Masukทว่าเมื่อถึงเวลาใกล้อาหารเย็น
อินทุภาก็ลงมาก่อนเวลา เธอจะถือโอกาสเดินเล่น มายาวีเดินปรี่เข้ามาหา ก่อนจะจ้องด้วยสายตาเขม่นแล้วเอ่ยถาม
“หล่อนใช้มารยาอะไรไม่ทราบ รุตเขาถึงได้หนีหน้าฉัน ออกไปเดินเล่นข้างนอก”
อินทุภามองมายาวีอย่างแปลกประหลาดใจ “น่าแปลกนะคะ พวกคุณตัวติดกันขนาดนั้น ทำไมไม่ถามกันเอง”
“คนที่เป็นส่วนเกินแบบฉันจะรู้เรื่องของพวกคุณได้ยังไง เอ๊ะ!”
“แกอย่ามาพูดยอกย้อนฉัน รุตเขาบอกว่าเกรงใจหล่อนที่เป็นเมีย เอาสิ... เธอมันเก่งนี่ ถึงได้เข้าทางคุณหญิงทับทิม คุณหญิงถึงได้ชอบหล่อนนัก ทั้งที่พ่อของหล่อนติดหนี้คุณหญิงมากมาย”
มายาวียังหาข้อด้อยของตัวเองไม่เจอ ถ้าเทียบกับอินทุภา ไม่มีข้อไหนที่คุณหญิงจะไม่ชอบเธอได้ แถมยังกีดกันกลัวจะได้เธอไปเป็นสะใภ้
“อ้อ... คุณหญิงแม่ท่านชอบเพราะฉันไม่ได้เป็นแค่ลูกหนี้มั้งคะ เห็นท่านเคยบอกว่า คุณหญิงไม่ชอบใครที่มาทำตัวเหมือนแม่คนที่สองของลูกชายของท่านน่ะค่ะ อีกอย่างท่านว่าผู้หญิงที่เร่เอาของดีไปนอนกับชาวบ้านง่าย ๆ นั้น น่าจะไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม”
“ก็คอยดูกันต่อไปเถอะ ฉันไม่รู้ว่าหล่อนไปต่อรองอะไรกับรุตมากกว่า”
“ฉันน่ะเหรอคะจะไปต่อรองอะไรกับคุณรุตได้ คุณวีก็น่าจะรู้ดี เอาเป็นว่า... คุณรุตงอนคุณวีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ เดี๋ยวก็คงดีกัน ถ้าคุณง้อเป็น”
“เสือก”
“อ้าว... ทำไมพูดจาไม่น่ารักล่ะคะ ถึงอย่างไรทริปนี้คุณก็ต้องทนดูหน้าของฉันแบบทิ่มใจกันไปข้างหนึ่ง”
“ย่ะ” มายาวีกระฟัดกระเฟียด เธอรู้แล้วแหละว่าธีรุตม์ไม่พอใจที่เธอเอ่ยเรื่องของอินทุภากับนายหัวศีล
“หล่อนก็ระวังตัวเอาไว้ให้ดีเถอะ จะหลุดจากตำแหน่งลูกสะใภ้ดีเด่น ฉันอยากรู้นักว่า ถ้าหล่อนไม่ท้อง และไม่มีลูกให้คุณหญิงทับทิมสักที ท่านยังจะอยากได้หล่อนเป็นลูกสะใภ้อยู่อีกไหม”
“เป็นห่วงตัวเองเถอะค่ะ เพราะว่าที่บ้านคุณหญิงอยู่ดีกินดี ฉันจะเกาะหัวกระไดบ้านเอาไว้ให้แน่นเลยค่ะ คงจะหลุดยากสักหน่อย แต่คุณก็พยายามเข้านะคะ ฉันจะเป็นกำลังใจให้” อินทุภาพยายามจะเดินหนี
“หล่อนอย่ามาอวดเก่ง เกาะให้อยู่หมัดนะ ทางบ้านหล่อน ก็เห็นว่าจนตรอกแล้วนี่ ลูกเมียเก่าเมียเก็บ จนไม่มีจะกิน แถมยังถูกยกให้มาเป็นแค่สะใภ้ขัดดอก คิดหรือว่ามีทางเลือกมากนัก ยังไงรุตก็รักฉัน หัดเจียมตัวเสียบ้าง”
อินทุภาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
“การเป็นสะใภ้บ้านคุณหญิงทับทิมคือสิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่หรือคะ แต่คุณก็ยังไม่ได้เป็น ที่นั่นในสายตาของคุณรุตฉันอาจจะเสมือนหนึ่งคนไร้ค่า แต่ไม่ว่าจะเป็นตัวคุณหญิงแม่ หรือแม้แต่คนรับใช้ ไปจนกระทั่งถึงคนสวน หรือคนขับรถ ทุกคนต่างให้เกียรติและยกย่องฉันว่าเป็นเมียของคุณรุต ที่พูดคำว่าเจียมตัว แล้วมาสอนฉัน ช่วยสอนตัวเองดีกว่าค่ะ เจียมตัวนะ เจียมตัว”
อินทุภาสะบัดหน้าเดินหนีมายาวีไป แม้มันจะเป็นการตอบโต้เล็กน้อยที่ตนพอจะทำเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนได้ ถึงอย่างนั้นยังแอบหวาดหวั่น หากมายาวีนำเรื่องนี้ไปฟ้องธีรุตม์ เธอเองนี่ล่ะจะตกเป็นฝ่ายลำบาก
ได้คำตอบแบบนี้ ถูกใจธีรุตม์เลย เขาหัวเราะออกมา พลางซุกหน้าไปหาความอบอุ่นในร่องอกของเธออีกครั้ง“พี่รุตขา มันจั๊กจี้ค่ะ”เขาไม่ได้หยุด และเลื่อนไปอ้าปากงับดูดกลืนเม็ดอิ่มบนยอดอกอวบอย่างเด็กที่กระหายนมของมารดา“อื้อ ซี้ด...” เธอครางเสียงเสียวออก“แข็งแล้วหรือคะ”“อื้อ... สองอาทิตย์แล้วนะ พี่ต้องรีบเก็บแต้มน่ะ”“เก็บเยอะ ๆ แล้วก็บ่อย ๆ ก็ได้นะคะ อินเต็มใจ”“จ้าที่รัก” จากนั้นทั้งสองคนก็ผสานเสียงแห่งความสุขดังลั่นอีกครั้งวันต่อมาติ้ง ติ้ง.. เสียงข้อความเข้านายหัวศีล (มีข่าวดีมาบอก)ธีรุตม์ (ข่าวดีอะไรหรือครับนายหัว)นายหัวศีล (มีคู่หมั้นแล้ว และจะแต่งงาน)ธีรุตม์ (กับใครครับนายหัว ผู้หญิงคนไหนที่จะเป็นคนโชคดีคนนั้น)นายหัวศีลส่งรูปของเขากับเอมิตามาให้กับธีรุตม์ธีรุตม์ (แจกการ์ดเมื่อไรดี)นายหัวศีล (ยัง... เธอยังไม่ตกลง ขอคบหาดูใจไปก่อน)ธีรุตม์ (ไม่คิดว่าจะมีเพื่อนซื่อบื้อแบบนี้ จับปล้ำเลยสิ โน้นหลอกพาไปที่เกาะโน้น) แล้วก็ตามไปด้วยสติกเกอร์หัวเราะนายหัวศีล (เอาอย่างนั้นเลยหรือวะ)ธีรุตม์ (อายุมากขึ้นทุกวันนะโว้ย) แล้วเขาก็ส่งรูปของน้องกรีน และคลิปวิดีโอสั้น ๆ ไปให้ดูสองสามคลิปนายหั
“ก็มันเสียวอะ ตอดดี๊ดี อื้อ... อู้...” ปากลั่นครางรัวผสานกับเสียงครวญครางของอินทุภา ธีรุตม์ตอกย้ำความเป็นเจ้าของลงไปในร่างกายหญิงสาว“อะ อะ อะ พี่รุต ใจจะขาดแล้วค่ะ” เธอครางเสียงรัญจวน เมื่อธีรุตม์เพิ่มจังหวะรักขึ้นอีก อินทุภาตวัดรัดโอบกายของเขาเอาไว้พร้อมกับเด้งสวนเป็นจังหวะเดียวกัน สายน้ำใส ๆ เอ่อล้นสนองรับการบดขยี้ เขายิ่งประโคมความแข็งแกร่งประเคนลงมาอย่างหนัก ๆ เสียงเนื้อขาของทั้งสองคนกระทบกัน และเสียงครางคำรามของเขาดังก้องลั่นห้อง“พี่รุตม์ขา เมียไม่ไหวแล้วนะคะ” อินทุภาร้องบอกเขา หญิงสาวยกหัวมองการกระทำของสามี“ครับ ๆ ถ้างั้นพี่ขอจบด้วยท่าหลังนะ”“ค่ะ” เธอพยักหน้าตอบธีรุตม์รีบถอนตัวออกทันที จับคว้าเอวคอดพาร่างกายของเธอให้คว่ำลง ไม่ต้องรอให้เขาร้องขอ เธอก็จัดท่าทางคลานเข่าให้สามี ส่งเผยความอ่อนไหวไปตรงหน้าเขาธีรุตม์ก็ไม่รอช้า ได้ท่าได้ทางพอเหมาะพอเจาะ เขาก็จับแท่งบุรุษแทงพรวดให้ลึกสุด ไม่พูดพร่ำทำเพลงเดินเกมรักต่อ เขาตะบี้ตะยันตอกโยกอัดท่อนแข็งเข้าไปในร่องสาวที่มีสายน้ำเอ่อท่วม การกระแทกกระทั้นแรง ๆ ทำให้อินทุภาถึงกับหัวสั่นหัวคลอน ร้องไม่เป็นภาษาคนแล้ว ประสานรับกับเสียงของธีรุ
“พี่รุตขา รีบไปไหนคะ”“อือ... ต้องรีบสิ เกิดน้องกรีนแผลงฤทธิ์อยากกลับมานอนห้องนี้ล่ะ พี่ก็พลาดนะสิ”พอทำให้อินทุภาล่อนจ้อนได้ เขาก็รีบจัดการเสื้อผ้าของตัวเอง โดยมีมือน้อย ๆ ของหญิงสาวช่วยด้วยจุ๊บ จุ๊บ... เขาจุมผิดไปทั่วใบหน้า และจบลงที่กลีบปากของหญิงสาวอีกครั้งธีรุตม์ผลักเธอให้นอนบนเตียง เวลาแห่งความสุขทีรอคอยเริ่มแล้ว เขาหมุนตัวทำท่าหกเก้าทันที อินทุภาก็ไม่รีรอจัดการจับท่อนเนื้อของสามีได้ก็ยัดเข้าไปในโพรงปาก เล่นงานเอาธีรุตม์ปากลั่นเสียงสุขขรมไปทั้งลำคอจากคำมั่นสัญญากว่าจะทำให้คู่ของตนมีความสุขไปจนวันตาย ธีรุตม์มุดหน้าลงไปที่กลางกายงาม พร้อมกับจับสองขาของหญิงสาวอ้ากว้างการกระทำของเธอยั่วยุเขา โพรงปากและลิ้นนุ่มของเธอจัดการท่อนชายชาตรีของธีรุตม์จนอยู่หมัด เขาก็ไม่อยากให้เสียเวลา ขอมอบความสุขสมปรารถนาตามแรงส่งมือหยาบหนาลูบคลำไปโหนกสาว และแพรไหมสีดำ ขยี้บดด้วยปลายนิ้วเบา ๆ เธอก็แอ่นเด้งตัว สะโพกมนลอยแบบไม่ติดพื้น และแก้ลำโดยการจัดการดูดแรง“โอ้...” เขาครางเสียงเสียว ก้มหน้าลง และฉกริมฝีปากและปลายลิ้นแทะเล็มไปจุดอ่อนไหวนั้น ทำให้อินทุภาผวาตัวดูดแรงอีก บางคราวก็ใช้ปลายลิ้นที่วนรอบ ๆ
“ขอบคุณมากค่ะคุณป้า” จิราภาถึงกับลุกจากเก้าอี้ลงไปนั่งพับเพียบอยู่กับพื้น ก้มกราบไปที่ตักของคุณบัววรรณ“ทำไมล่ะจ๊ะหนู”“คือหนูยังไม่ได้อยากแต่งงานค่ะ หนูยังอยากใช้ชีวิตของหนูในแบบที่ต้องการ”“ยายจิ” ผู้เป็นแม่ถึงกับออกเสียงปรามจิดาภาจึงหันไปหาท่าน “แม่คะหนูขอร้องเถอะค่ะ คุณแม่ คุณพ่อ อย่าได้บังคับหนูอีกเลย รู้ไหมคะว่าปีนี้ พ.ศ. อะไร นี่ปี พ.ศ. สองพันห้าร้อยหกสิบหกแล้วนะคะ คุณพ่อ คุณแม่ยังมีความคิดแบบโบร่ำโบราณอยู่เลย”“ยายจิ ดูสิคะคุณพี่บัววรรณ เด็กสมัยนี้ มันก็เป็นเสียแบบนี้แหละ” ออกท่าทางโกรธเคืองลูกคุณบัววรรณส่งเสียงหัวเราะ“เอาเถอะ ๆ ป้าเองก็คิดเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้หนูมาเป็นหลานสะใภ้ ป้าก็เลยอยากจะขอโทษหนู สร้อยเส้นนี้ป้ายกให้หนูนะเป็นของปลอบใจ” นางหยิบเอากล่องกำมะหยี่ที่อยู่ข้างตัวขึ้นมาแล้วเปิดออก เป็นสร้อยคอและจี้เพชรเส้นเล็ก ๆ พองาม“ขอให้ป้าใส่ให้หนูนะ”จิดาภาหันไปมองหน้าพ่อกับแม่ ใจไม่อยากรับเลย“รับเอาไว้นะ ถือเป็นสินน้ำใจจากป้าแทนคำขอโทษ”จิดาภาก้มลงและยกมือไหว้ คุณบัววรรณจึงได้สวมสร้อยคอให้ ใบหน้าของคุณสุทัศน์และคุณณนิจชาจึงดีขึ้น“มะ... หนูจิขึ้นมานั่งข้างบนนี้ วัน
บ้านพ่อกับแม่ของเตชิตพอเห็นลูกชายเดินเข้ามาด้วยเสื้อผ้าที่ไม่ซ้ำจากเมื่อเช้า คุณนุ่มนวลเอ่ยขึ้นทันใด “แกหายไปไหนมา และเอาเสื้อผ้าไหนมาเปลี่ยนน่ะ”“แม่แม่กลายเป็นเอไอตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ จับผิดเก่งจริง”“ก็เป็นตั้งแต่ฉันมีลูกชายหัวหมออย่างแกนี่แหละ” ทำอารมณ์เสียใจ เตชิตหายหน้าไปเป็นนานสองนาน“นี่นิ่ม พี่ว่าเราสองคนไปอาบน้ำและรีบแต่งเนื้อแต่งตัวดีกว่า เดี๋ยวจะไปงานเลี้ยงสาย”“จริงด้วยครับคุณแม่ แต่งตัวให้สวย ๆ นะครับ”“ประเดี๋ยวนะ หนูอายมาแล้ว เห็นแวบหนึ่ง เธอไปไหน” คุณชัชสงสัย เห็นเธอตอนยกมือไหว้ จากนั้นก็ไม่เห็นแล้ว“อยู่ที่บ้านของคุณพี่นั่นแหละค่ะ อ้อ... ว่าแต่เต้นไม่ได้เจอกับหนูอายเหรอ”เตชิตจะบอกว่าอย่างไรดี ในเมื่อตอนนี้เอมิตาอยู่ในห้องนอนของศีล ศีลใช้มือถือของเขาถ่ายรูปตนเองที่กกกอดหญิงสาวมาให้ เอมิตาอยู่บนเตียงของศีลโดยที่ทั้งสองคนอิงแอบกัน เตชิตเห็นศีลหน้าบานเป็นจานเชิง“แม่รีบ ๆ เถอะครับ งานเลี้ยงในวันนี้มีอะไรดี ๆ และจะมีเรื่องให้คุณแม่ต้องเซอร์ไพรส์อีกเยอะเลยครับ” เขายิ้มดีใจ เตชิตเองก็เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก ศีลทำให้เอมิตาไปเป็นเจ้าสาวของศีลแล้ว“เซอร์ไพรส์อะไรของแกหาเจ้
เสียงหัวเราะของศีลทำให้หัวใจที่เคยแห้งแล้งของเอมิตาฟูพองขึ้นดั่งเป็นน้ำทิพย์ชโลมตรงหัวใจ หรือว่า... เธอควรจะใช้สายตาที่แท้จริงมองศีลที่มาจากข้างใน“ทำไมมองพี่แบบนี้”“ฮึ-ฮึ” เอมิตาหัวเราะบ้าง“เฮ... หัวเราะและทำหน้าแบบนี้มันยังไง ๆ อยู่นะ”เขาทำหน้ายิ้มยกริมฝีปากข้างเดียวเลียนแบบเอมิตา“ยิ้มแบบนี้จะให้พี่เข้าใจว่าอย่างไรครับ”“คนอะไร หัวก็ไม่ล้าน ทำไมขี้น้อยใจ”“พี่รักอายจนหัวใจจะระเบิดนะสิ นี่คิดจนหัวจะกลับว่าพี่จะทำอย่างไรดี” เขายังคงกอดเธอเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย และจรดปลายจมูกลงมาที่แก้มของเอมิตาหอมฟอด ๆเอมิตานึกแปลกใจที่เธอไม่คิดรังเกียจเขาแล้วศีลบดเบียดเจ้าลูกชายที่ถูกปลุกเข้ากับเนื้อขาของเธอ“พี่ศีลคะ อายอึดอัด พี่คลายกอด แล้วขยับไปนอนห่างอีกนิดได้ไหม”“ทำไม” เขายังหน้าแดงเถือก และหายใจแรง ๆ คงจะกดดันตัวเองมาก ๆ ไม่ให้ทำอะไรเธอไปมากกว่านี้ แกนบุรุษของเขาแข็งแทบแตกแล้ว ศีลจำใจถอยห่างเธอ และไปนอนตะแคงหันมามองหน้าของเอมิตา เอามือซุกหว่างขา“อายว่า อายไปดีกว่า”“ไม่ให้ไป อยู่ที่นี่แหละ อยู่ในนี่ด้วยกัน”“ระวังพี่จะขาดใจตายนะคะ” เอมิตาเห็นเขาอดกลั้นจนหน้าเขียวหน้าดำแต่อย่าคิดว่าเธอ
“พี่ศีล” บทจะดื้อด้านเขาก็ไม่ฟังใครเหมือนกัน“ปล่อยนะพี่ศีล อายไม่แต่งได้ยินไหม จะวันนี้หรือวันไหนก็ไม่แต่ง อายจะกลับบ้าน ปล่อยอายลงเดี๋ยวนี้”“พี่ไม่ปล่อย พี่ต้องคุยกับอายให้รู้เรื่อง เราต้องตกลงกัน พี่จะเดินหน้าทำตามที่พี่บอกกับคุณป้า คือพี่จะแต่งงานกับเธอ”ปึก ปึก ปึก... เธอระดมกำปั้นทุบเขา“ก็บ
“หมอให้อินนอนโรงพยาบาลนะ ร่างกายของอินอ่อนเพลียมาก หมอเลยขอดูอาการน่ะ”“คนท้องก็ต้องการกำลังใจเยอะ ๆ แต่ผัวดันทำเรื่องชั่ว ๆ”“เฮ้ย! พอก่อนวะไอ้ศีล ตอนนี้กูน่ะสำนึกผิดไม่ไหวแล้ว ไหนจะแม่ ไหนจะเมีย แล้วมึงยังจะมาทับถมกูอีก”“ก็มันน่าไหมล่ะ” ชูกำปั้นขึ้น อยากจะตั๊นหน้าธีรุตม์อีกสักที ธีรุตม์ยกมือไหว้
นายหัวศีลพาอินทุภามาขึ้นเรือที่ท่าเรือ และขับรถพาเธอไปส่งที่สนามบิน ธีรุตม์จัดแจงตั๋วเครื่องบินให้กับเธอเรียบร้อยแล้ว“ลาก่อนค่ะคุณศีล”“โชคดีนะครับคุณอิน แล้วพบกันที่กรุงเทพฯ”หญิงสาวรีบโบกมือลา และลากกระเป๋าของตัวเองเข้าไปด้านใน ความสิ้นหวังท้อแท้ และหมดกำลังใจ ธีรุตม์ทำให้อินทุภาเริ่มหวั่นไหวหนั
แทบจะไม่ได้ออกไปไหนด้วยซ้ำ เพราะมัวแต่ทะเลาะกัน อินทุภาทำหน้าจ๋อย เธอเพลียหัวใจเหลือเกิน ไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแม้แต่วันเดียว“คุณก็ออกไปเที่ยวกับคุณวีสิคะ อินจะอยู่ที่นี่เอง จะไม่ออกไปเพ่นพ่านที่ไหนค่ะ แล้วรีบไปเที่ยวให้ครบตามที่คุณกับคุณวีวางแผนกันไว้ ไม่ต้องเอาฉันไปเป็น ก ข ค ง อ้อ... แล้วตอนนี้ อ







