ออะไรก็ได้อย่างที่ลูกคนรวยทำแต่ไม่อยากซื้ออะไรเลย พ่อกับแม่ทำให้กลัวการใช้ชีวิตที่ไม่มีแบบแผนไม่คิดหน้าคิดหลัง ไร้จุดหมาย เป็นบุคคลากรที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้คนอื่นเดือดร้อน.. มันน่าอาย พ่อดีหอบหิ้วเอวน้องทรีห้อยต่องแต่งรวมกับถุงช็อปปิ้งใบโตหลายใบแขนอีกข้างหอบตุ๊กตาตัวใหญ่สามตัวมัดติดหลังมาตัวนึง หัวฟูหน้ายุ่งเดินลงมาจากบันไดเลื่อนสวนกับผมและแม่ที่จะขึ้นไปชั้นข้างบน มาถึงห้างได้ชั่วโมงเดียวสภาพเหมือนหลุดมาจากสงคราม เจ้าทูโบกมือให้พ่อแต่พ่อมีสีหน้าเหมือนคนใกล้ตายเต็มที แม่ยักคิ้วเลียไอติมใส่หน้าพ่อตอนบันไดเลื่อนสวนกันพ่อจ้องแม่เขม็งหน้าตาน่ากลัวไม่เข้ากับตุ๊กตาสีฟ้าสีชมพูฟูนุ่มนั่นสักนิด ถึงว่าทำไมต้องแย่งกันดูลูก มันแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง แม่ได้ถือของเด็กเล่นผู้ชายถือกล่องโมเดลหุ่นยนต์มือนึงถือไอติมกินมือหนึ่งส่วนน้องทูอยู่บนคอ ขี่คอแม่กินไอติมท่าทางภูมิใจนักหนา แต่พ่อมีกิ๊ฟติดผมเต็มหัวมีสติ๊กเกอร์ติดเต็มสองแขน หอบหิ้วตุ๊กตาสีหวานกล่องขนมหวาน .. บางทีก็สงสารพ่อนะ แต่อายมากกว่า พ่อเอาของไปเก็บที่รถ แม่จะไปเล่นเกมกับน้องผมจึงเดินไปร้านขายหนังสือ ได้ยินเสียงน้องทรีร้องดังลั่นอีกแล้ว พ่อคงกลับเข้ามาอีกหน แม่เล่นกับน้้องทูท่าทางสนุกกว่าเด็กเสียอีก ผมไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมบ้านเราไม่เหมือนบ้านอื่น ไม่เดินเล่นเงียบๆ เลิกเถียงกันเสียงดังเหมือนครอบครัวคนอื่นตอนอยู่นอกบ้าน ทำไมบ้านเราดูวุ่นวายจัง ถ้าโตขึ้นผมไม่อยากมีครอบครัวแบบนี้ เด็กเล็กกับพ่อแม่เด็กที่เสียงดังจ้าละหวั่นดูวุ่นวายสุดๆ บ้านเราน่าจะเป็นที่เอือมระอากับผู้คนที่พบเห็น ไม่อยากเป็นแบบนี้ ถ้าผมโตขึ้นจะมีครอบครัวที่ดีกว่านี้.. “คุณครับ..” มัวเหม่อมากไปหน่อยมีคนเดินตามมาสะกิดจึงรู้ตัว เด็กผู้ชายตัวสูงยืนหลังตั้งตรงผิวพรรณดีถือกระเป๋าใส่หนังสือหนังแท้ยี่ห้อดัง เสื้อเชิ้ตรีดเรียบเนี้ยบทั้งตัว ที่กระเป๋าเสื้อเชิ้ตก็แบรนด์เนม รองเท้าก็แบรนด์เนม ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่เด็กโต วันเหลือบเห็นป้ายโรงเรียนกวดวิชาเตรียมสอบเข้ามัธยมปีที่หนึ่งในกระเป๋ายิ่งทำให้สงสัย “หือ?” “ทำของตกใช่ไหมครับ?” ผู้ชายที่เหมือนตู้แบรนด์เนมเคลื่อนที่นั่น ยื่นกระเป๋าเงินใบเล็กที่คุณย่าซื้อให้ คืนให้ ข้างในมีบัตรกดเงินกับเงินสดที่คุณปู่ให้เมื่อวานตอนแวะมาหาที่โรงเรียน ให้มาเยอะแต่ใส่มาแค่ห้าพัน มีบัตรสมาชิกที่รูดของห้างนี่ด้วย เป็นเด็กดีจังไม่เก็บของคนอื่นไปใช้ด้วย แววตาอ่อนโยนอบอุ่นไม่เสียงดังวางตัวดี อยากเห็็นหน้าพ่อแม่จังว่าเป็นคนแบบไหน “อือ ขอบคุณ” “คุณจะขึ้นมอหนึ่งเหรออ่านนั่นเหมือนกัน” ผู้ชายคนนั้นชวนคุยเหมือนกับอยากทำความรู้จักชี้มาที่หนังสือเตรียมสอบมอหนึ่งเหมือนกัน ถ้าไม่ห่วงน้องคงได้มาติวหนังสือแถวห้างนี่เหมือนกันเพราะคุณย่าก็ทำธุรกิจแถวห้างนี้ “อืม ใช่” “เราก็ไม่อยากมาเรียนพิเศษหรอกแต่ก็ต้องสอบเข้านี่เนอะถ้าได้คะแนนสูงก็สบาย เราจะเข้ามัธยมอินเตอร์xxx คุณจะเรียนที่ไหนเหรอ” “…ที่นั่นเหมือนกัน” “ดีจัง มาแลกคอนแทคกันไหมคุณน่าจะเก่งกว่าเรา คุณชื่ออเไรเหรอ?” เด็กผู้ชายคนนั้นหยิบโทรศัพท์โลโก้ดังที่สุดในประเทศออกมา ว่ากันว่าเป็นยี่ห้อที่ดูมีคลาสที่สุดในโลกและเป็นรุ่นที่พึ่งออกมาใหม่เดือนนี้ราคาแปดหมื่นกว่าบาท..นี่เด็กประถมสมัยนี้ใช้ของรวมกันทั้งตัวราคาขนาดนี้เลยเหรอ ..พ่อแม่ทำงานอะไรเนี่ย? “เรา..ชื่อวัน” “เราชื่อดีกัน” …ดีอีกแล้วเหรอ.. จะมีคนชื่อดีที่ดีจริงๆ บ้างไหมนะ ระหว่างบวกลบคูณหารราคาของของคนที่เดินข้างกันมาในร้านหนังสือก็มีผู้ชายตัวโตหน้าหล่อเหมือนนายแบบกับคนตัวเล็กน่ารักมาก ใส่สูทนั่งจิบเครื่องดื่มในคาเฟ่หรูราคาเครื่องดื่มแพงหูฉีก โบกมือมาให้ “นั่นพ่อกับแม่นายเหรอ?” “ใช่ครับ” “ที่บ้านนาย..ทำอะไร” “บ้านเราทำธุรกิจนำเข้าน่ะ พวกของแบรนเนมด์” โห เท่ชะมัดถึงว่าแต่งตัวดูดีมีสง่าเชียว ดูแพงทั้งบ้านเลยแฮะ พ่อแม่ก็..ดูผู้ดีสุดๆ ดูเหมาะสม ดูมีมารยาท ดูยังไงก็ผู้ดีชั้นสูง แล้วทำไม..พ่อแม่ผมต้อง.. ..วันต่อมา เอี๊ยดดด!! รถสองคันขับเข้ามาจอดในบ้าน ไม่ห่างจากตัวเมืองมากนัก พ่อของแม่ของดีและแมนเปิดประตูรถลงมาพร้อมกัน ฝั่งหนึ่งรถเก๋งแบรนด์นอกราคาหลายสิบล้านอีกคันเป็นรถกระบะโครงสร้างแข็งแรงราคาล้านกว่าบาทยืนประชั้นหน้ากันครั้งแรก ใบหน้าเรียบเฉยสายตาเชือดเฉือนแม้นใต้ตาจะดำคล้ำขั้นสุดยิ่งกว่าหมีแพนด้าแต่การเผชิญหน้ากับคนที่เปรียบเสมือนดั่งศัตรูหัวใจทำให้ไฟในดวงตาลุกโชนโชติช่วงฟ้าผ่าเปรี๊ยงปร้างในความรู้สึก.. ทั้งที่แดดจ้าเสียยิ่งกว่าอะไรดี “จะยืนมองกันอีกนานมั้ยเข้าบ้านเถอะร้อน” พ่อของแมนยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผากแล้วเดินน้ำเข้าไปในตัวบ้านปูนชั้นเดียวเย็นเฉียบ ในบ้านหลังไม่ใหญ่นักแต่มีอาณาบริเวณกว้างขวางมีสนามบอลเล็กๆ มีบ่อปลาเลี้ยงไว้กิน มีผักผลไม้ มีทุกอย่างแต่ไม่มีเจ้าของบ้านมีแต่ผู้ดูแลเก็บกวาดถูบ้านทำสวน “เข้าเรื่องเลยนะคะ คุณจะเรียกสินสอดเท่าไหร่” “ไม่เอาเรามีเงินแต่เราไม่เอาลูกชายของคุณเพราะฉะนั้นคืนลูกกับหลานขอฉันมาซะดีๆ” “คุณนั่นแหละคืนลูกชายกับหลานของฉันมา รู้ไหมว่าเราเป็นใคร นักค้าอสังหาตัวยงติดท็อปเท็นประเทศนี้นะ ทรัพย์สมบัติเติบโตแบบประเมินมูลค่าไ
ชิบ.. หาย.. แล้ว.. “รออยู่นี่นะอย่าไปไหนเดี๋ยวกูมา” “ไอ้ดีมึง!..” ตื๊อดือ~ “อ้าว” (ทำไมกลับมาไว) “ลุก! ไปเยี่ยว” “เยี่ยว?..เออกะลังปวดพอดีแต่..มึงกลับมาทำไม เมื่อกี้ไปไหนมา” “เลิกทำหน้าขี้เสือกแล้วเยี่ยวออกมา” “ตรงนี้เนี่ยนะ” “พี่ครับขอใช้ห้องน้ำหน่อยนะครับผมจะพามัน..แมนไปฉี่พอดีมันมึนหัวผมจะพามันไปเข้าครับ” ดีหันไปพูดกับแววมือที่กำบางอย่างสานเทาจนเห็นได้ชัด “ค่ะตามสบายค่ะ” ห้านาทีต่อมา “นี่คืออะไรวะกูไม่จับนะมันเปื้อนเยี่ยวกู” “1...2 สองขีด” กล่อมจุ่มซีเครทโดนเต็มๆ เชื้อโคตรแรง...ทีเดียวเองนะหรือว่า หมอดูจะแม่น “ไอ้แมน..มึงท้อง” “ท้อง” “เออท้อง” “...ท้อง” “เออ...ท้อง” “กู..ท้องกับมึงเนี่ยนะไอ้เหี้ย” “กูชื่อดี” “แล้ว...จะเอาไงต่อ” >>>> .. . “พ่อครับแม่ครับ” “ว่าไงลูกดีดูนี่สิแพลนเรียนต่อมหาลััยต่างประเทศลูกอยากไปประเทศไหนลองเลือกดู” “พ่อแม่..ผมพา..” “อ้าวเพื่อนดีเหรอ ดีพาเพื่่อนมาเหรอแปลกจังไม่เคยพาใครมาที่บ้านนี่” “สะ สวัสดีครับ คุณลุงคุณป้า” “ไหว้พระเถอะลูกเรียกแม่ก็ได้เป็นเพื่อนเ
.. >>>> หลังกลับมาจากเข้าค่ายคุณธรรม หลังกลับมาจากเข้าค่ายทุกอย่างเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดีอยู่กับกลุ่มของตัวเองยังกินอมยิ้มร้านสะดวกซื้อใกล้โรงเรียนเหมือนเดิมเพียงแต่หนนี้เป็นคนซื้อเอง ธุรกิจที่บ้านดีขึ้นแบบก้าวกระโดดเมื่อรัฐเปิดกฎหมายให้ต่างชาติครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในไทยได้บางที่ขายได้ยกฟลอ สิ่งที่สร้างทิ้งไว้และขายไม่ได้เพราะวิกฤติอสังหาล้นตลาดเมื่อห้าปีที่แล้วกลายเป็นคนละเรื่องกับตอนนี้ ที่บ้านของดีค้าขายน้ำมันกับของในร้านสะดวกซื้อได้มากทุกวันเป็นปกติแต่… Rrrrrr “ฮาโหล…แม่” (เป็นไงบ้างลูกดีขึ้นมั้ย?) “แม่ผมหิว หิ่วหิ้ว หิ๊วหิ๋ว” (อย่าทำเป็นเล่นน่าอยากกินอะไรแม่จะสั่งให้) “เมื่อไหร่จะกลับอยากกินไข่เจียวหมูสับฝีมือแม่” (ทำไมอ้อนจัง) “อยากกินๆๆๆ อุ..อ๊วกกก!” (แมน ลูก…เป็นอะไร เมาเหรอ) “เมาอะไรล่ะไม่ได้ออกไปไหนทั้งอาทิตย์” (ไปหาหมอหน่อยมั้ยลูก) “แม่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบหมอเมื่อไหร่จะกลับมา” (ลูกจะเอาอะไรแม่จะให้คนซื้อเข้าไปให้) “ไม่เป็นไร ผมจะนอน…อยากนอน มึนหัว” (เดี๋ยวแม่ให้แววเข้าไปดูนะ) “ผมไม่ชอบให้ใครมาเดินเพ่นพ่าน
.. (ดี)..ไม่ได้ชอบมัน ไอ้แมน ไอ้หน้าโง่ ทั้งซื่อทั้งโง่ โดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำอีกแล้วยังจะมีหน้ามาสงสารคนอื่น ปากบอกเกลียดกันแต่กลับเอาของง่อยๆ อย่างอมยิ้มมาให้ทุกวันที่มาเรียน บ้าชะมัด คนเมาถูกดึงขึ้นมานั่งคล่อมตักแต่หลับตาปี๋ตามคำสั่ง ใบหน้าเรียวได้รูปยิ่งโตก็ยิ่งหล่อไม่รู้ทำไมถึงต้องมองมัน ทั้งที่ตัวสูงใหญ่ไม่ต่างกัน ทั้งที่มันรักคนอื่นจนน่าสมเพช แต่มัน..กลับดูใสซื่อบริสุดกว่าใคร ผิวของแมนขาวกว่า เนียนกว่า ลื่นกว่า หอมกว่า ความมึนเมาไม่สามารถลบประสาทสัมผัสที่รับรู้ได้อย่างชัดเจนแม้แต่น้อย ริมฝีปากได้รูปเดี๋ยวก็เม้มแน่นเดี๋ยวก็อ้าออกพรู่ลมหายใจร้อนรินรดผิวกายเปลือยเปล่า ชักชวนให้เข้าใกล้มากขึ้นๆ “ยกสะโพกขึ้น” ดีสั่งเสียงพร่า คนเมายังคงหลับตาปี๋แต่ทำตามอย่างว่าง่ายขายาวคุกเข่าคล่อมร่างบนพื้นยืดตัวขึ้นปลดกางเกงลงไม่รู้ว่าแอ่นอกมากแค่ไหนถึงไปสะดุดเข้ากลับปลายจมูกของดี มือข้างหนึ่งคว้าแผ่นหลังเนียนกดเข้าหาใบ้หน้าร้อนฉ่า แค่แตะยอดอกเล็กจนเจ้าของมันขนลุกซู่แต่ก็ไม่กล้าลืมตา ดีจับมือของแมนล้วงเข้าไปในกางเกงของเขาของร้อนที่แมนนั่งทับเมื่อครู่แล้วบ่นว่าร้อนมันแข็งขืนขึ้นทุกที
“มึงยังมายุ่งกับคนของกูอยู่อีกเหรอวะ?” “แล้วมึงจะตีมันทำไมนักหนา เป็นแฟนนะไม่ใช่กระสอบทราย!” “แล้วมึงมาเสือกอะไรด้วย!” ผั่วะ!! “แมนอย่า!” “ทำไมต้องชอบคนแบบนี้ด้วย!” “ก็เราชอบเขา นายไม่เข้าใจหรอก นายทำเหมือนชอบเราแต่ก็ทำเหมือนซื้อเราด้วยของพวกนั้น นายไม่เคยใช้ความสามารถของตัวเองปกป้องเรา ไม่เคยกล้าตัดสินใจทำอะไรนอกกรอบ ชีวิตวัยรุ่นทีจืดชืดแบบนั้นมันน่าจดจำเสียที่ไหน!” “เหรอ..แล้วแผลที่หน้าที่ตัวมันน่าจดจำมากนักหรือไง” แฟนของฟลาลุกขึ้นมาพร้อมกับท่อนไมท่อนหนึ่งตตอนที่แมนเผลอท่อนไม้ขนาดท่อนแขนเงื้อสุดแรงเป้าหมายคือที่หัว หากมันฟาดลงมาเต้มแรงที่ส่วนใดส่วนหนึ่งบนนั้นธรรมเนียมที่ว่าต้องมีคนออกจากโรงเรียนทุกปีคงจะเป็นเช่นนั้นอีกครั้งแต่ ฟ้าวววว~ หมั่บ!! “เล่นเหี้ยอะไรทีเผลอ ทุเรศชิบหาย” ดีคว้าไม้ไว้แสยะยิ้มให้คู่อริเก่า “ไอ้ดี ยุ่งอะไรด้วยวะ คิดว่าชนะกูแล้วกูจะกลัวเหรอ!“ “ไม่กลัวก็ดี” ผั่วะ! ผั่วะ! ดีกระชากคอเสื้อคนรักของฟลาขึ้นเหวี่ยงหมดลงซ้ำๆ ที่ใบหน้าหล่อร้ายจนแตกช้ำ ร่างเล็กของฟลาถลาเข้าไปห้ามแต่ดีก็ไม่หยุด เหมือนคนเมาแล้วพาล อาจจะแค้นที่เคยถูกร
ผับแห่งหนึ่ง“อายุไม่ถึงจะเข้าได้เหรอ”“เข้าได้ฉันรู้จักกับเจ้าของร้านน่า”“ดีดูนั่นสิ ไอ้หมอนั่นมันถูกเอามาหลอกจ่ายตังค่าเหล้าแหง”“แล้วไง”“มันไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยหรือไงว่าถูกหลอกใช้”“ ได้ข่าวว่าทะเลาะกับที่บ้านชนิดแตกหักกับพ่อไม่รู้ว่าเอาเงินที่ไหนมาเปย์ไอ้ตัวร้ายนั่น”“ตอนคนเราอยากได้อะไรมากๆ มันก็ไม่สนวิธีการหรอก”ตกดึกโครมมม!!อึ้กก!!“ไม่มีเงินก็ไม่บอกนายทำเราขายหน้านะแมน”“เราบอกฟลาแล้วว่าแม่จำกัดการใช้เงิน เงินที่มีก็มีแค่ของพ่อแม่เท่านั้น”“ไม่มีเงินแล้วแมนจะดูแลเราได้ยังไงเราอยู่ในเมืองนะแมนก็รู้ว่าเราเป็นนักเรียนทุนไม่มีเงิน ไหนบอกว่าจะดูแลเราอย่างดีไงนั่นไงร้านสะดวกซื้อใช่สาขาที่แม่นายเป็นเจ้าของมั้ย”“..อ อือ”“ไปเอาเงินมาสิ ไม่พอจ่ายคค่าอาหารที่โต๊ะสามพัน..ไปเอามาได้ไหม”....วี๊หว่อ วี๊หว่อ~เหตุการณ์ปล้นร้านสะดวกซื้อครั้งนั้นเป็นข่าวใหญ่ในปีนั้นก็ว่าได้นักเรียนมอปลายโรงเรียนคุณหนูปล้นร้านสะดวกซื้อสาขาของแม่ตัว เข้าผับทั้งที่อายุไม่ถึง มีคนในกลุ่มใช้ยาเสพติดและทำร้ายร่างกายคนในผับอาการสาหัส เหตุการณ์เพียงคืนเดียวแต่เกิดเรื่องมากมายจนพ่อแม่แมนต้องวิ







