Share

บทที่ 6

Author: เด็ดบุปผาอันดับหนึ่ง
จดหมายเพียงฉบับเดียว ถือเป็นการบอกลาชีวิตแต่งงานที่ยาวนานถึงห้าปีของผม

ไม่มีความอาลัยอาวรณ์ และจะไม่มีการหันหลังกลับ

นับจากนี้ไป ไม่ว่าจะเจ็บไข้ได้ป่วย ยากดีมีจนอย่างไร ผมก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับประธานฟู่แห่งฟู่ซื่อกรุ๊ปอีกต่อไป

ทว่า ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากประตูห้อง ผมก็พลันได้กลิ่นบางอย่างที่ผิดปกติ

“กลิ่นเหมือนอะไรไหม้?”

ในฐานะนักดับเพลิง ประสาทสัมผัสของผมตื่นตัวขึ้นมาทันที

ผมรีบเดินตามกลิ่นนั้นไปเพื่อตรวจสอบ แล้วก็พบว่ามีควันไฟพวยพุ่งออกมาจากซอกประตูห้องห้องหนึ่งจริง ๆ

“แย่แล้ว! ไฟไหม้!”

สีหน้าของผมเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ผมรีบคว้าถังดับเพลิงที่อยู่ใกล้ ๆ แล้วเริ่มพังประตูเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง

ปัง!

ปัง ปัง!

ถีบหนึ่งครั้ง... สองครั้ง...

ผมระดมถีบติดต่อกันถึงห้าครั้ง ถึงจะพังประตูห้องเข้าไปได้

ชั่วพริบตานั้น กลิ่นไหม้ฉุนที่แสบจมูกก็พุ่งเข้ามาปะทะอย่างรุนแรง

ภายในห้องมีแสงไฟวูบวาบ เพลิงยังไม่นับว่ารุนแรงมากนัก แต่หากปล่อยไว้แบบนี้ มันจะต้องลุกลามจนคุมไม่อยู่แน่นอน!

ผมไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ดึงสลักถังดับเพลิงออกอย่างชำนาญ แล้วพุ่งเข้าไปดับไฟทันที

จุดที่ไฟไหม้คือเตียงขนาดใหญ่ภายในห้อง

เมื่อพุ่งเข้าไป ผมถึงได้เห็นว่าบนเตียงนั้นมีหญิงสาวผู้เลอโฉมคนหนึ่งนั่งตาปรือด้วยความเมามาย ผิวพรรณที่ขาวเนียน และส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจนของเธอมีเพียงชุดคลุมอาบน้ำตัวเดียวปกปิดไว้

เวลานี้ในมือของเธอถือแก้วเหล้า พลางกระดกเหล้าเข้าปากไปพลางราดเหล้าลงบนเตียงฝั่งที่ไฟกำลังลุกโชน

เมื่อแอลกอฮอล์เจอไฟ ยิ่งเป็นการเติมเชื้อเพลิงให้โหมหนักขึ้น!

“รีบลุกขึ้นมา! ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง?”

ผมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง รีบกระชากตัวเธอลงจากเตียงมาไว้ข้างหลังผม

“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ!”

“ออกไปนะ! นายเป็นใคร นี่มันห้องของฉัน ใครอนุญาตให้นายเข้ามา?”

อาจเป็นเพราะสถานการณ์คับขันผมจึงเผลอออกแรงมากไปหน่อย หญิงสาวคนนั้นจึงทุบตีหลังผมด้วยความเจ็บปวดและโมโห

ทว่าสถานการณ์ไฟไหม้อยู่ตรงหน้า ผมไม่มีเวลาสนใจเธอ รีบเปิดถังดับเพลิงฉีดพ่นไปที่ต้นตอของเปลวไฟนั้นทันที

การกระทำรวดเร็วและเด็ดขาด เพียงสามวินาทีไฟก็มอดดับลง

เมื่อมั่นใจว่าทุกอย่างเรียบร้อย ผมถึงได้ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

โชคดีที่ผมมาทันเวลา ไฟจึงไม่ลุกลามไปมากกว่านี้ มิฉะนั้นลำพังแค่ผมคนเดียวคงจัดการไม่ได้แน่

ตอนนี้เองที่ผมมีเวลาหันไปมองผู้หญิงคนข้างหลัง

ทว่าพอมองไปก็ต้องตกใจ หญิงสาวคนนั้นแอบไปจุดไฟเผาภาพวาดบนผนังด้านหลังผมเสียแล้ว!

ไฟเริ่มลุกขึ้นมาอีกครั้ง

“คุณบ้าไปแล้วเหรอ?”

ผมช็อกมาก รีบใช้มือข้างหนึ่งล็อกตัวเธอไว้ ส่วนอีกข้างยกถังดับเพลิงขึ้นมาฉีดพ่นดับไฟที่ภาพวาดนั้นอีกรอบ

แต่ในตอนนั้นเอง หญิงสาวก็ดิ้นหลุดจากการควบคุมของผม แล้ววิ่งไปที่เตียงเพื่อพยายามจุดไฟเผาหมอนต่อ

มีครั้งแรก ครั้งที่สอง แต่จะไม่มีครั้งที่สาม!

คราวนี้ผมหมดความอดทนจริง ๆ ผมพุ่งเข้าไปกดตัวเธอลงบนเตียง แล้วแย่งไฟแช็กในมือเธอโยนทิ้งไปไกล ๆ

“ผมขอเตือนคุณอย่าขยับส่งเดช นี่คือความผิดฐานวางเพลิงนะ!”

“อย่ามาขู่ฉัน! นึกว่าฉันกลัวหรือไง?”

เสียงตวาดอย่างเย็นชาของผมไม่ได้ทำให้เธอสงบลงเลย แต่มันกลับไปกระตุ้นอารมณ์โกธรของเธอให้รุนแรงขึ้นและเริ่มดิ้นรนหนักกว่าเดิม

“ปล่อยฉันนะ! ฉันเจ็บ!”

“ฉันขอเตือนนายนะ ฉันคือคุณหนูใหญ่ของตระกูลเย่ เย่หนิง ถ้านายกล้ารังแกฉัน นายจบไม่สวยแน่!”

ขณะที่พูด เย่หนิงไม่รู้ไปเอาแรงมาจากไหน เธอสะบัดหลุดจากการควบคุมของผมได้จริง ๆ และยังจะคลานไปหยิบไฟแช็กอีกรอบอย่างไม่ยอมเลิกรา

“เอาอีกแล้วเหรอ?”

มีหรือที่ผมจะยอมยืนดูเธอวางเพลิงเฉย ๆ?

ด้วยความจนใจ ผมจึงกระชากตัวเธอกลับมาแล้วกดลงบนเตียงอีกครั้ง

คราวนี้ผมใช้ร่างกายทั้งหมดทับตัวเธอไว้ เพื่อให้เธอขยับเขยื้อนไม่ได้อีก

“คุณเมามากแล้ว ผมจะไม่ถือสาคุณ”

“แต่ผมจะบอกให้คุณรู้ไว้ ไม่ว่าคุณจะเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลไหน คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาวางเพลิงในโรงแรม นี่คือการก่ออาชญากรรม!”

“ถุย!”

ต่อให้ถูกผมกดทับไว้ใต้ร่าง เย่หนิงก็ยังไม่ยอมสยบ เธอดิ้นรนสุดชีวิตและจ้องหน้าผมอย่างอาฆาต

“ไอ้โรคจิต นายมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนฉัน?”

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นฉันจะแจ้งความจับนายข้อหาบุกรุกและข่มขืนกระทำชำเรา!”

เมื่อเจอเย่หนิงโยนความผิดให้แบบหน้าด้าน ๆ ผมถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความสมเพชและถามกลับไปว่า “คุณเจตนาวางเพลิง ทำไมผมจะขัดขวางไม่ได้?”

“ถุย! นายมันก็แค่อยากจะลวนลามฉัน ไม่งั้นจะมานอนทับตัวฉันไว้ทำไม?”

“ก็เพราะกลัวคุณจะเล่นกับไฟต่อไง”

“ฉันจะเล่นกับไฟจนตัวตายมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนาย ปล่อย!”

สิ้นเสียงนั้น ผมถึงได้สังเกตเห็นว่าในดวงตาของเย่หนิงมีม่านน้ำตาคลอเบ้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจ

พอมองต่ำลงไป ชุดคลุมอาบน้ำของเธอหลุดลุ่ยออกจากการดิ้นรน เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดตา

ผมเพิ่งตระหนักได้ว่า ระยะห่างระหว่างผมกับเธอมันใกล้ชิดกันเกินไปจริง ๆ และท่าทางแบบนี้มันชวนให้คิดไปไกลได้ง่ายมาก

มันดูใกล้ชิดยิ่งกว่าตอนที่ผมอยู่กับฟู่หย่าหนิงเสียอีก ทั้งที่เราสองคนเพิ่งจะเจอกันเป็นครั้งแรกแท้ ๆ

“ขอโทษ ผมไม่ได้มีเจตนาจะลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาดับไฟ”

เมื่อเห็นสีหน้าของเย่หนิงที่ทำท่าจะร้องไห้ ผมจึงรีบปล่อยมือแล้วลุกขึ้นยืนเพื่อรักษาระยะห่าง

วินาทีต่อมา เธอก็รีบมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มทันที เหลือเพียงศีรษะที่โผล่ออกมาจ้องมองผมอย่างระแวดระวัง

“ใครจะไปเชื่อ! นึกว่าตัวเองเป็นนักดับเพลิงหรือไง ถึงได้กล้าบุกรุกห้องคนอื่นเข้ามาดับไฟสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้?”

“ผมเป็นนักดับเพลิงจริง ๆ นี่คือบัตรประจำตัวของผม”

เย่หนิงยังคงระแวง ผมจึงทำได้เพียงยิ้มเฝื่อน ๆ แล้วหยิบบัตรประจำตัวที่พกติดตัวออกมายื่นให้เธอพอดู

เย่หนิงรับไปดูสลับกับเงยหน้ามองผม จากนั้นความสงสัยในแววตาจึงค่อย ๆ จางลงเล็กน้อย แต่เธอก็ยังอารมณ์เสียอยู่ดี

“นักดับเพลิงแล้วยังไง? พวกผู้ชายมันก็ไม่มีดีสักคนนั่นแหละ!”

“นี่คุณอกหักมาเหรอ? แต่ก็ไม่เห็นต้องเผาตัวเองตายทั้งที่ยังอายุแค่นี้เลยนี่”

เมื่อเห็นท่าทางโกรธแค้นของเธอ ผมจึงลองเดาเหตุผลที่เธอเมามายและพยายามเผาตัวเองดู

“ยุ่งอะไรด้วยล่ะ! ชีวิตฉันเป็นของฉันเอง ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน!”

เย่หนิงแค่นเสียงเย็นชา แล้วสะบัดหน้าหนีอย่างแง่งอน

ได้ยินแบบนั้น ผมก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วด้วยความโมโห

ในฐานะนักดับเพลิง ผมเห็นผู้คนมากมายที่ปรารถนาจะมีชีวิตรอดอย่างแรงกล้าท่ามกลางกองเพลิง แต่สุดท้ายกลับถูกไฟกลืนกินไปอย่างโหดร้าย

ดังนั้น ผมจึงทนไม่ได้เมื่อเห็นใครบางคนที่ร่างกายแข็งแรงดีกลับมาดูถูกคุณค่าของชีวิตแบบนี้

“พูดได้ดี ชีวิตคุณเป็นของคุณ จะอยู่หรือตายก็ไม่เกี่ยวกับผม”

“แต่ผมขอเตือนคุณไว้ ต่อให้คุณอยากตาย คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาจุดไฟเผาตัวเองในที่สาธารณะแบบนี้ เพราะนั่นคือการกระทำที่ไม่รับผิดชอบต่อคนอื่น และมันเป็นการตายที่น่าเกลียดที่สุด”

“นายด่าฉันเหรอ?”

เมื่อเจอคำตำหนิที่รุนแรงจากผม เย่หนิงถึงกับอึ้งไป เธอชี้ที่ตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ด่าแล้วยังไง? ขนาดชีวิตตัวเองยังไม่เอาแล้ว ยังจะไม่ยอมให้คนอื่นด่าอีกหรือไง?”

“ผิวพรรณสวยงามขนาดนี้ สุดท้ายต้องกลายเป็นถ่านดำเป็นตอตะโก ดูไม่เป็นผู้เป็นคน แถมคุณรู้ไหมว่าการถูกเผาทั้งเป็นมันเจ็บปวดขนาดไหน?”

“มันเหมือนมีมีดหมื่นเล่มทิ่มแทงเข้าออกตามร่างกายตลอดเวลา ความจริงคนที่โดนไฟคลอกน่ะ เขาเจ็บปวดจนขาดใจตายไปก่อนทั้งนั้น แล้วศพก็ออกมาอัปลักษณ์จำหน้าไม่ได้ โหดร้ายสุด ๆ!”

ผมพูดด้วยสีหน้าขรึม จงใจบรรยายผลลัพธ์ของการเผาตัวตายให้ดูสยดสยองที่สุด

แม้ผู้หญิงตรงหน้าจะไม่เห็นค่าของชีวิต แต่ผมก็ทนดูเธอเผาตัวเองตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้จริง ๆ

“นะ...นาย อย่ามาขู่ฉันนะ ฉันไม่กลัวหรอก!”

เมื่อได้ฟังที่ผมบรรยาย เย่หนิงก็จินตนาการภาพตามจนหน้าซีดเผือดและขนลุกซู่ด้วยความกลัว

“ผมจะขู่คุณไปทำไม? ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูได้ แต่อย่ามาทำให้คนอื่นเดือดร้อนในที่สาธารณะแบบนี้ ไปหาที่ว่าง ๆ ที่เป็นพื้นปูนแล้วค่อยเผาตัวเองซะ ตอนนั้นผมจะไม่ยุ่งกับคุณเลย”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 30

    ตามมาด้วยเสียงคำรามด้วยความโกรธของฟู่หย่าหนิง “จางชิง ให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทร่างข้อตกลงการหย่าร้างมาให้ฉันสองฉบับ เดี๋ยวฉันจะออกข้างนอกสักหน่อย!”ข้อตกลงการหย่าร้าง!จางชิงได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปทันทีไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่า คราวนี้ฟู่หย่าหนิงคงจะตัดสินใจหย่าขาดจากกู้เฉินอย่างเด็ดขาดแล้วจริง ๆแต่เมื่อคืนคุณกู้ก็ยอมมาหาแล้วไม่ใช่เหรอ?หรือว่าทั้งคู่ยังไม่ได้คืนดีกัน?ในเศษเสี้ยววินาที จางชิงไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านเรื่องส่วนตัวของเจ้านายต่อ เพียงแต่พยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อมแล้วเดินออกจากห้องไปสิบนาทีต่อมา ข้อตกลงการหย่าร้างสองฉบับระหว่างกู้เฉินและฟู่หย่าหนิงก็ถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานประธานฟู่หย่าหนิงคว้าเอกสารเหล่านั้นขึ้นมาด้วยสีหน้าบึงตึง แล้วพุ่งตัวออกจากบริษัททันที มุ่งหน้าตรงไปยังสถานีดับเพลิงที่กู้เฉินสังกัดอยู่“กู้เฉิน... คิดจะมาลองดีกับฉันงั้นเหรอ? เหอะ รนหาที่ตายชัด ๆ...”“ฉันจะทำให้คุณได้เห็นเอง ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ต้องหน้าแตกจนไม่มีที่ยืนน่ะ คือใครกันแน่!”อีกด้านในเวลาเดียวกัน ผมที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการฝึกซ้อมสมรรถภาพร่างกายของหน่วยพลันถูกหัวหน้าหน่วยเรีย

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 29

    “คนถือศีลปฏิบัติธรรม สิ่งที่ต้องงดเว้นที่สุดคือกามารมณ์”“เรื่องระหว่างสามีภรรยา อนุญาตให้มีได้แค่คืนวันที่สิบหกของเดือนเท่านั้น”เวลาล่วงเลยมาห้าปี ในที่สุดผมก็คืนประโยคนี้กลับไปให้เธอแบบคำต่อคำ จากนั้นก็กดตัดสาย และปิดเครื่องทันทีชั่วจังหวะนั้น รถแท็กซี่ที่โบกไว้ก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้าพอดี ผมก้าวขึ้นรถแล้วจากไปทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เลือนหายไปกับความมืดมิดของค่ำคืนที่ไม่มีวันหวนคืน“กู้เฉิน!”ในเวลาเดียวกัน ฟู่หย่าหนิงที่ยืนอยู่หน้าบานกระจกใสได้แต่ทอดสายตามองตามจนตาแทบทะลุ ทว่าสุดท้ายกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากปลายนิ้วอย่างไม่รู้ตัว พร้อม ๆ กับหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนพื้นท่ามกลางแสงสีอันศิวิไลซ์ของเมืองใหญ่ที่สะท้อนเข้ามา ฟู่หย่าหนิงมองเห็นเงาของตัวเองบนกระจกได้อย่างชัดเจน บนใบหน้าของเธออาบไปด้วยคราบน้ำตาจนดูไม่ได้หัวใจของเธอเจ็บปวดเหลือเกินราวกับมีมีดแหลมคมกรีดแทงเข้ามาซ้ำ ๆคืนนั้น ฟู่หย่าหนิงนอนพลิกตัวไปมาก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ต่อให้สมองจะหนักอึ้งและอ่อนล้าจนเริ่มส่งอาการปวดแปลบ เธอก็ไม่ยอมปิดตาลงเพราะทุกครั้งที่หลับตาลง ในใจของเธอจะเ

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 28

    บางทีความอดทนและการยอมอ่อนข้อของฟู่หย่าหนิงอาจถึงขีดจำกัดแล้ว ทุกประโยคที่หลุดออกมาจากปากเธอจึงคล้ายกับจงใจจะยั่วโมโหผม เพื่อให้เราเปิดฉากทะเลาะกันเสียงดังลั่น จากนั้นค่อยหาช่องทางสำหรับการคืนดีผมบอกได้คำเดียวว่า เธอกำลังฝันหวานอยู่ไอ้สิ่งที่เรียกว่า "ช่องทางสำหรับการคืนดี" นั้น แท้จริงแล้วก็คือการประนีประนอมของผมเพื่อชีวิตคู่และความรักเท่านั้นเองแต่ในวันนี้ คนที่ยอมกล้ำกลืนฝืนทนมาตลอดเขาไม่คิดจะทนอีกต่อไปแล้วบนโลกใบนี้ มันไม่ได้ประนีประนอมกันบ่อย ๆ ขนาดนั้นหรอกนะ?“แล้วแต่คุณจะคิด จะมองว่าผมกำลังหึงหวงบ้าบออะไรนั่นก็ได้ ผมไม่แคร์”“รีบพักผ่อนซะเถอะ”สิ้นเสียงคำพูด ผมไม่คิดจะอยู่รอดูอาการของฟู่หย่าหนิงอีกต่อไป หมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องทำงานประธานทันทีผมหลงนึกว่าค่ำคืนอันแสนวุ่นวายนี้จะจบลงแล้วทว่าคาดไม่ถึงว่า ฟู่หย่าหนิงจะยังดื้อดึงวิ่งไล่ตามผมออกมา เธอคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของผมอย่างแรงพลางตวาดกร้าวเสียงสั่น “กู้เฉิน! ความอดทนของฉันมันมีขีดจำกัดนะ!”“ที่ฉันยอมอ่อนข้อให้คุณก้าวล้ำเส้นครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เพราะฉันยังเห็นความสำคัญของชีวิตแต่งงานของเราหรอกนะ แต่นั่นไม่ใช่เห

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 27

    แต่ในตอนนี้ การรักษาระยะห่างกับว่าที่อดีตภรรยาคนนี้ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...ฟู่หย่าหนิงยังคงขยับกายเบียดเข้ามาใกล้ แต่ผมกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนแต่ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็คงทนดูเธอเสียหลักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ จึงยื่นมือออกไปประคองที่ต้นแขนของเธอไว้ตามมารยาท ไม่ต่างอะไรกับท่าทางที่จางชิงเคยทำ“ระวังครับ”สิ้นเสียงเตือนแผ่วเบาของผม ฟู่หย่าหนิงก็ชะงักไปทันทีแววตาคู่สวยจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่อยากจะเชื่อ ราวกับเธอไม่อยากจะเชื่อว่า สามีที่เคยยอมสยบแทบเท้าและคอยเอาอกเอาใจเธอฝ่ายเดียวมาตลอดห้าปีคนนี้ จะปฏิบัติต่อเธอด้วยความห่างเหินได้ถึงเพียงนี้“ขอบคุณค่ะ”ฟู่หย่าหนิงดูเหมือนคนหมดแรงขึ้นมาในพริบตา เธอไม่พยายามขยับเข้ามาใกล้ผมอีก แต่ก้าวเดินนำไปข้างหน้าเงียบ ๆเราเดินเข้ามาในห้องทำงานอันกว้างขวาง เธอเดินไปหยิบกุญแจที่ลิ้นชักโต๊ะอย่างชำนาญ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูลับที่ซ่อนอยู่ข้างชั้นวางหนังสือวินาทีนั้น ผมหยุดฝีเท้าลงทันที ไม่คิดที่จะก้าวตามเธอเข้าไปเพราะผมไม่อยากเห็นว่าห้องนอนที่เธอจงใจปกปิดผมมาตลอดห้าปีจะมีสภาพอย่างไร และไม่อยากเห็นร่องรอยของผู้ชายคนอื่นหลงเหลืออยู่ข

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 26

    “ไม่ ฉันไม่กลับบ้าน”“คืนนี้ฉันจะนอนที่บริษัท”ผมคาดไม่ถึงว่าฟู่หย่าหนิงจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่ยังเมาแอ๋ แถมยังก้าวเข้ามาหาผมอีกครั้ง พร้อมกับยื่นนิ้วเรียวมาเชยคางของผมขึ้น“กู้เฉิน ฉันรู้ว่าคุณแคร์เรื่องอะไร”“คืนนี้คุณมาหาฉันแล้ว ฉันยอมทำตามใจคุณ ที่บ้านมีตงตงกับหลินอวี๋เฮ้าอยู่ ถ้าฉันไม่กลับไปที่นั่น คุณจะมีความสุขขึ้นไหม?”เมื่อต้องเผชิญกับคำถามหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานของฟู่หย่าหนิง ผมพลันก้าวถอยหลังหนีครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างถึงที่สุดคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา การยอมผ่อนปรนและความอดทนของเธอที่มีต่อผม มันจะเกิดขึ้นในตอนที่ผมตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหย่ากับเธอแล้ว...แต่ต่อให้เธอจะยอมผ่อนปรนให้ในตอนนี้ มันกลับทำให้ผมรู้สึกสมเพชและเวทนามากกว่าเดิมที่แท้เธอรู้มาโดยตลอดว่าผมแคร์เรื่องอะไร แต่ในยามที่หัวใจของผมยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวังในตัวเธอ เธอกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และใช้อำนาจเผด็จการควบคุมชีวิตคู่ของเราตามใจชอบตอนนี้มันสายไปแล้ว ฟู่หย่าหนิงผมไม่ได้แคร์เรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้วถ้าคุณจะเห็นคุณค่าตอนที่เสียมันไป ง

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 25

    เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ ผมยอมรับว่าแอบแปลกใจอยู่บ้าง แต่พอเหลือบไปเห็นชื่อเฉพาะของหลินอวี๋เฮ้า ความประหลาดใจเพียงเศษเสี้ยวในใจก็มลายหายไปในพริบตาจู่ ๆ ผมก็รู้สึกว่ามันช่างน่าสมเพชสิ้นดีฟู่หย่าหนิง... ในยามที่ใจของผมมีแต่คุณ ทุ่มเทให้คุณจนหมดหน้าตัก คุณกลับทำเหมือนผมเป็นธาตุอากาศ ซ้ำยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและหัวใจที่รักคุณดวงนี้ครั้งแล้วครั้งเล่ามาตอนนี้ บ้านหลังนั้นมีผู้ชายคนอื่นที่แคร์คุณย้ายเข้าไปอยู่สมใจอยากแล้ว แต่คุณกลับเอาลูกไม้เดิมตามตื้อตามตอแยผมเนี่ยนะ?เป็นบ้าอะไรของคุุณ?“เรื่องของพวกคุณ ไม่เกี่ยวกับผม”ผมตีหน้าตาย เดินเลี่ยงร่างของเธอเพื่อจะจากไปด้านหลัง... ฟู่หย่าหนิงตะโกนไล่หลังมาอย่างไม่ยอมลดละ “กู้เฉิน ตงตงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของฉันนะ วันนั้นที่โรงเรียนของแก ฉันรู้ว่าคุณเห็นหมดทุกอย่างแล้ว”“แต่ที่ฉันทำลงไปทั้งหมด ก็แค่ไม่อยากให้ตงตงรู้สึกมีปมด้อยที่ตัวเองไม่เหมือนเพื่อนคนอื่น ไม่อยากให้แกคิดว่าตัวเองไม่มีพ่อมีแม่ที่รักแก!”“ฉันไม่ได้จูบจริงกับหลินอวี๋เฮ้านะ!”“ทำไมคุณถึงไม่ให้เวลาเด็กคนนี้สักหน่อย เพื่อให้แกค่อย ๆ ยอมรับในตัวคุณล่ะฮะ?”ในเวลานี้ เสียงของฟู่หย่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status