Partager

บทที่ 3

Auteur: ACHICHI
last update Date de publication: 2025-03-12 17:38:32

ระยะปลอดเพื่อน

ตอนที่ 3

รถญี่ปุ่นคันโตสนิทนิ่งในซองจอดของลานจอดรถหน้าอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ที่คงจะมีบริษัทค่อนร้อยอยู่บนนั้น เพราะเห็นว่ายังเหลือเวลาอีกเล็กน้อยก่อนที่จะเข้างาน ฉันก็รีบต่อสายหาโซ่ทันที

แม้สิบสายแรกมันยังปฏิเสธที่จะรับ แต่หลังจากที่รัวพิมพ์แชตส่งไปด่า สายที่สิบเอ็ดรอสายแค่อึดใจเพื่อนก็รับในที่สุด และฉันก็ร้องถามเสียงดังทันที

“โซ่! นี่มันเรื่องบ้าอะไร?”

‘ใจเย็น ๆ’

น้ำเสียงขบขันจากปลายสายยิ่งทำให้อุณหภูมิของร่างกายพุ่งสูงขึ้น และเสียงที่เปล่งออกไปก็หวีดแหลมยิ่งกว่าเดิม

“จะเย็นได้ยังไง? โซ่ให้เรามาอยู่กับสองได้ยังไง?”

‘ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย เพื่อนกันทั้งนั้น’

“ไม่ตลกเลยนะ เราจะย้ายออก หาห้องให้เราใหม่ด้วย”

‘มันเต็มหมดแล้ว ก็เหลือแค่ห้องนั้นแหละ’

“ก็แล้วทำไมไม่บอกก่อนว่าคนที่ต้องอยู่ด้วย…”

‘ก็แยมบอกเองว่าอยู่กับใครก็ได้ ขอแค่เป็นคนไว้ใจได้ก็พอ’

“แต่ต้องไม่ใช่สองไหม?”

‘ไอ้สองมันก็ไว้ใจได้ที่สุดแล้วไง’

“ไม่รู้แหละ จะให้ทนมองหน้ากันเข้าไปได้ยังไง?”

ฉันโอดครวญอย่างหนักอกหนักใจ ซบหน้าลงกับพวงมาลัยอย่างหมดอาลัยตายอยาก ในขณะที่ปลายสายเงียบอยู่ครู่ก็ถอนหายใจเบา ๆ

‘เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว ไม่ต้องไปคิดมากหรอกน่า’

“จะไม่ให้คิดได้ยังไง? รู้ไหมเมื่อกี้นี้สองบอกว่านี่เป็นแผนของเราที่ต้องการใกล้ชิดมันอีกครั้ง!”

‘ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ’

“ไม่เห็นจะขำ นี่ซีเรียสนะ”

‘มันก็กวนตีนไปเรื่อยแหละ คนอย่างมันจะมีอะไร’

“แต่…”

‘มันอาจจะแค่อยากคุยด้วยมั้งแยม ไม่มีอะไรหรอก’

“เรื่องให้ชวนคุยมีเป็นล้าน ต้องยกประเด็นนี้มาคุยด้วยหรือไง?”

‘งั้นเดี๋ยวเราไปคุยกับมันให้เอง’

“เราจะย้ายออก โอนเงินมัดจำคืนมาเลย” ฉันเอ่ยต่ออย่างเอาแต่ใจ ทว่าปลายสายกลับปฏิเสธทันควัน

‘ไม่ได้หรอก เราโอนเงินให้เฮียไปแล้ว’

“เราก็ไม่มีทางเลือกงี้?”

‘อยู่ ๆ ไปเหอะน่า ถือว่ากลับมาเจอเพื่อนเก่า’

“เพื่อนเก่ากับผีอะสิ”

‘ไว้เราคุยกับไอ้สองให้แล้วกัน’

“คุยว่าไง?”

‘ให้มันเลิกแหย่แยมไง’

“ฝันไปเหอะ หน้าหนายิ่งกว่าปูนโบกตึก”

‘เออเหอะน่า เดี๋ยวคุยให้ แค่นี้’

“ก็ถ้าเกิดว่าห้องอื่นมีคนย้ายออกต้องมาบอกเราทันทีนะ”

‘เออ ๆ’

แม้จะรู้ว่าปลายสายเอ่ยตอบส่ง ๆ แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากถอนหายใจเสียงดัง คว้ากระเป๋าลงเดินลงจากรถอย่างหงุดหงิดใจ

และไม่ใช่แค่โซ่หรอกที่ต้องโทรหา ถึงตอนนี้เมื่อเห็นว่าแชตเฟซบุ๊กของลันตาขึ้นสถานะออนไลน์แล้ว ก็ไม่รอช้าต่อสายหาเพื่อนทันที พลางก็สับเท้าเดินตามคนอื่น ๆ ที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอาคารไปด้วย

เสียงสัญญาณดังอยู่ครู่ปลายสายก็รับ ฉันเม้มปากแน่นอยากจะด่าเพื่อนให้สักยก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเอ่ยปากถามให้รู้ความแน่ชัดเสียก่อน

“แกทำงี้หมายความว่ายังไง?”

‘โธ่แยม แกโกรธเหรอ?’

“แกบอกมาก่อนว่าทำไมถึงได้ไปเมืองนอกกะทันหันแบบนี้?”

‘…’

ขาสองข้างหยุดยืนตรงหน้าลิฟต์ตัวหนึ่ง ทันได้เห็นผู้ชายคนสุดท้ายพยายามจะเบียดตัวแทรกเข้าไปในลิฟต์ที่อัดด้วยคนเกือบสิบจนแน่น ทำเอาคนอื่น ๆ ต้องขยับพื้นที่ให้กัน

ฉันส่งสัญญาณบอกให้คนพวกนั้นไปก่อนได้เลย หมดล็อตนี้ก็เหลือแค่ฉันกับคนที่เพิ่งเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ ก็เท่านั้น ไม่รู้จะเบียดกับคนอื่นไปเพื่ออะไร

“ลัน มีอะไรก็บอกมาเร็ว ๆ” ฉันกรอกเสียงใส่โทรศัพท์เอ่ยถามลันตาอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายเงียบเสียงไป

‘โธ่แยม จริง ๆ ฉันก็อยากจะอยู่กับแกนะ’

“เลิกอ้อมค้อมแล้วพูดมาสักที”

‘ฉันตามผู้ชายมา’

“ผู้ชายคนไหนอีก?”

‘ก็พอลไง คนที่บอกว่าเขาบินไปหาที่ไทยบ่อย ๆ’

“นี่คือเหตุผล?”

‘อย่าโกรธสิ ตอนแรกก็ว่าจะอยู่ที่ไทยต่ออีกหน่อย แต่งานของพอลรอช้าไม่ได้ต้องรีบกลับ แล้วฉันก็…’

ฉันได้แต่กลอกตามองบนฟังเพื่อนเล่ารายละเอียดอย่างเหลืออด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ต่อให้โวยวายยังไงลันก็คงจะไม่กลับมาในเร็ววันนี้เป็นแน่ สุดท้ายเลยทำได้เพียงพ่นลมหายใจหงุดหงิดแล้วเอ่ยปัญหาของตัวเองทันที

“แกรู้ไหมว่าฉันต้องอยู่กับใคร?”

‘ทำไม? เพื่อนร่วมห้องคนใหม่เป็นตาแก่พุงพลุ้ยหรือไง?’

“สอง”

‘สองไหน?’

“สองไง”

“ไอ้สอง?”

“แกฟังไม่ผิดหรอก โซ่มันให้เราแชร์ห้องกับสอง”

‘Oh my god’

“ใช่ และแกก็ดันมาเทฉันอีกคน”

‘แยม…’

“จะบ้าตายแล้วนะเอาจริง”

‘ใจเย็น ๆ แกก็อดทนอยู่ไปก่อนไม่ได้เหรอ?’ น้ำเสียงของลันฟังดูเห็นอกเห็นใจระคนไปกับความขบขันเหมือนโซ่ไม่มีผิด

“ไม่ทนก็ต้องทน มัดจำก็จ่ายไปแล้ว ขอคืนก็ไม่ได้ แถมคอนโดดี ๆ ที่อยู่ใกล้ที่ทำงานแบบนี้หายากจะตาย แถมย่านนี้ยังรถติดนรกแตกสุด ๆ”

‘งั้นก็ทนไปก่อน’

“ยังคิดไม่ตกเลยว่าจะทนยังไงไหว นี่ขนาดเจอกันไม่พ้นยี่สิบสี่ชั่วโมงก็ลมแทบจับแล้ว แถมสองก็ชอบถอดเสื้อเดินร่อนเหมือนเมื่อก่อน และตอนนี้ก็คือกล้ามเอยอะไรเอย แค่เห็นก็น้ำลายหกแล้ว”

‘ฮ่า ๆ ๆ ๆ แน่ใจนะว่าต้องใช้คำว่าทน’

“ทนดิ อุตส่าห์ทำใจมาได้ตั้งนาน จู่ ๆ ก็วนกลับมาเจอกันอีกแบบนี้ แถมต้องอยู่ห้องเดียวกันด้วย กว่าจะหมดสัญญาตั้งปีนึง”

ฉันร้องบอกเพื่อนอย่างหงุดหงิดใจ จังหวะเดียวกันลิฟต์อีกตัวก็เปิดออกพอดิบพอดี ผู้ชายคนที่ยืนอยู่ข้างกันเดินเข้าไปก่อน และฉันก็เดินตามเข้าไป ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลงสัญญาณจากปลายสายก็ขาดไปด้วย

ฉันหลับตาลงอย่างหนักอก เดินถอยหลังพิงเข้ากับผนังด้านในของตัวลิฟต์ และเพิ่งได้มีโอกาสหันไปมองคนข้าง ๆ ซึ่งกดลิฟต์ไปที่ชั้นเดียวกัน ใจคิดว่าจะเอ่ยทักทายเผื่อว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน

หากแต่ตาสองข้างกลับต้องเบิกโตอย่างตระหนกตกใจ แม้อีกฝ่ายจะมีแมสก์สีดำปิดอยู่ครึ่งหน้า แต่แค่เห็นนัยน์ตาสีเข้ม กับเรียวคิ้วหนาที่เลิกขึ้นเล็กน้อยตอนที่ประสานสายตากัน ขาสองข้างก็แทบจะทรุดลงไปกอง

ร่างสูงข้างกายหัวเราะเบา ๆ ในลำคอก่อนจะดึงเอาแมสก์ออกราวกับเป็นการเฉลยไปในตัว

สองที่โผล่มายืนอยู่ตรงนี้ได้ไงไม่อาจทราบได้ กำลังยกยิ้มกว้าง ยืนกอดอกพิงไหล่เข้าหาตัวลิฟต์อย่างสบายอารมณ์

“สอง” ฉันเผลอส่งเสียงประหลาด กลืนน้ำลายหนืดเหนียวลงคออย่างยากลำบาก แต่ก็พยายามจะเอ่ยต่อ “สองตามเรามาหรือยังไง?”

ทว่าอีกคนกลับยิ้มกว้างกว่าเดิม น้ำเสียงหยอกเย้าเอ่ยสวนในทันที

“ทีนี้ใครแน่ที่หลงตัวเอง?”

“ก็แล้วทำไมมานี่ได้ แถมยังไปชั้นเดียวกัน…”

ฉันอึกอักเสียงแผ่วลงทุกขณะ คนข้าง ๆ ไม่ตอบคำถาม และจังหวะเดียวกันลิฟต์ก็มาถึงที่หมายบนชั้นที่ 24

ประตูลิฟต์เปิดออก แผ่นป้ายอะคริลิกที่ระบุว่าชั้นนี้เป็นที่ทำการของสำนักงานบริษัทใดแปะหราโดด ๆ เพียงป้ายเดียว

อีกคนเป็นฝ่ายเดินนำออกไปก่อน ในขณะที่ฉันยิ่งรู้สึกประสาทจะกินรายชั่วโมง สองหยุดยืนนิ่ง เหลียวสายตามองกลับมาพร้อมทั้งพยักหน้าเรียก

“ออกมาดิ ถึงแล้ว”

“…”

แม้ใจจะวุ่นวายหนักแต่ฉันก็ต้องระงับสติตัวเองเอาไว้ สาวเท้าเดินตามออกไปอย่างช่วยไม่ได้เพราะอย่างไรก็มาถูกที่แล้วจริง ๆ

ยังไม่ทันที่จะเป็นฝ่ายเอ่ยถามถึงสิ่งที่คับอกข้องใจ สองกลับเป็นฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นก่อนด้วยกระแสเสียงกวนโทโสเหมือนเคย

“ก็ไหนว่าไม่ได้ชอบแล้ว”

“ก็ไม่…”

“แล้ว… ที่ว่าน้ำลายหกคืออะไร?”

“…”

แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยประกายแห่งชัยชนะ ในขณะที่ฉันได้แต่ใบ้กิน เพราะเพิ่งระลึกได้ว่าเมื่อครู่พล่ามอะไรให้ลันตาฟังบ้าง

ที่แย่คือ… ไม่ใช่แค่ลันคนเดียวที่ได้ยิน…

คู่สนทนาตรงหน้าเม้มริมฝีปากกลั้นยิ้ม พร้อมกันก็ยกมือขึ้นจับป้ายชื่อพนักงานที่คล้องคอของตนอยู่ สายตาจ้องมองมาที่ป้ายแบบเดียวกันบนหน้าอกฉัน ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงขัน ๆ

“นี่ก็บังเอิญปะ? ทำงานที่เดียวกันงี้?”

“…”

ให้ตาย… นี่มันวันนรกแตกหรือยังไง…

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ระยะปลอดเพื่อน   บทที่ 96

    อาการที่ผมเป็นในตอนนี้…ทั้งสายตาที่ไม่สามารถหยุดมองอีกคนได้ รวมถึงก้อนเนื้อที่กลางอกเต้นตุบ ๆ เป็นจังหวะรัวเร็วราวกับผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนัก จะบอกว่าผม… ตกหลุมรักเข้าอย่างจัง… ก็ไม่ผิดนัก… ยิ่งมองคนที่เพิ่งรู้จักกัน ใจก็ยิ่งเต้นแรงยิ่งแยมเองก็ลอบมองมาเหมือนกันผมก็แทบจะกลั้

  • ระยะปลอดเพื่อน   บทที่ 95

    ระยะปลอดเพื่อนตอนพิเศษ 4 หลายปีก่อน การเปิดเรียนของมหา’ลัยเริ่มต้นขึ้นแล้ว ทุกคนรอบข้างต่างก็เป็นนิสิตใหม่ หลังจากต้องอดทนนั่งฟังพวกพี่ว้ากอยู่นานกว่าสองชั่วโมง สุดท้ายผมก็ตัดสินใจว่าจะโดดรับน้องให้มันรู้แล้วรู้รอด หลังจากนั่งกินข้าวเย็นที่ร้านอาหารในซอยข้างมหา’ลัยเสร็จ เ

  • ระยะปลอดเพื่อน   บทที่ 94

    “เหนื่อยไหม?” คนข้าง ๆ หันมาเอียงคอมองด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจจนผมหลุดขำ “เหนื่อยอะไร?” “ก็สองทำทุกอย่างเลยนี่” สายตาเบนมองหน้าจอโน้ตบุ๊กที่เปิดค้างเอาไว้ “เหนื่อยก็บ้า เราแรงเยอะจะตาย มีพลังงานให้ใช้อีกเหลือเฟือ” “…” “กินข้าวเลยปะ? เราทำข้าวต้มกุ้งไว้”

  • ระยะปลอดเพื่อน   บทที่ 93

    ระยะปลอดเพื่อนตอนพิเศษ 3 หลายเดือนต่อมา ตอนนี้จะบอกว่าผมเป็นพ่อบ้านเต็มตัวก็ไม่ผิดนัก… ถึงจะทำงานไปด้วย แต่ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านผมเป็นคนจัดการเองทั้งหมด แยมกลับไปทำงานแล้วตั้งแต่สองเดือนหลังคลอด แม้จะอยากให้เมียพักอีกสักหน่อย แต่เจ้าตัวยืนยันว่ากลับมาแข็งแรงดีแล้ว เลยไม่อ

  • ระยะปลอดเพื่อน   บทที่ 92

    ระยะปลอดเพื่อนตอนพิเศษ 2 หลายเดือนต่อมา ช่วงนี้แยมท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีเลยต้องหยุดงานรอคลอดมาได้สามเดือนเข้าให้แล้ว เป็นผมที่ยังทำงานอยู่ทุกวันกลับบ้านมาก็เห็นเมียนอนหลับไปแล้วเหมือนทุกที เห็นพี่เจี๊ยบบอกว่าท้องแรกมักจะดูไม่ค่อยออกเพราะว่าเป็นท้องสาว ท้องจะเล็ก ๆ เท่าที่ม

  • ระยะปลอดเพื่อน   บทที่ 91

    ก็อารมณ์คนท้อง อยากจะกินอะไรใหม่ ๆ แทบทุกวันนั่นแหละ และผมก็พร้อมจะบึ่งไปซื้อให้เสมอ ห่วงก็แต่ช่วงที่แยมจะต้องอยู่บ้านคนเดียวหากท้องแก่ ใครมันจะมาหาข้าวหาปลาให้กินตอนกลางวัน โอเค… มันมีแอปฯ ให้สั่ง แต่ผมเองนี่แหละที่อยากจะเป็นคนบริการเมีย… หลังจากได้เกาเหลาเลือดหมูมาแล้ว กลับมาถึงบ

  • ระยะปลอดเพื่อน   บทที่ 86

    พี่เจี๊ยบย้ำมาอีกครั้งด้วยสีหน้ายินดี ก่อนจะเอ่ยเสริมพร้อมทั้งมือที่แตะเข้าที่แขนฉันเบา ๆ“และน้องแยมเองก็โชคดีมากเหมือนกันที่ได้ว่าที่สามีที่น่ารักแบบนั้น”“…”หลังจากนั้นฉันก็ได้แต่เม้มปากกลั้นยิ้มจนแก้มแทบแตกเมื่อทุกคนพร้อมใจพากันเล่าเรื่องของว่าที่เจ้าบ่าวให้ฟัง พอได้ฟังแล้วก็แอบภูมิใจไม่น้อยที่

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-03
  • ระยะปลอดเพื่อน   บทที่ 87

    ระยะปลอดเพื่อนตอนที่ 46งานแต่งงาน งานแต่งงานถูกจัดขึ้นที่โรงแรม K แขกเหรื่อในงานกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นคนที่ทั้งฉัน และสองต่างก็รู้จักมักคุ้นกันดี ส่วนอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์เป็นญาติผู้ใหญ่ของทางฝั่งบ้านสอง และญาติผู้ใหญ่ฝั่งบ้านของฉันที่พากันขนขบวนมาจากภูเก็ต เราเลือกเชิญเฉพาะเพื

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-03
  • ระยะปลอดเพื่อน   บทที่ 80

    “…” เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นในตอนนั้นเอง ผมคว้าขึ้นมาดูก็พบว่าเมียตาม เลยหยัดตัวลุกขึ้นยืน “แยมตามแล้ว กูไปนอนก่อน” “เออ” ไอ้โซ่พยักหน้าส่ง ๆ ไม่ได้หันมาสนใจอีก ผมตบบ่ามันเบา ๆ แล้วเดินผละออกมา รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายที่ได้เปิดอกคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวสักท

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • ระยะปลอดเพื่อน   บทที่ 75

    ฉันขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับคนพูดไปเรื่อยเลยเลือกที่จะเงียบเสียงลง และคนบนเตียงก็เริ่มตีหน้าขัดใจอีกครั้ง ไม่ใช่ครั้งแรกที่สองพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่เราเพิ่งจะคบกันได้ไม่กี่เดือนมันออกจะรีบร้อนเกินไปสักหน่อย และสองก็เหมือนพูดให้มันจบปัญหาไปก็เท่านั้น เพราะงั้นเรื่องนี้ฉันเลยคิดว่าเอาไว้ก่อนคง

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-31
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status