تسجيل الدخولตามมาด้วยเสียงคำรามด้วยความโกรธของฟู่หย่าหนิง “จางชิง ให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทร่างข้อตกลงการหย่าร้างมาให้ฉันสองฉบับ เดี๋ยวฉันจะออกข้างนอกสักหน่อย!”ข้อตกลงการหย่าร้าง!จางชิงได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปทันทีไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่า คราวนี้ฟู่หย่าหนิงคงจะตัดสินใจหย่าขาดจากกู้เฉินอย่างเด็ดขาดแล้วจริง ๆแต่เมื่อคืนคุณกู้ก็ยอมมาหาแล้วไม่ใช่เหรอ?หรือว่าทั้งคู่ยังไม่ได้คืนดีกัน?ในเศษเสี้ยววินาที จางชิงไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านเรื่องส่วนตัวของเจ้านายต่อ เพียงแต่พยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อมแล้วเดินออกจากห้องไปสิบนาทีต่อมา ข้อตกลงการหย่าร้างสองฉบับระหว่างกู้เฉินและฟู่หย่าหนิงก็ถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานประธานฟู่หย่าหนิงคว้าเอกสารเหล่านั้นขึ้นมาด้วยสีหน้าบึงตึง แล้วพุ่งตัวออกจากบริษัททันที มุ่งหน้าตรงไปยังสถานีดับเพลิงที่กู้เฉินสังกัดอยู่“กู้เฉิน... คิดจะมาลองดีกับฉันงั้นเหรอ? เหอะ รนหาที่ตายชัด ๆ...”“ฉันจะทำให้คุณได้เห็นเอง ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ต้องหน้าแตกจนไม่มีที่ยืนน่ะ คือใครกันแน่!”อีกด้านในเวลาเดียวกัน ผมที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการฝึกซ้อมสมรรถภาพร่างกายของหน่วยพลันถูกหัวหน้าหน่วยเรีย
“คนถือศีลปฏิบัติธรรม สิ่งที่ต้องงดเว้นที่สุดคือกามารมณ์”“เรื่องระหว่างสามีภรรยา อนุญาตให้มีได้แค่คืนวันที่สิบหกของเดือนเท่านั้น”เวลาล่วงเลยมาห้าปี ในที่สุดผมก็คืนประโยคนี้กลับไปให้เธอแบบคำต่อคำ จากนั้นก็กดตัดสาย และปิดเครื่องทันทีชั่วจังหวะนั้น รถแท็กซี่ที่โบกไว้ก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้าพอดี ผมก้าวขึ้นรถแล้วจากไปทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เลือนหายไปกับความมืดมิดของค่ำคืนที่ไม่มีวันหวนคืน“กู้เฉิน!”ในเวลาเดียวกัน ฟู่หย่าหนิงที่ยืนอยู่หน้าบานกระจกใสได้แต่ทอดสายตามองตามจนตาแทบทะลุ ทว่าสุดท้ายกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากปลายนิ้วอย่างไม่รู้ตัว พร้อม ๆ กับหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนพื้นท่ามกลางแสงสีอันศิวิไลซ์ของเมืองใหญ่ที่สะท้อนเข้ามา ฟู่หย่าหนิงมองเห็นเงาของตัวเองบนกระจกได้อย่างชัดเจน บนใบหน้าของเธออาบไปด้วยคราบน้ำตาจนดูไม่ได้หัวใจของเธอเจ็บปวดเหลือเกินราวกับมีมีดแหลมคมกรีดแทงเข้ามาซ้ำ ๆคืนนั้น ฟู่หย่าหนิงนอนพลิกตัวไปมาก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ต่อให้สมองจะหนักอึ้งและอ่อนล้าจนเริ่มส่งอาการปวดแปลบ เธอก็ไม่ยอมปิดตาลงเพราะทุกครั้งที่หลับตาลง ในใจของเธอจะเ
บางทีความอดทนและการยอมอ่อนข้อของฟู่หย่าหนิงอาจถึงขีดจำกัดแล้ว ทุกประโยคที่หลุดออกมาจากปากเธอจึงคล้ายกับจงใจจะยั่วโมโหผม เพื่อให้เราเปิดฉากทะเลาะกันเสียงดังลั่น จากนั้นค่อยหาช่องทางสำหรับการคืนดีผมบอกได้คำเดียวว่า เธอกำลังฝันหวานอยู่ไอ้สิ่งที่เรียกว่า "ช่องทางสำหรับการคืนดี" นั้น แท้จริงแล้วก็คือการประนีประนอมของผมเพื่อชีวิตคู่และความรักเท่านั้นเองแต่ในวันนี้ คนที่ยอมกล้ำกลืนฝืนทนมาตลอดเขาไม่คิดจะทนอีกต่อไปแล้วบนโลกใบนี้ มันไม่ได้ประนีประนอมกันบ่อย ๆ ขนาดนั้นหรอกนะ?“แล้วแต่คุณจะคิด จะมองว่าผมกำลังหึงหวงบ้าบออะไรนั่นก็ได้ ผมไม่แคร์”“รีบพักผ่อนซะเถอะ”สิ้นเสียงคำพูด ผมไม่คิดจะอยู่รอดูอาการของฟู่หย่าหนิงอีกต่อไป หมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องทำงานประธานทันทีผมหลงนึกว่าค่ำคืนอันแสนวุ่นวายนี้จะจบลงแล้วทว่าคาดไม่ถึงว่า ฟู่หย่าหนิงจะยังดื้อดึงวิ่งไล่ตามผมออกมา เธอคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของผมอย่างแรงพลางตวาดกร้าวเสียงสั่น “กู้เฉิน! ความอดทนของฉันมันมีขีดจำกัดนะ!”“ที่ฉันยอมอ่อนข้อให้คุณก้าวล้ำเส้นครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เพราะฉันยังเห็นความสำคัญของชีวิตแต่งงานของเราหรอกนะ แต่นั่นไม่ใช่เห
แต่ในตอนนี้ การรักษาระยะห่างกับว่าที่อดีตภรรยาคนนี้ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...ฟู่หย่าหนิงยังคงขยับกายเบียดเข้ามาใกล้ แต่ผมกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนแต่ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็คงทนดูเธอเสียหลักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ จึงยื่นมือออกไปประคองที่ต้นแขนของเธอไว้ตามมารยาท ไม่ต่างอะไรกับท่าทางที่จางชิงเคยทำ“ระวังครับ”สิ้นเสียงเตือนแผ่วเบาของผม ฟู่หย่าหนิงก็ชะงักไปทันทีแววตาคู่สวยจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่อยากจะเชื่อ ราวกับเธอไม่อยากจะเชื่อว่า สามีที่เคยยอมสยบแทบเท้าและคอยเอาอกเอาใจเธอฝ่ายเดียวมาตลอดห้าปีคนนี้ จะปฏิบัติต่อเธอด้วยความห่างเหินได้ถึงเพียงนี้“ขอบคุณค่ะ”ฟู่หย่าหนิงดูเหมือนคนหมดแรงขึ้นมาในพริบตา เธอไม่พยายามขยับเข้ามาใกล้ผมอีก แต่ก้าวเดินนำไปข้างหน้าเงียบ ๆเราเดินเข้ามาในห้องทำงานอันกว้างขวาง เธอเดินไปหยิบกุญแจที่ลิ้นชักโต๊ะอย่างชำนาญ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูลับที่ซ่อนอยู่ข้างชั้นวางหนังสือวินาทีนั้น ผมหยุดฝีเท้าลงทันที ไม่คิดที่จะก้าวตามเธอเข้าไปเพราะผมไม่อยากเห็นว่าห้องนอนที่เธอจงใจปกปิดผมมาตลอดห้าปีจะมีสภาพอย่างไร และไม่อยากเห็นร่องรอยของผู้ชายคนอื่นหลงเหลืออยู่ข
“ไม่ ฉันไม่กลับบ้าน”“คืนนี้ฉันจะนอนที่บริษัท”ผมคาดไม่ถึงว่าฟู่หย่าหนิงจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่ยังเมาแอ๋ แถมยังก้าวเข้ามาหาผมอีกครั้ง พร้อมกับยื่นนิ้วเรียวมาเชยคางของผมขึ้น“กู้เฉิน ฉันรู้ว่าคุณแคร์เรื่องอะไร”“คืนนี้คุณมาหาฉันแล้ว ฉันยอมทำตามใจคุณ ที่บ้านมีตงตงกับหลินอวี๋เฮ้าอยู่ ถ้าฉันไม่กลับไปที่นั่น คุณจะมีความสุขขึ้นไหม?”เมื่อต้องเผชิญกับคำถามหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานของฟู่หย่าหนิง ผมพลันก้าวถอยหลังหนีครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างถึงที่สุดคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา การยอมผ่อนปรนและความอดทนของเธอที่มีต่อผม มันจะเกิดขึ้นในตอนที่ผมตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหย่ากับเธอแล้ว...แต่ต่อให้เธอจะยอมผ่อนปรนให้ในตอนนี้ มันกลับทำให้ผมรู้สึกสมเพชและเวทนามากกว่าเดิมที่แท้เธอรู้มาโดยตลอดว่าผมแคร์เรื่องอะไร แต่ในยามที่หัวใจของผมยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวังในตัวเธอ เธอกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และใช้อำนาจเผด็จการควบคุมชีวิตคู่ของเราตามใจชอบตอนนี้มันสายไปแล้ว ฟู่หย่าหนิงผมไม่ได้แคร์เรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้วถ้าคุณจะเห็นคุณค่าตอนที่เสียมันไป ง
เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ ผมยอมรับว่าแอบแปลกใจอยู่บ้าง แต่พอเหลือบไปเห็นชื่อเฉพาะของหลินอวี๋เฮ้า ความประหลาดใจเพียงเศษเสี้ยวในใจก็มลายหายไปในพริบตาจู่ ๆ ผมก็รู้สึกว่ามันช่างน่าสมเพชสิ้นดีฟู่หย่าหนิง... ในยามที่ใจของผมมีแต่คุณ ทุ่มเทให้คุณจนหมดหน้าตัก คุณกลับทำเหมือนผมเป็นธาตุอากาศ ซ้ำยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและหัวใจที่รักคุณดวงนี้ครั้งแล้วครั้งเล่ามาตอนนี้ บ้านหลังนั้นมีผู้ชายคนอื่นที่แคร์คุณย้ายเข้าไปอยู่สมใจอยากแล้ว แต่คุณกลับเอาลูกไม้เดิมตามตื้อตามตอแยผมเนี่ยนะ?เป็นบ้าอะไรของคุุณ?“เรื่องของพวกคุณ ไม่เกี่ยวกับผม”ผมตีหน้าตาย เดินเลี่ยงร่างของเธอเพื่อจะจากไปด้านหลัง... ฟู่หย่าหนิงตะโกนไล่หลังมาอย่างไม่ยอมลดละ “กู้เฉิน ตงตงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของฉันนะ วันนั้นที่โรงเรียนของแก ฉันรู้ว่าคุณเห็นหมดทุกอย่างแล้ว”“แต่ที่ฉันทำลงไปทั้งหมด ก็แค่ไม่อยากให้ตงตงรู้สึกมีปมด้อยที่ตัวเองไม่เหมือนเพื่อนคนอื่น ไม่อยากให้แกคิดว่าตัวเองไม่มีพ่อมีแม่ที่รักแก!”“ฉันไม่ได้จูบจริงกับหลินอวี๋เฮ้านะ!”“ทำไมคุณถึงไม่ให้เวลาเด็กคนนี้สักหน่อย เพื่อให้แกค่อย ๆ ยอมรับในตัวคุณล่ะฮะ?”ในเวลานี้ เสียงของฟู่หย่า







