รักไร้ทางบรรลุ

รักไร้ทางบรรลุ

Von:  เด็ดบุปผาอันดับหนึ่งGerade aktualisiert
Sprache: Thai
goodnovel4goodnovel
Nicht genügend Bewertungen
30Kapitel
22Aufrufe
Lesen
Zur Bibliothek hinzufügen

Teilen:  

Melden
Übersicht
Katalog
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN

Zusammenfassung

หย่าร้าง

ตบหน้า

บุคคลที่หนึ่ง

การหักหลัง

ประธานหญิง

ภรรยาผู้เป็นดั่งเทพธิดาของผมเธอฝักใฝ่ในธรรมะ สิ่งต้องห้ามที่สุดของเธอคือ กามราคะ เรื่องบนเตียงระหว่างเราถูกอนุญาตให้มีได้แค่เพียงวันที่ 16 ของทุกเดือนเท่านั้น และทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดของเธอ หากผมล้ำเส้นแม้เพียงนิด เธอจะหยุดกลางคันและเดินจากไปอย่างไม่ใยดี ตลอดห้าปีที่แต่งงานกัน แม้ผมจะอึดอัดใจ แต่ก็ยอมประนีประนอมเสมอมาเพราะผมรักเธอ และเชื่อมาตลอดว่าถึงแม้เทพธิดาอย่างเธอจะดูไร้หัวใจ แต่อย่างน้อยเธอก็ยังรักผม จนกระทั่งวันที่ผมต้องติดตามทีมเข้าไปปฏิบัติหน้าที่กู้ภัยในโรงแรมที่เกิดเพลิงไหม้ ผมถึงได้รู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดอย่างมหันต์ ตอนที่ผมพบเธอ ภรรยาของผมกำลังอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดของชายอื่น โดยมีเด็กน้อยคนหนึ่งคั่นกลางอยู่ระหว่างพวกเขา...

Mehr anzeigen

Kapitel 1

บทที่ 1

ผมไม่เคยเห็นฟู่หย่าหนิงแสดงสีหน้าที่อ่อนโยนขนาดนั้นมาก่อนเลย

แม้ตัวเธอจะสั่นเทาด้วยความกลัว แต่เธอกลับเบียดกายเข้าหาชายคนนั้นแน่นขึ้น พร้อมกับกระซิบปลอบโยนเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา

วินาทีนั้น ผมยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่และทำอะไรไม่ถูก

ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ร้อนระอุจนน่ากลัว ผมกลับรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว ราวกับมีมีดแหลมคมทิ่มแทงลงมากลางใจซ้ำ ๆ

“กู้เฉิน! อย่าเหม่อสิวะ! เดี๋ยวฉันช่วยสามคนพ่อแม่ลูกนี่เอง นายรีบไปดูห้องถัดไปเร็ว!”

เสียงตะโกนของหัวหน้าทีมปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวเข้าไปช่วยพวกเขาอย่างไม่ลังเล

ฟู่หย่าหนิงเงยหน้ามองมาที่ผมด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ

กู้เฉิน สามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอ...

ต่อให้มีหน้ากากกันไฟกั้นอยู่ ผมก็รู้ว่าเธอจำผมได้

เมื่อสายตาเราประสานกัน ความเจ็บปวดพลันแล่นพล่านจนหัวใจผมแทบฉีกขาด

พวกเขาดูเหมือนครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก แล้วผมล่ะ ผมเป็นตัวอะไร?

เนื่องจากสถานการณ์วิกฤต ผมจึงไม่มีเวลาคิดฟุ้งซ่าน รีบไปช่วยผู้ประสบภัยในห้องถัดไปทันที

เพลิงไหม้ครั้งนี้ใช้เวลากว่าสามชั่วโมงกว่าจะสงบลง แต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต

แต่เมื่อผมเดินออกมาจากซากกองเพลิงด้วยความรู้สึกสับสนซับซ้อน ฟู่หย่าหนิง ชายคนนั้น และเด็กคนนั้นกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย

เธอไม่แม้แต่จะรออธิบายอะไรกับผมเลยสักคำ

ผมได้แต่ยิ้มเยาะให้ความเขลาของตัวเอง

จู่ ๆ ผมก็รู้สึกว่าการประคับประคองชีวิตคู่ตลอดห้าปีที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องตลกที่น่าสมเพชสิ้นดี

เมื่อกลับถึงบ้าน ฟู่หย่าหนิงที่ปกติมักจะทำโอทีจนดึกดื่นกลับนั่งรออยู่ที่บ้าน

ผมหลงคิดว่าเธอจะอธิบาย

ถ้าเธอบอกได้ว่าทำไมถึงไปอยู่ที่โรงแรมนั้น ทำไมถึงดูเป็นเหมือนครอบครัวกับคนอื่น บางทีผมอาจจะยอมยกโทษให้

บางทีความเจ็บปวดที่บาดลึกนี้อาจเทียบไม่ได้เลยกับความผูกพันห้าปี

แต่เธอกลับเปิดโน้ตบุ๊กเพื่อเริ่มประชุมวิดีโอคอล

ผ่านไปชั่วโมงกว่า เธอไม่ปรายตามามองผมเลยแม้แต่นิดเดียว ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จนกระทั่งประชุมเสร็จ เธอถึงหันมองผมด้วยสายตาเย็นชา แล้วโยนเอกสารฉบับหนึ่งลงตรงหน้า

“ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม?”

ตัวอักษรสีแดงนั้นทิ่มแทงประสาทของผมจนเจ็บแปลบ ๆ

“อืม เด็กคนที่คุณเห็นที่โรงแรมวันนี้แหละ ต่อไปนี้เราจะรับเขามาเลี้ยง”

“ทำไม? คุณกับเด็กคนนั้นเกี่ยวข้องกันยังไง แล้วคุณกับผู้ชายคนนั้นเป็นอะไรกัน?”

“เขาชื่อ หลินอวี๋เฮ้า เป็นพ่อของตงตง เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกัน เรื่องที่เหลือไม่ใช่กงการอะไรของคุณ ไม่ต้องถาม”

นี่น่ะหรือคือคำอธิบาย?

ผมผิดหวังจนจุกอก ได้แต่ยิ้มเยาะออกมาอย่างเจ็บปวด

นี่มันไม่ใช่การอธิบาย แต่มันคือการออกคำสั่งฝ่ายเดียวชัด ๆ

น้ำเสียงของเธอไม่ได้เปิดโอกาสให้ผมปฏิเสธเลย

“เพื่อนร่วมงานประเภทไหนถึงต้องไปโรงแรมด้วยกัน? แล้วตอนที่ผมเจอคุณ ทำไมคุณถึงอยู่ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยแบบนั้น!”

“ฟู่หย่าหนิง ตอบผมมา... เด็กคนนั้นมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับคุณใช่ไหม!”

ผมตะโกนถามด้วยความสติแตก แต่ฟู่หย่าหนิงกลับเพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“คุณคิดมากไปแล้ว คนถือศีลอย่างฉันถือข้อห้ามเรื่องการทรยศหักหลัง ฉันไม่มีวันทรยศชีวิตแต่งงานของเราเด็ดขาด”

ไม่มีวันทรยศงั้นเหรอ?

ผมยิ่งหัวเราะอย่างขมขื่น “คุณยังบอกเลยว่าเกลียดกามราคะ เดือนนึงยอมมีอะไรกับผมแค่ครั้งเดียว แต่ทำไมคุณถึงซบในอ้อมกอดผู้ชายคนนั้นได้ง่ายดายนักล่ะ?”

ตลอดหนึ่งพันแปดร้อยกว่าวัน ผมไม่เคยระแวงฟู่หย่าหนิงเลยแม้แต่น้อย กลับสนับสนุนความเชื่อและความศรัทธาของเธออย่างเต็มที่

แต่ตอนนี้ ผมเริ่มรู้สึกว่าการถือศีลปฏิบัติธรรมเป็นแค่ข้ออ้างของเธอเท่านั้น

ฟู่หย่าหนิงขมวดคิ้วแน่นขึ้น น้ำเสียงเย็นเฉียบลงทันที

“คนที่บริสุทธิ์ใจ ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ คุณจะคิดยังไงก็ช่าง”

“ในเมื่อคุณคิดว่าฉันมั่วผู้ชาย ถ้าอย่างนั้นวันที่ 16 ของทุกเดือน คุณก็ไม่ต้องมาที่ห้องฉันอีก ยังไงตอนนี้เราก็มีลูกแล้ว”

“ถ้าไม่ใช่เพราะต้องมีทายาทไว้สืบสกุล ฉันก็ไม่อยากทำเรื่องน่าเบื่อพรรค์นั้นกับคุณหรอก”

คำพูดของฟู่หย่าหนิงเหมือนคมมีดที่กรีดลงกลางหัวใจของผมซ้ำ ๆ ผมปวดร้าวรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก

ที่แท้... การใช้เวลาด้วยกันเดือนละครั้งที่ผมเฝ้ารอนักหนา สำหรับเธอแล้วมันคือความทรมานงั้นเหรอ?

เทพธิดาไร้ใจ ผู้หลุดพ้นจากกิเลสทั้งหก เธอไม่เคยคิดจะเปิดใจหรือทำลายกฎเกณฑ์เดิมของตัวเองเพื่อสามีธรรมดา ๆ อย่างผมเลย

ข้อยกเว้นกรณีพิเศษของเธอ ไม่เคยเป็นผม

“ตามนี้แหละ แยกย้ายไปนอนเถอะ”

ขณะที่ฟู่หย่าหนิงเก็บโน้ตบุ๊กเตรียมจะเดินจากไป ผมฝืนความเจ็บปวดเรียกเธอไว้

“เรื่องรับเลี้ยงตงตงเป็นลูกบุญธรรม ผมยอมรับได้ แต่อย่าให้ผมเห็นคุณติดต่อกับคนไม่เกี่ยวข้องอีก อย่างน้อยก็ช่วยให้เกียรติผมในฐานะสามีบ้าง!”

ฝีเท้าของฟู่หย่าหนิงชะงักลง

“เด็กจะแยกจากพ่อแท้ ๆ ของเขาไม่ได้ในเร็ว ๆ นี้หรอก เป็นเพราะใจคุณมันสกปรกเอง ถึงได้มองว่าคนอื่นไม่ให้เกียรติ”

แล้วเธอก็เดินจากไป

คืนนั้นผมเจ็บปวดจนนอนไม่หลับเลยแม้แต่นาทีเดียว พลิกตัวไปมาด้วยความทรมานจนเริ่มหูแว่ว ได้ยินเหมือนเสียงหัวเราะต่อกระซิกของเธอกับหลินอวี๋เฮ้าดังออกมาจากห้องนอน

เช้าวันถัดมา ตงตงก็ถูกส่งตัวมาที่บ้าน

กระเป๋าสัมภาระของเด็กชายวางเต็มห้องนั่งเล่น ฟู่หย่าหนิงดูมีความสุขมากขณะช่วยเขาเก็บข้าวของ

ผมมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก

ที่แท้เทพธิดาก็ยิ้มเป็นเหมือนกัน...

ไม่เหมือนวันที่เราแต่งงานและย้ายเข้าบ้านใหม่ เธอทำหน้านิ่งและบอกว่าคนปฏิบัติธรรมไม่ควรแสดงความดีใจจนออกนอกหน้า แล้วก็ทำหน้าตายด้านใส่ผม

วันนี้ผมถึงได้เข้าใจ... เป็นเพราะตัวผมเองที่ไม่คู่ควรกับรอยยิ้มนั้น

หลังจากเก็บของเสร็จ ฟู่หย่าหนิงก็พาตงตงเข้าห้องเพื่อไปอาบน้ำ

จู่ ๆ เสียงร้องไห้ของเด็กก็ดังมาจากห้องของเธอ พร้อมกับเสียงฝักบัวที่เงียบลง

ผมเริ่มเป็นกังวล

ยังไงฟู่หย่าหนิงก็ไม่เคยเป็นแม่คน และไม่เคยดูแลเด็กมาก่อน

ตงตงยังเล็ก ถ้าลื่นล้มหรือกระแทกอะไรในห้องน้ำคงจะเป็นเรื่องใหญ่

ห้าปีที่ผ่านมา ความเป็นห่วงที่ผมมีต่อฟู่หย่าหนิงมันกลายเป็นสัญชาตญาณไปแล้ว

แม้เมื่อคืนเราจะเพิ่งทะเลาะกันรุนแรง แต่ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปลงกับเด็ก

ในเมื่อตงตงมาอยู่ที่บ้านแล้ว ผมจะนิ่งดูดายไม่ได้

ผมตัดสินใจผลักประตูเข้าไป

ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือเสื้อสูทของผู้ชายแขวนอยู่ที่หน้าประตู

ผมยืนตะลึงงัน

ประตูห้องน้ำในห้องนอนของเธอเปิดแง้มอยู่ ทำให้ผมเห็นภาพข้างในได้อย่างชัดเจน

ตงตงแปรงฟันจนเลือดออกตามไรฟันเลยร้องไห้จ้า ฟู่หย่าหนิงที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันกาย เธอกำลังปลอบเด็กน้อยด้วยเสียงหวานละมุน

และที่ด้านหลังของเธอ... หลินอวี๋เฮ้ากำลังยืนไดร์ผมให้เธออย่างเบามือ พร้อมกับหัวเราะบอกว่าตงตงขี้แยเกินไป

ช่างเป็นภาพพ่อแม่ลูกที่แสนอบอุ่นเหลือเกิน

ทั้งที่นี่คือบ้านของผม และฟู่หย่าหนิงคือภรรยาของผม แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกเหมือนเป็นคนนอก

หน้าของผมซีดเผือด หัวใจเหมือนถูกกระชากออกเป็นชิ้น ๆ

ภาพตรงหน้าเหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางหัวจนผมยืนแทบไม่อยู่ ต้องเซถอยหลังไปชนกำแพงเสียงดัง

เสียงนั้นทำให้หลินอวี๋เฮ้าสะดุ้ง เขาหันมาสบตาผมด้วยอาการหน้าตาตื่น

“คุณกู้... อย่าเข้าใจผิดนะครับ เมื่อคืนผมมาส่งตงตงแล้วแกไม่ยอมให้ผมกลับ ผมเลยต้องนอนค้างที่นี่คืนนึง”

“ผมแค่มาอยู่เป็นเพื่อนลูก... ไม่มีอะไรเกินเลยจริง ๆ ครับ...”

คำพูดของหลินอวี๋เฮ้าทำให้ผมปวดใจจนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง และเพิ่งจะตระหนักได้ในวินาทีนั้น

ที่แท้เขาก็อยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืน เสียงที่ผมได้ยินตอนครึ่งหลับครึ่งตื่นไม่ใช่หูแว่ว

หลินอวี๋เฮ้าค้างคืนในห้องนอนของฟู่หย่าหนิงทั้งคืน!

นี่เป็นสิทธิ์ที่แม้แต่ผมที่เป็นสามี... ก็ไม่เคยได้รับมัน

Erweitern
Nächstes Kapitel
Herunterladen

Aktuellstes Kapitel

Weitere Kapitel
Keine Kommentare
30 Kapitel
บทที่ 1
ผมไม่เคยเห็นฟู่หย่าหนิงแสดงสีหน้าที่อ่อนโยนขนาดนั้นมาก่อนเลยแม้ตัวเธอจะสั่นเทาด้วยความกลัว แต่เธอกลับเบียดกายเข้าหาชายคนนั้นแน่นขึ้น พร้อมกับกระซิบปลอบโยนเด็กน้อยอย่างแผ่วเบาวินาทีนั้น ผมยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่และทำอะไรไม่ถูกท่ามกลางเปลวเพลิงที่ร้อนระอุจนน่ากลัว ผมกลับรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว ราวกับมีมีดแหลมคมทิ่มแทงลงมากลางใจซ้ำ ๆ“กู้เฉิน! อย่าเหม่อสิวะ! เดี๋ยวฉันช่วยสามคนพ่อแม่ลูกนี่เอง นายรีบไปดูห้องถัดไปเร็ว!”เสียงตะโกนของหัวหน้าทีมปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวเข้าไปช่วยพวกเขาอย่างไม่ลังเลฟู่หย่าหนิงเงยหน้ามองมาที่ผมด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อกู้เฉิน สามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอ...ต่อให้มีหน้ากากกันไฟกั้นอยู่ ผมก็รู้ว่าเธอจำผมได้เมื่อสายตาเราประสานกัน ความเจ็บปวดพลันแล่นพล่านจนหัวใจผมแทบฉีกขาดพวกเขาดูเหมือนครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก แล้วผมล่ะ ผมเป็นตัวอะไร?เนื่องจากสถานการณ์วิกฤต ผมจึงไม่มีเวลาคิดฟุ้งซ่าน รีบไปช่วยผู้ประสบภัยในห้องถัดไปทันทีเพลิงไหม้ครั้งนี้ใช้เวลากว่าสามชั่วโมงกว่าจะสงบลง แต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตแต่เมื่อผมเดินออกมาจากซากกองเพ
Mehr lesen
บทที่ 2
หลังแต่งงาน ฟู่หย่าหนิงมักอ้างว่าต้องใช้ความสงบในการปฏิบัติธรรม ไม่ยอมให้ผมเข้าไปนอนค้างในห้องของเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียวต่อให้เป็นคืนวันที่ 16 ของเดือน หลังจากเสร็จสิ้นกิจของสามีภรรยา ผมก็ทำได้เพียงช่วยเธอเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้เรียบร้อย แล้วต้องเดินออกมาอย่างโดดเดี่ยวทว่าในนาทีนี้ ผมเพิ่งตระหนักได้ว่า กฎเกณฑ์อันเข้มงวดและไร้ความปรานีเหล่านั้น ฟู่หย่าหนิงตั้งมันขึ้นมาเพื่อใช้ปิดตายและป้องกันผมเพียงคนเดียวเท่านั้นวินาทีนั้น ผมเจ็บปวดจนไร้เสียงสะอื้น ร่างกายเริ่มชาหนึบตั้งแต่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้าจนไร้ความรู้สึกไปทั้งตัว เหลือเพียงความเจ็บแปลบที่หัวใจ ราวกับมีเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทงทะลุซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ฟู่หย่าหนิงยังคงไม่มีท่าทีจะอธิบายอะไร เธอกลับทำหน้าตึงเครียดกว่าเดิม“ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาโดยไม่เคาะประตู?”“ไม่มีระเบียบวินัยเอาเสียเลย ออกไป!”ผมชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง แล้วหันไปมองหลินอวี๋เฮ้า จู่ ๆ ก็รู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมาภรรยาของผมปล่อยให้ชายแปลกหน้าค้างคืนในห้องได้อย่างหน้าตาเฉย ถึงขั้นให้เขาช่วยไดร์ผมให้โดยมีผ้าขนหนูพันอยู่ผืนเดียว...พวกเขาสนิทสนมกันถึงเพียงนี้ แต่ผมที่เป็นสามี
Mehr lesen
บทที่ 3
“ฮัลโหลครับ หัวหน้า”“กู้เฉิน มีข่าวร้าย เมื่อคืนเกิดไฟป่าที่แนวภูเขาทางตะวันตก ทีมกู้ภัยสามทีมทุ่มสุดกำลังแล้วแต่ยังคุมเพลิงไม่อยู่ ถึงคิวทีมเราต้องออกปฏิบัติหน้าที่แล้ว”“รับทราบครับ ผมพร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา!”เส้นประสาทของผมตึงเครียดขึ้นมาทันที ผมไม่มีเวลามานั่งเสียใจ รีบเตรียมตัวเรียกแท็กซี่เพื่อไปรายงานตัวที่หน่วยไฟป่ากำลังลุกลามอย่างควบคุมไม่ได้ และอันตรายอย่างยิ่งหากมันลุกลามไปมากกว่านี้ ไม่รู้ว่าจะมีครอบครัวผู้บริสุทธิ์อีกกี่ครอบครัวที่จะได้รับผลกระทบเมื่อเทียบกับภัยพิบัติตรงหน้า เรื่องระหว่างผมกับฟู่หย่าหนิง มันกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย“ไม่ต้องรีบมาขนาดนั้น สถานการณ์ครั้งนี้... นายก็น่าจะรู้ดี ฉันให้เวลานายหนึ่งวันไปล่ำลาครอบครัวให้เรียบร้อย”“โดยเฉพาะภรรยาของนาย ฉันจำได้ว่านายแต่งงานแล้วใช่ไหม?”ฝีเท้าของผมชะงักลง ความรู้สึกสับสนประโคมเข้ามาในอกคนในหน่วยรู้ดีว่าผมแต่งงานแล้ว แต่เพราะฟู่หย่าหนิงไม่เคยไปหาผมที่หน่วยเลยสักครั้ง แถมยังใช้ข้ออ้างว่างานยุ่งเพื่อบ่ายเบี่ยงงานเลี้ยงครอบครัวของหน่วยนับครั้งไม่ถ้วนดังนั้นหัวหน้าและเพื่อนร่วมทีมแทบจะลืมไปแล้วว่าเ
Mehr lesen
บทที่ 4
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นฟู่หย่าหนิงตื่นตระหนกขนาดนี้ เธอทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมาจริง ๆและเธอกำลังร้องไห้เพราะผมผมรู้สึกหวิว ๆ ในใจ ราวกับว่าเธอยังรักผมอยู่แต่ทว่าวินาทีต่อมา เสียงร้องไห้ของตงตงก็ดังขัดขึ้น “แม่ครับ พ่อก็เลือดออกเหมือนกัน ผมกลัว...”ฟู่หย่าหนิงหันกลับไปมอง และเห็นหลินอวี๋เฮ้ากำลังกุมแขนที่มีเลือดไหลโชกด้วยสีหน้าเจ็บปวดเมื่อครู่เศษกระจกกระเด็นไปบาดแขนเขาเป็นแผลเล็ก ๆ สองแผล“อวี๋เฮ้า ฉันจะพาคุณไปโรงพยาบาล”ฟู่หย่าหนิงทอดทิ้งผมอย่างไม่ลังเล เธอคว้าแขนหลินอวี๋เฮ้าเตรียมจะจากไปทันที“หย่าหนิง พาคุณกู้ไปด้วยเถอะ แผลเขาดูหนักกว่าผมนะ”หลินอวี๋เฮ้าพูดขึ้นท่ามกลางเสียงสะอื้นของตงตง“ไม่เอา! พ่อครับผมกลัวเลือด ไม่อยากให้เขาไปด้วย!”ตงตงมองมาที่ผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและต่อต้านหลินอวี๋เฮ้าไม่ได้คะยั้นคะยอต่อ เขาหันไปมองฟู่หย่าหนิงเพียงไม่กี่วินาที ฟู่หย่าหนิงก็ตัดสินใจเด็ดขาด“ไม่ได้ ตงตงกลัวเลือด เขาไปด้วยไม่ได้หรอก ไม่ต้องไปสนเขา กู้เฉินเป็นนักดับเพลิง เขาปฐมพยาบาลเป็น ดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว”“เราไปกันเถอะ!”ฟู่หย่าหนิงอุ้มตงตง พลางจูงมือหลินอ
Mehr lesen
บทที่ 5
สัญชาตญาณสั่งให้ผมโทรไปเค้นถามความจริงจากฟู่หย่าหนิงทันทีแต่แล้วผมกลับรู้สึกว่ามันไร้ประโยชน์ความจริงทุกอย่างมันกระจ่างชัดแจ้งอยู่ตรงหน้าแล้วถึงแม้เธอจะไม่ยอมหย่า แต่ผมกำลังจะจากไป และไม่แน่ว่าจะได้กลับมาแบบมีลมหายใจหรือไม่ช่างมันเถอะ...ผมวางโทรศัพท์ลงก่อนจะไป ผมไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวให้ใจต้องขุ่นมัวไปมากกว่านี้เดิมทีผมตั้งใจว่าจะปิดโน้ตบุ๊กแล้วหิ้วกระเป๋าเดินจากไปเสีย แต่คาดไม่ถึงว่าหลินอวี๋เฮ้าจะส่งข้อความมาอีกคราวนี้เป็นคลิปวิดีโอหน้าปกคลิปคือเขากับฟู่หย่าหนิงยืนอยู่บนเวทีด้วยกัน ความสุขและความหวานซึ้งแทบจะล้นทะลักออกมานอกหน้าจอเพิ่งถ่ายงั้นเหรอ?ใจผมสั่นสะท้าน แต่สุดท้ายก็กดเล่นวิดีโอจนได้บนเวทีเดิมทีมีครูยืนอยู่ และได้เชิญพ่อแม่ของตงตงขึ้นไปเล่าเรื่องราวความรักของพวกเขาฟู่หย่าหนิงจูงมือหลินอวี๋เฮ้าเดินขึ้นไปเทพธิดาผู้ไร้ซึ่งกิเลสตัณหา ในยามนี้กลับมีสีหน้าเอียงอายราวกับสาวแรกรุ่นเธอเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน: “อวี๋เฮ้าคือรักแรกที่โตมาด้วยกันกับฉันค่ะ เราเรียนห้องเดียวกันมาตั้งแต่ประถม จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยเขาถึงรวบรวมความกล้ามาสารภาพรักกับฉัน...”“หลังจากเ
Mehr lesen
บทที่ 6
จดหมายเพียงฉบับเดียว ถือเป็นการบอกลาชีวิตแต่งงานที่ยาวนานถึงห้าปีของผมไม่มีความอาลัยอาวรณ์ และจะไม่มีการหันหลังกลับนับจากนี้ไป ไม่ว่าจะเจ็บไข้ได้ป่วย ยากดีมีจนอย่างไร ผมก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับประธานฟู่แห่งฟู่ซื่อกรุ๊ปอีกต่อไปทว่า ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากประตูห้อง ผมก็พลันได้กลิ่นบางอย่างที่ผิดปกติ“กลิ่นเหมือนอะไรไหม้?”ในฐานะนักดับเพลิง ประสาทสัมผัสของผมตื่นตัวขึ้นมาทันทีผมรีบเดินตามกลิ่นนั้นไปเพื่อตรวจสอบ แล้วก็พบว่ามีควันไฟพวยพุ่งออกมาจากซอกประตูห้องห้องหนึ่งจริง ๆ“แย่แล้ว! ไฟไหม้!”สีหน้าของผมเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ผมรีบคว้าถังดับเพลิงที่อยู่ใกล้ ๆ แล้วเริ่มพังประตูเข้าไปอย่างบ้าคลั่งปัง!ปัง ปัง!ถีบหนึ่งครั้ง... สองครั้ง...ผมระดมถีบติดต่อกันถึงห้าครั้ง ถึงจะพังประตูห้องเข้าไปได้ชั่วพริบตานั้น กลิ่นไหม้ฉุนที่แสบจมูกก็พุ่งเข้ามาปะทะอย่างรุนแรงภายในห้องมีแสงไฟวูบวาบ เพลิงยังไม่นับว่ารุนแรงมากนัก แต่หากปล่อยไว้แบบนี้ มันจะต้องลุกลามจนคุมไม่อยู่แน่นอน!ผมไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ดึงสลักถังดับเพลิงออกอย่างชำนาญ แล้วพุ่งเข้าไปดับไฟทันทีจุดที่ไฟไหม้คือเตียงขน
Mehr lesen
บทที่ 7
เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความขยาดของเย่หนิง ผมก็รู้ได้ทันทีว่าวันนี้เธอคงไม่กล้าตายแล้วแน่นอน ในใจพลันรู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันทีแต่ใครจะไปรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ปากแข็งไม่ยอมลดลาวาศอก ยังคงรั้นต่อว่า “ยังไงฉันก็จะตาย ถ้านายไปเมื่อไหร่ ฉันจะโดดลงไปจากตรงนี้แหละ”ได้ยินแบบนั้นผมก็เลิกคิ้วขึ้น แล้วตอบกลับไปอย่างไร้ความลังเล “กระโดดตึกเหรอ? เอาสิ เรื่องโดดตึกไม่อยู่ในความดูแลของผมหรอกนะ แต่ผมว่าชั้นนี้มันยังสูงไม่พอว่ะ เกิดโดดลงไปแล้วไม่ตาย แต่ดันกลายเป็นคนพิการนอนติดเตียงไปตลอดชีวิตจะทำยังไง?”“ผมแนะนำนะ คุณควรลงไปซื้อถุงพลาสติกข้างล่างก่อน แล้วค่อยตรงไปที่ดาดฟ้า จากนั้นเอาถุงพลาสติกคลุมหัวไว้ มัดให้แน่น ๆ แล้วค่อยโดด รับรองว่าตายสนิทแน่นอน!”“นาย!”เย่หนิงโกรธจนตัวสั่นและจ้องหน้าผมตาเขม็ง แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามออกมา “แล้วทำไมต้องเอาถุงพลาสติกคลุมหัวด้วย?”“ก็เพราะคุณจะได้ไม่สร้างความลำบากให้พนักงานเทศบาลไง เกิดตกลงไปแล้วตัวแตกเละเทะ เขาจะได้ไม่ต้องมาตามเช็ดเศษสมองของคุณที่กระจายเต็มพื้น”“กู้เฉิน! นายมันไม่ใช่คน!”เย่หนิงจินตนาการภาพตามแล้วถึงกับหลับตาปี๋ด้วยความสยอง ก่อนจะสบถด่าใส่
Mehr lesen
บทที่ 8
“เธอบอกว่าเขาเคยมาที่นี่แค่ครั้งเดียวงั้นเหรอ?”“ใช่ค่ะ ท่านประธานฟู่”“เอาคีย์การ์ดสำรองมาให้ฉัน ฉันจะขึ้นไปดูหน่อย”ฟู่หย่าหนิงไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอรับคีย์การ์ดสำรองแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังห้องพักทันทีติ๊ด!ประตูห้องเปิดออกเธออยากจะรู้นักว่า ครั้งนี้กู้เฉินกำลังเล่นแง่เรียกร้องความสนใจอะไรอีก?เมื่อก้าวเข้าไปในห้อง ฟู่หย่าหนิงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ พบว่าของใช้ในห้องน้ำและเครื่องนอนยังวางอยู่ในสภาพเดิมไม่มีการขยับเขยื้อนไม่มีร่องรอยว่ามีคนมาพักอาศัยอยู่ที่นี่เลยแม้แต่น้อยนั่นพิสูจน์ได้ว่า วันนั้นกู้เฉินเพียงแค่แวะมาเพียงครู่เดียวแล้วก็จากไปแล้วเขาจะถ่อมาที่นี่ทำไม?แค่เพื่อจะมาเอากระเป๋าเดินทางอย่างนั้นเหรอ?ฟู่หย่าหนิงย่อมสังเกตเห็นว่าในห้องไม่มีกระเป๋าเดินทางของกู้เฉินจริง ๆ แต่เธอกลับพบโน้ตบุ๊กทำงานของเธอวางอยู่บนโต๊ะ“ที่แท้ก็อยู่ที่นี่เอง”“แล้วนี่... จดหมายงั้นเหรอ?”ฟู่หย่าหนิงเดินเข้าไปใกล้ แล้วคว้าจดหมายที่วางนิ่งบนโน้ตบุ๊กขึ้นมาดูบนหน้าซองจดหมายจ่าหน้าไว้เพียงคำสั้น ๆ ว่า “จดหมายสั่งลาครั้งสุดท้าย”วินาทีนั้น ฟู่หย่าหนิงเดาได้ทันทีว่ากู้เฉินกำลังคิดอะไรอยู่“
Mehr lesen
บทที่ 9
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฟู่หย่าหนิงก็ได้รับข้อความจากผู้ช่วย“ท่านประธานฟู่คะ ทราบเรื่องแล้วค่ะ ช่วงหลายวันนี้ในตัวเมืองไม่มีเหตุเพลิงไหม้เลย แต่ที่แนวเทือกเขาทางตะวันตกเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ขึ้นเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ค่ะ”“สถานการณ์รุนแรงมาก ได้ข่าวว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในท้องที่ละแวกนั้นทุ่มกำลังจนแทบจะถอดใจกันหมดแล้ว และหน่วยที่สองของคุณกู้ก็เพิ่งจะเดินทางไปสนับสนุนเมื่อไม่กี่วันก่อนค่ะ”เมื่อเห็นข้อความนี้ สีหน้าของฟู่หย่าหนิงพลันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เธอเด้งตัวลุกขึ้นจากขอบเตียงโดยไม่รู้ตัว ร่างกายสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้“แล้วตอนนี้คุมเพลิงได้หรือยัง? หน่วยที่สองของกู้เฉินมีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไหม?”ฟู่หย่าหนิงพิมพ์ข้อความด้วยนิ้วที่สั่นระริกก่อนจะกดส่งไปวินาทีนี้ เธอเองก็บอกไม่ถูกว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร มันอธิบายไม่ถูก แต่มันมีความรู้สึกเหมือนจะขาดใจตายวนเวียนอยู่รอบตัวตลอดเวลา“เรื่องนี้... สถานการณ์หน้างานยังไม่ชัดเจนค่ะ”“แต่เห็นว่าในช่วงวันสองวันนี้ เริ่มควบคุมไฟป่าได้แล้วค่ะ”“ท่านประธานฟู่คะ คุณกู้เป็นคนดีมีบุญคุ้มครอง ต้องไม่เป็นอะไรแน่นอนค่ะ”ฟู่หย่าหนิงอ่านคำปลอบใจของผู้ช่
Mehr lesen
บทที่ 10
“กู้เฉิน! ไอ้คนเฮงซวย!”“นายมีสิทธิ์อะไรมาทิ้งฉันไว้แบบนี้?”หลังจากขึ้นรถมาได้ ฟู่หย่าหนิงก็ไม่สามารถสะกดกลั้นอารมณ์ที่พังทลายมานานได้อีกต่อไป น้ำตาไหลบ่าออกมาทันทีด้วยความอัดอั้นตันใจเมื่อครู่นี้ตอนที่เธอมองดูร่างในชุดดับเพลิงที่นอนนิ่งอยู่ใต้ผ้าขาวเหล่านั้น ในใจของเธอหวาดกลัวเหลือเกินกลัวว่าจะหาตัวกู้เฉินไม่เจอและกลัวยิ่งกว่า... หากเปิดผ้าขาวออกมาแล้วพบว่าเป็นกู้เฉินที่นอนอยู่ตรงนั้นในวินาทีนี้ ฟู่หย่าหนิงไม่สามารถรักษาภาพลักษณ์เทพธิดาผู้ปล่อยวางได้อีกต่อไป ในอกเจ็บแปลบเหมือนถูกเข็มทิ่มแทงกู้เฉินตายแล้วจริง ๆ งั้นเหรอ?เธอไม่รู้ และไม่กล้าที่จะอยู่ดูต่อเธอหลงนึกว่าการฝักใฝ่ในธรรมหลายปีจะขัดเกลาจิตใจให้แข็งแกร่งพอแต่ในวินาทีนี้ ฟู่หย่าหนิงกลับสติแตกอย่างไม่มีข้อยกเว้นเธอก้มหน้าฟุบลงกับพวงมาลัยแล้วร้องไห้โฮออกมาเหมือนเด็กน้อยในขณะนั้นเอง จู่ ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้นฟู่หย่าหนิงเด้งตัวขึ้นมาทันที เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง“กู้เฉินใช่ไหม?”ในขณะที่ฟู่หย่าหนิงกำลังสติแตก ในใจของเธอก็เริ่มคิดคำอธิบายเพื่อหาข้อแก้ตัวให้กู้เฉินเสร็จสรรพบางท
Mehr lesen
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status