LOGINอินทุภารู้สึกสังหรณ์ในใจ ก่อเกิดเป็นความรู้สึกอึดอัดเข้ามาแทนที่ เธอจ้องหน้าเขาเขม็ง ไม่รู้ธีรุตม์จะมาไม้ไหน
“หนูอินมีเรื่องน่าตื่นเต้นแบบนี้ ทำไมหนูไม่บอกแม่ละลูก ดูสิต้องให้พี่รุตเป็นฝ่ายบอกเหรอ จะแอบเซอร์ไพรส์แม่ใช่ไหมจ๊ะ”
“เอ่อ คุณหญิงแม่คะ” อินทุภาอึกอัก เธอจะเล่าอย่างไรว่าเมื่อคืนเธอถูกเขาข่มเหง และยังทิ้งให้เธอนอนคนเดียวทั้งคืนตามลำพัง
อินทุภาได้แต่เบนหางตาไปมองเขา แต่เธอก็ได้เห็นได้เจอสายตาเย็นชาของธีรุตม์อีกครั้ง
“ว่าไงน้องอิน” เขาเอ่ยเรียกเสียงหวาน
อินทุภาจำใจกล้ำกลืนตอบออกไป
“คือ พี่รุตแค่อยากให้คุณหญิงแม่แปลกใจน่ะค่ะ แต่เรื่องกำหนดวันที่จะไป อินยังไม่รู้ว่าวันไหนค่ะคุณหญิงแม่”
“แหม... ดีแล้วล่ะที่รุตจะพาน้องไปฮันนีมูน แม่หวังว่ากลับมาจากฮันนีมูนแล้ว แม่จะได้ข่าวดีเรื่องหลานนะลูกนะ” คุณหญิงทับทิมนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“ว่าแต่... แม่ว่ามันไม่สมศักดิ์ศรีน่า ทำไมถึงจะไปแค่ภูเก็ตเองหรือ แม่คิดว่า รุตน่าจะพาน้องไปฮันนีมูนที่ต่างประเทศจะดีกว่า”
ธีรุตม์มีงานเยอะ แล้วอีกอย่างมายาวีแพ้อากาศเย็น ๆ หล่อนเป็นโรคประหลาดที่ถูกความเย็นไม่ได้ ดังนั้นภูเก็ต และเกาะทางใต้ของประเทศจึงเหมาะที่สุด แล้วไม่ต้องยุ่งยากเรื่องเอกสารด้วย
“แม่ครับ แค่ใกล้ ๆ ก่อน พอมีเวลาและโอกาสอื่น ค่อยพาไปไกลกว่านี้ครับ ผมจะขอหยุดไม่กี่วันครับ จะได้กลับมาทำงานให้คุณแม่อีก”
“แหม... ชื่นใจ ได้ยินแบบนี้แล้ว แม่ก็สบายใจ”
“คุณหญิงแม่จะไปด้วยกันไหมคะ”
“โอ๊ย แม่จะไปทำอะไร ไปกันแค่หนุ่ม ๆ สาว ๆ ก็พอ แม่ขออยู่บ้านตากแอร์ฯ เย็น ๆ ดีกว่า ให้ไปเดินเล่นทะเล กระโดดน้ำตูม ๆ แม่ไม่ไหวแล้ว เอ่อ... แล้วก็ดูแลกันดี ๆ ล่ะ แดดมันแรงนักเชียว จะดำเอา และจะไม่สบาย” คนเป็นแม่ก็ห่วงสารพัด
“ครับแม่”
“ดีแล้ว ๆ ไปเที่ยวจะได้เปิดหูเปิดตา ขอเพียงแค่มีตาหนูยายหนูตัวน้อยกลับมาให้แม่ได้ยินข่าวดี แค่นี้แม่ก็พอใจล่ะ โอ๊ย! หลานย่าจะมาแล้ว แม่อยากอุ้มหลาน” ยิ้มอย่างดีใจที่เห็นลูกชายเริ่มคล้อยตาม และเมื่อคืนวิภาก็รายงานความคืบหน้าว่าธีรุตม์อยู่ในห้องนอนของอินทุภาเป็นชั่วโมง
หลังจากจบมื้ออาหารเช้าแสนอึดอัด อินทุภารีบผละตัวหนีออกจากตึก เธอไปหมกตัวอยู่ภายในห้องเรือนกระจกที่เต็มไปด้วยกล้วยไม้ กระบองเพชร และดอกไม้ที่ชื่นชอบ
กระนั้นยังไม่วายถูกธีรุตม์ตามมาถึงในนั้น “หวังว่าคงไม่ทำตัวปากมาก ไปฟ้องใครเข้าล่ะ” ธีรุตม์ส่งเสียงมาพร้อมกับตัว
อินทุภาชะงักไม่เข้าใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้ เขาคงจะให้เธอออกจากบ้านไปพร้อมกับเขา และเขาจะไปกับมายาวี
ใบหน้าของหญิงสาวซีดจางลงเมื่อได้รู้ความจริง หัวใจไม่ใช่ก้อนดินที่จะไม่รู้สึกอะไร อินทุภาเองก็ใช่จะเป็นพระอิฐพระปูน
“เธอจะบินไปภูเก็ตพร้อมกับฉันก็ได้ ฉันจะให้เงินเธอ และเธอไปหาที่อยู่เอง ส่วนฉันจะแยกไปกับมายาวี” เขาประกาศให้เธอรู้ เมื่อมาถึงจุดนี้ อินทุภารู้ว่าเธอถูกใช้ให้เป็นหนังรองหน้า ธีรุตม์กำลังย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นเมียที่ถูกกดขี่
“คุณแน่ใจแล้วหรือคะที่ทำแบบนี้”
“แน่ใจสิ ทำไม”
“เปล่าหรอกค่ะ ถ้าคุณหญิงแม่รู้”
“นี่... ถ้าเธอไม่ปากมาก ไม่ปากโป้ง แม่ก็ไม่รู้ ว่าแต่... จะไปฟ้องแม่หรือ”
อินทุภาถึงกับกลืนความขมลงคอ
“ถ้าคุณจะขอร้องอิน ก็ควรจะพูดให้ดี ๆ และคราวหน้าหากจะทำแบบนี้อีก ก็ต้องปรึกษากันก่อน” อินทุภาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องพูดออกไปแบบนี้
“...” ธีรุตม์ยักไหล่
“คุณไม่ต้องห่วงนะคะ อินรู้สถานภาพของตัวเองดี แต่ขอร้องข้อเดียว”
“อะไร”
“คุณอย่ามาทำกับอินเหมือนเมื่อคืนนี้อีก”
“หื้อ เธอไม่มีสิทธิ์ต่อรองนะอินทุภา”
“ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงคุณมายาวี เธอคงจะเสียใจ”
“มายาวีเธอให้เกียรติฉันเสมอ และไม่ก้าวก่าย”
“แต่คุณนอกกายนอกใจเธอ”
“อินทุภา เธอก็เป็น...”
“เป็นอะไรคะ” หญิงสาวสวนกลับ
ได้คำตอบแบบนี้ ถูกใจธีรุตม์เลย เขาหัวเราะออกมา พลางซุกหน้าไปหาความอบอุ่นในร่องอกของเธออีกครั้ง“พี่รุตขา มันจั๊กจี้ค่ะ”เขาไม่ได้หยุด และเลื่อนไปอ้าปากงับดูดกลืนเม็ดอิ่มบนยอดอกอวบอย่างเด็กที่กระหายนมของมารดา“อื้อ ซี้ด...” เธอครางเสียงเสียวออก“แข็งแล้วหรือคะ”“อื้อ... สองอาทิตย์แล้วนะ พี่ต้องรีบเก็บแต้มน่ะ”“เก็บเยอะ ๆ แล้วก็บ่อย ๆ ก็ได้นะคะ อินเต็มใจ”“จ้าที่รัก” จากนั้นทั้งสองคนก็ผสานเสียงแห่งความสุขดังลั่นอีกครั้งวันต่อมาติ้ง ติ้ง.. เสียงข้อความเข้านายหัวศีล (มีข่าวดีมาบอก)ธีรุตม์ (ข่าวดีอะไรหรือครับนายหัว)นายหัวศีล (มีคู่หมั้นแล้ว และจะแต่งงาน)ธีรุตม์ (กับใครครับนายหัว ผู้หญิงคนไหนที่จะเป็นคนโชคดีคนนั้น)นายหัวศีลส่งรูปของเขากับเอมิตามาให้กับธีรุตม์ธีรุตม์ (แจกการ์ดเมื่อไรดี)นายหัวศีล (ยัง... เธอยังไม่ตกลง ขอคบหาดูใจไปก่อน)ธีรุตม์ (ไม่คิดว่าจะมีเพื่อนซื่อบื้อแบบนี้ จับปล้ำเลยสิ โน้นหลอกพาไปที่เกาะโน้น) แล้วก็ตามไปด้วยสติกเกอร์หัวเราะนายหัวศีล (เอาอย่างนั้นเลยหรือวะ)ธีรุตม์ (อายุมากขึ้นทุกวันนะโว้ย) แล้วเขาก็ส่งรูปของน้องกรีน และคลิปวิดีโอสั้น ๆ ไปให้ดูสองสามคลิปนายหั
“ก็มันเสียวอะ ตอดดี๊ดี อื้อ... อู้...” ปากลั่นครางรัวผสานกับเสียงครวญครางของอินทุภา ธีรุตม์ตอกย้ำความเป็นเจ้าของลงไปในร่างกายหญิงสาว“อะ อะ อะ พี่รุต ใจจะขาดแล้วค่ะ” เธอครางเสียงรัญจวน เมื่อธีรุตม์เพิ่มจังหวะรักขึ้นอีก อินทุภาตวัดรัดโอบกายของเขาเอาไว้พร้อมกับเด้งสวนเป็นจังหวะเดียวกัน สายน้ำใส ๆ เอ่อล้นสนองรับการบดขยี้ เขายิ่งประโคมความแข็งแกร่งประเคนลงมาอย่างหนัก ๆ เสียงเนื้อขาของทั้งสองคนกระทบกัน และเสียงครางคำรามของเขาดังก้องลั่นห้อง“พี่รุตม์ขา เมียไม่ไหวแล้วนะคะ” อินทุภาร้องบอกเขา หญิงสาวยกหัวมองการกระทำของสามี“ครับ ๆ ถ้างั้นพี่ขอจบด้วยท่าหลังนะ”“ค่ะ” เธอพยักหน้าตอบธีรุตม์รีบถอนตัวออกทันที จับคว้าเอวคอดพาร่างกายของเธอให้คว่ำลง ไม่ต้องรอให้เขาร้องขอ เธอก็จัดท่าทางคลานเข่าให้สามี ส่งเผยความอ่อนไหวไปตรงหน้าเขาธีรุตม์ก็ไม่รอช้า ได้ท่าได้ทางพอเหมาะพอเจาะ เขาก็จับแท่งบุรุษแทงพรวดให้ลึกสุด ไม่พูดพร่ำทำเพลงเดินเกมรักต่อ เขาตะบี้ตะยันตอกโยกอัดท่อนแข็งเข้าไปในร่องสาวที่มีสายน้ำเอ่อท่วม การกระแทกกระทั้นแรง ๆ ทำให้อินทุภาถึงกับหัวสั่นหัวคลอน ร้องไม่เป็นภาษาคนแล้ว ประสานรับกับเสียงของธีรุ
“พี่รุตขา รีบไปไหนคะ”“อือ... ต้องรีบสิ เกิดน้องกรีนแผลงฤทธิ์อยากกลับมานอนห้องนี้ล่ะ พี่ก็พลาดนะสิ”พอทำให้อินทุภาล่อนจ้อนได้ เขาก็รีบจัดการเสื้อผ้าของตัวเอง โดยมีมือน้อย ๆ ของหญิงสาวช่วยด้วยจุ๊บ จุ๊บ... เขาจุมผิดไปทั่วใบหน้า และจบลงที่กลีบปากของหญิงสาวอีกครั้งธีรุตม์ผลักเธอให้นอนบนเตียง เวลาแห่งความสุขทีรอคอยเริ่มแล้ว เขาหมุนตัวทำท่าหกเก้าทันที อินทุภาก็ไม่รีรอจัดการจับท่อนเนื้อของสามีได้ก็ยัดเข้าไปในโพรงปาก เล่นงานเอาธีรุตม์ปากลั่นเสียงสุขขรมไปทั้งลำคอจากคำมั่นสัญญากว่าจะทำให้คู่ของตนมีความสุขไปจนวันตาย ธีรุตม์มุดหน้าลงไปที่กลางกายงาม พร้อมกับจับสองขาของหญิงสาวอ้ากว้างการกระทำของเธอยั่วยุเขา โพรงปากและลิ้นนุ่มของเธอจัดการท่อนชายชาตรีของธีรุตม์จนอยู่หมัด เขาก็ไม่อยากให้เสียเวลา ขอมอบความสุขสมปรารถนาตามแรงส่งมือหยาบหนาลูบคลำไปโหนกสาว และแพรไหมสีดำ ขยี้บดด้วยปลายนิ้วเบา ๆ เธอก็แอ่นเด้งตัว สะโพกมนลอยแบบไม่ติดพื้น และแก้ลำโดยการจัดการดูดแรง“โอ้...” เขาครางเสียงเสียว ก้มหน้าลง และฉกริมฝีปากและปลายลิ้นแทะเล็มไปจุดอ่อนไหวนั้น ทำให้อินทุภาผวาตัวดูดแรงอีก บางคราวก็ใช้ปลายลิ้นที่วนรอบ ๆ
“ขอบคุณมากค่ะคุณป้า” จิราภาถึงกับลุกจากเก้าอี้ลงไปนั่งพับเพียบอยู่กับพื้น ก้มกราบไปที่ตักของคุณบัววรรณ“ทำไมล่ะจ๊ะหนู”“คือหนูยังไม่ได้อยากแต่งงานค่ะ หนูยังอยากใช้ชีวิตของหนูในแบบที่ต้องการ”“ยายจิ” ผู้เป็นแม่ถึงกับออกเสียงปรามจิดาภาจึงหันไปหาท่าน “แม่คะหนูขอร้องเถอะค่ะ คุณแม่ คุณพ่อ อย่าได้บังคับหนูอีกเลย รู้ไหมคะว่าปีนี้ พ.ศ. อะไร นี่ปี พ.ศ. สองพันห้าร้อยหกสิบหกแล้วนะคะ คุณพ่อ คุณแม่ยังมีความคิดแบบโบร่ำโบราณอยู่เลย”“ยายจิ ดูสิคะคุณพี่บัววรรณ เด็กสมัยนี้ มันก็เป็นเสียแบบนี้แหละ” ออกท่าทางโกรธเคืองลูกคุณบัววรรณส่งเสียงหัวเราะ“เอาเถอะ ๆ ป้าเองก็คิดเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้หนูมาเป็นหลานสะใภ้ ป้าก็เลยอยากจะขอโทษหนู สร้อยเส้นนี้ป้ายกให้หนูนะเป็นของปลอบใจ” นางหยิบเอากล่องกำมะหยี่ที่อยู่ข้างตัวขึ้นมาแล้วเปิดออก เป็นสร้อยคอและจี้เพชรเส้นเล็ก ๆ พองาม“ขอให้ป้าใส่ให้หนูนะ”จิดาภาหันไปมองหน้าพ่อกับแม่ ใจไม่อยากรับเลย“รับเอาไว้นะ ถือเป็นสินน้ำใจจากป้าแทนคำขอโทษ”จิดาภาก้มลงและยกมือไหว้ คุณบัววรรณจึงได้สวมสร้อยคอให้ ใบหน้าของคุณสุทัศน์และคุณณนิจชาจึงดีขึ้น“มะ... หนูจิขึ้นมานั่งข้างบนนี้ วัน
บ้านพ่อกับแม่ของเตชิตพอเห็นลูกชายเดินเข้ามาด้วยเสื้อผ้าที่ไม่ซ้ำจากเมื่อเช้า คุณนุ่มนวลเอ่ยขึ้นทันใด “แกหายไปไหนมา และเอาเสื้อผ้าไหนมาเปลี่ยนน่ะ”“แม่แม่กลายเป็นเอไอตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ จับผิดเก่งจริง”“ก็เป็นตั้งแต่ฉันมีลูกชายหัวหมออย่างแกนี่แหละ” ทำอารมณ์เสียใจ เตชิตหายหน้าไปเป็นนานสองนาน“นี่นิ่ม พี่ว่าเราสองคนไปอาบน้ำและรีบแต่งเนื้อแต่งตัวดีกว่า เดี๋ยวจะไปงานเลี้ยงสาย”“จริงด้วยครับคุณแม่ แต่งตัวให้สวย ๆ นะครับ”“ประเดี๋ยวนะ หนูอายมาแล้ว เห็นแวบหนึ่ง เธอไปไหน” คุณชัชสงสัย เห็นเธอตอนยกมือไหว้ จากนั้นก็ไม่เห็นแล้ว“อยู่ที่บ้านของคุณพี่นั่นแหละค่ะ อ้อ... ว่าแต่เต้นไม่ได้เจอกับหนูอายเหรอ”เตชิตจะบอกว่าอย่างไรดี ในเมื่อตอนนี้เอมิตาอยู่ในห้องนอนของศีล ศีลใช้มือถือของเขาถ่ายรูปตนเองที่กกกอดหญิงสาวมาให้ เอมิตาอยู่บนเตียงของศีลโดยที่ทั้งสองคนอิงแอบกัน เตชิตเห็นศีลหน้าบานเป็นจานเชิง“แม่รีบ ๆ เถอะครับ งานเลี้ยงในวันนี้มีอะไรดี ๆ และจะมีเรื่องให้คุณแม่ต้องเซอร์ไพรส์อีกเยอะเลยครับ” เขายิ้มดีใจ เตชิตเองก็เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก ศีลทำให้เอมิตาไปเป็นเจ้าสาวของศีลแล้ว“เซอร์ไพรส์อะไรของแกหาเจ้
เสียงหัวเราะของศีลทำให้หัวใจที่เคยแห้งแล้งของเอมิตาฟูพองขึ้นดั่งเป็นน้ำทิพย์ชโลมตรงหัวใจ หรือว่า... เธอควรจะใช้สายตาที่แท้จริงมองศีลที่มาจากข้างใน“ทำไมมองพี่แบบนี้”“ฮึ-ฮึ” เอมิตาหัวเราะบ้าง“เฮ... หัวเราะและทำหน้าแบบนี้มันยังไง ๆ อยู่นะ”เขาทำหน้ายิ้มยกริมฝีปากข้างเดียวเลียนแบบเอมิตา“ยิ้มแบบนี้จะให้พี่เข้าใจว่าอย่างไรครับ”“คนอะไร หัวก็ไม่ล้าน ทำไมขี้น้อยใจ”“พี่รักอายจนหัวใจจะระเบิดนะสิ นี่คิดจนหัวจะกลับว่าพี่จะทำอย่างไรดี” เขายังคงกอดเธอเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย และจรดปลายจมูกลงมาที่แก้มของเอมิตาหอมฟอด ๆเอมิตานึกแปลกใจที่เธอไม่คิดรังเกียจเขาแล้วศีลบดเบียดเจ้าลูกชายที่ถูกปลุกเข้ากับเนื้อขาของเธอ“พี่ศีลคะ อายอึดอัด พี่คลายกอด แล้วขยับไปนอนห่างอีกนิดได้ไหม”“ทำไม” เขายังหน้าแดงเถือก และหายใจแรง ๆ คงจะกดดันตัวเองมาก ๆ ไม่ให้ทำอะไรเธอไปมากกว่านี้ แกนบุรุษของเขาแข็งแทบแตกแล้ว ศีลจำใจถอยห่างเธอ และไปนอนตะแคงหันมามองหน้าของเอมิตา เอามือซุกหว่างขา“อายว่า อายไปดีกว่า”“ไม่ให้ไป อยู่ที่นี่แหละ อยู่ในนี่ด้วยกัน”“ระวังพี่จะขาดใจตายนะคะ” เอมิตาเห็นเขาอดกลั้นจนหน้าเขียวหน้าดำแต่อย่าคิดว่าเธอ







![พื้นที่นี้มีคนเก่า [อ่านฟรี เป็นของขวัญปีใหม่]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)