Se connecter"พี่วายุใหญ่มาก ฉันกินมาเเล้ว" เดี้ยวนี้เด็กผู้หญิงสมัยนี้เขานินทาสามีตัวเองได้ด้วยเหรอ ??? เรื่องราวของ วายุ และ เอิงเอย ที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายได้ทาบทามให้หมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งวายุเรียนจบจากเมืองนอก เขาได้บินกลับมาไทยเพื่อรับช่วงต่อธุรกิจและทำตามสัญญาของผู้ใหญ่ งานหมั้นถูกจัดขึ้นอย่างเงียบๆ พร้อมกับที่เอิงเอยต้องย้ายเข้ามาอยู่กับวายุในเพนต์เฮาส์สุดหรู เนื่องจากทั้งคู่ห่างหายกันไปหลายปี ทำให้ไม่ค่อยสนิทสนมกัน เอิงเอยกลายเป็นคนเก็บตัวและพูดน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา เพราะภาพลักษณ์ภายนอกของวายุคือมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและเย็นชา เธอจึงกลัวว่าหากพูดอะไรผิดหูไปจะทำให้เขาไม่พอใจเเละโกรธเธอได้ แต่วายุกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด เมื่อมาเฟียหนุ่มสัมผัสได้ว่าคู่หมั้นสาวหวาดกลัวตนเอง ทำให้เขาจึงต้องพยายามลดกำแพง เข้าหา และคอยเอาใจใส่ดูแลเธอในทุกๆ เรื่อง เพื่อหวังให้เธอคลายความกลัวในตัวเขาให้ได้ เเล้วเมื่อความดีและความอ่อนโยนของวายุทำให้เอิงเอยเริ่มเปิดใจและเลิกกลัวเขา มาเฟียหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะเดินหน้าสานสัมพันธ์และพลอดรักกับเธออย่างเต็มที่ จากเดิมที่แอบรักและคลั่งรักเธออยู่แล้วเป็นทุนเดิม ตอนนี้เขากลับกลายเป็นคน ติดแฟนอย่างหนัก ทั้งอ้อน ทั้งหวง และไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้าใกล้คู่หมั้นของเขาเด็ดขาด
Voir plus4ปีต่อมา...เสียงหัวเราะใสแจ๋วของเด็กชายวัยสองขวบเศษดังสะท้อนไปทั่วสวนดอกไม้กว้างขวางหลังคฤหาสน์ตระกูลวายุ ร่างเล็กๆ ในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารักกำลังวิ่งไล่ตามผีเสื้ออย่างสนุกสนาน โดยมีสายตาแสนอบอุ่นของคนเป็นแม่อย่างเอิงเอยคอยมองตามด้วยรอยยิ้ม"น้องเอเดนครับ อย่าวิ่งไวสิลูก เดี๋ยวก็หกล้มหรอก"เอิงเอยในวัยที่ดูมีเสน่ห์และงดงามยิ่งขึ้นกว่าเดิม ยิ้มมองลูกชาตัวน้อยที่เป็นแก้วตาดวงใจของเธอและสามี ใบหน้าของหนูน้อยเอเดนถอดแบบมาจาก วายุราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและโครงหน้าสมบูรณ์แบบ มีเพียงรอยยิ้มหวานๆ เท่านั้นที่ได้มาจากคนเป็นแม่ ฟุบ...อ้อมกอดอันคุ้นเคยและแสนอบอุ่นสวมกอดเอิงเอยมาจากทางด้านหลัง พร้อมกับวงแขนแกร่งที่ประสานกันไว้ที่หน้าท้องของเธอ วายุซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่นุ่ม ถูไถเบาๆ อย่างออดอ้อน"เล่นกับลูกจนลืมสามีอีกแล้วนะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างหู"พี่วายุ... ลูกมองอยู่นะคะ ไม่อายลูกบ้างหรือไง" เอิงเอยหัวเราะเบาๆ หันไปแตะริมฝีปากลงบนแก้มสากของมาเฟียหนุ่มที่บัดนี้กลายเป็น คุณพ่อลูกหนึ่งที่เห่อทั้งลูกและคลั่งรักเมียหนักกว่าเดิมหลายเท่า"อายทำไมครับ? ก็พี่รักแม่ขอ
เวลาผ่านไปเพียงสัปดาห์กว่าๆ แต่สำหรับมาเฟียหนุ่มอย่างวายุ มันยาวนานราวกับเป็นปี และแล้ววันที่เขารอคอยมากที่สุดในชีวิตก็มาถึง... วันมงคลสมรสระหว่างวายุและเอิงเอยแสงแดดอ่อนๆพิธีเช้าถูกจัดขึ้นี่บ้านของเอิงเอย บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นของสองตระกูลใหญ่ เเขกเหรื่อมากมากพอสมควร ในห้องแต่งตัวฝั่งเจ้าสาว..."ตื่นเต้นเหรอยัยเอิง. . มือเย็นเชียว" พราวฟ้าพื่อนสาวคนสนิททักขึ้น ขณะช่วยปรับแต่งจับจีบผ้านุ่งชุดไทยศิวาลัยสีทองโบราณปักดิ้นทองคำแท้ให้กับเอิงเอย"ตื่นเต้นสิพราวมันเร็วมากเลยนะ อาทิตย์ก่อนยังอยู่ลอนดอนอยู่เลย วันนี้กลายเป็นเจ้าสาวแล้ว" เอิงเอยส่องกระจกมองตัวเองในชุดไทยตระการตา ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มอย่างงดงามจนละสายตาไม่ได้"โอ๊ยแก... พี่วายุเขาหลงแกจะตาย ไม่เร็วหรอกเนี่ย ป่านนี้ขบวนขันหมากโห่ฮิ้วไปสามบ้านแปดบ้านแล้วมั้ง"ของขวั เพื่อนสาวสายลุยอีกคนหัวเราะร่า พร้อมกับถือสายกั้นประตูเงินประตูทองเดินเข้ามาในห้อง "พร้อมนะเพื่อนรัก วันนี้ฉันกับพราวจะรีดซองประตูเงินประตูทองจากแก๊งมาเฟียให้กรามค้างไปเลย "เสียงโห่ขันหมากดังขึ้นที่ด้านล่าง นำโดย ไฟ และมาร์ตินสองเพื่อนสนิทของวายุที่วัน
คำกระเซ้าเย้าแย้งเมื่อคืนไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยสักนิด...เช้าวันถัดมา เสียงหวานของเอิงเอยแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด จนคนที่รับหน้าที่ดูแลประคบประงม ยกน้ำอุ่นมาให้ดื่มถึงเตียงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากกองไฟส่วนตัว อย่างวายุ ที่เมื่อคืนแผดเผาความอบอุ่นใส่เธอเสียจนคนตัวเล็กหมดแรงสลบคาอกเขาไปหลังจากจัดการภารกิจที่ลอนดอนเสร็จสิ้น ทั้งคู่ก็เตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทยทันทีในวันรุ่งขึ้นเพราะเอิงเอยมีธุระเรื่องการเรียนของเธอต่อ ส่วนมาเฟียหนุ่มมีภารกิจที่สำคัญกว่าชีวิตรออยู่ที่กรุงเทพฯ บนเครื่องบินส่วนตัว (London ✈ Bangkok)บรรยากาศภายในห้องโดยสารสุดหรูของเครื่องบินส่วนตัวเงียบสงบ ละอองหิมะของลอนดอนถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นภายในเครื่อง เอิงเอยที่อยู่ในชุดเสื้อสเวตเตอร์ตัวโคร่งนุ่มฟูนั่งขดตัวอยู่บนโซฟาเบดหนานุ่ม มือน้อยๆ ถือแท็บเล็ตเปิดดูทบทวนเนื้อหากิจกรรมที่เธอต้องกลับไปทำที่ไทยสัมผัสอบอุ่นสวมกอดมาจากทางด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นหอมประจำตัวของวายุที่ซุกหน้าลงกับลาดไหล่เนียน"พักสายตาบ้างครับคนดี นั่งจ้องจอนานๆ เดี๋ยวก็ปวดตาหรอก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดใบหูเล็ก ก่อนจะถือวิสาสะแย่งแท็บเล็ตในมือเ
สองสามวันมานี้เอิงเอยเเละวายุยังคงอยู่ที่ลอนดอน เพราะเขายังคงไม่เสร็จธุระเลย คืนนี้เป็นวันที่ 31ธันวาเเล้ว พี่วายุของเธอยังพาเธอไปออกงานเลี้ยงที่สถานทูตอยู่เลย จนงานเลี้ยงจบลง ระหว่างทางกลับมาคฤหาสน์ มีผู้คนมากมายออกมายืนรอเฉลิมฉลองปีใหม่กันที่ลานกว้างหน้าหอนาฬิกาบิ้กเบน เอิงเอยเองก็อยากเเวะที่นี่บ้าง เธออยากสัมผัสบรรยากาศปีใหม่ที่นี่อีกซักครั้ง เเต่ไม่กล้าขอให้เขาเเวะ จึงได้เเต่นั่งทำหน้าเงียบๆ ไว้ มองไปตลอดทาง จนถึงคฤหาสน์ ส่วนวายุเขารู้ว่าเธออยากเเวะที้นั่น เเต่ เขาอยากพาเธอกลับไปเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อยก่อน เพราะเธออยู่ในชุดราตรียาว รองเท้าสูงปรี้ด ถ้าให้ไปยืนรอเวลาเที่ยงคืนคงจะหนาวเเละปวดข้อเท้ามากเเน่ๆ เขาตั้งใจจะพาเธออกมากันเเค่สองคน ทันทีที่รถจอดลง เรื่องยนต์ดับสนิท เอิงเอยพยายามทำตัวปกติ เดินขึ้นไปข้างบนกับเขา จนถึงห้องนอนของวายุ เธอเดินตรงเข้าไปเปลี่ยนชุดทันที เวลาที่นี่เพิ่งจะสี่ทุ่ม เเต่ถึงเธอไม่ง่วงก็อยากนอนมากกว่าอยากลงไปฉลองกับญาติๆ เเละของเขาด้านล่าง สำลีเเฝ่นบางถูหยิบขึ้นมาพร้อมกับคลีนซิ่ง เธอจะล้างหน้าที่ช่างเเต่งออกก่อนไปอาบน้ำ เเต่.. "รีบล้างทำไมครับ " เสี
ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทย... แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลงมาทักทายหลังจากทานอาหารเล้ากับคุณเเม่เธอเสร็จ เนื่องด้วยคุณพ่อเอิงเอยต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดร่างเล็กของเอิงเอยยืนชะเง้อคอรอเพื่อนสนิทอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้าน วันนี้เด็กสาวไม่ได้สวมชุดนักเรียนเหมือนวันปกติ แต่มาในชุดพละของโรงเรียนมัธยมปลายท
บรรยากาศช่วงสายภายในมหาวิทยาลัยชื่อดังของลอนดอนคลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาจากหลากหลายชาติ ทว่าท่ามกลางฝูงชนมากมาย ร่างสูงโปร่งของวายุ กลับโดดเด่นสะดุดตาที่สุด ชายหนุ่มก้าวเดินไปตามโถงทางเดินด้วยท่วงท่าสง่างามและเยือกเย็น เรือนผมสีดำสนิทที่ถูกเซ็ตมาอย่างดีรับกับโครงหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ วันนี้เขาอยู่ในช
ท้องฟ้าเหนือมหานครลอนดอนประเทศอังกฤษยังคงมืดสนิท อากาศยามค่ำคืนที่ลากยาวมาจนถึงช่วงรุ่งสางช่างหนาวเหน็บ ทว่าภายในห้องทำงานสุดหรูบนคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ร่างสูงของ วายุยังคงนั่งอยู่หน้าจอแล็ปท็อปนิ้วเรียวยาวที่เพิ่งจัดการเซ็นอนุมัติเอกสารสำคัญเสร็จสิ้น ยกขึ้นนวดขมับเบาๆ ชายหนุ่มเสยเรือนผมสี
รอยยิ้มอบอุ่นที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อหน้าจอโทรศัพท์ดับลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบภายในห้องนอนกว้างขวาง วายุกำลังจะเอนตัวลงนอนเพื่อพักผ่อนอย่างจริงจัง ทว่าความสงบนั้นก็อยู่ได้เพียงไม่นาน ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูดังขึ้นติดๆ กันสามครั้ง ตามด้วยเสียงทุ้ม
commentaires