บทที่ 6: เส้นแบ่งที่เริ่มสั่นคลอน
เช้าวันเสาร์ แสงแดดจัดจ้าสาดส่องผ่านกระจกบานสูงของเพนท์เฮาส์ นลินตื่นตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าเพื่อจัดการทำความสะอาดห้องตามหน้าที่ วันนี้เขตแดนไม่มีเวรที่โรงพยาบาล เขาจึงยังคงปิดประตูเงียบอยู่ในห้องนอนใหญ่ หญิงสาวพยายามลงน้ำหนักเท้าให้เบาที่สุดขณะเช็ดฝุ่นตามชั้นวางหนังสือและโต๊ะกระจกในห้องนั่งเล่น
เธอสวมเสื้อยืดสีขาวตัวเก่าที่ซักจนเนื้อผ้าบางเฉียบกับกางเกงขาสั้นสีซีด การอยู่ร่วมห้องกับผู้ชายอันตรายอย่างเขตแดนทำให้เธอระมัดระวังตัวตลอดเวลา แต่ความที่ไม่มีเสื้อผ้าชุดอื่นให้เลือกใส่มากนัก นลินจึงต้องทนใส่ชุดเก่าๆ เหล่านี้ไปก่อน
เก้าโมงครึ่ง เสียงปลดล็อกประตูห้องนอนใหญ่ดังขึ้น นลินชะงักมือที่กำลังใช้ผ้าเช็ดโต๊ะ หันไปมองตามเสียง
เขตแดนเดินงัวเงียออกมาในสภาพที่ทำให้นลินต้องรีบหลบสายตาทันที เขาสวมเพียงกางเกงวอร์มสีเทาตัวหลวม ท่อนบนเปลือยเปล่าอวดกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนสวยงามและแผงอกกว้าง ผมสีดำสนิทชี้ฟูเล็กน้อยจากการนอน นัยน์ตาสีรัตติกาลยังคงปรือปรอยบ่งบอกว่าเพิ่งตื่นเต็มตา
"หิวน้ำ" เสียงทุ้มพร่าแหบต่ำกว่าปกติเอ่ยขึ้นลอยๆ ขณะเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ครัว
นลินรีบวางผ้าในมือ เดินอ้อมไปรินน้ำเย็นใส่แก้วแล้วส่งให้เขา เขตแดนรับแก้วน้ำไปดื่มรวดเดียวหมดก่อนจะวางกระแทกลงบนเคาน์เตอร์เบาๆ ชายหนุ่มยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าผาก สายตาเริ่มโฟกัสภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้น
และภาพแรกที่เขากำลังจับจ้องคือสรีระบอบบางในเสื้อยืดตัวบางเฉียบที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงก้าว
เนื้อผ้าสีขาวที่ซักจนย้วยแนบลู่ไปกับทรวดทรงของหญิงสาว แสงสว่างจากหน้าต่างด้านหลังส่องทะลุจนเห็นเงารางๆ ของบราเซียลูกไม้สีอ่อนด้านใน กางเกงขาสั้นก็ร่นขึ้นจนเผยให้เห็นท่อนขาเรียวขาวเนียน เขตแดนหรี่ตาลง สันกรามขบเข้าหากันโดยอัตโนมัติ
"นลิน"
"คะ?" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง สบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังวาวโรจน์ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
"มานี่"
คำสั่งสั้นๆ มาพร้อมกับนิ้วชี้ที่กระดิกเรียก นลินลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยอมก้าวเท้าเข้าไปหาเขาช้าๆ
ทันทีที่เธอเข้ามาอยู่ในระยะประชิด ท่อนแขนแกร่งก็ยื่นออกไปตวัดรัดเอวบางของเธอไว้แน่น ออกแรงดึงเพียงนิด ร่างเล็กก็ถลาเข้ามากระแทกกับแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่า นลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สองมือยกขึ้นยันหน้าอกของเขาไว้ตามสัญชาตญาณ
"พี่เขต! จะทำอะไรคะ"
เขตแดนไม่ตอบ เขาขยับตัวแยกขาออกกว้างขึ้น บังคับให้ร่างของนลินแทรกเข้ามายืนอยู่ระหว่างต้นขาทั้งสองข้างของเขา การกักขังที่แนบชิดจนเนื้อผ้าบางๆ เสียดสีกับกล้ามเนื้อหน้าท้องของคนตัวโต ไอความร้อนจากร่างกายเขาแผ่ซ่านมาลวกผิวเธอจนร้อนผ่าวไปทั้งตัว
"ขอดูรอยที่คอหน่อย"
น้ำเสียงของเขากดต่ำลงกว่าเดิม ปลายนิ้วสากเชยคางมนให้เงยขึ้น นลินพยายามจะขืนตัวออก แต่ท่อนแขนที่รัดรอบเอวเธอนั้นแข็งแรงราวกับคีมเหล็ก
"มัน... มันจางลงแล้วค่ะ ลินทายาตามที่พี่เขตสั่งแล้ว" เสียงของเธอสั่นพร่า ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดเหนือริมฝีปากเธอ
นิ้วโป้งของเขตแดนเกลี่ยเบาๆ ลงบนรอยช้ำสีจางบริเวณฐานลำคอ สัมผัสที่ไม่ได้เจ็บปวด แต่กลับสร้างความรู้สึกหวิวไหวในช่องท้อง ปลายนิ้วของเขาลากไล้ต่ำลงมาตามแนวไหปลาร้า เกลี่ยผ่านเนื้อผ้าบางเฉียบอย่างเชื่องช้าและอ้อยอิ่ง
นลินกลั้นหายใจ ร่างกายแข็งทื่อเป็นหิน กลิ่นมินต์ผสมกับกลิ่นกายบุรุษเพศของเขาทำให้สติของเธอเริ่มพร่าเลือน
"เสื้อผ้าพวกนี้... โยนทิ้งไปได้แล้ว"
"คะ?" นลินกะพริบตาถี่ๆ ดึงสติกลับมา "ทำไมต้องทิ้งคะ มันยังใส่ได้อยู่เลย"
"มันบางเกินไป" เขตแดนเลื่อนสายตาลงมาจดจ้องที่เนินอกที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจ "แล้วมันก็สั้นเกินไป"
"ลินใส่นอนในห้องนอนเล็ก ไม่ได้ใส่ไปเดินให้ใครเห็นสักหน่อยนี่คะ" เธอเถียงกลับเสียงอ้อมแอ้ม หน้าแดงก่ำ
"แต่ตอนนี้เธอใส่มันเดินเพ่นพ่านอยู่ในห้องของฉัน" เขตแดนละนิ้วออกจากไหปลาร้า เปลี่ยนมาจับปลายเสื้อยืดของเธอแล้วออกแรงดึงเบาๆ "เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ แบบนี้ คนอื่นมาเห็นจะหาว่าฉันเลี้ยงดูคนของตัวเองไม่ดี"
"ลินไม่ใช่..." นลินชะงักคำพูดไว้แค่นั้น เธอเป็นคนของเขาจริงๆ อย่างที่เขาเคยประกาศไว้หรือเปล่า
"ไม่ใช่คนของฉัน?" เขตแดนเลิกคิ้ว นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "เธอกินข้าวของฉัน นอนในห้องของฉัน ทำงานที่โรงพยาบาลของฉัน... ถ้าไม่ใช่คนของฉัน แล้วเป็นของใคร"
คำถามที่ต้อนให้จนมุมทำให้นลินเม้มริมฝีปากแน่น ตอบอะไรไม่ออก
"บ่ายนี้เตรียมตัวให้พร้อม ฉันจะพาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่"
"ลินไม่มีเงิน..."
"ฉันบอกตอนไหนว่าจะให้เธอจ่าย" เขตแดนขัดขึ้นทันที "ถือว่าเป็นสวัสดิการของลูกจ้างก็แล้วกัน"
"แต่ลินเกรงใจจริงๆ นะคะ พี่เขตช่วยลินมาเยอะแล้ว ลินไม่อยาก..."
"นลิน" น้ำเสียงเข้มจัดบวกกับแรงบีบที่เอวทำให้คนช่างเถียงต้องเงียบเสียงลง "ฉันเกลียดคนพูดไม่รู้เรื่องที่สุด ถ้าเธอยังดื้ออีก ฉันจะถอดเสื้อผ้าพวกนี้ออกแล้วโยนทิ้งมันตรงนี้แหละ อยากลองดีไหม"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก นลินส่ายหน้าปฏิเสธรัวเร็ว สองมือยันแผงอกของเขาไว้แน่นขึ้นเพื่อรักษาระยะห่าง
เขตแดนมองปฏิกิริยาตื่นกลัวของคนตรงหน้าแล้วลอบถอนหายใจในลำคอ เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองหงุดหงิดที่เธอแต่งตัวโป๊เกินไป หรือหงุดหงิดที่ร่างกายของตัวเองกำลังเกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อสรีระบอบบางนี้กันแน่ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่เด็กที่ลอยมากระทบจมูกปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่เขาพยายามกดทับไว้อย่างรุนแรง
ชายหนุ่มคลายอ้อมแขนออกอย่างเชื่องช้า ปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระ นลินรีบก้าวถอยหลังออกห่างทันทีราวกับกลัวเขาจะเปลี่ยนใจดึงเธอเข้าไปกอดอีก
"ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดซะ" เขตแดนหมุนตัวหันหลังให้เธอ หยิบแก้วน้ำเปล่าไปล้างที่ซิงก์เพื่อปกปิดความผิดปกติของร่างกาย "บ่ายโมงตรงเจอกันที่ลานจอดรถ"
"ค่ะ..." นลินรับคำเสียงแผ่ว หมุนตัวเดินแกมวิ่งกลับเข้าห้องนอนเล็กไปอย่างรวดเร็ว
บ่ายวันนั้น เขตแดนพานลินไปที่ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง เขาเดินนำเธอเข้าไปในบูติกเสื้อผ้าแบรนด์เนม เลือกหยิบชุดเดรสเรียบร้อย กางเกงสแล็ก และเสื้อเชิ้ตทำงานส่งให้พนักงานจัดหาไซซ์ที่พอดีกับตัวเธอ นลินได้แต่มองป้ายราคาแล้วลอบกลืนน้ำลาย เสื้อตัวเดียวราคาแพงกว่าเงินเดือนทั้งเดือนของเธอเสียอีก
"พี่เขตคะ มันแพงเกินไป ลินเอาแค่แบรนด์ธรรมดาก็พอแล้วค่ะ" เธอกระซิบประท้วงขณะเขากำลังยืนรอพนักงานคิดเงิน
"ใส่ๆ ไปเถอะ อย่าบ่น" เขตแดนตอบสั้นๆ รูดบัตรเครดิตสีดำส่งให้พนักงานหน้าตาเฉย "ของพวกนี้มันทนทาน ใส่ได้นานกว่าเสื้อยืดขาดๆ ของเธอตั้งเยอะ"
นลินทำหน้าง้ำหน้างอ แต่ก็เถียงอะไรไม่ออกเมื่อของถูกบรรจุลงถุงกระดาษเรียบร้อยแล้ว เขตแดนยังพาเธอไปซื้อรองเท้าคัตชูสำหรับใส่ทำงานและชุดนอนผ้าซาตินเนื้อดีที่ปกปิดมิดชิดกว่าชุดเดิมของเธออีกหลายชุด
กว่าจะกลับถึงคอนโดก็ปาเข้าไปเกือบห้าโมงเย็น นลินหอบถุงเสื้อผ้าพะรุงพะรังเข้าไปเก็บในห้องนอนเล็ก รู้สึกผิดที่ทำให้เขาสิ้นเปลืองเงินไปมากมายมหาศาล เธอสัญญากับตัวเองว่าจะตั้งใจทำงานและหาเงินมาใช้หนี้เขาให้หมดแม้จะต้องใช้เวลาหลายปีก็ตาม
มื้อเย็นผ่านพ้นไปอย่างเงียบเชียบเหมือนเคย เขตแดนนั่งอ่านเอกสารอยู่ที่โซฟา ส่วนนลินจัดการล้างจานในครัวเสร็จก็เตรียมตัวจะกลับเข้าห้อง
"ชงนมร้อนให้แก้วหนึ่ง"
เสียงสั่งการทำให้นลินชะงักเท้า เธอเดินกลับไปเปิดตู้เย็น รินนมใส่แก้วแล้วนำไปอุ่นในไมโครเวฟ กลิ่นหอมกรุ่นของนมอุ่นๆ ช่วยให้บรรยากาศที่ตึงเครียดดูผ่อนคลายลงบ้าง เธอเดินถือแก้วนมมาวางลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเขา
"นมร้อนค่ะ"
เขตแดนละสายตาจากเอกสารขึ้นมามอง นัยน์ตาสีเข้มจับจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มที่ไร้เครื่องสำอาง นลินเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เธอสวมชุดนอนผ้าซาตินสีน้ำเงินเข้มที่เขาเพิ่งซื้อให้เมื่อบ่าย ชุดนี้ปกปิดมิดชิดตั้งแต่คอจรดปลายเท้า แต่เนื้อผ้าที่ลื่นไหลแนบไปกับสัดส่วนกลับทำให้เธอดูน่าค้นหามากกว่าเดิม
"มานั่งนี่" เขาตบมือลงบนเบาะโซฟาที่ว่างข้างๆ
นลินลังเล แต่ก็ยอมเดินอ้อมโต๊ะไปนั่งลงอย่างระมัดระวัง รักษาระยะห่างไว้พอสมควร
"ขยับเข้ามาอีก ฉันไม่กัดหรอกน่า"
หญิงสาวกระเถิบตัวเข้าไปใกล้อีกนิดจนต้นขาแทบจะชนกัน เขตแดนวางเอกสารลง หยิบแก้วนมขึ้นจิบช้าๆ สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอไม่วางตา
"วันจันทร์นี้ สมศรีจะให้เธอเริ่มเดินเอกสารระหว่างแผนก" เขาเริ่มเปิดบทสนทนาเรื่องงาน "โรงพยาบาลคนเยอะ วุ่นวาย และมีพวกหมอหน้าหม้อเยอะแยะเต็มไปหมด"
"ค่ะ ลินจะระวังตัว"
"ถ้ามีใครมาวุ่นวาย หรือทำท่าจะจีบเธอ..." เขตแดนโน้มตัวเข้ามาใกล้ วางแก้วนมลงบนโต๊ะ "บอกไปว่าเธอมีเจ้าของแล้ว"
หัวใจของนลินกระตุกวูบ ดวงตากลมโตเบิกกว้างสบเข้ากับนัยน์ตาดุดันที่ฉายแววจริงจัง
"แต่ลินไม่มี..."
"ฉันสั่งให้บอก ก็บอกไปตามนั้น" เขตแดนตัดบท ขยับตัวเข้ามาประชิดจนท่อนแขนเสียดสีกัน "ฉันไม่ชอบให้คนอื่นมายุ่งกับคนของฉัน"
"พี่เขต..." นลินเรียกชื่อเขาเสียงสั่น ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดที่พวงแก้ม ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร
บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนแปลง ความเงียบเข้าครอบคลุมพื้นที่ เสียงเครื่องปรับอากาศดูเหมือนจะดังกว่าปกติ นัยน์ตาสีรัตติกาลของเขตแดนกดลึกลง มองไล่ตั้งแต่ดวงตาสั่นระริก จมูกโด่งรั้น และหยุดลงที่ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ
นลินรู้สึกเหมือนอากาศในห้องถูกสูบออกไปจนหมด เธอไม่กล้าขยับตัว ไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตา แรงดึงดูดประหลาดที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มทำให้เธอไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน
เขตแดนขยับใบหน้าเข้ามาใกล้อีกนิด ปลายนิ้วสากยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาระแก้มของเธอเบาๆ สัมผัสอ้อยอิ่งและแฝงไปด้วยความต้องการที่ถูกกดทับมานาน
"ถ้าเธอยังขืนมองฉันด้วยสายตาแบบนี้อีก..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก "ฉันจะไม่รับประกันความปลอดภัยของเธอแล้วนะ นลิน"