บทที่ 5: อาณาเขตส่วนตัว
เวลาห้าโมงเย็นตรง ลานจอดรถวีไอพีของโรงพยาบาลค่อนข้างเงียบสงบ นลินยืนกอดกระเป๋าสะพายใบเก่าอยู่ข้างเสาคอนกรีตต้นใหญ่ สายตาคอยชะเง้อมองไปทางประตูลิฟต์เป็นระยะ หัวใจของเธอยังคงเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่าย คำพูดปกป้องที่แสนดุดันของเขตแดนยังคงดังก้องอยู่ในหัว
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและสม่ำเสมอดังสะท้อนก้อง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนถึงศอกเดินตรงเข้ามาหา ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่ง นัยน์ตาสีรัตติกาลกวาดมองผู้หญิงที่ยืนตัวลีบหลบอยู่หลังเสาก่อนจะกดรีโมตปลดล็อกรถยนต์ยุโรปคันหรู
"ขึ้นรถ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำออกคำสั่งสั้นๆ นลินรีบเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารแล้วสอดตัวเข้าไปนั่งอย่างรวดเร็ว เขตแดนก้าวตามเข้ามาประจำที่คนขับ เครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำเริ่มทำงาน แต่กลับไม่ได้ช่วยลดความร้อนผ่าวบนใบหน้าของคนอายุน้อยกว่าเลยแม้แต่น้อย
เขตแดนยังไม่ออกรถ ชายหนุ่มล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงสแล็ก หยิบโทรศัพท์มือถือที่เขายึดไปเมื่อตอนบ่ายโยนลงบนตักของเธอ
"ฉันบล็อกเบอร์แม่เธอ เบอร์พ่อเลี้ยง แล้วก็เบอร์แปลกที่ไม่มีในรายชื่อผู้ติดต่อของเธอทั้งหมดแล้ว"
นลินก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ ปลายนิ้วแตะลงบนตัวเครื่องเบาๆ "ขอบคุณค่ะ... แล้วถ้าสมมติว่าที่ทำงานเก่า หรือคลินิกที่ลินเคยส่งเรซูเม่ไปเขาโทรมาล่ะคะ"
"เธอได้งานทำแล้ว จะรับสายพวกนั้นไปทำไม" เขตแดนเลิกคิ้ว หันมามองคนช่างสงสัย "หรืออยากกลับไปทำงานเลิกดึกดื่น นั่งแท็กซี่กลับคนเดียวให้ไอ้แก่หน้าหม้อนั่นตามไปดักฉุด"
"เปล่าค่ะ ลินไม่ได้หมายความแบบนั้น" หญิงสาวรีบปฏิเสธ ส่ายหน้าจนผมหางม้าแกว่งไปมา "ลินแค่กลัวเสียมารยาทที่เขาโทรมาแล้วติดต่อไม่ได้"
"มารยาทไม่ช่วยให้เธอรอดตาย นลิน"
คำพูดขวานผ่าซากของเขาทำเอานลินต้องเม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ว่าเขากำลังสอน แต่วิธีการพูดของเขามันชวนให้คนฟังรู้สึกเหมือนโดนดุตลอดเวลา
รถยุโรปคันหรูเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถ มุ่งหน้าสู่ถนนสายหลักที่การจราจรเริ่มหนาแน่นตามช่วงเวลาเลิกงาน ภายในห้องโดยสารตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์เบาๆ และจังหวะลมหายใจของคนสองคน เขตแดนขับรถด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างวางพาดไว้บนพนักวางแขนตรงกลาง ปลายนิ้วสากเคาะจังหวะเบาๆ
ความเงียบไม่ได้ทำให้นลินอึดอัด แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอเองก็อธิบายไม่ถูก เธอแอบปรายตาอิงเบาะมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนขับ สันกรามคมกริบ จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากหยักลึกที่มักจะพ่นคำพูดร้ายกาจออกมาเสมอ ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินกว่าที่ผู้หญิงธรรมดาอย่างเธอจะเข้าใกล้ แต่ในความอันตรายนั้น กลับมีความปลอดภัยซ่อนอยู่
"มองหน้าฉันทำไม"
เสียงทุ้มดังแทรกความเงียบขึ้นมาโดยที่เขาไม่ได้หันมามอง นลินสะดุ้ง รีบหันหน้ากลับไปมองกระจกหน้ารถทันที
"ปะ... เปล่าค่ะ ลินไม่ได้มอง"
"หัดโกหกตั้งแต่เมื่อไหร่" เขตแดนปรายตามองคนขี้ตกใจ มุมปากกระตุกขึ้นเพียงนิด "หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง"
"ไม่มีค่ะ ลินแค่มอง... มองถนน"
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ ไม่คิดจะต้อนคนปากแข็งให้จนมุม เขาหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าสู่คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ใช้เวลาไม่นานรถก็จอดสนิทในช่องจอดวีไอพี
เมื่อกลับขึ้นมาถึงห้องเพนท์เฮาส์ นลินก็รีบวางกระเป๋าแล้วเดินตรงเข้าครัวทันที หน้าที่คนขออาศัยคือการเตรียมอาหารเย็นให้เจ้าของห้อง เธอเปิดตู้เย็นสำรวจวัตถุดิบที่เหลืออยู่
"ไม่ต้องทำ"
เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง นลินหันไปมอง เขตแดนกำลังคลายปมเนกไทและปลดกระดุมคอเสื้อออกเพื่อความสบายตัว
"แต่พี่เขตต้องทานข้าวนะคะ วันนี้ลินเห็นพี่เขตดื่มแต่กาแฟตอนเช้า"
"ฉันสั่งอาหารมาแล้ว" เขตแดนตอบหน้าตาย โยนเนกไทพาดไว้บนพนักเก้าอี้ "เดี๋ยวทางนิติบุคคลจะเอาขึ้นมาส่ง จัดใส่จานให้ด้วย"
พูดจบเขาก็เดินหายเข้าไปในห้องนอนใหญ่ นลินได้แต่ยืนกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหยิบจานชามออกมารอ ไม่ถึงสิบนาที เสียงสัญญาณหน้าประตูก็ดังขึ้น นลินเดินไปเปิดประตูรับถุงอาหารจากพนักงานรักษาความปลอดภัย
กลิ่นหอมของสเต๊กเนื้อและพาสต้าซีฟู้ดลอยกรุ่นออกมาทันทีที่เปิดกล่อง นลินจัดอาหารลงจานอย่างเบามือ ราคาอาหารจากร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังที่สกรีนอยู่บนถุงกระดาษทำให้เธอแอบลอบกลืนน้ำลาย มื้อนี้มื้อเดียวคงแพงกว่าค่าอาหารทั้งเดือนของเธอแน่ๆ
เขตแดนเดินกลับออกมาในชุดลำลอง กางเกงวอร์มสีดำกับเสื้อยืดสีเทาพอดีตัวที่ขับเน้นช่วงไหล่กว้างและแผงอกหนาให้ดูโดดเด่น ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์ไอส์แลนด์ เลื่อนจานสเต๊กเนื้อที่หั่นมาเรียบร้อยแล้วเข้าหาตัว
"ของเธออยู่อีกกล่อง" เขาพยักพเยิดหน้าไปทางกล่องพาสต้าที่ยังวางอยู่บนเคาน์เตอร์
"ลินทานข้าวไข่เจียวก็ได้ค่ะ อาหารพวกนี้มัน... แพงเกินไป"
เขตแดนชะงักมือที่กำลังจับส้อม นัยน์ตาดุดันตวัดขึ้นมองคนขี้เกรงใจทันที "ฉันสั่งมาให้กิน ก็กินเข้าไป อย่าทำตัวมีปัญหา นลิน"
"แต่ลินเกรงใจนี่คะ ลินมาอาศัยอยู่ฟรีๆ แล้วยังต้องให้พี่เขตมาเลี้ยงข้าวแพงๆ อีก ลินไม่มีเงินมาจ่ายคืนให้หรอกนะคะ"
"ฉันทวงเงินเธอสักคำหรือยัง" น้ำเสียงของเขาเริ่มติดหงุดหงิด "แล้วอีกอย่าง ฉันบอกตอนไหนว่าให้อยู่ฟรี ฉันหักเปอร์เซ็นต์จากเงินเดือนเธอแน่ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะขาดทุนหรอก"
นลินเม้มริมฝีปาก จัดพาสต้าใส่จานแล้วเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างจำยอม เธอตักเส้นพาสต้าเข้าปากเงียบๆ ความอร่อยของอาหารระดับภัตตาคารไม่ได้ทำให้ความอึดอัดในใจลดลงเลย
"ลินจะจดบัญชีไว้นะคะ" จู่ๆ เธอก็พูดขึ้นมาทำลายความเงียบ "ค่าอาหารมื้อนี้ แล้วก็ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ลินจะทยอยคืนให้พี่เขตทุกบาททุกสตางค์"
กรามแกร่งขบเข้าหากันจนนูนเป็นสัน เขตแดนวางส้อมลงบนขอบจานจนเกิดเสียงกระทบเบาๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลจดจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มที่ก้มหน้างุดไม่ยอมสบตา
"ฉันดูเหมือนพวกหน้าเงินขนาดนั้นเลยหรือไง"
"ลินแค่ไม่อยากเอาเปรียบพี่เขตค่ะ"
"ถ้าฉันจะเอาเปรียบเธอ..." เขตแดนโน้มตัวข้ามเคาน์เตอร์ไอส์แลนด์เข้ามาหา ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงอย่างรวดเร็วจนนลินเผลอถอยหลังหนี "ฉันไม่เอาเป็นเงินหรอก"
ลมหายใจของนลินสะดุด นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่ฉายแววคุกคามอย่างชัดเจน ความหมายแฝงในประโยคนั้นทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นระรัวจนปวดหนึบ
"พะ... พี่เขตหมายความว่ายังไงคะ"
เขตแดนมองปฏิกิริยาตื่นตระหนกของคนตรงหน้าแล้วแค่นยิ้มมุมปาก เขาถอยตัวกลับไปนั่งพิงพนักเก้าอี้ตามเดิม หยิบส้อมขึ้นมาจัดการสเต๊กในจานต่อด้วยท่าทีสบายๆ ขัดกับบรรยากาศที่เพิ่งสร้างขึ้นเมื่อครู่ลิบลับ
"หมายความว่าฉันรวยพอที่จะเลี้ยงข้าวเด็กจบใหม่ได้โดยไม่สะเทือนขนหน้าแข้ง" เขาตอบปัดๆ "รีบกินให้หมด ฉันไม่ชอบเห็นของเหลือทิ้ง"
นลินก้มหน้าก้มตากินพาสต้าในจานต่อโดยไม่กล้าพูดอะไรขึ้นมาอีก ความกดดันรอบตัวทำให้เธอแทบไม่รับรู้รสชาติอาหาร สิ่งเดียวที่ชัดเจนคือสายตาของเขตแดนที่ยังคงจับจ้องมาเป็นระยะ สายตาที่เหมือนกับผู้ล่ากำลังประเมินเหยื่อตัวเล็กๆ ในกรงขังของตัวเอง
มื้ออาหารจบลงอย่างรวดเร็ว นลินจัดการเก็บล้างภาชนะทั้งหมดจนสะอาดเอี่ยม เธอเช็ดมือกับผ้าขนหนูผืนเล็ก หมุนตัวเตรียมจะเดินกลับเข้าห้องนอนเล็กเพื่ออาบน้ำพักผ่อน
"เดี๋ยว"
เท้าที่กำลังจะก้าวเดินชะงัก นลินหันกลับมามองคนที่นั่งพิงพนักโซฟาดูเอกสารทางการแพทย์อยู่ในห้องนั่งเล่น
"คะ?"
"ยาทาแก้ฟกช้ำอยู่ในตู้ยาหน้าห้องน้ำ" เขตแดนละสายตาจากกระดาษในมือขึ้นมามองตรงไปที่ลำคอของเธอ "ทาซะ รอยช้ำที่คอเธอ... มันเกะกะสายตาฉัน"
นลินยกมือขึ้นแตะฐานลำคอตัวเองโดยอัตโนมัติ ความร้อนวูบวาบแล่นขึ้นมาริ้วๆ บนพวงแก้ม
"ค่ะ ลินจะทา"
"ทาทุกวัน เช้าเย็น จนกว่าจะหาย" เขตแดนออกคำสั่งซ้ำ "ถ้าพรุ่งนี้ฉันเห็นว่ารอยมันยังเข้มอยู่ ฉันจะจับเธอมาทายาเอง"
"ลินทาเองได้ค่ะ!" เธอรีบตอบรับเสียงหลง ก้มหน้าหลบสายตาดุดันที่มองมา "ฝันดีนะคะพี่เขต"
หญิงสาวรีบหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวเข้าห้องนอนเล็ก ปิดประตูลงกลอนทันที แผ่นหลังบางพิงกับบานประตูไม้ ฝ่ามือเล็กทาบลงบนหน้าอกข้างซ้ายที่เต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา
เขตแดนเป็นผู้ชายที่อันตราย... อันตรายต่อการเต้นของหัวใจเธอมากเกินไป
ด้านนอกห้องนอนเล็ก นัยน์ตาสีเข้มจัดละจากเอกสารในมือทอดมองไปที่บานประตูที่เพิ่งปิดลง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่มีใครเคยได้เห็น เขาพรูลมหายใจยาว โยนเอกสารลงบนโต๊ะกระจก
"ยัยเด็กบ๊องเอ๊ย"
เสียงทุ้มพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเอนหลังพิงโซฟา หลับตาลงเพื่อพักสายตาจากความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน อาณาเขตส่วนตัวของเขาที่ไม่เคยมีใครได้รับอนุญาตให้ล่วงล้ำ บัดนี้กลับมีผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเดินเพ่นพ่านไปมา และที่น่าแปลกคือ... เขาไม่ได้รู้สึกรำคาญใจอย่างที่ควรจะเป็นเลยสักนิด