LOGIN"มานี่"หากแต่มัสลินกลับยังยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ไหวติง"เจ้านายต้องการอะไรเพิ่มแจ้งลินได้เลยค่ะ ยืนตรงนี้ลินก็ได้ยินชัดค่ะ""ลิน""หากเจ้านายไม่มีอะไร งั้นลินขอตัวนะคะ ต้องรีบเข้าไปฟังประชุมกับพี่กานต์""ฉันอนุญาตแล้ว?"คำย้อนถามทำเอามัสลินหน้าตึงยิ่งขึ้น หากไม่ให้เธอเรียนรู้งานแล้วจะบีบให้เธอตามเขามาที่บริษัทนี่ทำไมกัน ใช้งานเธอเถอะ ใช้งานหนัก ๆ ให้มันสมกับค่าแรงที่เขาจ่ายแต่เพราะรู้ว่าป่วยการจะท้วงติงหรือเรียกร้อง หลังจดจ้องลองเชิงกันครู่หนึ่งมัสลินก็เป็นฝ่ายเสหลบ"เข้าใจแล้วค่ะ""มัสลิน"หัวใจกระตุกวูบในตอนได้ยินเสียงกดต่ำ เธอรู้ว่าหากขัดคำสั่งแล้วเขาจะมีอาการยังไง แต่ครั้งนี้ขอล่ะ เธอไม่อยากทำอะไรที่มันผิดบาปไปมากกว่านี้อีกแล้วหมายมาดในใจแล้วเธอก็กัดฟัน ยอมเป็นคนเสียมารยาท ก้มศีรษะแทนคำลาแล้วหมุนตัวเดินหนีทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่ทันอนุญาต ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวเธอก็ต้องสะดุ้งโหยงสุดตัวเพล้ง!วอลเลอร์ปรายมองใบหน้าตื่นตระหนกของเด็กสาวเพียงนิดก่อนยอบตัวลงนั่ง ทำทีเป็นยื่นมือไปหมายจะเก็บเศษแก้วที่หล่นกระจัดกระจายอยู่ข้างโต๊ะ ทั้งที่เมื่อครู่ก็เป็นเขาเองนั่นแหละที่ตั้งใจปล่อยมือ"อย่าค่
เสียงช้อนคันเล็กกระทบด้านในแก้วกระเบื้องดังกริ๊งกรั๊ง ไม่นานกลิ่นหอม ๆ ของกาแฟก็ลอยตลบอบอวลไปทั้งมุมพักผ่อนที่ทางบริษัทจัดไว้ให้เป็นสวัสดิการพิเศษสำหรับพนักงาน"คงใช้ได้แล้วล่ะมั้ง"เสียงหวานพึมพำไม่เต็มเสียงนักหลังลองผิดลองถูกตามสูตรที่ปรากฏตามหน้าอินเตอร์เน็ตลงมาถึงแก้วที่สามเพราะผงกาแฟที่มีนั้นเป็นคนละยี่ห้อกับที่ชายหนุ่มดื่มอยู่เป็นประจำ กลิ่นและรสชาติที่ได้รับจึงค่อนข้างแตกต่างไป ครั้นจะวิ่งไปถามหารุ่นพี่ก็ดันเข้าห้องประชุมไปแล้ว"ถ้าไม่อร่อยค่อยกลับมาชงใหม่เอาก็แล้วกัน"เสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะคิกคักของคนมาใหม่ดึงให้เธอหันไปส่งยิ้มบาง ๆ ค่อมศีรษะลงแทนการทักทายซึ่งสองสาวทำเพียงกดหน้ารับแล้วกระซิบกระซาบกันต่อ เห็นดังนั้นมัสลินจึงหันกลับไปตั้งใจบรรจงจัดคุกกี้ลงจานเพื่อเสิร์ฟคู่กันต่อทว่าในจังหวะที่ตั้งท่าจะยกถาดออกไปนั้นขาเรียวก็ชะงักเมื่อมีบางส่วนของบทสนทนาดังแว่วมาให้ได้ยิน"นี่ ๆ เมื่อกี้เธอเห็นมะ คุณมินมาที่บริษัทอีกแล้ว~""ฉันเห็นตอนเขากอดกันด้วยย่ะ!""อ๊ายยย จริงดิ มีรูปมะ ๆ ๆ""บ้าเหรอ ขืนแอบถ่ายบอสได้ไล่ฉันออกพอดี ฉันยังมีหนี้รถหนี้บัตรให้ผ่อนนะยะ"'อีกแล้ว' แปลว่าผู้ห
ความสดใสร่าเริงและแววตาไร้เดียงสายามหันมาเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยยิ่งทำให้กานต์นึกเอ็นดูในตัวเด็กสาวมากขึ้นหลายส่วนเจ้าหล่อนไม่เห็นจะมีนิสัยเย่อหยิ่ง เดินเชิดคอตั้งเหมือนที่ยัยพวกนั้นมันเม้าท์สักนิดส่ายหน้าระอาใจกับเหล่าข้อความไร้แก่นสารที่ยังเด้งขึ้นปรากฏบนหน้าจอไม่หยุดหย่อนแล้วจัดการคว่ำมันลงให้พ้นสายตาถึงงานที่ได้รับมอบหมายจะเป็นงานง่าย ๆ ที่ทำแค่ไม่ถึงสิบนาทีก็เสร็จ หากแต่มัสลินก็เลือกจะทบทวนซ้ำสอง เพื่อทั้งเช็กคำผิดและเรียนรู้งานตรงหน้าไปพร้อม ๆ กันแกร่ก"ขอบคุณมาก ๆ นะคะที่สละเวลามาพบมิน"เสียงกลไกของบานประตูของห้องประชุมและเสียงหวานใสดึงให้มัสลินเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร พลันหัวใจดวงน้อยก็กระตุกไหว เกิดปฏิกิริยาแปลก ๆ กับภาพตรงหน้าทว่าในวินาทีที่ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลปรายมองมา เธอก็รีบก้มหน้า ทำทีเป็นง่วนกับการอ่านเอกสารในมือ ทั้งที่ตอนนี้เธอไม่สามารถจับใจความของบทความที่อ่านได้เลยแม้แต่น้อยมุมปากหนาหยักยกตัวขึ้นเล็กน้อย มือหนาแตะเข้าที่แผ่นหลังบอบบาง รอกระทั่งเรียวแขนที่โอบรัดรอบเอวคลายออกจึงพยักพเยิดไปทางลิฟต์"ชิ พอคุยงานจบก็ไล่กันเลยนะคะ""หรือจะอยู่ต่อ?"วอลเลอร์ย้อนถามพลางเลิ
พรูลมหายใจเหยียดยาวแล้วมัสลินก็หย่อนโทรศัพท์มือถือลงเก็บในกระเป๋าตามเดิม แวะล้างไม้ล้างมือ เช็กเสื้อผ้าหน้าผมอีกรอบก่อนผลักบานประตู เดินออกไปริมฝีปากบางคลี่ยิ้มบาง ๆ ให้พนักงานต้อนรับ แสร้งทำทีเป็นว่าเพิ่งมาถึงแล้วแจ้งจุดประสงค์ว่ามาฝึกงาน โชคดีที่ช่วงนี้ทางบริษัทมีการรับเด็กเข้ามาฝึกหลายแผนกพอดิบพอดี แผนแฝงตัวจึงดูแนบเนียนไร้ที่ติ"ใช้บัตรแตะตรงแท่นเพื่อให้ประตูเปิด จากนั้นก็ใช้มันแตะในลิฟต์ก่อนกดชั้นที่จะขึ้นไปอีกทีนะคะ แล้วก็ระหว่างที่ยังไม่ได้บัตรนักศึกษาฝึกงาน น้องต้องแวะมาแลกบัตรก่อนขึ้นตึกก่อนนะ""ค่ะ ขอบคุณค่ะ"มัสลินคลี่ยิ้มหวานหยด แต่แล้วในจังหวะที่เธอผละออกจากเคาน์เตอร์หลังแลกบัตร Visitor เรียบร้อยแล้ว รอยยิ้มหวาน ๆ ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นจืดเจื่อนเมื่อพบว่ามีใครบางคนยืนเอามือประสาน ดักรออยู่กลางโถงลิฟต์เอาแล้วไง จะถอยก็ไม่ได้เพราะเพิ่งบอกพี่เค้าไปหยก ๆ ว่ามาฝึกงาน แต่จะให้เดินหน้าต่อ เกิดพี่อลันทักขึ้นมาความลับไม่แตกดังโพล๊ะเลยเหรอ?"แกล้งทำเป็นไม่รู้จักไปก่อนแล้วกัน"ตัดสินใจเดินทางสายกลางแล้วมัสลินก็ก้มหน้าจนคางเกือบชิดอก สาวเท้าเดินตรงไปข้างหน้า ใจก็พร่ำภาวนาขอให้อีกฝ่าย
"เหอะ ก็ไอ้ทักษพลนั้นไง"คราวหน้ามัสลินยิ่งฉงนหนักกว่าเก่า หากเป็นทักษพลเดียวกับที่เธอรู้จัก เธอมองว่ามันไม่น่าเป็นไปได้พี่ทักษ์นั้นเป็นคนใจเย็น พูดเพราะ แถมยังมีน้ำใจกับเธอในแทบทุกเรื่อง และอีกอย่างคือทำลงไปแล้วพี่ทักษ์จะได้ประโยชน์อะไรแต่เพราะรู้ดีว่าหากโต้เถียงออกไป ใครบางคนคงหงุดหงิดเธอจึงเลือกที่จะเงียบแล้วก้มหน้าลงปิดผ้าก็อต จบงานให้เรียบร้อยแทน"เห็นไหม เธอไม่เชื่อฉัน""ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อค่ะ"มัสลินแย้งสั้น ๆ ทว่าพอถูกสายตาคมกริบหรี่มองคล้ายบีบเค้นเอาคำตอบ เธอก็ถอดถอนใจ เตรียมรับแรงกระแทกกับคำตอบที่กำลังจะพูด"งั้นลินขอถามกลับบ้างนะคะว่าเจ้านายเห็นหน้าคนทำเลยใช่ไหมคะว่าเป็นพี่ทักษ์?""ตอบมาสั้น ๆ แค่ว่าเธอไม่เชื่อก็จบ"ทำเสียงแข็ง ๆ ใส่เสร็จคนหน้าบึ้งก็ปัดมือเธอออกจากเอวแล้วพลิกกายหนีไปอีกทาง ทำเอามัสลินหน้าเหวอ ทั้งงุนงงทั้งไม่เข้าใจเธอก็แค่ถามย้ำเพราะข้อเอ่ยอ้างที่เขาบอกมันดูย้อนแย้งเอง อะไรของเขาเนี้ย!ส่ายหน้าน้อย ๆ อย่างอ่อนใจ ครั้นจะตอแยก็ไม่อยากรบกวนคนเจ็บ เธอจึงเอื้อมมือไปคว้าเอาโทรศัพท์ที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะหัวเตียงแล้วค่อย ๆ ย่องถอยหลังแต่แล้วจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวเด
"ชุดล่ะ?"ค่ะ ค่ะ ค่ะ เห็นว่าเจ็บอยู่หรอกนะ!"ไหน ๆ วันนี้เจ้านายก็ไม่ได้ไปไหน เพราะงั้นใส่เป็นชุดนอนไปก็แล้วกันนะคะ จะได้ไม่ดึงแผลด้วย"ใบหน้าคมคร้ามพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ทว่าตอนเธอหยิบชุดนอนมาให้ คนที่อ้างหน้าตายว่าตัวเองไม่ชอบนอนแก้ผ้ากลับเลือกคว้าเพียงกางเกงตัวเดียว ซ้ำยังกดมองเป็นเชิงสั่งว่าทางสายตาว่า 'ใส่ให้ด้วย'แหม ๆ พอเริ่มดีขึ้นก็กลับมามีฤทธิ์เดชแบบเก่าเชียวนะ!แต่ก็นั่นแหละ สายตาที่เขามองจ้องมันทำให้เธอไม่อยากขัดใจคนเจ็บ กระนั้นไม่แคล้วขอถอนหายใจแรง ๆ"ได้ยินนะ""ค่ะ"เขาทักท้วงมัสลินก็ยอมรับอย่างง่าย ๆ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะเธอตั้งใจให้เขาได้ยินไง เผื่อเขาจะรู้ตัวสักนิดว่าเธอเริ่มเหนื่อยหน่ายกับความเอาแต่ใจอันไร้ขีดจำกัดนี่แล้วดวงตาสีฟ้าหลุบมองใบหน้าหงิก ๆ แล้วอมยิ้มขบขัน แววตาเปี่ยมด้วยความพึงพอใจขณะทอดมองตามเด็กสาวไปทุกการเคลื่อนไหวน่าแปลก ...ทั้งที่ปกติมาเรียก็คอยดูแลเขาแบบนี้มาตั้งแต่จำความได้ วันนี้การปรนนิบัติกลับทำให้เขารู้สึกดี แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ อย่างประหลาด"เจ้านายยกสะโพกขึ้นหน่อยสิคะ ลินใส่ไม่ได้"เสียงหวานดึงให้วอลเลอร์หลุบลงมองเสี้ยวหน้าขึงขังที่กำ





![พันธะสัญญาเลือดผูกรัก[NC20+][เซตดอกไม้ของมาเฟีย]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

