Mag-log in"พี่วายุใหญ่มาก ฉันกินมาเเล้ว" เดี้ยวนี้เด็กผู้หญิงสมัยนี้เขานินทาสามีตัวเองได้ด้วยเหรอ ??? เรื่องราวของ วายุ และ เอิงเอย ที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายได้ทาบทามให้หมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งวายุเรียนจบจากเมืองนอก เขาได้บินกลับมาไทยเพื่อรับช่วงต่อธุรกิจและทำตามสัญญาของผู้ใหญ่ งานหมั้นถูกจัดขึ้นอย่างเงียบๆ พร้อมกับที่เอิงเอยต้องย้ายเข้ามาอยู่กับวายุในเพนต์เฮาส์สุดหรู เนื่องจากทั้งคู่ห่างหายกันไปหลายปี ทำให้ไม่ค่อยสนิทสนมกัน เอิงเอยกลายเป็นคนเก็บตัวและพูดน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา เพราะภาพลักษณ์ภายนอกของวายุคือมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและเย็นชา เธอจึงกลัวว่าหากพูดอะไรผิดหูไปจะทำให้เขาไม่พอใจเเละโกรธเธอได้ แต่วายุกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด เมื่อมาเฟียหนุ่มสัมผัสได้ว่าคู่หมั้นสาวหวาดกลัวตนเอง ทำให้เขาจึงต้องพยายามลดกำแพง เข้าหา และคอยเอาใจใส่ดูแลเธอในทุกๆ เรื่อง เพื่อหวังให้เธอคลายความกลัวในตัวเขาให้ได้ เเล้วเมื่อความดีและความอ่อนโยนของวายุทำให้เอิงเอยเริ่มเปิดใจและเลิกกลัวเขา มาเฟียหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะเดินหน้าสานสัมพันธ์และพลอดรักกับเธออย่างเต็มที่ จากเดิมที่แอบรักและคลั่งรักเธออยู่แล้วเป็นทุนเดิม ตอนนี้เขากลับกลายเป็นคน ติดแฟนอย่างหนัก ทั้งอ้อน ทั้งหวง และไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้าใกล้คู่หมั้นของเขาเด็ดขาด
view moreบ้านหลังใหญ่ของครอบครัวคุณสหรัฐเเละ คุณเพียงฟ้า
เสียงหัวเราะครื้นเครงอย่างเป็นกันเองดังกลบความเงียบภายในห้องนั่งเล่นกว้างขวางของคฤหาสน์หลังโต สองครอบครัวนักธุรกิจใหญ่ที่ไปมาหาสู่กันจนสนิทสนมประหนึ่งครอบครัวเดียวกำลังนั่งพูดคุยสังสรรค์กันในวันหยุดพักผ่อน บนโซฟาตัวยาว เอิงเอย เด็กสาวในวัยสิบห้าปีที่เพิ่งสอบเข้าเรียนชั้นมัธยมปลายมาหมาดๆ นั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่ข้างมารดา เธอยิ้มบางๆ รับฟังบทสนทนาของผู้ใหญ่ แม้จะรู้สึกเกร็งอยู่บ้างเมื่อต้องทนรับรู้ถึงสายตาคมกริบของใครบางคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม วายุ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง นัยน์ตาดุดันและมีใบหน้าหล่อเหลาติดจะเย็นชา เขานั่งพิงพนักโซฟาด้วยท่าทีนิ่งสงบ วายุเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง และในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เขากำลังจะบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเป็นเวลาถึงห้าปีเต็ม "ตาวายุไปอยู่นู่นตั้งห้าปี กลับมาคราวนี้คงโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว พร้อมรับช่วงต่อธุรกิจจากคุณพ่อเขาพอดีเลยนะ" เพียงฟ้า แม่ของเอิงเอยเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มเอ็นดู "ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นแหละคุณหญิง" คชา พ่อของวายุหัวเราะร่วน ก่อนจะหันมามองเด็กสาวหน้าตาสดใสที่นั่งอยู่ข้างๆ "แล้วนี่หนูเอิงเอยก็เพิ่งขึ้นม.สี่ใช่ไหมลูก อีกห้าปีตาวายุกลับมา ก็คงโตเป็นสาวสะพรั่งพอดี" "จริงด้วยสิ" ลดาแม่ของวายุเสริมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ "คุณพี่คะ จำสัญญาสมัยก่อนที่เราเคยคุยกันเล่นๆ ได้ไหม ว่าถ้าลูกเราโตขึ้นจะให้พวกเขาแต่งงานกัน" ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศในห้องนั่งเล่นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ผู้ใหญ่ทั้งสี่คนจะหันมามองหน้ากันแล้วยิ้มกว้าง "จำได้สิ ทำไมจะจำไม่ได้ละ " พ่อของเอิงเอยพยักหน้าเห็นด้วย "ถ้าเป็นตาวายุ ฉันก็วางใจที่จะฝากฝังยัยเอยให้ดูแล เอาอย่างนี้สิ รอให้วายุเรียนจบกลับมา แล้วหนูเอยบรรลุนิติภาวะพอดี ถึงตอนนั้นเราค่อยจัดงานหมั้นให้เด็กสองคนนี้อย่างเป็นทางการ ดีไหม?" "ดีเลยค่ะ ฉันเห็นด้วยที่สุด!" ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างตกลงปลงใจกันอย่างง่ายดายตามประสาเพื่อนสนิทที่อยากเกี่ยวดองกัน โดยไม่ทันได้ถามความสมัครใจของเด็กทั้งสองคน เอิงเอยเบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักด้วยความตกใจปนทำตัวไม่ถูก เด็กสาววัยสิบห้าที่ยังไม่ประสีประสาเรื่องความรัก ได้แต่ก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากคัดค้านผู้ใหญ่ ในขณะที่วายุว่าที่มาเฟียหนุ่มที่เตรียมรับตำเเหน่งต่อจากคนเป็นลุงวัยรุ่นที่ปกติมักจะรำคาญการถูกจับคลุมถุงชน เขากลับไม่ได้เอ่ยปฏิเสธหรือแสดงท่าทีไม่พอใจออกมาแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแค่ปรายตาคมกริบมองเด็กสาวที่นั่งก้มหน้าซ่อนพวงแก้มแดงระเรื่อ ก่อนจะตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มั่นคง "ครับ ตามที่คุณลุงกับคุณป้าเห็นสมควร" คำตอบสั้นๆ ของเขาเรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับเอิงเอยแล้ว น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นกลับดังก้องอยู่ในใจโดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ของชายหนุ่ม เขาได้ประทับจองตัวเธอไว้ในใจเเล้ว ตั้งแต่วินาทีที่เอ่ยคำรับปากออกไป4ปีต่อมา...เสียงหัวเราะใสแจ๋วของเด็กชายวัยสองขวบเศษดังสะท้อนไปทั่วสวนดอกไม้กว้างขวางหลังคฤหาสน์ตระกูลวายุ ร่างเล็กๆ ในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารักกำลังวิ่งไล่ตามผีเสื้ออย่างสนุกสนาน โดยมีสายตาแสนอบอุ่นของคนเป็นแม่อย่างเอิงเอยคอยมองตามด้วยรอยยิ้ม"น้องเอเดนครับ อย่าวิ่งไวสิลูก เดี๋ยวก็หกล้มหรอก"เอิงเอยในวัยที่ดูมีเสน่ห์และงดงามยิ่งขึ้นกว่าเดิม ยิ้มมองลูกชาตัวน้อยที่เป็นแก้วตาดวงใจของเธอและสามี ใบหน้าของหนูน้อยเอเดนถอดแบบมาจาก วายุราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและโครงหน้าสมบูรณ์แบบ มีเพียงรอยยิ้มหวานๆ เท่านั้นที่ได้มาจากคนเป็นแม่ ฟุบ...อ้อมกอดอันคุ้นเคยและแสนอบอุ่นสวมกอดเอิงเอยมาจากทางด้านหลัง พร้อมกับวงแขนแกร่งที่ประสานกันไว้ที่หน้าท้องของเธอ วายุซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่นุ่ม ถูไถเบาๆ อย่างออดอ้อน"เล่นกับลูกจนลืมสามีอีกแล้วนะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างหู"พี่วายุ... ลูกมองอยู่นะคะ ไม่อายลูกบ้างหรือไง" เอิงเอยหัวเราะเบาๆ หันไปแตะริมฝีปากลงบนแก้มสากของมาเฟียหนุ่มที่บัดนี้กลายเป็น คุณพ่อลูกหนึ่งที่เห่อทั้งลูกและคลั่งรักเมียหนักกว่าเดิมหลายเท่า"อายทำไมครับ? ก็พี่รักแม่ขอ
เวลาผ่านไปเพียงสัปดาห์กว่าๆ แต่สำหรับมาเฟียหนุ่มอย่างวายุ มันยาวนานราวกับเป็นปี และแล้ววันที่เขารอคอยมากที่สุดในชีวิตก็มาถึง... วันมงคลสมรสระหว่างวายุและเอิงเอยแสงแดดอ่อนๆพิธีเช้าถูกจัดขึ้นี่บ้านของเอิงเอย บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นของสองตระกูลใหญ่ เเขกเหรื่อมากมากพอสมควร ในห้องแต่งตัวฝั่งเจ้าสาว..."ตื่นเต้นเหรอยัยเอิง. . มือเย็นเชียว" พราวฟ้าพื่อนสาวคนสนิททักขึ้น ขณะช่วยปรับแต่งจับจีบผ้านุ่งชุดไทยศิวาลัยสีทองโบราณปักดิ้นทองคำแท้ให้กับเอิงเอย"ตื่นเต้นสิพราวมันเร็วมากเลยนะ อาทิตย์ก่อนยังอยู่ลอนดอนอยู่เลย วันนี้กลายเป็นเจ้าสาวแล้ว" เอิงเอยส่องกระจกมองตัวเองในชุดไทยตระการตา ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มอย่างงดงามจนละสายตาไม่ได้"โอ๊ยแก... พี่วายุเขาหลงแกจะตาย ไม่เร็วหรอกเนี่ย ป่านนี้ขบวนขันหมากโห่ฮิ้วไปสามบ้านแปดบ้านแล้วมั้ง"ของขวั เพื่อนสาวสายลุยอีกคนหัวเราะร่า พร้อมกับถือสายกั้นประตูเงินประตูทองเดินเข้ามาในห้อง "พร้อมนะเพื่อนรัก วันนี้ฉันกับพราวจะรีดซองประตูเงินประตูทองจากแก๊งมาเฟียให้กรามค้างไปเลย "เสียงโห่ขันหมากดังขึ้นที่ด้านล่าง นำโดย ไฟ และมาร์ตินสองเพื่อนสนิทของวายุที่วัน
คำกระเซ้าเย้าแย้งเมื่อคืนไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยสักนิด...เช้าวันถัดมา เสียงหวานของเอิงเอยแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด จนคนที่รับหน้าที่ดูแลประคบประงม ยกน้ำอุ่นมาให้ดื่มถึงเตียงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากกองไฟส่วนตัว อย่างวายุ ที่เมื่อคืนแผดเผาความอบอุ่นใส่เธอเสียจนคนตัวเล็กหมดแรงสลบคาอกเขาไปหลังจากจัดการภารกิจที่ลอนดอนเสร็จสิ้น ทั้งคู่ก็เตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทยทันทีในวันรุ่งขึ้นเพราะเอิงเอยมีธุระเรื่องการเรียนของเธอต่อ ส่วนมาเฟียหนุ่มมีภารกิจที่สำคัญกว่าชีวิตรออยู่ที่กรุงเทพฯ บนเครื่องบินส่วนตัว (London ✈ Bangkok)บรรยากาศภายในห้องโดยสารสุดหรูของเครื่องบินส่วนตัวเงียบสงบ ละอองหิมะของลอนดอนถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นภายในเครื่อง เอิงเอยที่อยู่ในชุดเสื้อสเวตเตอร์ตัวโคร่งนุ่มฟูนั่งขดตัวอยู่บนโซฟาเบดหนานุ่ม มือน้อยๆ ถือแท็บเล็ตเปิดดูทบทวนเนื้อหากิจกรรมที่เธอต้องกลับไปทำที่ไทยสัมผัสอบอุ่นสวมกอดมาจากทางด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นหอมประจำตัวของวายุที่ซุกหน้าลงกับลาดไหล่เนียน"พักสายตาบ้างครับคนดี นั่งจ้องจอนานๆ เดี๋ยวก็ปวดตาหรอก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดใบหูเล็ก ก่อนจะถือวิสาสะแย่งแท็บเล็ตในมือเ
สองสามวันมานี้เอิงเอยเเละวายุยังคงอยู่ที่ลอนดอน เพราะเขายังคงไม่เสร็จธุระเลย คืนนี้เป็นวันที่ 31ธันวาเเล้ว พี่วายุของเธอยังพาเธอไปออกงานเลี้ยงที่สถานทูตอยู่เลย จนงานเลี้ยงจบลง ระหว่างทางกลับมาคฤหาสน์ มีผู้คนมากมายออกมายืนรอเฉลิมฉลองปีใหม่กันที่ลานกว้างหน้าหอนาฬิกาบิ้กเบน เอิงเอยเองก็อยากเเวะที่นี่บ้าง เธออยากสัมผัสบรรยากาศปีใหม่ที่นี่อีกซักครั้ง เเต่ไม่กล้าขอให้เขาเเวะ จึงได้เเต่นั่งทำหน้าเงียบๆ ไว้ มองไปตลอดทาง จนถึงคฤหาสน์ ส่วนวายุเขารู้ว่าเธออยากเเวะที้นั่น เเต่ เขาอยากพาเธอกลับไปเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อยก่อน เพราะเธออยู่ในชุดราตรียาว รองเท้าสูงปรี้ด ถ้าให้ไปยืนรอเวลาเที่ยงคืนคงจะหนาวเเละปวดข้อเท้ามากเเน่ๆ เขาตั้งใจจะพาเธออกมากันเเค่สองคน ทันทีที่รถจอดลง เรื่องยนต์ดับสนิท เอิงเอยพยายามทำตัวปกติ เดินขึ้นไปข้างบนกับเขา จนถึงห้องนอนของวายุ เธอเดินตรงเข้าไปเปลี่ยนชุดทันที เวลาที่นี่เพิ่งจะสี่ทุ่ม เเต่ถึงเธอไม่ง่วงก็อยากนอนมากกว่าอยากลงไปฉลองกับญาติๆ เเละของเขาด้านล่าง สำลีเเฝ่นบางถูหยิบขึ้นมาพร้อมกับคลีนซิ่ง เธอจะล้างหน้าที่ช่างเเต่งออกก่อนไปอาบน้ำ เเต่.. "รีบล้างทำไมครับ " เสี
ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทย... แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลงมาทักทายหลังจากทานอาหารเล้ากับคุณเเม่เธอเสร็จ เนื่องด้วยคุณพ่อเอิงเอยต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดร่างเล็กของเอิงเอยยืนชะเง้อคอรอเพื่อนสนิทอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้าน วันนี้เด็กสาวไม่ได้สวมชุดนักเรียนเหมือนวันปกติ แต่มาในชุดพละของโรงเรียนมัธยมปลายท
บรรยากาศช่วงสายภายในมหาวิทยาลัยชื่อดังของลอนดอนคลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาจากหลากหลายชาติ ทว่าท่ามกลางฝูงชนมากมาย ร่างสูงโปร่งของวายุ กลับโดดเด่นสะดุดตาที่สุด ชายหนุ่มก้าวเดินไปตามโถงทางเดินด้วยท่วงท่าสง่างามและเยือกเย็น เรือนผมสีดำสนิทที่ถูกเซ็ตมาอย่างดีรับกับโครงหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ วันนี้เขาอยู่ในช
ท้องฟ้าเหนือมหานครลอนดอนประเทศอังกฤษยังคงมืดสนิท อากาศยามค่ำคืนที่ลากยาวมาจนถึงช่วงรุ่งสางช่างหนาวเหน็บ ทว่าภายในห้องทำงานสุดหรูบนคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ร่างสูงของ วายุยังคงนั่งอยู่หน้าจอแล็ปท็อปนิ้วเรียวยาวที่เพิ่งจัดการเซ็นอนุมัติเอกสารสำคัญเสร็จสิ้น ยกขึ้นนวดขมับเบาๆ ชายหนุ่มเสยเรือนผมสี
รอยยิ้มอบอุ่นที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อหน้าจอโทรศัพท์ดับลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบภายในห้องนอนกว้างขวาง วายุกำลังจะเอนตัวลงนอนเพื่อพักผ่อนอย่างจริงจัง ทว่าความสงบนั้นก็อยู่ได้เพียงไม่นาน ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูดังขึ้นติดๆ กันสามครั้ง ตามด้วยเสียงทุ้ม
Rebyu