LOGINไม่ได้ตั้งใจจะโกหกเขา แต่เพราะความจำเป็นจึงทำให้เธอตกกระไดพลอยโจนไปอยู่จุดนั้น และถูกเขาตราหน้ากล่าวหาว่าเป็นคนหลอกลวง ’ประวัติการเรียนจบยังไม่มีด้วยซ้ำ ยังจะหน้าหนามาโกหกคนอื่นได้อีก’
View Moreมารีน หญิงสาวต่างจังหวัดบ้านนอก หลังจากที่สูญเสียผู้ใหญ่ในบ้านคนเดียวไป เธอก็ต้องเดินหน้าเข้าเมืองกรุง เพื่อหาทางรอดและมีชีวิตต่อ ด้วยภาพลักษณ์ปลอมๆ ที่สร้างขึ้นมาแสดงต่อหน้าคนอื่น ด้วยวัตถุประสงค์บางอย่าง ที่ทำให้เธอต้องโกหกใครๆ เกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริง แต่ทว่ากลับถูกเปิดโปงซะก่อน นั่นจึงทำให้สิ่งที่เธอวางแผนเอาไว้มันเริ่มไม่เป็นไปตามทาง
เพราะเขาเพียงคนเดียว ที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสถานะคนโกหก หลอกลวง และเป็นคนเลวในสายตาของใครๆ แบบนี้
ถึงมันจะเรื่องจริง แต่เธอก็ไม่ได้คิดที่จะโกหกทุกคนไปตลอดชีวิต แค่รอเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น เธอถึงจะบอกความจริงกับทุกคน
แค่รอให้เธอทำสิ่งที่ต้องการเสร็จลุล่วงไปแล้วเท่านั้น
ไม่ใช่ให้เขามาเปิดโปงกันและทำให้เธอดูแย่ในสายตาของทุกคนแบบนี้!
.
.
ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน
หญิงสาวเดินเข้ามาในบริษัทด้วยท่าทางยืดอกมั่นใจ ทรงผม สีผม ลุคใหม่ที่ใครเห็นแล้วก็ต้องเหลียวมองตาม เธอไม่เหมือนเดิม แปลกไป ทั้งบุคลิก ทั้งการพูดโต้ตอบกับใคร จนบางคิดบอกว่า ‘เธอไม่ใช่คนเดิม’
เธอทำงานเหมือนเดิม แต่ศักยภาพในการทำงานมีมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ตั้งใจทำงาน และกล้าตัดสินใจ เพราะแบบนี้แหละใครๆ ถึงมองว่าเธอเปลี่ยนไป
จนกระทั่งเวลาผ่านไป ทุกๆ คนเริ่มปรับตัวเข้ากับเธอที่มาลุคใหม่ได้ และมารีนเองก็ปรับตัวเข้ากับทุกคนที่นี่ได้เหมือนกัน
จนกระทั่ง...
เรื่องที่มันไม่ควรเกิดขึ้นก่อนเวลาของมัน ก็เกิดขึ้นมาก่อนจนได้
"เธอหลอกลวงทุกคนในบริษัทมามานานเท่าไหร่แล้ว"
“เธอนี่มันนักต้มตุ๋นชัดๆ เลย”
“สร้างภาพ สร้างภาพลักษณ์ซะสวยงาม”
“คนที่เขาดีกับเธอ ก็ยังหลอกเขาได้ เธอนี่มันชั่วได้ใจจริงๆ”
“พี่สุเขาดีกับเธอแค่ไหน ทุกคนที่นี่เขาดีกับเธอแค่ไหน ทั้งให้ความช่วยเหลือ คอยปกป้อง แต่ดูสิ่งที่เธอทำกับพวกเขาสิ ไม่ให้เรียกว่าเลว จะให้เรียกว่าอะไร”
“ชีวิตเธอมันแย่ถึงขนาดต้องสร้างภาพใหม่เลยหรือไง ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่าพ่อแม่ของเธอจะรู้บ้างมั้ยว่าลูกมีนิสัยแบบนี้!!”
สารพัดคำด่าทอที่ต้องเจอหลังจากที่เขาได้เห็นบางสิ่งบางอย่างนอกเหนือจากที่เธอแสดงให้เขาได้เห็น
ความจริงทุกอย่างถูกเปิดโปง พร้อมหลักฐานที่ตอกย้ำว่าเธอทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นจริงๆ
เธอไม่ได้ตั้งใจอยากให้มันลงเอยแบบนี้เลย จากที่จะเข้ามาสืบเรื่องบางอย่าง กลับกลายเป็นว่าต้องแก้ภาพลักษณ์ให้กับตัวเองด้วย
“บอกเรียนจบปริญญาโท ทั้งๆ ที่ยังเรียนไม่จบปริญญาตรีเลยด้วยซ้ำ”
“ประวัติก็แค่เด็กม.ปลายเรียนดีเท่านั้นเอง แต่กลับกล้าหลอกลวงคนอื่น”
“ต้องการอะไรห๊ะ!? เงิน งาน หรือต้องการอย่างอื่น แต่ฉันว่าคนหลอกลวงแบบเธอจะอยากได้อะไรได้ล่ะ นอกจากอยากจะหลอกลวงคนอื่นเพื่อสนองความบกพร่องในจิตใจของตัวเอง โรคจิต!”
“ถ้าฉันได้เจอพ่อแม่เธอนะ ฉันจะบอกพ่อแม่เธอให้หมดเลย ว่าเธอมาสร้างเรื่องอะไรเอาไว้บ้าง เอ๊ะหรือว่า... เรื่องนี้พ่อแม่เธอก็รับรู้ด้วย?”
“โว๊ยยย!! ทนมานานแล้วนะ ไอ้บ้านี่ ด่าอยู่ได้ ชาติก่อนเกิดเป็นไก่หรอ จิกอยู่นั่นแหละ!”
ผั๊วะ!!
“อ๊ากก !! เธอต่อยฉัน?!”
“เออ ซัดปากแตกขนาดนี้ เอามือลูบมั้ง”
“นี่เธอ!!”
“ทำไม? มองหน้าทำไม จะเป็นลูกแหง่วิ่งกลับไปฟ้องแม่หรอว่าโดนผู้หญิงต่อยปาก เพราะปากหมาใส่ผู้หญิงก่อนน่ะ”
“ฉันไล่เธอออก!!”
****************************
ก็นั่นแหละ จุดเริ่มต้นความวุ่นวายมันก็มาจากตรงนี้แหละ แต่ยังดีคุณหญิงที่เป็นเจ้าของบริษัทจริงๆ เขาไม่ได้ไล่ฉันออก ยังยอมให้ฉันทำงานอยู่ที่เดิม ตำแหน่งเดิม แต่ฉันกลับต้องเจอความวุ่นวายจากลูกชายของเขาอยู่ทุกวัน
บางทีโต๊ะก็เต็มไปด้วยขยะ หรือน้ำหวานหกใส่ บางทีเอกสารที่ทำไว้ก็หายทั้งไฟล์ ต้องทำใหม่ทั้งหมด โดนแกล้งโดนรังแกอยู่แบบนี้เป็นประจำ เพียงเพราะเขา ไม่สามารถไล่ฉันให้พ้นออกไปจากบริษัทของเขาได้
จริงๆ ก็ไม่ได้อยากจะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตหรอก ฉันก็แค่ต้องการความจริงอะไรบางอย่างเท่านั้นเอง
เมื่อฉันได้ทุกอย่างตามที่ฉันต้องการแล้ว ฉันก็จะไปจากที่นี่ ไปให้ไกลจากความวุ่นวายนี้ ฟังดูเหมือนเห็นแก่ตัว แต่ก็ใช่นั่นแหละแล้วแต่คนจะคิด เพราะคนเราบางทีมันก็ต้องเห็นแก่ตัวบ้างเหมือนกัน
แต่ฉันไม่เคยคิดที่จะเข้ามาหลอกใครเพราะเงิน หรือเพราะความสนุก หรือโรคจิตอย่างที่เขาพูด ฉันก็แค่ต้องการความจริงอะไรบางอย่างเท่านั้นเอง และเรื่องนั้นมันก็ทำให้ฉันต้องก้าวขึ้นมาด้วยภาพลักษณ์ปลอมๆ ที่ว่านี้
“จบเรื่องเมื่อไหร่ ฉันก็จะไปไม่ต้องกลัว!”
“ให้มันจริงอย่างที่ว่าก็แล้วกัน ฉันจะคอยดูเธอ!”
“อร่อยจัง“แผลเป็นยังไงบ้าง?”“ก็ไม่เจ็บเท่าไหร่แล้ว ร่างกายฉันมันฟื้นตัวได้ดี แผลมันก็เลยติดกันเร็ว”“ดีแล้ว จะได้หาย”“แต่หมอบอกว่าต่อให้จะออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ยังไว้ใจไม่ได้ เพราะแผลอาจจะฉีกได้ตลอดเวลา หรือไม่ก็อาจจะติดเชื้อได้ ต้องมีคนคอยดูแลตลอด”“......” มารีนใช้สายตาหันมองเจ้าของคำพูด ฟังดูก็รู้ว่าเขากำลังสื่อถึงอะไร คงต้องการให้เธอไปคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ สินะ ถึงได้เอาเรื่องนี้ขึ้นมาอ้าง เพราะเธอก็พอจะได้คุยเกี่ยวกับอาการของเขากับคุณหมอแล้วเหมือนกัน ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วง“นี่... เธอก็ไปคอยดูแลฉันหน่อยสิ”“พยาบาลพิเศษก็มี”“ไหนบอกจะดูแลฉันไง อีกอย่าง... เธอไม่กลัวเหรอให้ฉันกับพยาบาลพิเศษอยู่ด้วยกันสองต่อสอง มันอาจจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้นมาก็ได้นะ”“เฮอะ! มีอยู่แท่งเดียว ถ้าจะจิ้มไม่เลือกหน้า ก็เป็นเอดส์ตายไปเถอะ สมศักดิ์ศรีดี เจ้าชู้นักไม่ใช่เหรอ”“โถ่มารีน อย่าแช่งกันสิ”“.......”“เธอไปคอยดูแลฉันไม่ได้เหรอ ไม่ต้องอยู่มันแล้วที่นั่นน่ะ มันอันตรายแล้วนะ ไม่ปลอดภัยสำหรับเธอแล้ว”คราวนี้เขาพูดจริงจังขึ้นมา และมันก็น่าคิดจริงๆ แต่ถ้าคนพวกนั้นยังไม่เลิกตามราวีเธอ ไม่ว่าเธอจะไปพักที่ไหน มีร
#เช้าวันต่อมา ก๊อกๆๆๆ ~“พยาบาลเข้ามาเปลี่ยนน้ำเกลือให้ค่ะ”“ค่ะ เชิญเลยค่ะ”มารีนพยักหน้าตอบรับพร้อมกับหลีกทางให้กับพยาบาลเข้ามาเอาน้ำเกลือเปลี่ยนให้กับไทม์ จนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย“เดี๋ยวรบกวนไปตามคุณพยาบาลพิเศษมาหน่อยนะคะ พอดีฉันจะออกไปทำธุระข้างนอก กว่าจะกลับก็คงเย็นๆ”“ได้เลยค่ะ”หลังจากที่พยาบาลคนนั้นเดินออกไป มารีนก็เดินไปเก็บข้าวของใส่กระเป๋าสะพายของตัวเอง บางส่วนก็ยังคงทิ้งไว้อยู่ที่นี่ เพราะตอนเย็นเธอจะกลับมาอีกครั้ง“ขอโทษนะคุณ วันนี้วันหยุดแท้ๆ แทนที่ฉันจะได้คอยอยู่ดูแล กลับต้องไปธุระซะอย่างนั้น ฉันไปเดี๋ยวเดียว บ่ายๆ ก็คงกลับ พอดีเฉินกลับมาจากจีนน่ะ ฉันก็เลยต้องไปรับ”มารีนเดินมาคุยกับไทม์ที่นอนอยู่บนเตียง ถึงเขาจะยังหลับอยู่ ไม่ได้ยินคำพูดที่เธอกำลังพูด แต่เธอก็อยากจะบอก เผื่อว่าเขาอาจจะได้ยิน“สายมากแล้ว อีกเดี๋ยวพยาบาลพิเศษก็คงมา ฉันไปก่อนนะ”เธอพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะรีบเดินไปที่หน้าประตู แล้วเปิดประตูห้องจากนั้นก็ปิด แต่เธอไม่ได้ออกไปจากห้อง เพียงแต่ทำเหมือนกับว่าเธอเปิดประตูออกไปแล้ว เพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่างพรึ่บ !! “เฮ้ย!?”ไทม์ที่นอนนิ่งอยู่ก่อนหน้านี้ จู่ๆ ก็ล
#เวลาต่อมา มารีนเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างเงียบๆ พร้อมกับใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย เธอเดินมาดูไทม์ที่เตียง เขายังคงนอนหลับสนิทอยู่ แต่แล้วก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง ก่อนหน้าที่เธอจะไปอาบน้ำเธอก็เดินมาดูเขาก่อนหน้านี้เหมือนกัน และมือของเขาก็วางอยู่บนเตียง แต่ตอนนี้มันกลับเลื่อนมาวางอยู่บนท้องแล้วหรืออาจจะเป็นพยาบาล ที่เข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยแต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เธอก็น่าจะได้ยินเสียงแล้วสิ แต่นี่เธอไม่ได้ยินอะไรเลย ทุกอย่างเงียบกริ๊บ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นแต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก บางทีอาจจะจำผิดก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะเป็นพยาบาลจริงๆครืด ครืด ครืด ~ >> เฉิน video call มารีนก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองที่สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืดภายในห้อง ก่อนที่เธอนั้นจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วรีบเดินออกจากห้องไป เพราะกลัวว่าเสียงการสนทนาจะรบกวนการนอนของไทม์ด้านนอก...“ว่ายังไงเฉิน โทรมาซะดึกเชียวนะ”( ขอโทษ พอดีเพิ่งเสร็จงานน่ะ เพิ่งได้ข่าวด้วย )“อ๋อ... ขอโทษนะที่ไม่ได้โทรบอก มันยุ่งๆ น่ะ ฉันเองก็ทำงานด้วยเหมือนกัน”( ไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม ปลอดภัยดีหรือเปล่า )“ฉันไม่เป็นไร แต่คนที
#วันถัดมา ณ ห้องพักฟื้นพิเศษ บรรดาเพื่อนสนิทของไทม์ต่างพากันผลัดมาเยี่ยมอยู่ไม่ขาดสาย แถมซื้อของฝากมาจนเต็มตู้ไปหมด ภายในห้องดูวุ่นวายจนพยาบาลต้องเดินเข้ามาดุพร้อมกับบอกให้ทุกคนเบาเสียงลงเพื่อไม่ให้รบกวนคนป่วย และที่สำคัญก็เป็นกฎเหล็กของโรงพยาบาลด้วย“ไอ้ไทม์นี่แม่งตายยากฉิบหาย” เพื่อนคนหนึ่งของไทม์เอ่ยพูดขึ้นมา พร้อมกับลากเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ“มันคนตายยากโดนมากกว่านี้ มันก็ไม่ตายง่ายๆ หรอก”“แต่รอบนี้แม่งสำออยว่ะ ไม่ยอมฟื้นสักที”“นั่นดิ เมื่อก่อนเคยโดนยิง หลับไปวันเดียวมันก็ฟื้นแล้ว รอบนี้หลับยาวชะมัด!”เพื่อนๆ ของไทม์ต่างพากันสงสัย เพราะไทม์ไม่ยอมฟื้นขึ้นมาสักที ถึงอาการมันจะหนักแต่นี่ก็ใช่ว่ามันจะเป็นครั้งแรกซะเมื่อไหร่ หนักกว่านี้ก็โดนมาแล้ว แต่ก็ไม่ถึงขั้นหลับยาวแบบนี้มาก่อนเลย“หรือมันจะเป็นเจ้าชายนิทราวะ?”“ปากเสียนะมึง!”“เอ้า?! กูก็แค่สงสัย”“ไม่หรอก ไทม์มันคงเสียเลือดมาก ร่างกายก็เลยอ่อนแอไปด้วย”มารีนนั่งฟังอยู่ไม่ไกล ได้ยินทุกคำพูด แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรไปกับกลุ่มเพื่อนของไทม์ เธอฟังเงียบๆ สภาพร่างกายและใบหน้าเหนื่อยล้าเห็นได้ชัดเลยตลอดสามวันที่ผ่านมาเธอแทบจะไม่ได้พักเต็ม
สักพักต่อมา.... มารีนแต่งตัวแล้วมายืนรอไทม์ที่รถตามคำสั่งของเขา ไม่นานนักก็มีเสียงคนเดินเข้ามา แต่ไม่ใช่ไทม์ “มารีน...” “คุณหญิง... ไปด้วยหรอคะ” “เปล่าหรอก เห็นเธอยืนอยู่ก็เลยเดินเข้ามาทักน่ะ” “ค่ะ” “เธอจะไปไหน?” “คุณไทม์บอกจะเข้าโรงงาน ให้ฉันมายืนรอที่รถค่ะ” “ไปตอนบ่ายนี่ ทำไมรีบมาร
“เอ่อ...” มารีนนั่งเงียบ อ้ำอึ้งไม่ยอมตอบ มันก็เรื่องจริงที่เธอเอาคืนเขาในแบบฉบับของตัวเอง แต่ก็ไม่คิดว่าคุณหญิงรฐาจะรู้เรื่องนี้ด้วย “หึหึ ฉันไม่ได้จะว่าอะไรเธอหรอกนะ ดีซะอีกที่ลูกชายตัวแสบของฉัน มีคนที่สมน้ำสมเนื้อกัน ตราบใดที่ไม่แรงถึงขั้นเลือดตกยางออกน่ะนะ” “ค-ค่ะ คุณหญิง...” มารีนก้มหน้าลง
#ไร่ตะวันภูเมฆ มารีนอ่านป้ายชื่อไร่ที่เขียนไว้ตัวใหญ่ๆ ตรงทางที่รถเลี้ยวเข้าไป ชื่อเดียวกับบริษัทเลย แสดงว่านี่ก็เป็นไร่ของเขาอีกสินะ รวยใช้ได้เลยนะเนี่ย มีทั้งไร่ ทั้งบริษัท ทั้งมหาลัย แล้วยังมีอะไรอีกล่ะที่เธอไม่รู้ ไม่นานนักรถก็มาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่หลังนึง ที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง สวย
...หลายวันต่อมา BB บริษัทตระกูลตะวันภูเมฆ “ห๊ะ? อะไรนะคะ ไปกับเขา!” มารีนร้องออกมาเสียงดัง เมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้าแผนกที่มาบอกว่า ไทม์เจ้านายบ้าอำนาจของเธอ ต้องการให้เธอไปกับเขาที่ไร่ทางภาคเหนือ “คำสั่งตรงมาเลย ต้องเป็นเธอเท่านั้น” “คนอื่นก็มีนะคะ เลขาของเขาก็มี เอาจริงๆ นะคะ นี่มันไม่ใช่