Accueil / โรแมนติก / รักซ้อนใจ / ๖ เตือนความจำ

Partager

๖ เตือนความจำ

Auteur: Kaowsethong
last update Date de publication: 2024-11-02 11:43:37

เตือนความจำ

ณชาขึ้นบนบ้านโดยไม่รับประทานอาหารเย็นเพราะเลยเวลามามากแล้วอีกอย่างคือเธอกินอะไรไม่ลงหลังผ่านเหตุการณ์เมื่อสักครู่มา

..กองทัพจูบเธอ..เขาทำแบบนี้ทำไม ระหว่างทางก็นึกมาตลอดแต่ไม่สามารถหาเหตุผลมารองรับได้

เขาเห็นเธอเป็นของตายที่อยากทำอะไรก็ได้อย่างนั้นเหรอ..

เธอเป็นคนไม่มีชีวิตจิตใจหรือไง..บางครั้งก็ทำเย็นชาไม่สนใจ บางครั้งก็เข้าหาอย่างไม่มีเหตุผลราวต้องการล้อเล่นกับความรู้สึก

สับสนจนคิดอะไรไม่ออกจึงไปชำระร่างกายตนเองแต่งชุดนอนออกมายืนที่ระเบียงของห้องเหม่อมองท้องฟ้าที่มืดสนิทเห็นเพียงพระจันทร์เสี้ยว

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เข้ามาเลยค่ะไม่ได้ล็อก” เสียงประตูเปิดโดยที่ณชาไม่ได้หันไปมอง เธอยังคงนั่งเล่นอยู่ที่ระเบียง

คนเข้ามาใหม่จึงเดินมานั่งด้วย

“วันนี้กลับดึกนะ”

หันมามองพี่ชายแล้วถอนหายใจทันที เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เจอกันนักหรอกเพราะพี่เปเปอร์ หรือนายนนกุล พิบูลกนกกลายเป็นผู้ช่วยผู้กำกับควบด้วยตำแหน่งผู้จัดละครงานหนักจนแทบไม่มีเวลาพัก ยิ่งบิดามีค่ายสร้างละครเป็นของตนเองก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน

“คิดถึงจังเลย ขอน้องกอดหน่อย” เข้าไปกอดพี่ชายที่เต็มใจรับอ้อมกอดจากน้องสาว

ดูจากหน้าก็รู้ว่าณชามีเรื่องไม่สบายใจ ลมพัดหอบเอากลิ่นดอกไม้ที่สวนขึ้นมาทำให้รู้สึกสดชื่นคลายความทุกข์ไปได้บ้าง

“ได้ข่าวว่าพาแฟนมาบ้าน พี่ยังไม่เห็นเลย แม่บอกว่าเป็นหมอซะด้วย เลือกเก่งไม่เบา”

ณชาผละจากพี่แล้วทำหน้าราวภูมิอกภูมิใจนักหนา

“แน่นอนอยู่แล้ว”

นนกุลส่ายหน้าแล้วยกมือขึ้นโคลงศีรษะน้องเบาๆ

“อย่าทำให้เขาเสียใจล่ะ”

สองพี่น้องมองตากันนิ่งรับรู้ถึงเรื่องราวในอดีต พี่ชายอย่างเขาทำไมจะไม่รู้ว่าน้องสาวมีใครอีกคนอยู่ในใจตลอด ครั้งที่ไปเรียนเมืองนอกทั้งที่ไม่เคยอยากไปสาเหตุคงไม่พ้นชายผู้กุมดวงใจของณชาเอาไว้ อยากเข้าไปชกหน้าหลายครั้งแต่ก็ต้องห้ามตนเองไว้เพราะคำขอของน้องสาว

“ถ้าไม่ชอบก็บอกเขา ยิ่งยื้อเวลาแบบนี้มันก็ไม่ดีกับทั้งป้อนและหมอเข้าใจใช่ไหม” นนกุลมองน้องสาวทะลุปรุโปร่งแม้จะไม่เจอกันมานาน แค่มองตาก็รู้ใจว่าหญิงสาวคิดอย่างไร

“ป้อนสงสารพี่ตฤณ” ก้มมองมือตนเองไม่กล้าสบตาพี่ชาย

นนกุลรู้จากมารดาว่าณชาไปทำงานกับกองทัพแน่นอนการได้ใกล้ชิดกับคนที่อยู่ในใจไม่ใช่เรื่องดีนัก น้องสาวของเขาจิตใจยังไม่เข้มแข็งพอแม้จะใช้เวลาทำใจนานถึงสี่ปีก็ตาม

เธอยังไม่ลืมกองทัพ..

“ถ้าอย่างนั้นมีสองทางให้เลือก ตัดใจจากพี่ทัพแล้วเดินหน้ากับหมอหรือบอกเลิกหมอแล้วเดินตามทางของหัวใจ”

..ชอยซ์ง่ายๆ แต่การตัดสินใจยากเหลือเกิน

เธอคิดเรื่องนี้นับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่คบกับหมอตฤณไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ได้คำตอบเสียที เธอไม่กล้าที่จะบอกเลิกเขาทั้งที่คบกันได้เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น จึงเหลืออีกทางเลือกคือตัดกองทัพออกจากใจซะ

“ใช้สมองและหัวใจให้ทำงานร่วมกัน พี่ไปแล้วพรุ่งนี้ต้องออกกองแต่เช้า” ยีหัวน้องเบาๆ ก่อนลุกขึ้นเดินออกจากห้องไม่ลืมล็อกประตูให้ด้วย

ณชาถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้มไม่รู้ว่าทำไมตนเองต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ หากใจแข็งอีกสักนิดกองทัพคงไม่ได้เข้ามาอยู่ในใจของเธอหรือถ้าเขาทำเป็นรำคาญเหมือนเมื่อก่อนก็คงดีจะได้ไม่ต้องคิดเข้าข้างตนเองว่าอีกฝ่ายมีใจให้ตนอย่างตอนนี้

ความรู้สึกแรกที่ลืมตามองเพดานหลังจากนาฬิกาปลุกคือไม่อยากไปทำงาน ไม่พร้อมจะเจอหน้ากองทัพ

..หากพบกันเธอจะทำอย่างไร จะพูดอะไรกับเขา เรื่องเมื่อวานไม่มีทางลืมแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถึงเช่นเดียวกัน

“โอ๊ย เครียด!” ยีผมตัวเองจนฟูไม่เป็นทรง เรียกกำลังใจก่อนลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำชำระร่างกายแล้วเลือกชุดใส่ไปทำงาน

..ต่อจากนี้จะต้องแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันให้ได้

หมายมั่นอย่างนั้นแต่พอมาถึงที่ทำงานก็เริ่มกังวลอีกครั้ง

..เจอหน้ากันต้องทำอย่างไรนะ

คิดไม่ตกจึงเดินไปชงกาแฟมาไว้ในห้องให้กองทัพระหว่างนั้นก็ทำงานที่ได้รับมอบหมายกระทั่งเห็นร่างสูงคุ้นตาเดินมาทางนี้ หัวใจจากเคยเต้นสงบกลับเต้นเร็วขึ้นจนกลัวว่าจะมีคนได้ยิน ใบหน้าหวานก้มมองแป้นคีย์บอร์ดพิมพ์ตัวหนังสือภาษาไทยที่แม้แต่ตนเองก็ไม่เข้าใจประโยคที่พิมพ์ลงสักนิด

ชายหนุ่มเดินเข้าห้องโดยไม่ได้ทักทายคนที่อยู่ข้างนอกเลยราวกับเธอไม่มีตัวตน จากความกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ มือเล็กที่เคยพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดชะงักก่อนใบหน้าหวานจะมองประตูซึ่งปิดสนิทราวมีเปลวไฟในดวงตาคู่นั้น

เขาเห็นเธอเป็นตัวอะไร!

ร่างบางลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปห้องน้ำปิดประตูแล้วนั่งลงบนชักโครก อยากกรีดร้องดังๆ สักครั้งเพราะไม่เข้าใจว่ากำลังรู้สึกอะไรกันแน่ เสียใจที่เขาเมิน โกรธที่เขาทำเหมือนล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอหรือน้อยใจที่เป็นได้เพียงแค่คนแก้เหงา

เหนื่อยเหลือเกินกับความรู้สึกตอนนี้ อยากหนีไปไกลๆ แต่ไม่อาจละทิ้งหน้าที่ตรงนี้ได้พลางคิดถึงหน้าหมอตฤณความรู้สึกผิดก็เกาะกินหัวใจมากกว่าเดิม หากวันนั้นไม่ตอบรับพัฒนาสัมพันธ์ที่มากเกินพี่น้องคงไม่ต้องมานั่งรู้สึกผิดแบบนี้ เขาจะได้ไปเจอคนที่ดีกว่าเธอแต่ในเมื่อทุกอย่างดำเนินมาไกลเกินจะถอยกลับไปแก้ไขได้สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็คงเป็นการซื่อสัตย์ต่อแฟนหนุ่ม

หักห้ามใจตนเองให้ได้

“อ้าวป้อน ไม่ไปกินข้าวเที่ยงเหรอ” คนที่มัวแต่ทำงานเงยหน้าขึ้นสบตารุ่นพี่ก่อนจะมองเวลาที่หน้าจอคอม

..เที่ยงแล้วเหรอเนี่ย

“ไปค่ะพี่อ้อย”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปด้วยกัน”

ทุกเที่ยงก็จะมีอัญชิสาและสจีวรรณมาชวนน้องน้อยไปกินข้าวเที่ยงด้วยซึ่งร้านประจำคืออาหารอีสานข้างตึก บางวันก็ร้านอาหารตามสั่งที่ใช้เวลาทำแต่ละเมนูนานกว่าสิบห้านาทีพวกเธอจึงไม่ค่อยไปกินร้านนั้น

“วันนี้พี่รู้สึกถึงบรรยากาศอึมครึมระหว่างป้อนกับคุณทัพ” สจีวรรณเอ่ยขึ้นขณะที่นั่งกินส้มตำปูปลาร้าของโปรด

ส่วนหญิงสาวที่ถูกถามก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

“พี่สังเกตได้ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

สองสาวพยักหน้าพร้อมกัน

“คุณทัพพอเข้าห้องก็ไม่ออกมาอีกเลย ปกตินะถึงงานจะเยอะแต่ก็แวบมาสูดอากาศข้างนอก พูดคุยถามไถ่งานบ้าง แต่วันนี้เดินหน้าตึงเข้าห้องอารมณ์ประมาณหมาคาบรองเท้าคู่โปรดไปทิ้งถังขยะเลย” อัญชิสาเปรียบก่อนหันไปหัวเราะกับเพื่อน

ณชาไม่เคยสังเกตจึงไม่รู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไร แต่หากให้ย้อนคิดก็จริงว่ากองทัพเป็นหัวหน้าที่ให้ความสนิทสนมกับลูกน้อง มีเวลาเล่นหัวเราะบ้างแต่ถ้าทำงานก็จริงจัง เขาจะชอบออกมาเดินดูพนักงานถึงบางวันจะงานเยอะแค่ไหนก็ตาม

..คนบ้า! จูบคนอื่นแล้วทำเมินเฉยไม่รู้ถึงความผิดตัวเอง ยังทำให้เธอเครียดจนนอนไม่หลับอีก!

รุ่นพี่ต่างทยอยกลับบ้านกันหมดเหลือเพียงเลขานุการคนเดียวและเธอจะไม่ปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยรีบทำงานให้เสร็จแล้วถอนหายใจโล่งอกเพราะเป็นเวลาห้าโมงครึ่ง ถือว่าไม่ค่ำมาก เก็บของเสร็จเธอก็ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้เข้าไปใต้โต๊ะ

“ป้อนเข้ามาหาพี่หน่อย” คนข้างในห้องที่ไม่คุยกับเธอทั้งวันเปิดประตูออกมาแล้วเรียกเสียงเครียดโดยที่ไม่รอฟังคำตอบรับเลยสักนิด

..เผด็จการไม่มีใครเกินเลย

ณชาเดินเข้าห้องหัวหน้าฝ่ายการตลาดด้วยใบหน้าบึ้งตึง

..มีอย่างที่ไหนคนจะกลับบ้านดันเรียกมารับงานอย่างนี้มันแกล้งกันชัดๆ

เธอก้มมองพื้นจึงไม่เห็นว่าคนตัวสูงไม่ได้เดินไปนั่งที่เก้าอี้หากแต่ยืนกลางห้องจึงทำให้ร่างบางเดินชนเขาเข้าอย่างจัง

“อะ” เงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังหนาก่อนที่อีกฝ่ายจะหันมาสบตา

แววตาชายหนุ่มดูสับสนก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดอีกครั้งซึ่งแน่นอนว่าครั้งนี้เขาตั้งใจเพราะนึกไตร่ตรองอย่างดีมาทั้งวันแล้วเพื่อต้องการพิสูจน์บางสิ่ง

ริมฝีปากหยักทาบทับลงบนกลีบปากนุ่มของหญิงสาว เขาใช้ความชำนาญไล่ต้อนเธอแม้ว่าหญิงสาวจะเม้มปากแน่นทั้งยังพยายามผลักร่างหนาออกห่างก็ไม่อาจห้ามเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้

กลิ่นหอมที่เหมือนอยู่ท่ามกลางขุนเขา สัมผัสแสนหวานราวกำลังชิมผลไม้จากสวนเอเดนที่ถึงแม้จะอันตรายแต่ก็เย้ายวนจนไม่อาจห้ามใจ ทุกการกระทำของเขาราวกับมีผีเสื้อบินอยู่รอบกายก่อนมันจะพากันแทรกเข้าไปในกายของเธอบินวนรอบท้องจนรู้สึกมวนไปหมด

ความรัญจวนที่ได้รับทำให้หญิงสาวเผยอริมฝีปากเปิดโอกาสให้เสือหนุ่มเข้าไปชิมความหวานภายในซึ่งหวานหอมจนไม่อาจผละออกได้ เขากอดเธอให้ร่างกายแนบชิดกันมากขึ้นแล้วนึกถึงคืนนั้น..

..ไม่ต่างกันเลย

ร่างหนาดันคนตัวเล็กให้ชิดผนังโดยที่คนไร้ประสบการณ์โอนอ่อนผ่อนตามเพราะสมองขาวโพลนไม่อาจต่อต้าน ลืมความผิดชอบชั่วดีไปเสียสนิท ใบหน้าคมเลื่อนลงมาสูดดมที่ซอกคอขาวเม้มริมฝีปากจนเกิดรอยสีจาง

Rrrrrr

เฮือก!

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นปลุกณชาตื่นจากความรู้สึกที่กองทัพสร้างให้ตน หญิงสาวผลักเขาออกทันทีก่อนจะตบหน้าอีกฝ่ายเสียงดัง

เพียะ เพียะ

“ป้อนเกลียดพี่” พูดจบก็หันหลังออกจากห้องหยิบกระเป๋ารีบวิ่งไปยังลิฟต์

โดยมีกองทัพวิ่งตามมาไม่ห่าง เธอเข้าไปข้างในรีบกดชั้นที่ต้องการแล้วปิดประตูทันที หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำแล้วทรุดตัวนั่งบนพื้นปล่อยน้ำตาไหลลงมาด้วยความรู้สึกเสียใจ

..สำหรับกองทัพเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงใกล้มือจะคว้าตอนไหนก็ได้ ไม่ได้มีความสำคัญอะไรสักนิด

เสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วห้องโดยสารดีที่มีเธอเพียงคนเดียวเพราะไม่รู้ว่าหากมีคนอื่นอยู่ด้วยจะสามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้หรือไม่ น้ำตาไหลจากใบหน้าหวานรินรดกลางใจจนรู้สึกห่อเหี่ยวไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเรียกจากโทรศัพท์พอดีกับที่ประตูลิฟต์เปิดร่างบางจึงเดินออกมาก็พบกับชายคนหนึ่ง

“ป้อน”

ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยคราบน้ำตาจนคนมาใหม่ต้องเดินมาหาอย่างคนร้อนใจ

“พี่ตฤณ”

ณชาเดินเข้าไปกอดเขาเอาไว้ราวต้องการที่พึ่ง ไม่สนใจคนที่เดินผ่านไปผ่านมาสักนิดเพราะเสียใจเกินกว่าจะใส่ใจคนอื่น

เจ็บที่เขากระทำย่ำยีราวเธอเป็นผู้หญิงริมทาง อยากทำเมื่อไหร่หรือเวลาไหนก็ได้ ยิ่งคิดก็เจ็บใจตนเองยอมโอนอ่อนตามอารมณ์ที่อีกฝ่ายใช้ความช่ำชองฉุดรั้งให้เดินตามความเย้ายวนนั้น เธอซึ่งไม่ประสาทั้งหัวใจก็มอบให้ชายหนุ่มจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะตกหลุมที่กองทัพขุดขึ้นล่อตน

“พาป้อนกลับบ้านนะคะ” หากลงมาไม่เจอตฤณก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

ร่างสูงประคองแฟนสาวไปที่รถยนต์หน้าบริษัทโดยไม่เห็นเลยว่ามีอีกร่างกำลังหอบตัวโยนเนื่องจากวิ่งลงบันไดกลัวไม่ทันได้คุยกับณชา และเขาก็มาช้าไปจริงๆ เธอเดินไปกับเจ้าของตัวจริงเสียแล้ว

ไม่..เขาต่างหากคือตัวจริงของเธอ

เหตุการณ์เมื่อสักครู่ไขความสงสัยให้กระจ่าง ภาพที่เคยเรือนลางชัดขึ้นในความทรงจำ จากผู้หญิงที่เขาจำได้เพียงสัมผัสกลายเป็นเห็นใบหน้าหวานชัดเจน

กองทัพจะไม่ยอมปล่อยเวลาทิ้งอีกแล้ว ต่อให้ถูกตราหน้าว่าเป็นชู้อีกครั้งก็ยอม

ระหว่างทางก่อนถึงบ้านณชาไม่บอกอะไรให้คุณหมอหนุ่มรับรู้และเขาก็ไม่ถามถามอะไรรอให้แฟนสาวพร้อมที่จะเล่าเอง มือเล็กเช็ดน้ำตาออกจนตอนนี้เหือดแห้งไปหมดคงไว้ซึ่งร่องรอยที่บ่งบอกให้รู้ว่าผ่านการร้องไห้มา

“พี่หมอจะกินข้าวเย็นด้วยกันไหมคะ” ถึงซอยเข้าบ้านจึงหันมาถามร่างสูง

เขาส่ายหน้ายิ้มๆ

“พี่ติดธุระกับอาหมอคงอยู่กินข้าวเย็นด้วยไม่ได้ เสียดายอยากอยู่กับป้อนนานกว่านี้” หยอดเล็กน้อยหวังให้ร่างบางอารมณ์ดีก็ได้รับยิ้มหวานๆ จากเธอเป็นการตอบแทน

..คุณหมอดีแสนดีขนาดนี้ทำไมถึงไม่ชอบนะป้อน

รถยนต์จอดหน้าบ้านไม่ได้เข้าไปภายในรั้วบ้านเพราะดูเวลาแล้วกลัวไปไม่ทันนัด

“พี่ตฤณคะ ป้อนขอโทษนะ”

แต่ประโยคของณชาก็สร้างความสงสัยให้แก่ร่างสูงไม่น้อย คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันทีก่อนลางสังหรณ์บางอย่างจะเอ่ยเตือนว่าควรตัดบทสนทนาที่กำลังจะเกิดขึ้น

ก้มมองมือตนเองรวบรวมความกล้าที่จะบอกตัดขาดสถานะคนรักกับเขา

“ป้อนไม่อยากทำร้ายพี่อีกแล้ว”

ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบดวงตาคมที่เสหลบทันทีเมื่อได้มองเธอ เขารีบยกข้อมือขึ้นดูเวลาแสร้งทำทีเหมือนรีบนักหนาทั้งที่คาดคะเนไว้แล้วว่าไปทันนัดแน่นอน

“พี่ต้องรีบไปแล้ว ขอโทษด้วยนะไม่ได้อยู่คุยกับป้อน” มือหนายกขึ้นลูบผมเธออย่างนึกเอ็นดู

เพียงเท่านั้นสาวนักเรียนนอกก็รู้ว่าไม่ใช่เวลานี้จึงพยักหน้าลงจากรถโดยโบกมือลาแฟนหนุ่มที่ส่งยิ้มหวานมาให้ก่อนรถยนต์จะขับเคลื่อนออกไป

ใบหน้าคมค่อยๆ หุบยิ้มก่อนจะเกิดอาการเคร่งเครียด เขาจะยื้อเวลาไปได้อีกนานแค่ไหนเพราะใจของเธอไม่มีเขาอยู่ในนั้นเลยแม้ว่าหลายปีที่ผ่านมาตฤณจะมีเพียงณชาคนเดียวก็ตาม

บ้านวิจิตรประภาเปิดไฟสว่างพร้อมหน้ากันร่วมรับประทานอาหารเย็น ประมุขของบ้านอย่างคุณภราดรมองลูกชายคนเล็กมีสีหน้าเบิกบานเกินเหตุก็นึกหมั่นไส้จนอยากหาเรื่องให้นักรบมีอาการเดือดเนื้อร้อนใจกับเขาบ้าง

“เดี๋ยววันเสาร์ไปตีกอล์ฟเป็นเพื่อนพ่อหน่อยนะรบ”

จากที่กินข้าวด้วยความอร่อยหนุ่มน้อยก็ชะงักหันมามองบิดาที่เอ่ยขึ้นไม่มีปี่มีขลุ่ย

“อะไรพ่อ รบไม่ถนัดตีกอล์ฟไม่ไปหรอก น่าเบื่อจะตายคุยแต่เรื่องธุรกิจ ไม่ใช่แนวเลยนะ” ปฏิเสธทันทีตามนิสัยของตน

..หากเป็นกีฬาอื่นพอไหวแต่การตีกอล์ฟไม่ใช่ทางของเขาเลยจริงๆ การเดินกลางแดดตามลูกกลมๆ ที่มีขนาดเล็กเท่าตาแมวไม่เห็นจะสุนทรีย์ตรงไหน

“ถ้าอย่างนั้นก็เข้าไปเรียนรู้งาน” คำว่าเรียนรู้งานของบิดาคือเป็นเด็กฝึกงานที่ต้องไม่ให้คนรู้ว่าเป็นลูกหลานของผู้บริหารระดับใหญ่ซึ่งกองทัพเคยผ่านมาแล้ว โดนใช้งานหนักยังกับเบ้นักรบเห็นยังเคยแซวพี่ชายอยู่เลยไม่นึกว่าวันของตนจะมาถึงเร็วขนาดนี้

“อยู่ดีๆ ก็รู้สึกอิ่มขึ้นมา ขอตัวก่อนนะครับมีงานต้องทำ” รีบดื่มน้ำก่อนจะลุกขึ้นวิ่งออกจากครัวจนมองไม่เห็นหลัง

ภราดรมองตามลูกชายคนเล็กพลางส่ายหน้า สงสัยอยู่กับพสุธามากเกินไปจึงติดนิสัยอีกฝ่ายมา กวนไม่มีใครเกิน

“ผมก็อิ่มแล้ว ขอตัวนะครับ”

เปมิกามองบุตรชายคนโตที่ทำเหมือนมีเรื่องให้ครุ่นคิดตลอดเวลา สองหนุ่มออกจากห้องอาหารไปแล้วคนเป็นพ่อแม่จึงมองหน้ากัน

“พี่ดลว่าทัพแปลกไปไหมคะ เดี๋ยวนี้ลูกเหมือนมีเรื่องให้คิด พี่ใช้งานลูกหนักไปหรือเปล่า” หันไปคาดคั้นสามีที่อยู่ดีๆ ก็โดนสายตาจับผิดเสียอย่างนั้น

ความกลัวเมียจึงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

“เปล่านะ งานก็ปกติพี่ไม่ได้ให้เจ้าทัพเยอะเลย ลูกชอบทำงานเอง”

เปมิกาจึงละความสนใจจากสามี คงไม่มีอะไรร้ายแรงหรอกเพราะไม่อย่างนั้นกองทัพคงมาปรึกษาแล้ว เหลือก็แต่เรื่องของนักรบเท่านั้นที่เธอต้องจัดการขั้นเด็ดขาดเสียที

ลูกชายคนโตของคุณภราดรเดินเข้าห้องนอนก่อนเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระกายโดยภายในหัวก็คิดเรื่องเมื่อเย็น ต่อจากนี้เขาจะเดินหน้าแต่ว่าก็ติดที่ใบหน้าของพณณกรโผล่ขึ้นมา เขาเคยทำผิดกับเพื่อนด้วยการเป็นชู้กับแฟนของอีกฝ่าย แล้วครั้งนี้เขาก็จะทำผิดแบบนั้นอีกหรือ

..มันไม่เหมือนกัน ครั้งนั้นเขาอาจจะเรียกว่าแย่งคนรักของเพื่อน แต่ครั้งนี้เขาแค่ต้องการทวงผู้หญิงที่เป็นของตนเองกลับมา

มือหนาเอื้อมไปหมุนปิดก๊อกน้ำแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันช่วงล่างหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดผมที่เปียกจากการสระผม เดินออกมาข้างนอกก็ตกใจหัวใจแทบหล่นไปอยู่ตาตุ่มเมื่อพบน้องชายมายืนรอหน้าประตูห้องน้ำ

“เฮ้ย!” นักรบปิดไฟทั้งห้องแล้วหยิบไฟฉายมาส่องก่อนแลบลิ้นใส่พี่ชายและการแกล้งครั้งนี้ก็ได้ผลเกินคาดใบหน้าที่เคยหล่อตกใจจนสิ้นความหล่อเหลา

“ฮ่าๆ หน้าพี่โคตรตลกเลย”

คนพี่เอื้อมมือไปตบศีรษะน้องชายแล้วเดินไปเปิดไฟ ลูบหน้าอกตัวเองบรรเทาอาการตกใจเมื่อครู่โดยที่นักรบไม่ได้สะทกสะท้านสักนิด แค่ได้แกล้งก็มีความสุขแล้วการโดนตบนั้นเป็นเครื่องการันตีว่าแผนเขาสำเร็จ

“เล่นบ้าอะไรของแก ไหนว่าจะไปทำงาน” เจ้าของห้องหยิบชุดเสื้อยืดกับกางเกงเอวยืดมาเปลี่ยน ขณะที่น้องชายเดินไปนั่งบนเตียงกว้างอย่างถือวิสาสะ

“ไม่มีงานหรอก แค่อยากหนีพ่อเฉยๆ”

..ก็ไม่ผิดจากที่คาดเดาเอาไว้

กองทัพส่ายศีรษะลงมือเช็ดผมให้แห้งแล้วเอาเท้าเขี่ยน้องชายก่อนจะใช้สายตาบอกว่าไปนั่งที่โซฟาปลายเตียง

นักรบทำหน้ายุ่งแต่ก็ลุกขึ้นไปนั่งบนโซฟา

“แล้วเข้ามามีอะไร”

นักรบส่ายหน้าช้าๆ

“เหงา โทรหาเพื่อนก็ไม่ว่างเลยมาหาพี่ชาย มีอะไรอัพเดทบ้างไหม”

ถามเสียงตื่นเต้นจนคนพี่นึกระอาน้องชายที่ชอบจะอยากรู้อยากเห็นเรื่องของคนอื่นเหลือเกิน กองทัพกำลังจะปฏิเสธว่าไม่มีเรื่องอะไรก่อนจะนึกขึ้นมาได้

“ไอ้รบฉันถามแกสักอย่างหน่อยสิ” คนน้องได้ยินก็กระตือรือร้นตาโตรีบหันมาหาพี่ชายทันที

“สมมตินะ ถ้ามีผู้หญิงมาชอบแกจะชอบเขาตอบไหม”

นักรบรีบถามกลับอย่างรวดเร็ว

“เขาสวยไหม”

“ก็ไม่ได้ขี้เหร่”

เกิดความเงียบระหว่างสองพี่น้อง

“ถ้าตัดเรื่องหน้าตาออกไปก็ต้องถามว่านิสัยเข้ากันได้ไหม เอาจริงผมก็ไม่ได้ซีเรียสว่าสวยไม่สวย รวยหรือไม่รวยนะ ขอแค่ไม่งี่เง่าเจ้าบงการก็พอแล้ว” หนุ่มนักรักที่มีแฟนมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามคนแสดงความคิดเห็น ซึ่งสามคนที่คบกันนั้นก็เลิกด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเธองี่เง่าตามติดเขามากเกินไป

“แล้วถ้าเกิดแกก็ชอบเขาล่ะ”

น้องชายตบเข่าฉาดใหญ่ตอบเสียงดังฟังชัด

“ก็คบสิครับจะไปยากอะไร เขาชอบเรา เราชอบเขา มันก็รู้สึกเหมือนกันจะเหนียมอายรอพระอินทร์มาเชื้อเชิญให้สมสู่กันเหรอ”

..ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่ถามน้อง ดูคำพูดคำจาแต่ละอย่างไม่ค่อยจะพึ่งพาได้เท่าไหร่เลย

กองทัพเงียบไปอย่างครุ่นคิดก่อนจะถามคำถามสุดท้าย

“แล้วถ้าใจตรงกันแต่เขาดันมีแฟน แกจะทำยังไง”

นักรบเองเมื่อเจอคำถามนี้ก็เงียบไปเช่นเดียวกัน นักศึกษารูปหล่อยกมือขึ้นลูบคางอย่างใช้ความคิด

“ไม่เอาหรอกพี่ ถึงเขาจะชอบเราแต่ว่าเขามีแฟนแล้วนะ คนมีเจ้าของผมไม่ยุ่งมันบาป ทางศาสนาท่านสอนไม่ควรผิดลูกผิดเมียใคร”

“แต่แกกินเหล้า”

นักรบโบกมือทันที

“อันนั้นไม่นับสิ ถือเป็นปัจจัยที่ห้าขาดไม่ได้” หนุ่มวิศวที่รวบรวมคนเถื่อนเอาไว้ถือว่าเหล้าเป็นสิ่งสำคัญมาก คิดงานไม่ออกแค่น้ำสีอำพันเข้าปากมือก็ไหลลื่นสมองปลอดโปร่งไม่นานงานก็เสร็จพร้อมเฝ้าพระอินทร์

“ถ้าถามผมก็เลิกยุ่งนั่นแหละ มันเป็นทางที่ดีสุดแล้วถึงเรารักเขา เขารักเราแต่ตัวแปรสำคัญคือเขามีแฟนไง นั่นก็เท่ากับว่าทั้งเราและเขากำลังทรยศคนคนหนึ่งซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ถามจริงไม่สงสารเขาเหรอวะ”

กองทัพไม่ตอบน้องเพราะในใจก็รู้สึกผิดต่อตฤณเช่นกัน

“คนที่ใช่ถ้ามาในเวลาที่ไม่ใช่ มันก็ไม่ใช่เคยได้ยินไหมพี่”

..หลายคนก็บอกแบบนั้นแต่การทำตามคำพูดสวยหรูมันยาก จิตใจมนุษย์มีกิเลสตัณหาและคนส่วนมากมักทำตามความต้องการของตนเอง

“ง่วงแล้ว แกไปนอนเถอะ”

“อ้าว ทำไมไล่กันอย่างนี้ล่ะ ไม่ถามต่อแล้วเหรอ”

พี่ชายส่ายหน้าแล้วลุกขึ้นไปทิ้งผ้าขนหนูลงตะกร้า

“เลือกเอาแล้วกันว่าจะลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ คิดให้ดีนะครับคุณกองทัพ” ก่อนออกไปไม่วายหันมาพูดใส่พี่ชาย

ซึ่งกองทัพก็โบกมือไล่เดินไปปิดประตูใส่หน้าหนุ่มหล่อนามนักรบทันที ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม

..สุดท้ายแล้วเขาควรจะเลือกทางไหนดี หากณชาไม่มีพันธะคงไม่ยากที่จะเข้าหาแต่เพราะตอนนี้เธอไม่ใช่คนไร้คู่อย่างที่ผ่านมาแล้วใจเจ้ากรรมที่เคยนึกรำคาญก็ดันคิดถึงแต่เธอ

เขาควรเลือกสวรรค์หรือนรกดีล่ะคราวนี้

ตฤณออกจากห้องของคุณอาหมอด้วยใบหน้าเหนื่อยล้าที่ไม่อาจปิดมิด โรงพยาบาลยามค่ำคืนเงียบเชียบอย่างน่ากลัวแต่เพราะคุ้นชินจึงไม่มีอาการเหล่านั้นเกิดขึ้นกับชายหนุ่ม ไฟบางดวงถูกปิดเหลือเพียงส่วนกลางสำหรับพยาบาล

โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้เปิดมานานจึงเป็นที่ไว้ใจของบุคคลภายนอก ทั้งคนฐานะปานกลางถึงระดับเจ้าของธุรกิจต่างไว้ใจเข้ามารักษาด้วยมีแพทย์ฝีมือดีหลายคน ปีหนึ่งมีนายแพทย์ยื่นใบสมัครเข้าทำงานหลายสิบคนแต่ถูกคัดเลือกให้เข้าทำงานที่นี่เพียงไม่กี่คนและตฤณคือหนึ่งในนั้น

เขาไม่ได้เก่งมากมายแต่เพราะบิดามีหุ้นอยู่ที่นี่ จะบอกว่าเขาใช้เส้นก็ไม่ผิดมากนักในเมื่อนายแพทย์ตฤณเป็นลูกชายคนรองของผู้บริหารระดับสูงอย่างนายแพทย์ไตรภพ ศิลาชัย แต่นั่นก็แค่ส่วนหนึ่งเพราะฝีมือของชายหนุ่มก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร

“ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก” คุณหมอณัชชาเดินผ่านร่างสูงจึงหยุดทัก

ตฤณรีบยิ้มให้สลัดความเหนื่อยบนใบหน้าออกทันทีไม่อยากให้เพื่อนเป็นห่วง

“เรามาคุยกับอาหมอเรื่องโครงการของโรงพยาบาลน่ะ”

ดวงหน้าหวานพยักหน้าเล็กน้อย พอรู้มาบ้างว่าโรงพยาบาลกำลังมีโครงการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรแต่เธอไม่เห็นว่าจะสำคัญเท่าไหร่ก็แค่โครงการที่ต้องการดึงงบประมาณเพื่อหมุนเวียนให้ตนเองเท่านั้น ใครว่ามีแค่โรงพยาบาลรัฐที่ทำแม้แต่เอกชนก็แบ่งฝ่ายกันชัดเจนจนคร้านจะสนใจ

“แล้วทำไมวันนี้กลับดึกอีกแล้วล่ะ โหมงานหนักเกินไปไหมครับคุณหมอ” มองใบหน้าหวานที่ซีดเซียวไร้สีเลือดก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา

“ปกตินั่นแหละไม่ได้หนัก”

“แล้วกินข้าวเย็นหรือยัง” ส่ายหน้าช้าๆ พลางก้มหน้าหนีความผิด

ตฤณถอนหายใจยาวก่อนลุกขึ้นยืนคว้าข้อมือเล็กเอาไว้แล้วจูงให้เดินไปด้วยกัน

“จะพาเราไปไหน”

“ไปกินข้าวไง ร้านบะหมี่หน้าโรงพยาบาลนี่แหละ” บอกจุดหมาย

คนตัวเล็กก็เอ่ยจะคัดค้าน

“แต่เรา” ยังพูดไม่จบดวงตาคมก็หันมาทำให้คำพูดทั้งมวลหายไปในทันที เธอถอนหายใจยอมทำตามคำสั่งของเขา “ก็ได้ กินก็กิน” คุณหมอหวานใจไม่ชอบกินอะไรที่เป็นเส้นเพราะมันค่อนข้างกินยาก แต่ตอนนี้คงไม่สามารถปฏิเสธความหวังดีของเพื่อนได้

เธอลอบมองมือเขาที่จับมือตนเองเอาไว้ก็พยายามเม้มปากไม่ให้เผยรอยยิ้มออกมา

..เขาแสนดีขนาดนี้จะให้ตัดใจได้อย่างไร ขอแอบรักอยู่ในมุมของตนเองก็พอแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รักซ้อนใจ   ตอนพิเศษ...หนีเที่ยว

    ตอนพิเศษ...หนีเที่ยวงานแต่งระหว่างกองทัพและณชาจัดขึ้นอย่างใหญ่โตขัดกับความต้องการของทั้งสองที่อยากได้แบบเรียบง่าย ทว่าหน้าที่การงานไม่เอื้ออำนวยในเมื่อเจ้าบ่าวเป็นถึงคณะกรรมการของบริษัทมีคนนับหน้าถือตา ทั้งยังคู่ค้าที่ติดต่อกันมานานหากจะไม่เชิญก็กระไรอยู่“เฮ้ยไอ้เอิร์ธ มึงกลับมาแล้วเหรอวะ” ขณะที่ยืนรอต้อนรับแขกที่ด้านหน้างานดวงตาคมก็เห็นเพื่อนสนิทใส่สูทผูกไทด์ผมที่เคยรุงรังหรือหนวดเคราครึ้มก็ถูกจัดการจนกลับมาหล่อเกินหน้าเกินเจ้าของงาน สองหนุ่มก่อนกันเนื่องจากไม่พบกันเกือบสามปีครึ่ง“กูแค่มางานแต่งมึง เดี๋ยวก็บินกลับแล้ว” กองทัพแทบจะปรบมือให้ในความทุ่มเทของอีกฝ่ายเพราะขนาดน้องแท้ๆ ยังปฏิเสธจะมาร่วมงานแต่งของพี่มันเลย“ดีใจที่มึงมา งานนี้ขอซองหนักๆ” ตบบ่าหนาเต็มแรงไปหนึ่งที“ได้ เดี๋ยวกูขอไปซื้อหินมาใส่ซองก่อนแล้วกัน” รั้งไว้แทบไม่ทันเพราะดูเหมือนสัตวแพทย์หนุ่มจะทำจริงอย่างที่ว่า ณชามองพี่ชายทั้งสองพลางอมยิ้มมีความสุข กระทั่งพณณกรหันมาหาน้องสาวคนสนิท“ลงเอยกับมันสักทีนะเรา หลังจากร้องไห้มานาน” จะเอื้อมมือขึ้นไปลูบศีรษะเจ้าสาวก็โดนเจ้าบ่าวจับมือเอาไว้ก่อน“ตามองมืออย่าต้องครับ เจ้าสาวก

  • รักซ้อนใจ   สุขสันต์วันปีใหม่

    สุขสันต์วันปีใหม่ เทศกาลที่หลายคนรอคอยมาถึงอีกครั้งแม้ประเทศจะไม่ใช่เมืองหนาวทว่าประชาชนส่วนใหญ่ก็ทำตัวให้กลมกลืนได้อย่างไม่น่าเชื่อเมื่อออกมาจากบ้านแล้วเจอผู้คนสวมเสื้อแขนยาวท่ามกลางแดดร้อนกว่าสามสิบสามองศา การคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาไม่น่าเชื่อถืออีกครั้ง เมื่อประกาศว่าจะหนาวจนปากสั่นแต่สิ่งที่ได้รับคือร้อนตับแทบแตก ยิ่งทำงานกลางแดดด้วยแล้วแม้จะโบกครีมกันแดดทับด้วยสเปรย์มาหนามากแค่ไหน เพียงเหงื่อไหลก็ดูเหมือนว่ามันจะหลุดออกโดยง่ายไม่เหมือนกับที่โฆษณาเอาไว้สักนิด “พักกองค่ะ” เสียงช่างภาพดังขึ้นพร้อมปาดเหงื่อที่ไหลออกมาตามไรผม วันนี้ออกมาถ่ายรูปพรีเวดดิงที่สวนสาธารณะในยามที่พระอาทิตย์ตรงศีรษะเหตุผลเพราะคุณเจ้าสาวและคุณเจ้าบ่าวมีเวลาจำกัด เสร็จจากนี่ก็ต้องไปแจกการ์ด ไหนจะต้องบินไปต่างประเทศเพื่อเชิญบรรดาเพื่อนสนิทแทบหาเวลาให้ช่างภาพไม่ได้ จนต้องเลือกเอายามพระอาทิตย์ส่องแสงแรงกล้าที่สุด “แค่สิบนาทีได้ไหมคะ บ่ายสองพวกเราต้องไปจิบน้ำชากับท่านผู้ว่าจังหวัดสุพรรณ” ฝ่ายเจ้าสาวในชุดกระโปรงยาวเฟื้อยตะโกนบอกจนต้องกัดฟันตอบรับ “ได้ค่

  • รักซ้อนใจ   ตอนพิเศษ...หวานใจของนายไข่ตุ๋น

    ตอนพิเศษ...หวานใจของนายไข่ตุ๋น เคยคิดหลายครั้งว่าหากวันนี้มาถึงเธอจะเป็นอย่างไร วันที่เพื่อนคนสนิทอย่างตฤณ..แต่งงาน ณัชชาเดินเข้ามาภายในโรงแรมด้วยหัวใจหนักอึ้งขาทั้งสองแทบก้าวไม่ออกอันที่จริงมันเป็นมานานนับตั้งแต่วันที่ได้รับการ์ดจากเจ้าบ่าวแล้ว ใบหน้าคมมีรอยยิ้มประดับดวงตาก็ส่องประกายเจิดจ้าอย่างน่าอิจฉา วันนี้เธออยู่ในชุดเดรสแขนตุ๊กตาสีชมพูยาวเพียงเข่า เพราะไม่ค่อยมีเวลาไปซื้อชุดจึงต้องขอยืมจากน้องสาวมาใส่ก่อน ใบหน้าหวานยังคงมีแว่นตาบดบังและผมยาวก็ปล่อยสยายกลางหลัง ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบด้วยลิปกลอสสีชมพูวาว ใบหน้าที่เคยไร้สีดูสดใสขึ้นมาเล็กน้อยเพราะได้น้องสาวช่วยเพิ่มสีสันให้ทว่าก็ยังคงจืดจางเมื่อรวมกับคนหมู่มาก มือเล็กเซ็นในสมุดอวยพรบ่าวสาวแล้วหย่อนซองลงในกล่องก่อนหยิบของชำร่วยเป็นพวงกุญแจรูปหัวใจสองดวงคล้องกัน เก็บมันลงกระเป๋าทันทีแล้วก้าวเข้าไปภายในงานพยายามสูดลมหายใจเรียกกำลังให้ตนแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อเห็นคู่บ่าวสาวยืนอยู่หน้าแบ๊กดร็อปในจังหวะที่เจ้าบ่าวช่วยเช็ดเหงื่อให้เจ้าสาวด้วยความอ่อนโยน หัวใจสั่นไหวจนอยากจะหันหลังออก

  • รักซ้อนใจ   ตอนพิเศษหมอตฤณกับต้นหนาว

    ตอนพิเศษหมอตฤณกับต้นหนาว นาฬิกาบ่งบอกเวลาตีสามทว่าชายหนุ่มที่อยู่ภายในผับยังคงนั่งดื่มเหล้าราวเป็นน้ำเปล่าไม่รู้สึกระคายคอสักนิด พนักงานหันมองหน้ากันไปมาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรจนกระทั่งผู้จัดการเดินไปแจ้งลูกค้าหน้าใหม่ให้รู้ว่าร้านปิดแล้วเขาจึงวางเงินเอาไว้พร้อมเดินเซออกไปทางประตู “รถอยู่ไหน” ร่างสูงพยายามเพ่งมองรถยนต์ของตนเอง หลับตาลืมตาอยู่หลายครั้งเพราะดูอย่างไรก็มองอะไรไม่ชัดสักอย่าง แถมรู้สึกเหมือนศีรษะเอนไปเอียงมาพยายามทำให้หัวตั้งตรงด้วยการเอนไปทางด้านขวาก่อนจะพบว่าไม่ตรงเลยสักนิด เขาจึงลองเอนหัวมาทางด้านซ้ายแทน ก็ไม่ตรงอีกถ้าอย่างนั้นควรทำอย่างไรดีถึงจะมองตรงได้ คุณหมอหนุ่มตัดสินใจล้มตัวลงนอนบนพื้นเพราะทนความหนักของศีรษะไม่ไหว “อ่า ตรงแล้ว” ใบหน้าคมยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกพะอืดพะอมจนต้องรีบลุกขึ้นนั่งแล้วโก่งคออาเจียนเต็มที่โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังนั่งอยู่หน้าลานจอดรถของผับที่ตนเองมาตั้งแต่สามทุ่ม เมื่อรู้สึกโล่งจึงล้มตัวนอนที่เดิมมือหนาคว้าสะเปะสะปะก่อนจะสัมผัสได้ถึงขนนุ่มนิ่มก็คว้าเข้าไปกอดคลายหนาวทันที ไม่รู้ส

  • รักซ้อนใจ   ตอนพิเศษ...รักเธอได้ยินไหม

    ตอนพิเศษ...รักเธอได้ยินไหมเด็กหญิงหุ่นอวบเดินเข้ามาภายในโรงเรียนด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ เธอรวบรวมกำลังใจเพื่อที่วันนี้จะได้ทำภารกิจอันสำคัญอากาศยามเช้าแสนจะสดใสราวทุกอย่างเปิดสว่างให้กับความรักของเธอ ณชารู้จักความรักครั้งแรกคือสิ่งที่เรียกว่า ‘ขนม’ เธอหลงรักมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้นแต่ก็มักจะโดนเพื่อนล้อว่าตัวอ้วน กินแต่ของหวานฟันผุ กระทั่งได้รู้จัก ‘พี่ทัพ’ ผู้ชายที่ทำให้คำว่ารักของเธอเปลี่ยนไป‘อร่อยก็กินสิ เดี๋ยวพี่กินเป็นเพื่อน’จากที่เคยคิดจะลดของหวานณชาก็ยิ้มร่าหยิบเค้กชิ้นโตขึ้นมากินอย่างมีความสุข ผู้ชายตรงหน้าเธอมีหุ่นที่ไม่ต่างกันมากนัก แววตาของเขาทอประกายความสุขและนั่นเองทำให้เด็กหญิงที่ไม่ประสาเรื่องความรักหัวใจเต้นแรงจนต้องเดินไปถามมารดา“แม่ขา ป้อนหัวใจเต้นเร็วมากเลย แม่จับดู ป้อนจะตายไหมคะ” จับมือคุณแม่มาไว้ที่หัวใจเพื่อรับรู้อัตราการเต้นคุณศลิษาหัวเราะบุตรสาวก่อนจะลูบศีรษะน้อยๆ“ไม่ตายหรอกค่ะ อาการแบบนี้เขาเรียกว่าตกหลุมรัก”ตอนนั้นเธอไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร แต่มักจะเกิดขึ้นเมื่อได้สบตากับพี่กองทัพเสมอและเมื่อโตขึ้นเธอจึงได้เข้าใจคำว่าตกหลุมรักที่คุณแม่บอกเด็กหญิงชวนพี่ชาย

  • รักซ้อนใจ   ตอนพิเศษ...เมื่ออดีต

    ตอนพิเศษ...เมื่ออดีตมือหนาเลื่อนขึ้นไปปิดน้ำที่ไหลรดกายก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวพันบริเวณเอวไม่ลืมหยิบผ้าขนหนูพื้นเล็กเช็ดศีรษะที่ชุ่มไปด้วยน้ำ ใบหน้าคมเข้มหล่อเกินวัยทำเอาสาวหลายคนใจละลายมานักต่อนัก ดวงตาเรียวยาวเพียงแค่ปรายตามองก็พานให้หัวใจสั่นไหว จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากเรียวราวอิสตรีเพียงเท่านี้ก็ทำให้กองทัพ วิจิตรประภากลายเป็นหนุ่มหล่อที่ถูกกล่าวขานไปทั่วมหาวิทยาลัย“อื้อ ทัพ ตื่นเร็วจัง” สาวสวยหุ่นเพรียวลุกขึ้นจากที่นอนคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับปกปิดร่างกายของตนเองจากสายตาคมกริบที่ทำให้หัวใจสั่นไหวทุกครั้งที่มอง“ผมมีเรียนเช้า คุณนอนต่อเถอะ” คนตัวเล็กกว่าเดินเข้ามากอดเขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตปลายคางอย่างน่ารักจนอดใจไม่ไหวต้องคว้ามากอด เธอน่ารักขี้อ้อนจนเขายอมทำทุกอย่างขอแค่ได้มาครอบครอง ยอมแม้กระทั่ง..เป็นชู้..“อือ ตอนเย็นเจอกันนะคะ” ใบหน้าหวานยิ้มจนตาเป็นสระอิ ความน่ารักนี้ที่เขาหลงใหล รอยยิ้มแสนหวานที่มักมอบให้ ชอบเหลือเกิน ชอบจนไม่อาจจะตัดใจได้ทั้งที่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนของเพื่อนสนิท เพื่อนที่เป็นทั้งญาติไม่อาจจะตัดกันขาด“เดี๋ยวเราจะทำของที่ทัพอยากกินไว้รอ” เธอเดินมาส่งเขาท

  • รักซ้อนใจ   ๒๒ เธออยู่ที่ไหน

    ๒๒เธออยู่ที่ไหนปลายฟ้าถูกย้ายเข้าไปที่ห้องพักพิเศษโดยมีกองทัพดูแลอยู่ทั้งคืนกระทั่งเช้าพยาบาลพิเศษเข้ารับช่วงต่อชายหนุ่มจึงได้เวลาไปพักบ้าง อีกทั้งยังต้องเข้าบริษัทแต่เช้าเพราะมีเอกสารให้เซ็นกองเป็นตั้ง ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายขณะกลับไปยังรถยนต์ของตนเองไม่รู้ณชาเอากุญแจรถให้ตอนไหนแต่เมื่อตื่นขึ้นมา

  • รักซ้อนใจ   ๒๑ สิ้นสุดกันที

    ๒๑สิ้นสุดกันทีเวลาที่เหลือทั้งสองคนใช้อย่างคุ้มค่าด้วยการตัวติดกันแทบจะตลอด กองทัพยังคงมีความสุขโดยไม่รู้เลยว่าภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มของณชากำลังซ่อนการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวเอาไว้ เหลืออีกเพียงสองวันการทำงานที่บริษัท วิจิตรจำกัด (มหาชน) ก็จะสิ้นสุดลงแล้ว ทางแผนกพากันนัดเลี้ยงส่งน้องสาวแม้จะอยู่ด้วยกันไ

  • รักซ้อนใจ   ๒๐ ที่รู้สึกคือไม่รู้สึก

    ๒๐ที่รู้สึกคือไม่รู้สึกณชาสูดลมหายใจเข้าปอดพยายามเช็ดน้ำตาของตนแล้วลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากดโทรออกหาพี่สาวคนสนิทในที่ทำงานพร้อมบอกว่าจะขอลาหนึ่งวันรู้ว่าไม่ควรเพราะยังมีงานคั่งค้างแต่ก็ไม่สามารถไปทำงานในสภาพนี้ได้หลังจากวางสายก็ออกไปเอาชุดเข้ามาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าพอให้ดูดีขึ้นเล็กน้อย ทว่าด

  • รักซ้อนใจ   ๑๙ ไม่เคยสำคัญ

    ๑๙ไม่เคยสำคัญใบหน้าหวานหันไปตามแรงตบอย่างไม่คาดคิดในขณะที่คนทำเองก็อึ้งไม่ต่างกัน ราวเวลาหยุดไปชั่วครู่หัวใจของคนโดนกระทำเจ็บจนไม่อาจหายใจต่อได้ เธอค่อยๆหันหน้ามองกองทัพอย่างช้าๆ น้ำตาไหลลงมาเป็นสายพร้อมแววตาเสียใจจนคนมองรู้สึกผิดทำท่าจะเดินเข้าไปหาแต่ติดที่ประคองปลายฟ้าเอาไว้จึงไม่อาจทำอะไรได้มากกว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status