LOGINเรื่องราวของ วายุ และ เอิงเอย ที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายได้ทาบทามให้หมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งวายุเรียนจบจากเมืองนอก เขาได้บินกลับมาไทยเพื่อรับช่วงต่อธุรกิจและทำตามสัญญาของผู้ใหญ่ งานหมั้นถูกจัดขึ้นอย่างเงียบๆ พร้อมกับที่เอิงเอยต้องย้ายเข้ามาอยู่กับวายุในเพนต์เฮาส์สุดหรู เนื่องจากทั้งคู่ห่างหายกันไปหลายปี ทำให้ไม่ค่อยสนิทสนมกัน เอิงเอยกลายเป็นคนเก็บตัวและพูดน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา เพราะภาพลักษณ์ภายนอกของวายุคือมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและเย็นชา เธอจึงกลัวว่าหากพูดอะไรผิดหูไปจะทำให้เขาไม่พอใจเเละโกรธเธอได้ แต่วายุกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด เมื่อมาเฟียหนุ่มสัมผัสได้ว่าคู่หมั้นสาวหวาดกลัวตนเอง ทำให้เขาจึงต้องพยายามลดกำแพง เข้าหา และคอยเอาใจใส่ดูแลเธอในทุกๆ เรื่อง เพื่อหวังให้เธอคลายความกลัวในตัวเขาให้ได้ เเล้วเมื่อความดีและความอ่อนโยนของวายุทำให้เอิงเอยเริ่มเปิดใจและเลิกกลัวเขา มาเฟียหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะเดินหน้าสานสัมพันธ์และพลอดรักกับเธออย่างเต็มที่ จากเดิมที่แอบรักและคลั่งรักเธออยู่แล้วเป็นทุนเดิม ตอนนี้เขากลับกลายเป็นคน ติดแฟนอย่างหนัก ทั้งอ้อน ทั้งหวง และไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้าใกล้คู่หมั้นของเขาเด็ดขาด
View Moreท้องฟ้าเหนือมหานครลอนดอนประเทศอังกฤษยังคงมืดสนิท อากาศยามค่ำคืนที่ลากยาวมาจนถึงช่วงรุ่งสางช่างหนาวเหน็บ ทว่าภายในห้องทำงานสุดหรูบนคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ร่างสูงของ วายุยังคงนั่งอยู่หน้าจอแล็ปท็อปนิ้วเรียวยาวที่เพิ่งจัดการเซ็นอนุมัติเอกสารสำคัญเสร็จสิ้น ยกขึ้นนวดขมับเบาๆ ชายหนุ่มเสยเรือนผมสีดำสนิทที่ตกลงมาปรกหน้าผากลวกๆ ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาโรเล็กซ์เรือนหรูบนข้อมือตีห้าครึ่งของเวลาที่อังกฤษยังคงถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดของยามค่ำคืน แต่ถ้าคำนวณส่วนต่างของเวลาแล้ว ที่เมืองไทยตอนนี้ก็คงเป็นเวลาเที่ยงครึ่ง ซึ่งตรงกับช่วงพักกลางวันของโรงเรียนมัธยมพอดีมาเฟียหนุ่มละความสนใจจากกองงานตรงหน้า หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากดเลื่อนหารายชื่อเดียวที่เขาตั้งใจปักหมุดไว้บนสุดของแอปพลิเคชันแชท ก่อนจะกดปุ่มวิดีโอคอลออกไปโดยไม่ลังเลรอเพียงไม่นาน ปลายสายก็กดรับพร้อมกับภาพใบหน้าจิ้มลิ้มที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ "(ฮัลโหล... พี่วายุ)"เสียงใสแจ๋วดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ทำให้ดวงตากลมโตหยีลงอย่างน่ารัก ใบหน้าของเอิงเอยดูสดใสและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาตามประสาเด็กสาววัยสิบห้าปี ไร้ซึ่งความเศร้าหมองหรือความหว
รอยยิ้มอบอุ่นที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อหน้าจอโทรศัพท์ดับลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบภายในห้องนอนกว้างขวาง วายุกำลังจะเอนตัวลงนอนเพื่อพักผ่อนอย่างจริงจัง ทว่าความสงบนั้นก็อยู่ได้เพียงไม่นาน ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูดังขึ้นติดๆ กันสามครั้ง ตามด้วยเสียงทุ้มของลูกน้องคนสนิทที่ดังลอดเข้ามา"ขออนุญาตครับนายน้อย... เกิดเรื่องที่คาสิโนโต๊ะวีไอพีโซนสองครับ"นัยน์ตาคมกริบที่เคยทอประกายอ่อนโยนเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและเย็นชาในเสี้ยววินาที วายุผุดลุกขึ้นจากเตียง คว้าเสื้อคลุมสีดำสนิทมาสวมทับชุดนอนอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความอันตรายแผ่ซ่านรอบตัวขณะที่เขาเปิดประตูห้องออกไป "เกิดอะไรขึ้น" เสียงทุ้มต่ำตวัดถามเรียบๆ แต่อัดแน่นไปด้วยความกดดัน "มิสเตอร์สมิธ นักธุรกิจชาวตะวันตกที่เพิ่งเสียเงินไปก้อนใหญ่ โวยวายหาว่าดีลเลอร์ของเราโกงไพ่ครับ ตอนนี้กำลังอาละวาดทำลายข้าวของและทำร้ายพนักงานของเราอยู่ครับบอส"ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของมาเฟียหนุ่ม มีเพียงเสียงรองเท้าสลิปเปอร์ที่กระแทกส้นลงบนพื้นพรมอย่างหนักหน่วงขณะก้าวเดินตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวเพื่อลง
"ตายแล้วไอ้เอยแกด่าคู่หมั้นตัวเองฉอดๆๆ เลยเหรอเนี่ย" เอิงเอยโอดครวญกับตัวเองเสียงหลง มือเล็กสั่นระริกขณะรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาปลดล็อกเบอร์ที่เพิ่งถูกอัปเปหิไปอยู่ในโหมดบัญชีดำเมื่อไม่กี่นาทีก่อนอย่างรวดเร็ว เพื่อความแน่ใจ เด็กสาวจึงลองเมมเบอร์โทรศัพท์นั้นลงในเครื่อง แล้วกดเข้าไปที่แอปพลิเคชันไลน์ ติ๊ง!! รายชื่อเพื่อนใหม่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโดยอัตโนมัติ รูปโปรไฟล์เป็นภาพชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเข้มยืนอยู่ริมระเบียงตึกสูง แม้ภาพจะถ่ายย้อนแสงจนเห็นใบหน้าไม่ชัดเจนนัก แต่โครงหน้าหล่อเหลาและกลิ่นอายความดุดันที่แผ่ออกมาผ่านรูปภาพ.ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าคุณลุงคอลเซ็นเตอร์ คนนั้นคือวายุตัวจริงเสียงจริงเป็นเเน่.. ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจนเด็กสาวนั่งไม่ติดที่ เอิงเอยสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี กดปุ่มโทรออกผ่านแอปพลิเคชันไลน์ทันที รอเพียงแค่ไม่กี่วินาที ปลายสายก็กดรับพร้อมกับความเงียบ... "พะ... พี่วายุคะ..." เอิงเอยกรอกเสียงสั่นๆ ลงไป ก่อนจะรีบหลับตาปี๋พรั่งพรูคำขอโทษออกมาเป็นชุด "หนูขอโทษค่ะ หนูไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นเบอร์พี่วายุ หนูไม่ได้ตั้งใจจะด่าพี่นะคะ คือ...
ความเหนื่อยล้าจากการจัดการปัญหาในคาสิโนเมื่อครู่ดูเหมือนจะเบาบางลงไปมาก เพียงแค่ได้มองรูปถ่ายของเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลาย วายุนอนเอนหลังพิงหัวเตียง นัยน์ตาคมทอดมองตัวเลขสิบหลักบนหน้าจอโทรศัพท์ที่เขาเพิ่งจะแอบขอมาจากมารดาของเธอเมื่อไม่กี่วันก่อนด้วยข้ออ้างสารพัดที่คนฟอร์มจัดอย่างเขาจะนึกออกคำนวณเวลาที่เมืองไทยตอนนี้ น่าจะเป็นช่วงเย็นๆ ที่เด็กนักเรียนเพิ่งเลิกเรียนและกลับถึงบ้าน...ปลายนิ้วหนากดโทรออกอย่างไม่ลังเล เสียงรอสายดังอยู่เพียงไม่กี่อึดใจ ก่อนที่ปลายสายจะกดรับพร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่ดังลอดมาให้ได้ยิน " ฮัลโหลค่ะ.. นั่น ใครคะ? "หัวใจของมาเฟียหนุ่มที่มักจะเต้นด้วยจังหวะราบเรียบสม่ำเสมอมาตลอด กลับกระตุกเต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ เพียงแค่ได้ยินเสียงหวานๆ นั้น วายุสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับน้ำเสียงให้ดูนุ่มนวลที่สุดเท่าที่ผู้ชายหน้าดุอย่างเขาจะทำได้ "ฮัลโหล... กลับถึงบ้านหรือยัง"ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนที่น้ำเสียงใสๆ จะเปลี่ยนเป็นความระแวงและแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีโดยลืมนึกว่า คู่หมั้นตัวเองก็อยู่ต่างประเทศ"เเล้วคุณเป็นใครคะเนี่ย? เบอร์แปลกแถมอยู่ต่างประเทศด้วยอย่าบอ