Share

บทที่ 2

Author: มู่หือ
ฉันพยายามหยัดกายลุกขึ้น ฝืนทนความเจ็บปวดตามร่างกาย แล้วตวัดมือตบหน้าหลี่ฝานฉาดใหญ่

“หลี่ฝาน นี่นายลงไม้ลงมือกับฉันเพราะจางอิ๋งงั้นเหรอ? นายอย่าลืมนะว่าที่นายได้เรียน มีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอยู่ทุกวันนี้ มีอะไรบ้างที่บ้านฉันไม่ได้เป็นคนสนับสนุน ช่างเลี้ยงไม่เชื่องเหมือนหมาป่าตาขาวจริง ๆ ในเมื่อเป็นแบบนี้ เราเลิกกันเถอะ นายก็ไปปกป้องน้องสาวสุดที่รักของนายให้ดีแล้วกัน” พอหลี่ฝานได้ยินว่าฉันขอเลิก สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในพริบตา

“หลิ่วอวี้ นี่เธอมาโวยวายไร้สาระอะไรอีก อิ๋งอิ๋งเป็นน้องสาวของฉันนะ แถมเธอก็เป็นว่าที่พี่สะใภ้ของเธอ การที่เธอจะดูแลน้องสักหน่อยมันไม่ใช่เรื่องสมควรหรอกเหรอ? ที่ฉันทำไปก็เพื่อให้เธอเข้ากับครอบครัวของฉันได้ดีขึ้นในวันข้างหน้านะ”

ฉันกระตุกมุมปาก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“หลี่ฝาน นายเห็นฉันเป็นคนโง่จริง ๆ ใช่ไหม? เราเลิกกัน ครอบครัวของนายฉันไม่จำเป็นต้องไปเข้าหา แล้วก็น้องสาวบ้าบออะไรของนาย ก็ไม่ถึงคราวที่ฉันจะต้องมาคอยดูแล”

พูดจบ ฉันก็คว้ากระเป๋าแล้วหันหลังเดินจากมาทันที

หลี่ฝานที่อยู่เบื้องหลังถูกคำพูดของฉันยั่วโมโหจนเริ่มสบถด่าทอออกมา

“หลิ่วอวี้ นิสัยคุณหนูเอาแต่ใจแบบเธอ นอกจากฉันแล้วจะมีใครเอา! เธอดีแต่เอาเงินเน่า ๆ มาหยามเกียรติฉัน ทำตัวสูงส่งไม่รู้จักเคารพคนอื่น สมควรแล้วที่ไม่มีใครชอบเธอ”

ฉันโมโหจนอดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะออกมา

ทีตอนที่หลี่ฝานรูดบัตรเสริมของฉันใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย ไม่เห็นจะรู้สึกว่าถูกหยามเกียรติเลยสักนิด ตอนที่ฉันซื้อของขวัญราคาหลักพันหลักหมื่นให้ เขาก็รับไปอย่างเต็มอกเต็มใจ ไม่เคยเห็นเลยว่าจะทำท่าทีไม่พอใจสักนิด

ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ยกเลิกการผูกบัญชีชำระเงินคู่รักที่เปิดไว้ให้หลี่ฝานทันที พร้อมทั้งติดต่อเพื่อนที่ทำงานอยู่ธนาคารให้ช่วยพิมพ์รายการใช้จ่ายจากบัญชีนั้นออกมาให้

ไม่ใช่ว่ารู้สึกถูกหยามเกียรติหรอกเหรอ? งั้นก็ให้เขาเอาความอัปยศพวกนี้มาคืนให้หมดเลยก็แล้วกัน

ตกกลางคืนฉันยังคงรู้สึกไม่สบายใจ จึงตัดสินใจขับรถกลับบ้าน

ตอนที่จอดรถไว้ในโรงรถชั้นใต้ดิน ฉันก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

คราวนี้ จางอิ๋งก็คงขับรถของฉันออกไปไม่ได้แล้ว

คืนนั้น ก่อนที่ฉันจะเตรียมตัวเข้านอน ก็ได้รับสายจากทางโรงพยาบาล

“คุณหลิ่วครับ ผลตรวจดวงตาของคุณออกมาแล้วนะครับ”

ฉันนึกขึ้นมาได้ทันทีว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนเปิดเทอม ฉันมักจะปวดตาและมองเห็นภาพเบลออยู่บ่อย ๆ ก็เลยไปตรวจดู

วินาทีต่อมา ฉันก็ได้ยินหมอพูดว่า

“คุณหลิ่วครับ กระจกตาของคุณหลุดลอกอย่างรุนแรง แถมจอประสาทตาก็ได้รับความเสียหาย จำเป็นต้องผ่าตัดนำกระจกตาออกครับ”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ร่างกายของฉันก็สั่นสะท้าน

หมอคงจะสังเกตเห็นอารมณ์ของฉัน จึงเอ่ยขึ้นมาอีกว่า

“คุณหลิ่วครับ ทางโรงพยาบาลของเราจะพยายามอย่างเต็มที่ในการหาผู้บริจาคกระจกตามาให้คุณนะครับ แต่ดวงตาของคุณจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นหากอาการรุนแรงขึ้น การผ่าตัดก็จะยิ่งยากขึ้นตามไปด้วยครับ”

หลังจากวางสาย ฉันก็โทรหาพ่อกับแม่เพื่อบอกเล่าอาการของฉันให้พวกท่านฟัง

แม่รีบปลอบใจไม่ให้ฉันกลัว และบอกว่าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหาผู้บริจาคกระจกตาให้ฉัน

หลังจากวางสาย ฉันก็นอนไม่หลับทั้งคืน พอวันรุ่งขึ้น ตอนที่กำลังจะออกไปข้างนอก ฉันก็เห็นว่ารถคันที่ขับไปมหาวิทยาลัยเมื่อวานหายไปแล้ว

จู่ ๆ ฉันก็เกิดลางสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา

ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาโรงพยาบาลทันที

“ฉันตัดสินใจแล้วค่ะ วันนี้ฉันจะไปผ่าตัดเลย ฉันไม่อยากปล่อยทิ้งไว้จนอาการมันรุนแรงไปกว่านี้”

หลังจากฉันโทรไปบอกพ่อกับแม่ว่าจะผ่าตัดวันนี้ พวกท่านก็รีบตามตัวผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุแพทย์มาสี่ห้าคนทันที เพื่อให้มาร่วมกันเตรียมการผ่าตัด

สองชั่วโมงต่อมา ฉันนอนอยู่บนเตียงในห้องผ่าตัด วินาทีที่ยาชาเริ่มออกฤทธิ์ ฉันก็หันไปมองกล้องวงจรปิดในห้องผ่าตัด แล้วเหยียดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

ห้าชั่วโมงต่อมา ฉันฟื้นขึ้นมาพร้อมกับความมืดมิดที่อยู่ตรงหน้า

ภายในใจของฉันรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย ทันทีที่ยื่นมือออกไป ก็มีคนมากุมมือเอาไว้

“อวี้อวี้ ลูกเป็นยังไงบ้าง”

พอได้ยินว่าเป็นเสียงของแม่ ฉันก็โล่งใจขึ้นมาทันที

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่พอมองไม่เห็นแล้วรู้สึกไม่ชินนิดหน่อย”

แม่สวมกอดฉันไว้

“อวี้อวี้ ไม่เป็นไรนะลูก แม่ให้คนไปตามหากระจกตาแล้ว น่าจะหาได้ในเร็ว ๆ นี้ ทางโรงพยาบาลบอกว่ารออีกสามเดือน ก็สามารถผ่าตัดใหม่ให้กลับมาเป็นปกติได้แล้ว”

ฉันพยักหน้ารับ แม่ป้อนอาหารฉันพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า

“อวี้อวี้ ทำไมจู่ ๆ ลูกถึงรีบร้อนอยากผ่าตัดขนาดนี้ล่ะ”

ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มแล้วตอบกลับไป

“ก็แค่อยากรีบผ่าตัดให้เร็วที่สุด จะได้ไม่กระทบอะไรมาก แล้วก็จะได้ฟื้นตัวเร็ว ๆ ด้วยค่ะ”

แม่พยักหน้ารับ ตกค่ำฉันก็เอ่ยปากบอกว่าอยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกสักหน่อย

แพทย์เจ้าของไข้ออกปากอนุญาต โดยให้ออกไปอยู่ข้างนอกได้หนึ่งชั่วโมง แต่ต้องรีบกลับมาทำแผลเปลี่ยนยา

ฉันถูกพยาบาลสาวประคองเดินไปยังสวนสาธารณะเล็ก ๆ ข้างโรงพยาบาล

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ย้อนเวลามาเอาคืน   บทที่ 9

    ฉันพยายามถอยหนีอย่างสุดความสามารถ แต่ทั่วทั้งร่างกลับถูกมัดไว้แน่นจนขยับไม่ได้ฉันถูกจางอิ๋งกระชากลงมาฉันมองพวกเขาพร้อมกับดิ้นรนอย่างเอาเป็นเอาตายและเอ่ยเตือนไปว่า“จางอิ๋ง เราสองคนเป็นคนละคนกัน เธอจะมาแทนที่ฉันได้ยังไง เธอคิดว่าพ่อแม่ของฉันกับตำรวจเป็นคนโง่หรือไง?”จางอิ๋งบีบคางฉัน แววตาของเธอแฝงความได้ใจอยู่หลายส่วน“ในเมื่อต้องตายแล้ว ก็จะให้เธอตายตาหลับแล้วกัน”จางอิ๋งหันไปมองหลี่ฝานหลี่ฝานหยิบหน้ากากหนังมนุษย์ออกมาสองชิ้น พร้อมกับแมลงรูปร่างประหลาดอีกสองตัว“หลิ่วอวี้ เธออยู่กับพี่หลี่ฝานมาตั้งนาน ยังไม่รู้ล่ะสิว่าเขาคือนายน้อยแห่งเหมียวเจียง การจะแทนที่เธอมันง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือสำหรับเขา แค่ใส่หนอนกู่เข้าไปในร่างกายเธอ หน้ากากหนังมนุษย์ก็จะหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเธอ ส่วนฉันก็จะกลายเป็นเธอ แถมยังเปลี่ยนได้กระทั่งสายเลือด ถึงตอนนั้นต่อให้ตรวจ DNA ก็ไม่มีทางจับได้หรอก”“พอสลับร่างกันเสร็จ เธอก็จะกลายเป็นฉันและตายเพราะโรคหัวใจกำเริบ ถึงตอนนั้นก็จะไม่มีจางอิ๋งอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไป”“วางใจเถอะ ฉันจะใช้ชีวิตต่อไปให้ดีแทนเธอเอง ชีวิตที่แสนวิเศษของเธอ ปล่อยให้ฉันเป็นคนสัม

  • ย้อนเวลามาเอาคืน   บทที่ 8

    หนึ่งเดือนต่อมา หลังจากถอดผ้าพันตาออกและหมอตรวจดูอย่างละเอียดแล้ว ยืนยันว่ากลับมาเป็นปกติ จึงอนุญาตให้ฉันออกจากโรงพยาบาลได้หลังออกจากโรงพยาบาล ฉันพักฟื้นอยู่บ้านได้หนึ่งสัปดาห์ ก็พอดีกับช่วงปิดเทอมปลายภาคของโรงเรียน ครูแจ้งฉันว่าหากมีเวลาให้ผู้ปกครองไปช่วยเก็บของที่โรงเรียนได้เลย เพราะเทอมหน้าต้องย้ายหอพัก จึงต้องขนของออกไปให้หมดฉันพยักหน้าตอบรับวันต่อมา ฉันไปเก็บของที่โรงเรียนด้วยตัวเอง พอเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ เห็นฉัน ก็รีบเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังทันที“อวี้อวี้ เป็นเธอจริง ๆ ด้วย ตาของเธอหายดีแล้วเหรอ?”ฉันยิ้มพร้อมกับพยักหน้า “หายดีแทบจะเป็นปกติแล้วล่ะ”รูมเมตในหอพักรีบเข้ามาช่วยฉันเก็บของพลางเมาท์มอยไปด้วย “อวี้อวี้ เธอรู้สถานการณ์ของหลี่ฝานตอนนี้ไหม? ฉันได้ยินมาว่าเขาติดหนี้ก้อนโตจนเจ้าหนี้ตามมาถึงโรงเรียน แล้วช่วงนี้หลี่ฝานก็ไม่อยู่ที่โรงเรียนด้วย หายหัวไปเลย”เมื่อได้ยินดังนั้น มือของฉันก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าแล้วเอ่ยขึ้น“ฉันกับเขาเลิกกันไปตั้งนานแล้ว ไม่ได้ติดต่ออะไรกันอีกเลย”เพื่อนคนอื่น ๆ พยักหน้าและไม่เซ้าซี้ถามอะไรอีกหลังจากเก็บของเสร็จ ฉันก็ให้คนขับ

  • ย้อนเวลามาเอาคืน   บทที่ 7

    ตอนค่ำ ฉันได้รับโทรศัพท์กะทันหัน บอกว่ากล้องวงจรปิดในลานจอดรถชั้นใต้ดินซ่อมเสร็จแล้วฉันรีบโทรหาตำรวจทันที ในคืนนั้น จางอิ๋งก็ถูกจับกุมวิดีโอจากลานจอดรถชั้นใต้ดินเผยให้เห็นชัดเจนว่าจางอิ๋งเป็นคนขับรถของฉันออกไปอีกทั้งยังค้นพบหน้ากากหนังมนุษย์ซุกซ่อนอยู่ในบ้านของจางอิ๋งด้วยเมื่อได้รับข่าวนี้ ฉันก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก นอกจากนี้แม่บ้านที่บ้านของฉันก็ถูกจับส่งสถานีตำรวจในข้อหาลักทรัพย์ ฉันจึงให้ทนายความยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีโดยตรงคืนเดียวกันนั้น หลี่ฝานก็มาหาฉันอีกครั้งเขาพยายามข่มความโกรธเอาไว้พลางจ้องมองฉันแล้วพูดว่า“หลิ่วอวี้ เธอช่วยหาวิธีช่วยอิ๋งอิ๋งกับแม่ของฉันหน่อยสิ อิ๋งอิ๋งอายุยังน้อย เธอจะติดคุกไม่ได้ ไม่อย่างนั้นชีวิตของเธอต้องพังทลายแน่”ฉันกวักมือเรียกให้หลี่ฝานเดินเข้ามาหาทันทีที่รู้สึกว่าเขาเข้ามาใกล้ ฉันก็หยิบแก้วน้ำบนโต๊ะสาดใส่เขาทันที“หลี่ฝาน นายพูดจาแบบนี้ออกมาได้ยังไง เธอติดคุกไม่ได้ แต่เธอทำให้หญิงมีครรภ์คนหนึ่งต้องตาย นั่นมันสองชีวิตเลยนะ ทำให้ครอบครัวหนึ่งต้องพังพินาศ พวกนายยังคิดจะใส่ร้ายป้ายสี โยนความผิดทั้งหมดมาให้ฉัน นายยังมีหน้ามาขอร้องฉันอีกเห

  • ย้อนเวลามาเอาคืน   บทที่ 6

    พอได้ยินเสียงของหลี่ฝาน ฉันก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นมาทันที“หลี่ฝาน นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ตอนนี้นายออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย”หลี่ฝานแค่นเสียงเย็นชา“หลิ่วอวี้ เธอยังจะหาเรื่องอีกเหรอ? ก็แค่เพราะก่อนหน้านี้ฉันผลักเธอไปทีนึง เธอเลยจงใจยกเลิกการผูกบัญชีจ่ายเงินใช่ไหม? ตกลงเธอต้องการอะไรกันแน่?”ฉันพูดไม่ออกอย่างสุด ๆ ฉันยังไม่ได้ไปหาเรื่องเขาเลย เขากลับยังมีหน้ามาหาฉันอีก“หลี่ฝาน นายไม่ได้คิดว่าการใช้เงินของฉันมันเป็นการดูถูก และไม่รู้จักเคารพนายหรอกเหรอ? ถ้างั้นนายก็ไม่ต้องมาใช้เงินของฉัน ฉันก็เลือกที่จะเคารพนายเหมือนกัน อ้อ เพื่อเห็นแก่ศักดิ์ศรีของนาย เอาเงินที่นายผลาญของฉันไปตลอดหลายปีนี้คืนมาให้ฉันด้วยล่ะ”เมื่อได้ยินคำพูดของฉัน หลี่ฝานก็ชะงักไปชั่วขณะด้วยความตกตะลึงอย่างมาก“หลิ่วอวี้ เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรออกมา ตอนนั้นเธอเป็นคนขอร้องที่จะอุปการะฉันเอง เปิดบัญชีจ่ายเงินให้ฉันใช้เงินของเธอ แล้วตอนนี้เธอเอาความกล้าที่ไหนมาทวงคืนกัน”ฉันโมโหจนหัวเราะออกมา ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้มองไม่เห็นล่ะก็ ฉันอยากจะตบหน้าหลี่ฝานสักฉาดจริง ๆ“นายเป็นคนพูดปาว ๆ เองว่าฉันดูถูกน

  • ย้อนเวลามาเอาคืน   บทที่ 5

    “แม่คะ หนูไม่เป็นไรค่ะ แม่ดูสิ ตอนนี้หนูก็สบายดีไม่ใช่เหรอคะ? หมอก็บอกแล้วว่าไม่มีผลกระทบอะไร แม่เลิกร้องไห้เถอะนะคะ”แม่จับมือฉันไว้แน่น“อวี้อวี้ ตั้งแต่เล็กจนโตลูกถูกพ่อกับแม่ทะนุถนอมเลี้ยงดูมาอย่างดี เคยต้องมาทนรับความคับข้องใจแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมลูกไม่บอกแม่ล่ะ คนพวกนั้นกล้ารังแกลูกสาวแม่ถึงขนาดนี้ แม่จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดแน่”ฉันสวมกอดแม่แล้วตบหลังท่านเบา ๆ“แม่คะ หนูขอโทษที่ทำให้ต้องเป็นห่วงนะคะ”แม่กอดฉันไว้พร้อมกับเอ่ยเสียงเบา“เด็กโง่ พูดอะไรแบบนั้น ต่อไปมีเรื่องอะไรต้องบอกแม่นะ แม่จะทวงความยุติธรรมให้ลูกเอง แม่ติดต่อทนายไว้แล้ว วันนี้ใครก็ตามที่ด่าทอหนูแม้แต่คำเดียว หรือแตะต้องตัวลูกแม้แต่ปลายนิ้ว แม่จะไม่ปล่อยไปเด็ดขาด”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฉันก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงชาติที่แล้วชาติที่แล้ว หลังจากฉันตาย พ่อกับแม่รีบวิ่งกระหืดกระหอบมาหา เมื่อทอดมองร่างที่เย็นเฉียบของฉัน เพียงชั่วข้ามคืนผมของพวกท่านก็หงอกขาวโพลน ราวกับแก่ลงไปหลายสิบปีถึงอย่างนั้นพวกท่านก็ยังคงพยายามรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ฉัน ทวงคืนความยุติธรรม และเรียกร้องให้คนที่ทำร้ายฉัน

  • ย้อนเวลามาเอาคืน   บทที่ 4

    ทันใดนั้นก็มีคนกรีดร้องขึ้นมา“อ๊ะ ทำไมเธอถึงไม่มีดวงตา”วินาทีนั้นทั้งตำรวจและทุกคนที่หันมามองฉันต่างก็ชะงักงัน ทันใดนั้นก็มีคนอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา“ไม่มีดวงตา ก็สามารถขับรถออกถนน ชนคนตายแล้วหลบหนีความผิดได้งั้นเหรอ? เรื่องนี้มันจะเหนือจริงเกินไปหน่อยมั้ง”พยาบาลสาวรีบเข้ามาบังตัวฉันไว้ด้านหลังทันทีด้วยสีหน้าร้อนรน“คุณหลิ่วคะ ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ ดวงตาของคุณมีอาการเจ็บปวดตรงไหนหรือเปล่า”ฉันขมวดคิ้ว“ตาของฉัน เจ็บนิดหน่อยค่ะ”พยาบาลสาวรีบกุมมือฉันไว้ทันที“ฉันจะรีบโทรศัพท์แจ้งหัวหน้าแผนกเดี๋ยวนี้เลยค่ะ เดี๋ยวจะมาตรวจให้คุณใหม่อีกครั้งนะคะ”ฉันพยักหน้า รู้สึกได้ว่าพยาบาลสาวกำลังยืนขวางอยู่ตรงหน้าฉันและพูดกับคนอื่น ๆ ว่า“คุณหลิ่วเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดนำกระจกตาออกที่โรงพยาบาลของเราในวันนี้ เธอไม่มีเวลาไปเป็นคนขับรถชนแล้วหนีตามที่พวกคุณกล่าวหาหรอกค่ะ แล้วพวกคุณก็มารุมทึ้งคนไข้ของฉันทั้ง ๆ ที่ไม่มีหลักฐานแน่ชัดเลยด้วยซ้ำ”“ถ้าดวงตาของคุณหลิ่วเป็นอะไรขึ้นมา พวกคุณจะรับผิดชอบไหวไหมคะ?”เวลานั้นครอบครัวของผู้เสียหายก็แสดงท่าทีรู้สึกผิดออกมาเล็กน้อย“ขอโทษครับ ขอโทษจริง ๆ แต่ภรรย

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status