แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: เด็ดบุปผาอันดับหนึ่ง
เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความขยาดของเย่หนิง ผมก็รู้ได้ทันทีว่าวันนี้เธอคงไม่กล้าตายแล้วแน่นอน ในใจพลันรู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที

แต่ใครจะไปรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ปากแข็งไม่ยอมลดลาวาศอก ยังคงรั้นต่อว่า “ยังไงฉันก็จะตาย ถ้านายไปเมื่อไหร่ ฉันจะโดดลงไปจากตรงนี้แหละ”

ได้ยินแบบนั้นผมก็เลิกคิ้วขึ้น แล้วตอบกลับไปอย่างไร้ความลังเล “กระโดดตึกเหรอ? เอาสิ เรื่องโดดตึกไม่อยู่ในความดูแลของผมหรอกนะ แต่ผมว่าชั้นนี้มันยังสูงไม่พอว่ะ เกิดโดดลงไปแล้วไม่ตาย แต่ดันกลายเป็นคนพิการนอนติดเตียงไปตลอดชีวิตจะทำยังไง?”

“ผมแนะนำนะ คุณควรลงไปซื้อถุงพลาสติกข้างล่างก่อน แล้วค่อยตรงไปที่ดาดฟ้า จากนั้นเอาถุงพลาสติกคลุมหัวไว้ มัดให้แน่น ๆ แล้วค่อยโดด รับรองว่าตายสนิทแน่นอน!”

“นาย!”

เย่หนิงโกรธจนตัวสั่นและจ้องหน้าผมตาเขม็ง แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามออกมา “แล้วทำไมต้องเอาถุงพลาสติกคลุมหัวด้วย?”

“ก็เพราะคุณจะได้ไม่สร้างความลำบากให้พนักงานเทศบาลไง เกิดตกลงไปแล้วตัวแตกเละเทะ เขาจะได้ไม่ต้องมาตามเช็ดเศษสมองของคุณที่กระจายเต็มพื้น”

“กู้เฉิน! นายมันไม่ใช่คน!”

เย่หนิงจินตนาการภาพตามแล้วถึงกับหลับตาปี๋ด้วยความสยอง ก่อนจะสบถด่าใส่ผม

เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น ผมยิ่งมั่นใจว่าจริง ๆ แล้วเธอไม่กล้าตายหรอก เลยเบาใจลงได้เต็มร้อย

“เอาเถอะ คืนบัตรประจำตัวมาให้ผมได้แล้ว ผมต้องไปแล้วล่ะ คุณก็รีบเตรียมตัวไปโดดตึกซะนะ”

ผมยื่นมือออกไปหาเย่หนิง

แต่เธอกลับส่ายหน้าขัดขืนด้วยความโมโห “ไม่คืน! มีสิทธิ์อะไรมาสั่งว่าฉันต้องตายยังไง? เมื่อกี้นายเห็นของฉันไปหมดแล้ว คิดจะสะบัดก้นหนีไปง่าย ๆ งั้นเหรอ”

“ผมไม่มีเวลามาต่อความยาวสาวความยืดกับคุณจริง ๆ จะตายก็รีบตายซะ ผมต้องรีบไปช่วยคน”

ขณะพูด ผมอาศัยจังหวะที่เย่หนิงเผลอ ฉวยโอกาสชิงบัตรประจำตัวกลับมาได้สำเร็จ ก่อนจะหมุนตัวเดินดุ่ม ๆ ออกจากห้องไปโดยไม่ลังเล

แม้ผมจะช่วยชีวิตเธอไว้ แต่บอกตามตรงว่าผมไม่มีความรู้สึกดี ๆ ให้กับคุณหนูเอาแต่ใจแบบนี้เลยแม้แต่นิดเดียว

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

“ไอ้คนแซ่กู้! ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่!”

เสียงตะโกนด่าทออย่างสติแตกของเย่หนิงดังไล่หลังมา แต่ผมทำเป็นหูทวนลม หิ้วกระเป๋าเดินทางจากไปทันที

โดยที่ผมไม่รู้เลยว่า หลังจากผมเดินจากมา เย่หนิงได้แบมือออก ในนั้นมีรูปถ่ายขนาดสองนิ้วที่เธอแอบดึงออกมาจากบัตรประจำตัวของผม

เธอมองรูปถ่ายของผม ใบหน้าอันงดงามนั้นฉายรอยยิ้มกริ่มพลางพึมพำกับตัวเอง “ดูชัด ๆ แล้ว ก็หล่อไม่เบาแฮะ...”

“หน่วยดับเพลิงที่ 2 กู้เฉิน... ฉันจำชื่อนายไว้แล้ว”

“นายหนีฉันไม่พ้นหรอก!”

ในตอนนั้นผมยังไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกใครบางคนหมายหัวเข้าให้แล้ว

หลังจากออกจากโรงแรม ผมก็รีบบึ่งกลับไปที่หน่วยทันที หัวหน้าหน่วยเห็นผมกลับมาเร็วกว่ากำหนดพร้อมสัมภาระพะรุงพะรังก็ออกอาการแปลกใจ

“กู้เฉิน ทำไมหอบข้าวหอบของมาเยอะแยะขนาดนี้ล่ะ?”

ก็ไม่แปลกที่หัวหน้าจะสงสัย

นักดับเพลิงออกปฏิบัติหน้าที่เข้ากองเพลิง เรียกได้ว่าแขวนชีวิตไว้บนเส้นด้าย หรือแม้กระทั่งเฉียดตาย

ชุดดับเพลิงชุดเดียวอาจใส่จนตาย ไม่มีใครพกสัมภาระมาด้วยหรอก เพราะมันไม่มีความจำเป็น

“ทางบ้านจัดการเรียบร้อยแล้วครับ ผมแค่กลัวว่าถ้าผมเป็นอะไรไป ภรรยาเห็นเสื้อผ้าพวกนี้แล้วจะเสียใจ”

ผมตอบเลี่ยง ๆ ไป ไม่อยากจะขุดคุ้ยเรื่องความรักที่พังทลายระหว่างผมกับฟู่หย่าหนิงให้ใครฟัง

“นายนี่นะ... กู้เฉิน มันก็ไม่แน่หรอกว่าจะไม่ได้กลับมา ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาของหัวหน้าก็เปลี่ยนเป็นซับซ้อนพลางถอนหายใจ “พอดีเพิ่งได้รับแจ้งมาว่า เบื้องบนส่งอุปกรณ์ดับเพลิงมาทางอากาศถึงตีนเขาแล้ว ตอนนี้พวกเราออกเดินทางได้เลย”

“ครับ ผมพร้อมแล้ว”

หลังจากบอกลาฟู่หย่าหนิง ผมก็เตรียมตัวรับความตายไว้เรียบร้อยแล้ว สีหน้าจึงสงบนิ่งไร้ความหวั่นไหว

“แต่กู้เฉิน... สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว ทางโน้นพอมีอุปกรณ์สนับสนุน แถมฟ้าฝนยังเป็นใจฝนตกลงมาพอดี ตอนนี้คุมเพลิงได้แล้วล่ะ”

“ทีมเราไปคราวนี้ หน้าที่หลักคือการเก็บกวาดและดูแลความเรียบร้อย จริงๆ นายไม่ต้องไปก็ได้นะ”

แววตาของหัวหน้าฉายแววสงสารออกมาวูบหนึ่ง

หากไม่จำเป็นจริง ๆ เขาก็ไม่อยากให้กู้เฉินต้องไปเสี่ยงในพื้นที่ไฟป่าหรอก เพราะเขารู้ว่ากู้เฉินกับเมียยังไม่มีลูกด้วยกัน

“หัวหน้าครับ ให้ผมไปเถอะ เพิ่มคนไปอีกคน ก็เพิ่มแรงได้อีกแรง”

ลึก ๆ ผมก็ดีใจที่ได้ยินแบบนั้น

เพราะการที่คุมเพลิงได้หมายความว่าจะไม่มีการสูญเสียไปมากกว่านี้

แต่พอนึกถึงความจริงอันน่าเวทนาระหว่างผมกับฟู่หย่าหนิง แสงสว่างในใจผมก็ดับวูบลงอีกครั้ง

ไปเถอะ... จากไปเสียดีกว่า

ด้วยความดื้อรั้นของผม สุดท้ายหัวหน้าก็ยอมให้ผมร่วมทีมออกเดินทางไปด้วย

เมื่อพวกเราไปถึงพื้นที่ ไฟป่าถูกควบคุมไว้ได้หมดแล้ว เหลือเพียงงานสรุปความเสียหายและดูแลผู้บาดเจ็บ

ทันทีที่เห็นสภาพเทือกเขาที่มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน ผมก็สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไปจนสิ้น แล้วทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับงานเก็บกวาดอย่างเต็มที่

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ผมกินนอนอยู่ตรงตีนเขานั่นแหละ

เหตุการณ์ไฟป่าครั้งนี้รุนแรงมาก แม้ผมจะไม่ได้อยู่แนวหน้า แต่ผมก็ได้เห็นภาพเหตุการณ์ตอนที่เขาลำเลียงคนออกมา

ไม่รู้ว่ามีเพื่อนร่วมอาชีพกี่คนที่ต้องพลีชีพให้กับกองเพลิงครั้งนี้ ช่วงสองสามวันนี้ ศพของเพื่อนร่วมทีมถูกหามลงมาทีละคน ๆ ในสภาพที่ไหม้เกรียมจนจำเค้าเดิมไม่ได้

พวกเขาส่วนใหญ่เป็นนักดับเพลิงในท้องที่ละแวกนั้น ญาติพี่น้องต่างมารอรับศพที่ตีนเขา บางครอบครัวมีเมียอุ้มลูกน้อยมาด้วย ร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด

บ้างก็เป็นพ่อแม่ที่แก่เฒ่า เดินโซเซเข้ามายืนยันศพลูกชาย ก่อนจะรับความจริงไม่ได้จนเป็นลมล้มพับไปต่อหน้าต่อตา

ผมมองภาพอันน่าสลดใจนี้ด้วยความรู้สึกจุกในอก

หลายวันที่ผ่านมานี้ ผมไม่ได้รับโทรศัพท์จากฟู่หย่าหนิงเลยแม้แต่สายเดียว แม้แต่ข้อความสักประโยคก็ไม่มี

ถ้าเป็นไปได้ ผมยอมเป็นคนที่นอนนิ่งอยู่ตรงนั้นแทนพวกเขา เพื่อให้พวกเขาได้กลับไปพร้อมหน้ากับครอบครัว

เพราะสำหรับภรรยาที่ร่วมเรียงเคียงหมอนกับผมมานาน... เธอไม่เคยเห็นผมเป็นคนในครอบครัวเลยด้วยซ้ำ

สำหรับเธอแล้ว ผมเป็นแค่ส่วนเกินที่ไม่มีค่าอะไรเลย

ในเวลาเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง ฟู่หย่าหนิงเพิ่งเสร็จสิ้นการประชุม

วินาทีที่เธอก้าวเท้าออกจากห้องประชุม หัวใจของเธอกลับกระตุกวูบขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

ฟู่หย่าหนิงกุมหน้าอกตัวเองไว้ด้วยความสงสัย

ผู้ช่วยที่อยู่ข้าง ๆ เห็นเข้าจึงถามด้วยความกังวลว่า “ประธานฟู่ คุณไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ? ให้ดิฉันเลื่อนการประชุมช่วงบ่ายออกไปก่อนเพื่อให้คุณพักผ่อนไหมคะ?”

“ไม่เป็นไร ฉันโอเค”

ฟู่หย่าหนิงส่ายหน้า ก่อนจะเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

แต่ในนั้น... ไม่มีข้อความจากผมเลยสักข้อความเดียว

เธอขมวดคิ้วมุ่น ในใจรู้สึกวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะเอ่ยถามว่า “หลายวันมานี้ กู้เฉินยังทำตัวปกติไหม? ทางโรงแรมได้ติดต่อมาบ้างหรือเปล่า?”

“ไม่มีเลยค่ะท่านประธาน”

ผู้ช่วยส่ายหน้าพลางนึกสงสัยว่าทำไมจู่ ๆ ท่านประธานถึงถามถึงกู้เฉิน

ถึงแม้กู้เฉินจะเป็นสามีของเธอ แต่ที่ผ่านมาเธอแทบไม่เคยหยิบยกเรื่องของเขามาถามไถ่ด้วยความสนใจแบบนี้เลย

“เข้าใจแล้ว เธอไม่ต้องตามฉันมานะ ฉันจะออกไปข้างนอกหน่อย”

พูดจบ ฟู่หย่าหนิงก็เดินออกจากบริษัทไปทันทีโดยไม่หันกลับมามอง

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เธอมาปรากฏตัวที่เคาน์เตอร์โรงแรม พร้อมยื่นบัตรแบล็คการ์ดให้พนักงาน

“ตรวจสอบประวัติการเข้าออกของกู้เฉินในช่วงสองสามนี้ให้ฉันหน่อย”

“ประธานฟู่คะ คุณกู้ไม่ได้พักอยู่ที่โรงแรมของเราเลยค่ะ วันแรกคุณกู้เข้ามาครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็หิ้วกระเป๋าเดินทางออกไปเลย และไม่กลับมาอีกเลยค่ะ”

พนักงานต้อนรับที่จำฟู่หย่าหนิงได้ตอบกลับด้วยความสุภาพ

“ว่าไงนะ?”

ฟู่หย่าหนิงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เธอรีบกดโทรศัพท์โทรหากู้เฉินทันที

ปกติแล้ว น้อยครั้งมากที่เธอจะเป็นฝ่ายติดต่อหากู้เฉินก่อน

แต่การที่เธออุตส่าห์เป็นฝ่ายโทรหาก่อน สิ่งที่ได้รับกลับมากลับเป็นเสียงตอบรับอัตโนมัติว่า “เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”

คราวนี้ คิ้วของฟู่หย่าหนิงยิ่งขมวดแน่นกว่าเดิม

กู้เฉิน... นี่คุณกำลังเล่นแง่อะไรกับฉันอีก?

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 30

    ตามมาด้วยเสียงคำรามด้วยความโกรธของฟู่หย่าหนิง “จางชิง ให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทร่างข้อตกลงการหย่าร้างมาให้ฉันสองฉบับ เดี๋ยวฉันจะออกข้างนอกสักหน่อย!”ข้อตกลงการหย่าร้าง!จางชิงได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปทันทีไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่า คราวนี้ฟู่หย่าหนิงคงจะตัดสินใจหย่าขาดจากกู้เฉินอย่างเด็ดขาดแล้วจริง ๆแต่เมื่อคืนคุณกู้ก็ยอมมาหาแล้วไม่ใช่เหรอ?หรือว่าทั้งคู่ยังไม่ได้คืนดีกัน?ในเศษเสี้ยววินาที จางชิงไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านเรื่องส่วนตัวของเจ้านายต่อ เพียงแต่พยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อมแล้วเดินออกจากห้องไปสิบนาทีต่อมา ข้อตกลงการหย่าร้างสองฉบับระหว่างกู้เฉินและฟู่หย่าหนิงก็ถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานประธานฟู่หย่าหนิงคว้าเอกสารเหล่านั้นขึ้นมาด้วยสีหน้าบึงตึง แล้วพุ่งตัวออกจากบริษัททันที มุ่งหน้าตรงไปยังสถานีดับเพลิงที่กู้เฉินสังกัดอยู่“กู้เฉิน... คิดจะมาลองดีกับฉันงั้นเหรอ? เหอะ รนหาที่ตายชัด ๆ...”“ฉันจะทำให้คุณได้เห็นเอง ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ต้องหน้าแตกจนไม่มีที่ยืนน่ะ คือใครกันแน่!”อีกด้านในเวลาเดียวกัน ผมที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการฝึกซ้อมสมรรถภาพร่างกายของหน่วยพลันถูกหัวหน้าหน่วยเรีย

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 29

    “คนถือศีลปฏิบัติธรรม สิ่งที่ต้องงดเว้นที่สุดคือกามารมณ์”“เรื่องระหว่างสามีภรรยา อนุญาตให้มีได้แค่คืนวันที่สิบหกของเดือนเท่านั้น”เวลาล่วงเลยมาห้าปี ในที่สุดผมก็คืนประโยคนี้กลับไปให้เธอแบบคำต่อคำ จากนั้นก็กดตัดสาย และปิดเครื่องทันทีชั่วจังหวะนั้น รถแท็กซี่ที่โบกไว้ก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้าพอดี ผมก้าวขึ้นรถแล้วจากไปทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เลือนหายไปกับความมืดมิดของค่ำคืนที่ไม่มีวันหวนคืน“กู้เฉิน!”ในเวลาเดียวกัน ฟู่หย่าหนิงที่ยืนอยู่หน้าบานกระจกใสได้แต่ทอดสายตามองตามจนตาแทบทะลุ ทว่าสุดท้ายกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากปลายนิ้วอย่างไม่รู้ตัว พร้อม ๆ กับหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนพื้นท่ามกลางแสงสีอันศิวิไลซ์ของเมืองใหญ่ที่สะท้อนเข้ามา ฟู่หย่าหนิงมองเห็นเงาของตัวเองบนกระจกได้อย่างชัดเจน บนใบหน้าของเธออาบไปด้วยคราบน้ำตาจนดูไม่ได้หัวใจของเธอเจ็บปวดเหลือเกินราวกับมีมีดแหลมคมกรีดแทงเข้ามาซ้ำ ๆคืนนั้น ฟู่หย่าหนิงนอนพลิกตัวไปมาก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ต่อให้สมองจะหนักอึ้งและอ่อนล้าจนเริ่มส่งอาการปวดแปลบ เธอก็ไม่ยอมปิดตาลงเพราะทุกครั้งที่หลับตาลง ในใจของเธอจะเ

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 28

    บางทีความอดทนและการยอมอ่อนข้อของฟู่หย่าหนิงอาจถึงขีดจำกัดแล้ว ทุกประโยคที่หลุดออกมาจากปากเธอจึงคล้ายกับจงใจจะยั่วโมโหผม เพื่อให้เราเปิดฉากทะเลาะกันเสียงดังลั่น จากนั้นค่อยหาช่องทางสำหรับการคืนดีผมบอกได้คำเดียวว่า เธอกำลังฝันหวานอยู่ไอ้สิ่งที่เรียกว่า "ช่องทางสำหรับการคืนดี" นั้น แท้จริงแล้วก็คือการประนีประนอมของผมเพื่อชีวิตคู่และความรักเท่านั้นเองแต่ในวันนี้ คนที่ยอมกล้ำกลืนฝืนทนมาตลอดเขาไม่คิดจะทนอีกต่อไปแล้วบนโลกใบนี้ มันไม่ได้ประนีประนอมกันบ่อย ๆ ขนาดนั้นหรอกนะ?“แล้วแต่คุณจะคิด จะมองว่าผมกำลังหึงหวงบ้าบออะไรนั่นก็ได้ ผมไม่แคร์”“รีบพักผ่อนซะเถอะ”สิ้นเสียงคำพูด ผมไม่คิดจะอยู่รอดูอาการของฟู่หย่าหนิงอีกต่อไป หมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องทำงานประธานทันทีผมหลงนึกว่าค่ำคืนอันแสนวุ่นวายนี้จะจบลงแล้วทว่าคาดไม่ถึงว่า ฟู่หย่าหนิงจะยังดื้อดึงวิ่งไล่ตามผมออกมา เธอคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของผมอย่างแรงพลางตวาดกร้าวเสียงสั่น “กู้เฉิน! ความอดทนของฉันมันมีขีดจำกัดนะ!”“ที่ฉันยอมอ่อนข้อให้คุณก้าวล้ำเส้นครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เพราะฉันยังเห็นความสำคัญของชีวิตแต่งงานของเราหรอกนะ แต่นั่นไม่ใช่เห

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 27

    แต่ในตอนนี้ การรักษาระยะห่างกับว่าที่อดีตภรรยาคนนี้ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...ฟู่หย่าหนิงยังคงขยับกายเบียดเข้ามาใกล้ แต่ผมกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนแต่ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็คงทนดูเธอเสียหลักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ จึงยื่นมือออกไปประคองที่ต้นแขนของเธอไว้ตามมารยาท ไม่ต่างอะไรกับท่าทางที่จางชิงเคยทำ“ระวังครับ”สิ้นเสียงเตือนแผ่วเบาของผม ฟู่หย่าหนิงก็ชะงักไปทันทีแววตาคู่สวยจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่อยากจะเชื่อ ราวกับเธอไม่อยากจะเชื่อว่า สามีที่เคยยอมสยบแทบเท้าและคอยเอาอกเอาใจเธอฝ่ายเดียวมาตลอดห้าปีคนนี้ จะปฏิบัติต่อเธอด้วยความห่างเหินได้ถึงเพียงนี้“ขอบคุณค่ะ”ฟู่หย่าหนิงดูเหมือนคนหมดแรงขึ้นมาในพริบตา เธอไม่พยายามขยับเข้ามาใกล้ผมอีก แต่ก้าวเดินนำไปข้างหน้าเงียบ ๆเราเดินเข้ามาในห้องทำงานอันกว้างขวาง เธอเดินไปหยิบกุญแจที่ลิ้นชักโต๊ะอย่างชำนาญ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูลับที่ซ่อนอยู่ข้างชั้นวางหนังสือวินาทีนั้น ผมหยุดฝีเท้าลงทันที ไม่คิดที่จะก้าวตามเธอเข้าไปเพราะผมไม่อยากเห็นว่าห้องนอนที่เธอจงใจปกปิดผมมาตลอดห้าปีจะมีสภาพอย่างไร และไม่อยากเห็นร่องรอยของผู้ชายคนอื่นหลงเหลืออยู่ข

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 26

    “ไม่ ฉันไม่กลับบ้าน”“คืนนี้ฉันจะนอนที่บริษัท”ผมคาดไม่ถึงว่าฟู่หย่าหนิงจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่ยังเมาแอ๋ แถมยังก้าวเข้ามาหาผมอีกครั้ง พร้อมกับยื่นนิ้วเรียวมาเชยคางของผมขึ้น“กู้เฉิน ฉันรู้ว่าคุณแคร์เรื่องอะไร”“คืนนี้คุณมาหาฉันแล้ว ฉันยอมทำตามใจคุณ ที่บ้านมีตงตงกับหลินอวี๋เฮ้าอยู่ ถ้าฉันไม่กลับไปที่นั่น คุณจะมีความสุขขึ้นไหม?”เมื่อต้องเผชิญกับคำถามหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานของฟู่หย่าหนิง ผมพลันก้าวถอยหลังหนีครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างถึงที่สุดคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา การยอมผ่อนปรนและความอดทนของเธอที่มีต่อผม มันจะเกิดขึ้นในตอนที่ผมตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหย่ากับเธอแล้ว...แต่ต่อให้เธอจะยอมผ่อนปรนให้ในตอนนี้ มันกลับทำให้ผมรู้สึกสมเพชและเวทนามากกว่าเดิมที่แท้เธอรู้มาโดยตลอดว่าผมแคร์เรื่องอะไร แต่ในยามที่หัวใจของผมยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวังในตัวเธอ เธอกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และใช้อำนาจเผด็จการควบคุมชีวิตคู่ของเราตามใจชอบตอนนี้มันสายไปแล้ว ฟู่หย่าหนิงผมไม่ได้แคร์เรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้วถ้าคุณจะเห็นคุณค่าตอนที่เสียมันไป ง

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 25

    เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ ผมยอมรับว่าแอบแปลกใจอยู่บ้าง แต่พอเหลือบไปเห็นชื่อเฉพาะของหลินอวี๋เฮ้า ความประหลาดใจเพียงเศษเสี้ยวในใจก็มลายหายไปในพริบตาจู่ ๆ ผมก็รู้สึกว่ามันช่างน่าสมเพชสิ้นดีฟู่หย่าหนิง... ในยามที่ใจของผมมีแต่คุณ ทุ่มเทให้คุณจนหมดหน้าตัก คุณกลับทำเหมือนผมเป็นธาตุอากาศ ซ้ำยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและหัวใจที่รักคุณดวงนี้ครั้งแล้วครั้งเล่ามาตอนนี้ บ้านหลังนั้นมีผู้ชายคนอื่นที่แคร์คุณย้ายเข้าไปอยู่สมใจอยากแล้ว แต่คุณกลับเอาลูกไม้เดิมตามตื้อตามตอแยผมเนี่ยนะ?เป็นบ้าอะไรของคุุณ?“เรื่องของพวกคุณ ไม่เกี่ยวกับผม”ผมตีหน้าตาย เดินเลี่ยงร่างของเธอเพื่อจะจากไปด้านหลัง... ฟู่หย่าหนิงตะโกนไล่หลังมาอย่างไม่ยอมลดละ “กู้เฉิน ตงตงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของฉันนะ วันนั้นที่โรงเรียนของแก ฉันรู้ว่าคุณเห็นหมดทุกอย่างแล้ว”“แต่ที่ฉันทำลงไปทั้งหมด ก็แค่ไม่อยากให้ตงตงรู้สึกมีปมด้อยที่ตัวเองไม่เหมือนเพื่อนคนอื่น ไม่อยากให้แกคิดว่าตัวเองไม่มีพ่อมีแม่ที่รักแก!”“ฉันไม่ได้จูบจริงกับหลินอวี๋เฮ้านะ!”“ทำไมคุณถึงไม่ให้เวลาเด็กคนนี้สักหน่อย เพื่อให้แกค่อย ๆ ยอมรับในตัวคุณล่ะฮะ?”ในเวลานี้ เสียงของฟู่หย่า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status